คำชี้แจงต่อศาลกรณีกิจการวิทยุการบินให้ความเห็นขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทางเทคนิคและไม่จริงใจเข้าร่วมทดสอบเครื่องส่งที่มากกว่า 500 วัตต์กับนักวิชาการกลาง
Posted Date : วันที่ 30 ก.ค. 2557 เวลา 11:39 น.

 

        

(ค.๓)

คำชี้แจง

  คดีหมายเลขดำที่ ๓๑๓๓/๒๕๕๕

ศาลปกครองกลาง 

วันที่   ๓๐  เดือน กรกฎาคม   พุทธศักราช  ๒๕๕๗

       พระมหาประกอบ  ธัมมชีโว                                         ผู้ฟ้องคดีที่ ๑

นางสาวกุหลาบ แสงโสดา ที่ ๑ กับพวกรวม ๑๐๒ คน        ผู้

ระหว่าง

ร้องสอด

                          คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทร               คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน ผู้ถูกฟ้องคดี

ข้าพเจ้า นางสาวจุฑารส พรประสิทธิ์ อยู่เลขที่ ๙/๑๖๔   ถนนสุขาภิบาล ๕ ซอย ๗๒ แขวงออเงิน เขตสายไหม  กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๒๐ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดี และรับมอบอำนาจช่วงจากผู้ฟ้องคดีซึ่งรับมอบอำนาจจากผู้ร้องสอดที่ ๑ – ๔๐ และรับมอบอำนาจจากผู้ร้องสอดที่ ๔๑ – ๑๐๒

ได้ฟ้องหน่วยงานทางปกครอง และ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวม  ๒ คน  ต่อ ศาลปกครองกลาง ดังต่อไปนี้

()   คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)                              ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑

()   คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

                                                                                        ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒

อยู่ที่ ๘๗ ถนน พหลโยธิน ซอย ๘ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ตามที่ผู้ฟ้องคดี และ ผู้ร้องสอดที่ ๑ – ๑๐๒ ได้รับทราบหมายแจ้งคำสั่งศาลฉบับลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ พร้อมคำให้การวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง แล้วเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดทั้งหมดได้ทำคำคัดค้านคำให้การเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ความตอนหนึ่งเป็นการขอความอนุเคราะห์ไปยังบริษัทวิทยุการบิน ( บวท.)  ขอให้มาร่วมทำการทดลองการตรวจสอบคลื่นความถี่เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ๑,๐๐๐ วัตต์ ที่สถานีเสียงธรรมฯ วัดป่ามหาไชย สมุทรสาคร ซึ่งเคยทดสอบมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อไม่นานมานี้โดยนักวิชาการระดับปริญญาเอกจากสถาบันการศึกษาที่เป็นกลางเชื่อถือได้ ได้ผลสรุปแล้วว่า กำลังส่งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ๑,๐๐๐ วัตต์ ไม่ส่งผลกระทบใดๆ อันเป็นการรบกวนกิจการวิทยุการบินและคลื่นความถี่ข้างเคียง อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบในประเด็นนี้กลับได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับความเห็นของ บวท. ต่อศาลในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญแห่งคดี

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทดลองว่าเป็นไปด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานอย่างแท้จริงโดยนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาที่ชื่อถือได้เป็นกลาง  ผู้ฟ้องคดีจึงทำหนังสือเชิญ บวท. เข้ามาร่วมทำการทดลองร่วมกับนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเห็นของ บวท. ในกรณีนี้ขัดแย้งต่อความจริงทั้งทางวิชาการที่เป็นสากล และ ยังขัดแย้งกับผลการทดสอบอีกด้วย ดังใจความสำคัญที่ว่า

“และเพื่อสนองต่อเจ้าทฤษฎีของ บวท. ที่ไม่มีข้อเท็จจริงทางวิชาการใดๆ รองรับ สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ สมุทรสาครจึงได้ขอความอนุเคราะห์จากมูลนิธิเสียงธรรมฯ ขอให้ออกหนังสือเชิญ บวท.มาร่วมทดสอบการรบกวนสัญญาณวิทยุการบิน ณ สถานีวิทยุเสียงธรรมฯวัดป่ามหาไชย สมุทรสาคร ภายในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ (เอกสารแนบท้ายหมายเลข  ๒๗) ทั้งนี้เพื่อให้ทันกำหนดเวลาที่ศาลเมตตาไว้”

บัดนี้ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ซึ่งล่วงเลยมาจนถึงวันสุดท้ายที่ศาลเมตตากำหนดเงื่อนเวลาไว้แล้ว ก็ยังมิปรากฏว่า บริษัทวิทยุการบิน (บวท.) จะมีหนังสือตอบรับหรือปฏิเสธหรือแม้เพียงการติดต่อประสานงานเข้ามาตามหนังสือเชิญที่ระบุผู้ติดต่อไว้เป็นที่ชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งการแสดงออกในเรื่องที่สำคัญต่อการวินิจฉัยของศาลนี้ ทั้งที่ทราบดีว่าผู้ทดสอบเป็นคนกลางที่แท้จริงจากสถาบันการศึกษาที่เชื่อถือได้ในระดับปริญญาเอกอุตส่าห์เสียสละเวลาทำการทดสอบมาแล้วครั้งหนึ่งได้ผลการทดสอบตรงตามคำให้การของผู้ฟ้องคดีต่อศาลมาโดยตลอด ในขณะที่ บวท. ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญแห่งคดีเพื่อแสดงความเห็นต่อศาลโดยเฉพาะกลับมีความเห็นที่ขัดแย้งกันอย่างไม่เป็นการสมควรเนื่องจากเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ตรงไปตรงมามีทฤษฎีรองรับและสามารถทดสอบจริงได้ จึงไม่สมควรจะได้ผลที่ขัดแย้งกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหาก บวท. มีความบริสุทธิ์ใจจริงใจที่แท้จริง ย่อมต้องรีบประสานการติดต่อเข้ามาร่วมกันทดสอบในทันที ในที่นี้มิใช่เพราะเห็นแก่ผู้ฟ้องคดี หรือแม้ไม่เห็นแก่นักวิชาการระดับปริญญาเอกจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่เป็นคนกลางแท้ก็ควรจะเกรงใจบ้าง หรือยิ่งกว่านั้น บวท. ควรเห็นแก่การบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะในด้านศาสนาที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศว่ามีความสำคัญจำเป็นต่อทุกระบบของสังคม นำพาศีลธรรมอันดีและความสงบเรียบร้อยที่แท้จริงมาสู่บ้านเมือง ประการสำคัญที่สุด บวท. ควรเห็นแก่ความปลอดภัยสาธารณะของประเทศในทางการบินยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดและยิ่งกว่าองค์กรใดๆ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นพันธกิจและหน้าที่ทางกฎหมายโดยตรงที่ปวงมหาชนมอบให้จึงสมควรต้องเคารพและมีความบริสุทธิ์ใจในการให้ความเห็นต่อศาล รวมถึงบริสุทธิ์ใจจริงใจในการทดสอบด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาไม่มีบิดพริ้วซ่อนเร้นอำพรางอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ พฤติการณ์ที่นิ่งเฉยต่อคำเชิญของคณะทำการทดสอบเช่นนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญที่บ่งบอกว่า ทฤษฎีของ บวท.ที่กล่าวอ้างต่อศาลเป็นไปอย่างเลื่อนลอย หาที่มาที่ไปทางวิชาการที่เป็นสากลมาอ้างอิงมิได้ และแม้เมื่อมีการทดสอบจริงก็หาได้องอาจสง่างามไม่ ด้วยเหตุนี้คำกล่าวอ้างต่อศาลที่ว่า สถานีวิทยุที่มีกำลังส่งสูงจะรบกวนวิทยุการบินนั้น นอกจากจะเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการตรวจสอบคลื่นรบกวนแล้ว ยังเป็นทฤษฎีที่ไม่เป็นจริง และยังมิกล้าแม้แต่จะทำการพิสูจน์ทดสอบทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ ทั้งสิ้นอีกด้วย

