ข้าศึกศัตรูต่อกรรมฐาน
วันที่ 14 มกราคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๕

ข้าศึกศัตรูต่อกรรมฐาน

เมื่อวานที่ไปวัดดอยบันไดสวรรค์ ไปเผาศพท่านอุ่น ได้ทองคำตั้ง ๒ กิโล ๕๔ สตางค์ เงินสดได้ ๖๘๖,๔๙๘ บาท ดอลลาร์ได้ ๕,๓๒๐ ดอลล์ รวมทองคำทั้งหมดเวลานี้ ๔,๗๒๑ กิโล ยังขาดอยู่ ๒๗๙ กิโลในจำนวนที่เตรียมพร้อมจะหลอมนะ คือหลอมคราวนี้ควรที่จะได้มอบในวันที่ ๑๒ เมษา นี้เราก็จะมอบ รู้สึกร้อน ๆ อยู่หน่อยหนึ่งกลัวจะไม่ทันวันที่ ๑๒ ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๔ ปีของโครงการช่วยชาติ

พูดแล้วพูดเล่าเรื่อง ๑๐ ตัน ๆ รู้สึกจะมาเป็นอารมณ์ในหัวใจหลวงตาแหละ ทองคำที่ช่วยชาติคราวนี้ไม่ควรจะให้ต่ำกว่า ๑๐ ตัน ไอ้ ๑๐ ตันนี้แทนที่จะไปอยู่คลังหลวงไม่ไปนะ มันเข้ามากวนอยู่ในหัวใจหลวงตานี่ หลวงตาก็หาทางออก วิ่งไปทางประชาชน ๖๒ ล้านคน เพื่อเป็นทางออกของหลวงตา ถ้า ๖๒ ล้านคนปิดตายแล้วหลวงตาก็ตายเลย เข้าใจไหม ไม่มีความหมายอะไรเลยช่วยชาติมาตั้ง ๔ ปี ๕ ปีนี้แล้ว ไม่มีความหมายอะไรหลวงตา สิ่งที่มีความหมายก็มีแต่เป็นเปรตเท่านั้น ไปหาตีแหลกหมดแหละ หลวงตาบัวเป็นเปรตไม่เหมือนใครเป็น เปรตทั้งหลายไม่ค่อยมีอะไร แต่เปรตหลวงตาบัวที่เป็นอารมณ์กับทองน้ำหนัก ๑๐ ตัน ไม่ได้ดังที่มุ่งหมายและดังที่ประกาศให้พี่น้องชาวไทยทราบตลอดมาแล้วหลวงตาบัวตายนี้ เปรตเป็นตัวยังไงก็มาดูตัวหลวงตาบัวทีเดียวเลย จะเป็นเปรตแหละ

ไปมุมไหน ๆ เดี๋ยวคนนั้นหามกันมา คนนี้ใส่รถกันมา คนนี้แบกกันมา คนนั้นอุ้มกันมา มาอะไรเรื่องราวอะไรนักหนา คนนี้ก็บอกว่าเปรตหลวงตาบัวตีขา คนนี้บอกว่าเปรตหลวงตาบัวตีแข้ง เปรตหลวงตาบัวตีมือ เปรตหลวงตาบัวตีกระเป๋า พวกที่หามกันเข้าโรงพยาบาลเลยหามไม่หวาดไม่ไหว ถามคนไหนมีแต่เปรตหลวงตาบัว ๆ พี่น้องทั้งหลายอยากฟังไหม เปรตหลวงตาบัวมันพิลึกพิลั่น ตีแข้งตีขาตีทุกแห่งทุกหน โรงพยาบาลเลยอัดแน่น ๆ มีแต่เปรตหลวงตาบัวตีเขา

นี่ละนักโทษของความบกพร่องแห่งชาติไทยของเรา มากระเทือนหลวงตาบัว หลวงตาบัวก็ย้อนไปหาพวกนี้ ตีพวกนี้ เลยกระเทือนทั่วประเทศไทย แทนที่จะได้ทองคำ ๑๐ ตันเลยได้แต่เปรตหลวงตาบัวตีคนแหลกเหลวเต็มบ้านเต็มเมือง โรงพยาบาลไหนก็อัดแน่น ๆ ตั้งแต่คนป่วยที่ได้รับความดัดสันดานจากหลวงตาบัว เพราะหลวงตาบัวถูกประชาชนดัดสันดาน เราต้องดัดสันดานตอบรับกันซิ สวนหมัดให้มันแข้งหักขาหัก ผลสุดท้ายหมูหมาเป็ดไก่เดินโขยกเขยกไปหมดเลย เห็นไหมล่ะ ระวังให้ดีนะ ทอง ๑๐ ตันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

คน ๖๒ ล้านคนทองน้ำหนัก ๑๐ ตันเพื่อจะให้เป็นประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติแก่ชาติไทยของเรา กลับให้หลวงตาบัวเป็นเปรตเป็นผีทำลายประชาชน เข้าโรงพยาบาลอัดแน่น โรงพยาบาลก็เลยพัง สุดท้ายเราช่วยโรงพยาบาลเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วกลายเป็นเปรตหลวงตาบัวไปทำลายคน เข้าไปรุกล้ำโรงพยาบาลแตกกระจัดกระจายไปหมดไม่มีชิ้นดีเลย ใช้ไม่ได้นะ เอาให้มันได้นะ ๑๐ ตันนี่ต้องให้ได้ทีเดียว เราไม่ได้กำหนดเวล่ำเวลา สำหรับที่กล่าวมาให้พี่น้องทั้งหลายทราบเวลานี้ เป็นความมุ่งมั่นต่อชาติไทยของเรา เรียกว่าเป็นความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่นทีเดียว ในหัวใจนี้ประหนึ่งว่าไม่ควรจะให้ขาดไปได้เลย จิตหลวงตานี้ปักอยู่จุดนั้นเวลานี้ เพราะฉะนั้นเวลาตายแล้วจึงไม่ไปไหนล่ะซี สวรรค์นิพพานท่านก็สร้างเอาไว้สำหรับคนดี เราเลยกลายเป็นเปรตไปเสียไม่ยอมไปสวรรค์นิพพาน บทเวลาจะไปก็เที่ยวหาตีแข้งตีขาผู้คนทั่วประเทศไทย ไปเสียอย่างนั้นละซี

เมื่อวานคนมาก เต็มหมดเลยในดงนั้น เราก็ไม่เคยคิดว่าคนจะมาก พระจะมากนะ พระก็ ๓๐๐ กว่า เต็มดง เขาทำที่รับแขกรับคนแน่นหมด ฝ่ายพระก็แน่น ฝ่ายฆราวาสก็แน่น ๕ โมงเย็นเริ่มวางไฟจริง เราเป็นคนจุดไฟจริง ๕ โมง จากนั้นเราก็มาเลย ส่วนพระผู้ใหญ่อย่างท่านเจ้าคุณธรรมบัณฑิต และพระทุพพลภาพ พระผู้ใหญ่หรืออายุพรรษาแก่เป็นเถระเถโรแล้วท่านทุพพลภาพ ได้แบกได้หามกันมาก็มี ท่านมาวางดอกไม้แล้วท่านก็กลับ ๆ เหลือแต่เราองค์เดียวจุดไฟจริง พอจุดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาเลย ๕ โมงกว่าออกจากนู้น มานี้ดูยังไม่ถึง ๖ โมงมั้ง เข้ามาในหมู่บ้านมองดูตะวันยังไม่ตก กำลังลับชายไม้แล้ว

ท่านอุ่นนี้เคยอยู่ด้วยกันพรรษาหนึ่งที่หนองผือ ท่านคำพองนี่ก็เหมือนกัน อยู่ปีเดียวกันด้วย ท่านคำพอง อายุไล่เลี่ยกัน ท่านคำพอง ท่านอุ่น ท่านเพ็ง ไม่ใช่เพ็งนี้นะ ท่านหายไปไหนไม่ทราบข่าว หรือสึกไปแล้วก็ไม่ทราบ ที่จำพรรษาด้วยกัน ๓ องค์นี้ดูจะอายุพรรษาพอ ๆ กันอยู่ที่หนองผือ จากนั้นมาแล้วก็ไม่ค่อยได้พบกัน จนกระทั่งนานถึงได้มาโผล่ถึงรู้ว่า ท่านอุ่นอยู่ที่นั่น ท่านคำพองมาอยู่ที่นี่ ต่างคนต่างเสาะแสวงหาอรรถหาธรรม หลังจากพ่อแม่ครูจารย์มั่นมรณภาพแล้ว พรรษานั้นที่จำกันได้ถนัด ท่านเพ็งองค์หนึ่ง ท่านคำพอง ท่านอุ่น รูปร่างลักษณะพอ ๆ กันหมด น่าจะเกิดปีเดียวกันด้วย ท่านเพ็งเห็นเงียบไม่ได้ข่าวทางไหนเลย อาจจะสิกขาลาเพศหรือตายไปหรือยังไงก็ไม่รู้

(มรณภาพแล้วค่ะ ท่านขึ้นไปอยู่ภูลังกาก่อนที่ท่านอาจารย์บุญมีจะไปค่ะ) เพ็งที่เคยไปอยู่หนองผือหรือ (เจ้าค่ะ) ท่านตายแล้วเหรอ (เจ้าค่ะ ท่านฉันแกงใส่ยาพิษที่เขานำมาถวาย ท่านห้ามพระเณรฉัน ท่านฉันองค์เดียว แล้วก็มรณภาพไป) ท่านก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ (ค่ะ) แต่ท่านฉัน พระเณรห้ามไม่ให้ฉัน แล้วผู้ที่มาเบื่อท่าน ท่านรู้ไหมล่ะ ก็คงจะรู้นะ รู้ถึงขนาดว่าเป็นยาพิษ ห้ามไม่ให้พระเณรฉัน (เสร็จแล้วไม่มีพระ พวกญาติโยมเขาถึงมานิมนต์ท่านอาจารย์บุญมีกับพ่อแม่ครูจารย์ค่ะ) องค์นี้เหรอ เราลืมสนิทเลยนะ มีแต่เงียบไปเลย ข่าวคราวนี้แต่ก่อนอาจจะได้ยินบ้าง แต่ก็ลืมไปสนิทเหมือนกัน อ๋อ ท่านเสียไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นนาน

ท่านบุญมีเขามาขอเราก็ให้ไปอยู่ เราสร้างศาลาหลังหนึ่งให้พอดี เรากะให้เลย ถ้าเรากะให้ไม่ใหญ่โตแหละ พอดีกรรมฐาน เรากะเราจะต้องเอาธรรมเป็นหลักเกณฑ์เลย ตั้งแต่ท่านบุญมีลงจากนั้นแล้วเราก็ไม่ขึ้นไปอีกเลย แต่ก่อนเราไปมาเรื่อย ๆ ทีแรกท่านบุญมีก็อยู่ที่นี่ตั้ง ๒๘ หรือ ๓๐ ปีก็ไม่รู้นะ เราไล่ออกเลย ไปอยู่ทางบ้านผือ เขาว่าถ้ำหีบดีนะ แต่เราไม่เคยไปเห็น ทางโน้นละแถวอำเภอบ้านผือ สถานที่นั่นดี มาอยู่นี้จะเป็นพ่อตาแม่ยายไปแล้ว ตั้งแต่อ้อนแต่ออกก็มาอยู่วัดนี้ตลอด เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านบุญมีนี่ ตั้งแต่พรรษา ๒ มั้ง ติดพันกันมาเรื่อย เผาศพหลวงปู่มั่นแล้วก็ติดพันกันมาเรื่อย เรามาอยู่ที่นี่ก็เลยมาด้วย จนกระทั่งเราได้ไล่หนีไป

ไม่ได้ไล่ด้วยแบบผิดธรรมวินัยอะไรแหละ ไล่เพราะอยู่นาน สงสารอยากให้ไปภาวนา เพราะท่านอยู่ที่นี่ท่านปฏิบัติตัวเป็นเหมือนพระหนุ่มพระน้อยตลอดเวลา ความขยันหมั่นเพียรทุกด้านทุกทางไม่มีที่ต้องติ แล้วท่านก็เป็นภาระอยู่ตลอด เราก็เคยรับภาระมาแล้วก็ถึงกันล่ะซี ภาระก็เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ครูจารย์มั่น ก็เลยไล่ ไปนี่มันจะเป็นพ่อตาแม่ยายแล้วมาเป็นเขยใหม่อยู่ยังไง ไปหาภาวนา ท่านก็เลยไปที่นั่น พอดีทางบ้านแพงเขามานิมนต์ไป เราก็ไปดูถ้ำหีบนี่ สถานที่อยู่เหมาะ แต่ออกมานี้มันเป็นโรงเรียน โอ๊ย ไม่เหมาะแล้ว เป็นทำเลของนักเรียนเขา ไม่ดี เราก็ว่าเท่านั้นแหละ ไม่ได้บอกว่าให้ไปอยู่ที่ไหนหาที่ไหน ไม่นานทางบ้านแพงดูว่าเขานิมนต์ไป ดูว่างั้นนะเราก็ลืม ๆ

ไปอยู่ที่นั่นเราก็ติดตามไปดู เห็นว่าเหมาะ เออ ที่นี่เหมาะ เลยทำศาลาให้หลังหนึ่ง ขนาดกุฏิวัดภูวัวละมั้ง จะโตกว่านั้นก็เล็กน้อย จากนั้นมาอยู่ไม่สะดวก เราไปฟังเสียงดูมันสกปรก เลยไปบอกท่านเลย คราวนี้เราไล่เลย ไปหนี มาอยู่หาประโยชน์อะไร ที่ไหนมีไป ท่านจะไปกี่องค์แล้วแต่ พอท่านไปหมู่เพื่อนแตกฮือไปด้วยหมดเลย ไปอยู่บ้านนาคูณจนกระทั่งทุกวันนี้ ท่านขยันหมั่นเพียร ทางภายนอกนี้เก่งมากจนเราสงสาร ให้ท่านไปหาที่ภาวนา เราไล่ออกไปให้ท่านภาวนาสะดวกสบาย มายุ่งเหยิงวุ่นวายกับหมู่กับเพื่อนตลอดเวลาไม่เหมาะ เราว่างี้ ท่านจึงไปอยู่นั้นเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ อยู่วัดเรานี้ไม่ ๒๘ ปีก็ต้อง ๓๐ ปีฟังซิ นานขนาดนั้น เราสงสารถึงให้ออกไป

องค์ไหนที่อยู่นาน ๆ พอที่จะได้บำเพ็ญเพียรบ้างในโอกาสที่เหมาะสม เราก็ให้ออกไป เราไม่ได้แน่นอนนะ เอาธรรมเป็นเกณฑ์ ผู้ที่อยู่นาน ๆ ก็ท่านบุญมี ท่านสิงห์ทอง ท่านเพียร เหล่านี้มีแต่อยู่กับเรานาน ๆ ทั้งนั้น อุปคุตที่วัดบ้านต้าย ก็นาน ธรรมลีนี่ตัวสำคัญนะเกาะติดเลย พึ่งไปตั้งวัด เข้า ๆ ออก ๆ กับวัดนี้เรื่อย บวชวันถวายเพลิงหลวงปู่มั่น ถวายเพลิงวันนั้นอุปัชฌาย์ของเราท่านก็บวชให้ที่วัดสุทธาวาสเลย ได้ ๕๒-๕๓ พรรษาแล้วมั้งตั้งแต่นั้นมา แล้วก็ติดสอยห้อยตามเราเรื่อย ไปอยู่ในป่าในเขาตามถึงทีเดียวธรรมลีนี่ ตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ไปอยู่ห้วยทรายก็ไปด้วย ไปอยู่ไหนไปด้วยทั้งนั้น

ท่านหล้า ภูจ้อก้อ ก็อยู่หนองผือด้วยกัน นี่เราเป็นคนแนะนำ เพราะท่านชอบข้อวัตรปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์ เราก็แนะนำให้รู้จักวิธีปฏิบัติท่านด้วยวิธีการใดอะไร เราเป็นคนแนะนำให้ทั้งนั้น พอหลวงปู่มั่นมรณภาพแล้วท่านก็เลยไปอยู่ด้วยที่ห้วยทราย ทีนี้พอเราเอาโยมแม่มาบวช ท่านก็เลยอยู่ที่นู่น ออกจากนี้เราก็ไป ท่านเลยอยู่ที่นั่นแล้วเสียที่นั่น เหล่านี้มีแต่อยู่ด้วยกันนาน ๆ ทั้งนั้น ที่นานมากก็ท่านบุญมี อันดับต่อมาก็ ธรรมลี ท่านเพียร ท่านสิงห์ทอง พวกนี้เป็นเนื้อหนังของวัดป่าบ้านตาดทั้งนั้น มาอยู่นี้นาน

ท่านวันชัยก็มาอยู่นี้นานเหมือนกัน จากนี้ก็ออกไปเที่ยว กลับไปกลับมาแล้วก็มาอยู่ที่นี่ พอเห็นสถานที่นั่นดีเราก็เลยให้อยู่ที่นั่นเสียที่ภูสังโฆ ท่านก็เลยอยู่ที่นั่นเรื่อยมา ทางป่าไม้เขายินดีถวายที่ให้เป็นที่พักบำเพ็ญเพื่อเป็นการรักษาป่าไม้ด้วย ท่านก็เลยอยู่ที่นั่น แล้วป่าไม้เวลานี้เป็นดงหนาแน่นไปหมดนะ เห็นไหมพระรักษาป่า ให้ป่าไม้รักษาป่า พวกนี้เป็นเปรตเป็นผี แต่เราไม่ได้ตำหนิทุกจุดไปนะ ส่วนมากมีแต่พวกป่าไม้กินไม้ กินไม้ด้วย เป็นข้าศึกต่อพระกรรมฐานด้วย พูดตรง ๆ เราได้จับมายังไงแน่นอนแล้วไม่ผิดว่างั้นเลย

มีเยอะ ทางเชียงใหม่ก็มีทางไหนก็มีไอ้พวกเปรตพวกผีเห็นแก่พุงตัวเอง แล้วไปตั้งอำนาจป่าเถื่อนไว้นั้น พระขึ้นไปนี่ไล่พระลงว่าไปทำลายป่า พระที่ไหนไปทำลายป่า ตัวหัวมันเองนั่นแหละ โหย เราไปเห็นด้วยตาของเราเราลืมเมื่อไร สนามไม้นี่ โถ พวกญาติโยมกับป่าไม้จะฆ่ากันนู่นน่ะของเล่นเมื่อไร ถึงขนาดเขาเจ็บใจ ไล่พระเขาหนีล่ะซี พระท่านไม่ได้ทำลายอะไร พวกนี้เป็นผู้ทำลาย กลางคืนขนไม้ทั้งคืน ๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจผสมอยู่ด้วย ใครจะไปแตะเขาล่ะ ก็พวกเจ้าอำนาจป่าเถื่อนทั้งนั้น กลางวันนี้เงียบ ทีนี้พระลงมาบิณฑบาต เขากลัวเห็นความสกปรกโสมมเขาก็ไล่พระหนี เราเห็น เขามาหาเราเลยที่มันชัดเจน เราไปดูเอง ก็เป็นอย่างนั้นจะว่าไง นี่พวกเปรต พวกกินป่าไม้

ที่ภูทอกก็เหมือนกัน ออกหนังสือพิมพ์หาว่าพระทำลายป่า พวกเปรตเหล่านี้ทำลายป่า เขาไล่พระหนีฟังซิน่ะ ถึงขนาดนั้น มันปลิ้นปล้อนเก่งนะพวกนี้ มันไม่ไปไหนละกรรมจะอยู่ในหัวมันนั่นละ จะไปอยู่กับหัวพระยังไงพระท่านไม่ได้ทำผิด นี่เราพูดถึงพวกไม่ดี พวกดีเราไม่ว่า พวกไม่ดีมีอยู่เยอะ ทำลายป่า ทำลายสัตว์ ป่าก็ไม่เหลือ สัตว์ก็ไม่เหลือ พวกนี้แหละกินสัตว์กินป่า กินไม้กินเงิน ทุกอย่างกินไปหมดนั่นแหละ ลูกศิษย์เรามีอยู่ทุกแห่งทุกหน องค์ไหนมาพูด-พูดหลอกลวงได้เหรอ เอาความจริงมาพูด ท่านเห็นด้วยตาของท่านท่านมาพูด จะเอาอะไรมาคัดค้านท่านได้ล่ะ

นี่เราก็นำความจริงท่านมาพูด เราเห็นเองเราก็บอกเราเห็นเองจนสลดสังเวช โห เป็นอย่างนี้เทียวนา ว่าพระไปทำลายป่า เราไปดูในป่าที่พระทำลาย ไปหาตรงไหนไม่มีเลย ฟังซิว่าไม่มีเลย ท่านจะไปทำลายอะไร ที่มันมีก็คือสนามไม้เต็มอยู่ข้างบนนั่น ขนไม้จนกระทั่งไม้หมด เดี๋ยวนี้พระก็เลยอยู่นั้น พระองค์นั้นแหละองค์ที่ถูกเขาไล่ เป็นพระวัดป่าบ้านตาด ไปอยู่ที่นั่น ไล่มาหาเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาคนี่ ทางโน้นก็ไล่มาหาเรา พูดกันเรียบร้อยแล้วเราก็บอกว่าจะไปดู ก็ชี้แจงแสดงเหตุผลทุกอย่างเรื่องศาสนากับประชาชนชาวพุทธเราไม่น่าจะเป็นข้าศึกกัน ควรที่จะเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ที่สนิทสนมต่อกัน ไม่ใช่ขับไล่แต่พระ โจรมารมีเต็มป่าเต็มดงทำไมไม่ขับไล่ พระท่านทำอะไรถึงขับไล่ มันขัดกับความจริงมากนะสำหรับเราเป็นลูกชาวพุทธ เราว่าอย่างนี้ เอา ยังไงหลวงตาจะไปดูเราก็ว่างั้น

เราก็ชี้แจงเหตุผลต้นปลายให้ฟัง รู้สึกว่าพวกที่มาไล่เป็นพวกนายพันทหาร ๓ คนมานี่เราไม่ลืม มาก็ชี้แจงเหตุผลให้เขาทราบ รู้ทันทีเลยว่าเป็นที่ลงใจ พอเขาไปแล้วเราก็บอกว่าเราจะไปดู เราไปจริง ๆ นะ พอเขาไปแล้วเราบอกว่า ทีนี้จ้างให้ไปไล่ก็ไม่ไล่แหละ เราดูก็รู้แล้ว ชี้แจงเหตุผลต้นปลายทุกอย่างให้ทราบแล้ว ก็ไม่ไล่จนกระทั่งทุกวันนี้ นี่พวกป่าไม้นะ มันหยาบขนาดนั้น พวกหยาบ-หยาบจริง ๆ นู่นทางเขาเขียวพระมาเล่าให้ฟังก็แบบเดียวกันนี้ เดี๋ยวนี้ค่อยจางไปแล้วละ ไม่มีใครเห็นด้วยซิ โลกเขาเห็นขี้เท่อมันจะว่าไง ไปอยู่ที่ไหนเป็นข้าศึกศัตรู พระกรรมฐานอยู่ที่ไหนหาเรื่องใส่พระกรรมฐาน พวกนี้จะจมลงนรกกันหมดไม่ต้องสงสัย

อย่าอวดดีกว่าพระพุทธเจ้านะ พระองค์ทรงแสดงด้วยความถูกต้องแม่นยำทุกอย่าง อันนี้กิเลสพาแสดง ผิดกันขนาดไหนเป็นข้าศึกกับธรรม เมื่อเป็นข้าศึกกับธรรมก็เป็นข้าศึกกับตัวเองโดยตรง นี่เราพูดถึงเรื่องป่าไม้ เรื่องพระที่ไปอยู่ในป่าถูกพวกนี้ไล่ ๆ ครั้นไปดูความจริงแล้วมันไม่มี ตามที่เขาไล่ไม่มี นั่นซีจึงว่าหาเรื่องใส่พระเสียจริง ๆ เพราะเห็นแก่ปากแก่ท้อง เห็นแก่ร่ำแก่รวย นั่นละมันจะเอาเจ้าของให้จม เดี๋ยวนี้ยมบาลจดบัญชีแล้วยังมันรู้ตัวเมื่อไร ใครจะไปหูดีแหลมคมตาทิพย์หูทิพย์ยิ่งกว่ายมบาล ซึ่งเป็นตัวกรรมของมันเอง

อันนี้ผู้ใหญ่ทางป่าไม้ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อย ๆ ควรจะได้พิจารณาละนะ เรื่องป่าไม้กับพระกรรมฐาน ควรที่จะเข้าไปดูความแยบคาย ความสัตย์ความจริงจากพระจากป่าไม้ แล้วสืบถามให้รู้รอบไปหมด ทางฝ่ายป่าไม้ปฏิบัติตัวยังไง ๆ ทางฝ่ายพระท่านปฏิบัติตัวยังไง ควรจะไปทดสอบให้เรียบร้อยทั้งสองฝ่าย นี้เป็นความเหมาะสมกับผู้ใหญ่ที่ทำการปกครองบ้านเมือง เฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับกรมป่าไม้ ควรที่จะได้ไปดูให้ละเอียดลออ อย่าเชื่อตั้งแต่ผู้น้อยไปฟ้องร้อง มันฟ้องร้องได้หมดมันปั้นเรื่องเอาจะว่าไง ปั้นขึ้นมาได้พวกนี้ ปั้นสด ๆ ร้อน ๆ ได้นะ ผู้ใหญ่ต้องไปดูให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน สมความเป็นผู้ใหญ่ปกครองบ้านเมืองให้สงบร่มเย็นทั่วหน้ากัน ต้องปฏิบัติอย่างนั้น จะเชื่อแต่ผู้น้อย ๆ อย่างเดียวผู้ใหญ่ไม่ไปดู ผู้น้อยเป็นมหาโจรทำลายได้นะ ทำลายส่วนรวมใหญ่ได้ไม่สงสัย เราเห็นผ่านมาแล้ว

ทางวงราชการก็มีป่าไม้นี่แหละ ที่เป็นข้าศึกศัตรูต่อกรรมฐานมากทีเดียว ซึ่งกรรมฐานนั้นเป็นจุดสำคัญแห่งศาสนาเสียด้วย แล้วก็ไปถูกทำลายจากป่าไม้นี้ด้วย มันฟังไม่ได้นะ พิจารณาซิพี่น้องทั้งหลาย นี่เรามาพูดเราไม่ได้หาเรื่องมาพูดนะ เราฟังมาทุกปากทุกคำล้วนแล้วแต่ผู้ที่เชื่อถือได้ บรรดาพระเณรที่ออกไปจากเราไปอยู่ที่ไหน ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างไรบ้างรู้หมด ท่านเหล่านี้มาเล่าจะผิดไปไหน เราเองไปดูก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถูกเขาไล่เสียแหลกเลย จนกระทั่งได้แนะนำสั่งสอนอบรมกัน ระหว่างประชาชนกับพระ เฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้กับพระไม่ควรจะเป็นข้าศึกต่อกันอย่างนี้ เพราะเราเป็นลูกชาวพุทธด้วยกัน เราก็ชี้แจงแสดงให้ฟัง

ชาวพุทธของเรานี้อยู่กับพุทธนะ อยู่กับธรรม สถานที่ใดไปปลูกบ้านปลูกเรือนไม่มีวัดมีวา มันเหี่ยวแห้งยุบยอบไปหมดนะ สถานที่ใดมีพระเจ้าพระสงฆ์เป็นขวัญตาขวัญใจเป็นความอบอุ่นทำบุญให้ทาน จิตใจร่มเย็น แต่กลับมาเป็นข้าศึกต่อกันอย่างนี้ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลยนอกจากความเสียหาย ไล่ไปหาถึงว่าเขาทำลาย เขาเอามาทำลายอะไรไม้นั้น ว่าพระท่านทำลายป่า ไม้นั้นท่านเอาไปทำอะไร เขาบอกว่าเอาไปสร้างวัดสร้างวา เอ้า.วัดวาก็เป็นหัวใจของชาติบ้านเมืองอยู่แล้วซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็ไม่เห็นมีอะไรขัดข้องกัน ถ้าเอาไปหาอยู่หากินตามพุงตามปากของเจ้าของที่โลภมากนั้น ใคร ๆ ก็ผิดด้วยกันนั่นแหละ แต่นี้ท่านไม่ทำอย่างนั้น

ครั้นไปดูที่ว่าเลื่อยไม้แล้วเอาไปทำวัด ก็ไม่เห็นไม้ที่ว่า มันไม่มี พระท่านก็ไม่ได้ทำลาย มันหาเรื่องตรง ๆ อย่างนี้ซิพวกเปรตพวกผี อาศัยอำนาจบาตรหลวงในวงราชการแล้วก็เป็นเปรตเป็นผีทำลายประชาชน อย่างนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งกับวงราชการที่พี่น้องชาวไทยเราเลี้ยงดูมาตั้งแต่เริ่มรับราชการมา ใครเลี้ยงดูราชการทั้งหลาย มีแต่ประชาชนเลี้ยงดู ควรจะมองหน้ามองหลังให้สมเกียรติเจ้าของที่ว่าเขายกยอให้เป็นวงราชการบ้าง เพื่อปกครองบ้านเมือง ไม่ควรจะเป็นเปรตเป็นผีต่อหน้าต่อตาให้เขาเห็นอย่างอุจาดบาดตา อย่างที่เป็นมานี้ไม่น่าดูเลย

สำหรับเราก็ไม่เคย เราไม่เคยถูกไล่เราก็บอกไม่เคย ป่าไม้ก็ไม่เคย ไม่เคยถูกไล่ พวกเดียวกันหัวโล้น ๆ มีบ้างสำหรับเรา มีก็บอกว่ามี แต่เรามีน้อยกว่าเพื่อนมาก แต่ก็โดนจนได้ โดนก็โดนเถอะ อย่างหลวงตาบัวถ้าลงได้โดนแล้วตั้งค่ายขึ้นที่นั่นเลยเทียว เอาจริง ๆ นะเราไม่เล่นกับใคร สถานที่นี่.ขึ้นเลยนะ ถ้าเราอยู่ไม่ได้จะไม่มีองค์ใดมาอยู่ได้ เราจะอยู่ที่นี่ไปจนกระทั่งที่นี่สงบหรือเราตายไป นู่นฟังซิ ปักหลักกึ๊กเลย เอ้ามา ผิดถูกอะไรคัมภีร์-วินัยอันเดียวกัน นั่นเห็นไหมบทเวลาจะเอา เอาออกมาจากเมฆไหน คัมภีร์ใด อย่างนั้นนะ พอมาโดนเข้าแล้วก็ตั้งกึ๊กลงไป เอ้า.เข้ามา โอ๋ย.ไม่กล้า.หลวงตาบัวเป็นแล้ว ก็ดีอยู่ถ้าเป็นอย่างพระองค์นี้นะ เข้าใจไหม พระองค์อื่นถูกเขาไล่หนีจนกระทั่งอยู่แถวนั้นไม่ได้ ถ้าจะโง่ให้โง่ที่สุดอยู่กับเขาได้ ถ้าฉลาดก็ฉลาดที่สุดเสียก็อาจอยู่กับเขาได้ เป็นอย่างนั้นนะ ถ้าธรรมดานี้ไม่ได้ ถูกขับถูกไล่หาเรื่องหาราว ตั้งกฎระเบียบโกโรโกโส ที่ตั้งขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้แหละ ไม่ใช่หลักธรรมหลักวินัย พอพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงไล่พระได้ด้วยอำนาจป่าเถื่อน ก็ไล่ไปแบบนั้น

แต่กับเราจะเอาอำนาจป่าเถื่อนมาไล่ไม่ได้ซิ ถ้าพูดถึงเรื่องกฎกติกา ลักษณะปกครองสงฆ์ข้อไหน เราไปเห็นหมดแล้ว ออกมาช่องไหนมันก็รับกันปึ๋ง ๆ นั่นซิ ที่มันไม่กล้า ใส่เปรี้ยงเท่านั้นสวนหมัด ๆ เลย ก็เรียนมาด้วยกัน นี่เราเคยโดนเราก็บอก เคยโดนก็เคยโดน แต่ไม่หนี เอาจนสงบเรียบเลย จนกระทั่งทุกวันนี้ไม่มี เราอยู่ที่นั่นจนกระทั่งสงบหมดไม่มีอะไรแล้วเราถึงไป ไปอย่างหายห่วงไม่มีเรื่องราวที่จะแพ้ชนะกันแบบโลก ๆ นั้นแฝงอยู่เลย สำหรับเราก็มี แต่มีน้อยมาก ไปที่ไหนส่วนมากพระกรรมฐานเรามักจะถูกไล่จากพวกป่า ๆ เถื่อน ๆ อำนาจดินเหนียวติดหัวแล้วว่าตัวมีหงอนนี้มากนะ กับเราว่าไม่มีมันก็มี หากมีน้อยที่สุด มีก็มีอย่างนั้นละ มีก็ใส่กันตูมเลย ไม่มีถอย ถ้าลงได้ขึ้นเวทีแล้วใครก็มา ให้ถอยไปง่าย ๆ ไม่ถอย ถ้าไม่ขึ้น ๆ ถ้าลงขึ้นแล้วโบกมือพร้อมเลย.มา.หลักเกณฑ์มีอยู่นี่ จะมาทำกันป่า ๆ เถื่อน ๆ ได้เหรอ

เวลานี้มันเลอะเทอะเข้ามากนะ ศาสนากับชาวบ้าน กับชาวเมืองชาวพุทธเรา จะเลอะเถอะไปหมด ให้พากันตั้งหน้าตั้งปฏิบัติตัวให้มีขอบเขตเหตุผล หลักศาสนาเข้าเกี่ยวข้องบ้างจะน่าดูนะ ประชาชนก็น่าดูไปตามแบบประชาชน พระก็น่าดูไปตามแบบของพระ ถ้านอกเหนือจากหลักธรรมหลักวินัยหลักศาสนาของชาวพุทธเราแล้ว เอาแต่กิเลสตัณหามาออกหน้าออกตาแล้วแหลกได้ ไม่มีใครดีละ ใครอย่าอวดว่าดี อวดแต่ลมปาก

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก