ใจตายไม่เป็น
วันที่ 6 สิงหาคม 2540
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐

ใจตายไม่เป็น

ของลูกศิษย์ลูกหานี่แหละเอามาให้ เอาไปแจกจ่ายทั่วไปหมด เราจึงได้บอกว่าเราทำให้เต็มเหนี่ยวเสีย ในชาตินี้เราทำให้เต็มเหนี่ยวเรา เต็มกำลังความสามารถของเรา ทุกอย่างไม่ให้มีบกพร่อง เอาให้เต็มที่เสีย สงเคราะห์โลกเต็มกำลังความสามารถทุกด้านทุกทาง การแนะนำสั่งสอนนี้ทั่วประเทศไทย จะเรียกว่าธรรมกถึกเอกก็ไม่น่าผิด เพราะเทศน์หมดทุกภาค ออกจากนั้นก็ใส่เทป ใส่สำนวนหนังแส่หนังสือเต็มไปหมด พระกรรมฐานคะนองมือคะนองปากสายหลวงปู่มั่นก็มีหลวงตาบัวนี่แหละ คะนองมือคะนองปากกว่าเพื่อน ออกทั่วประเทศไทย เทศน์หมดทุกภาค เดี่ยวนี้หยุดแล้วไม่เอาแล้ว ช่วยก็ช่วยไปอย่างนั้นแหละ

ทำประโยชน์ให้โลกแล้วยังทำเป็นตัวอย่างให้โลกนะ ให้พากันยึดเอานะ หลักปฏิปทาที่หลวงตาพาดำเนินมา การเสียสละ การทำบุญให้ทานนี้เป็นการสงเคราะห์หัวใจ ๆ โดยตรงไม่มีอ้อม การทำบุญให้ทานมากน้อยนี้สงเคราะห์เข้าหัวใจ ๆ เพื่อใจจะได้ดีดเลย อันนี้ละช่วยเรา หมดโลกธาตุนี้ไม่มีอะไรช่วยได้นอกจากบุญอย่างเดียว ช่วยหัวใจ นอกนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นให้พากันจำเอาแล้วตะเกียกตะกาย ใครมีมากมีน้อยช่วยกันทำให้มันเต็มหัวใจเรา บุญเต็มหัวใจไปไหนสบาย นี่เราพูดจริง ๆ เราภูมิใจ เราทำอย่างนี้เราก็ทำด้วยความภูมิใจ เราอยู่อย่างนี้ก็ด้วยความภูมิใจ เวลาเราตายไปเราก็จะตายด้วยความภูมิใจอย่างเดียวกันไม่เคลื่อนคลาดเลย

เมื่อวานนี้เอาของไปให้ภูเรือ กลับมาก็เห็นเขาแห่ศพกันมากลางทางที่นากลาง ไปที่ไหนก็เต็มไปด้วยการเกิดการตาย นี่ก็มาอีกแล้วตาย เรื่องเกิดเรื่องตายไม่มีคำว่าอิ่มพอ เพราะกิเลสตัวคำว่าไม่อิ่มพอมันอยู่ในหัวใจ ถ้าถอนตัวนี้ออกไปแล้วก็ดังพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่าน หมด ถอนตัวไม่อิ่มพอนี้ออกจากใจแล้วเรียกว่าพอ นิพพานคือเมืองพอ ตัวนี้ละตัวหิวตัวโหยเรื่องเกิดเรื่องตาย หิวโหยเรื่องเกิดเรื่องตายไม่มีคำว่าอิ่มพอ เกิดตายอยู่กี่กัปกี่กัลป์ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่มีคำว่าอิ่มพอ พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านถอนรากแก้วของมันแห่งความไม่อิ่มพอนี้ออกแล้วดีดเลย ทีนี้พอ เรียกว่าพอ

เครื่องมือที่จะมาถอนรากแก้วนี้นอกจากบุญจากกุศลไม่มีอะไรในโลกนี้ สามแดนโลกธาตุนี้ไม่มีอะไรเข้ามาช่วยได้เลย มีแต่บุญกุศลเท่านั้น ฟังแต่ว่าเท่านั้นเถอะ คืออย่างเดียวเท่านั้นนอกนั้นไม่มี กิเลสไม่กลัว เรื่องความบกพร่องความหิวโหยพาให้สัตว์เกิดสัตว์ตายนี้ไม่กลัว ไม่มีกลัวอะไรกลัวแต่ธรรมอย่างเดียว ใครรังเกียจธรรม ใครไม่สนใจในธรรม ก็ชื่อว่าเป็นผู้ไม่อิ่มพอในการเกิดตาย ไม่อิ่มพอในความทุกข์ความทรมาน จะได้เกิดได้ตายได้ทรมานไปอย่างนั้นตลอด

พูดแล้วเราสลดสังเวชนะ ไม่ทราบมันเข็ดไปยังไงนักหนานะ มันเข็ดอยู่ในหัวใจ เข็ดเรื่องเกิดเรื่องตาย หมุนมากี่กัปกี่กัลป์ ของเก่าของใหม่ทับถม ทับทั้งเขาทับทั้งเรา เราทับเรา เราทับเขา สัตวโลกตายกองกันทับกันอยู่อย่างนี้ตลอดไม่ทราบว่ากี่กัปกี่กัลป์มาแล้วไม่มีต้น เงื่อนต้นไม่มีเงื่อนปลายไม่มี อนมตคฺโค แปลว่าการเกิดตายของสัตว์นี้ไม่มีเงื่อนต้นเงื่อนปลาย เหมือนมดไต่ขอบด้ง วนไปวนมาก็นึกว่าของใหม่อยู่เรื่อย ขอบด้งขอบเก่านั่นแหละ เกิดตายอันเก่านั่นแหละ ว่าของใหม่อยู่เรื่อย

นี่มันเข็ดไม่ทราบว่ามันเป็นอะไร นึกว่าจะเลิกจะแล้วกันไปแล้ว ยังไม่เลิกไม่แล้วยังเข็ดอีก จะให้มาเกิดอีกก็เอาเราไปฆ่าเสียเดี๋ยวนี้ คือฆ่าตายเดี๋ยวนี้ก่อนตายว่างั้นเถอะ มันเข็ด แบกมาฉันใดก็จะแบกไปฉันนั้น ฆ่ามันขาดสะบั้นลงจากหัวใจแล้วนึกว่ามันจะแล้ว อันหนึ่งมันไม่แล้ว อันไม่แล้วคือว่ามันเข็ด อันเข็ดยังไม่แล้วนะ ก็ไม่เกิดดีเกิดชั่วอะไรแหละ เรื่องจะมีเงื่อนต่อให้เกิดให้ตายอะไรต่อไปอีก ก็ไม่มีเงื่อนต่อกัน แต่เรามันเข็ดสิ่งที่มันเคยเข็ดมาแล้วเข้าใจไหมล่ะ มันเข็ดสิ่งที่เคยเข็ดมาแล้ว ไม่ไปเข็ดอย่างนั้น โอ๊ย ถ้าลงให้มาเกิดตายอีกแล้วก็ให้เอาไปฆ่าเสียเดี๋ยวนี้ ให้ตายก่อนตายถ้ายังจะกลับมาอีกแล้ว ให้เอาไปฆ่าเสียเดี๋ยวนี้ให้ตายก่อนตายเสีย มันเข็ดมันขยะ ๆ ย้อนหลัง เข็ดย้อนหลัง

โห สัตวโลกทั้งหลายไม่รู้เลยนี้ทำยังไง ยังเพลินเป็นบ้ากันอยู่นี่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว กิเลสมันกล่อมตลอด กล่อมสนิทมาก ให้ธรรมจ้าข้างบนดูซิ เมื่อธรรมเหนือกิเลสแล้วเห็นหมด เรื่องความเป็นมายังไงต่อยังไง ของสัตวโลกของเรา ของใครต่อใครนี้มันจ้าไปหมด เห็นหมด ก็มันตำหูตำตาตำหัวใจตลอดเวลานี้จะไม่ให้สะดุดกึ๊ก ๆ ได้ยังไง มันจะต้องสะดุดอยู่นั้นโดยดี ไม่ให้เข็ดได้ยังไง ต้องเข็ด เพราะสิ่งที่จะให้เข็ดมันโดนกันอยู่ตลอดเวลา ถึงเรื่องมันจะผ่านไปแล้วก็ตามมันก็เข็ดในสิ่งที่เคยเป็นมามันเป็นอย่างนั้น ๆ แล้วจะเป็นไปข้างหน้ามันก็จะเป็นอย่างนี้ มันประมวลเข้ามามาเข็ด ลงในคำว่าเข็ด เข็ดหลาบ

มันกล่อมเอาจริง ๆ นะไม่ให้รู้เลยทุกแง่ทุกมุมหมดทั้งตัวคนมีแต่กิเลส มองหาอรรถหาธรรมยิบ ๆ แย็บ ๆ ไม่ค่อยมีกัน ยิ่งพวกไม่มีศาสนาด้วยแล้ว...หมด มีแต่ลมหายใจฝอด ๆ คือมันหมดความหมายไม่มีค่า เรียกว่าไร้ค่า ผู้มีศาสนามีความดี เช่นอย่างพุทธศาสนาเป็นศาสนาชั้นเอก เป็นศาสนาเครื่องยืนยันรับรองโลกทั้งสามนี้ได้ ผู้มีศาสนานี้มีหวัง ศาสนาที่เสกสรรปั้นยอกันลม ๆ แล้ง ๆ นั้นเราไม่ได้มานับเข้าในบัญชีนี้ คนมีกิเลสเสกเป่าเป็นศาสนา ศาสนาของคนมีกิเลส ก็เหมือนเรานี้เสกเป่าเอาเฉย ๆ พระพุทธเจ้าไม่ได้เสกเป่าเฉย ๆ รู้จริง ๆ เห็นจริง ๆ ละได้จริง ๆ เห็นจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเรียกโลกวิทู รู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง เห็นหมดรู้หมด

เพราะฉะนั้นจึงท้อพระทัยละซิ พอตรัสรู้ทั้ง ๆ ที่ทรงปรารถนาจะเป็นศาสดาสอนโลกอยู่แล้ว พอตรัสรู้ปึ๋งขึ้นมาเท่านั้นละ มองดูสภาพความเป็นของพระองค์ที่ทรงไว้ในขณะนั้น กับมองดูสภาพที่เป็นมาของพระองค์และของสัตว์ทั้งหลายนี้เป็นยังไง ๆ และต่อไปนี้ใครที่จะเห็นได้รู้ได้อย่างนี้มีไหม ๆ มันเหมือนว่าจะไม่มีในสามแดนโลกธาตุนี้ เลยท้อพระทัยที่จะสั่งสอนสัตวโลก สั่งสอนไปยังไงสั่งสอนอะไร ว่าไปที่ไหนเขาก็จะว่าเราบ้า พวกเขาทั้งโลกทั้งแดนโลกธาตุเขาเป็นบ้าด้วยกันหมด พระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวไปพูดนี้ เขาก็จะหาว่าพระพุทธเจ้าเป็นบ้าละซิจะว่าไง กิเลสมันถอยใครเมื่อไร พอแทรกมันแทรกพอแซงมันแซง พอสวมรอยมันสวม สวมตลอด กิเลสไม่มีคำว่าถอย เพราะฉะนั้นจึงแก้มันยาก ไม่ให้รู้เรื่องแก้มันซิ มันสวมรอยก็ไม่รู้ว่ามันสวมรอย

โห เกิดมาที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้มาพบพระพุทธศาสนานี้เป็นลาภอันประเสริฐสุดแล้วนะ ใครอย่าลืมเนื้อลืมตัวนะ ลืมไม่ได้ ถ้าไม่อยากจมต่อไปอีกนาน ๆ ไม่มีประมาณแล้วอย่าลืมเนื้อลืมตัว ใครไม่อยากจมต่อไปอย่าลืมเนื้อลืมตัว ให้ขวนขวาย ธาตุขันธ์นี้มันก็พออยู่พอไปถึงวันหมดลมหายใจเท่านั้นแหละ ไม่ได้ยืดยาวอะไรแหละธาตุขันธ์ของใครของเรานี่ ๗๐-๘๐-๙๐ ส่วนร้อยปีมันไม่อยากมีแล้วทุกวันนี้ ตาย ๆ แต่น้อยแหละ ทุกวันนี้ ๗๕ ปีเป็นอายุขัย ร้อยปีย่นลงมาปีหนึ่ง ๆ ๒,๕๐๐ ปีนี้ก็ย่นเข้ามา ๒๕ ปี นี้เป็นอายุขัย ส่วนที่จะคืบคลานไปนั้นก็เล็กน้อย ลดลงไปก็เล็กน้อย จุดใหญ่อยู่ตรงนั้นจุดศูนย์กลาง ย่นลงมา ๒๕ ปีนี่ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ดูซิคน ที่อายุยืนกว่านั้นมีสองสามคนเท่านั้นละ นอกนั้นตาย ๆ อายุ ๗๕ ปีเป็นอายุขัยเดี๋ยวนี้ ครั้งพระพุทธเจ้าดูเหมือนร้อยปีหรือไง อย่างพระอานนท์ก็ตั้ง ๑๒๐ ปี ยังผ่านไปได้ถึง ๑๒๐ ปี พระกัสสปะก็ ๑๒๐ ปีหรือไงลืมแล้วละ ไม่ได้ดูนานแล้วดูตำรับตำรา เอาแต่ของเก่ากินของเก่า ลืมหมดแล้วเดี๋ยวนี้ มีแต่หดย่นเข้ามา ๆ

ที่ท่านพูดถึงเรื่องอนาคตวงศ์ มันอ่านหลายเล่มไม่ทราบว่าเล่มไหนต่อเล่มไหนได้อ่าน ที่อายุขัยของมนุษย์เรานี้สุดขีด ลงมา ๑๐ ปีเป็นอายุขัย มนุษย์เรานี่ถึง ๑๐ ปีเป็นอายุขัย ทีนี้ก็ฆ่ากันพินาศฉิบหายวายปวง มันถึงวาระของมันจนจะไม่มีเหลือมนุษย์อยู่ในโลกแล้วก็มาจับมือกันทีหนึ่ง รู้เนื้อรู้ตัวรู้บาปรู้บุญรู้คุณรู้โทษของมัน แล้วก็รู้ธรรมในขณะเดียวกัน ทีนี้จิตใจก็ค่อยคืบคลานขึ้นมาดีขึ้นมา อายุขัยก็ค่อยสูงขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จากนั้นมาก็ถึง ๘๐,๐๐๐ ปี พระอาริยเมตไตรยก็จะมาตรัส นานไหม ตั้งแต่อายุขัย ๑๐ ปีจนกระทั่งขึ้นไปอีก ๘๐,๐๐๐ ปี พระอาริยเมตไตรยถึงจะลงมาตรัสรู้มาสั่งสอนโลก

นี่เวลานี้ก็ยังพอเหมาะพอดีกับธรรมพระพุทธเจ้ายังอยู่ พาดบันไดไว้ใครจะขึ้นก็ขึ้น ใครไม่ขึ้นก็จม ก็ขึ้นซี ท่านสอนไว้แล้วมรรคผลนิพพานยังคงเส้นคงวาหนาแน่นอยู่ตามเดิม เป็นแต่กิเลสมันปกคลุมหุ้มห่อ เหมือนกับจอกกับแหนปกคลุมหุ้มห่อน้ำเอาไว้ น้ำในสระในบึงมองไม่เห็นเลย มีแต่จอกแต่แหนปกคลุมไว้หมดเลย กิเลสเป็นจอกเป็นแหนปกคลุมคนจึงว่ามรรคผลนิพพานไม่มี ก็เหมือนกับว่าคนว่าน้ำไม่มีในบึง น้ำมันมีอยู่ในบึงนั้นแต่จอกแหนปกคลุมไว้มองหาน้ำไม่เห็น เลยว่าน้ำไม่มี ทีนี้จอกแหนคือกิเลสมันปกคลุมหุ้มห่อธรรมไว้ ธรรมในบึงในใจนี้ก็เหมือนไม่มี มรรคผลนิพพานไม่มี ทำอะไรก็ทำไปอย่างนั้นละ ไปแล้วที่นี่ไปอย่างนั้นละ

เวลามันหนามันหนาจริง ๆ นะกิเลส ถึงเข็ดล่ะซิ ไม่ทราบอะไรยังเข็ดอยู่ โถ จะให้มาตายเกิดอีก ให้ตายก่อนตายเสียดีกว่าไปอย่างนั้นเสีย จะให้มาตายเกิด ๆ อีก อย่างที่เป็นมาก็พอแล้ว ยังจะให้กลับมาตายเกิด ๆ อีกนี้ ให้ตายเสียก่อนตายดีกว่า แสนทนทุกข์ทรมานแสนสมบุกสมบันไม่มีอะไรเกินการเกิดการตายของสัตวโลก เพราะตายเกิดมันไม่ได้ตายที่เก่าเกิดที่เก่า เกิดกำเนิดเก่าซิ เกิดต่างขั้นต่างภูมิอำนาจแห่งกรรมสูงต่ำได้รับความทุกข์ความทรมาน ผู้ที่จมอยู่ในนรกนั้นกี่กัปกี่กัลป์ไม่ขึ้นฟังซิ ทรมานมากไหม แต่ใจนี้ไม่ฉิบหายนะ นี่ละมันทรมานมากใจไม่ฉิบหาย เพราะฉะนั้นเวลาบริสุทธิ์แล้วจึงไม่ฉิบหาย ใจตายไม่เป็น นอกนั้นตายไปทั้งนั้นแหละ สลายไปได้หมด แต่ใจนี้ไม่เคยตาย ออกจากร่างนี้เข้าสู่ร่างนั้น ออกจากร่างนั้นเข้าสู่ร่างนี้ เรียกว่าเกิดตาย ๆ นี่เป็นหน้าที่ของจิตงานของจิตที่กิเลสเชื้อของมันที่พาให้เกิดตายฝังอยู่ในจิต สัตวโลกทั้งหลายจึงเกิดตาย ๆ อยู่ตลอดไปอย่างนั้นแหละ

แล้วเกิดตายยังเกิดตายด้วยอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วอีกด้วย ใครมีกรรมดีก็ไปทางดีมีความสุขความสบายพอได้หายใจบ้าง ผู้มีแต่กรรมชั่วช้าลามกจกเปรตนั้นตายลงไปจมไปเลย จมไปแล้วก็ไปหายใจอยู่ในที่จม ๆ นั่นแหละ จะให้ตายก็ไม่ตาย

พวกเด็กมาฟังเทศน์ก็ฟังเอาซิเทศน์อยู่นี่จำเอาซิ เอาไปฟังซิ เด็กก็คนพวกนักเรียนมา สอนหมดทุกคนนั่นแหละเอาไปปฏิบัติ อย่าคึกอย่าคะนอง เด็กวัยนี้ไม่ค่อยได้คิดนะ ความคึกความคะนองทำคนเป็นบ้าก็คือกิเลสนี่แหละ ตัวราคะตัณหานี่ตัวรุนแรงมากที่สุดนะ ดูอย่างทุกวันนี้เราดู ไก่ทุกวันนี้สงบนะ ตัวผู้ตัวเมียก็สงบ แม่กับลูกก็วิ่งตามหลังกันยั้วเยี้ย ๆ เวลานี้แม่มันไม่ตื่นบ่าว แม่มันไม่ตื่นไอ้หนุ่มก็เลี้ยงลูกมันอยู่สบาย ๆ ลูกเดือนหนึ่งแล้วยังไม่จากแม่นะ ไปด้วยกัน แม่กับลูกตัวเท่ากันยั้วเยี้ย ๆ คือแม่มันยังไม่คะนองตอนนี้ยังไม่ทิ้งลูกมัน พอถึงเวลาคะนองแล้วเห็นไอ้หนุ่มมาก็วิ่งไปกับไอ้หนุ่ม ทีนี้ทิ้งลูกเลย ลูกก็เจี๊ยบจ๊าบ ๆ แม่ทิ้ง เดี๋ยวนี้เขายังสงบอยู่ ตัวผู้สงบตัวเมียสงบต่างตัวต่างสงบ ดูหมดทุกอย่างไม่ได้ดูธรรมดา

ไก่นี้สงบมาตั้งแต่เดือนมิถุนาฯ พอเดือนกันยาฯ นี้จะเริ่มแล้ว ดีไม่ดีสิงหาฯ ก็จะเริ่มแล้ว กันยาฯ ตุลาฯ ตุลาฯ นี่เอาใหญ่แหละคนสู้ไม่ได้เป็นไร พวกบ้ากามสู้มันไม่ได้ สู้ไก่สู้หมาไม่ได้ เดี๋ยวนี้ต่างตัวต่างอยู่เลี้ยงลูกเลี้ยงเต้า ลูกยั้วเยี้ย ๆ ตามหลังแม่ แม่กับลูกตัวเท่ากันวิ่งตามกันไป แม่ยังไม่คึกไม่คะนอง พอแม่คึกคะนองแม่ก็หนีแหละ ปล่อยลูกทิ้งลูกก็หากินเอง บางทีลูกยังเล็ก ๆ อยู่แม่ไปไข่อีกแล้ว แม่กกไข่อยู่ลูกก็ไปเฝ้าแม่ โห ไปดู...เรา ลูกไปเฝ้าแม่อยู่นั่นแหละแม่กกไข่อยู่นั้นละ ลูกยังตัวเล็ก ๆ ยังไม่ใหญ่ไม่โตอะไรเลย แม่ไปไข่อีกแล้ว อย่างนั้นซิ

วันนี้ก็จะไปโรงพยาบาลภูหลวงไปดูอีกทุกห้อง ห้องไหนมีความจำเป็นอะไรก็จะช่วยเหลือกันไป เพราะเป็นโรงพยาบาลอยู่ที่คับแคบตีบตันอั้นตู้ลำบากลำบน ไปก็เอาข้าวเอาของไปเต็มรถ ๆ เทปัวะ ๆ ไป คือถ้าตรงไหนที่อยู่ท่ามกลางของอู่ข้าวอู่น้ำเราก็ไม่ค่อยสนใจนักนะ ถึงจะเป็นโรงพยาบาลเล็กก็ตามแต่อยู่ท่ามกลางของอู่ข้าวอู่น้ำไม่ค่อยอดอยากขาดแคลนอะไรมากนัก เราก็ไม่ช่วยอย่างอื่นพวกข้าวพวกอาหารการกินไม่ค่อยช่วยมาก ช่วยแต่เครื่องมือแพทย์ไป ถ้าที่ไหนขาดแคลนอย่างนั้นเราช่วยทุกด้านเลย เครื่องมือแพทย์ก็ช่วย อาหารการกินก็ช่วย เช่นอย่างภูหลวงนี้ไม่มีข้าว ภูเรือก็ยิ่งอยู่ในภูเขาด้วยซ้ำไม่มีข้าว นายูงไม่มีข้าว ทางคำตากล้าก็ไม่มี น้ำท่วม คำตากล้าไม่ได้ทำนากันน้ำท่วม เหล่านี้เราไปทั้งนั้นแหละ นี่ก็ยังส่องดาวนี้อีก นี่เริ่มแล้ว ทางส่องดาวนี้เริ่มแล้ว อยู่ในหุบเขา ไปหาที่หุบเขา ๆ ที่จำเป็น ๆ

เอาละให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก