งานคนจนแต่ไม่จนน้ำใจ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

งานคนจนแต่ไม่จนน้ำใจ

เรื่องหวัดนี้ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ เมื่อคืนนี้เดินจงกรมไม่ได้กี่ตลบมันอ่อนลง ๆ ปวดไปหมดทุกอวัยวะ แต่ก่อนก็เป็นอยู่แล้ว แต่เวลาไปเดินจงกรมเท่านั้นมันก็เด่นชัด เดินจงกรมกลางคืนได้สัก ๓๐ นาทีเท่านั้นมั้ง ไม่ไหว มันเป็นยังไงพูดไม่ถูก มันเจ็บมันปวดมันเพลียเป็นกำลัง เลยหนีมาเลย นอนตั้งแต่นั้นจนกระทั่งสว่างดูซิน่ะ เห็นไหมล่ะ ถ้าธรรมดามันนอนไม่ได้ มันจะดีดของมันหาทางออก เปลี่ยนนั้นเปลี่ยนนี้ แต่เมื่อคืนนี้นอนจมดูเหมือนจะร่วม ๔ ทุ่ม จากนั้นตลอดรุ่งเลย ไม่เคลื่อนไม่ไหวไปไหนเลย มันเป็นของมันอย่างนั้น หวัดอันนี้มันหวัดอะไรก็ไม่รู้ มันปวดมันเมื่อยมันอะไร เดินอยู่ก็ไม่สะดวก จึงไปนอน นอนก็นอนแบบไม่ลุกเลย หลับไม่หลับไม่สนใจมันไม่อยากลุก

งานช่วยชาติของเราก็รู้สึกว่าพอใจภูมิใจ ข้าวไม่ทราบว่ากี่กระสอบนะ ดูว่าเขาก็นับไม่ได้เหมือนกัน เขาจะนับตอนขึ้นรถ ขึ้นเท่าไร ๆ ตอนที่อยู่นั้นนับไม่ได้เลยมันมาก เขาเริ่มขนตั้งแต่วานนี้แล้ว วันนี้เขาก็ขนแต่เช้าไปเลย ข้าวได้เยอะ น่าจะไม่ต่ำกว่า ๔ พันมั้ง ปีกลายได้ ๓ พันกระสอบนะ ปีนี้แน่ใจว่าสูงกว่าปีกลายนี้อีก เลยนับไม่ได้ เพราะมันมีลานซีเมนต์ เขามาเขาวางตูมตาม ๆ แถวนั้นแล้วไปเลย ๆ พวกที่ขนขึ้นก็ขน ขนขึ้นไปนับ นับไม่ทัน สุดท้ายก็เลยไม่ทัน ต้องเอาตอนขึ้นรถ รถคันหนึ่งกี่กระสอบ ๆ นับเอา จากนั้นมาโรงสีก็มาให้รายละเอียดที่ถูกต้องทีหลัง ปีนี้เราไม่สนใจกับมัน เขาจะนับรายละเอียดลอออยู่ที่โรงสี โรงสีศรีไทยใหม่เหมือนหัวใจของเราเลย โยนให้เขาเลย เขาจัดพิจารณายังไง เขาปฏิบัติตามนั้นด้วยความสุจริตเต็มที่เลย เราไม่มีอะไรละ อันนี้ก็เพื่อชาติของเรา

ดอลลาร์ก็มาเรื่อย ทองคำก็มาเรื่อยอย่างนี้ มาเรื่อย ๆ เงินสดทั้งหักเข้าไปบัญชีโครงการเพื่อช่วยชาติ ถ้าหักไว้นั้นแล้วไม่แยกออกมาเลย เข้าเลย ถ้ายังไม่หักก็ต้องอยู่ในความจำเป็นจะต้องพิจารณาเรียบร้อยก่อน พอหักเข้าตรงไหนแล้วก็เป็นอันว่าตายตัว ๆ ไปเลย หักเข้าธนาคารทางโครงการช่วยชาติด้วย หักทางเกี่ยวกับประชาชนทั่วประเทศด้วย หลายด้านนะเรา ความจำเป็นมาทุกด้านทุกทางไม่ทราบจะให้ทำยังไง เราก็บืนเต็มเหนี่ยว ช่วยโลกบืนเต็มเหนี่ยว ๆ เฉพาะทางโรงพยาบาลรู้สึกว่าหนักมากกว่าทุกแห่ง ในขณะเดียวกันเราก็เห็นใจโรงพยาบาล ไม่มีข้อตำหนิ เพราะท่านเหล่านี้มาด้วยความจำเป็นจริง ๆ ไม่จำเป็นไม่มา เราจับเอาจุดนี้

คิดดูซิอุบล จากอุบลไป ๖๐-๗๐ กิโล จากนี้ถึงอุบลมันต่ำกว่า ๔๐๐ กิโลเหรอ แล้วจากอุบลไปอีกไปหาโรงพยาบาล ๖๐-๗๐ กิโล ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่มา เราคิดหมดแล้วนะ ต้องจำเป็นจริง ๆ หากพอถูไถได้บ้างแล้วไม่มา เมื่อจำเป็นต้องอาศัยที่อื่นแล้วต้องมา ๆ เราจึงได้ช่วยตลอด เมื่อวานนี้ก็เพิ่มโรงพยาบาลทางอุตรดิตถ์ บอกอุตรดิตถ์เลย ถ้าอุตรดิตถ์มาแล้วให้เป็นพิเศษ ๆ เหมือนกับทางโรงพยาบาลอุบล ชัยภูมิ คือชัยภูมิ ๒ โรงให้เป็นพิเศษ ให้เฉพาะไกล ๆ แต่สำหรับอุตรดิตถ์มันไกลด้วยกันแล้ว โรงไหนมาก็ให้เลยเพราะมันไกลนะอุตรดิตถ์ อย่างนั้นละต้องแยก ๆ ให้เป็นพิเศษอีก ก็เรียกว่าฟาดเต็มรถเลย

อุบล ๒ โรง บุณฑริก โขงเจียม ทางชัยภูมิก็ ภักดีชุมพล เทพสถิต นี่ไกล ทั้งสองแห่งนี้เราไปดูเอง ลำบาก ทีนี้ทางอุตรดิตถ์มาเราก็ให้อุตรดิตถ์ ไม่ว่าโรงไหนในจังหวัดอุตรดิตถ์เพราะไกลด้วยกัน ให้เลยให้พิเศษ ๆ สั่งพระไว้เรียบร้อยแล้ว พระจะปฏิบัติตามเรา สั่งไว้พระท่านก็จดไว้ ๆ พอโรงพยาบาลมาตามที่เราสั่งท่านจะจัดให้ ๆ เลย ก็มีอุบล ชัยภูมิ อุตรดิตถ์ แถวที่มาเกี่ยวข้องกับวัดที่ไกลกว่าเพื่อน เราก็ให้ ๓ จุดนี้ นอกนั้นก็ให้ธรรมดา ๆ เสมอกันหมดเลย

คนมาเห็นไหมเมื่อวานนี้เต็มหมด มาด้วยน้ำใจนะ เราจะถือน้ำใจเป็นสำคัญมากทีเดียว สิ่งเหล่านี้แสดงออกมาจากน้ำใจ ๆ มีมากมีน้อยออกจากน้ำใจ ๆ อันนี้สำคัญมาก เราจะไม่ถืออะไรยิ่งกว่าใจ ใจนี้จะพาขึ้นพาลงพาได้พาเสีย สิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องสนองเท่านั้นเอง คนมาเมื่อวานนี้ คนภาคอีสานเรานี้เป็นคนจน ไม่ได้เหมือนภาคอื่น ๆ ภาคอีสานเป็นภาคคนจน จนโดยหลักธรรมชาติ เช่น สถานที่อะไร ๆ นี้ก็แห้งแล้ง หาน้ำหาท่าที่จะไหลมาจากทิศใดแดนใดที่จะมาไหลผ่านทางภาคอีสานนี้ พอได้แยกแยะเอาน้ำนั้นไปในที่ต่าง ๆ แล้วปลูกพืชผลต่าง ๆ นี้ไม่มี นี่ละที่เรียกว่ามันเป็นหลักธรรมชาติ เราพิจารณาหมดนะ ทีนี้มันก็แห้งแล้ง

คือน้ำเป็นสำคัญมากทีเดียว เช่น สมมุติว่าทางภาคนี้มีน้ำไหลผ่านมาเหมือนอย่างภาคทั้งหลาย ภาคทั้งหลายก็เป็นหลักธรรมชาติเองไม่ได้ตกแต่ง มาเอง เช่น ภาคเหนือน้ำไหลอยู่ทุกแห่งทุกหน ภาคกลางเป็นที่รวมของน้ำ มันก็เป็นธรรมชาติของมัน ๆ ลงไปทางไหนเฉพาะภาคกลางกับภาคเหนือนี้สมบูรณ์เรื่องน้ำมากกว่าอย่างอื่น เห็นไหมล่ะเครื่องเพาะปลูกต่าง ๆ เขียวชอุ่มเต็มทั่วเขตทั่วแดน แม้ในภูเขาก็ชุ่มเย็น ต้นไม้ปลูกนี้เขียวชอุ่มไปหมด เราดูไปหมดนะ นี่คือน้ำอำนวย น้ำสำคัญมาก ทีนี้มาทางภาคอีสานนี้ไม่มี น้ำที่จะคัดจะไหลออกมาจากทางไหนพอจะแบ่งสันปันส่วนกันไปที่นั่นที่นี่ไม่มี แน่ะ มันก็เป็นหลักธรรมชาติของมัน เมื่อไม่มีจะทำยังไงให้มี หาที่จะทำให้มีก็ไม่มี เพราะไม่มีที่น้ำไหลผ่าน

ถ้ามีน้ำไหลผ่านนี้ เจ้าหน้าที่เขาคิดพอแล้วในการปกครองบ้านเมืองนะ เขาจะแยกจะแยะ ๆ ไปทุกแห่งทุกหน แต่เมื่อจนใจมันก็รู้กันเอง มันไม่มีที่จะคัดไปที่ไหน ๆ จึงเรียกว่าภาคอีสานเป็นภาคคนจน คือไม่มีสิ่งอำนวยที่จะให้ก่อให้สร้างหาสมบัติเงินทองอะไรมาเยียวยาครอบครัวเหย้าเรือน มันก็จำเป็นต้องวิ่ง เราดูซิภาคอีสานวิ่งเข้าไปอาศัยภาคกลางอยู่นะ ไม่ใช่ของเล่น ชีวิตของภาคอีสานอยู่ภาคกลาง ทำนาแล้วไม่มีงานอะไรทำจะว่าไง ก็ท้องปากมันบังคับตลอดเวลามันต้องวิ่งซิ พอทำไร่ทำนาเสร็จแล้วหลั่งไหลไปนู้น ภาคกลางเป็นที่หนึ่ง ภาคนั้นภาคนี้ก็ไปบ้างไม่มาก สำหรับภาคกลางเต็มแต่คนภาคอีสานทั้งนั้น ไปอาศัยกินด้วยกันอย่างนั้นแหละจะว่าไง ทางไหนพอเยียวยากันได้ก็เฉลี่ยกันไปเพราะจำเป็น

อันนี้ไม่ใช่เป็นการลำเอียงหนักโน้นหนักนี้ รักนู้นชังนี้ มันเป็นความจำเป็น ก็ทราบด้วยกันอย่างนี้จะว่าไง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้พูดว่าภาคอีสานนี้จน ไม่ใช่จนเพราะคนขี้เกียจ เขาไม่ได้ขี้เกียจ แต่งานที่จะให้ทำที่เกี่ยวกับสิ่งใดเช่น น้ำนี้ไม่มีก็ทำไม่ได้ เราจะเห็นเฉพาะเช่นอย่างออกจาก อ.กุมภวา นี้ไป มีสายลำปาวไปตรงนั้น เขาคัดน้ำออก ๆ สิ่งเพาะปลูกต่าง ๆ นี้เขียวชอุ่มไปตามแถวสายลำปาว ที่สำคัญมาก เขียวไปหมดเลย ที่อื่นแห้งผากเสีย มันเป็นอย่างนั้น จึงลำบาก คนมามาก ๆ นี้มาด้วยน้ำใจ ทรัพย์สมบัติมีน้อยหรือไม่มี นี่มาด้วยน้ำใจเราก็เอาน้ำใจ คนมามากมาด้วยน้ำใจ มีมากมีน้อยเฉลี่ยเผื่อแผ่กันไปอย่างนั้นละ ทำด้วยน้ำใจ

เราไปนี้เราไม่ได้ไปหาวัตถุอะไร วัตถุเป็นที่สองของน้ำใจต่างหากที่เราไปนี้ ไปที่ไหนเหมือนกัน เราไม่ได้ไปหากอบหาโกยเอาอะไร เช่นอย่างประกาศให้ช่วยชาติบ้านเมือง คนนั้นได้เท่านั้นเท่านี้ เราก็ถือน้ำใจสำคัญ มีมากมีน้อยออกจากหัวใจ ๆ เราจึงได้สงสารมากทีเดียว พี่น้องชาวไทยเราคราวนี้รู้สึกว่าน่าสงสารมาก ไปภาคต่าง ๆ อย่างนี้ ที่ไหนก็ไหลมา ๆ มาด้วยน้ำใจ ๆ เราเอาตรงนี้ น้ำใจเป็นสำคัญนะ

ให้พี่น้องทั้งหลายปฏิบัติน้ำใจต่อกัน ให้มีน้ำใจต่อกัน อย่าเป็นคนคับแคบตีบตัน อันนี้เป็นการตีบตันอั้นตู้ คับแคบทั้งตัวเองและคนอื่น หาที่ไปมาอะไรก็ไม่ได้เพราะเจ้าของกั้นทางเจ้าของเอง ถ้าต่างคนต่างเปิดด้วยความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ให้อภัยกันแล้ว โลกนี้จะทุกข์จะจนอยู่ด้วยกันได้ทั้งนั้นด้วยน้ำใจ ให้จำเอาตรงนี้ สมบัติเงินทองเป็นเครื่องสนองเท่านั้น ถ้าน้ำใจไม่ดีมีเท่าไรก็ไม่เกิดประโยชน์ มิหนำซ้ำยังดูถูกเจ้าของผู้มีอีกด้วยว่าเห็นแก่ตัวเอามาก นั่น

คนทุกข์คนจนมีเท่าไรเฉลี่ยเผื่อแผ่ถึงกัน ๆ มีมากมีน้อยแบ่งสันปันส่วนกัน อย่างนั้นไปที่ไหนไม่ตายคนไทยเรา เมื่อน้ำใจถึงกันแล้วไม่ตาย สำคัญที่น้ำใจที่มีต่อกัน ไม่ได้สำคัญอย่างอื่นใด อันใดจะมีมากมีน้อยก็ไม่สำคัญเท่าน้ำใจ เราจึงหาน้ำใจเป็นสำคัญ อย่างทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองด้วยแล้ว ประโยชน์เพื่อชาติก็ได้ กุศลผลบุญที่เราบริจาคเพื่อชาติของเรานี้ก็เป็นสมบัติของเรา เราก็ได้ ไม่ใช่ว่าให้ชาติบ้านเมืองแล้วเราไม่ได้นะ ก็เหมือนกับเราทำบุญให้ทานหากุศลอันยิ่งใหญ่เพื่อช่วยชาติบ้านเมืองของเรา ใหญ่ขนาดไหน ๖๒ ล้านคน ต่างคนต่างเฉลี่ยหนุนกันขึ้น ๆ ทางบุญกุศลที่เราไปสละมากน้อยเป็นบุญของเรา ๆ ทั้งนั้น จึงเรียกว่ามหากุศลล่ะซิ

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายแสดงน้ำใจต่อกันนะ ศาสนาลงที่น้ำใจนะไม่ลงที่ไหน ศาสนาแสดงถึงน้ำใจทีเดียวไม่เป็นอย่างอื่น เศรษฐีพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้สนใจ ถ้าเป็นทุคตะเข็ญใจแต่มีศรัทธาก็สนใจ เศรษฐีก็สนใจถ้ามีจิตใจรับบุญรับกุศล รับคุณงามความดีเพื่ออนาคตต่อไปแล้ว พระองค์สนใจทั้งนั้นแหละ ภพฺพาภพฺเพ วิโลกานํ ทรงเล็งญาณดูสัตวโลก ก็ดูหัวใจของโลกนะ ไม่ได้ดูสมบัติเงินทองของโลก พระองค์ทรงดูน้ำใจ อะไรที่ไหนพอจะปลดเปลื้องพอจะช่วยเหลือได้ พระองค์ก็สงเคราะห์ ๆ นี่น้ำใจเป็นสำคัญ

คำว่า ภพฺพาภพฺเพ วิโลกานํ คือทรงเล็งญาณดูสัตวโลก ดูหัวใจโลกนะ ไม่ได้ดูสมบัติเงินทองข้าวของของโลก ดูหัวใจ หัวใจใดที่จะพอรับอรรถรับธรรมเป็นเครื่องพยุงตนไปได้ พระองค์ก็สงเคราะห์ ไม่ว่าคนทุกข์คนจนไปหมด เป็นอย่างนั้นนะ พอพูดอย่างนี้เราก็ระลึกถึงท่านเจ้าคุณองค์หนึ่ง ไม่ระบุชื่อท่านแหละ แหม ชัดเจนมาก อันนี้รู้สึกว่าชัดเจนเอามาก ความฝันของท่านความฝันโพธิสัตว์ ท่านบอกว่าท่านปรารถนาโพธิสัตว์ ทีนี้กลางคืนท่านนอนหลับ ฝันละซิ บ้านนี้ท่านไม่เคยไปเลย ท่านก็ต้องเสี่ยงเอา ใครจะว่ายังไงก็ว่าเถอะท่านว่าอย่างนั้น เพราะตอนกลางคืนที่ท่านฝันนั้น พวกปลาหมอเขาเอาขังไว้ที่หลังบ้านเขา ใส่โอ่งใหญ่ ๆ ขังไว้เต็มไปหมด

ทีนี้ปลาหมอโพธิสัตว์ก็ยังมี เห็นไหมล่ะ เวลานั้นไปเป็นปลาหมออยู่ เป็นเชื้อโพธิสัตว์ด้วยกัน พอท่านนอนหลับกลางคืนก็ฝัน ปลาหมอพาบริษัทบริวารมา เดี๋ยวนี้กำลังถูกกักขังจะถูกต้มถูกแกงเมื่อไรก็ไม่ทราบ นี่เห็นว่าท่านเป็นสายโพธิสัตว์ นั่นทำไมเขารู้ นี่ละอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมมันหากบอกกันเอง ทราบว่าท่านเป็นสายโพธิสัตว์ ก็โพธิสัตว์เป็นที่ให้ความร่มเย็น ปลดเปลื้องทุกข์ทั้งหลายแก่สัตว์ จึงต้องพากันมา มาก็บอกว่าเวลานี้กำลังถูกขังอยู่ที่บ้านนั้น ๆ นั่นฟังซิน่ะ เขาขังไว้หลังบ้านเขา ใส่โอ่งขังเอาไว้ ขอให้ท่านไปโปรดด้วย

พอตื่นขึ้นมามันฝังลึกท่านว่า แหมมันสะดุด เลยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เสี่ยงบ้าเสี่ยงดีเอาว่างั้น จะไปบ้านนี้ พอตื่นขึ้นมาท่านก็ไปเลยเชียว ไปคนก็ไม่รู้จักกันด้วยนะ ท่านก็บึ่งเข้าไปตรงฝัน มันฝันอะไรพิลึกพิลั่น ไปก็ไปเห็นปลาจริง ๆ ท่านเลยขอบิณฑบาตเอาเลย เขาให้หมดเลย นั่น พอพ้นภัยแล้วเอาไปปล่อยให้เห็นต่อหน้าต่อตาเลย นี่เป็นยังไงคำฝันดูซิ ท่านเป็นโพธิสัตว์ แล้วพวกสัตว์อยู่ในนั้นเป็นโพธิสัตว์ก็มี เป็นหัวหน้าอยู่นั้น นั้นละเป็นหัวหน้าที่มาหาโพธิสัตว์ด้วยกัน ตกลงก็เปลื้องชีวิตของเขาได้หมดเลย นี่ละเป็นคำฝันที่แปลกประหลาด

ท่านฝันทีไรนี้รู้สึกจะแม่นยำเอามากทีเดียว อย่างที่ว่าเณรสมนั่น เณรสมที่หลุดมาจากนรกมาเกิดแล้วบวชเป็นเณรอายุได้ ๑๕ ปี อันนี้ก็แบบเดียวกัน ปลานั้นก็เข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอ ท่านบุกเข้าไปจนถึง เลยได้มาจริง ๆ แม่นยำมากความฝันของท่านโพธิสัตว์ ทีนี้อีกอันที่สองนี้ก็คือมีเณรหนึ่งตกนรก พอกรรมเบาบางเขาก็ปล่อยออกจากนรก เหมือนกับนักโทษในเรือนจำ ผู้ใดที่มีกรรมเบาบางเขาก็เอาออกไปใช้งานนั้นงานนี้ อันนี้ก็ลักษณะเดียวกัน พอมาได้โอกาสก็ขโมยหนีนรก เหมือนกับพวกนักโทษที่โทษเบาบางออกมาทำงานข้างนอกขโมยหนี อันนี้ก็แบบเดียวกันให้ออกมาจากนรกมาภายนอกอย่างว่านี่แหละ

ขโมยหนีมาเกิดเป็นคนอายุได้ ๑๕ ปี เขาก็บอกว่าครู่เดียวทำไม ๑๕ ปี แล้วก็มาบวชเป็นเณรอยู่นั้น เณรก็เณรอยู่ในวัดท่านเสียด้วยไม่ใช่ธรรมดา มากลางคืนนั้นฝันเอาอย่างพิลึกพิลั่นทีเดียว ยมบาลเขาตามมาเลยเทียว อันนี้เราก็ดูได้เขียนไว้บ้างแล้ว แต่นาน ๆ มานี้ก็จะลืม มาก็มาซักไซ้ไล่เลียงถามหา ว่าเณรนั้นชื่อว่าอย่างนั้นมาอยู่ที่นี่ไหม บอกว่ามาอยู่แล้วมาบวชเป็นเณร นี่มันเป็นตัวขโมยมาจากนรก พอปล่อยออกจากนรก เรียกว่าให้อยู่ขอบนรกว่างั้นเถอะพูดง่าย ๆ ให้ออกจากนรก พอกรรมของมันเบาบางบ้างแล้วมันขโมยมานี้ มันเป็นโทษจะจับคืนไปนรกอีก เอ้า เวลานี้เณรนี้กำลังบวชก็ขอบิณฑบาตขอให้เณรอยู่ไปได้ไหม โอ๋ย ไม่ได้เรื่องกรรมใครจะขออะไรไม่ได้ทั้งนั้น แม้แต่ผมมานี้ก็มาในนามของกรรม มาในนามแห่งกรรมของเณรนั้น ไม่ใช่ผมเองนั่นฟังซิ เวลาตอบ

ท่านสลดสังเวชเพราะพูดกันอย่างชัดเจนทีเดียวกับยมบาล มาตัวใหญ่เท่ากุฏินี้ว่างั้นมาทีแรก ครั้นเข้ามา ๆ ขยับเข้ามาก็มาเป็นคนธรรมดาเข้ามาหาพูดเรื่องราวอะไร อันนี้เราสรุปได้แค่นี้นะ คือนานแล้วจำไม่ได้ พอตื่นขึ้นมาท่านก็เลยรีบเรียกพระมากระซิบละซิ โอ๊ย เมื่อคืนนี้ฝันเป็นยังไงมันประหลาด สลดสังเวชน่าสงสารเณร ท่านว่าอย่างนั้นนะ แล้วก็เล่าให้ฟังว่าเณรนี้ออกจากนรกมา ชื่อว่าเณรสม อายุได้ ๑๕ ปีบวชเป็นเณร นี่ยมบาลเขาตามมาแล้ว เขาจะเอาไปลงนรกตามเดิม ทีนี้เข้านรกเลยแหละ เพราะมันแหวกแนวต้องลงนรกเลย ไม่ได้อยู่ขอบนรกแหละ มาก็เรียกพระมากระซิบที่เรื่องราวเป็นอย่างนั้น ๆ ให้เราทราบเฉพาะ คอยฟังเหตุการณ์ว่างั้นนะ

เขาบอกจนเวล่ำเวลาเขาจะมาเอาโน่นนะ เขาไม่ได้บอกธรรมดา บอกเวล่ำเวลาจะมาเอา เพราะฉะนั้นท่านถึงกำหนดเวลาที่เขาบอกนั้นบอกกับพระ ว่าเขาจะมาเวลาเท่านั้น เขาจะมาเอาเณรนี้ เอาเณรกลับคืนไปลงนรกตามเดิม ก็ทำความเข้าใจกันเฉพาะพระเท่านั้น ดูเหมือนประมาณสักทุ่มกว่า เณรนั้นเกิดทุรนทุรายถ่ายท้อง เห็นไหมล่ะ ถ่ายท้องถ่ายเป็นประมาณ ๆ ถ่ายไม่หยุดไม่หย่อน สุดท้ายจะถึงเวลาท่านก็เข้าไปเตือนเณร เอ้า เณรจะเป็นยังไงก็เรื่องกรรมของสัตว์มันแก้ไขไม่ได้แหละ เป็นกรรมของเณร เณรอย่าปล่อยภาวนาพุทโธนะ ให้ยึดพุทโธไว้ให้ดี ลงนรกก็ให้ลงไปกับพุทโธ จะได้เบาบางทุกอย่างไป ท่านว่าอย่างนี้ ถึงเราจะเป็นโทษเป็นกรรมในระยะนั้น เวลานี้เราก็เป็นคุณในหัวใจของเราด้วยพุทโธ ให้พยายามรักษาพุทโธไว้จนกระทั่งสิ้นลมนะ

พอสอนแล้วสักเดี๋ยวก็ไปเลย ตาย มันก็ไม่ผิดอะไรใช่ไหมล่ะ ๓ ทุ่มมาเป๋งเลย ท้องก็ดี ๆ อยู่ พอทุ่มกว่า ๆ ก็เริ่มถ่ายท้องแล้ว ไปถึงระยะนั้นก็ไปเลย นี่ละอันหนึ่งท่านฝันเห็นไหมล่ะ จนกระทั่งเอาพระมากระซิบ ท่านองค์นี้ท่านเป็นโพธิสัตว์ ท่านบอกตรง ๆ เลยว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านปรารถนาพุทธภูมิมานานแล้ว จิตใจฝังอยู่กับพุทธภูมิตลอดท่านว่า นี่ละเรื่องอำนาจแห่งกรรม ที่มากระซิบในทางความฝันก็ไม่ผิดสักกิสักกีเลยนะ เวลาเท่านั้นจะมาเอา ถึงเลยเวลานั้นก็ไปเลย อย่างพวกปลาหมออยู่ในนั้นก็เหมือนกัน ก็ตามเข้าไป ไม่เคยเห็นบ้านเขาเลย บุกเข้าไปด้วยคำฝันบอก ไปก็ไปเจอเอาจริง ๆ นั่นเห็นไหมความฝันนี้มันความฝันเทพบันดาล ไม่ใช่ความฝันธรรมดาเรา ความฝันเทพบันดาล เรื่องเหล่านี้ใครอย่าไปคาดนะ คาดเรานี้เป็นเรื่องคาดกิเลส เป็นเรื่องของกิเลสคาดเพื่อทำลายธรรมคือความจริง มันจึงไม่มีอะไรจริง เรื่องของกิเลสมีแต่หลอกทั้งนั้น

เมื่อวานนี้งานทำบุญข้าวเปลือกวันที่ ๑๐ ทองคำได้ ๗ กิโล.๔ บาท ๓๑ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒,๒๐๙ ดอลล์ เงินสดได้ ๑,๐๘๙,๖๙๗ บาท งานคนจนได้ถึงหนึ่งล้านนี้ก็นับว่ามากเต็มเหนี่ยวแล้วนะ งานคนจนแต่ไม่จนที่น้ำใจมาเสียสละ คนเต็มท้องนา เขาแสดงน้ำใจของเขาออกมา จะมีมากมีน้อยคนละห้าสิบก็พอของเขา

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก