กำลังใจเป็นของสำคัญ
วันที่ 4 กันยายน 2539
สถานที่ : สวนแสงธรรม กทมฺ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กทมฺ

เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๙

กำลังใจเป็นของสำคัญ

โปรดทราบว่าเราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ถือใจเป็นหลักสำคัญในชีวิตของแต่ละราย ๆ ใจเป็นผู้ครองร่างกาย ถ้าไม่มีใจเสียอย่างเดียวเท่านั้นเรียกคนตายได้ทั้งนั้น ใจเป็นผู้ครองร่างกายนี้ ถ้าเทียบอย่างต้นไม้ก็แก่นของต้นไม้ รากไม้ก็คือรากแก้วของต้นไม้ ไม้ต้นหนึ่ง ๆ มีรากแก้วแล้วมีแก่นเป็นหลักสำคัญของต้นไม้นั้น เขาเรียกว่าไม้ยืนต้นอะไรที่มันทนถาวร ถ้าไม้ล้มลุกนั้นไม่ค่อยมีรากแก้วไม่ค่อยมีแก่น เรียกว่าไม้ล้มลุก ถ้าเป็นชีวิตก็เป็นชีวิตของสัตว์ที่มีอายุสั้น ๆ ชีวิตของมนุษย์เรานี้ยืดยาวนาน ก้าวเข้าไปถึงร้อยก็ยังมี ทุกวันนี้ยังมีอยู่ นี่ใจละเป็นผู้ครองร่างอยู่นะ

ใจนี้ไม่เคยตายจำให้ดี ใจไม่เคยตายใจไม่มีป่าช้า ใจเป็นผู้ครองร่างต่าง ๆ ตามอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วของตัว ใครมีกรรมดีกรรมชั่วประการใดก็กรรมนั่นละพาไป สิ่งอื่นสิ่งใดไม่พาไปได้เลย ดินฟ้าอากาศท้องฟ้ามหาสมุทรสุดสาคร ไม่มีอันใดมาช่วยจิตของเราให้ไปสูงและไปต่ำไปดีไปชั่วได้ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้น ใจนี่เป็นของไม่ตาย รับเคราะห์รับบาปรับกรรมรับบุญอยู่ในนั้นตลอดเวลามา เพราะฉะนั้นเราจึงได้สร้างความดีไว้สำหรับร่างกายด้วย

ร่างกายเป็นของสำคัญ เมื่อตกคลอดออกมาแม้แต่อยู่ในท้องยังต้องอาศัยบำรุงจากแม่ พอตกคลอดออกมาก็บำรุงทุกสิ่งทุกอย่างจนกระทั่งเป็นเราเป็นท่านมาทุกวันนี้ เพราะอาศัยสิ่งเยียวยารักษา ร่างกายจึงเป็นของจำเป็นสำหรับชีวิตของเรายังทรงอยู่ ทีนี้ส่วนใจนั้นไม่มีเวลา เป็นความสำคัญมากยิ่งกว่าใจหลายเท่าทีเดียว คำว่าตายมีแต่ร่างกายสลายเฉย ๆ ใจไม่ได้ตาย ออกจากร่างนี้ก็เข้าสู่ร่างนั้น ออกจากร่างนั้นเข้าสู่ร่างนั้น อย่างพวกเทวบุตรเทวดาก็ไปจากมนุษย์เรานี่แหละ นี่สร้างคุณงามความดีแล้วก็ไปเป็นเทวดาอินทร์พรหมจนกระทั่งถึงพ้นโลกพ้นสงสารก็ไปจากความดีที่เป็นเครื่องสนับสนุนนี้แล

ใจจึงเป็นของสำคัญมาก อย่าปล่อยใจ พูดภาษาโบราณเราหรือภาษาไทยเราล้วน ๆ ก็เรียกว่าให้ได้กินได้ทาน อย่าได้บกพร่องทั้งสองอย่างนี้ การกินการใช้การสอยเพื่อร่างกาย การให้ทานเพื่อบำรุงจิตใจ เพื่อเป็นรากฐานของจิตใจ เป็นที่เกาะของใจ ถ้าใจไม่มีคุณงามความดีเสียอย่างเดียวเท่านั้นใจแห้งผากหาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้ ล้มเหลว ถ้าใจมีหลักมีเกณฑ์แล้วถึงจะขาดตกบกพร่องตามโลกอนิจจังนี้ก็ตาม แต่ใจจะมีความแน่นหนามั่นคง

นี่หลวงตาจะพูดให้เป็นคติแก่บรรดานั้น แต่ไม่ใช่คุยนะ ในปัจจุบันนี้ก็เห็นอย่างชัด ๆ ว่ากำลังใจเป็นของสำคัญมาก หลวงตานี้ถ้าไม่ได้อาศัยธรรมะเป็นเครื่องบำรุงรักษาเยียวยามาตลอดแล้วหลวงตาตายไปนานแล้วนะ นี่เคยพูดให้ลูกศิษย์ฟังเยอะฟังมามากต่อมากแล้วนี่ แต่นี้ลูกศิษย์ก็มาหน้าใหม่มาเรื่อย ๆ ก็เล่าให้ฟังว่ากำลังใจพาทรงพารั้งไว้ได้อยู่ เมื่อกำลังใจก็ยังมีพอรั้งได้ก็รั้ง ถ้ามันรั้งไม่ได้แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังนิพพาน โลกไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า แต่พอรั้งให้เป็นเวลายืดยาวนานออกไปนั้นเป็นไปได้ อยู่นี่ก็เพราะกำลังของใจ

โรคหัวใจเรานี่เป็นโรคที่รุนแรงมาหลายครั้งแล้ว มันจะไปจริง ๆ คือเวลามันจะไปจริง ๆ นี้นะ ให้พากันจำเอานะ นักภาวนาเท่านั้นจะทราบความจริง อันนี้คือความจริง เวลาจะไปจริง ๆ แล้วร่างกายนี้หมดสภาพ ทุก ๆ สรรพทุกส่วนละในร่างกายนี้จะเป็นเหมือนท่อนไม้ท่อนฟืน หูนี้ไม่เรียกว่าหูหนวกตาบอด เป็นหูท่อนไม้หูท่อนฟืนไปหมด มันเลยสภาพบอดหนวกไปแล้วไม่รับทราบอะไรทั้งนั้น เหลือแต่ความรู้ที่ทรงร่างอยู่ภายในร่างกายภายในหัวอกตรงกลางนี้ ความรู้แท้ ๆ อยู่ตรงกลางอกเรานี่นะ ทรวงอกนี่อยู่ตรงกลางนี้ นักภาวนาเท่านั้นจะรู้

เวลาเราเรียนนี้มันขึ้นสมอง เรียนมากเท่าไรขึ้นสมองมาก ความจำจนกระทั่งสมองทื่อ นี่เวลาเราเรียนจิตของเราไปทำงานอยู่บนสมอง แต่เวลาเราภาวนาแล้วจิตของเราจะมาทำงานอยู่ท่ามกลางอกนี้ จิตสงบมากน้อยอยู่ที่กลางอก ๆ ทีนี้พอถึงขั้นเวลามันจะไปจริง ๆ ความรู้สึกในส่วนร่างกายส่วนต่าง ๆ นี้หดตัวเข้ามา ข้างล่างก็หดเข้ามาข้างบนก็หดลงไปไปอยู่ที่กลางอกนี่ จิตไปเป็นความรู้อยู่นั้นโดยเฉพาะเท่านั้นนะ ทุกขเวทนานี้ดับหมด ร่างกายดับทุกขเวทนาก็ดับ ทุกขเวทนาเกิดขึ้นมาจากร่างกาย ใจไม่มีทุกขเวทนาแล้วไม่มีอะไรเป็นปัญหา

ทีนี้พอความรู้สึกของร่างกายมันหมดสภาพมันแล้วก็เหลือแต่ใจ ใจเมื่อมีธรรมพอสมควรที่จะบังคับกันไว้ได้ก็รั้งเอาไว้นี้ไม่ให้ออกไม่ให้ออกจากร่าง สิ่งเหล่านี้หมดสภาพแล้วมีแต่จะดีดท่าเดียว ใจเมื่อสิ่งเหล่านี้หมดสภาพแล้วใจจะครองอยู่ไม่ได้จะต้องดีดออก แต่นี้เมื่อบังคับพอให้เป็นไปได้ก็บังคับเอาไว้นั้น ไม่นานนักมันก็ประสานกันอีก ความรู้ภายในใจนี้ก็ค่อยซ่านออกไปสู่ร่างกายส่วนต่าง ๆ ร่างกายก็ค่อยรู้สึก หูก็ค่อยมี ตาก็ค่อยมองเห็นเข้าไปเป็นตาฝ้าตาฟางขึ้นมาเริ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นตาดีธรรมดา

นี่คือจิตอันนี้ซ่านออกไปสู่ร่างกายส่วนต่าง ๆ อวัยวะของเรา ประสาทส่วนต่าง ๆ นี้เป็นเครื่องมือของใจทั้งนั้น เมื่อใจจะถอนตัวออกมาแล้วต้องถอนกรรมสิทธิ์ หรือว่าถอนความรับผิดชอบเข้ามาหมดเลยเข้ามาอยู่ในทรวงอกอันเดียว รู้เท่านั้นละมีแต่รู้อันเดียว พออันนี้เคลื่อนพับก็เรียกว่าตายแล้ว เคลื่อนพับตาย ถ้าเรารั้งกันไว้อย่างนี้ครองนี้ แล้วต่อไปมันก็ค่อย ๆ ซ่านออกไป ความรู้นี้ซ่านออกไปสู่ร่างกายส่วนต่าง ๆ ก็รู้สึกเหมือนเดิม นี่ละเอาออกมาจากหัวอกจริง ๆ มาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ไม่โอ้ไม่อวด อำนาจของธรรมเป็นอย่างนี้

พลังของใจจึงเป็นของสำคัญมาก การเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่มีอยู่ตามร่างกาย จิตใจเราไม่เป็นอะไร อย่าให้ไปเป็นโรคกับร่างกายก็แล้วกัน ให้จิตใจของเราดี มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ ประจำใจรักษาใจเอาไว้ ใจไม่ได้เป็นโรคเป็นภัย มันเป็นตั้งแต่ร่างกาย ถ้าใจไปยุ่งกับเขาใจก็เป็นโรคไปด้วย ก็เลยเป็นทุกข์สองชั้น คือ ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจ เราจึงต้องระมัดระวังให้มีธรรมเป็นเครื่องรักษาใจเสมอ ไปไหนอย่าลืม พุทโธ ธัมโม สังโฆนะ เราเป็นลูกชาวพุทธ ให้มีธรรมเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจตลอด ใจได้รับอาหารไปเรื่อย ๆ เครื่องสนับสนุนใจคือธรรม

วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละให้พี่น้องทั้งหลายฟัง แล้วตอนบ่ายส่วนมากมักจะได้เข้าไปเยี่ยมพระอาการของฟ้าหญิงท่าน ท่านประชวร พอตอนเช้าก็ได้ต้อนรับพี่น้องทั้งหลาย แต่ตอนบ่ายไม่ค่อยแน่นักนะ มาคราวนี้ตั้งใจมาสงเคราะห์ท่านโดยเฉพาะ

ต่อไปนี้จะให้พรนะ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก