แบ่งทำบุญ
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2538
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๘

แบ่งทำบุญ

ผู้ทุกข์ยากลำบากหาเช้ากินเย็นยังไม่พอปากพอท้องน่าสงสารจริง ๆ นะ เราสงสารอย่างถึงใจจริง ๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องตะเกียกตะกายไปทางโน้นทางนี้ช่วยเรื่อย ความทุกข์ไม่โดนใครเข้าก็ดูดี วันหนึ่งไม่ได้กินข้าวมื้อหนึ่งเท่านั้นก็จะตายแล้ว ไม่ได้กินด้วยไม่มีอะไรจะกินด้วยนี่ซิ มนุษย์เราเกิดมากรรมต่างกัน ใครไม่อยากเป็นแต่ก็เป็นไปได้จะทำไง ไม่อยากเป็นก็เป็นไปเพราะอำนาจแห่งกรรม เสวยกรรมตามวาระ ๆ แห่งกรรมของตน ๆ ทั่วโลกดินแดน เราไปเจอเขาเข้าจะไปดูถูกเหยียดหยามไม่ได้นะมันเป็นวาระ เหมือนกับเราเดินไปเวลานี้ลงที่ลุ่ม ทางนี้ขึ้นเนินแล้วลงที่ลุ่มเป็นอย่างนั้น เดินในวัฏฏะนี้เป็นอย่างนั้นไม่เสมอ กฎ อนิจฺจํ ต้องทับอยู่ตลอดทับอยู่หมดทั่วโลก

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกรรมเหมือนกันความขาดแคลน เวลามั่งมีมาก็ประมาทเสียลืมเนื้อลืมตัวไม่ได้ทำบุญให้ทานไว้ก็ไม่มีผลตอบแทน อันนี้สำคัญมากนะ เวลามั่งมีศรีสุขมาก็ลืมเนื้อลืมตัวเสียให้กิเลสเอาไปถลุงหมด ๆ เจ้าของไม่มีอะไรติดหัวใจเลย เวลาตายไปแล้วเกิดใหม่ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องสนอง เพราะฉะนั้นใครอย่าประมาทนะ คำสอนพระพุทธเจ้านี้สด ๆ ร้อน ๆ ไม่มีผิดแม้แง่หนึ่งเลย เหมือนพระองค์ประทับอยู่ข้างหน้า แสดงมาในคัมภีร์ใด ๆ ไม่ว่าบอกนรก สวรรค์ บาปบุญคุณโทษจนกระทั่งนิพพาน หรือโลกเปรตผีอะไรอย่างนี้ สด ๆ ร้อน ๆ เหมือนกับบอกอยู่อย่างนี้ นี่น่ะ ๆ อยู่อย่างนี้ ธรรมชาติเหล่านั้นมีอยู่อย่างนี้ ๆ ชี้บอก ทีนี้กิเลสมันปิดน่ะซิ ปิดไว้ไม่ให้เห็น บอกไม่มี ครั้นเวลาตายแล้วกิเลสไม่ได้ไปตกนรกน่ะซิ คนไปตก นี่ซิเสียเปรียบกิเลสตรงนี้

เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากจมให้เชื่อพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าเป็นผู้รื้อขนสัตว์โลก กิเลสเป็นผู้กดสัตว์ลงดึงสัตว์ลง ต่างกันอย่างนั้น ศาสดาองค์เอกของเราที่สอนโลกนี้พระองค์เดียวเท่านั้น กิเลสมีอยู่ทุกดวงวิญญาณของสัตว์ นั่นละศาสดาของสัตว์โลก มันกดขี่บังคับสัตว์โลกอยู่ในหัวใจ ๆ ทุกสัตว์โลกเลยไม่มีเว้น เว้นพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เท่านั้นมันเข้าเกี่ยวข้องไม่ได้ นอกนั้นมันเป็นศาสดาครอบอยู่หมด เพราะฉะนั้นการเชื่อนี้มันจึงเชื่อเป็นเสียงเดียวกันหมด เพราะกิเลสแบบเดียวกันเสียงเดียวกันอยู่ด้วยกัน มันพาให้สัตว์ทั้งหลายทำชั่วแบบเดียวกันหมด นี่ละศาสดากิเลสที่เป็นศาสดาของสัตว์โลก พระพุทธเจ้าเรามีเพียงพระองค์เดียวจะไปทันกันยังไง ไม่ทันกัน แต่ได้เท่าไรก็ยังดีอยู่ ดีกว่าไม่ได้

อย่างพระพุทธเจ้ามาสอนโลกอย่างนี้ก็เหมือนมายกภูเขาทั้งลูก จะยกได้ยังไงภูเขาทั้งลูก ก็ต้องไปหยิบเอาตรงนั้นหยิบเอาตรงนี้ถอนออกมา หยิบเอาตรงนั้นถอนออกมา ใครที่ควรจะหลุดจะพ้นก็ดึงออกถอนออกจากที่จำนวนมาก ๆ หนัก ๆ นอกนั้นขึ้นไม่ได้ เอาที่ควรขึ้นได้ถอนออกมา ๆ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้แต่ละพระองค์เป็นอย่างนั้น ก็กิเลสหนาแน่นขนาดนั้นมันเหมือนภูเขาทั้งลูกจะว่าไง มันกดสัตว์ไว้หนักเหมือนภูเขาทั้งลูก ธรรมะจะไปยกภูเขาทั้งลูกไม่ไหว ศาสดามีองค์เดียวกิเลสมีทุกหัวใจนี่ที่ไม่ทันกัน

นี่จึงเตือนเสมอ ๆ อย่าประมาทไม่ได้นะ ให้เชื่อเถิดเชื่อพระพุทธเจ้าไม่พาใครล่มจม เราไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้าพาสัตว์โลกให้ล่มจม ไม่เคยมี แต่เรื่องกิเลสนี้ร้อยทั้งร้อย พันทั้งพัน หมื่นทั้งหมื่น แสนทั้งแสน ล้านทั้งล้านพาจมทั้งนั้น แต่สัตว์โลกก็ยอมจมถ้าเชื่อมัน คาถามันเก่งคาถากิเลสเก่งจริง ๆ นะ เรียนให้ถึงมันเสียก่อนถึงรู้ว่าคาถากิเลสเก่ง ถ้าไม่มีอะไรเหนือไม่รู้มัน ธรรมเท่านั้นเหนือ ถึงรู้ว่ากิเลสเก่งหลอกลวงสัตว์โลก

เวลามั่งมีศรีสุขมาบ้างพออยู่พอกินพอเป็นพอไปก็ลืมศีลลืมทานของตัวเสีย มีแต่กิเลสเอาไปถลุงฟุ้งเฟ้อเห่อคะนอง จ่ายไม่มีเมืองพอ เรื่องจะหมุนเหล่านี้เข้าไปสู่วัดสู่วาสู่ศาสนาเพื่อความดีเข้ามาสู่ใจไม่มีซิ ทีนี้เวลาตายแล้วก็จมจะทำยังไง จมก็ต้องหาผู้ช่วยเหมือนกัน ตั้งแต่คนมั่งมียังต้องอาศัยผู้ช่วย ไม่มีผู้ช่วยเป็นไปไม่ได้มนุษย์เรา ใครจึงอย่าประมาทว่าตนมีตนจน มีเท่าไรให้ทำ-ทำบุญ สมมุติว่ามี ๑๐ เรามีความจำเป็นอะไรแบ่งเสีย ๓ อย่างน้อยให้ได้ ๓ อีก ๗ นั้นใช้สำหรับครอบครัวหรือกิเลสเอาไปถลุงก็แล้วแต่ สมมุติว่า ๑๐ สตางค์เราแบ่งไว้ ๓ สตางค์สำหรับทำบุญให้ทาน อันนี้สำหรับสมบัติของใจ ใจที่จะเป็นผู้สมบุกสมบันให้ได้ ๓ สตางค์ นอกนั้นก็เป็นเรื่องธาตุเรื่องขันธ์เรื่องกิเลสเอาไปเสีย ๗ สตางค์ ถ้า ๑๐ บาทก็เอามาทำบุญให้ทานเสีย ๓ บาท ๗ บาทเอาไว้สำหรับธาตุขันธ์ของเราครอบครัวของเราหรือสำหรับกิเลสเอาไปถลุง

ส่วนมากกิเลสจะต้องได้เปรียบตลอดเวลา ได้เปรียบ ๆ ตลอด หยิบปั๊บขึ้นมานี้ความเสียดายเข้ามาแล้ว นั่นเร็วไหม พอหยิบปั๊บจะไปทำบุญให้ทานความเสียดายเข้ามาแล้ว ๆ นั่นละคือตัวกิเลสมันแทรกปั๊บ ๆ จำให้ดีนะคำนี้ ถ้าแก้ตัวนี้ไม่ได้จมจริง ๆ เราไม่ทัน ต้องเหนือมันก่อน..ธรรมทันหมด ถ้าเหนือแล้วทันหมด มันจะแย็บออกมาช่องไหนทันหมด ๆ เลย นั่นละธรรมเหนือโลกเหนือกิเลสละซิถึงแก้กิเลสได้ ไม่เหนือแก้กิเลสไม่ได้ ถ้าเราจะไปสร้างความดีอะไรนี้มันจะมี บางทีผัวเมียทะเลาะกันก็มี ผัวจะเอาไปทำบุญเมียจะเอาไปทำอย่างนี้ ผัวจะไปทำอย่างนั้น เลยทะเลาะกัน สุดท้ายสมบัติอันนั้นเลยไม่ได้เรื่อง ความทะเลาะเอาไปกินหมดไม่มีเหลือเลย....เป็น ไม่เป็นได้ยังไงมันมีอยู่กับหัวใจของทุกคน ดึงออกมาจากหัวใจเจ้าของมาพูดก็ถูกหมด กระเทือนหมดโลกจะว่าไง

จะทำอะไรกิเลสต้องแทรกเข้าไป ๆ เงินร้อยบาทเราจะดึงไปทำบุญเสียหนึ่งบาท กิเลสจะเข้ามาแทรกหนึ่งบาทนี่นะร้อยบาทไม่แทรกเพราะเป็นของมันอยู่แล้ว หนึ่งบาทนี้มันจะมาแทรกละ จะมาหึงมาหวงเหมือนมีราค่ำราคายิ่งกว่าเงินร้อยบาทเสียอีกที่จะไปทำบุญให้ทาน เก่งขนาดนั้นละกิเลส จำให้ดี เราพูดแล้วมันเคียดมันแค้นจริง ๆ นะกับกิเลสนี่ ไม่ใช่ธรรมดานะ มันเอาเราให้จมในวัฏสงสารนี้ไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์ เพราะกิเลส ๆ เท่านั้นไม่มีเพราะอื่นใด มีเพราะกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น สามแดนโลกธาตุนี้กว้างแสนกว้างขนาดไหนไม่มีอะไรมาเป็นภัย มีกิเลสเท่านั้นมาเป็นภัยต่อหัวใจเรา ให้ได้รับความทุกข์ความทรมานอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะกิเลสนั่นแหละเป็นตัวสำคัญมากทีเดียว โถ มันแทรกมันซ้อนมันเหมือนเม็ดหินเม็ดทรายนะกิเลส มันเก่งขนาดนั้นแหละ..ไม่ทัน ต้องธรรมถึงทันมัน เหนือมันแล้วมองเห็นหมด มันแย็บออกตรงไหนเห็นหมดรู้หมด

เอาละให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก