เรื่องของพระ
วันที่ 20 มิถุนายน 2539
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๙

เรื่องของพระ

ตามแบบแผนตำราของพระพุทธเจ้าที่ทรงเป็นศาสดาสอนโลก ประทานเอาไว้ให้พวกเราได้เห็นได้ยินได้อ่านได้ฟังนี้ เรื่องของพระนี้สถานที่อยู่ท่านไม่ให้หรูหรานะ อยู่กระต๊อบ ๆ ตามร่มไม้ในเขา ในป่า ในถ้ำไปอย่างนั้น กุฏิก็มีกระต๊อบกระแต๊บไปอย่างนั้น เพราะพระก็มาจากคน คนมีที่อยู่ที่พักพระก็มี แต่มีแบบพระไม่ใช่มีแบบหรูหราอย่างฆราวาสเขามีกัน นี่ละตำรามีอย่างนั้น ไม่ได้หรูหรา

คิดดูตั้งแต่พระสรีรศพของพระพุทธเจ้า พระอานนท์ ทูลถามวิธีการปฏิบัติต่อพระสรีรศพเวลาพระองค์นิพพาน อานนท์ มายุ่งทำไม นั่นฟังซิ อันนี้เป็นเรื่องประชาชนของเขาต่างหาก เรื่องของพระมีแต่ชำระจิตใจ นั่นเห็นไหม อย่างนั้นแล้ว ท่านเอาชนิดหนักมากนะ เอานี้เป็นจุดเอกเชียว ท่านไม่ได้ถือสิ่งเหล่านี้เป็นของสำคัญเหมือนสมัยทุกวันนี้

แต่ พระอานนท์ ท่านก็มีเหตุผลท่านฉลาดท่านก็ทูลถามไว้ หากว่าประชาชนมีกษัตริย์เป็นต้นมาถามวิธีปฏิบัติต่อพระสรีระจะให้ทำยังไง พระองค์ก็ทรงแนะให้ทำแบบพระเจ้าจักรพรรดิ พันด้วยผ้าขาว ๕๐๐ ชั้นและซับด้วยน้ำมันเวลาจะเผา ท่านบอกไว้เรียบร้อยละเอียดลออ แต่ก็จำไม่ค่อยได้หมดแหละมันนานแล้วไม่ได้ดูตำรา พันด้วยผ้าขาว ๕๐๐ ชั้นชุบน้ำมันเผา กษัตริย์เขามาก็ให้ปฏิบัติตามนั้น พระท่านไม่ได้เข้าไปยุ่ง ในตำราไม่มี เวลาทรงแนะก็แนะเพื่อกษัตริย์ เพื่อประชาชนฆราวาสเขาต่างหาก ส่วนพระเองพระองค์จี้เลย อานนท์ มายุ่งทำไม ฟังซิขู่เลย

เวลาพระองค์ทรงปลงพระชนม์ว่าจะปรินิพพานจากนี้ไปอีก ๓ เดือน คือเดือน ๓ เพ็ญไปถึงเดือน ๖ เพ็ญ พระทั้งหลายจับเป็นกลุ่ม ๆ ยุ่งกันแต่เรื่องปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แต่ พระติสสะ องค์เดียวท่านไม่ยุ่งกับใคร ท่านเข้าป่า ๆ ตลอด แล้วก็หาเรื่องพระติสสะไม่มีความจงรักภักดีต่อพระพุทธเจ้า ไปฟ้องพระพุทธเจ้า พระองค์ก็รับสั่งให้มาเฝ้า ว่ายังไงพระว่ายังงั้น ๆ แล้วเธอเป็นยังไง ท่านก็ทูลตามนั้นเลย ตั้งแต่ขณะที่ได้ทราบว่าพระองค์ทรงปลงพระชนมายุสังขารแล้วจะนิพพาน จาก ๓ เดือนนี้ไปถึงเดือน ๖ เพ็ญ ข้าพระองค์กลัวจะไม่ทันเหตุการณ์ที่จะทำความพ้นทุกข์ให้แก่ตัวเอง หากว่าจะหลุดพ้นในระยะที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่นี้ ก็จะรีบให้หลุดพ้นในตอนนี้ เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จึงไม่ได้สุงสิงกับใคร มีแต่จะประกอบความเพียรทั้งวันทั้งคืน

เออ นั่นละพระติสสะ ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้นั้นแลชื่อว่าบูชาตถาคต นั่นเห็นไหม นั่นละบูชาตถาคต จับเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นบ้าไม่เห็นว่าบูชาตถาคตฟังซิ นี่ละตำราเอามากางให้เห็น พระองค์ทรงชมเชยพระติสสะองค์เดียวเท่านั้น นอกนั้นไม่ได้ทรงชมเชย พวกนี้มันมั่วสุมยุ่งกันอะไร เรื่องเกิดเรื่องตายมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์ตื่นหาอะไร ฟังซิ นั่นพระพุทธเจ้ารับสั่ง นั่นละรับสั่งสมศาสดาทีเดียว เรื่องเกิดเรื่องตายมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์ตื่นอะไร สิ่งที่จะทำตัวให้เลิศเลอให้หลุดพ้นจากกองทุกข์ที่ตายกองกันอยู่นี้ทำไมไม่สนใจ ไปสนใจอะไรกับกระดูก เห็นไหมล่ะ

พระองค์ทรงรับสั่งข้อไหนเป็นพุทธพจน์แล้ว โอ้โห เด็ดมาก ๆ ทุกประโยคเชียวนะ พระไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องยุ่งเหยิงวุ่นวาย ปล่อยให้ประชาชนเขามีกษัตริย์ มัลลกษัตริย์เป็นต้นมาจัดทำ เวลาจะทรงเคลื่อนไหวพระสรีรศพออกไป ทีแรกออกไปทิศใต้เทวดาไม่เห็นด้วย ยกไม่ขึ้น พระอนุรุทธะเป็นแก้วส่องทาง พระอนุรุทธะเก่งทางปรจิตวิชชา บอกว่าเทวดาไม่ยินดีด้วย เทวดาให้ไปทางทิศเหนือ พอหมุนปั๊บให้ไปทางทิศนั้นก็ไปเลย นั่นเห็นไหมพระอนุรุทธะบอกเทวดาไม่ยินดีไม่เห็นด้วย เทวดาให้ไปทางนั้น

มีไหมเทวดาฟังซิ นี่ละคู่เคียงของศาสนา พวกอินทร์พวกพรหมพวกเทวบุตรเทวดา นรกสวรรค์ชั้นพรหมนิพพาน นี้เป็นองค์ของศาสนาของพระพุทธเจ้าละนี่ พวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม พวกเปรตพวกผีเหล่านี้อยู่ในองค์ของศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่นอย่างนี้เป็นต้น ใครไม่เห็น ตาบอดทั้งหมด ถ้าเป็น หลวงตาบัว อยู่นั้นก็หลวงตาบัวตาบอดอยู่นั้นไม่เห็น พระอนุรุทธะองค์เดียว แล้วทำไมจึงยกไม่ขึ้น พระอนุรุทธะบอกว่าเทวดาไม่เห็นดีด้วย เทวดาให้ไปทางด้านทิศเหนือ ในตำรามี พอไปยกทางนั้นก็ขึ้นเลยไปเลย

พอไปถึงแล้วบรรจุไฟละที่นี่นะ เอ้า ไม่ติดอีก ทำไมจึงไม่ติด ยังรอ พระกัสสปะ พระกัสสปะกำลังเดินทางมาจะมาเฝ้าพระศาสดาเรา ต้องรอพระกัสสปะ พระกัสสปะมาก็พรึบเองเลยเทียวเป็นเองขึ้นเลยเทียว พอกราบฝ่าพระบาทของพระพุทธเจ้าแล้วไฟก็ขึ้นเองพรึบเลย

ให้พากันทราบเอาไว้ศาสนาไม่ได้หรูหราทางด้านวัตถุ เรื่องของพระหรูหราทางด้านจิตใจ หรูหราทางศีล หรูหราทางสมาธิ หรูหราทางปัญญา หรูหราทางวิมุตติหลุดพ้น หรูหราทางจิตหลุดพ้นแล้วส่งแสงสว่างครอบโลกธาตุ หรูหราทางนี้ต่างหาก หรูหราอยู่ที่ใจ ไม่ได้หรูหราอยู่ที่อิฐที่ปูนที่หินที่ทรายดังพวกเราเป็นบ้าทำกันอยู่เวลานี้ พอจะไปสร้างวัดที่ไหนศาลาขึ้นแล้ว กุฏิขึ้นแล้ว ถ้ากุฏิไม่ขึ้นก็วัดไม่เป็นวัด ศาลาไม่ขึ้นวัดไม่เป็นวัดแล้ว ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ขึ้นไม่เห็นว่าเป็นวัดหรือไม่เป็นวัด ไม่คำนึงกัน เป็นอย่างนั้นซิ

ศาสนามีแต่วัตถุนะเดี๋ยวนี้นะมีศาสนาที่ไหน ไปที่ไหนมีแต่วัตถุ ๆ แหละ งานนั้นงานนี้งานหาเงิน งานเป็นบ้าหาเงินไม่ได้หาอรรถหาธรรมอะไรเลยนะ ไอ้หลังลายมันกำลังจูงจมูกโลกเวลานี้ โลกกำลังเป็นฟืนเป็นไฟเพราะไอ้หลังลายนี่ เขาผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ ความสะดวกสบายเวลาติดต่อค้าขายหรือไปมาหาสู่ ความคิดความอ่านอะไรใช้อันนี้เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ เดี๋ยวนี้เอาเป็นเครื่องโลภเป็นความโลภอย่างนั้นละ ความโลภความโกรธราคะตัณหาไสเข้าไปตรงนั้นแล้วเป็นไฟไปหมดเลย

ไอ้หลังลายเป็นตัวใหญ่ เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นนะ ไอ้หลังลายไม่ได้มาเป็นความสะดวกให้แก่โลกนะเวลานี้ กลับเป็นเรื่องไฟเผาโลกไป เพราะโลกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พูดอย่างนี้ใครจะว่าเป็นบ้าเอ้าว่าซิ โลกร้อนขนาดไหนเวลานี้ ป่าดงพงไพรมีเหลืออะไร ไอ้หลังลายเอาแหลกหมด เป็นมันสำปะหลัง เป็นอ้อยเป็นอะไรขึ้นหมด ดงเหล่านี้ไม่มีเหลือแหละ ดงไหนก็ไปซิเวลานี้พวกป่าไม้ที่รักษาป่าจนฆ่าตัวตาย มันต้านทานพวกยักษ์พวกผีพวกตัวโลภนี้ไม่ไหวไม่ทัน ก็ฆ่าตัวตายก็มีไม่ใช่เหรอหนังสือพิมพ์เขาประกาศลั่นอยู่นั่น เป็นอย่างนั้นแล้ว

มีมาสำหรับใช้สอยด้วยความจำเป็นเท่านั้น ไม่ได้มีมาเพื่อความสังหารโลกแบบนี้ เดี๋ยวนี้เป็นทั่วโลกนะ ไม่ใช่เป็นเฉพาะบ้านเราเท่านี้นะ เป็นทั่วโลก ต่างคนต่างดีดต่างดิ้น ต่างคนต่างจะเอาให้สมใจ เอาให้พอ ๆ มันไม่พอซิตัณหา ไสฟืนเข้าไปหาไฟให้ไฟพอมีไหม ไสเข้าไป ฟืนมีเท่าไรไสเข้าไป ให้ไฟพอกับฟืนไม่มีทาง อันนี้เรื่องความโลภจะพอกับวัตถุต่าง ๆ ที่เอาไปบูชาความโลภนี้ไม่มีเมืองพอ ได้เท่าไรยิ่งเป็นบ้า ยิ่งบ้าหนักเลย โลกกำลังเป็นบ้าทางธรรมเมื่อไร มันไม่ได้ฟังอรรถฟังธรรมนี่นา มาวัดมาวาก็มาแบบนั้นแหละ มาแบบกิเลสไสหัวมาไม่ได้เอาธรรมไสมานะ เพราะฉะนั้นถึงได้ว่าซิ อย่างเมื่อวานนี้ก็ได้ว่า มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ จะให้ว่ายังไง ถ้าจะพูดภาษาของโลกก็ว่าอดไปทนมาทนไม่ไหวก็เอาเสียบ้าง ว่าอย่างนั้นแหละ ดูที่ไหนดูได้เมื่อไร นอกจากไม่ดู หลับหูหลับตาไปชนไปอย่างนั้น

ถ้ามองดูอรรถดูธรรมแล้วโลกนี้ทำไมจะไม่ร่มเย็น ใครฉลาดยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าสอนโลกเพื่อความร่มเย็น นี่ไม่ได้สนใจกับธรรมของพระพุทธเจ้านั่นซิ มันสนใจกับเทวทัตถึงเผากันอยู่ตลอดเวลา ธรรมมีเมื่อไร ทุกวันนี้จะไม่มีธรรมนะ ว่าพุทธศาสนา ๆ มีแต่พุทธ ๆ ในลิ้นเฉย ๆ หัวใจไม่ได้เป็นพุทธ

เราดูข้างนอกนี้ก็เห็นได้ชัด นักภาวนาดูข้างในนี้ยิ่งชัดเข้าไป เรื่องตัวนี้ตัวกระจายโลกให้เดือดร้อนวุ่นวาย อยู่กับหัวใจ ๆ ของแต่ละดวง ๆ ตัวนี้ตัวเป็นตัวไฟเผาไหม้โลกนะ ตัวนี้มันดีดมันดิ้น เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่รู้ไม่สนใจดูมันด้วยนะ เพราะฉะนั้นมันถึงสนุกเผาโลกซิ ถ้าดูจ่อกันเข้าไปนี้มันแสดงเปลวยังไง ๆ ดูเข้าไป ๆ ดูเข้าไปดับเข้าไป ๆ ฟาดเสียดับพรึบไม่มีอะไรเหลือ อะไรมาดิ้น สามแดนโลกธาตุเหมือนไม่มี เพราะมีตัวเดียวเท่านี้ที่กวนโลก ตัวนี้ดับลงไปแล้วไม่เห็นมีตัวใดมากวน ให้มันเห็นอย่างนั้นซิถึงเอามาพูดได้ธรรมะพระพุทธเจ้าน่ะ พูดเฉย ๆ ปาว ๆ ได้เหรอ ให้มันเห็นทั้งฟืนทั้งไฟทั้งน้ำทั้งท่า เห็นทั้งความร่มเย็นทั้งของความทุกข์มหันตทุกข์ด้วยซิในหัวใจดวงเดียว จ้าเท่านั้นแล้วมันเห็นหมด

นั่นละธรรมพระพุทธเจ้าเอามาสอนโลก เอาอันนั้นมาสอนนะ ไม่ได้เอาแบบหลับหูหลับตามาสอนมาปฏิบัติกันดังที่ชาวเราทำทุกวันนี้ โห มันน่าสลดสังเวชนะ ยิ่งจวนตายเท่าไรยิ่งทำให้เป็นห่วงโลกมากนะ ทำไมเป็นอย่างนั้น พูดถอดออกจากหัวใจพูดนะ แทนที่จะมาเป็นห่วงเจ้าของกลับไม่มีห่วง ไม่มีก็บอกไม่มีจะให้ว่ายังไง มีก็บอกว่ามี ไม่มีก็บอกว่าไม่มี ใครจะว่าบ้าก็ว่า หรือจะฟ้องเป็นสังฆาฯ ปาราชิก หาว่าอวดอุตริมนุสสธรรม ใครจะมาฟ้องก็มาฟ้องซิ นรกลูกไหนสำหรับหลวงตาบัวน่ะ เราจะโดดเข้าทันทีเลย ไม่ต้องเปิดประตูแหละนรกน่ะ เราดันเข้าไปเลยเทียวถ้าพูดเหล่านี้มันผิดไปน่ะ เราพูดด้วยความเมตตาสงสารโลกต่างหาก เราไม่ได้พูดเพื่อความโอ้อวดนี่นะ สงสารก็บอกว่าสงสาร วันหนึ่ง ๆ ตัวเป็นกงจักรอยู่หยุดเมื่อไร

เมื่อวานนี้ก็ไปโน้น เอาของไปแจกทางโน้น นั่นเห็นไหม ข้าวสารนี้ละศรัทธาใหญ่นี้ละเอาไปแจกทางโน้น จากนั้นก็เตลิดไปดูตึกใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ๑๑ ล้านกว่าตึกหลังนี้ เรียบร้อยแล้ว ยังเปอร์เซ็นต์เดียว คือเขารอให้สีมันดับกลิ่นเสียก่อนของยังเอาขนเข้าไม่ได้ แล้วก็มีกระจกบานสองบานที่ยังไม่เสร็จ ไปเที่ยวดูหมดเมื่อวานนี้ เพราะไปดูครั้งสุดท้ายในตึกหลังนี้นะ ต้องไปดูหมดไม่บอกเขา ด้อม ๆ ไปเลย เอาของไปแจกแล้วก็เตลิดเลย เพราะเงินงวดสุดท้ายจ่ายหมดแล้วนี่นะ สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เราจ่ายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วไปเมื่อวานนี้ เมื่อยังเห็นมีอะไรอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ จะว่าเปอร์เซ็นต์หนึ่งก็ไม่เท่าเปอร์เซ็นต์แหละ ถ้าคิดถึงตึกทั้งหลังที่สร้างมาแล้วก็ยังไม่เหลือเปอร์เซ็นต์แหละ กระจกที่ยังไม่ติดเขาก็จะติด กำลังจะติดอยู่แล้วเขาเตรียมอยู่แล้ว

แล้วเงินที่ส่งมานั้นจ่ายให้เขาหมดแล้วเหรอ ยัง ยังเท่าไร ยัง ๑ แสนบาท เพื่อที่เขาจะติดอันนี้เรียบร้อยแล้วถึงจ่าย มันต้องอย่างนั้นซิ เอาเงินให้เขา ๑ แสนบาทแล้วกลับมาขยำหัวเจ้าของ ให้เขาไปก่อนน่ะ โอ๊ย ยังไม่ให้เขาว่า คือยักไว้แสนบาทให้เขาทำอะไรเรียบร้อยหมดแล้วก็เข้าอยู่ โอ๊ย ใหญ่ มัน ๓ ชั้น ห้องไม่ทราบว่ากี่ห้อง ยาวใหญ่กว้าง กว้างขนาดนี้แล้วกว้าง ว่าศาลานี่ ความยาวยาวกว่านี้อีก ยาวกว่าศาลาหลังนี้อีก ความกว้างดูจะขนาดเดียวกัน ถ้าว่าแคบก็จะแคบกว่ากันอย่างมากเพียงห้องเดียว ถ้าว่าแคบกว่ากันนะก็ประมาณห้องเดียว แต่ความยาวยาวไปอีก เขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะเรื่องสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว

เงินเราชนงานตลอด ได้ดุเขาหลายครั้งอยู่นะ เงินชนงาน งานไม่ก้าวเงินก้าว เงินชนงานก็ดุเอาเรื่อย เขาก็ไม่กล้าตอบอะไรแล้วเพราะถูกของเรานี่นะ เราดุเอา เงินจุเข้าไปตลอด ว่าอะไรมาส่งปุ๊บ ๆ แล้วของเป็นยังไงจึงเป็นอย่างนี้ อันนั้นขาดอันนี้เขิน เงินไม่ได้ขาดได้เขิน พระเจ้าแผ่นดินทั้งองค์ ๆ นี่นะ ทำไมจึงมาทำอย่างนี้ จี้เข้ายังงั้นซิ เขาก็หมอบละซิเขาผิดจะว่าไง เพราะฉะนั้นที่ไปจ่ายเงินไปร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นงวดสุดท้ายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว พอจ่ายแล้วถึงติดตามไปดู ยังเหลืออยู่กระจกแผ่นสองแผ่นนิด ๆ หน่อย ๆ เราก็ถามเงินที่ส่งมานั้นจ่ายให้เขาหมดแล้วเหรอ โอ๊ยยังไม่หมด ยังเหลือเท่าไร ยังเหลืออยู่แสนหนึ่งเพื่อให้เขาทำอันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วถึงจะให้

ต้องอย่างนั้นซิ ให้เขาเอากินหมดแล้วไม่ทำให้จะว่าไง จะมาเดือดร้อนหลวงตาบัวอีกนะ ว่างั้นแหละ เพราะตึกหลังนี้มันเปลี่ยนช่างตั้งสองช่างสามช่าง เปลี่ยนชุดกันน่ะ แล้วเงินเรามันกินไปเรื่อยนี่ เปลี่ยนเท่าไรก็กินไปเรื่อยไม่ได้ลดลงนี่เงิน เปลี่ยนชุดเท่าไรก็กินกันไปเรื่อย อันนั้นขาดอันนี้เหลือ ยังอันนั้นอันนี้ คนนั้นทำค้างไว้ยังงั้น คนนี้ทำค้างไว้ ไม่มีใครรับผิดชอบ สุดท้ายก็ หลวงตาบัวไปรับผิดชอบ แล้วเพิ่มเงินขึ้น ๆ ตามช่างที่มาเป็นชุดต่าง ๆ นั่นเห็นไหม อย่างนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นถึงได้ดุละซิ นี่เรียกว่าเงินชนงาน งานอะไรเงินพร้อมแล้ว ๆ ส่งถึง ๆ สิ่งที่ทำไม่สมบูรณ์ตามเงินละซิก็ดุเอา แต่เมื่อวานนี้สมบูรณ์ละ ยังเหลืออีกนิดหน่อยสองสามแผ่น ยังเหลือเงินอีกแสนบาท เออ คุ้มค่ากันเราก็ว่าอย่างนั้น เราไปดูแล้วนี่ จากนั้นมาก็กลับเลย

ที่พิจิตรยังจะใหญ่กว่านี้อีกนะ อันนั้นเรากะว่าอย่างน้อย ๑๕ ล้าน เพราะ ๓ ชั้นสมบูรณ์เต็มที่เลย ๓ ชั้นใหญ่ อันนั้นมีสงฆ์อาพาธด้วย ประชาชนฆราวาสก็อยู่ด้วยกันกับสงฆ์อาพาธด้วย เพราะเป็น ๓ ชั้น อยู่ได้ด้วยกันทั้งนั้น แล้วก็พวกปลาด้วย มีทุกอย่างนั่นแหละขอให้มีตึกเถอะ จะมีทุกอย่างเต็มอยู่ในนั้น ตึกอุบัติเหตุ จ.อุดรธานี เดี๋ยวนี้ไม่ได้ว่าตึกอุบัติเหตุ อะไร ๆ ก็มาเต็มอยู่นั้นจนหมอวิ่งเข้ามาหาเรา เราบอกเรายังไม่เล่นด้วยว่างี้เลย ตึกหลังนี้เราทำให้ไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้ว ตรงไหนไม่พอเราให้ ๆ หมดแล้วเปิดโล่งหมด เราให้เปิดอกให้ตั้งแต่สร้างทีแรก เอ้า ตึกหลังนี้ขาดอะไร ๆ ในบริเวณนี้ให้ขอมาเราจะให้หมด เขาขอเต็มยันเราให้เต็มเหนี่ยว จากนั้นมาอันไหนไม่ดีเขาขอเพิ่มเติมอีกเราให้ ๆ แล้วเมื่อสองสามวันนี้มาขออีกว่าคนล้น จะขอต่อไปโน้น อย่ามายุ่ง ครั้งนี้ยังไม่ให้ยุ่งว่างั้น เป็นงั้นนะไม่เหมือนใครนะ

พูดตรงไปตรงมา นี่ภาษาธรรมเป็นอย่างนั้น บอกว่ายังไม่ให้ยุ่งเวลานี้ เรายุ่งทางอื่นหนักพอแล้ว อันนี้มันหลายครั้งแล้วนี่นะตึกหลังนี้น่ะ เครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เต็มสมบูรณ์แล้วยังต้องมาขออีกว่าเพิ่มเติมทีหลังอีก ให้อีก ๆ อยู่งั้น ถ้าพูดตามความสมบูรณ์ในต่างจังหวัดของโรงพยาบาลต่าง ๆ นี้โรงพยาบาลอุดรเป็นที่หนึ่ง หมอเขาก็มาชมด้วยกันหมด มาประชุมหมอที่โรงพยาบาลศูนย์อุดร ทุกจังหวัดมาทุกภาคมาประชุมกันเขาก็ได้ชม หรือเขาชมเอาจมูกหลวงตาบัวไว้ก็ไม่รู้นะ เขาบอกว่าโรงพยาบาลนี้เป็นที่หนึ่ง ยกเว้นโรงพยาบาลใหญ่นั่นเสีย โรงพยาบาลต่างจังหวัดอันนี้เป็นที่หนึ่ง

ไม่เป็นที่หนึ่งยังไงเครื่องมือเป็นล้าน ๆ เครื่องมือทันสมัยนะ เช่นอย่างเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อย่างนี้ที่ไหนมี ยกเว้นที่ศรีนครินทร์เท่านั้น นอกนั้นมีที่ไหน เครื่องทำตาเครื่องอะไรประกอบต่าง ๆ มีแต่เครื่องราคาเป็นล้าน ๆ เราหามาน้อยเมื่อไร ห้องผ่าตัดเป็นบางห้องเรายกให้ทั้งห้องเลย ให้หมดเลย ห้องนั้นเป็นล้าน ๆ ห้องผ่าตัดห้องเดียวเท่านั้นเป็นล้าน ๆ ให้ทั้งเครื่องมือให้อะไรให้หมดเลย ถ้าว่าให้หมดแล้วให้หมด เป็นล้าน ๆ ห้องผ่าตัดห้องเดียวเท่านั้น เราให้มาก ถ้าพูดถึงเรื่องมากให้มากจริง ๆ โรงพยาบาลนี้มีแต่เครื่องมือที่ทันสมัย ๆ ทั้งนั้น

เมื่อวานนี้ก็สอนหมอเล็กน้อย ตึกหลังนี้เราทำไว้เราไม่ได้ทำไว้เพื่อหน้าบึ้งใส่คนไข้นะ นั่นเวลาสอนเห็นไหมล่ะ อย่างนั้นนะ ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อคนไข้ซิ มารยาทต้องไปที่หนึ่ง การติดต่อต้อนรับผู้จนตรอกจนมุม พวกนี้พวกมาพวกจนตรอกจนมุมนะมาหาเรา เราเป็นผู้ที่จะรับบรรเทาทุกข์ให้เขาได้รับความสุขความสบายบ้างมากน้อยเพียงไร ให้เป็นหน้าที่ของเรา ตั้งแต่มารยาทให้ออกด้วยความสวยงาม ด้วยความเมตตานะ อันนี้ละเป็นถูกที่หนึ่ง โอสถอันนี้มารยาทนี้เป็นที่หนึ่งให้ออก จากนั้นถ้ามีหยูกมียาคอยดูแลรักษากันด้วยวิธีไหนเอาให้เต็มเหนี่ยวสมกับเขามาพึ่งเรา

คนไข้ก็มาพึ่ง ญาติคนไข้ก็มาพึ่ง หน้าเหี่ยวแห้งไปหมด นับแต่คนไข้ลงมาหาญาติไม่มีหน้าไหนยิ้มแย้มแจ่มใสแหละ มาหาเราเพื่อลมหายใจจากเรา เราจะให้ลมหายใจแบบไหนกับเขา หรือเอาแบบหน้าบึ้งใส่เขาเหรอ พูดตรง ๆ อย่างนี้แล้ว ให้ทราบนะโรงพยาบาลกับโลกอยู่ด้วยกันนะกับโลกสงสาร ถ้าไม่มีคนเข้าโรงพยาบาล ปลูกไว้ก็เป็นโรงพยาบาลร้างไม่เกิดประโยชน์นะ มันอาศัยซึ่งกันและกัน เต็มเหนี่ยวนะ เพราะฉะนั้นจึงต้องให้เห็นใจกัน พึ่งพาพึ่งอาศัยกัน ไม่สอนมากแหละสอนย่อ ๆ เมื่อวานนี้ จากนั้นก็กลับมาเลย อยู่นั้น ๓๐ นาทีเท่านั้น มาถึงนี้ก็ค่ำ

ไปเรื่อยสอนเรื่อยสอนหมอ เพราะหมอไม่รู้ศีลธรรมก็มีเยอะนี่นะใช่เล่นเมื่อไร หมอหยิ่งในความรู้ของเจ้าของว่าเป็นหมอ เหมือนกับว่าวิชาความรู้ของหมอนี้เลิศเลอยิ่งกว่าความรู้ของพระพุทธเจ้าที่พ้นจากกิเลสไปแล้ว มีมากต่อมาก เพราะฉะนั้นหมอจึงหยิ่งไม่ค่อยเข้าศาสนา เห็นว่าศาสนาเป็นของต่ำช้าเลวทรามไป ยิ่งกว่าความรู้ของเราที่เรียนมาจากความเป็นหมอ มีมาก เราพูดตรง ๆ อย่างนี้เราใส่เปรี้ยง ๆ หลายหนแล้วนี่ ไม่ได้มาพูดให้ฟังเฉย ๆ หมอจึงไม่ค่อยเข้าศาสนา เพราะหมอหยิ่งในความรู้ของตัวเอง

ความรู้นี้เป็นความรู้ของกิเลสที่ผลิตให้ต่างหาก ไม่ใช่ความรู้ของธรรมที่พระพุทธเจ้าผลิตให้นะ ผิดกัน ความรู้อันหนึ่งเหนือโลก ความรู้พระพุทธเจ้าเหนือโลก ความรู้อันนี้อยู่ใต้อำนาจของกิเลสต่างหากจะวิเศษวิโสอะไร ก็เป็นวิชาแขนงหนึ่ง ๆ เหมือนกับวิชาทางโลกที่เขาใช้กันนั่นเอง ไม่เห็นมีอะไรผิดแปลกกัน จะเอาอะไรมาหยิ่ง มันหากหยิ่งในหัวใจเจ้าของคนมีกิเลสนั่นละ แต่เราพูดอย่างนี้เราไม่ได้ตำหนิหมอทั่วไปนะ ผู้ดีมี แต่หากผู้เป็นอย่างนี้มีจำนวนมาก หยิ่งในความรู้ของเจ้าของ ว่ามีเกียรติ ความรู้ทางหมอนี้โลกเขาให้เกียรติ ตั้งแต่เริ่มเรียนหมอเขาก็เริ่มให้เกียรติแล้ว ยิ่งมาเป็นหมอด้วยแล้วเลยกลายเป็นอะไร ๆ ไป เพราะทิฐิมานะมันสูงขึ้น ๆ จิตใจจึงต่ำลง

นี่ซอกแซกจะว่าไง หากไม่พูดเฉย ๆ ถึงวาระพูดถึงจะนำมาพูด ถ้าไม่ถึงวาระพูดก็เหมือนไม่รู้ ผ่านไป ๆ เข้าลิ้นชัก ๆ หมดเลย เหมือนไม่รู้ไม่เห็น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เห็นอยู่อย่างนั้น ตาบอดหูหนวกไปอย่างนั้นละ

นี่เราได้เตือนหมอบรรดาลูกศิษย์ลูกหา เฉพาะอย่างยิ่งศิริราชเราเตือน หมอใหญ่ ๆ พวกศาสตราจารย์ ๆ เราเป็นหมอเป็นศาสตราจารย์ ขอให้นำศาสนาของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นของเลิศเลอนี้ นำออกเป็นคติตัวอย่างเคียงข้างกันไปกับหมอนะ เราว่าอย่างนี้ คนไข้ถึงเคารพนับถือ และการปฏิบัติคนไข้ก็สนิทดีถ้ามีธรรมแทรกนะ ถ้ามีแต่ความรู้ธรรมดา ก็เหมือนคนพูดทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ รีดกันกินไถกันกินได้สบายเหมือนกัน หมอเป็นพ่อค้ามีน้อยเมื่อไร ว่าอย่างนี้แล้ว ว่าตรง ๆ อย่างนี้ ถ้ามีธรรมแทรกแล้วมีเมตตาพร้อมกันไป นี่เราก็สอนสอนหมอ หมอใหญ่ ๆ พวกศาสตราจารย์นั่นแหละ ก็ลูกศิษย์เราทั้งนั้นนี่ โรงพยาบาลไหนไม่มีลูกศิษย์ไม่มี โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในกรุงเทพนะมีแต่ลูกศิษย์ทั้งนั้นพวกศาสตราจารย์ ๆ ก็สอนได้ล่ะซิ ลูกศิษย์กับอาจารย์สอนกันไม่ได้มีอย่างเหรอ ต้องสอนได้ ไม่ได้ก็เอา ก.ไก่ สอนเข้าไปซิ

วิชาเป็นอย่างนั้นแหละ แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าหมอหันหน้าเข้าวัดกันเยอะนะ วิชาพาให้ลืมตัวเป็นได้ เข้าใจว่าเป็นความรู้ที่วิเศษวิโสยิ่งกว่าความรู้ของธรรมไปเสีย เห็นศาสนาเป็นของเล่นไป เห็นความรู้ของเราสูงกว่าศาสนาไป ความรู้ของกิเลส อันหนึ่งความรู้ของวิมุตติธรรม ความหลุดพ้นจากโลก ต่างกันขนาดไหน จะมาเทียบเคียงกันไม่ได้แหละ เหมือนอึ่งกับช้างพูดง่าย ๆ เทียบกันไม่ได้ ผู้ที่ท่านเป็นจอมปราชญ์ทรงธรรมของพระพุทธเจ้าไว้ท่านไม่เย่อหยิ่งจองหอง ท่านไม่ให้รู้ตัวเสียด้วยนะ ไม่ค่อยรู้ง่าย ๆ นะคนมีธรรมในใจ เป็นผู้ทรงอรรถทรงธรรมจริง ๆ แล้วเรามองยากนะ ไม่ค่อยรู้แหละ

ส่วนมากมักเป็นหูหนวกตาบอดไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่รู้ไม่ชี้ไปเสีย นอกจากถึงวาระที่จะนำออกสนามหรือเวทีนั้น ท่านจะนำท่านนำได้อย่างนั้น ถ้าธรรมดาแล้วเหมือนคนธรรมดาเราเลย ไม่รู้ พระธรรมดา เหมือนพระธรรมดาเราไม่รู้ ส่วนภายในของท่านเป็นยังไง สง่าครอบโลกธาตุนั่น ฟังซิ นั่นละความรู้ของผู้สิ้นกิเลสเป็นอย่างนั้นนะ ครอบโลกธาตุ ความสว่างกระจ่างแจ้งเป็นอยู่ในหัวใจ ซ่านออกไปจากหัวใจนี้ครอบโลกธาตุ แต่นี้ตาไหนมันก็คนตาบอดทั้งหมดไม่เห็นความสว่างไสวของท่านละซิ เห็นแต่ท่านองค์เดียว ท่านก็ไปองค์เดียว รู้องค์เดียว เห็นองค์เดียว หลับตาไปองค์เดียวน่ะซิ

เอาละพอ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก