ตายแบบพระพุทธเจ้า
วันที่ 12 มกราคม 2540
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๐

ตายแบบพระพุทธเจ้า

 

ไปภูวัวเมื่อวานซืนนี้ก็ไปจี้เรื่องโทรศัพท์มือถือ เรื่องเทวทัต ในวงกรรมฐานของเรายังมีเกาะมีดอนอยู่ ก็มีเราเป็นผู้คอยควบคุมอยู่ ไปก็ไล่เบี้ยกันเรื่องเหล่านี้แหละ ถามจี้เข้าเลยนะ ใครมีไหม ในวัดนี้ใครมี ๆ บอกมาว่างั้นเลย จะไล่หนีเดี๋ยวนั้นเลยไม่ให้อยู่มันจะทำลายหมด

หลวงพ่อผู้เดียวแบกทั้งแผ่นดินจะไหวยังไง มันอ่อนลง ๆ ภาระยิ่งหนักขึ้น ๆ มาทุกรูปทุกแบบ ข้าวออกเรื่อยออกแจกเป็นจุด ๆ ให้ลูกศิษย์ลูกหาเขาแจกช่วยออกช่องนั้นช่องนี้ เราผู้เดียวไม่ไหวต้องให้ลูกศิษย์ลูกหาออกช่วย จุดไหนสำคัญ ๆ ที่จำเป็นก็เอาไปตามจุด ๆ

ทำบุญให้ทานมันจึงไม่ได้ห่วงหน้าห่วงหลัง ทำทุกอย่างทำอะไรในโลกอันนี้ห่วงหน้าห่วงหลังห่วงยุ่งเหยิงวุ่นวายทั้งนั้นแหละ เมื่อมีการทำบุญแล้ว จิตทำบุญนั้นละจิตตัดความวุ่นวายยุ่งเหยิง ให้สร้างเสียเวลายังไม่ตาย ตายแล้วก็ไม่เป็นห่วง ไม่ตายก็ไม่เป็นห่วง บุญไม่ห่วงแหละอยู่ในนี้เลย ถ้าภายนอกแล้วห่วงทั้งนั้นแหละ ทั้งห่วงทั้งหวง ตายแล้วเป็นเปรตเฝ้าอยู่นั้นมันมี ในชาดกท่านแสดงไว้ อู๋ย น่าสลดสังเวชนะ ความตระหนี่ถี่เหนียวมันแสดงฤทธิ์ให้เจ้าของนั่นแหละ พูดแล้วมันสลดสังเวชนี่นะ

ฟังซิว่าความตระหนี่ถี่เหนียว สมบัติเงินทองข้าวของมีมากมีน้อยไม่แจกไม่จ่ายไม่ทำบุญให้ทาน หวงไว้ ๆ จะตายก็ยังหวงอยู่ ตายไปแล้วสมบัติเงินทองข้าวของกลายไปเป็นอาจมให้เจ้าของกิน ฟังซิมันน่าสลดสังเวชไหม นั่นละโทษแห่งความตระหนี่ถี่เหนียว มันมีคุณอะไรบ้าง น่าสลดสังเวชไหมฟังกันให้ดีนะ ขนาดนั้นละ นอกจากนั้นยังเป็นเปรตเป็นผีมาเฝ้าบ้านเฝ้าเรือน ถ้าหากว่ากรรมไม่หนักมากกว่านั้น ถ้ากรรมหนักมากกว่านั้นก็จมลงในนรกเลย เพราะฉะนั้นการทำบุญให้ทานจึงตัดสิ่งเหล่านี้ออกได้ทั้งนั้น ๆ แหละ ไม่มีอะไรตัดได้ ตัดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเหล่านี้

มีบุญเท่านั้นตัดได้ เอ้า แบ่งกินแบ่งทานจึงเรียกว่าเป็นมนุษย์ฉลาด มีแต่กินไม่ได้ทานก็ไม่ได้นะ มีแต่ทานไม่ได้กินยังพออยู่จะว่ายังไง อ้าวมันอิ่มหัวใจนี่นะ หลวงตาเล่าให้ฟัง เราอิ่มใจของเราเราอยู่ในภูเขา ไม่กินข้าวกี่วันช่างหัวมัน ภาวนาซัดกันกับกิเลส ซัดกับกิเลสจนกระทั่งชาวบ้านเขาตีเกราะประชุมเขาว่าเราตายแล้ว เราอุ่นใจอยู่นี้เราไม่ได้ห่วงอะไร แต่เขาเป็นห่วงเราเขาว่าเราจะตาย แต่เราไม่ได้ห่วงเราว่าเราจะตาย เราชมสมบัติภายในของเรานี่ มันสง่างามเหมือนจะเหาะเหินเดินฟ้าภายในใจ นั่นเห็นไหมท้องปากจะตายแต่หัวใจไม่ได้เป็นอย่างนั้น ดีดผึง ๆ ๆ นั่นละจึงเอาอันนี้ละมาเป็นสักขีพยานให้พี่น้องทั้งหลายทราบ

ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีฤทธิ์มีเดชมากถ้าปฏิบัติตาม แต่นี้ไม่ค่อยปฏิบัติตามกันน่ะซิ ชาวพุทธเรามีแต่ลมปากเฉย ๆ ใครถามก็ว่าถือศาสนาพุทธ ๆ อยู่ในท้องแม่ยังไม่ได้ตกคลอดออกมาก็ว่าศาสนาพุทธ ออกมาจากคำปากแม่ มันเป็นอย่างนั้นนะ บทเวลาให้ปฏิบัติไม่ปฏิบัติ ไม่มีจริงมีจังอะไรก็ไม่มีความแน่นหนามั่นคงภายในใจซิคนเรา ความแน่นหนามั่นคงทั้งหมดอยู่กับความดีนะ ไม่ได้อยู่กับสิ่งทั้งหลายนะ พิจารณาให้ดี

บุญกุศลเวลาเราสร้างพอเต็มที่ ๆ แล้วมันถึงขั้นพอ เหมือนน้ำเต็มแก้ว เวลาพอแล้วเต็มแก้ว เอาน้ำมหาสมุทรมาก็ไม่อัศจรรย์ เอาน้ำบ่อน้ำบึงที่ไหนมาก็ไม่อัศจรรย์ เพราะเต็มแก้วแล้ว ถ้ายังไม่เต็มยังหิว เห็นอันนั้นมันคว้าเห็นอันนี้มันคว้า พอมันเต็มเต็มที่แล้วไม่หิว เอาอะไรมาก็ไม่หิว เอาอะไรมาก็ไม่อัศจรรย์เพราะพอแล้ว นั่นละคำว่าพอแล้วจึงไม่มีอะไรเสมอคำว่าพอแล้ว นิพพานแปลว่าพอแล้ว สร้างให้มันถึงเมืองพอซิในหัวใจของคนเรา เมื่อพอแล้วเป็นอย่างนั้นแหละ

ไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า ทูลถามอะไรเป็นของอันเดียวกัน น้ำเต็มแก้วอย่างเดียวกันถามกันทำไม มองดูเต็มแก้วแล้วแก้วไหนก็เต็มอย่างเดียวกันแล้วถามกันหาอะไร แก้วนี้เต็มแล้วทำไมเป็นอย่างนั้นทำไมเป็นอย่างนี้ไม่เคยมี เต็มแล้วต้องเต็มแล้ว พระพุทธเจ้ากี่หมื่นกี่แสนกี่ล้าน ๆ พระองค์ไม่ต้องไปทูลถามท่าน เป็นของอันเดียวกัน นั่นละให้รู้ในหัวใจนั่นซิการปฏิบัติธรรม มาพูดโก้ ๆ เก้ ๆ เฉย ๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร ให้มันเห็นในหัวใจเจ้าของนั่นซิ พระพุทธเจ้าสอนลง สนฺทิฏฺฐิโก ให้รู้เองเห็นเองนั่นแหละถนัดชัดเจนดีท่านว่า ดีกว่าไปถามคนอื่น ดีกว่าคนอื่นมาบอก ให้เราเห็นชัดเจนซิ

ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน แต่พวกเรามาทำเป็นกระดาษเศษไปหมด หนังสือก็เรียน เรียนมาได้แต่ความจำ ความจริงไม่มีในหัวใจก็ร้อนเหมือนไฟนั่นแหละ ถ้าความจริงมีอยู่ในหัวใจมากน้อยแล้วเย็นคนเรา เย็น ๆ ฟาดให้มันเต็มแก้วซิน้ำ พอแล้วอยู่ไหนสบาย ตายเมื่อไรว่าพร้อมก็ยังไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ว่าพอแล้วตายเมื่อไรก็ได้ พอแล้วว่างั้น พอ นั่นซิผู้ปฏิบัติธรรมให้มันเห็นอยู่ในหัวใจเจ้าของนั่นซิ พระพุทธเจ้าเห็นในหัวใจ พระสาวกทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเห็นในหัวใจ เต็มในหัวใจแล้ว ก็สด ๆ ร้อน ๆ เหมือนกันกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั่นแหละ ไม่ผิดแปลกอะไร ธรรมอันเดียวกัน กิเลสประเภทเดียวกัน ฟาดมันม้วนเสื่อลงไปหมดแล้วไม่มีอะไรมากวนใจ นั่นแหละแสนสบาย อยู่ในใจนี่แหละ

นี่เคยประกาศ จวนตัวเข้ามาเท่าไร มันจะไม่ได้เรื่องได้ราวพวกหูหนวกตาบอด ว่าชัด ๆ อย่างนี้ ใครจะว่าเราอวดเราโอ้เราไม่เคยสนใจกับสิ่งเหล่านี้ ธรรมต่างหากเป็นสิ่งที่เราสนใจ เราแย็บออกมา ๆ จวนจะตายแล้วแย็บ แต่ก่อนไม่แย็บ หูหนวกตาบอด เขาว่างูก็งูกับเขา เขาว่าปลาก็ปลากับเขา อือ ๆ ออ ๆ ไปกับเขาอย่างนั้นแหละ ทีนี้เทศน์ไปเทศน์มาเทศน์ขนาดไหน เอาจนกระทั่งหมดไส้หมดพุงมันก็ยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วทำยังไง

เลยต้องเอาตัวออกประกันปึ๋งเลยเทียว ประกันปึ๋งว่ายังไง ตายแล้วไม่ต้องนิมนต์พระมากุสลา ธมฺมา หลวงตาบัวตาย บอกอย่างนี้เลย บอกให้ตรงเป๋งเลยเทียว ตายอย่างอาจหาญ ตายอย่างชาญชัย ตายอย่างจรวดดาวเทียม พระพุทธเจ้าตายแบบไหนเราจะตายแบบนั้น พระสาวกอรหันต์ตายแบบไหนเราจะตายแบบนั้น ไม่ตายแบบอื่น เราสอนเราก็สอนด้วยความถึงใจ การปฏิบัติตัวของเราก็ถึงใจ ขนาดเขาแตกบ้านแตกเมืองไปดู ว่าเราตายแล้วในป่าในเขา เวลาพ่อแม่ครูจารย์มรณภาพลงไป หมู่เพื่อนก็เกาะพรึบมาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ แล้วมันบกพร่องไปตรงไหนในหัวใจของเรา

ดูหัวใจเจ้าของนั่นซิ อย่าไปดูหัวใจคนอื่น ไปตำหนิคนนั้นไปเกลียดคนนี้ ไปชังคนนั้น ไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่เข้าเนื้อเจ้าของทั้งนั้น ดูเจ้าของมันบกพร่องตรงไหนดูเจ้าของ ซ่อมเจ้าของลงไปให้เต็มที่แล้วพอแล้วเท่านั้นพอ ไม่มีอะไรที่จะสงสัยอีกแล้ว นี่จะให้สอนไปถึงไหน หมดลมหายใจแล้วมันก็ตายได้นี่นะ เวลายังไม่หมดลมหายใจให้ทำนะ อย่ามางู ๆ ปลา ๆ อยู่เฉย ๆ อย่าเป็นบ้าตื่นยศตื่นลาภ ตื่นสมบัติเงินทองข้าวของ มันเป็นแร่ธาตุต่าง ๆ เท่านั้นแหละ ทิ้งกองเกลื่อนอยู่เฉย ๆ ตายแล้วเอาไปไม่ได้สิ่งเหล่านี้น่ะ บุญกุศลต่างหากเป็นสิ่งที่พอตัดความห่วงใยทั้งหมด คือบุญกุศล สร้างให้พอ สังขารร่างกายก็หามาให้มันกินอย่าให้มันอดมันอยาก ส่วนใจก็หาอรรถหาธรรมเข้าสู่ใจอย่าให้อดให้อยากขาดแคลนเหมือนกันแล้ว อยู่ในโลกนี้ก็อาศัยเรื่องธาตุขันธ์ไปชั่วกาลชั่วเวลา เวลาตายแล้วหัวใจของเรานี้มันพอแล้วนี่ แสนสบายเท่านั้นละ

นี่มันกุดด้วนเข้ามา ๆ เราไปวัดนั้นไปวัดนี้ จี้วัดนั้นจี้วัดนี้ เดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวนี้ศาสนากำลังถูกพวกพุทธบริษัทเรานี่แหละเป็นผู้ทำลายศาสนาเวลานี้นะ เราอยากจะพูดว่าพระเป็นอันดับหนึ่งเป็นผู้ทำลายศาสนาเวลานี้ วัดกำลังจะร้าง วิทยุ วิดีโอ เทวทัต โทรศัพท์มือถือกำลังตีเข้าในวัดในวาเวลานี้แหลกหมด เราไปตระเวนตามสายพ่อแม่ครูจารย์มั่น มีไหมวัดนี้มีไหม อันนั้นมีไหม โทรทัศน์เทวทัตมีไหม วิดีโอมีไหม โทรศัพท์มือถือมีไหม วัดนี้ ๆ องค์ไหนมี ไล่ออกจากวัดเวลานั้นเลย ขับหนีจากหมู่จากเพื่อนไม่ให้ร่วมอุโบสถสังฆกรรมจะว่าอะไร

ของสิ่งเหล่านี้เป็นของทำลายแท้ ๆ สิ่งทำลายที่สุดคือตัวนี้เองทำลายศาสนา ทำลายไปมากเข้า ๆ วัดวาอาวาสศาสนานี่ร้างหมด ทำไมจึงร้าง พระอยู่ไม่ได้ซิ เพราะอะไรพระถึงอยู่ไม่ได้ ไม่มีคนเขาใส่บาตรก็อยู่ไม่ได้น่ะซิ วัดก็ร้างน่ะซิ อันนี้เองไปทำลายนะ เวลานี้กำลังเข้าทำลาย เราจึงเทศน์เป็นที่หนึ่งสิ่งเหล่านี้ กุฏิไหน ห้องไหน ๆ ไม่มีอันนี้ไม่ได้ไม่ทันสมัย ไม่เป็นพระจรวดดาวเทียม นี่ละวัดจะร้างเพราะอันนี้เองเวลานี้ ดูเอา วัดร้าง ศาสนาเสื่อม เสื่อมอะไรดูเอาซิ ดูตามนั้นซิ พูดแล้วเราสลดสังเวชนะ

นี่สอนหมู่เพื่อนมาก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย พระเณรเราก็สอนเต็มพุงของเราไม่มีอะไรเหลือเลย ออกทางหนังสือก็ออก ถอดออกจากพุงของเราออกไป ถอดจากเทป เทปก็ออกจากพุงของเราออกไป เดี๋ยวนี้ก็กำลังออกจากพุงของเราพูดอยู่นี้ มันหมดแล้วเวลานี้จะไม่มีอะไรเหลือแล้วนะ เพราะความเมตตาสงสาร ไปที่ไหน ๆ เราไปด้วยความเมตตาสงสารทั้งนั้น เราไม่ได้หวังอะไรในสามแดนโลกธาตุนี้ เม็ดหินเม็ดทรายหนึ่งจะมาติดในหัวใจเราไม่มี ถ้าหัวใจโลกแล้วติด

หัวใจโลกเป็นยังไง สงสาร ไปด้วยความสงสาร ไปด้วยความเมตตา ไม่หวังอะไรทั้งนั้นในโลกอันนี้ เราพอแล้วทุกอย่างเราไม่หวังอะไรแล้ว เพราะฉะนั้นเราถึงกล้าพูดละซิเวลาหลวงตาบัวตายอย่านิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา ให้มันยุ่งท่านนา พระองค์มา กุสลา ธมฺมา ก็ไม่ทราบว่ารู้ กุสลา ธมฺมา หรือไม่รู้ก็ไม่ทราบนะ หรือมา กุสลา ธมฺมา กล้วยหอมอยู่ไหนนาก็ไม่ทราบนะ เราไม่ได้เชื่อนักนะพระก็ดี พระสมัยปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยเชื่อแหละ เราพูดจริง ๆ อย่างนี้นะ ปฏิบัติมาพอในหัวใจเต็มหัวใจแล้วก็ดูละซิทำไมจะไม่รู้ หัวใจมีอยู่ ใจเป็นนักรู้ มันควรรู้-รู้ ควรตำหนิ-ตำหนิ ควรชม-ชม

วันไหนก็ได้เทศน์ทุกวัน ๆ จะว่ายังไง ตื่นตามาเช้าแทนที่จะดูเจ้าของ เราบกพร่องอะไรบ้างไม่ได้ดูนะ มันดูโลก ควรจะสงเคราะห์ที่ไหนก่อน ๆ ที่ไหนหลัง ใจวิ่งไปโน่น เจ้าของก็เอาออกแจก ให้คนอื่นเขาช่วยออกแจกด้วย แจกทางโน้นแจกทางนี้ ให้ลูกศิษย์ลูกหาญาติโยมไปแจกช่วย ให้พระไปแจกช่วย บางทีก็โยนไปใส่วัดนั้น ทุ่มไปใส่วัดนั้นให้วัดนั้นไปแจกให้ ไปทุ่มใส่วัดนี้ให้วัดนี้ไปแจกให้ ให้คนนั้นช่วยคนนี้ช่วย ก็เพราะความเมตตาสงสารเท่านั้นแหละไม่ได้เพราะอะไรนะ เราไม่มีอะไรในหัวใจเรา มันหมดเสียทุกสิ่งทุกอย่างแล้วพูดให้มันชัด ๆ อย่างนี้ ใครยังไม่เคยฟัง-ฟังเสีย

นี่ก็ได้ปฏิบัติมาได้ ๔๗ ปีนี้เต็มปิ๋งเลย เปิดโลกธาตุมาตั้งแต่บัดนั้นมาแล้ว พอแล้วทุกอย่างตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ ไม่มีอะไรคำว่าบกพร่องต่อไป นอกจากหัวใจโลกเท่านั้น เราจึงได้ตั้งใจสงเคราะห์สงหาด้วยความเมตตาสงสาร ใครจะเอาก็เอา ใครไม่เอาก็จมไป อย่างนั้นซิขึ้นเวทีมันต้องเปรี้ยง ๆ ลงจากเวทีแล้วก็เป็นคนธรรมดาไม่มีอะไร เฉย

เราจะตายเพราะคนนี่ละ เสือโคร่ง เสือเหลือง ยักษ์ ผี เขาว่าน่ากลัว เป็นสัตว์น่ากลัว เป็นสัตว์อันตราย มันไม่ได้เป็นอันตรายต่อมนุษย์นะ มนุษย์นี่เป็นอันตรายแท้ ๆ กวนตลอดเวลาตั้งแต่เช้ามายันค่ำ ๆ นี่ละมนุษย์เป็นอันตรายไม่เห็นพูดกันบ้าง พูดกันบ้างซิ มีไหมมนุษย์อันตราย โห มันกวนเอาแท้ ๆ นะไม่มีวันมีคืน ออกมาศาลาไม่ได้ ออกมามันรุมเอาหลงทิศไปนู่นน่ะจะว่ายังไง มันหลายนะเต็มอยู่นี่ กลางวันเต็มอยู่นี่ โน่น รถจอดอยู่ข้างนอกตัวมาแอบอยู่ข้างใน พอเราออกมาพรึบเลย เราจะตายสู้ไม่ได้ก็หนีเท่านั้น ไม่เหมือนเก่านะเจ้าของอ่อนลง ภาระมากขึ้น ๆ

ทีนี้ให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก