ว้าเหว่
วันที่ 12 กรกฎาคม. 2537
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

ว้าเหว่

 

นี่ยังเหนื่อยไม่หายนะ ตั้งแต่มาจากกรุงเทพแล้วนี้ยังเหนื่อยไม่หาย นอนอยู่อย่างงั้นแหละไม่อยากไปอยากมาที่ไหน เหนื่อย จวนจะกลับ ๓-๔ วันนี้แขกยิ่งมาก ตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนค่ำ ๆ ตอนหลังจากจังหันแล้วเราเข้าห้องเราไม่รับแขก มันเพียบแล้ว แขกมากจริง ๆ นั่นก็หลายจังหวัดเหมือนกันนะ กรุงเทพ ราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม บวกกัน มาทุกด้าน รับแขกไม่หยุด แขกไม่ขาดนั่นซี คณะนั้นขึ้นคณะนี้ลงเรานั่งอยู่ที่เดียวไม่ได้ลุกมันก็เหนื่อยละซิ แขกเปลี่ยนกันเรื่อยแต่เราไม่ได้เปลี่ยน ไม่ใช่น้อย ๆ นะวันหนึ่ง ๆ เราสงสารเราก็สงเคราะห์

ใจนี้เมืองไทยเราว้าเหว่มากนะ ไม่มีหลักยึด โลเล ไปยึดแต่ด้านวัตถุกันเสียมากต่อมาก ทั่วโลกยึดวัตถุทั้งนั้น ไม่สนใจกับจิตใจซึ่งเป็นตัวสำคัญเลย อันนี้ที่เสียมากนะ ถ้าจิตใจมีหลักยึด สิ่งภายนอกก็จะรู้จักประมาณไม่ผาดโผนโลดเต้นจนเกินไป อันนี้พิลึกจริง ๆ ดิ้นดีดกับวัตถุภายนอก ดิ้นเอาจนจะเป็นจะตายจริง ๆ นะ ไม่ว่าที่ไหนพอ ๆ กันหมด เพราะจิตใจไม่มีที่ยึดที่เกาะจึงหาประมาณไม่ได้ ถ้าจิตใจมีธรรมเป็นเครื่องยึดเครื่องเกาะแล้วก็รู้จักประมาณพอเหมาะพอดี ไม่ดิ้นดีดเสียจนจะเป็นจะตายดังที่เป็นอยู่เวลานี้ นี่พิลึกนะ ไปที่ไหนเหมือนกันหมด เพราะใจไม่มีหลักคว้านั้นคว้านี้ คว้าอะไรก็มีแต่สิ่งที่พัง ๆ ไม่ได้สมหวัง ถ้าคว้าธรรมภายในใจแล้วสงบเย็น

จิตไม่ดีดเสียอย่างเดียวก็เป็นสุข อันนี้จิตดีดดิ้นละซิ หาความสุขไม่ได้ สงสาร ความสุขอยู่ที่ไหนความทุกข์อยู่ที่ไหนไม่ได้คิดนี่นะ ว่าความสุขจะอยู่กับสิ่งนั้นจะอยู่กับสิ่งนี้ ไปโน้นนะ แล้วความทุกข์มันมากับสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่คิดกันอีก ถ้าเราคิดถึงความสุขคือความสงบใจได้เป็นพัก ๆ ก็ยังดี ใจก็มีพักงาน เหมือนร่างกายของเราทำงานมาก ๆ เข้าต้องพักไม่พักไม่ได้ นี่จิตใจตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับ มีแต่ดีดแต่ดิ้นไม่มีเวลาพักเลยทั้งวัน ๆ ถ้าไม่มีการนอนหลับมนุษย์ตายไปนานแล้วนะ เพราะไม่มีเวลาพักจิต

พักสงบจิตได้สักครู่หนึ่งเหมือนกับพักเครื่อง พักเครื่องยนต์ ไม่ร้อนเกินไป ต่อจากนั้นก็ติดเครื่องวิ่งได้อีกเช่นอย่างรถ ร่างกายของเราก็ให้มีพักจิต พักจิตแล้วก็รำพึงดูความเป็นความตาย สภาพต่าง ๆ สิ่งแวดล้อมเรานี้มีแต่จะพัง ๆ ตัวเราเองก็จะพัง เราวิ่งเต้นเผ่นกระโดดเวลานี้หาไว้เพื่อใคร หาไว้เพื่ออะไร ตายแล้วไม่เห็นได้สักชิ้นเดียว คิดอย่างนี้จิตก็สงบไม่ดีดดิ้นจนเกินไป มันไม่ได้คิดน่ะซีมีแต่ดิ้น โห น่าทุเรศนะ

ธรรมพระพุทธเจ้ามีอยู่ไม่ยึด กระแสของกิเลสคลื่นของกิเลสมันรุนแรงมาก มันฉุดมันลากไปถลอกปอกเปิก จนกระทั่งไม่มีเนื้อมีหนังติดตัวก็ยังดิ้น อะไรก็ไม่พอ ๆ ความอยากมันจะพออะไร ท่านว่าตัณหาแปลว่าอะไร แปลว่าความอยากความหิวนั่นแล ตัณหาแปลว่าความอยากความหิว ดิ้น...หามาเท่าไรยิ่งเสริมไฟ ๆ ยิ่งร้อนมากยิ่งอยากมากยิ่งดิ้นมากขึ้นนั่นซิ ผู้ที่มีรายได้บ้างก็รายได้นี้แลทำให้อยากได้รายได้แบบนั้นอีก ตั้งอันนั้นอีก อยากได้รายได้แบบนั้นอีก ตั้งไว้อีก มีแต่อยากได้ ๆ หางานทำให้ได้ ๆ วุ่นจนกระทั่งตายไม่เห็นได้เรื่องอะไร ตายเปล่า ๆ

ธรรมะพระพุทธเจ้านี่ละเอียดลออมากนะ ไม่ได้เห็นไม่ได้รู้ได้ง่าย ๆ ไม่บึกบึนจริง ๆ ไม่ได้เรื่องนะ มีแต่กิเลสฉุดลากไปทั่วโลกดินแดน วัฏวนของกิเลสในหัวใจสัตว์โลกนี้นับวันยืดยาว ๆ ออกไปเรื่อย ๆ เพราะต่างก็ส่งเสริมมันเรื่อย ไม่มีการตัดทอนวัฏวนนี้ด้วยความดีด้วยอรรถด้วยธรรมบ้างเลย เพราะฉะนั้นวัฏวนจึงกว้างขวาง สัตว์ตัวเดียวเกิดตาย ๆ ไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์มาก็เกิดตายอยู่งั้น เพราะเครื่องเสริมมันมีให้เกิดตายตลอดไป ถ้าเครื่องตัดทอนมีมันก็ย่นเข้ามา คือธรรมเป็นเครื่องตัดทอนวัฏวน

วันนี้พูดเท่านั้นละ จะให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก