ศาสดาองค์ใหม่
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 เวลา 7:30 น. ความยาว 26.08 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)   วิดีโอแบบ(Real)

ศาสดาองค์ใหม่

(ลูกศิษย์กราบเรียนถึงหนังสือ "หยดน้ำบนใบบัว" ได้นำไปใช้สอนใช้สอบในโรงเรียน) ดีแล้ว เราก็รู้สึกว่าเบาใจด้วยจากความเป็นห่วงแต่ก่อน แต่ก่อนเป็นห่วง ห่วงโดยลำดับจนถึงขั้นห่วงมาก ทีนี้พอมีธรรมแทรกเข้าจิตใจของพี่น้องชาวไทยเราตั้งแต่ผู้ใหญ่ถึงเด็กแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะค่อยดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ เพราะธรรมไม่เคยทำสิ่งใดให้เสียหายแม้แต่น้อย แต่ธรรมไม่มีโอกาสเข้าไปแทรก ๆ ในหน้าที่การงานของโลก โลกก็คือกิเลส ธรรมเป็นผู้คุ้มครองรักษาไม่ให้กิเลสผาดโผนเกินไป พูดง่าย ๆ ไม่ได้บอกให้ตัดขาดทีเดียว เพราะความผาดโผนเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง แต่เมื่อมีธรรมก็เท่ากับน้ำดับไฟ ระงับดับกันไป ๆ ท่านก็ไม่ได้มุ่งสำหรับผู้ที่ไม่ถึงขนาดที่จะดับพรึบเดียว ให้เป็นน้ำดับไฟ ไม่ให้มันแสดงเปลวมากไป

นี่ละธรรมอยู่ในใจของพี่น้องชาวพุทธเรา เฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทยของเราถ้ามีน้ำดับไฟ ๆ ประจำครัวเรือน ประจำตัวของตัว ส่วนผู้แยกเป็นนักบวชแล้วยกเป็นประเภทหนึ่ง เป็นขั้น ๆ อย่างนี้ละธรรม คือธรรมตั้งแต่พื้น ๆ เรื่อยได้รับประโยชน์ด้วยความสนใจของผู้นับถือพุทธศาสนา อย่างเมื่อวานนี้คณะอาจารย์ ๆ ก็มาเยอะสักสามสี่สิบละมั้ง รู้สึกว่าได้คติธรรมไปเยอะเหมือนกันเมื่อวานนี้ มีคลื่นมีดุมีเดือดมีราบรื่นผสมกันไป ถ้าพูดถึงภาษาตลกของเราก็เรียกว่า ทั้งเจ็บทั้งคัน ถ้าจะเจ็บเสียจริง ๆ มันก็ชวนให้เกา

ธรรมของพระพุทธเจ้าสด ๆ ร้อน ๆ อยู่ตลอดนะ แต่ถูกกิเลสมันปิดมันบังมันกลบไว้เสียหมดไม่ให้โผล่ขึ้นมาได้เลย มีแต่กิเลสทำงาน โลกจึงร้อนมากทีเดียว ทีนี้โลกไม่รู้ว่าธรรมคืออะไร แล้วกิเลสคืออะไรก็ไม่รู้ ทั้งสองอย่างนี้ มันจึงสนุกขี้รดหัวตลอด มันต่อสู้กันบนเวที มันขี้รดหัวเราลง มีแต่กองทุกข์ ผลของกิเลสมันไม่เหม็นเฉย ๆ นะขี้ มันเผาด้วย เห็นพี่น้องชาวไทยเรามีความสนใจธรรมะเราก็รู้สึกว่าเบาใจและยินดีซาบซึ้งไปด้วย เช่นอย่างหนังสือออกไปหาเด็กก็ต้องมีผู้ใหญ่เป็นหลักเกณฑ์ มันก็ส่อถึงผู้ใหญ่ หนังสืออรรถธรรมเหล่านี้จะไปสอนเด็ก ผู้ใหญ่ไม่คิดไม่อ่านไม่เบิกทางไปก่อนจะไม่มีทางให้เดิน เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้ใหญ่จึงต้องมีการดำเนินด้วย ศีลธรรมก็แทรกอยู่ในนั้น ไม่งั้นเด็กไม่เคารพ ผู้ใหญ่ต้องเป็นทางเดินของเด็กตลอดไป มันเกี่ยวโยงกันอยู่นั้น

เพราะผู้ใหญ่เอาหลักวิชาเหล่านี้ให้เด็ก ผู้ใหญ่ต้องได้พิจารณาหลักวิชาธรรมเหล่านี้ด้วยดี ๆ ก่อนจะมาสอนเด็ก นอกจากนั้นทำตัวเป็นแบบพิมพ์ของเด็กไปในตัวนั้นแหละ สอนเด็กด้วยอรรถด้วยธรรม เจ้าของโกโรโกโสมันเข้ากันไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนั้นผู้ใหญ่ก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีของตัวซี ศักดิ์ศรีเหล่านี้ศักดิ์ศรีเป็นธรรม แล้วก็เป็นคุณประโยชน์แก่ตัวเองอีก

ธรรมนี่เลิศขนาดไม่มีอะไรที่จะเทียบเลยในสามแดนโลกธาตุ แต่ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาในตลาดของกิเลสได้ซิ กิเลสตีวงอยู่ข้างในธรรมะก็ไม่เข้าแทรก เพราะฉะนั้นจึงมีแต่ฟืนแต่ไฟในหัวใจของโลก ถ้าธรรมได้แทรกเข้าตรงไหน ๆ จะรู้สึกมีความร่มเย็นเป็นผาสุก เช่น มีแดดก็ต้องมีร่มไม้ มีแต่แดดเปรี้ยง ๆ ลองดูซิน่ะใครจะไปทนทานที่ไหน แหลกด้วยกัน แต่เมื่อมีร่มไม้ชายคาที่พักบรรเทาร้อนบ้างก็ยังดี ชาวพุทธของเรานี้ยิ่งเป็นสำคัญมากนะ

เราสอนโลกเราก็ประกาศมาตั้งแต่ออกช่วยชาติ แต่ก่อนธรรมะประเภทนี้ออกเมื่อไร ไม่ได้ออก ถ้าออกก็ออกในเทปสอนพระล้วน ๆ ไปเท่านั้น เพราะเทศน์สอนพระเป็นธรรมะขั้นสูงทั้งนั้น พุ่ง ๆ เลย แต่ที่จะออกเพื่อประชาชนอย่างนี้ไม่ค่อยออก แต่ก่อนมีแต่เฉพาะในเทปของพระ ต่อจากนั้นก็มีกระจายออกบ้าง บางทีก็ทุ่มออกหมดพุงเลยก็มี ถ้าถึงกาลเวลาที่ควรจะออกมันเป็นเองแหละในหัวใจนี้ พูดจริง ๆ ไม่มีใครมาค้านได้นะ พอเห็นธรรมแทรกซึมเข้าไปในชุมนุมชนแล้วเราก็ค่อยพอใจ พอใจไปตาม ๆ กันเรื่อยไปอย่างนั้น

เพราะธรรมะนี้เลิศเลอสุดยอดไม่มีใครมองเห็น ถึงขนาดพระพุทธเจ้าปรารถนาโพธิญาณเพื่อเป็นศาสดาก็เพื่อสอนโลกนั่นเอง เวลาตรัสรู้ขึ้นมาแล้วดูไม่ได้ นู่นฟังซิน่ะ ท้อพระทัย ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านี้พระองค์ก็เคยคลุกเคล้ากันมากี่กัปกี่กัลป์กว่าจะได้พ้นขึ้นมา พอพ้นขึ้นมามองเห็นเรื่องของตัวเอง มองเห็นเรื่องของโลกมันก็อันเดียวกัน จะสอนโลกไม่ได้ ท้อพระทัยเพราะอะไร เพราะอันนั้นเลิศเลอเกินกว่าที่จะมามองอันนี้ได้ ว่างั้นพูดง่าย ๆ นะถึงขนาดนั้นแหละธรรม ท่านทั้งหลายให้ทราบเสียนะ ธรรมเลิศขนาดนั้นแหละ จะสัมผัสที่ใจ นอกจากนั้นไม่มีที่สัมผัสของธรรม กองทุกข์ทั้งหมดก็เหมือนกัน กองทุกข์ในสามแดนโลกธาตุนี้ จะมารวมอยู่ที่หัวใจ ๆ อะไรจะหนักเบามากน้อยเพียงไรใจเป็นผู้แบกผู้หามทั้งนั้น อยู่ที่ใจนะ

ใจเป็นนักรู้นักรับทุกสิ่งทุกอย่าง รับทั้งสุขทั้งทุกข์ รับทั้งเลวทั้งเลิศ อยู่นี้หมด เราชำระพวกเลวออกหมดก็มีแต่ความเลิศ อย่างใจพระพุทธเจ้า ใจพระอรหันต์ ที่เรียกว่ารวมแล้วเป็นมหาสมุทรทะเลหลวง ใหญ่ขนาดนั้น กว้างขวางขนาดนั้น เทียบเล็กน้อยนะ มหาสมุทรทะเลหลวงก็ไม่ได้กว้างนัก ไม่เหมือนธรรมธาตุของศาสดาแต่ละองค์ ตรัสรู้ขึ้นมากี่กัปกี่กัลป์เป็นธรรมธาตุ ๆ กว้างขวางยิ่งกว่าน้ำมหาสมุทรทะเลเป็นไหน ๆ นั้นละเรียกว่าธรรมธาตุ นั้นละธรรมชาติที่เลิศเลออยู่ตรงนั้น ครอบโลกธาตุเวลานี้

แต่โลกไม่เห็นนั่นซิ จิตใจนี้ถูกปิดถูกบังอยู่อย่างนั้นจะทำยังไง ถ้าเป็นเรื่องของกิเลสมันหวานมันหอมไปเรื่อย ๆ นะ เรื่องของธรรมมันไม่อยากดูไม่อยากฟัง ถ้าดมก็ไม่อยากดม เป็นอย่างนั้น กิเลสตัวแสลงกั้นเอาไว้ ๆ พระพุทธเจ้าจึงท้อพระทัย นี่มันอ่านตัวเองตั้งแต่บวชโน่นน่ะ อ่านตัวเองคือบวชแล้วไม่มีหน้าที่อะไร มีหน้าที่ของพระที่จะรักษาศีลธรรมให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เต็มที่เต็มฐานตลอดมา อ่านตลอด ตอนบวชทีแรกก็อ่านในขั้นศีลของตัวเองเสียก่อน เรื่องของพระ เราเป็นพระ มันจะติดปั๊บเข้าไปเลยคำว่าเป็นพระเรื่องศีลเรื่องธรรม เฉพาะอย่างยิ่งศีลไม่ให้ด่างให้พร้อย รักษาตลอด ภูมิใจอยู่ในศีลของตัวเอง ไม่ได้อะไรได้เพียงศีลเราพอใจในขั้นนี้นะ เท่านี้ก็แทรกซึมเข้าไปในหัวใจ เป็นยังไง ใจชุ่มเย็นสบาย ไม่เดือดร้อน ไม่ระแคะระคายในตัวเองว่าผิดศีลข้อไหน ๆ ก็อบอุ่นคนเรา สบาย

จากนั้นก้าวเข้าสู่ธรรมเข้าหาสนามกิเลส ตัววุ่นวี่วุ่นวายส่ายแส่ยุ่งเหยิงตลอดอยู่ในใจนั้นก่อไฟออก ตีอันนี้ที่นี่ ศีลอยู่รอบนอก ธรรมอยู่รอบใน ซัดกับกิเลส เวลามันหนาแน่นน้ำตาร่วงก็ยอมให้ร่วง นี่ได้พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังแล้ว ถอดออกมาจากหัวใจมาพูดนะ ไม่ได้มาโกหกพี่น้องทั้งหลาย เอาถึงขนาดน้ำตาร่วงบนภูเขาสู้มันไม่ได้ ฟังซิน่ะ ตั้งหน้าตั้งตาจะไปฟัดกันบนภูเขาเอาให้เต็มเหนี่ยวคราวนี้ พอขึ้นไปยังไม่ได้ขึ้นเวทีมันฟัดเราหงายหมาลง ๆ หงายอื่นเราไม่อยากพูดนะ คือพูดให้ถึงใจว่าหงายหมานี้พอดีกับความไม่เป็นท่าของตัวเอง สำคัญตรงนี้นะ โถ ๆ ขึ้นที่นี่ ถึงขนาดนั้นนะอุทาน ออกถึงกูถึงมึงเทียวนะ ไม่ลืมนะมันสด ๆ ร้อน ๆ อันนี้ไม่ใช่ความจำ มันเป็นความจริงฝังลึกไม่ลืม สด ๆ ร้อน ๆ อย่างทุกวันยังสด ๆ ร้อน ๆ เรียกว่าไม่เป็นท่าเลย ทั้ง ๆ ที่จะฟัดกับกิเลสให้เต็มเหนี่ยว ขึ้นไปบนภูเขาคราวนี้จะเอาให้เต็มเหนี่ยว ไปกิเลสฟัดหงายหมาลง

คำว่าหงายหมานี้เราถึงใจนะ คือไม่เป็นท่าเลยว่างั้นเถอะ ไม่สมกับคำว่าตั้งหน้าไปซัดกับกิเลส กิเลสฟาดเอาหงาย หงายมันไม่หงายธรรมดา มันหงายหมา คือหงายไม่เป็นท่า ไม่ลืมนะ แต่สำคัญที่จิตมันไม่ถอยเท่านั้นเอง พอฟัดพอเหวี่ยงกันได้ เอาจนน้ำตาร่วง โถ ๆ ขึ้นขณะนั้น มึงเอาถึงขนาดนี้เทียวเหรอ ๆ ทีนี้ก็ตัดสินใจ เอาเวลานี้กูสู้มึงไม่ได้กูยอมก่อน กูยอมในระยะกูสู้มึงไม่ได้ ให้กูถอยกูไม่ถอย ยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง นี่ความเคียดแค้นให้กิเลสในตัวเองเป็นอรรถเป็นธรรม เคียดแค้นมากเท่าไรความเพียรยิ่งเน้นหนัก เรียกว่าความโกรธแค้นอันนี้เป็นธรรม

ความโกรธแค้นให้ผู้อื่นผู้ใดสัตว์ตัวใดก็ตามเป็นกิเลสทั้งมวล แต่ความโกรธแค้นให้ตัวเอง คือกิเลสอยู่ในนี้ สู้มันไม่ได้ ความโกรธแค้นนี้เป็นธรรม ความโกรธแค้นนี้หนักเท่าไรความเพียรยิ่งหนัก ๆ จนกระทั่งถึงเมื่อเวลาตีกันหนักเข้า ๆ เราได้ที พอได้ทีกิเลสยอม แต่ไม่ได้ยอมหมดนะมันยอมระยะนั้น ในชั่วระยะนี้กับมวย หรือเรียกว่ายกนี้ ยกอื่นอาจแพ้มันก็ได้ มันร้องโก้ก เอาร้องก็ร้อง มึงเอากูจนน้ำตาร่วง กูได้ทีแล้วก็ซัดเลย โอ๊ย สด ๆ ร้อน ๆ ไม่ลืมนะ นี่ละการชำระเรามันจะค่อยบุกเบิกออกเรื่อย ๆ

สิ่งที่รุนแรงที่สุดที่เป็นภัยอย่างมากคือกิเลสนี้มันจะเบาลง ๆ เมื่อธรรมมีน้ำหนักมากเข้า ๆ อ่านตัวเองตลอดมาอย่างนี้นะ ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลานจนกระทั่งน้ำตาร่วง ล้มทั้งหงาย ล้มหงายหมามีอยู่กับเราหมดทุกอย่างเลย ไม่มีอะไรดีเลยก็คือเรานี่ สู้มันไม่ได้ก็คือเรา เวลามันเร็ว เร็วกว่ากิเลสมันเร็วอย่างนั้นแหละ ทีนี้เวลามันดีก็คือว่าความไม่ถอย ทุกข์ยากลำบากขนาดไหนมันไม่ได้ถอย แพ้ก็ยอมรับว่าแพ้ แต่แพ้เฉพาะคราวนี้ แพ้จะสู้ มันเป็นอย่างนั้นนะ สุดท้ายมันก็ดีดของมัน อ่านตัวเองตลอดมา มันอยู่ในหัวใจนี้จะหนีไปไหน จนกระทั่งเอากันถึงได้ที่ได้ทาง จิตมีความสงบเย็น เรื่องราวทั้งหลายภายนอกที่เคยเป็นฟืนเป็นไฟ มันสืบสาวราวเรื่องต่อกันระหว่างใจกับอารมณ์ที่ไปวาดภาพแล้วก็มาหลอกตัวเอง ๆ

รูปเสียงกลิ่นรสเครื่องสัมผัสทั้งหลายเหล่านั้น เขาอยู่ธรรมดาของเขา เราไปหลอกเราต่างหาก ไปว่าอันนั้นดีอันนี้ไม่ดี ก็มาหลอกตัวเอง ๆ แล้วก็ไฟเผาตัวเอง มันก็แก้ของมันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแน่นหนามั่นคงเป็นที่ตายใจเป็นลำดับลำดา มันก็ยิ่งหนักเข้าเรื่องความพากความเพียร สิ่งชั่วช้าลามกทั้งหลายก็ยิ่งเบาลง ๆ เห็นคุณค่าของตัวเองขึ้นมาภายในใจ

พูดถึงเรื่องความลำบากลำบน กิเลสนี้มันเหนือทุกอย่าง บอกแล้ว ฉลาดแหลมคมไม่มีอะไรเกินกิเลส สติปัญญาคือธรรมก็ไม่มีอะไรเสมออันนี้ กิเลสอยู่ใต้อำนาจของธรรม มันก็แก้กันจนได้ ๆ จนกระทั่งได้ที่ว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย โน่นฟังซิ ที่เรียกว่าหงายหมานั่น กับขณะหลังสุดท้ายนี้ มาเทียบกันแล้วเป็นอย่างนั้น นี่การต่อสู้ไม่ถอย เบื้องต้นก็ล้มหงายหมาลงไปไม่เป็นท่า จึงเรียกว่าหงายหมา ท่านทั้งหลายอย่าไปคิดว่าเป็นคำหยาบนะหงายหมา คือหงายไม่เป็นท่า สู้มันไม่ได้เลย ยอมรับ ครั้นเวลาสู้มันได้แล้วก็เอากันอีก ธรรมกับใจอยู่ด้วยกัน แล้วแต่เราจะนำทางไหนมาใช้ ถ้าเปิดช่องให้กิเลสมันก็ขยำแหลกเลย ถ้าเปิดช่องให้ธรรม หนุนธรรมกิเลสก็ค่อยเอนค่อยเอียงไปเรื่อย ๆ จางออกไป ๆ สู้ไม่ถอยจางออก ๆ มันอยู่ในใจนะ

คำว่ากิเลสคือตัวหนุนจิตใจเรานั้นนะ ท่านทั้งหลายทราบไหมว่ากิเลสคืออะไร คือมีธรรมชาติอันหนึ่งมันอยู่ในใจด้วยกันกับธรรม มันหนุนออกมาเป็นทางของมัน ให้อยากรู้อยากเห็นอยากเป็นอย่างนั้นอยากเป็นอย่างนี้ มีแต่เรื่องของกิเลสมันหนุนตัวของมัน กิเลสคือตัวหิวโหยที่สุด ไม่มีคำว่าอิ่มพอสำหรับกิเลสแล้ว จะเอาวัตถุเงินทองข้าวของเอาอะไร ๆ มาให้มัน ให้มันได้รับความพอไม่มีทาง เท่ากับเสริมไฟ นี่แหละกิเลสเป็นอย่างนั้น กิเลสไม่มีความอิ่มพอหิวโหยตลอด ได้เท่าไรยิ่งหิวมาก ๆ คือกิเลส เราจะโหมมาทุ่มให้มันหมดให้มันพอสบายไม่มีทาง ยิ่งใหญ่ไปเลยเทียว ความอยากความหิวยิ่งหนักเข้า ๆ นี่เรียกว่ากิเลส ให้พากันทราบเสีย มันอยู่ในใจของเรา ความอยากความดีดความดิ้นความหิวความโหย มันเป็นอยู่ในใจนะ นี่แหละเรียกว่ากิเลสเป็นอยู่ในใจมีอำนาจ ธรรมไม่มี เวลานั้นมีแต่กิเลสทำงาน

ทีนี้เวลาเราคุ้ยเขี่ยขุดค้นหาธรรมเข้ามาต่อสู้กัน ธรรมก็เริ่มเกิด ๆ เริ่มเบิกอันนี้ออก ๆ นี่ท่านเรียกว่าธรรม มันอยู่ในใจนั่นแหละ ใจรับทราบทั้งกิเลสและธรรม ใจรับทราบทั้งผลของกิเลสและผลของธรรม รับทราบอยู่ในนั้น ๆ ผลของกิเลสเป็นความทุกข์ ผลของธรรมเป็นความสุข ตัวกิเลสเป็นตัวพาดีดพาดิ้น เรื่องของธรรมเป็นเรื่องระงับดับความดีดความดิ้น ให้เป็นความสงบเย็นใจ นี่เรียกว่าธรรม อยู่ในหัวใจของเรานั่นแหละ เราฝึกไป ๆ ก็ดีได้ ๆ

อย่างที่มาสอนพี่น้องทั้งหลาย เราก็เปิดโล่งแล้วใน ๓-๔ ปีนี้ ใครจะเชื่อก็เชื่อ ใครจะเอาก็เอา ไม่เอาก็พูดให้เต็มยศเลยว่ากรรมของสัตว์เท่านั้นเอง เพราะเราไม่ได้มีหวังอะไรกับโลก ใครจะตำหนิติเตียนยอมรับไม่ยอมรับ เราก็ไม่มีได้มีเสีย เราสอนด้วยความเมตตาล้วน ๆ เมื่อสุดวิสัยของโลกที่จะรับได้แล้ว ก็มอบให้ว่าเป็นกรรมของสัตว์เท่านั้น เพราะเราไม่มีอะไรได้อะไรเสีย สอนโลกด้วยความเมตตาล้วนๆ ดังที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยอยู่เวลานี้ เราไม่ได้หวังอะไรเลยนะ เราพูดอย่างชัดเจนถอดออกมาจากหัวใจ เพราะเราพอทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรที่จะบกจะบางจะหามาเพิ่มเติมหรือว่ามันล้นเหลือดึงออก ไม่มี มีแต่ความพอตลอดเวลา

สอนโลกด้วยความเมตตาสงสาร ตะเกียกตะกายไปไหนมาไหน ใครจะทุกข์ยิ่งกว่าเราถ้าพูดถึงเรื่องความทุกข์ แบกโลกทั้งโลกแล้วก็แบกคนทั้งประเทศอีกด้วย ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทุกอย่าง ดีดดิ้นทั้ง ๆ ที่เจ้าของไม่เอาอะไรเลย ก็ยังดีดยังดิ้น พิจารณาซิ ควรจะเอาไปคิดนะเรื่องเหล่านี้ ถ้ามีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ เราช่วยโลกเราจะเอาอันนั้นอันนี้มันก็พอเพลินนะ เพราะมีส่วนได้กับสิ่งที่เราทำนั้น อันนี้เราทำด้วยความเมตตาล้วน ๆ เราไม่เอา จะเจตนาว่าไม่เอาก็ไม่มี มันหากพอของมันเองอยู่ในนั้น มีแต่ความเมตตาเป็นพื้นอยู่ตลอดเวลา

นี่ละธรรมแท้ ธรรมแท้จึงอ่อนนิ่มไปหมดเลย ธรรมแท้เป็นอย่างนั้น ไม่ว่าสัตว์ว่าบุคคลสูงต่ำไม่มี ว่าสัตวโลกด้วยกัน เทียบกันกับว่า ในเรือนจำคือนักโทษทั้งหมด จะเป็นนักโทษลหุกรรมครุกรรมอะไรก็ตาม รวมแล้วเรียกว่านักโทษทั้งหมด นี่สัตวโลกคือนักโทษในเรือนจำแห่งวัฏจักร วัฏจักรความหมุนเวียน สามโลกธาตุหมุนเวียนอยู่นี้ นี่เรือนจำของวัฏจักร ใครจะเป็นชาติชั้นวรรณะสูงขนาดไหน ก็คือนักโทษอยู่ด้วยกัน เป็นขั้นเป็นตอนของโทษของกรรม ธรรมดูเป็นยังไง ก็เหมือนกับคนภายนอกมองเข้าไปดูนักโทษในเรือนจำนั่นแหละ อันไหน ๆ ก็คือนักโทษด้วยกัน ธรรมดูโลกดูวัฏจักรวัฏวนก็แบบเดียวกัน มันเหมือนกันหมด เรียกว่านักโทษแห่งวัฏจักรเหมือนกันหมด ถึงจะมีอุปนิสัยปัจจัยสูงต่ำอยู่ก็ตาม ก็ยังรวมอยู่ในความเป็นนักโทษเหมือนกัน

ต่างกันตั้งแต่ว่านิสัยอยู่ในนั้นไม่เหมือนกัน เช่นนักโทษอยู่ในเรือนจำ จะว่าเป็นโทษอย่างเดียวกันหมดไม่ได้ บางคนไม่มีโทษเลยแต่ถูกเขาจำคุก ด้วยหลักฐานอะไรที่ว่าผูกมัดเข้าไปก็ไปติดคุก ยอมรับเสียทั้ง ๆ ที่เจ้าของไม่มีความผิดมีเยอะนะในเรือนจำ อย่าเข้าใจว่าเขาไปทำความผิดอย่างเดียว โลกมันปลิ้นปล้อนหลอกลวง ร้อยสันพันคม คนดี ๆ เอาเป็นคนชั่วก็ได้ จับยัดเข้าคุกก็ได้ คนชั่วที่เลวถูกออกมาก็ได้ มันก็ออกมาตามกรรมของมัน หมุนอยู่ในนั้นแหละ จะให้มันเก่งมันก็ไม่เก่ง มันหากเป็นตามวาระของกรรมที่จะผลัดจะเปลี่ยนอยู่ในตัวของสัตว์เอง

พระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายท่านดูโลกท่านดูอย่างนั้น คือใจนั้นไม่ได้เป็นรูปธรรมอย่างเรานี้แล้ว เป็นนามธรรมล้วน ๆ เห็นได้ชัดแต่อาศัยขันธ์เป็นเครื่องพาเคลื่อนไหวไปมา ท่านยังมีขันธ์อยู่ พอจิตบริสุทธ์ก็นำมาใช้เป็นเครื่องมือทำประโยชน์ให้แก่โลก พอเครื่องมือคือร่างกายนี้พังไปแล้ว อันนั้นก็เป็นธรรมธาตุล้วน ๆ ไม่มีสมมุติเข้าเจือปนเลย เรียกว่าธรรมล้วน ๆ นั้นละท่านว่า ธรรม ธรรมอันนั้นละธรรม เราให้ตั้งใจอุตส่าห์พยายามปฏิบัติตัวนะ ไม่งั้นจะจมจริง ๆ แล้วยิ่งทำให้วิตกวิจารณ์มากขึ้นหนาแน่นขึ้นทุกวัน เรื่องของกิเลสนี้นับวันหนาขึ้นไปโดยลำดับลำดา เมืองไทยเราขอให้เข้าอกเข้าใจในอรรถในธรรม จะพอเป็นเกาะเป็นดอนได้อยู่ได้อาศัยซุกหัวนอนได้บ้าง ถ้าไม่มีธรรมอย่าเอาอะไรมาอวดกัน โลกอันนี้โลกกิเลสเป็นไฟด้วยกันหมด ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ

นี้ก็เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ก็เพิ่งได้ ๒ วัน ๓ วัน เราก็ไม่ค่อยได้อยู่นี่ก็เพราะความเมตตาไม่ใช่อะไร มานี้ก็ไปดูนั้นดูนี้ช่วยโลกช่วยสงสารเขา มันเป็นห่วงเป็นใยถึงเรื่องศาสนาของเราก็เวลานี้กำลังเป็นฟืนเป็นไฟก่อกันขึ้นเผาตัวเอง อันนี้ก็อยากดีอยากเด่นไม่ใช่อะไรนะ อยากเด่นอยากดังอยากมีชื่อมีเสียง ก่อขึ้นกุขึ้นให้เขาได้มองหน้าทีหนึ่งก็เอา โอ้.นี้เขาเก่งเท่านั้นก็พอ เขาเพียงมองหน้าเฉย ๆ ก็พอ อย่างนั้นละกิเลสมันหิวขนาดนั้นนะ ไม่ได้มากได้แค่นี้ก็เอา ตั้งตัวเป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงขึ้นมา อย่างเวลานี้กำลังจะทำลายศาสนาก็พระหัวโล้น ๆ เรานั้นแหละจะเป็นใครไป พูดให้มันตรงอย่างนี้ซิ

พระแท้ท่านจะไปสนใจอะไร หลักธรรมหลักวินัยสมบูรณ์แบบแล้ว ท่านดำเนินมาจนกระทั่งหลุดพ้นเข้าสู่มรรคผลนิพพาน ดำเนินด้วยอรรถด้วยธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านไม่ได้ดำเนินด้วยกฎข้อบังคับ พ.ร.บ.นั้น พ.ร.บ.นี้ อะไร หาเกาในที่ไม่คัน อยากอวดหมาขี้เรื้อนว่าเก่งกว่าหมาทั้งหลาย คือหมาทั้งหลายมันมีขนเต็มตัว กูนี้ไม่มีขนเลยสูดูกูนี่ ได้เท่านั้นก็เอา ไอ้หมาขี้เรื้อนมันอยากอวดตัวเราว่า โอ๊ย.พูดแล้วเราทุเรศนะ มันสมบัติอะไรธรรมวินัยก็มีอยู่ ศาสนาสมบูรณ์แบบทุกอย่าง กฎหมายบ้านเมืองเขาก็ประคับประคองกันไป ศาสนากฎหมายบ้านเมืองให้เกียรติ ให้เกียรติพระพุทธเจ้า ให้เกียรติพุทธศาสนา กฎหมายบ้านเมืองเขาไม่ได้มายุ่งนะ

พระอยู่ที่ไหนปกครองตนด้วยธรรมวินัย นอกจากมันดื้อมันด้านมันโดดออกไป โดดออกไปมันก็ต้องโดนแหละเข้าใจไหม ถ้าอยู่ตามหลักธรรมหลักวินัย กฎหมายบ้านเมืองเขาไม่ได้มาเกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่กฎหมายบ้านเมืองก็รักษาศาสนาอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่มีอะไรผิดก็ไม่กระเทือนกัน ถ้าผิดแล้วกระเทือนทันที เช่น โดดออกไปฆ่าคนอย่างนี้ ทางพระธรรมวินัยท่านตัดแล้วนะ ทางกฎหมายจับเอาไปแล้วมัดแล้ว อย่างนั้นละ ถ้าออกนอกลู่นอกทางขอบเขตของพระแล้วกฎหมายจะจับทันที เกี่ยวข้องทันที ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็อยู่อย่างนี้ กฎหมายบ้านเมืองกับศาสนาอยู่ด้วยกันมาอย่างนั้น ท่านปกครองมานานเท่าไร แล้วจะเอาความเลิศความเลอจากไหนมาอวดศักดาต่อพระพุทธเจ้า มาตั้งข้อกำหนดกฎบัญญัติ พ.ร.บ.นั้น พ.ร.บ.แลแบอะไร พ.ร.บ.สงฆ์ ขี้นี่ว่างั้นเรา

อ้าว.จริง ๆ เราพูดเต็มปากของเรา อะไรจะเกินศาสดาธรรมวินัยสมบูรณ์แบบแล้วบกพร่องที่ไหน ตั้งมาหาอะไรอยากว่าอย่างงั้น นอกจาก พ.ร.บ.ขี้นี่ ว่าอย่างนี้ละเรา ก็เห็นอยู่ด้วยกัน ธรรมก็เห็นวินัยก็เห็น อ่านมากี่คัมภีร์ด้วยกันแล้ว เอาอะไรมาอวดกันวะ พ.ร.บ.แลแบ มันตั้งมาหาอะไร ธรรมวินัยสมบูรณ์แบบแล้วการปกครองสงฆ์ อะไรจะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าพระธรรมวินัยที่ปกครองสงฆ์ แล้วมันเอาอะไรอวดเลิศเลอมาจากไหน

เวลานี้กำลังกวนบ้านกวนเมืองตัวเปรตเหล่านี้ มันอยู่ไม่เป็นสุขนะพวกนี้ อยากมีชื่อมีเสียงอยากโด่งอยากดัง อยากให้เขาฟังครู่หนึ่งก็เอา อยากให้เขามองหน้าครู่หนึ่งก็เอา เป็นอย่างนั้นนะมันไม่ได้หน้าได้หลังอะไรเลย จับกลุ่มจับก้อนยกตัวเป็นคนเลิศเลอ โอ๊ย.ฟังแล้วมันฟังไม่ได้นะ แต่มันเกี่ยวกับประชาชนชนญาติโยม ศาสนาเป็นสมบัติของทุกคน มันเข้ามาทำลายอันนี้มันถึงได้ยุ่งกันอยู่เวลานี้ ฟังแล้วเป็นอย่างนั้นนะ เดี๋ยวนี้กำลังออกโฆษณา ออกไปประชุมที่นั่นที่นี่เป็นพรรคเป็นพวก เราฟังแล้ว เมื่อวานนี้พระก็มาเล่าให้ฟังว่าเขาจะประชุมที่นั่นที่นี่ เราก็พูดตัดคำเดียว ไปหาอะไร บอกอย่างนั้นละ พูดตรง ๆ ว่า มันจะยกโคตรของมันมาประชุมก็ช่างหัวมันซิ โคตรเราไม่ไปจะเป็นไรไป เท่านั้นละเราบอกเราขี้เกียจยุ่ง

หาพรรคหาพวกได้มาก ๆ จะได้มาทำลาย พูดง่าย ๆ ก็หมายความว่าอย่างนั้น ดีชั่วมันก็เห็นกันอยู่ พรรคพวกไม่พรรคพวกเขาก็รู้กันอยู่คนดูกัน เราไม่อยากพูดมาก พูดเพียงแค่นั้น กำลังไปโฆษณาหาประชุมที่นั่นที่นี่หาพรรคหาพวก ว่ามีจำนวนมากแล้วจะมาโจมตีชาวพุทธเราทั่วประเทศไทย ที่ปกครองจากพระพุทธเจ้าจากธรรมวินัยด้วยดีนั้นแหละ จะให้แหลกไปเลย แล้วศาสดาองค์ใหม่องค์เทวทัตก็จะขึ้นแทน เข้าใจไหมศาสดาองค์ใหม่ก็คือเทวทัตนั้นแหละจะขึ้นแทน ฟังแล้วสลดสังเวชนะเรา ไม่อยากพูดมันก็ได้พูดอยู่อย่างนี้แหละ วันนี้ก็พูดเท่านั้นละ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก