เปิดตาข่ายออก
วันที่ 4 มกราคม 2540
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๐

เปิดตาข่ายออก

 

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ ท่านก็เสด็จมาเยี่ยม ได้เห็นหรือเปล่าวันนั้น ดูเหมือนคืนวันที่ ๓๑ ท่านเสด็จมาเฉพาะพระองค์เดียว เสด็จมาอยู่ไม่นาน ๓๐ นาทีท่านมา พระอาการทุกสัดทุกส่วน กิริยามารยาทการกราบการไหว้การเคารพนี้ แหม นิ่มมากเชียวนะ คราวนี้รู้สึกว่าสุดยอดเลยนะ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนท่านก็สวยงามมากนะ พระอาการทุกส่วนเวลากราบเวลาไหว้อะไรเรานี่เราก็ว่าสวยงามมากเลย ได้ชมเต็มที่แล้ว คราวนี้เลยล้นฝั่งไปเลย พระอาการของท่านนิ่มมากเชียว จะรับสั่งแต่ละคำละประโยคนี้ต้องประนมมือตลอด ๆ ท่านก็มาเล่าเรื่องลูกสาวให้ฟัง ว่าลูกสาวรู้สึกว่าได้กำลังขึ้นมากมาย ได้กำลังใจสำคัญ ส่วนร่างกายก็เข้มแข็งไปตามๆ กัน แล้วก็มาขอขอบบุญขอบคุณเรา เป็นวาสนาของเขา ท่านรับสั่งว่าเป็นวาสนาของเขาที่ได้มาพบครูบาอาจารย์ว่างั้น

อย่างนั้นแหละสอนโลกเราไม่มีเวลาว่างอย่างนี้แหละ สอนทุกชั้นไม่มีเวลาว่าง ดังที่เราพูดเมื่อวานนี้ เปิดอกออกมานะเมื่อวานนี้ เราเก็บมาได้ ๔๗ ปีเคยพูดแล้ว ๔๗ ปี ตั้งแต่ปีหลวงปู่มั่นมรณภาพเป็นปีฟ้าดินถล่มตั้งแต่นั้นมา พูดให้มันตรงศัพท์ให้มันเต็มเลย เต็มหัวอก ปีฟ้าดินถล่มปี ๙๓ ตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้พูดธรรมะจะเด็ดจะเผ็ดจะร้อนขนาดไหน ถึงวิมุตติหลุดพ้นก็ตาม ก็พูดเป็นกลาง ๆ ไม่ได้เอาตัวไปยัน นี่เมื่อวานนี้เอาตัวออกยันไม่ใช่เหรอ มิหนำซ้ำเอาตัวพยานออกไปยันอีกด้วย แล้วจะหาอะไรอีกเราก็อยากว่าอย่างนั้นเลย ก็จะหาอะไรอีกมันหมดแล้ว หมดไส้หมดพุงแล้วนะยังเหลือแต่จะตายเท่านั้น เพราะงั้นมันจวนตายจึงรีบเอาออก ๆ ให้ได้ข้อคิดกันว่าศาสนาของพระพุทธเจ้าของเราเป็นยังไง เลิศเลอขนาดไหน

ดังที่ว่าเมื่อวาน เลิศเลอขนาดไหนไม่มีใครรู้ใครเห็น กิเลสมันปิดมันตันเอาไว้อย่างนี้เลย ปิดตันไว้อย่างนี้ไม่ให้มีช่องออกเลย ช่องออกตาข่ายออกนี่ คือมันมีอยู่เป็นช่องว่างไปได้อยู่ เพราะช่องศีลธรรม ผู้มีศีลธรรมก็ออกตามช่องนี้ได้ ตาข่ายของกิเลสจะปิดมิดไว้หมดเลยเชียวนะ ผู้ที่มีศีลมีธรรมเท่านั้น ผู้ที่มีบุญมีกุศล ได้สร้างบุญสร้างกุศลจะออกนี้ได้ ๆ นอกนั้นติดอยู่นั้นหมดเลย สามแดนโลกธาตุนี้ติดอยู่นี้หมดไม่มีทางออก มีทางศีลธรรมอย่างเดียว แก้กิเลสนี้แก้ด้วยศีลธรรม มีศีลธรรมเท่านั้นเป็นเครื่องประจัญ เป็นข้าศึกกัน ปราบปรามกัน ชะล้างกัน นอกนั้นไม่มี สามแดนโลกธาตุนี้เป็นอำนาจของวัฏจักรวัฏวนนี้ครอบไว้หมดเลย เป็นตาข่ายอยู่นี้ที่ว่าศีลธรรมออก พวกมีศีลธรรมออก พ้นออกๆ พวกนอกจากนั้นไม่มีทาง ปิดตันไว้อย่างนี้เลย พวกมีศีลธรรมมีช่องออก ๆ ออกด้วยศีลด้วยธรรม

มีความเลิศเลอขนาดไหน ศาสนาพระพุทธเจ้าของเราประกาศมาได้ ๒๕๐๐ ปีนี้ ยังไม่ได้กระเทือนหัวใจของชาวพุทธเรามันเป็นยังไง เรานี่สลดสังเวชนะ โห ธรรมเลิศเลอขนาดนั้นไม่มีใครมองไม่มีใครเห็น เอาตั้งแต่กิเลสมาขยำย่ำยีอยู่ตลอดเวลา ไปที่ไหน ๆ บ่นกันว่าเป็นทุกข์ระนาวกันทั่วโลกดินแดน ทั่วโลกนะเราไม่ได้ว่าแต่เมืองไทยชาวพุทธเรานะ ว่าทั่วโลกเลย มันร้อน ร้อนในหัวใจไม่มีที่พึ่งที่เกาะ ไม่มีตาข่ายออก มันไม่สนใจกับธรรมก็ไม่มีตาข่ายซิ ผู้สนใจในธรรมมีตาข่ายออก ๆ มีเท่านั้น นอกนั้นไม่มีใครปราบกิเลสได้ ไม่มีใครเปิดช่องทางกิเลสให้สัตว์ทั้งหลายออกหลุดพ้นไปได้เลย มีธรรมเท่านั้น ๆ ฟังแต่ว่าเท่านั้น คือไม่มีอันอื่นอันใดอีกแล้ว มีเท่านั้น

เพราะฉะนั้นศาสนาจึงต้องมีประจำโลก ไม่มีไม่ได้ กิเลสครองอยู่ตลอดเวลานี้ เป็นกี่กัปกี่กัลป์ก็อยู่อย่างนี้ ถ้าไม่มีธรรมมาเปิดแล้วอยู่อย่างนี้ตลอด ถ้ามีศาสนาพระพุทธเจ้ามาแต่ละองค์ๆ ก็มาเปิดทางให้สัตว์ได้ออกๆ อย่างศาสนาพระพุทธเจ้าของเรานี้ ก็ยังมีอยู่อย่างนี้ เปิดตาข่ายไว้อย่างนี้ เหมือนพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ความชอบนั้นแลคือองค์ศาสดา แล้วออกตามนั้นเดินตามนั้นไม่ไปไหน ศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นมัชฌิมา กิเลสเป็นมัชฌิมา ตรงกลางอยู่นี้ตลอดเวลา เป็นกัปเป็นกัลป์ก็อยู่อย่างนี้ ธรรมะของเราก็แก้กันอยู่ตลอดเวลาอยู่นี้เหมือนกัน เป็นมัชฌิมาเป็นเครื่องมาแก้กัน แต่มาเป็นคราวๆ ไม่ได้มาตลอดเวลา ศาสนามีมาเป็นครั้งเป็นคราวดังที่เคยพูด

เราจวนตายเท่าไรยิ่งวิตกวิจารณ์มากขึ้นทุกวัน แปลกอยู่นะ วิตกวิจารณ์กับโลกกับสงสารที่มืดมัวเอาจริงๆ นี่นะ พวกเราพวกมืดมัวจริงๆ ถ้าเทียบกับองค์ศาสดาและท่านผู้สิ้นกิเลสไปแล้วกับพวกเรานี้มันมืดมัวเสียจริงๆ เหมือนตกนรกทั้งเป็นว่างั้นเลย พูดอย่างอื่นไม่ถนัดใจ ถ้าพูดว่าตกนรกทั้งเป็นกันโดยไม่รู้สึกตัว ให้กิเลสกล่อมตลอดเวลานี้ถูกต้องที่สุด คือกิเลสมันกล่อมให้มั่วกันอยู่อย่างนั้น ให้เป็นบ้ากันอยู่ ดีดโน้นดิ้นนี้ ดิ้นโน้นดิ้นนี้ ดิ้นหาแต่มันไสออกไป เราไม่ดูฉากหลังมันที่มันไสออกไปเราไม่ดู ตัวมันไสนี่เราไม่ดู พระพุทธเจ้าท่านดูนี่ ท่านมาเห็นซิ เห็นก็มีท่าต่อสู้ละซิ เมื่อเห็นว่า อ้อ นี่ไฟท่านก็ต่อสู้ซิ ไม่เห็นว่าเป็นภัยแล้วเอาอะไรมาต่อสู้ สนใจอะไร ก็มีแต่ให้มันกล่อมตลอดเวลาตายทิ้งเปล่า ๆ ตายทิ้งเปล่า ๆ ตายทับถมตายกองกันอยู่นี้กี่กัปกี่กัลป์แล้วมนุษย์สัตว์เราทั่วโลกดินแดน

พูดมามันสลดสังเวชนะ เราจวนตายเท่าไรยิ่งห่วงใยสัตว์โลกเข้าไปโดยลำดับลำดานะ โห ทำไงนี่ มันหนาขนาดนี้กิเลสนี่นะ ออกอุทานว่างั้นเถอะนะ ความหนาของกิเลสนี้ ความเจ็บแสบให้กิเลสนี้ ก็ออกอุทานเหมือนกัน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยสัตว์โลกเรานี่ซิมันพิลึกน่ะ มันกล่อมทั้งเป็นนี่นะ ตาใส ๆ เหมือนตาแมวนี่ แต่เวลามันกล่อมแล้วตามัวตาฝ้าตาฟาง ตามืดตาบอดไปหมด หูหนวกไปหมดเลย เห็นไหมคาถาของกิเลสเก่งไหมว่างั้นเลย

เอาละจะให้พรละที่นี่ พอแล้ว ขู่ฟ่อ ๆ แล้วก็ให้พรละ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก