ขอให้เจ้าหน้าที่ทหารเรือและกสทช.ทบทวนเสียใหม่ กรณีสั่งให้สถานีวิทยุเสียงธรรมภูเก็ตระงับการออกอากาศ
Posted Date : วันที่ 30 มิ.ย. 2557 เวลา 15:40 น.

 

===================================

 

เอกสารแนบ

===================================

 

          ด้วยสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของข้าพเจ้าและประชาชนที่มีความปรารถนาต้องการจะได้รับฟังธรรม จึงพร้อมใจกันจัดตั้งสถานีแม่ข่ายและสถานีลูกข่ายขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ในที่นี้ย่อมหมายถึงสถานีวิทยุเสียงธรรมฯ ที่หมู่บ้านตาดซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินของสงฆ์วัดป่าบ้านตาดด้วย เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2548 สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ แห่งนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นองค์แทนสถาบันพระมหากษัตริย์ รับเป็นองค์พระอุปถัมภ์ เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน และทรงพระกรุณาเป็นองค์ประธานเปิดแพรคลุมป้ายสถานีด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2549 ทรงหวังผลานิสงส์ที่จักน้อมนำธรรมออกอากาศกระจายเสียงไปสู่โลก ด้วยทรงประจักษ์ถึงพระคุณแห่งศาสนธรรมในพระพุทธศาสนาว่ายังประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อพระองค์เองและต่อพสกนิกรของพระองค์

          แต่มาบัดนี้ วันที่ 27 มิถุนายน 2557 กสทช. ได้สั่งการให้สำนักงาน กสทช. เขต 8 (อุดรธานี) มีหนังสือเลขที่ สทช. 3003.8/0083 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2557 เรื่อง "ขอความร่วมมือในการระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง เสียงธรรมเพื่อประชาชนความถี่ 103.250 MHz จังหวัดอุดรธานี" ซึ่งย่อมส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงแก่ข้าพเจ้าและประชาชนทั้งหลายที่รับฟังธรรมะในพระพุทธศาสนาจากสถานีแห่งนี้อย่างต่อเนื่องตลอดมากว่า ๑๐ ปี การออกคำสั่งผ่านหนังสือฉบับนี้นอกจากจะเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติด้วยแล้ว ยังเป็นการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน และเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นดูแคลนพระเกียรติพระศักดิ์ศรีของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งจนไม่อาจยอมรับและให้อภัยได้ การเหยียบย่ำล่วงเกินสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรู้ซึ้งถึงคุณค่าแห่งนี้ย่อมเท่ากับการย่ำยีน้ำพระทัยของพระองค์อย่างที่สุด และย่อมย่ำยีน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปในขณะเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากทั้งสองพระองค์เคยรับฟังต่อพระราชธิดามาถึงองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เมื่อเช้าวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ใจความว่า "ท่านพ่อเป็นเสาหลักของประเทศไทย ทรงฝากมากราบอาราธนาให้ท่านพ่อรักษาสุขภาพ เพื่อจะได้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนคนไทยต่อไปเจ้าค่ะ” (ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าหญิงฯ ทรงเคารพองค์หลวงตาฯ เป็น "พ่อทางธรรม" จึงทรงเรียกว่า "ท่านพ่อ")

          โดยที่ในเวลานี้องค์หลวงตาละสังขารไปแล้ว สิ่งที่จะเป็น "เสาหลักของประเทศไทย" สมดั่งพระราชดำรัสของทั้งสองพระองค์ได้จริงก็คือ เครือข่ายสถานีวิทยุเสียงธรรมทุกแห่งทั่วประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ คำสั่งระงับการออกอากาศในที่นี้ จึงเท่ากับเป็นการเหยียบย่ำทำร้ายน้ำพระทัยทั้งสามพระองค์อย่างชั่วร้ายเลวทรามที่สุด ถือเป็นผิดร้ายแรงฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขาดจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อพระพุทธศาสนาผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงแห่งนี้ ความผิดของ กสทช. ครั้งนี้ยังเป็นการฝ่าฝืนทั้งคำสั่งและประกาศ และจงใจกระทำการชนิดสวนทางกับแนวนโยบายที่สำคัญจำเป็นที่สุดของ คสช. ที่เข้ามาปกครองประเทศเพื่อเร่งฟื้นฟูและเชิดชูเกียรติสถาบันมิให้ผู้ใดบังอาจเข้ามาหยามเหยียดดั่งเช่นกรณีนี้ หากข้าพเจ้าและประชาชนยอมให้บุคคลทรามเช่น กสทช. บังอาจกระทำการที่อุกอาจเหยียบย่ำน้ำพระทัยเช่นกรณีที่กำลังกระทำอยู่นี้ได้ ย่อมจะต้องมีบุคคลที่เลวทรามยิ่งกว่านี้เกิดขึ้นในที่ต่างๆ ได้ และในที่สุดชาติไทยต้องสูญสิ้นไปซึ่งสถาบันอันเป็นที่รักของข้าพเจ้าและประชาชนอย่างไม่มีโอกาสหวนคืนกลับ

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอทำหน้าที่ปกป้องสถาบันหลักของชาติด้วยการเข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อบันทึกโทษความผิดของ กสทช. ที่เลวร้ายครั้งนี้ไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

 

 


<< BACK

หน้าแรก