แถลงการณ์ ฉบับที่ ๖/๒๕๕๗ เรื่อง ข้อกล่าวหา “การรบกวนคลื่นวิทยุการบิน” ที่ขบวนการล้ม “วิทยุเสียงธรรม” มักใช้กล่าวอ้าง
Posted Date : วันที่ 6 ก.ค. 2557 เวลา 21:39 น.

แถลงการณ์ ฉบับที่ ๖/๒๕๕๗

เรื่อง ข้อกล่าวหา “การรบกวนคลื่นวิทยุการบิน”

ที่ขบวนการล้ม “วิทยุเสียงธรรม” มักใช้กล่าวอ้าง

ด้วยปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ มีกลุ่มบุคคลได้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกิจการวิทยุการบินในท้องถิ่น ได้เดินทางเข้ากราบพระเถระซึ่งเป็นกรรมการผู้หนึ่งในมูลนิธิเสียงธรรมฯ ถึงที่พำนักอยู่ไม่ห่างไกลจากวัดภูผาแดง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จากนั้นได้กล่าวหมิ่นประมาทใส่ร้ายเครือข่ายวิทยุเสียงธรรมว่า “วิทยุของหลวงตาฯ ใช้กำลังส่งสูงรบกวนวิทยุการบิน” และยังกล่าวอีกด้วยว่า “หากวิทยุของหลวงตาฯ รบกวนวิทยุการบิน เราจะไม่แจ้งให้มูลนิธิเสียงธรรมฯ ทราบ แต่เราจะไปแจ้งให้ กสทช.ดำเนินการ”  ทั้งนี้ในการใส่ร้ายป้ายสีแกมข่มขู่ดังกล่าวไม่พ้นสายหูสายตาของคณะศิษย์ผู้เคารพบูชาต่อองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน จนได้ยินได้ฟังการใส่ร้ายป้ายสีดังกล่าวแบบหมดสิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามนำภาพบันทึกวิดีโอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล นั้น

ในการนี้ คณะศิษยานุศิษย์ฯ ได้เร่งด่วนประสานขอข้อมูลจากมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชนในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อศึกษาถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยทันที จนกระทั่งสามารถยืนยันความจริงในบัดนี้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้หมิ่นประมาทใส่ร้ายป้ายสีเครือข่ายวิทยุเสียงธรรมอย่างไม่มีหิริโอตตัปปะ ทำได้แม้กระทั่งต่อพระเถระผู้เป็นศิษย์ขององค์หลวงตาฯ  จึงมีมติให้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความจริง ดังนี้

(๑)    มูลนิธิเสียงธรรมฯ ได้เข้าหารือและทำบันทึกข้อตกลงไว้นานแล้วกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) สำนักงานใหญ่ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ โดยแจ้งรายชื่อเครือข่ายวิทยุมูลนิธิเสียงธรรมฯ ทุกแห่ง พร้อมรายละเอียดที่อยู่ พิกัด กำลังส่ง ความสูงเสา แก่ บวท. จนครบถ้วน นอกจากนั้นในเดือนมกราคม ๒๕๕๖  มูลนิธิเสียงธรรมฯ ยังส่งคณะทำงาน วิศวกร และเจ้าหน้าที่เทคนิค เข้ารับฟังการบรรยายเรื่อง “คลื่นวิทยุรบกวนวิทยุการบิน: สาเหตุและทางแก้ปัญหา” ทั้งที่ บวท. อุดรธานี และ ที่ตึก ๖๐ ปี บวท. กรุงเทพมหานคร และยังส่งรายละเอียดของเครือข่ายวิทยุเสียงธรรมฯ ทั้ง ๑๒๖ สถานี ทั่วประเทศ ให้กับเจ้าหน้าที่ บวท.อีกครั้งด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ มูลนิธิเสียงธรรมฯ ได้ทำหนังสือแจ้งความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เพื่อเป็นหลักฐานของความร่วมมือ

สิ่งนี้ย่อมบ่งบอกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของมูลนิธิเสียงธรรมฯ การตระหนักถึงปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนวิทยุการบินว่ามีความสำคัญต่อความปลอดภัยสาธารณะทางเดินอากาศ และบ่งบอกถึงความพร้อมของมูลนิธิเสียงธรรมฯ ในอันที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ หากพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอันได้แก่ระบบอุปกรณ์เครื่องส่งที่มิได้มาตรฐานเท่านั้น ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการจ้องจับผิดและดำเนินคดี ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว  รังแต่จะสร้างความแตกแยกในสังคมให้รุนแรงยิ่งขึ้น

(๒)    สาเหตุแท้จริงของปัญหาการรบกวนอยู่ที่สภาพของเครื่องและสายอากาศที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากเครื่องส่ง สายอากาศ เสาอากาศ หรือแม้แต่วิธีการเชื่อมต่อ การ Shielding ฯลฯ หากมีจุดใดจุดหนึ่งที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสื่อมสภาพลงไป ย่อมมีโอกาสเกิดปัญหาคลื่นฟุ้งกระจายในลักษณะ Harmonic Emission.  Spurrios Emission หรือ Intermodulation ก็เป็นได้ และนำไปสู่การรบกวนวิทยุการบินต่อไป อย่างไรก็ตาม  กำลังส่งและความสูงของเ­สาอากาศล้วนมิใช่ต้นเหตุแห่งการรบกวนคลื่นวิทยุการบินทั้งสิ้น         

(๓)    ผลสรุปจากการสัมมนาที่จัดโดยคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เรื่อง “ปัญหาคลื่นวิทยุชุมชนกับความปลอดภัยการจราจรทางอากาศ” เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ ๒,๐๐๐ คน ประกอบดัวย ส.ส., สว. ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กสทช. วิทยุการบิน สมาคมนักบิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค การท่าอากาศยาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการ ๙ ภาค ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม ๙ ภาค กระทรวงคมนาคม สันติบาล และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน ผู้แทนจากวิทยุชุมชน (ซึ่งรวมมูลนิธิเสียงธรรมฯ ด้วย)  

ผู้แทนบริษัทวิทยุการบินได้ชี้ให้ที่ประชุมสัมมนาเห็นว่า  คุณภาพของเครื่องส่งและคุณภาพการเชื่อมต่อสายอากาศทั้งระบบคือต้นเหตุที่แท้จริงของการรบกวนวิทยุการบิน  นอกจากนี้ ยังได้แสดงภาพยืนยันด้วยว่า ปัญหาคลื่นวิทยุที่ก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นวิทยุการบินนั้น มิใช่เกิดจาก “วิทยุชุมชน” แต่เพียงฝ่ายเดียวตามที่มักถูกใส่ร้ายป้ายสีจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เสมอๆ แต่ความจริงแล้วปรากฏตามเอกสารของ บวท. ในที่ประชุมสัมมนาเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้เป็น “วิทยุรายเดิม (คลื่นหลัก)” ก็สามารถก่อการรบกวนวิทยุการบินได้ด้วย หากขาดการบำรุงรักษาหรือต่ออุปกรณ์ไม่ถูกต้อง  ในตอนท้ายของการประชุม ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ถึงกับยอมเปลี่ยนแปลงชื่อเรื่องเสียใหม่ให้ตรงกับข้อเท็จจริง กลายเป็น เรื่อง “ปัญหาคลื่นวิทยุกระจายเสียงกับความปลอดภัยการจราจรทางอากาศ” เลยทีเดียว ทั้งนี้เพื่อมิให้ “วิทยุชุมชน” ต้องตกเป็น “แพะรับบาป” ของสังคมแต่เพียงฝ่ายเดียวจากการใส่ร้ายป้ายสีของ กสทช. ตลอดมา

(๔)     มูลนิธิเสียงธรรมฯ ได้ทำการทดสอบคุณภาพเครื่องส่งวิทยุขนาด ๑๐,๐๐๐ วัตต์ ทั้งในปีก่อนและล่าสุดเมื่อไม่กี่วันนี้ (๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ น.) โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอก ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑลสาย ๓ กทม. ได้ผลสรุปตามเอกสารที่แนบท้ายนี้  กล่าวคือ เครื่องส่งขนาดใหญ่ถึง ๑๐,๐๐๐ วัตต์ ที่สวนแสงธรรม ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนวิทยุการบิน และไม่ก่อให้เกิดการส่งคลื่นฟุ้งกระจายแต่อย่างใด

(๕)     จากข้อเท็จจริงตามข้อ ๑ – ๔ เป็นการยืนยันถึงความรับผิดชอบที่ดีต่อสังคมของมูลนิธิเสียงธรรมฯ เป็นการยืนยันถึงความร่วมมือที่ดีตลอดมาระหว่างมูลนิธิเสียงธรรมฯ กับ บวท. และเป็นการยืนยันทางวิชาการตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องสรุปได้ว่า ขนาดของกำลังส่งและความสูงเสาหาใช่เป็นต้นเหตุแห่งการรบกวนคลื่นวิทยุการบินตามคำใส่ร้ายป้ายสีและหมิ่นประมาทของกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่

ดังนั้น คณะศิษยานุศิษย์ฯ จึงขอแจ้งเตือนกลุ่มบุคคลในขบวนการดังกล่าว ให้ยุติการหมิ่นประมาทใส่ร้ายเครือข่ายวิทยุเสียงธรรมฯ ในทันที มิฉะนั้นคณะศิษย์ฯ จะพร้อมเพรียงกันดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้หมิ่นประมาทกลุ่มนี้ให้ถึงที่สุด  ทั้งนี้เพื่อเป็นแบบอย่างแก่กุลบุตรสุดท้ายภายหลังในการพิทักษ์รักษา “มรดกธรรม” ขององค์หลวงตาฯ ให้ดำรงคงอยู่ครบ ๕,๐๐๐ ปี ให้จงได้  มิให้ต้องแปดเปื้อนเสียหายเพียงเพราะคำโกหกของขบวนการเหล่านี้

จึงแถลงการณ์มาเพื่อกรุณาทราบโดยทั่วกัน

ศาสตราจารย์ ดร.รัตนา ศิริพานิช

ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

และประชาชนผู้ฟังสถานีวิทยุเสียงธรรมทั่วประเทศ

๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗

 


<< BACK

หน้าแรก