อรหันต์นกหวีด
วันที่ 23 ธันวาคม 2538
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพมหานคร
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘

อรหันต์นกหวีด

วันนี้จะพูดนิทานย่อ ๆ ให้ฟัง พากันเริ่มฟังนะนิทานย่อ ฟังให้ดี ลูกศิษย์ของหลวงตาบัวที่อยู่ในข่ายแห่งนิทานย่อนี้มีเยอะเวลานี้ เวลานี้ลูกศิษย์ของหลวงตาบัวกำลังจะเข้าในข่าย หรือกำลังอยู่ในข่ายก็มี กำลังจะหลั่งไหลเข้าในข่ายแห่งนิทานย่อนี้ก็มี ฟังให้ดี มีพระกรรมฐานสมัยปัจจุบันนี้ ชื่อก็จำได้แต่เราไม่ระบุชื่อแหละ เวลานี้สึกไปแล้ว มีพระกรรมฐาน ๓ องค์ไปเที่ยวด้วยกัน ไปอำเภอภูเวียงนี้แหละไปอยู่ในป่าในเขา ไปต่างคนก็ต่างภาวนาอยู่ในเขา พอดี ๖ ทุ่มเงียบสงัด ฟังเสียงนกหวีดดังปี๊ด ๆ ขึ้น มันเสียงอะไร พวกเพื่อน ๒ องค์ก็วิ่ง ต่างองค์ต่างวิ่งมาปุบปับ ๆ เกิดอะไรขึ้นมาดึก ๆ พอมา เป็นอะไร จะเป็นอะไรผมสำเร็จอรหันต์แล้ว สำเร็จอรหันต์ทำไมถึงเป่านกหวีด ก็เป่าให้หมู่เพื่อนทราบละซิเพราะมาด้วยกัน

พอไปพระสององค์ไปวิพากษ์วิจารณ์ มันพระยังไงสำเร็จอรหันต์ก็เป่านกหวีดปี๊ด ๆ มันจะเป็นบ้าละมังพระอรหันต์องค์นี้ เพื่อนฝูงเอาไปวิจารณ์กัน พอดีคืนที่สองอีก ๖ ทุ่มเป๋งอีก ฟังเสียงนกหวีดดังขึ้นอีกปี๊ด ๆ มันจะสำเร็จขั้นไหนนะคราวนี้ หมู่เพื่อนมาก็แบบขาอ่อนมาละ หากจำเป็นรับผิดชอบกันก็เลยมา นี่สำเร็จขั้นไหนขั้นนรกอเวจีหรือขั้นบ้าที่ไหน สำเร็จอะไร แล้วเป่านกหวีดทำไม ก็มันไม่สำเร็จวันนี้เป่าบอกหมู่เพื่อน มันยังไม่สำเร็จ แล้วไม่สำเร็จทำไมเป่า ก็เข้าใจว่าสำเร็จเมื่อคืนนี้ก็เป่า แล้ววันนี้ไม่สำเร็จก็ต้องบอกละซี

เป็นอย่างนั้นละพระอรหันต์ทุกวันนี้สำเร็จเร็วนะ พวกอรหันต์นกหวีดจะมีเยอะนะเวลานี้ ไปคนนั้นสำเร็จโสดา คนนี้สำเร็จสกิทาคา คนนั้นสำเร็จอรหันต์ เวลานี้กำลังเยอะ จะเป็นกรรมฐานนกหวีดละเดี๋ยวนี้เต็มไปหมด และส่วนมากเป็นลูกศิษย์หลวงตาบัวเสียด้วย เราสอนเต็มเหตุเต็มผลทุกสิ่งทุกอย่างอย่างมีเหตุมีผลมีหลักมีเกณฑ์ทุกด้านทุกทาง ยกคัมภีร์มาสอน องค์ศาสดาเป็นคัมภีร์ คัมภีร์นั้นแลเป็นองค์ศาสดา นำมาสอนทุกแง่ทุกมุม เรียนมามากน้อยแทบเป็นแทบตาย อุตส่าห์พยายามสั่งสอน เวลานี้กำลังเริ่มปีนป่ายเข้าไปเป็นอรหันต์นกหวีดนะเวลานี้ ใครไปก็สำเร็จ คนนี้สำเร็จโสดา คนนี้สำเร็จสกิทาคา คนนี้สำเร็จอนาคา คนนั้นสำเร็จอรหันต์เต็มบ้านเต็มเมืองนะเวลานี้ ต่อไปนี้จะมีแต่พระอรหันต์เต็มบ้านเต็มเมือง นรกอเวจีเต็มไปด้วยไม่ใช่เป็นอรหันต์เฉย ๆ อรหันต์นรกอเวจี

ให้มีเหตุมีผลซิทำอะไร เราฟังแล้วฟังไม่ได้เลยนะ แทบสลบไสลไปได้ยินเสียงเขามาเล่าให้ฟัง ส่วนมากจะเป็นความจริง ใครไม่เอาคำโกหกมาเล่าให้เราฟังแหละ ฟังเรื่องอย่างนี้เรื่องอรหันต์นกหวีดนี่ มีแล้วนะเวลานี้ ไปได้วันหนึ่งสองวันก็สำเร็จมาแล้ว คนนั้นสำเร็จมาขั้นนั้นคนนี้สำเร็จมาขั้นนี้ สุดท้ายก็สำเร็จขั้นบ้าแหละ อะไรปฏิบัติศาสนาไม่มีเหตุมีผลเลย พระพุทธเจ้าโง่ขนาดนั้นเชียวเหรอ สั่งสอนสัตวโลกสั่งสอนแบบโง่ ๆ เง่า ๆ อย่างนั้นเหรอเราถึงได้เอานกหวีดมาเป่าปี๊ด ๆ น่าสลดสังเวชเหลือเกิน ขอให้พิจารณากันให้มากนะความเสื่อมเสียจะมีมาอีก นี่จะตูมอีกตูมหนึ่งนะลูกระเบิด ระเบิดมันตูมมาเรื่อย

ระยะนี้ปี ๓๘ นี้ดังมากทีเดียว ระเบิดนิวเคลียร์นิวตรอนเสียด้วยดังลั่นกระเทือนทั่วประเทศไทย ล้วนแล้วแต่เป็นผลลบอย่างพินาศฉิบหายทั้งนั้นระเบิดแต่ละลูก ๆ ตกลงมา นี่ก็ระวังให้ดีนะระเบิดนกหวีด อรหันต์นกหวีด ฟังให้ดี เราน่ะวิตกวิจารณ์มากพอได้ยินเสียงสะดุด ๆ สลบไสลไปแล้ว มันสำเร็จอะไรอีกนกหวีดขึ้นอีกแล้ว พากันพิจารณาให้ดีนะ อะไรให้มีเหตุมีผลอย่าเชื่อเฉย ๆ เชื่อสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วเมืองไทยเรานี้ไม่ค่อยมีหลักมีเกณฑ์ด้วย อะไรมาก็คว้ามับ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีเหตุมีผลมีหลักมีเกณฑ์เป็นของตัวเลย อันนี้เป็นนิสัยของคนไทยเราทุกภาคเป็นพอ ๆ กันแหละ ตื่นข่าวกันนี้รวดเร็วที่สุดเลย เลยกลายเป็นเรื่องตื่นข่าว ศาสนาก็กลายเป็นศาสนาตื่นข่าวหาความจริงไม่ได้

ปฏิบัติศาสนายังไงจึงหาความจริงไม่ได้ พระพุทธเจ้าเป็นองค์แห่งเหตุผลเป็นหลักแห่งความจริงให้โลกทั้งสามได้รับความร่มเย็นเป็นสุขมามากต่อมากนานแสนนานแล้ว และพวกเราเป็นพุทธบริษัททำไมจึงเหลวไหลเหลวแหลกไปอย่างนั้นล่ะ พากันจำให้ดีนะ วันนี้ฝากนิทานย่อ ๆ เท่านี้ละไว้ให้ท่านทั้งหลายนำเอาไปพิจารณา นกหวีดจะขึ้นทางไหนให้ดูหัวใจเจ้าของ นกหวีดจะขึ้นที่นั่นละมันจะสำเร็จ ไปก็ไปหาองค์นั้นไปหาองค์นี้ ไปหาพระองค์นั้นก็ชี้บอกนี่สำเร็จขั้นนั้นสำเร็จขั้นนี้เป็นบ้ากลับมา นี่สำเร็จขั้นบ้า

วันนี้เทศน์อรหันต์นกหวีดมันมีจริง ๆ นี่ พระองค์นี้ท่านภาวนาพอจิตรวมแล้วแสดงฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขึ้นมาในใจนั้นแหละ ฤทธิ์ปาฏิหาริย์บ้า พอนั่งภาวนาอยู่ดี ๆ ก็มีแสงสว่างเท่าลูกมะพร้าวนี่หล่นตูมลงมาตรงหน้านี่ เอามือเอื้อมออกไป แสงสว่างดวงสว่างก็ขยับออกไป สุดท้ายลุกขึ้นไม่รู้ตัวเลยพระองค์นี้แหละ เดินตามแสงสว่าง แสงสว่างก็กลิ้งของมันไปเรื่อย ทางนี้ก็ตามไปเรื่อย ๆ แสงสว่างขึ้นต้นไม้ก็กระโดดขึ้นต้นไม้ตาม ขึ้นต้นไม้จริง ๆ นะทั้ง ๆ ที่นั่งภาวนาอยู่ไม่รู้ตัวเลยนะ ลุกจากที่ไปไม่รู้ตัว ตามแสงสว่างแล้วขึ้นต้นไม้ พอดีชะตาไม่ขาดท่า ดวงสว่างเลยเหาะวูบไปสุดสายตาหายเงียบไป ทางนี้หมดหวังก็ย้อนจิตกลับมา ที่ไหนได้อยู่บนต้นไม้ ร้องไห้โฮ ๆ อยู่บนต้นไม้ เป็นความจริงนะไม่ได้เอามาเล่น ร้องไห้โฮ ๆ

หมู่เพื่อนถามเป็นอะไรจึงต้องขึ้นต้นไม้ ตามแสงสว่าง ตามแสงสว่างอะไรจึงต้องขึ้นต้นไม้ แสงสว่างพาขึ้นต้นไม้ แล้วเวลานี้แสงสว่างไปไหน หายไปแล้วจึงได้กลับมารู้ตัว ร้องไห้โฮ ๆ อยู่บนต้นไม้ นี่ก็เหมือนกันนะลูกศิษย์หลวงตาบัวจะขึ้นต้นไม้ละนะ เราละวิตกเหลือเกินจะเป็นแน่ ๆ ละคนหาเหตุหาผลไม่ได้เป็นแน่ ๆ

ทีนี้ให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก