แม้แต่หมาก็ไม่กราบพระประเภทนี้
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

แม้แต่หมาก็ไม่กราบพระประเภทนี้

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๑๑ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๕ บาท ๘๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๔๖๘ ดอลล์ ทองคำที่จะมอบเข้าคลังหลวงคราวนี้ ๔ พันกิโล มอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ๒,๕๕๐ กิโล ยังขาดอยู่อีก ๑,๔๕๐ กิโลจะครบจำนวน ๔ พันกิโล นี่เป็นพักหนึ่ง พักต่อไป ทองคำที่ได้หลังจากการมอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๑๘๑ กิโล ๑๘ บาท ๖๕ สตางค์ ทองคำต่อยอดจากโครงการช่วยชาติ ๘๐๐ ล้านนั้น ได้ซื้อทองคำได้ ๒,๐๑๒ กิโลครึ่ง หรือเท่ากับ ๒ ตันกับ ๑๒ กิโลครึ่ง รวมยอดทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ได้ ๔,๕๖๒ กิโลครึ่ง รวมยอดทองคำทั้งหมดทั้งที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วและยังไม่ได้มอบเป็นจำนวนทองคำ ๔,๗๔๓ กิโลครึ่ง

ยังเหลืออีก ๒๕๖ กิโลครึ่งก็จะถึง ๑ พันกิโล เมื่อถึงนั้นแล้วก็จะหลอม หลอมแล้วก็จะเข้ามอบคลังหลวงอีก มอบเป็นพัก ๆ คือเวลานี้เราประกาศว่ามอบแต่ละครั้งขอให้ได้ ๕๐๐ กิโลมอบทีหนึ่ง เราเก็บหอมรอมริบไว้อย่างนี้ มันขึ้นอยู่กับการพอกับจำนวนที่เราจะมอบแต่ละครั้ง ๆ เมื่อพอจำนวนเมื่อไรเราก็เข้ามอบ ๆ เพราะฉะนั้นจึงมีห่างอยู่มากทีเดียว เพราะทองคำเป็นของมีค่ามาก กว่าจะถึงจำนวนที่เรามอบแต่ละครั้งนั้น จึงรู้สึกว่านานพอสมควร มอบเป็นระยะ ๆ ที่มอบแล้วก็เป็นอันว่ามอบแล้ว ที่ยังไม่ได้มอบก็เก็บสั่งสม ทองคำที่ได้มาจากที่ต่าง ๆ นี้เข้าไปรวมกันแล้ว ถ้ายังไม่ได้หลอมก็ไปเก็บไว้ที่ตู้นิรภัยก่อน หลอมแล้วถ้าพอมอบก็เข้ามอบเลย ถ้ายังไม่พอก็ต้องเอามาเก็บไว้ที่ตู้นิรภัยไว้ก่อน ๆ ตลอดมาอย่างนี้ไม่ไปไหน ปลอดภัย คำว่าตู้นิรภัยเรียกว่าตู้ปลอดภัยนั่นเอง ไปเช่าตู้นิรภัยของธนาคารเขาตั้งแต่เริ่มช่วยชาติมา

ให้พี่น้องทั้งหลายทราบไว้ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายบริจาคนี้ เรียกว่าเขียนเป็นประวัติศาสตร์ได้เลย พร้อมกับประวัติศาสตร์ช่วยชาติไทยของเราคราวนี้ในการบริจาคของพี่น้องทั้งหลาย เข้าสู่จุดมุ่งหมาย ๆ ไม่มีรั่วไหลแตกซึมเลย เรียกว่ามีครั้งนี้ว่างั้นเลยนะที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสมบัติพี่น้องทั้งหลายที่มาบริจาคนี้ ไม่มีรั่วไหลแตกซึม หลวงตาเป็นผู้ควบคุมเรื่องนี้แต่ผู้เดียว ด้วยอำนาจแห่งความเมตตาล้วน ๆ ทีเดียว ความเมตตาจะไม่มีอะไรมาแย่งมาชิงไปได้แหละ ครอบหมดเลย เราได้เขียนประวัติเรื่องสมบัตินี้ ประวัติแห่งการบริจาคพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่ เรียกว่าความปลอดภัย ๆ ตลอดมานี้เขียนได้เลย เพราะเราเป็นผู้นำเอง เป็นผู้จัดการทุกอย่างในสมบัติ ทองคำ ดอลลาร์ เงินสด เราเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง ไม่ให้ใครมาทำแทนเลย เรียกว่ามันไม่แน่ใจ เจ้าของต้องเป็นผู้ทำหน้าที่เอง

คิดดูซิเงินนี้เราไม่เคยเกี่ยวข้องนะ ตั้งแต่ไปเรียนหนังสืออยู่นั้นก็มีธรรมดา ก็เกี่ยวข้องธรรมดา มีคนเก็บไว้ให้อย่างไวยาวัจกร เราต้องการใช้เกี่ยวกับหนังแส่หนังสือศึกษาเล่าเรียน พอก้าวขึ้นเวทีซัดกับกิเลสเท่านั้นปัดหมดเลยเทียว ไม่เอาอะไรเลยทั้งนั้น ไปเทศนาว่าการในที่ไหน ๆ ไปเทศน์ที่ไหนบ้านนั้นต้องมีวัด สมมุติว่ามีความจำเป็นไปเทศน์ เขาถวายอะไรมา จตุปัจจัยไทยทานมอบหมดไปเลย ๆ ไม่เคยมีอะไรติดย่ามตลอดมา เราปฏิบัติตัวของเรามาอย่างนั้น

มาอยู่วัดป่าบ้านตาดก็ได้มา ๆ ก็ให้ไวยาวัจกรเขาจัดการทางโน้นไม่ได้เกี่ยว แล้วก็สั่งเท่านั้น สั่งจ่าย ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายนี้มาเกี่ยวกับเงินแล้วนะหลวงตา ไม่เคยเกี่ยวแต่ก่อน เหตุที่เกี่ยวนี้ก็คือว่า เรื่องความปลอดภัยของสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคผ่านมานี้ จะเป็นที่ไว้ใจกับใคร ก็เราเป็นผู้ออกหน้าเองด้วยความเมตตาล้วน ๆ ในหัวใจเรา เราจะปฏิบัติยังไงสมบัติเหล่านี้ถึงจะปลอดภัย สุดท้ายก็ต้องมากุมอำนาจอันนี้ รับผิดชอบหมดเลย ทองคำ ดอลลาร์ เงินสด อยู่ในบัญชีของเรา เราเป็นผู้ถือบัญชีแต่ผู้เดียว สั่งเก็บเอาไว้นี้ก็เราเก็บยังไม่ให้จ่าย สั่งจ่ายเราจ่ายผู้เดียวทั้งนั้น จึงเรียกว่าบริสุทธิ์ตลอดมา

แม้แต่ที่ไปฝากไว้ธนาคารโครงการช่วยชาตินี้ เราจะถอนแต่ละครั้งเราก็ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบนะ ถ้าไม่ประกาศแล้วแสดงว่าไม่ถอน นั่น เราเปิดเผยขนาดนั้นด้วยความบริสุทธิ์ สำหรับเราบริสุทธิ์เต็มที่แล้ว ก็อยากให้พี่น้องทั้งหลายได้เข้าใจในการดำเนินของเราเป็นยังไงบ้าง เราดำเนินมาอย่างนี้ แล้วต่อไปก็เป็นแบบเดียวกันเพราะคน ๆ นี้ไม่เป็นอื่น จะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ปลอดภัยเรื่อยไป อย่างที่เราเคยพูดว่านาน ๆ ทองคำจึงจะเข้าคลังหลวงทีหนึ่ง บางคนอาจจะปลงตกก็ได้เพราะมันนาน ๆ เอามาบริจาคอย่างนี้มารวมไว้ ๆ เก็บสั่งสมไว้ ๆ ทีนี้เห็นนานไม่เห็นมีสักที ไม่เห็นรู้เรื่องรู้ราวสักที

บางคนจะปลงตก เอ๊ย เราให้ท่านไปแล้วจะเอาไปไหนก็แล้วแต่เถอะ อาจคิดอย่างนั้นก็ได้ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น คือมาเก็บสั่งสมไว้ ๆ จนพอแล้วออกคลังหลวงทีหนึ่ง ๆ อย่างนี้ จะเป็นต่อไปก็แบบเดียวกัน แต่คราวนี้เรากะไว้ว่าประมาณสัก ๕๐๐ กิโล แต่ก่อน ๔๐๐ กิโลเข้าได้เลย เดี๋ยวนี้ประมาณ ๕๐๐ กิโลจะเข้าคลังหลวงทีหนึ่ง พอครั้งที่สองก็เต็มตันเลย ๆ เราได้ประกาศไว้แล้วว่า ๕๐๐ กิโล เพราะฉะนั้นเวลาเราหลอมนี้เราจึงต้องคำนึงถึง ๕๐๐ กิโล ถ้ายังไม่พอหลอมแล้วเราเอาเข้าตู้นิรภัยไว้ก่อน พอครบจำนวนเมื่อไรก็ออก ส่วนดอลลาร์ก็ตามกันไป ดอลลาร์ก็ได้ไปตามกัน มากน้อยก็ได้ไปตาม

คราวที่แล้วที่ไปมอบที่ทำเนียบรัฐบาล ดอลลาร์ได้เพียงสองแสน เราต้องไปคว้าเอาเงินในโครงการช่วยชาติออกมาดูเหมือน ๑๐ ล้านมาซื้อดอลลาร์เข้าไปพร้อมกัน จึงได้ดอลลาร์ ๔ แสน กับเงินที่เราไปถอนออกจากโครงการช่วยชาติมา ๑๐ ล้าน ถอนออกไปซื้อทองคำ ๑๕ ล้านนั้นเพื่อนำกฐินเราปีก่อนนี้ อันนั้นเราเอาเงินโครงการช่วยชาติออกไป ๑๕ ล้านไปซื้อทองคำมาเพื่อนำหน้าทอดกฐินทองคำ นี่อันหนึ่ง เพราะฉะนั้นในโครงการช่วยชาติที่ซื้อทองคำจึงเป็นเงินทั้งหมด ๘๑๕ ล้าน ออกไปดอลลาร์เสีย ๑๐ ล้าน เป็น ๘๒๕ ล้านสำหรับเงินสด นอกนั้นไม่เข้า มีแต่ออกนอกเลย

ออกตามสถานที่ต่าง ๆ ดังที่เคยเรียนให้ทราบแล้ว ตั้งแต่สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาลที่ไหน ๆ ต่อไปไม่หยุดไม่ถอย ที่ราชการต่าง ๆ เงินนอกจากเข้าคลังหลวงนี้เราก็แยกออกไปช่วยทั่วประเทศไทย จำนวนนี้ไปอย่างนั้น กว้างขวาง จำนวนหนึ่งเข้าจุดคือหัวใจของชาติ พอจำนวนนอกจากนั้นไปแล้วก็เป็นแข้งขาอวัยวะต่าง ๆ ออกไปทั่วประเทศไทยเรา จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายตายใจได้เลยในการบริจาค ไม่เป็นอื่นว่างั้นเถอะ เพราะหลวงตาเป็นผู้ควบคุมการเงินเองด้วยความเมตตาล้วน ๆ หลวงตาไม่หวังอะไรเลย

พูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยคือไม่เอาอะไรเลยในสามแดนโลกธาตุ มีอะไรเราไม่เคยสนใจเราไม่เอา ปล่อยหมด วัตถุอย่างนี้ก็ปล่อย หัวใจกับสิ่งทั้งหลายที่จะเป็นกังวลกับสิ่งต่าง ๆ ปล่อย ปล่อยหมด ก็ยังมีแต่ความเมตตา เมตตาก็เป็นธรรมล้วน ๆ แล้วออกตลอดเลย ไม่ติดไม่ข้องไม่พัวไม่พันกันเมตตาธรรม ไม่เหมือนวัตถุที่จะไปติดสิ่งนั้นสิ่งนี้เราไม่ติด เราปล่อยหมดแล้ว แต่เรื่องเมตตาธรรมนี้ออกจากใจล้วน ๆ กระจายไปหมด จะว่าติดหรือไม่ติดพี่น้องทั้งหลายก็พิจารณาเอา

ช่วยชาติพี่น้องทั้งหลายก็เห็นทั่วหน้ากันแล้ว ช่วยศาสนาเราก็เต็มกำลังความสามารถของเราที่อบรมแนะนำสั่งสอนพระเณรประชาชนมาเป็นเวลา ๕๐ กว่าปี นี่สั่งสอนเรื่องอรรถเรื่องธรรมล้วน ๆ จากนั้นก็ออกช่วยชาติด้านวัตถุ ธรรมต้องแทรกตลอดเลย เพราะด้านวัตถุนี้เป็นที่ออกหน้าออกตาได้เห็นทั่วหน้ากัน แต่ด้านธรรมะโลกไม่ค่อยจะมีน้ำหนักอะไรเลย รวนเร จึงต้องสอนอรรถสอนธรรมไปพร้อมกับการประกาศบิณฑบาตขอสมบัติทั้งหลายเข้ามาสู่หัวใจแห่งชาติไทยของเราคือคลังหลวง ธรรมะนี่เน้นหนักเรื่อย ไปที่ไหนปล่อยไม่ได้เลย เพราะเวลานี้ชาติไทยของเรารู้สึกว่าห่างเหินต่ออรรถต่อธรรมมากทีเดียว

โทษแห่งความห่างเหินจากธรรม ถึงกับว่าจะเอาเมืองไทยให้จมได้เลยดังที่เห็นต่อหน้าต่อตา นี่โทษแห่งความห่างเหินจากธรรม ใกล้ชิดติดพันกับกิเลสตัณหาความโลภโมโทโส หลงลาภหลงยศ หลงรายได้รายรวย เลยจะเอาเมืองไทยทั้งชาตินี้เป็นสมบัติของตัวเองแต่ผู้เดียว เมืองไทยก็เลยจะจมให้เห็น นี่ละความห่างเหินจากอรรถจากธรรม มันเข้าใกล้ชิดติดพันกับกิเลสตัณหาซึ่งจะทำให้โลกพินาศได้ไม่สงสัย เรื่องกิเลสไม่ทำใครให้เจริญ จิตใจไม่มีทางเจริญถ้าลงกิเลสได้เข้าแล้ว เจริญเรื่องข้างนอกที่กิเลสมันเสกให้ว่า มีอันนั้นมีอันนี้ นั่นกิเลสเสกสรรให้หลงบ้าไป มีสมบัติเงินทองข้าวของมากมาย มียศถาบรรดาศักดิ์สูง ต่อจากนั้นก็หลงไป ติดพันไปกับลาภยศสรรเสริญ สมบัติเงินทองข้าวของติดไปอย่างนั้น จากนั้นก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่เพื่อนฝูงทั่วประเทศนั่นแหละ เจ้าของร้อนแล้ว

เราอย่าเข้าใจว่า คนหาสมบัติได้มาแบบนี้แล้วจะมีความชุ่มเย็น ไม่มี ภายในเป็นไฟ ภายนอกเป็นเครื่องประดับร้าน มีเท่านั้น ไม่มีอะไรจะแทรกธรรมค้านธรรมได้ ธรรมจึงเป็นธรรมที่ท้าด้วยการพิสูจน์ ใครจะว่าใครมั่งมีศรีสุขเป็นความสุข ไม่มี ถ้ามีธรรมในใจไม่ประกาศก็รู้ ชุ่มเย็น มีอรรถมีธรรมมากน้อย ตื่นขึ้นมานี้ให้ระลึกถึงอรรถถึงธรรมวันหนึ่ง ๆ คนจะไม่เพลินมาก จะไม่ลืมเนื้อลืมตัวมาก จะไม่ดีดไม่ดิ้นมากเกินไป เพราะมีอรรถมีธรรมเป็นเบรกห้ามล้อกระตุกเอาไว้ไม่ให้มันรุนแรง ถ้ารุนแรงเข้าสู่ฟืนสู่ไฟ ความโลภพาเข้าสู่ฟืนสู่ไฟเผาหัวใจตัวเองนั่นแหละ ถ้าธรรมแล้วกระตุกเอาไว้ เรียกว่าเป็นเบรกห้ามล้อ ให้พอเหมาะพอดีพออยู่พอกินพอเป็นพอไป อันนั้นถูกต้อง เพราะฉะนั้นจึงต้องมีธรรม

เมืองไทยเราห่างเหินธรรมมาก จึงจะทำให้จมต่อหน้าต่อตา กิเลสจะพาให้ล่มจม จึงต้องอาศัยธรรมเป็นเครื่องฉุดเครื่องรั้งขึ้นมา ดังที่เราเห็นเวลานี้เราพยายามฟื้นฟูชาติไทยของเรามาเป็นเวลา ๔ ปีนี้แล้ว ผลก็ได้เป็นที่พอใจเป็นลำดับลำดา อย่างที่ผู้ว่าการธนาคารชาติประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบที่สวนแสงธรรมนั่น เงินที่เราติดหนี้เขานั้น โหย รอหายใจอยู่เท่านั้นนะ คือรอแต่จะจม หายใจเป็นเวลานาทีไปเท่านั้นเอง เขาจะมากำเมื่อไรก็ได้ เพราะติดหนี้เขาตั้งหลาย ๆ แสนล้านฟังซิน่ะ เขามากำเอาทีเดียว ว่าติดหนี้ข้าจะว่าไงล่ะ เขามากำทีเดียวหมดเลย นี่ละเรียกว่าสงครามเศรษฐกิจ ไม่ต้องมีปืนผาหน้าไม้ต่อสู้กันแหละ เพียงเจ้าหนี้เท่านั้นมาใส่ทีเดียวตูมหมดเมืองไทยเราไม่มีเหลือเลย

ทีนี้เราก็พอรู้เนื้อรู้ตัวแล้ว ต่างคนต่างฟื้นขึ้นมาเป็นเวลา ๔ ปีนี้แล้ว แล้วสมบัติเงินทองของเราที่เคยติดหนี้เขาตั้งหลาย ๆ แสนล้าน ไม่ใช่น้อย ๆ นะแสนล้านดอลลาร์ด้วย รอลมหายใจจะขาดเท่านั้น เมื่อเขากำเมื่อไรก็ขาด นี้เรายังฟื้นตัวขึ้นมาได้ เวลานี้ที่ว่าติดหนี้เขาหลาย ๆ แสนล้านบาทนั้น เราได้มาใช้หนี้เขาเต็มเหนี่ยวแล้วเวลานี้ ปีนี้ภาคภูมิใจเต็มเหนี่ยว ล้นเหลือ ยังสามารถที่จะใช้หนี้ปีหน้าได้เต็มเหนี่ยวอีก นั่นเห็นไหมเงินเราได้มา สมบัติเราได้มา มันหากเป็นเพราะบุญเพราะกรรม เพราะอำนาจแห่งความรักชาติ ความเสียสละของพวกเรานั่นแหละ ไปหนุนชาติไทยของเราให้ขึ้นมาอย่างนี้

เงินในกระเป๋าก็โดยเฉพาะไม่ได้บริจาคช่วยชาติของเราจะหนุนไม่ได้นะ แต่นี้เงินบริจาคของพี่น้องทั้งหลายคนละเล็กละน้อยหนุนได้ เราเห็นคุณค่าตรงนี้เอง เงินในกระเป๋าเรากับเงินที่เราเอาไปบริจาคเพื่อหนุนชาติ อันไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน ต่างคนต่างหนุน ต่างคนต่างได้เท่านั้นบาทเท่านี้สตางค์ หนุนชาติไทยได้ ถ้าอยู่ในกระเป๋าจะมีคนละหมื่นละแสนละล้าน ๆ ก็ตามไม่ได้หนุนนะ อยู่อย่างนั้นละ จะพาเมืองไทยเราให้จมได้ด้วย ต่างกันอย่างนี้ ทีนี้อานิสงส์ของเราที่ได้ก็เห็นประจักษ์ตา ฟื้นขึ้นมาแล้วเวลานี้ เรียกว่าเป็นที่ภูมิใจในการติดหนี้เขา ที่เขาจะกำอยู่นั้น เวลานี้เขาเปิดอุ้งเล็บเขาออกแล้ว เราก็โผล่ขึ้นเต็มเหนี่ยวเลย

การค้าการขาย ทีนี้ประเทศนอกกับประเทศไทยของเราก็เข้าประสานกันแล้ว เขาหวังรายได้จากเรา เพราะเรามีหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ก็คือเงินและทองคำของเรา ต่างคนต่างก็ทยอยเข้ามาลงทุนลงรอนในชาติไทยของเรามากขึ้น ๆ เป็นผลพอใจ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างขวนขวายมาที่ทางราชการมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า ขวนขวายสมบัติทั้งหลายที่พี่น้องชาวไทยบริจาคมา เข้าไปในจำนวนงบประมาณ งบประมาณที่ไหน ๆ ไม่อั้นเวลานี้ นายกรับหมด ๆ ได้เงินมาจากไหน แต่ก่อนไม่ได้ยิน มันเป็นยังไง งบประมาณเข้ามาก็มาจากพี่น้องชาวไทยเราอย่างเดียวกันนั่นแหละ มาเป็นลำดับลำดา แต่จะเอาไปช่วยทำอะไรไม่ค่อยได้ มิหนำซ้ำพี่น้องทั้งหลายยังจะถูกบีบถูกบี้ไปด้วยวิธีการต่าง ๆ ของการคดการโกงการรีดการไถประเภทไม่มีประมาณเข้าอีก ดูซิน่ะ แต่เวลานี้รู้สึกว่าเปิดเผยขึ้นมาเป็นลำดับทางคุณงามความดีของผู้นำเรา

ทีนี้งบประมาณที่ไหน ๆ ก็เอาเงินจากพี่น้องทั้งหลายนี้แล ออกไปสู่โครงการนั้นโครงการนี้ทั่วประเทศไทยเวลานี้ ก็เอาจากภาษีอากร แต่ก่อนมันไปไหนภาษีอากรเหล่านี้น่ะ ก็เสียมาดั้งเดิมแล้วมันไปไหนหมด แล้วคราวนี้ทำไมถึงมาโผล่ขึ้นมา มันน่าคิดอยู่มากนะพิจารณาซิ เด็กอมมือมันก็คิดได้นี่นะ นี่ก็แสดงว่าไม่กินไม่กลืน ออกมาเท่าไรก็เข้ารวม ๆ รวมแล้วก็ออกโครงการต่าง ๆ ทั่วไปหมดแดนไทยของเรา นี่เมืองอุดรนี้ก็เท่าไรแล้ว จะกั้นน้ำท่วมเมืองอุดร ทางนี้ไปติดต่อขอทางโน้น จะให้งบประมาณมาแล้วหรือยังไม่ทราบนะ ก็แน่นอนแต่เพียงยังไม่ทราบว่าให้มาจำนวนเท่าไรแล้วที่อุดรเรา งบประมาณช่วยน้ำท่วมนี่นะ (อนุมัติแล้ว ตัวเงินกำลังจัดสรรมาให้) นี่ละอนุมัติมาแล้วก็จะส่งมา อย่างนี้ละ ส่งมาทางนั้นส่งมาทางนี้ไปหมดอย่าว่าเมืองอุดร ทั่วประเทศไทย ออกจากงบประมาณ งบประมาณก็ออกจากพี่น้องชาวไทยนี้กระจายไปเวลานี้ เปิดเผยมากเด่นมากทีเดียวการช่วยชาติคราวนี้ทางนายกรัฐมนตรีนำ ออกที่ไหนไม่อัดไม่อั้น โครงการที่ไหน ๆ เอาได้หมด ๆ นั่นฟังซิน่ะ

นี่ละการช่วยชาติของเรามีคุณมีอานิสงส์มากอย่างนี้ ทางชาติบ้านเมืองก็ช่วยหนุนกัน ทางศาสนาก็ช่วยหนุนกัน ชาติไทยของเราจึงค่อยฟื้นฟูขึ้นไปเป็นลำดับ จึงขอให้พี่น้องชาวไทยเราตั้งอกตั้งใจปฏิบัติอย่างนี้เรื่อยไป หลวงตายังมีชีวิตอยู่และพอเป็นไปได้ ก็จะพาถูพาไถไปอย่างนี้แหละ จนกว่าเมืองไทยของเราจะมีความชุ่มเย็นเป็นสุขเราก็เป็นที่พอใจ อย่างอื่นเราไม่หวังอะไรแหละ เราไม่มีอะไรที่จะหวังแล้วในโลกอันนี้ ถ้าอยู่ไปก็อยู่แบบสุด ๆ สิ้น ๆ ก็ถูก สุด ๆ คือไม่มีอะไรมาต่อ สิ้น ๆ คือไม่มีอะไรจะมาต่ออีกเหมือนกัน จะว่าไง สุด ๆ สิ้น ๆ เราไม่มีอะไรนี่เราอยู่สบาย ผลแห่งความสุด ๆ สิ้น ๆ ขึ้นอีกแบบหนึ่ง คาดไม่ได้เลย

ที่เราวิตกวิจารณ์อยู่เวลานี้ก็เกี่ยวกับเรื่องศาสนาของเรา น่าคิดนะ โอ๊ย มันน่าทุเรศจริง ๆ เราเป็นผู้ปฏิบัติศาสนาเป็นพระหัวโล้น ๆ ครองผ้ากาสาวพัสตร์ของศากยบุตรพุทธชิโนรส ปรากฏให้คนทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาว่าเป็นพระ ๆ แล้วทำไมมาตลบตะแลงพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคม จะทำลายศาสนาอยู่เวลานี้ จะยกตนขึ้นด้วยการเหยียบหัวพระพุทธเจ้าลงไป แล้วก็ยกตนขึ้นอยู่บนหัวพระพุทธเจ้า เพื่อให้ประชาชนทั้งหลายเขาจะกราบจะไหว้ แม้แต่หมามันก็ไม่กราบคนประเภทนี้ พระประเภทนี้น่ะ เราจึงไม่ควรจะไปคิดอุตริขึ้นมาให้โลกทั้งหลายได้กราบไหว้ หมาตัวหนึ่งนั่งขึ้นอยู่หัวพระพุทธเจ้า แล้วให้หนูเข้าไปกราบไหว้ ให้มนุษย์ทั้งประเทศ พระไทยทั้งประเทศเข้าไปกราบไหว้ ใครจะกราบไหว้ลงคอ นี่ซิมันน่าคิดมาก

ควรจะพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงแก้ไขดัดแปลงตนเสียใหม่ ถ้าได้ริเริ่มและได้ทำขึ้นมาอย่างนี้แล้ว อันนี้เป็นฟืนเป็นไฟเป็นภัยแก่ศาสนาแก่ชาติบ้านเมืองอย่างยิ่ง ไม่ควรที่จะคิดขึ้นมา แฝงขึ้นมาในท่ามกลางแห่งมหาชนชาวพุทธเรา ทั้งพระทั้งเณรเต็มเมืองไทยเราให้ได้เกิดความสลดสังเวช ด้วยความเย่อหยิ่งจองหองพองตัว อำนาจป่าเถื่อนของเราที่กีดขวางโลกเช่นนี้ต่อไป ควรจะระงับลงเสีย จะเป็นที่เหมาะสมยิ่งกว่าการที่จะมาต่อสู้ฟาดฟันกัน ถ้าสมมุติว่าทางนี้ขึ้นนะ พวกที่ทางขึ้นตัวก็ว่าเก่งว่ากล้าสามารถอำนาจบาตรหลวงนี้ จะขึ้นมาเหยียบคนทั้งชาติ คนทั้งชาติก็เป็นมนุษย์แล้วจะยอมให้เหยียบกันง่าย ๆ หรือ นี่ละข้าศึกมันจะเกิด

อันหนึ่งก็เป็นฝ่ายมหาโจรปล้นชาติศาสนาเข้ามา อันหนึ่งเป็นเจ้าของสมบัติ ทั้งชาติทั้งศาสนาเป็นสมบัติของชาติไทยเรา จะยอมตัวให้เปรตให้ผีให้ยักษ์ให้มาร มหาโจรเข้ามาเหยียบย่ำอย่างง่าย ๆ นี้เป็นไปไม่ได้ จึงควรพิจารณาแก้ไขดัดแปลงตนเสียตั้งแต่บัดนี้ โลกทั้งหลายเขาไม่เห็นว่าเป็นความถูกต้อง เรายังเห็นว่าเป็นความถูกต้อง จะปีนขึ้นเหยียบหัวคนทั้งชาติอย่างนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง ควรจะแก้ไขดัดแปลงตนเสียใหม่ เราบวชมาในพุทธศาสนา ศาสนาทำความร่มเย็นแก่โลกมาเท่าไร เราทำไมบวชมาแล้วมาก่อความเดือดร้อนเป็นฟืนเป็นไฟเผาคนทั้งชาติ ทั้ง ๆ ที่ศาสนาเต็มหัวใจอยู่กับทุกคนตลอดพระเณร มาทำอย่างนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง จึงควรจะแก้ไขดัดแปลงตนเองเสียใหม่ ไม่เสียท่าไม่เสียที ไม่เสียคำว่าศักดิ์ศรีดีงาม ไม่มีอะไรเสีย

การปลดเปลื้องความผิดที่ออกจากตัว เพื่อประชาชนทั้งหลายได้เบาใจทั่วประเทศไทยเรานี้เป็นความดีความงามว่ารู้สึกโทษ แม้แต่พระเทวทัตทำพระพุทธเจ้าขนาดไหน แต่ถึงวาระสำคัญขึ้นมาแล้ว พระเทวทัตยังเข้าไปกราบไหว้บูชาขอขมาพระพุทธเจ้า จนกระทั่งได้สำเร็จอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ขึ้นมา ว่าต่อไปนี้พระเทวทัตนี้จะได้เป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าชื่อ อัฏฐิสาระ องค์หนึ่ง เพราะความเห็นโทษของตัวเอง แล้วขอขมาพระพุทธเจ้าแม้จะยังไม่เข้าถึงพระองค์ถูกแผ่นดินสูบเสียก่อนก็ตาม อำนาจแห่งคุณค่าของคางกรรไกรที่ถวายบูชาพระพุทธเจ้านี้ ดันพระเทวทัตให้หลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลายโดยสิ้นเชิง ในเวลาได้ตรัสรู้ขึ้นมาเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้า

นี่เราไม่ได้ถึงขั้นพระเทวทัตทำลายพระพุทธเจ้า เป็นแต่เพียงว่าเราคิดริเริ่มจะเป็นความผิดความพลาดเราก็เข้าใจว่าเราถูก แต่คนทั้งชาติเวลานี้ทั้งพระทั้งเณรทั้งประชาชนชาวพุทธด้วยกัน ไม่มีใครเห็นด้วยเราว่าเป็นความถูกต้อง ซึ่งเราควรจะเสริมตัวขึ้นให้แผลงฤทธิ์มากยิ่งกว่านี้ อย่างนี้ต่อไปอีกไม่ควรทำ ควรจะแก้ไขดัดแปลงตนเองเสีย ตั้งเหตุการณ์อันใหญ่หลวงที่จะเผาเมืองไทยนี้จะเกิดขึ้น ถ้าหากว่ามีขึ้นมาจริง ๆ มันจะเกิดจริง ๆ ไม่เป็นอื่น ที่จะให้เมืองไทยทั้งประเทศซึ่งมีศาสนาพุทธเต็มหัวใจ ๆ นี้ปล่อยให้เรื่องราวโกโรโกโส มหาโจรแผลงฤทธิ์อย่างนี้โดยถ่ายเดียวไปครองอำนาจแล้วจะเป็นไปไม่ได้ นอกจากนั้นก็จะฟัดกันเท่านั้นเอง จึงต้องขอให้พิจารณาเสียตั้งแต่บัดนี้

เราเป็นลูกศิษย์ตถาคตด้วยกัน ให้พิจารณาลึกซึ้งในอรรถในธรรมของพระพุทธเจ้า สมกับเราเป็นลูกศิษย์ตถาคต แล้วทำความร่มเย็นแก่ตนและผู้อื่นโดยลำดับลำดาไปอย่างนี้ การทำอย่างนี้ไม่ได้ทำความร่มเย็นให้แก่โลก ให้แก่ชาวพุทธของเรา จะทำความเดือดร้อนก่อฟืนก่อไฟเผาชาติศาสนาไปตาม ๆ กัน ไม่มีทางสงสัยได้เลย จึงขอบิณฑบาต จะเป็นพระลูกพระหลานใครก็ตามที่ทำอย่างนี้เป็นความผิด สังคมชาติไทยเราไม่ยอมรับ อย่าฝืนสังคมที่ไม่ยอมรับ การไม่ยอมรับเห็นว่าไม่ถูกจึงไม่ยอมรับ เราพิจารณายังไงเราจึงแสดงอันนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ชาติไทยของเรามีมานานเท่าไร ศาสนาพุทธมีมานานเท่าไร ไม่เห็นมีเรื่องมีราวอะไรเกิดขึ้นมา ก็เพราะต่างคนต่างปฏิบัติตามศีลตามธรรม ทางกฎหมายบ้านเมือง และศาสนากลมกลืนกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยมีข้าศึกต่อกันระหว่างศาสนากับกฎหมายบ้านเมือง ปกครองกันมาอย่างนี้ ๆ

ทางศาสนาก็พระเณรปกครองกันเอง ถ้าพระเณรไม่ดื้อด้านหาญทำ สอดหัวออกไปทะลึ่งกฎหมาย ๆ ก็ไม่ทำอะไร ถ้าออกไปทะลึ่งกฎหมายก็เป็นกฎหมายโดยตรง อันนี้ก็ปกครองกันมา กฎหมายเป็นกฎหมาย ศาสนาเป็นศาสนาต่างฝ่ายต่างปกครองกันมาอย่างนี้ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ก็สมบูรณ์แล้วนี่นะ แล้วจะอุตริไปตั้งกฎหมอยกฎแหมอะไรมาอีก จะมาเผาชาติมนุษย์นี้ ด้วยความแผลงฤทธิ์ของตัวเอง หาเหตุหาผลไม่ได้ อยากใหญ่อยากโตอยากมีชื่อมีเสียงบนหัวใจคน ขี้รดหัวใจคน อย่างนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงอันดี ชื่อเสียงก็คือว่า มันไม่มีส้วมมันมาขี้รดหัวคนทั้งชาติ ชื่ออย่างนั้นใครอยากฟังไหมล่ะ จึงควรให้แก้ไขดัดแปลงเสียใหม่จะเป็นความดีความงาม

เราเรียนหลักธรรมหลักวินัยมาด้วยกัน พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้แผลงฤทธิ์ศักดานุภาพแบบกิเลสตัณหาอย่างนี้ แผลงฤทธ์ด้วยการฆ่ากิเลสที่มันแผลงฤทธิ์ขึ้นมานี้ดี พระพุทธเจ้าเลิศด้วยการแผลงฤทธิ์ฆ่ากิเลส ความโลภโมโหโทโส ความจะเอาดีเอาเด่น ชิงดีชิงเด่น ตั้งชื่อตั้งเสียงตัวขึ้นคณะของตัวขึ้นเพื่อให้เป็นความโด่งดัง อะไรจะโด่งดัง โด่งดังก็มีแต่ระเบิดกลางเมืองไทยแหละมันจะขึ้นแน่ ๆ ถ้าหากว่ายังฝืนกันไปอย่างนี้ก็จะขึ้น

เพราะฉะนั้นให้ระงับเสียตั้งแต่ต้น อย่าให้มีต้นเหตุขึ้นมา ระงับตั้งแต่ต้นเหตุซึ่งกำลังจะแสดงอยู่เวลานี้ ให้ระงับลงเสีย บ้านเมืองเราจะมีความสงบร่มเย็น เขาจะได้อนุโมทนาเราว่าเป็นผู้รู้โทษรู้คุณจริง ๆ ควรจะปฏิบัติตัวอย่างนั้น ถ้าจะแผลงขึ้นไปกว่านี้อีกจะไม่มีชิ้นดี จะแหลกไปเลย นี่พูดถึงเรื่องความวิตกวิจารณ์เรื่องศาสนา ซึ่งนักบวชเราต่างคนต่างเรียนคัมภีร์วินัยมาด้วยกัน ควรจะพิจารณาตามหลักคัมภีร์วินัยศาสนาพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน แล้วบ้านเมืองจะสงบไปเรื่อย ๆ ดังที่เคยสงบเย็นมา วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ละ เอาละพอ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก