แถลงการณ์ ฉบับที่ ๕ เรื่อง กรณี กสทช. ใช้คำสั่งเทวทัต แจ้งระงับการออกอากาศของสถานีแม่ข่าย
Posted Date : วันที่ 27 มิ.ย. 2557 เวลา 23:19 น.

แถลงการณ์ ฉบับที่ ๕/๒๕๕๗

เรื่อง กรณี กสทช. ใช้คำสั่งเทวทัต

ระงับการออกอากาศสถานีเสียงธรรมฯ วัดป่าบ้านตาด

 

ด้วยปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๕.๓๕ น. กสทช. ได้มีหนังสือที่ สทช ๓๐๐๓.๘/๐๐๘๓ ลว. ๒๗ มิ.ย. ๒๕๕๗ สั่งสถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าบ้านตาด ให้ระงับการออกอากาศ  โดยฉกฉวยเอาประกาศ คสช. ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ที่มีเจตนาดีหวัง “คืนความสุข” แก่วิทยุชุมชนที่ได้รับสิทธิทดลองประกอบกิจการแล้วสามารถออกอากาศได้ตามปกติ  แต่ กสทช. กลับกระทำการแบบตรงกันข้าม นอกจากนี้ ยังเสกสรรค์ปั้นแต่งยกเอา “กระดาษเขียนข่าวของ กสทช. ๕ เงื่อนไข” ขึ้นเป็นกฎหมาย หวังบีบบังคับให้เครือข่ายวิทยุเสียงธรรมฯ ๑๒๘ แห่ง ทั่วประเทศ ต้องแตกสลายพังทลายในทันที ๑๒๗ แห่ง รอดตายเหลือเพียง ๑ แห่ง โดยบีบบังคับให้ใช้กำลังส่งคับแคบตีบตันเพียง ๕๐๐ วัตต์ รัศมีเพียง ๒๐ กม. เท่านั้น

คณะศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ได้พิจารณาผลร้ายของ “คำสั่งเทวทัต” ดังกล่าวแล้วเห็นว่า จะยังความเดือดร้อนเสียหายขั้นรุนแรงที่สุดและเลวร้ายที่สุดกว่าครั้งใดๆ ในอดีตที่ผ่านมา  จึงมีมติให้ออกแถลงการณ์เพื่อคัดค้านต้านทาน “คำสั่งเทวทัต” ดังกล่าว และเพื่อชี้แจงความจริงแก่สาธารณชน ดังนี้

๑. คณะศิษย์ได้สอบถามความจริงต่อนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ ๒ และ คสช. ฝ่ายสื่อ จึงทราบชัดเจนว่า “กระดาษเขียนข่าวของ กสทช. ๕ เงื่อนไข” เป็นเพียงข่าวที่ปรากฏทางสื่อเท่านั้น  ไม่มีการลงนามจากหัวหน้า คสช. แต่อย่างใด  จึงไม่มีผลบังคับใช้ใดๆ ทั้งสิ้น

๒. หากจะมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเท่านั้น และต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิทยุกระจายเสียงทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง

๓. เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ มูลนิธิเสียงธรรมฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อท่านรักษาการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอความอนุเคราะห์กำหนดเงื่อนไขในข้อ ๒. ให้เกิดความชัดเจนเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้รองรับสถานภาพ “วิทยุภาคประชาชนที่มีความสนใจร่วมกันในระดับชาติ” (Community Radio of Interest) ไว้แล้ว ด้วยสิทธิที่เสมอภาคและทัดเทียมกับผู้ประกอบการรายเดิมในทุกกรณี  หลักการดังกล่าวยังสอดคล้องกับประกาศ คสช. ฉบับที่ ๖๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ อีกด้วย

๔. เครือข่ายวิทยุของมูลนิธิเสียงธรรมฯ ทุกแห่งทั่วประเทศที่ก่อตั้งขึ้นขณะองค์หลวงตาฯ ยังมีชีวิตอยู่ ล้วนเป็นผู้ได้รับสิทธิทดลองประกอบกิจการเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น ส่วนการจะมีใบอนุญาตหรือไม่มีนั้น ขึ้นอยู่กับความเร็วช้าหรือความหน่วงเหนี่ยวในการทำงานของ  กสทช. เป็นสำคัญ  หาได้เกิดจากความบกพร่องขาดความรับผิดชอบของมูลนิธิเสียงธรรมฯ แต่อย่างใดไม่  มิหนำซ้ำยังทวงถาม กสทช. ถึง ๒ ครั้ง

และโดยที่มูลนิธิเสียงธรรมฯ มีรูปแบบการดำเนินการเป็น “วิทยุภาคประชาชนที่มีความสนใจใฝ่พระกรรมฐานในระดับชาติ” ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติด้านวิทยุกระจายเสียงทั้ง ๓ ฉบับ โดยมีบทบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องยึดโยงกันไม่ว่าในระหว่างบทบัญญัติของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน หรือในระหว่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อครั้งท่านดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นกรรมาธิการฯ ที่ร่วมตรากฎหมายของรัฐสภา ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา (ช่วงปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓)  ด้วยเหตุนี้ ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ จึงเป็นการรับรองสถานภาพทางกฎหมายให้แก่มูลนิธิเสียงธรรมฯ ได้อย่างสมบูรณ์

๕. คณะศิษย์ขอยืนยันว่า มูลนิธิเสียงธรรมฯ ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามประกาศ คสช. โดยเคร่งครัดตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มเข้าบริหารราชการแผ่นดิน โดยพยายามเกาะเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดสดทุกครั้ง ด้านเนื้อหารายการเพื่อการเผยแผ่ธรรมะในพระพุทธศาสนาโดยไม่มีโฆษณาแอบแฝงอย่างแท้จริง ไม่ยอมให้มีเนื้อหาที่ยุยง ปลุกปั่น หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองโดยเด็ดขาด ตลอดมานับแต่ก่อตั้งสถานี

๖. คณะศิษย์ขอสนับสนุนแนวคิดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่แถลงไว้ในรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อคืนนี้ (วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ราว ๒๐.๐๐ น.) สรุปความได้ว่า “จำนวนวิทยุชุมชนมีมากเกินไป สมควรจะลดจำนวนลง” นั้น

ทั้งนี้คณะศิษย์เห็นพ้องว่า การลดจำนวนสถานีวิทยุลงจัดเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดที่สุดและน่าจะทำนานแล้วตั้งแต่ กสทช. เริ่มเข้าดำรงตำแหน่ง ปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นเกิดจากการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ทั้งสิ้น  ที่กล่าวเช่นนี้เนื่องจากสถานีวิทยุเกือบทั้งหมด นำคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติชาติ มาใช้เพื่อประโยชน์ตนหวังผลทางธุรกิจเป็นสำคัญ หากถือปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัดต้อง “จัดให้มีการประมูล” ในทันทีและย่อมจะจำนวนลงได้ตามจำเป็น  ส่วนสถานีวิทยุที่ใช้คลื่นเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่มีโฆษณาแอบแฝงนั้น เป็นสิ่งที่ทำและเกิดขึ้นได้ยาก จึงมีสัดส่วนน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องลดจำนวนลง กฎหมายยังกันไว้ให้ ๒๐ % อีกด้วย  

๗. สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าบ้านตาด ได้รับพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเปิดผ้าแพรคลุมป้ายสถานีแห่งนี้ด้วยพระองค์เองเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ที่กำลังจะเวียนมาบรรจบครบรอบ ๘ ปีเต็มในอีกไม่กี่วันนี้

แต่แล้วในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๕.๓๕ น. กสทช. ถึงกับลุแก่อำนาจบาตรหลวง ไร้หิริโอตตัปปะด้วยการออกคำสั่งเทวทัตปิดกั้นการเผยแผ่ธรรมะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการก่อกรรมที่หนักที่สุดอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นการบังอาจลบหลู่ดูหมิ่นสถาบัน เหยียบย่ำพระเกียรติพระศักดิ์ศรีที่ทรงมีพระกรุณาแก่สถานีแห่งนี้อย่างหยาบคายที่สุด

ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันมิให้ถูกละเมิดพระเกียรติ คณะศิษย์จึงพร้อมใจกันเข้าฟ้องร้องให้ กสทช. ได้มีโทษความผิดตามกฎหมายฐานลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันในทันที  ทั้งนี้การแสดงความจงรักภักดีปกป้องสถาบันนี้ยังถือเป็นนโยบายหลักของ คสช. ที่หวังให้พี่น้องชาวไทยเทิดพระเกียรติสถาบันให้ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดพระเกียรติมิได้  การที่ กสทช. บังอาจเช่นนี้จึงฝ่าฝืนต่อ คสช. ขั้นร้ายแรง

๘.เพื่อเป็นการขจัดเสนียดจัญไรให้หมดสิ้นไปจากการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการบูชาคุณองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน และเพื่อรำลึกคุณของทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าหญิงฯ ที่มีพระกรุณาธิคุณต่อสถานี  คณะศิษย์จึงพร้อมใจกันกราบอาราธนาครูบาอาจารย์จากทุกสารทิศเมตตามาโปรดใน “งานบุญมหามงคลสถานี ครบรอบ ๘ ปีที่ทรงพระกรุณาฯ” ณ สถานีวิทยุเสียงธรรมแม่ข่าย วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เครือข่ายวิทยุเสียงธรรมทั้งประเทศสืบไป ในการนี้มีการถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ทั่วประเทศและทั่วโลก

๙. เพื่อให้พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติ จักได้มีความมั่นคงสถาพรคู่ชาติไทยตลอดไป คณะศิษย์จะนำ “คำสั่งเทวทัตของ กสทช.” ดังกล่าวเสนอต่อคณะสงฆ์ฝ่ายกรรมฐาน เพื่อขอเมตตาพิจารณาโทษความผิดในครั้งของ กสทช. ตามหลักพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป

จึงแถลงการณ์มาเพื่อกรุณาทราบโดยทั่วกัน

 

ศาสตราจารย์ ดร.รัตนา ศิริพานิช

ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

และประชาชนผู้ฟังสถานีวิทยุเสียงธรรมทั่วประเทศ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๗   

=======================================

            สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนเมื่อ วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๘ และทรงเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดแพรคลุมป้ายสถานีเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๙ นับเป็นสิริมงคลยิ่งต่อพี่น้องชาวไทย และเป็นเกียรติอันสูงยิ่งต่อมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน

=======================================

หลักฐานประกอบการฟ้องร้องต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเปิดสถานีแม่ข่ายด้วยพระองค์เอง ด้วยพระราชปณิธานมุ่งหวังให้พสกนิกรของพระองค์ได้สัมผัสโอชารสแห่งธรรมผ่านเครือข่ายวิทยุเสียงธรรมทั่วประเทศ และหลักฐานแสดงถึงความลบหลู่ดูหมิ่นจาบจ้วงทำลายน้ำพระหฤทัยของสถาบันด้วยการสั่งระงับการออกอากาศสถานีที่พระองค์ทรงเปิดด้วยน้ำพระหัตถ์ของพระองค์เอง

=======================================

 

                                                            ======================================

 

 


<< BACK

หน้าแรก