อนึ่ง บวท.แม้จะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในระดับชาติ แต่มิได้หมายความว่า จะกล่าวแต่ถ้อยคำที่ปราศจาก “มุสาวาท” อย่างน้อยที่สุด ในการสัมมนาครั้งหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมมากถึง๑,๕๐๐ คนจากการคะเนของพระสงฆ์ครั้งนั้นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้ลุกขึ้นยืนกล่าวยืนยันต่อที่ประชุมสัมมนาที่วุฒิสภาได้จัดขึ้นแล้วว่า “บวท.ไม่จำเป็นต้องมีศีลห้า” ซึ่งสะท้อนถึงถ้อยคำที่กำลังทำความเห็นต่อศาลในขณะนี้ว่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการมุสาคำโตของผู้ไม่มีศีลห้าเท่านั้น นอกจากนี้บริษัทวิทยุการบินยังเคยทำเรดาร์นำร่องการบินดับติดต่อกันถึง ๒ ปีซ้อน ทั้ง ๆ ที่ประกาศรับรองต่อหน้าที่ประชุมเดียวกันนี้อันประกอบด้วยผู้แทนจากศาลปกครอง ตำรวจ สมาคมนักบิน วุฒิสภา แต่อีกไม่นานในเวลาไม่ถึงเดือน เรดาร์นำร่องการบินซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของบริษัทวิทยุการบินก็ต้องล้มเหลว ดับลง โดยหาได้มีคำอธิบายใด ๆ แม้แต่น้อยไม่ซึ่งแตกต่างจากเหตุการณ์เรดาร์ดับครั้งแรกที่ บวท.อ้างว่า อุปกรณ์เสื่อมสภาพจึงจำเป็นต้องของบประมาณเพื่อจัดซื้อใหม่ แต่ความผิดพลาดที่ร้ายแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีอุปกรณ์ใหม่แล้ว แต่ยังเกิดเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้โดยสารทางอากาศอย่างร้ายแรงซ้ำซาก บวท.กลับไม่มีคำอธิบาย ปรากฏแต่เพียงการแจ้งภายหลังเกิดเหตุการณ์เรดาร์ดับ ๓๐ นาทีว่า ขณะนี้ใช้ได้ปกติแล้ว ซึ่งการกระทำเช่นว่านี้ไม่เพียงพอต่อความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยสาธารณะของปวงชน ไม่เพียงพอต่อความน่าเชื่อถือในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญต่อศาล ที่สำคัญที่สุด ไม่เพียงพอต่อความน่าเชื่อถือในฐานะเป็นพลเมืองดีมีศีลธรรมว่าจะให้การอันเป็นเท็จหรือไม่เพียงใด

ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้ฟ้องคดีได้กราบเรียนและนำส่งต่อศาลไปแล้ว จึงขอสรุปว่า แม้บริษัทวิทยุการบิน (บวท.) จะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ในระดับชาติ แต่การให้ความเห็นต่อกรณีที่เกี่ยวกับประกาศพิพาทนั้น เป็นความเห็นที่เต็มไปด้วยอคติ ขาดหลักฐานรับรองทางวิชาการ ไม่สามารถรับการพิสูจน์ได้ในทางปฏิบัติด้วยการทดสอบที่เป็นจริง ความเห็นของ บวท.จึงมิสามารถนำมาใช้ต่อการพิจารณาคดีนี้ได้ ผู้ฟ้องคดีจึงขอความเมตตาต่อศาล ได้โปรดพิจารณางดการใช้ความเห็นของบริษัทวิทยุการบินประกอบการพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้ และโปรดพิจารณาวิเคราะห์เลือกใช้ความเห็นของพยานท่านอื่นตามข้อเท็จจริงที่ผู้ฟ้องคดีได้กราบเรียนต่อศาลไปแล้ว

ด้วยเหตุผลทางวิชาการและข้อกฎหมาย  ดังที่ได้ประทานกราบเรียนมาแล้วในคำฟ้อง คำชี้แจง คำคัดค้านคำให้การทั้งหมดจึงขอศาลปกครองได้โปรดพิจารณาและพิพากษาบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ทำหน้าที่ให้สอดคล้องต่อหลักกฎหมาย และทำหน้าที่เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อจะได้ใช้สื่อวิทยุกระจายเสียงเพื่อยังความมั่นคงสถาพรในสถาบันหลักของชาติสืบไปดังนี้

ข้อ ๑.  ขอศาลได้โปรดพิจารณาให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวแก่ผู้ฟ้องคดีไว้ในระหว่างพิจารณาคดี โดยขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีหยุดการกระทำใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ฟ้องคดีไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้น การปิดสถานีของผู้ฟ้องคดี โดยขอให้ผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการประกอบกิจการกระจายเสียง เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามหลักพระพุทธศาสนา ตามวัตถุประสงค์ของผู้ฟ้องคดีตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญให้สิทธิไว้ หากศาลไม่มีมาตรการใด ๆ หรือไม่มีวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ก่อนที่ศาลจะพิจารณามีคำสั่งหรือคำพิพากษา จะทำให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขกับผู้ฟ้องคดี กล่าวคือผู้ฟ้องคดีมีสถานีวิทยุที่มีเสาอากาศสูง ๑๐๐ เมตร จึงเป็นการยากและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีจะปฏิบัติตามประกาศฯ ของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ ทั้งนี้เพราะการลดความสูงของเสาอากาศหรือลดแผงสายอากาศให้ลงมาเท่ากับที่กำหนดไว้ในประกาศฯ คือ ๖๐ เมตร หรือการปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศฯ จะทำให้ผู้ฟ้องคดีจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อการปรับเปลี่ยนแก้ไขระบบสายอากาศทั้งระบบ ประการสำคัญที่สุด เป็นการเสียหายทางประโยชน์สาธารณะที่เคยได้รับที่ต้องสูญสิ้นไปผู้ฟ้องคดีจึงขอศาลได้โปรดพิจารณาให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวแก่ผู้ฟ้องคดีไว้ในระหว่างพิจารณาคดี

ข้อ ๒.  ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้จัดสรรคลื่นความถี่ และให้ใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงแก่ผู้ฟ้องคดี ที่มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการรายเดิม

ข้อ ๓.  ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้งดการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. ๒๕๕๕ ไว้ชั่วคราวก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ข้อ ๔.  ขอศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. ๒๕๕๕

ข้อ ๕.  ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองพิจารณาออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงประเภทบริการชุมชนที่ครอบคลุมกลุ่มประชาชนที่มีความสนใจ (Community Radio of Interest) ที่มีสิทธิการประกอบกิจการ และมาตรฐานทางเทคนิค และรัศมีการกระจายเสียงที่ทัดเทียมกับผู้ประกอบกิจการรายเดิม

ข้อ ๖. ขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิในการออกอากาศที่มีมาแต่เดิมก่อนการก่อตั้งองค์กรของผู้ถูกฟ้องคดี

                           ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

 

ลงชื่อผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด

                      (นางสาวจุฑารส พรประสิทธิ์)

 

คำฟ้องฉบับนี้ ข้าพเจ้า นางสาวจุฑารส พรประสิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดเป็นผู้เรียงและพิมพ์

 

 ลงชื่อผู้เรียงและพิมพ์

         (นางสาวจุฑารส พรประสิทธิ์)


<< BACK

หน้าแรก