กิเลสแทรกธรรม
วันที่ 24 ธันวาคม 2538
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพมหานคร
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๓๘

กิเลสแทรกธรรม

หลักใจ หลักความประพฤติ หน้าที่การงาน สมบัติเงินทอง ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของหลักศาสนา เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นชาวพุทธเราจึงควรยึดหลักศาสนาเป็นหลักของใจ แล้วจะเป็นหลักความประพฤติ หน้าที่การงาน ตลอดถึงการใช้จ่ายรักษาสมบัติต่าง ๆ จะเป็นที่เรียบร้อยปลอดภัย อันนี้เป็นของสำคัญมาก เวลานี้ชาวพุทธเราเหลวไหลมากจริง ๆ จนน่าวิตก หลักใจไม่ค่อยมีและไม่มี มีแต่ไขว่คว้า สิ่งนั้นก็ดีสิ่งนี้ก็ดี อะไรมีแต่ดีหมด ถ้าจะเป็นสิ่งที่ทำความเสียหายให้แก่เจ้าของแล้วรู้สึกว่าดี ชอบกันมาก เวลานี้เป็นอย่างนั้น ไขว่คว้าหาหลักยึดไม่ได้

ยึดหลักพุทโธไว้ให้ดีนะ อย่างน้อยให้ได้พุทโธไว้ภายในใจ ไปที่ไหนอย่าลืมคำว่าพุทโธ นี้เป็นศาสดาทุก ๆ พระองค์รวมอยู่ในคำว่าพุทโธนี้หมด นี้เป็นหลักใหญ่ที่เราจะยึดไว้เป็นหลักใจของเรา อย่าปล่อยอย่าทิ้ง จิตใจไขว่คว้าจริง ๆ นะเวลานี้ หาหลักยึดไม่ได้ มีแต่วัตถุเต็มบ้านเต็มเมือง จิตใจจะหาหลักยึดเป็นเนื้อเป็นหนังเป็นตัวของตัวไม่ค่อยมี นี่ที่เสีย-เสียตรงนี้ หลักใหญ่เสีย หลักปลีกย่อยกลายเป็นของดีขึ้นมา กิ่งก้านสาขาดอกใบกลายเป็นของดีขึ้นมายิ่งกว่าลำต้นและรากแก้วของมัน ต้นไม้สำคัญอยู่ที่รากแก้ว แก่น อันนี้สำคัญมาก รากแก้วเป็นสำคัญของต้นไม้ กิ่งก้านสาขาดอกใบจะผลิดอกออกผลประการใดนั้น ขึ้นอยู่กับรากแก้วของต้นไม้นั้นทรงตัวไว้ด้วยดี ถ้ารากแก้วได้สึกหรอไปเสียอย่างนี้ สิ่งทั้งหลายในอวัยวะของต้นไม้นั้นก็เหี่ยวยุบยอบ ตลอดถึงการล้มละลายไปเลยไม่เป็นท่า

อันนี้ใจของเราเป็นรากแก้วแห่งความประพฤติหน้าที่การงาน ตลอดถึงทรัพย์สมบัติต่าง ๆ อยู่กับรากแก้วคือใจนี้ทั้งนั้น ใจควรมีหลัก ทำอะไรอย่าทำพรวดพราดให้คิดพินิจพิจารณาเสียก่อน เรื่องศาสนาเป็นของละเอียดอ่อน ถ้าเรานำมาประพฤติปฏิบัติแล้วเราจะกลายเป็นคนละเอียดลออไปตาม หลักศาสนาพุทธเรานี้เป็นศาสนาที่ท้าทายความจริงได้ทั่วโลกดินแดน เราทั้งหลายซึ่งเป็นชาวพุทธควรจะยึดหลักพุทธศาสนาไว้เป็นหลักใจ ตื่นขึ้นมาให้ไหว้พระสวดมนต์ก่อน เวลาจะหลับจะนอนก็ไหว้พระสวดมนต์ก่อน แล้วค่อยไปทำงานแล้วค่อยหลับค่อยนอนกันอันนี้อย่าลืม วันหนึ่ง ๆ อย่าลืม อันนี้ให้เป็นหลักไว้ เป็นนิสัยของเราฝังใจ

เวลาจะนอนก็ไหว้พระระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เราจะคิดอ่านหน้าที่การงานความได้ความเสียของเราประการใด ส่วนมากจะคิดในเวลาจิตใจสงบ ถ้าจิตใจไม่สงบคิดไม่ได้คนเรา เดือดร้อนทั้งวันทั้งคืน เราเห็นว่าโลกนี้เป็นอย่างไรเวลานี้เราถึงดีดถึงดิ้นเอานักหนาจนไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย จะเป็นจะตายไม่มีป่าช้าก็ยังไม่ระลึกได้เลยนี้เป็นยังไงโลกนี้ คิดดูตัวของเราคนหนึ่งวันหนึ่งสั่งสมความเดือดร้อนมาให้ตัวเองมากน้อยเพียงไร คนที่สองในครอบครัวสั่งสมความไม่ดีไว้ในตัวเท่าไร สามสี่คนห้าคนในครอบครัวสั่งสมแต่ความชั่วช้าลามกไว้ในใจ สุมอยู่ภายในใจ แม้ไม่ระบายออกมาทางกายวาจาก็ตาม แต่ก็สุมอยู่ภายในจิตใจนี้ มีอยู่ทุกครอบครัว ให้เราคิดอย่างนี้ซิเราถึงจะรู้ว่าโลกเจริญหรือเสื่อม

ถ้าเราคิดถึงตัวของเราหาความสุขความสบายไม่ได้ คนนั้นก็จะเป็นไปอย่างนี้ คนนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น เป็นแบบเดียวกันแล้วโลกไหนโลกเจริญ มีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้อยู่ในบ้านในเรือนในตัวของเราทุกแห่งทุกหนตำบลหมู่บ้าน ไม่ว่าบ้านนอกในเมือง มีแต่ไฟราคะตัณหาไฟความโลภ ตายไม่มีป่าช้านี้เผาอยู่ในใจหาความสุขที่ไหนมี ไม่มีความสุข ต้องมีธรรมเป็นเครื่องยับยั้งกัน ความอยากได้-อยากได้ด้วยกันทุกคน แต่ให้อยากได้อยู่ในขอบเขตที่จะนำความสุขมาให้ตัวเอง อย่าให้เป็นความอยากได้เพื่อความทำลายตัวเอง ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า

เรื่องราคะตัณหาก็มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมตั้งแต่กัปไหนกัลป์ใดแล้ว พากันตื่นเต้นอะไรนักหนา ยิ่งส่งเสริมเป็นบ้ากันทั่วโลกดินแดนเวลานี้ ส่งเสริมของชั่วช้าลามก ของต่ำทรามให้เป็นของดิบของดี จะดีได้ยังไงก็ของต่ำทราม เหมือนเรายกขี้หมูขี้หมาขึ้นเทิดบนศีรษะเราเป็นยังไงดีไหม ขี้หมูขี้หมาอยู่ต่ำ ๆ นั่นน่ะแล้วเอาขึ้นมาเทิดวางบนศีรษะเราเป็นยังไงดีไหมขี้หมานั้น ศีรษะอันนั้นดีไหม นั่นก็เป็นอย่างนั้นแหละ ความชั่วช้าลามกเอามาพัวพันกับจิตใจเราก็เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายไปทุกแห่งทุกหนนั้นแหละ ถ้าเอาของดีเข้ามาชโลมจิตใจหรือพยุงจิตใจใจก็ดี

เพราะฉะนั้นอย่างน้อยให้ได้พุทโธนะอย่าลืม เวลาจะหลับจะนอนให้ระลึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ เสมอ ตื่นเช้าจะไปทำหน้าที่การงานอะไรก็ให้กราบพระเสียก่อน ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ก่อนแล้วค่อยไป ความอยากก็ให้อยู่ในความพอประมาณ อย่าให้อยากเสียจนเป็นบ้า คนอยากจนเป็นบ้ามีมากเวลานี้ ความอยากความทะเยอทะยาน กิเลสตัณหามันหลอกมันลวง ความหวังนั่นแหละเป็นความหลอกลวงของกิเลส เป็นเหยื่อล่อของกิเลส หวังจะเป็นอย่างนั้น หวังอย่างนี้หวังอย่างนั้น แล้วก็วิ่งตามความหวัง ไม่เห็นสมหวังสักคน สุดท้ายก็ตายด้วยความหมดหวังสิ้นหวัง ไม่เห็นเป็นท่าเป็นทาง นี่เรื่องกิเลสหลอกลวงโลกหลอกลวงอย่างนี้ ขอให้เราทั้งหลายได้ยับยั้งด้วยอรรถด้วยธรรม จะพออยู่พอกินพอเป็นพอไป

การประพฤติเนื้อประพฤติตัวก็ให้อยู่ในขอบเขตแห่งศีลธรรม เวลานี้ความเดือดร้อนมีมากเพราะกิเลสตัณหารุนแรง แสดงออกมีแต่เรื่องฆ่ากันยิงกันทำลายกันให้เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เพราะอำนาจของกิเลสทั้งนั้นไม่ใช่เพราะอำนาจของธรรม เราจึงควรนำธรรมเข้าไปยับยั้งสิ่งเหล่านี้ให้ระงับดับไป อย่างน้อยก็ให้เป็นอยู่ภายในจิตใจอย่าให้แสดงออกมาภายนอกไม่ใช่เป็นของดี ให้พากันพินิจพิจารณา

ผู้บำเพ็ญธรรมก็เหมือนกันขอให้พินิจพิจารณาด้วยดี เวลานี้กิเลสแทรกธรรมหนักขึ้นทุกวันนะ แทรกในวัดในวา แทรกในพระในเณร อยากรู้อยากอวดฉลาดอยากดิบอยากดีอยากโด่งอยากดัง แล้วก็มีท่ามีทีมีวิธีการต่าง ๆ แสดงตัวออกมาเป็นมีฤทธิ์มีเดชมีฤทธาศักดานุภาพ สุดท้ายก็เอาธรรมของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นของเลิศประเสริฐนี้เข้ามาโปะในกองขี้หมานั่นแหละ ว่าได้สำเร็จขั้นนั้นได้สำเร็จขั้นนี้ เหล่านี้ให้ระวังให้ดีนะ เวลานี้กิเลสกำลังแทรกธรรมหนักเข้า ๆ

เดี๋ยวจะเป็นตูมตาม ๆ ดังที่เคยเห็นมานั่นแหละ ตูมตามลูกไหนมีแต่นิวเคลียร์นิวตรอน ทำพุทธศาสนาจิตใจประชาชนให้บอบช้ำมากมายเหมือนฟ้าดินถล่ม เพราะความอยากโด่งอยากดัง อยากให้เขาว่าตัวดิบตัวดีนั่นแหละ แล้วฝ่ายธรรมก็เป็นฝ่ายโง่ไปเชื่อกิเลสได้อย่างง่ายดายก็ไปตาม ๆ กันหมด ใครว่าทางไหนดีก็เป็นบ้า ๆ ไป ครูบาอาจารย์ผู้เป็นหลักเป็นเกณฑ์ ศาสนาที่มีตำรับตำรายืนเป็นหลักไว้ไม่สนใจไม่มอง มองดูแต่ของแฝง ๆ แผลง ๆ ขึ้นมานั่นแหละแล้วก็เสียคนไปเรื่อย ๆ อันนี้ระวังให้ดีนะเริ่มมีแล้วเวลานี้

เมื่อวานนี้ก็ได้พูดถึงเรื่องอรหันต์นกหวีด พี่น้องทั้งหลายที่มาเมื่อวานนี้ได้ยิน แต่วันนี้พวกบรรดาที่มาใหม่คงยังไม่ได้ยินพระอรหันต์นกหวีด มีพระ ๓ องค์ วันนี้พูดย้ำอีกทีหนึ่ง เป็นวันอาทิตย์ที่คนมาจำนวนมากให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วถึงกัน เป็นคติเครื่องเตือนใจ อันนี้เป็นคติธรรมสำคัญมากทีเดียวสำหรับคนหูเบาใจเบาเชื่อง่าย ก็เข้าได้กับคำที่ว่าอรหันต์นกหวีดนั้นแหละ มีพระ ๓ องค์สมัยปัจจุบันนี้แหละไปภาวนาอยู่ในป่าด้วยกัน ครั้นภาวนาแล้วประมาณ ๖ ทุ่ม ไปภาวนาโดนรังบ้าเข้าที่ไหนก็ไม่รู้ ภาวนาเข้าไป ๆ ปึ๋งออกมาเข้าใจว่าตัวสำเร็จอรหันต์ก็คว้านกหวีด ไม่มีนกหวีดก็คว้าเอากล่องยานัตถุ์เปล่า ๆ มาเป่าว๊อด ๆ ขึ้นดึก ๆ ๖ ทุ่ม

หมู่เพื่อนที่ไปด้วยกัน ๒ องค์ต่างองค์ต่างวิ่งกันมานึกว่าเกิดเหตุอะไร เป็นอะไร ๆ จะเป็นอะไรผมสำเร็จแล้ว สำเร็จขั้นไหน สำเร็จอรหัตละซิ พระทั้งสององค์รู้สึกจะสลบไปนั่นแหละ โอ๊ย พระอรหันต์ยังไง ธรรมของพระพุทธเจ้ามีแบบมีฉบับมีกฎมีเกณฑ์มีเหตุมีผล ไม่มีความทะเยอทะยานดีดดิ้น ทำไมจึงมาพูดอย่างนี้ได้ นี้ขัดกับธรรมของพระพุทธเจ้า น่าจะเป็นผู้มีจริตผิดแปลกไปจากอรรถจากธรรมไปแล้ว ไปปรึกษากัน ๒ องค์ คืนหลังมา ๖ ทุ่มอีกฟังเสียงนกหวีดดังว๊อด ๆ ขึ้นอีกแล้ว เป็นอะไรกันนาที่นี่ พระไม่อยากมาแหละเพราะเข็ดตั้งแต่คืนที่แล้วอรหันต์นกหวีด พอมาถึง มันสำเร็จขั้นนรกอเวจีที่ไหนล่ะคืนนี้ จะสำเร็จนรกอเวจีที่ไหน มันไม่สำเร็จ ไม่สำเร็จเป่าทำไมนกหวีด ก็เมื่อคืนนี้นึกว่าสำเร็จก็เลยเป่าให้หมู่เพื่อนได้ทราบ วันนี้ไม่สำเร็จก็ต้องเป่าให้หมู่เพื่อนทราบละซี

นี่ละเขาว่าคนใจเบาหัวคิดปัญญาไม่มี เชื่อความรู้อย่างเดียว ความรู้นั้นเอาอะไรไปแฝงก็ได้ เช่นเดียวกับผ้าขาวเรา ผ้าขาวเอาสีดำไปทาเข้าก็ได้ สีแดงสีไหนไปทาไปตามสีนั้นหมด อันนี้จิตใจเมื่อความชั่วเข้าแทรกก็เป็นความชั่วไป ความดีเข้าแทรกก็เป็นความดีไป ความสำคัญมั่นหมายต่าง ๆ ที่เป็นความผิดพลาดไปแทรก ก็กลายเป็นจิตที่ผิดพลาดวิปริตผิดมนุษย์ไป อันนี้ก็เป็นเหมือนกันอย่างนั้นแหละ นี่ละอรหันต์นกหวีด ไม่มีเหตุมีผลไม่มีหลักมีเกณฑ์ อันนี้ยังดีนะเป็นคติของเราได้ว่าท่านซื่อสัตย์ ท่านเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ตั้งใจจะอวดโลกอวดสงสารอวดเพื่อนฝูงแหละ ท่านเข้าใจว่าได้สำเร็จจริง ๆ ท่านก็เป่านกหวีดให้หมู่เพื่อนทราบ ครั้นเวลาคืนหลังนี้มาแสดงขึ้นมาทีหลังรู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมาว่ายังไม่สำเร็จ ก็เป่านกหวีดให้หมู่เพื่อนทราบว่าคืนนี้ไม่สำเร็จ สำเร็จแต่คืนวานนี้แล้วมาคืนนี้ไม่สำเร็จ นี่เป็นคติได้เป็นอย่างดี ท่านมีนิสัยตรงไปตรงมาเป็นอรรถเป็นธรรม ก็น่าชมเชยประการหนึ่ง

แต่ผู้ที่มีเล่ห์เหลี่ยมร้อยสันพันคมนั่นซิ ที่จะหลอกต้มตุ๋นใครก็ตามเข้าไปเกี่ยวข้องจะเป็นอรหันต์ขึ้นมาทุกหย่อมหญ้า อรหันต์เป็นของหาง่ายนิดเดียว พระโสดา สกิทาคา อนาคา นี่มีเต็มไปหมด ใครเข้าไปก็ชี้นิ้ว ๆ ว่าคนนี้สำเร็จโสดา คนนี้สำเร็จสกิทาคา คนนั้นสำเร็จอนาคา คนนี้สำเร็จอรหันต์ ใครอยากเป็นพระอริยบุคคล ๔ ประเภทนี้ก็ให้ไป สำนักไหนเป็นสำนักที่ให้ใบประกาศนียบัตรว่าสำเร็จขั้นนั้นขั้นนี้ ใครอยากสำเร็จง่าย เรียนลัดก็ไปกัน พวกหูไวตาไว แต่ไวเป็นแบบไวลิงไม่ใช่ไวแบบเป็นประโยชน์ นี่ไวแบบลิง พากันระมัดระวังให้มาก เราเตือนให้ทราบ เรากลัวจะตูมขึ้นมาอีกเป็นลูกที่สามที่สี่เหมือนกัน ฟัง ๆ นี้แปลก ๆ อยู่ ให้ท่านทั้งหลายไปพินิจพิจารณา

นี่เรียนมาก็ดี ปฏิบัติมาก็ดี ไม่ได้เพื่อโกหกโลก ได้ยินได้ฟังมายังไงเอาธรรมที่ได้ยินได้ฟังมาพูดให้ท่านทั้งหลายฟัง เป็นสิ่งที่แสลงธรรมเอามากมาย คำพูดทั้งหลายเหล่านี้ที่แสดงมา ผู้ที่มาพูดก็ไม่ใช่ผู้ที่จะมาหลอกลวงต้มตุ๋นเรา เป็นผู้เอาความจริงออกมาพูด ไม่มีความจริงแล้วจะนำมาพูดอย่างนี้ไม่ได้เพราะไม่ใช่เป็นลูกศิษย์เทวทัต มาพูดตามความสัตย์ความจริง จึงได้นำสิ่งเหล่านี้มาพินิจพิจารณาว่าไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า เป็นทางนรกอเวจี ทางต้มตุ๋น ทางให้เกิดความเสียหายทั้งนั้น

ผู้ที่ปฏิบัติธรรมจึงควรมีสติมีปัญญา ทุกสิ่งทุกอย่างใคร่ครวญเสียก่อนค่อยคบค้าสมาคม ค่อยกราบไหว้บูชา พระเต็มบ้านเต็มเมืองพระเทวทัตก็มีเยอะ ไม่ว่าเขาว่าเรา หลวงตาบัวไม่ได้รับรองตัวเองว่าเป็นพระประเภทไหน อาจเป็นพระเลยพระเทวทัตไปก็ได้ เราเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาพูดเราก็พูดได้สบาย ๆ เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พินิจพิจารณาให้มากนะ แล้วลูกศิษย์หลวงตาบัวมาก ๆ นี้ด้วยนะ เวลาเรียนอรรถเรียนธรรม ฟังอรรถฟังธรรม จากหลวงตาบัวไม่สำเร็จอะไรเลย หายเงียบ กลับมาก็มีแต่ความดุความด่า ดุด่าว่ากล่าวแล้วก็ให้กลับบ้านไป พอไปประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่ในสำนักใดก็ตามไม่กี่วันได้สำเร็จโสดาขึ้นมาแล้ว คนนั้นสำเร็จโสดา คนนี้สำเร็จสกิทาคา คนนั้นสำเร็จอนาคา สำเร็จอรหันต์ แหม หลวงตาบัวนี้อาภัพวาสนาเอามากทีเดียว ลูกศิษย์ลูกหามาหามากมายก่ายกองไม่ได้สำเร็จประโยชน์อะไร เขาไปที่อื่นไม่กี่วันเขาได้สำเร็จพระโสดามาอวดอาจารย์ หลวงตาบัวโง่หรือไม่โง่ให้ท่านทั้งหลายเอาไปพิจารณาเอง เอาละเทศน์เพียงเท่านี้เห็นจะพอสมควรแก่เวลา และการพินิจพิจารณาของท่านทั้งหลาย ที่ได้ยินได้ฟังจากธรรมนี้แล้ว

ต่อไปนี้จะให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก