นาข้าวนาเกลือ
วันที่ 8 สิงหาคม 2537
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

นาข้าวนาเกลือ

ที่ของเราต่อไปคงจะมีป่าขึ้นละ เวลานี้กำลังปลูกเรื่อย ๆ อีกสัก ๔-๕ ปีก็ขึ้นสูงละ ไม้มีหลายชนิดเอามาปลูกตามแต่พื้นที่ พื้นที่เหมาะสมกับไม้ชนิดใดก็เอาไม้ชนิดนั้นมาปลูก ๆ ถ้าเป็นดงก็พวกไม้ตะเคียน ไม้สักดี ไม้สักนี่ชอบดงนะ ในวัดเรานี่หมดที่ปลูกแล้ว ไม่มีที่ปลูก ไม่ว่างเลย ทางด้านโน้นไม้สักประมาณสองพันกว่าตัน ด้านนี้มานี้เป็นพวกไม้ตะเคียนทอง สับกันไปในป่านี่ ไม้ตะเคียนทองต้นใหญ่แล้วนะเกือบเท่าต้นเสานี้แล้ว ปลูกไม่กี่ปี ขึ้นเร็ว

ต่อไปอยากดูป่าก็ต้องไปเที่ยวดูตามวัด ตามบ้านไม่มีเหลือ เขียนไว้โก้ ๆ อย่างงั้นว่า อนุรักษ์ ๆ เขียนไว้แบบเขียนโก้ ๆ ถูกทำลายหมดไม่มีเหลือเลยนะ สุดท้ายก็ไปรวมอยู่ที่วัด วัดรักษาป่า ของเรานี้ก็จะรักษา อย่างน้อยเวลานี้มันก็ร่วม ๗,๐๐๐ ไร่แล้วที่น้ำหนาวนี่ นี่เราก็รักษาป่า ทางนี้ไม่มากดูเหมือน ๓๐๐ กว่าไร่ แต่ดินดี เป็นป่าทึบดง นี่เรายังจะซื้ออีกเรื่อย ๆ นะ ไม่ใช่จะหยุดเพียงเท่านั้น ซื้อเรื่อย ๆ เงินนี่แยกไปหลายด้าน ถ้าหากว่าเราจะทุ่มใส่ทางเดียวมันก็ได้เร็ว แต่นี้ช่วยทุกด้านทางไหนก็ช่วย ทางไหนก็วิ่งมา ๆ ก็แบ่งให้ทางนั้นทางนี้ เวลานี้โรงพยาบาลก็ตั้ง ๔ - ๕ โรงแล้วทั้ง ๆ ที่เราพักนะ พักยังไม่ได้ให้เวลานี้ หมุนเงินไปทางน้ำหนาว

ทางโรงพยาบาลมาขอเราก็เห็นใจ ให้ไป ๔ - ๕ โรงแล้วเวลานี้ทั้ง ๆ ที่พักอยู่นะ ๔ - ๕ โรงปาเข้าไปสัก ๗-๘ ล้านแล้วใช่เล่นเมื่อไร มีแต่ราคาแพง ๆ พวกรถ พวกเอกซเรย์ อัลตราซาวด์ นอกจากนั้นยังได้ช่วยที่แคบก็ซื้อให้ ขยายออกไป เช่นอย่างเขาค้อนี้ได้ทำถนนให้ จากทางใหญ่เข้ามาดูเหมือน ๒๐๐ เมตรไม่ได้ยาวอะไร ๒๐๐ ของบประมาณจากรัฐบาลขอลาดยางเขาให้หินลูกรังมา พอใส่เข้าไปเลยเลอะไปหมดเลย พอเห็นเราไปเขาก็มาขอเลย คงไม่ถึงล้าน ๒๐๐ เมตร อย่างมากก็จะอยู่ในล้านหนึ่ง อาจจะขยายให้กว้างอีกก็ได้ก็คงไม่ต่ำกว่าล้านแหละ

บ้านเจ้าหน้าที่ก็ไม่มี มี ๒-๓ หลังไม่พอ นี่เขาก็ขอเป็นตึกแถวเป็นห้อง ๆ เลย อันนี้ก็ให้ติดต่อไปทางกระทรวง ถ้าทางโน้นไม่มีงบเลยเราก็ให้เราบอกงั้นแหละ ปลูกเป็นแถวไปเป็นห้อง ๆ เราบอกว่าเราให้แล้วนี่ ถ้าทางโน้นไม่มีงบแล้วเราจะหางบให้ กี่ห้องก็แล้วแต่ทางนั้นเห็นสมควร เอาขนาดไหนเราก็ให้ขนาดนั้นแหละ รถก็คันหนึ่งแล้วให้ไป ทางไหนก็จะช่วย ๆ ก็ไม่ไหวแล้วจะว่าไง ก็เงินไม่ใช่น้ำมหาสมุทรทะเลนี่ ผู้หามาให้ก็จะตาย เรามีแต่โว้ ๆ อยู่ พวกหาให้ ๆ จนจะตาย คนนั้นมาให้คนนี้มาให้อยู่อย่างนั้นทุกวัน ก็เอาของทุกวันนี้แหละไปไม่เอาจากไหน เอาจากทุกวันนี้แหละไป

วิตกวิจารณ์มากจริง ๆ นะ เราคิดเมืองไทยเรานี้ถ้าไม่มีป่าแล้ว เมืองไทยนี้ดินนี้จะเป็นเกลือไปหมดเลยนี่วิตกมากนะ ทางรัฐบาลคิดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เราคิดแล้ว คือถ้าไม่มีต้นไม้แล้วนะเกลือจะขึ้นเป็นตับ ๆ เลยแหละ เวลานี้มันอยู่ทางใต้เพราะความชุ่มเย็น น้ำอยู่ข้างบนมันขึ้นไม่ได้เราก็ทำไร่ทำนาได้ ถ้าลองต้นไม้ใหญ่ ๆ หมดไปป่าหมดไป เกลือใหญ่ขึ้นมาแล้ว เอ้า ทำ นอกจากเราจะทำให้เป็นนาเกลือไปจริง ๆ ไม่สงสัย นี่ในวัดนี้ไปเจาะ เราจะเอาน้ำใช้ในวัดนี้ ไปเจาะ เจาะตรงไหนฟาดลงไป โอ้โห เกลือนี่เป็นหินเป็นแผ่นเลยนะ เป็นก้อนเลย ใหญ่ ๆ เหมือนภูเขาอยู่ใต้ดิน เจาะลงไปมีแต่เกลือทั้งนั้น เราจึงวิตกวิจารณ์มาก

แล้วเรามองดูไปตามท้องนา คือนานี้เขาถากถาง แต่ก่อนมันเป็นดงเป็นป่าไม่ปรากฏว่าเกลือมีนะ ไม่มีเกลือ ทีนี้พอเขาถากถางเป็นไร่เป็นนา ต้นไม้ที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อย หร็อมแหร็มว่างั้นเถอะ ที่เหลืออยู่ตามท้องนานะตายไปหมดเวลานี้ เพราะเกลือขึ้น ๆ ขาวเปรี๊ยะเลย ต้นไม้ที่ยังเหลืออยู่หร็อมแหร็มตายไป ๆ ส่วนที่เขาถากถางก็เป็นอันว่าไปแล้ว ส่วนที่ยังเหลืออยู่ตามไร่ตามนานั้น เวลานี้ตายไปเรื่อย ๆ ไม่มีฟื้นได้เลยแหละ มีแต่เกลือจึงทำให้คิดวิตกมาก ต่อไปนี้ถ้าหากว่าจะทำลายป่านี้หมดแล้วเมืองไทยเรานี้จะอยู่ไม่ได้นะ จะมีแต่เกลือเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไร่ทำนาก็ทำไม่ได้เพราะเกลือมันขึ้นมาแล้ว มันก็เป็นนาเกลือไปเลย

นี่ทางรัฐบาลคิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ มัวแต่อนุรักษ์ ๆ เล่น ๆ กันอยู่อย่างนี้ มันไม่ใช่ของจริงนี่ของเล่น ทำเสแสร้งไปอย่างนั้นไม่ได้ทำจริงทำจัง ถ้าทำจริงทำจังใครจะมีอำนาจยิ่งกว่ารัฐบาล ว่าอะไรต้องเป็นอันนั้นซิ ว่าโดยเหตุโดยผล ลองทำโดยเหตุโดยผลใครจะไม่เห็นด้วย จะว่าไง เรื่องของคนทั้งประเทศอาศัยประเทศชาติบ้านเมืองทั้งนั้น เราทำไว้เพื่อส่วนรวมทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ใครจะมาขัดมาข้อง นี่ปล่อยให้ทำลายไปหมด ว่าพวกนายทุนมันพวกยักษ์พวกผีนี่ นายทุนนายแทนอะไรให้เกียรติมันอะไร พวกยักษ์ว่างั้นถึงถูก มีกินไม่พอพวกนี้ แล้วยุนั้นแหย่นี้ทำลายส่วนรวมละ ยุตรงนั้นแหย่ตรงนี้ให้ทำลายส่วนรวม

ป่าของเราที่ซื้อไว้นี้เราก็วิตกอันนี้เอง พวกนี้จะไปยุแหย่ให้พวกชาวบ้านไปทำลายป่า เพราะฉะนั้นจึงมอบให้ทางทหารควบคุมเลย ใครมาแตะไม่ได้ เรามอบให้ทหารหมด ก็เราซื้อไว้เพื่อชาติบ้านเมืองจริง ๆ เราไม่ได้ซื้อไว้เพื่อพุงเรานี่นะ ชิ้นหนึ่งเราไม่เคยคิด เราวิตกวิจารณ์กับป่า ตามที่ไหน ๆ ต้นไม้อยู่ตามไร่ตามนากุดด้วนลงมา ๆ เกลือกินข้างล่าง เกลือขึ้นมา พอน้ำไม่มีน้ำไม่ไหลแล้วเกลือก็ขึ้นมาเต็มไปหมดเลย ต้นไม้มันจะทนเกลือได้หรือ ตายหมด

แต่ก่อนเราไม่เคยคิดว่าแถวนี้มันจะมีเกลือนะเพราะมันเป็นดงแต่ก่อน ทีนี้พอดงออกไปหมดแล้วเกลือขึ้นไปหมดเวลานี้นะ มาเอาเป็นพยานตรงนี้ตรงที่วัดเรานี่เจาะน้ำ ๓ แห่งไม่ได้เรื่องเลย เจาะลงไป โอ้โห เกลือนี้เป็นแท่ง ๆ เป็นก้อน ๆ เหมือนก้อนหินนี่ ก้อนเกลือนะ เจาะไม่ได้เลยมีแต่เกลือ เจาะลงไปปึ๋งนี่ถูกเหมือนหินนะ ความจริงเป็นเกลือ อย่างนั้นละ แล้วต่อไปนี้เมืองไทยเรานี้จะมีแต่เกลือนะถ้าไม่รักษาต้นไม้ป่าเอาไว้ จะอยู่ไม่ได้นะเมืองไทยเรา จะว่าทะเลทรายก็ถูกทะเลเกลือก็ไม่ผิด มันไปด้วยกันนั่นแหละ ถ้าทางรัฐบาลไม่รีบคิดเสียตั้งแต่บัดนี้แล้วจะไม่มีบ้านเมืองอยู่นะ มีแต่เกลืออยู่ได้ยังไง ใครจะกินเกลือต่างข้าวได้ ทำไร่ทำนาก็ต้องมีน้ำ

เพียงเดินจากวัดไปหาหมู่บ้านนี่ก็เห็นแล้วต้นไม้อยู่ตามท้องนานะ แต่ก่อนมันเป็นป่าเป็นดง เขาถากถางเป็นนาแล้วต้นไม้ที่ยังเหลืออยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นต้นสองต้นอยู่ตามท้องนา เวลานี้กุดด้วนลงมา ๆ ไม่มีทางที่จะขึ้น มีแต่ทางลดลง กิ่งนั้นตายกิ่งนี้ตายเข้ามา มีแต่เกลืออยู่ข้างล่าง เกลือขึ้นมาหมดแล้วเวลานี้ ถ้าหากว่ามีป่ามีอะไรนี้น้ำก็แช่อยู่นั้นแล้วเกลือมันก็ขึ้นไม่ได้ คนก็ทำไร่ทำนาได้สะดวกสบาย เดี๋ยวนี้เป็นเกลือไปหมด ตรงไหนเป็นที่ว่าง ๆ ทำไร่ทำนาเป็นเกลือหมดเวลานี้ ออกเป็นเกลือ ๆ ต่อไปนี้จะเป็นนาเกลือ ทำนาไม่ได้แล้ว น่าวิตกเอามากนะถ้าไม่รีบพิจารณากันเสียตั้งแต่บัดนี้

คิดแต่เพียงแค่น้ำไม่คิดถึงเกลือ ถ้าคิดถึงเกลือบ้างมันก็มีน้ำหนักมากในความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างชาติบ้านเมืองให้แน่นหนามั่นคง คิดแต่ว่ามีน้ำใช้ ๆ ป่าถูกทำลายหมดน้ำกินน้ำใช้ไม่มี คิดแต่เพียงแค่น้ำเท่านี้ก็ไม่พอ ต้องคิดถึงเกลือด้วยซิ เกลือนี้สำคัญมากนะ ถ้าลงได้ขึ้นที่ตรงไหนแล้วทำอะไรปลูกอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เป็นนาเกลือไปหมด เวลานี้กำลังเป็น ถ้าฝนตกมามันชุ่มเย็นน้ำก็อยู่ข้างบนเสีย เกลือก็อยู่ข้างล่างไม่ขึ้น เราก็ทำไร่ทำนาได้อย่างสะดวกสบาย อย่างที่เคยทำกันอยู่นี้ไม่มีอะไร น้ำไหลอยู่ข้างบน เกลือมันไม่ขึ้นแหละ ขึ้นมาสู่น้ำนะ พอน้ำแห้งที่ตรงไหนมันจะขึ้นขาวเปรี๊ยะเลยเกลือ

วันนี้ก็พูดเรื่องชาตินั่นแหละ วิตกวิจารณ์ เพราะเราทำจริง ๆ ทำประโยชน์ให้โลกเราช่วยจริง ๆ ช่วยจนสุดความสามารถของเรา ไม่ว่าจะช่วยได้ในแง่ใดเราเป็นไม่นอนใจ ช่วยทั้งนั้น ๆ อย่างงี้แหละช่วยกันอย่างนี้ มนุษย์เราอยู่ร่วมกัน มันถึงมีคุณค่ามีราคา คุณค่าของมนุษย์อยู่ร่วมกันช่วยกัน มีแก่ใจต่อกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ความมีเมตตาสงสารซึ่งกันและกัน เห็นใจเขาเห็นใจเรา เขาทุกข์เหมือนเราทุกข์ เวลาเราทุกข์เป็นยังไง เขาทุกข์ก็เป็นอย่างเดียวกัน เทียบกันอย่างนั้นแล้วก็เฉลี่ยเผื่อแผ่แบ่งสันปันส่วนกันได้ พอให้อภัยกันก็ต้องให้อภัยกันไป อย่างนี้มนุษย์อยู่ร่วมกันมีคุณค่า

นี่คุณค่าของมนุษย์เห็นได้เวลาอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกัน อยู่ด้วยกันยั้วเยี้ย ๆ ช่วยเหลือกันไม่ได้นี้ มองกันแบบมองดูดายอย่างนั้นใช้ไม่ได้เลย มนุษย์ไม่มีคุณค่า คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่เห็นอกเห็นใจกันช่วยกันซิ นี่ละคุณค่าของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ว่าเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วก็มีคุณค่านะ มีคุณค่าอะไรอย่างนั้น ต้องมีการช่วยเหลือกัน

เพราะฉะนั้นเราจึงได้พูดว่าเราอยากเป็นเศรษฐีแข่งเศรษฐีตระหนี่ดู พวกเศรษฐีตระหนี่มีมาก เราจะเป็นเศรษฐีคนเดียวแข่งกับเศรษฐีตระหนี่ เป็นยังไงเศรษฐีเราไปแข่งเขายังไง สมมุติว่าเรามีเงินกองเท่าภูเขาใครมาขออะไร หือ เอาเรอะเอาเลย ๆ เงินกองเท่าภูเขาไม่ถึง ๒ ชั่วโมงหมดเลย นี่เศรษฐีคนนี้แข่งแบบนั้นนะ ไม่แข่งแบบหวงเอาไว้ แข่งแบบให้ว่างั้นเถอะ มีเท่าไรเอาเลย ๆ ใครมาขอเอาเลย ๆ เอาให้หมด ภูเขาเงินภูเขาทองลูกหนึ่งไม่ถึง ๒ ชั่วโมงเสร็จ อย่างนั้นเศรษฐี จึงว่าอยากแข่งละซิ แต่แข่งแบบนี้นะไม่ใช่แข่งแบบหึงหวงเอาไว้ แบบให้มีเท่าไรให้หมดเลย

เพราะความเมตตาสงสารมันเหลือล้นพ้นประมาณ มันมากยิ่งกว่ากองเงินกองทองนี้เป็นไหน ๆ ความเมตตาสงสาร ไม่มีก็อยากให้อยู่อย่างนั้น ไม่มีก็อยากให้จะทำยังไง ให้อยู่ก็ยังอยากให้อยู่เรื่อย ๆ เพราะอำนาจแห่งความสงสารครอบ ไม่มีเหลือแหละความสงสารนี่เป็นถึงไหนถึงกันนะ อำนาจแห่งความสงสารนี่รุนแรงเหมือนกันกับความเห็นแก่ตัวนะ ความเห็นแก่ตัวนี้ก็รุนแรงมากเหมือนกันใครแตะไม่ได้ ทีนี้อำนาจแห่งความสงสารที่เป็นฝ่ายธรรมเข้าต่อสู้กันนี้ ทางนี้ก็ เอา ถึงไหนถึงกัน เปิดโล่งไว้หมดเลย

ทีนี้ทางนี้มันเย็นนี่ไม่เหมือนกับทางตระหนี่ถี่เหนียว ทางตระหนี่ถี่เหนียวมันร้อนนี่นะ มีเท่าไรก็ร้อน เศรษฐีมีเต็มบ้านเต็มเมืองร้อนเต็มบ้านเต็มเมืองนั่นแหละ ถ้าเป็นเศรษฐีที่ว่านี้ เอ้า มีเท่าไรเอาเลย ๆ ภูเขาทั้งลูก ๒ ชั่วโมงเท่านั้นแหละ เศรษฐีแบบนี้มีเท่าไรเย็นหมด มันต่างกันอย่างนี้นะเรื่องของธรรม เรื่องของธรรมกับเรื่องของโลกต่างกัน

เพราะฉะนั้นจึงสอนเสมอเราเห็นโทษของมัน เรื่องความตระหนี่ถี่เหนียว เราไม่ได้เห็นคุณเหมือนคนทั้งหลายเห็นนะ เห็นโทษของมันจริง ๆ แม้แต่เจ้าของอดอยากจะตายก็ยังไม่เห็นโทษของมัน มันเกินไปมนุษย์เรา ตายไปแล้วไปเป็นเปรตเป็นผีเฝ้ากองสมบัติไม่ได้เรื่องอะไร มันก็ยังไม่เห็นโทษนะ มันหนาขนาดนั้นกิเลสของสัตว์ หนาเอาแท้ ๆ

ทีนี้ให้ไปแล้วแทนที่จะไปให้คนอื่นหมดมันไม่ไปน่ะซี เจ้าของไม่หวังจะเอาก็ตาม ให้ไปกับสวนมาอันเดียวกันเลย ประโยคสวน ๆ พร้อมกันเลย ให้ไปพับปุ๊บเข้าแล้ว ๆ ให้มากให้น้อยเข้ามากเข้าน้อยแล้ว ๆ เราไม่เห็นซิไม่ใช่จักษุญาณเหมือนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นหมด เพราะฉะนั้นเวลามาสอนโลกท่านจึงสอนแบบอาจหาญเต็มที่ สอนด้วยความรู้ความเห็นความจริงจริง ๆ ไม่ได้มาสอนแบบงู ๆ ปลา ๆ ด้น ๆ เดา ๆ

การทำความดีนี่เหมือนกัน ทำปั๊บนี่เข้าแล้ว ๆ ทำความชั่วก็ปั๊บเข้าแล้ว เรามองไม่เห็นซิประสานกันนี่ ระหว่างความดีเวลาทำลงไปกับการกระทำผลเข้าแล้ว ๆ เหตุปั๊บลงไปผลมาแล้วสวนแล้ว ๆ เป็นแต่เพียงว่าจะออกให้เห็นอย่างเปิดเผยนี้มากน้อยเพียงไรช้านานเพียงไรเท่านั้น แต่เก็บ-เก็บไว้แล้วสั่งสมไว้แล้ว ฟักตัวอยู่แล้วในหัวใจ ทั้งดีทั้งชั่วฟักตัวอยู่ในนั้นเสร็จเลย อันนี้ไม่มีใครรู้ มีพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่านผู้เชี่ยวชาญพระอรหันต์ ผู้ไม่เชี่ยวชาญก็ไม่เหมือนนี้ แต่ทางรู้นี่รู้ความเชี่ยวชาญกับความไม่เชี่ยวชาญต่างกัน

เอาละทีนี้ให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก