หาว่าหลวงตาเทศน์เพื่อความโลภ
วันที่ 6 สิงหาคม 2538
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘

หาว่าหลวงตาเทศน์เพื่อความโลภ

เราอยู่ในบ้านในเรือนเราก็ฝึกหัดเราให้อยู่ในกรอบของคนมีศีลมีธรรม อุบาสกอุบาสิกาทำตัวให้ดีรักษาตัวให้ดี อย่าเตร็ดเตร่เร่ร่อน อย่าเที่ยวจนไม่มีเวล่ำเวลาจนลืมเนื้อลืมตัวเสียเนื้อเสียตัวไปไม่ดี การคบค้าสมาคมกับเพื่อนกับฝูงนี้อันหนึ่ง เพื่อนฝูงไม่ดีนี้เสียมาก อเสวนา จ พาลานํ ไม่ให้คบคนพาลสันดานหยาบ ให้คบบัณฑิตนักปราชญ์....ดี เราต้องฝึกถ้าเราอยากเป็นคนดีต้องฝึกไม่ฝึกไม่ได้นะ ถ้าปล่อยธรรมดามันก็ไหลลง ปล่อยตามนิสัย นิสัยเป็นนิสัยของฝ่ายต่ำมันดึงลงไปเรื่อยไหลลงเรื่อย วันละเล็กละน้อยก็เสียตัวได้ ถ้ามีธรรมนี้หักห้ามไว้กั้นเอาไว้ อันไหนไม่ควรไปเหยียบเบรกห้ามล้อ อันไหนไม่ควรทำเหยียบเบรกห้ามล้อ ๆ รู้สึกตัว มีสติเสมอ ทำความรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าจะทำความดีหรือความชั่ว ถ้ารู้สึกตัวแล้วก็หยุดไม่ทำ ถ้าจะปล่อยเลยตามเลยนี้หาชิ้นดีไม่ได้นะมนุษย์เรา...เลว

อย่างพระที่ท่านเคยเป็นนักเลงมาท่านมาบวช นักเลงโตนะท่านมาบวช ท่านฝึกท่านก็เด็ดเหมือนกันกับท่านเป็นนักเลง นิสัยนักเลงในทางชั่วนั้นมันเด็ดขาดนะ เวลาท่านมาฝึกจิตของท่านทางดีท่านก็เด็ดขาดเหมือนกัน...ดี ท่านได้ดิบได้ดีเพราะมาฝึกเจ้าของ นิสัยนักเลงเป็นนิสัยเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ทีนี้เวลาหมุนเข้ามาทางธรรมะก็เอาเครื่องมือนั้นกลับมาใช้ก็เฉียบขาดเหมือนกัน ฝึกหัดนี้เรียบไปเลย

มีเยอะนะพวกเสือร้ายมาบวช ครั้งพุทธกาลก็มีเหมือนกันท่านสำเร็จมรรคผลนิพพานนะท่านแสดงเอาไว้ในตำรา พวกเสือร้ายละมาบวช เพราะพวกนี้จริงจัง เวลาหมุนเข้ามาทางธรรมะนี้หมุนติ้วเลย เอาจริงเอาจังเด็ดขาดเหมือนกันกับเป็นนักเลง ได้สำเร็จมรรคผลนิพพานเยอะนะในครั้งพุทธกาล มาสมัยทุกวันนี้ก็มีพวกเสือร้ายมาบวชฝึกหัดจนดี นิสัยเสือร้ายนั้นกลับมาเป็นดีไปหมดเหมือนกับไม่เคยเป็นนักเลง เราดูไม่รู้ว่าท่านเคยเป็นนักเลงนะ เด็ดก็เด็ดไปทางดีเสีย เป็นคติเครื่องเตือนใจสอนใจเราได้ทั้งนั้นแหละ นิสัยเป็นสำคัญมาก ถ้ามีธรรมเข้าไปประกอบปั๊บไปทางดีก็ดีดผึง ๆ ถ้าทางชั่วเข้าไปประกอบปั๊บก็ผึงเลยไปทางชั่ว

ฝึกเจ้าของแหละดีให้ต่างคนต่างฝึก ฝึกตั้งแต่เล็กแต่น้อย เด็กนี้พ่อแม่มาวัดก็มากับพ่อแม่ นี่แหละคือเรียนในหลักธรรมชาติดูเอา พ่อแม่พามาวัดมาวาเด็กก็มาด้วย พ่อแม่มีกิริยาอาการอย่างไรเด็กก็ดู แล้วเด็กก็กลายเป็นคนดี เด็กไหน ๆ ก็มีพ่อมีแม่เหมือนกัน พ่อแม่พาเข้าวัดเข้าวาอบรมศีลธรรมเด็กก็ได้ยิน เด็กติดตามไปด้วยซึมซาบเข้าวันละเล็กละน้อยก็กลายเป็นเด็กดีไป แต่ละครอบครัว ๆ ได้รับการอบรมเหมือนกันแล้วเด็กก็กลายเป็นเด็กดีไป ไปเรียนหนังสือครูก็ไม่หนักใจ ครูก็ต้องเป็นคนดีด้วยเป็นแบบพิมพ์ของเด็ก เด็กก็เป็นเด็กดี บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรืองเพราะได้คนดีไว้ปกครองบ้านเมืองรักษาประเทศชาติ

เดี๋ยวนี้มีแต่เลว ๆ รักษาประเทศชาติ มันทำลายประเทศชาติไม่ใช่รักษานี่นะ คนมีศีลธรรมไม่ค่อยเข้าในวงราชการ พูดให้มันตรงไปตรงมาอย่างนี้แหละ มีแต่อันธพาล อันธพาลอย่างลึกลับนะไม่ได้แสดงออกหน้าออกตา แต่เป็นอันธพาลโดยนิสัยสันดาน เวลาปกครองบ้านเมืองก็ไปกินบ้านกินเมืองคดโกงรีดไถทุกแบบทุกฉบับอยู่กับพวกนี้หมด เพราะไม่มีศีลธรรมติดตัว ถ้ามีศีลธรรมติดตัวปกครองบ้านเมือง ประชาชนราษฎรก็ร่มเย็นเป็นสุขซิ เดี๋ยวนี้มีแต่อันธพาลปกครองบ้านเมืองหาศีลธรรมไม่มี ว่าใครเก่ง ๆ ก็เก่งไปด้วยอันธพาลเสียไม่ได้เก่งด้วยศีลด้วยธรรม เก่งไปแบบนั้นเสียทุกวันนี้ คนมีศีลธรรมเลยเข้าปกครองบ้านเมืองไม่ได้ถูกพวกนี้เขี่ยออกหมด พวกนี้มีกำลังมากเวลานี้ยิ่งมากเข้าทุกวันนะ มีแต่อันธพาล ๆ

ความรู้สึกทางใจมันเป็นด้วยกันทุกคนแม้แต่พระก็ยังเป็น เพราะกิเลสไม่ได้บวชด้วยนี่ บวชแต่คนโกนแต่ผมเฉย ๆ กิเลสไม่ได้โกนไม่ได้บวชด้วย บางทีจนโมโหก็มี ก็เราไปเจอ อยู่ ๆ ไม่เคยพบหน้าพบตากันเลยไปเจอเข้าตื่นเต้น มึงเป็นบ้าอะไรว่าให้เจ้าของ ก็มาหาเรื่องแก้กิเลสแต่นี้ไม่ใช่เรื่องแก้กิเลสมันเรื่องบ้า นั่นมันเป็นอย่างนั้น นี่เป็นความรู้สึกอยู่ภายในไม่แสดงอาการออกภายนอกแหละ มันยุบยับ ๆ อยู่ภายในก็รู้ เพราะเราจะแก้ภายในนี่นะ มันเป็นก็เป็นจุดนั้นจุดที่เราจะแก้อยู่แล้วมันก็รู้ บางทีจนโมโหเหมือนกัน มันไม่ได้คลำหัวโล้นเจ้าของน่ะซิ มันของเล่นเมื่อไร เพราะฉะนั้นจึงว่ามันติดง่ายนะ ไม่ได้ถามถึงชาติชั้นวรรณะแหละมันติดเลย ไม่ว่าชาติไหนชั้นไหนวรรณะไหนไม่ได้ถามหากันแหละมันติดปั๊บเลย ๆ

เหล่านี้เป็นกลมายาของตัวเดียวนี่ อะไรจะไปยากยิ่งกว่านี้ใหญ่โตยิ่งกว่านี้ ในโลกนี้มีอันนี้ครอบอยู่หมด เปิดเข้าไปถึงเห็นได้ชัดซิ เอาอันนี้จมลงไปแล้วเหมือนกับบ้านร้าง ไม่มีอะไรคึกคะนองไม่มีอะไรเกกมะเหรก ตัวนี้ตัวเกกมะเหรกที่สุดเลย ไม่มีอะไรรุนแรงยิ่งกว่านี้ในโลกอันนี้ ตัวนี้รุนแรงมาก หัวใจเป็นหลักใหญ่ของความรุนแรงอันนี้ เพราะฉะนั้นใจจึงต้องได้รับการอบรม อัดฉีดธรรมะเข้าไปเพื่อให้ด้านนี้เบาลง หัวใจเบาลงอันนี้ก็เบาลง ช่วยทุกด้านด้วย จะเป็นจะตายก็เพราะดัดร่างกายนี่เองไม่ให้มันมีกำลังไม่ให้มันเสริม ทางใจก็ฆ่าเข้าไปทางร่างกายก็ฆ่าเข้าไป ตามที่พิจารณามาแล้วในภาคปฏิบัติไม่มีอะไรนอกจากอันเดียวนี้เท่านั้นที่เด่นมากที่สุดในโลก

ขึ้นเรื่อย ๆ ขึ้นมุมนั้นขึ้นมุมนี้เรื่องการทำลายศาสนานี่ พิลึกจริง ๆ นะ ขึ้นมุมนั้นขึ้นมุมนี้สุดท้ายศาสนาจะไม่มีเหลือ กิเลสตัวนี้เหยียบแหลกหมดเลย ตัวนี้ตัวเหยียบศาสนาแหลกที่สุดตัวเดียวนี้ตัวกามกิเลสนี่ตัวรุนแรงมากที่สุด ใครให้ระวังถ้าไม่อยากตายทั้งเป็น ตัวกามกิเลสนี้ตัวรุนแรงมากที่สุด ในวงเวทีระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันเห็นกันตรงนั้นแหละ เอามาพูดเฉย ๆ เรียนตามตำรับตำราไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร กิเลสไม่ได้ถลอกปอกเปิกสักตัวเดียวแหละ นี่ก็เรียนถึงเป็นมหากิเลสท่วมหัว เป็นมหาเปรียญกิเลสก็เป็นมหาด้วย ไม่ได้เป็นมหาแต่เรากิเลสก็เป็นมหาด้วย โน่นขึ้นเวทีฟัดกันถึงได้รู้ พระพุทธเจ้าขึ้นเวทีมาแล้ว พระสาวกทั้งหลายขึ้นเวทีมาแล้วประกาศศาสนา พวกเราเรียนจดจำมา ๆ ได้แต่ชื่อได้นามของกิเลสของธรรมเฉย ๆ มันก็หัวเราะละซี ขึ้นเวทีฟัดกันถึงได้รู้

ตัวนี้รุนแรงที่สุดในโลกอันนี้ ไม่มีอันใดครอบตัวนี้ครอบตัวเดียวพอ พอตัวนี้จมมิดลงไปแล้วไม่เห็นมีอะไรดีดดิ้น เหมือนบ้านร้างที่ว่ามีคนอยู่ อยู่ด้วยความสงบสุขเย็นใจ ตัวเพ่นพ่านตัวอันธพาลใหญ่โตพังลงไปแล้วเหมือนกับบ้านร้าง ที่รุนแรงก็ตัวนี้ ผัวเมียแตกกันก็อันนี้แหละ มันกินไม่พอละซิ ผัวก็กินไม่พอเมียก็กินไม่พอ ต่างคนต่างอยากต่างคนต่างหามาเสริมมันมันก็ดิ้นก็ดีดใหญ่ละซิ เหมือนไฟได้เชื้อ แหลกหมดแหละ

ใครให้ระวังให้ดีนะ ตัวนี้ตัวรุนแรงตัวทำโลกให้ป่นปี้ฉิบหายอยู่เวลานี้ ตัวเดียวนี้ตัวรุนแรงมากที่สุด มันดีดมันดิ้นมันคึกมันคะนองมันอันธพาลทุกอย่างรวมอยู่ตัวนี้หมดเลยเชียว สมบัติผู้ดีไม่มีกับมันแหละ ไปหาซื้อมามาก ๆ นะมอเตอร์ไซค์นั่นน่ะ ไปหาซื้อมาก ๆ มาเสริมไอ้บ้านี่ ได้ขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้ววอกแวก ๆ เหมือนลิง ตายพินาศฉิบหายก็เพราะมอเตอร์ไซค์นี่แหละ นี่เขาเรียกว่ารถเดือน ๙ เราให้ชื่อว่ารถเดือน ๙ ใครขึ้นก็ตามไม่ว่าหญิงว่าชายไม่ว่าเฒ่าว่าแก่คึกคักขึ้นเลยทันที มันเป็นบ้าสด ๆ ร้อน ๆ รถเดือน ๙

นี่ว่าให้กิเลส ทีนี้กิเลสอยู่กับหัวใจคน ตีเข้าไปขนาดนั้นยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวจะว่ายังไง มันรุนแรงจริง ๆ ก็บอกรุนแรง ขึ้นเวทีเสียก่อนมันถึงได้รู้กัน ไม่ขึ้นเวทีอย่ามาอวด เรียนจบพระไตรปิฎกก็อย่ามาอวด มีแต่ใบลานเปล่า ๆ นั่นแหละ โปฐิละใบลานเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร กิเลสตัวเดียวไม่ถลอก ขึ้นเวทีฟัดกันมันถึงได้รู้เรื่องรู้ราวว่าอะไรหนักอะไรเบา รู้แล้วทีนี้พูดได้เต็มปาก ถ้าลงได้ขึ้นเวทีลงจากเวทีมาแล้วด้วยชัยชนะนะไม่ใช่ด้วยความแพ้ถูกน็อก

รุนแรงมากจริง ๆ ตัวนี้ ยิ่งเครื่องเสริมยิ่งมากขึ้นทุกวัน ๆ เวลานี้เสริมทุกแง่ทุกมุม กิริยาอาการแสดงออกมีแต่เครื่องเสริมอันเดียวนี้หมด เขียนใบสมัครกันเพื่อความฉิบหายล่มจม ๆ ตั้งกัปตั้งกัลป์ไม่มีวันฟื้นวันฟูขึ้นมาได้ เพราะอำนาจของอันนี้มันกล่อมให้เขียนใบสมัครวิ่งตามมันนี้เป็นบ้าไปเลย ไม่มีใครที่จะมองหน้ามองหลังนะ มีแต่รุมตาม ๆ เหมือนควายตัวหนึ่ง ๆ เป็นควายฝูง ๆ สัตว์ก็วิ่งตามแบบสัตว์ คนก็วิ่งตามแบบคน วิ่งตามกิเลสตัณหา ตัวนี้ตัวสำคัญมากที่สุดตัวรุนแรงมาก บริษัทบริวารมันทั้งนั้นที่แสดงออกไปต่าง ๆ ตัวนี้ตัวใหญ่โตมาก กองทัพใหญ่อยู่ตรงนี้ ตัวนี้พังลงไปแล้วไม่เห็นมีอะไรดิ้นมีอะไรดีด อยู่ไหนสบายหมด ตัวเดียวนี้กวนที่สุด กวนบ้านกวนเมืองกวนโลกกวนสงสารกวนให้บ้านเมืองล่มจมก็ตัวนี้แหละกวนมากมาย พากันจำ ให้พากันระงับดับมันให้ดีนะ ผัวเดียวเมียเดียวพอดีแล้วจะไปหามาเผาหัวอะไรนักหนา

มันหนาเอาจริง ๆ นะมนุษย์เราจะทำยังไง โถ สลดสังเวชนะพูดจริง ๆ ตัวเท่าหนูก็ตามมันเป็นก็บอกว่าเป็น ดิ้นกับกิเลสนี่แหม ไม่ได้มองหน้ามองหลังอะไรเลย บืนไปกับกิเลสตัณหา ที่จะมองหน้ามองหลังว่าอันนี้เป็นภัยหรือเป็นคุณไม่มี มีแต่อย่างเดียวกัน ๆ แม้ที่สุดเดินจงกรมอยู่ก็ดุ่ม ๆ อยู่ในทางจงกรม จิตมันไปได้ ๕ ทวีปมีแต่ร่างเฉย ๆ เดินก้าวไปก้าวมา อันหนึ่งมันดุ่ม ๆ ตามเขาไปได้ ๕ ทวีปแล้ว พอนั่งภาวนาก็ครอก ๆ

เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านถึงได้ท้อพระทัย มันก็เหมือนภูเขาทั้งลูกทับหัวคน หัวคนจะบืนโผล่ขึ้นมาจากภูเขาทั้งลูกได้เหรอ นี่ละที่พระพุทธเจ้าท้อพระทัย สัตว์โลกเหมือนกับหัวคน กิเลสตัณหามีราคะเป็นสำคัญครอบอยู่เหมือนภูเขาทั้งลูกทับอยู่แล้วจะโผล่ขึ้นมาได้ยังไง พระพุทธเจ้าทำไมท่านโผล่ขึ้นมาได้ จึงอัศจรรย์พระพุทธเจ้าละซิ พวกเรานี่สอนแทบล้มแทบตายมันยังดุ่ม ๆ ตามกิเลสได้สบาย กำลังเทศน์อยู่ยังถ่ายรูปภาพอีกไม่ดูหน้าดูหลังอะไรบ้างมาวัดมาวา ตามีหูมีกับโลกเขาเหมือนกัน

นี่จวนจะตายเข้าไปเท่าไรยิ่ง เป็นจริง ๆ ในหัวใจว่างั้นเลยนะ โลกนี้ดูมันหมดแล้วนี่เห็นมันหมด กิเลสตัวไหนตัวมันเก่ง ฟาดมันพังลงไปแล้วตัวไหนมาดีดว่างี้เลย เพราะฉะนั้นมันถึงสนุกพูดละซิ เอ้า ใครจะว่าหลวงตาบัวอวดเอ้าว่ามา สอนให้รู้เนื้อรู้ตัวยังจะว่าอวดมันก็เป็นเครื่องมือของกิเลสได้เป็นอย่างดีอีก เห็นไหมกิเลสเก่งไหมมันแทรกเข้าพับ ๆ ๆ ไม่ทัน ถ้าเพลงสูงกว่ามันแล้วมองทันหมด มันกระดิกพับจับหัวมันมัดแล้ว กระดิกพับจับหัวมันมุดแล้ว นี่มีแต่มันจับหัวเรามุดซิไม่ได้จับหัวมันมุดก็ไม่รู้ละซิเรื่องของกิเลสนี่

เทศน์ตามเรื่องความรู้ความเห็นความเป็น ระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันในหัวใจแล้วฟังไม่ได้นะโลกอันนี้ ว่าจริง ๆ นี่แหละ กิเลสหยาบโลนขนาดไหนถึงขนาดฟังตามเรื่องของมันแท้ ๆ ก็ยังฟังไม่ได้ มันหยาบโลนขนาดไหนกิเลส ขนาดนั้นสัตว์ยังติดมันเห็นไหม เก่งไหมเพลงของกิเลส เรื่องกิเลสเป็นอยู่ในโลกในสงสารนี้จนดูไม่ได้เลย นำเรื่องของกิเลสมาพูดเพื่อจะถอดจะถอนนี้เป็นเรื่องหยาบโลนไปหมด เรื่องกิเลสตัวหยาบโลนไม่พูด เห็นไหมมันปิดได้ขนาดนั้นละเรารู้ไหม ขึ้นบนเวทีฟัดกับกิเลสแบบไหน กิเลสตัวไหนมาแบบไหน คณะของกิเลสมาแบบไหน ๆ ฟัดกันบนเวทีนี้เอามาพูดไม่ได้ มันรวดเร็วเกินกว่าที่จะนำมาพูด ละเอียดลออเกินกว่าที่จะนำมาพูดได้ นั่นละพระพุทธเจ้าพระสาวกทั้งหลายท่านขึ้นบนเวทีฟัดกับกิเลส ท่านเห็นขนาดนั้นละท่านถึงนำมาพูดได้ ไม่เห็นขนาดนั้นพูดไม่ได้นะ มันเป็นยังไงออกยังไง ๆ รู้หมดทีเดียว

พวกเรามันพวกดุ่ม ๆ เหมือนควายเขาจูงไปสู่ที่ฆ่ายังกัดหญ้าไปยังคึกคะนองกันไปเรื่อย ๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยจะทำยังไง ดูไปเท่าไร โอ้โห อ่อนใจเทียว เทียบเหมือนกับว่าหัวเราหัวหนึ่งเท่ากำปั้นนี่แล้วภูเขาทั้งลูกทับอยู่ แล้วหัวนี่จะดันภูเขาทั้งลูกให้แตกกระจายออกพ้นออกไปได้นี้มีอย่างเหรอ พิจารณาซิมันเป็นไปได้ไหม นี่ละกิเลสครอบหัวใจคนเป็นอย่างนั้นละ หัวใจเท่ากำปั้นอยู่ใต้อำนาจของกิเลสคือภูเขาทั้งลูกนี่ มันเป็นอย่างนั้นแหละเวลานี้มันหนาขนาดนั้น ยิ่งหนาขึ้น ๆ เรื่องของกิเลส

ถ้าเรื่องสร้างคุณงามความดีนี้ถูกมันฟัดมันเหวี่ยงเอาตก ๕ ทวีปนะ เรื่องอะไรก็ตามกิเลสจะฟัดทันทีเลยนะ ถ้าอยู่ดี ๆ ไปตามเพลงของกิเลสเอาวันยังค่ำ ตายทิ้งก็ไม่เป็นไร เงินไม่มีสักสตางค์ยืมเขายังได้กู้เขายังได้ถ้าเป็นเรื่องของกิเลส ถ้าเป็นเรื่องของธรรมแล้วใครจะไปกู้เงินมาทำบุญให้ทานมีเหรอ จิตใจมันถึงขนาดนั้นมีเหรอ จิตใจกล้าขนาดนั้นมีเหรอ ตั้งแต่มีเต็มกระเป๋าอยู่ยังไม่ยอมดึงออกทำบุญให้ทาน เก่งไหมกิเลส นี่ละตัวทำลายโลกทำลายเจ้าของ แล้วมันก็ไม่รู้จะทำไง

เทศน์ไป ๆ ก็หาว่าเทศน์เข้าตัวเพื่อความโลภ หลวงตาบัวเทศน์เพื่อความโลภไปจะว่าไง เราไม่ต้องการอะไรในโลกนี้เราต้องการแต่หัวใจคน หัวใจคนตัวตระหนี่เป็นสำคัญมันมัดหัวใจอยู่ เราลากออกให้ต่างหากเราไม่ต้องการอะไรของใครในโลกนี้ ไม่เอาจริง ๆ ไม่ต้องการจริง ๆ เอ้า ใครจะมาจ้างหลวงตาบัวไปเทศน์ นิมนต์ไปเทศน์ในงานนั้นจะให้สิบล้าน ขี้เกียจทันทีเลย ถ้าเป็นหัวใจเราบืน ถ้าเป็นเรื่องเงินเรื่องโลกามิสเต็มแผ่นดินยกให้ท่านหมด ไม่เอา ขี้เกียจแบกว่างี้เลยทันที จวนตายเข้าไปเท่าไรยิ่งเห็นความหยาบโลนของโลกเข้าไปโดยลำดับลำดาจะทำยังไง ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ใครจะรู้ให้รู้นะ

เอาละให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก