ศาสนาแห่งความเมตตา
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2540 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๐(เช้า)

ศาสนาแห่งความเมตตา

 

โรงพยาบาลไม่ได้มีโรงเดียว มาก มาที่วัดเรานี้หลายโรงต่อหลายโรง ให้โรงนั้นให้โรงนี้ โรงนั้นโรงนี้มาเรื่อย เราก็ไปแทบทุกวันเกี่ยวกับโรงพยาบาลทั้งนั้น ไปโรงนั้นไปโรงนี้ เอาของไปเทลง ๆ เทโรงนั้นแล้วเทโรงนี้ วันนั้นไปให้โรงนั้น วันนั้นให้โรงนั้น ๆ ต้องเขียนเป็นตารางไว้นะ ให้สม่ำเสมอกัน ช่วงเวลาให้เสมอกัน ถ้าไม่เขียนไว้มันจำไม่ได้ เดี๋ยววันนั้นให้โรงนี้แล้ววันหลังกลับไปให้โรงเก่าอีก อย่างนั้นไม่ได้ ต้องเขียนตารางไว้ ว่าโรงนี้ให้วันที่เท่าไร โรงนั้นให้วันที่เท่าไร ตีวงรอบอยู่อย่างนั้น นอกจากนั้นยังแยกออกไปทางโน้นอีก ออกไปทางนี้อีก ช่วยโลก

 

  ไม่ได้ช่วยแต่เรื่องของส่วนรวมนะ เรื่องของบุคคลนี้ก็ยังได้ช่วย ถ้าเป็นเรื่องของบุคคลเราก็สงวนศักดิ์ศรีเขา จำเป็นจริง ๆ วิ่งมาหา ร้องห่มร้องไห้มา แล้วมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เมื่อพิจารณาดูเหตุการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมด้วยเหตุผลแล้ว ควรที่จะสงเคราะห์มากน้อยเพียงไรเราก็สงเคราะห์ นี้เป็นรายบุคคล แล้วเราก็รักษาศักดิ์ศรีเขา เราให้แล้วเป็นอันว่าให้เลยไม่พูดนะ แต่เจ้าของปากเปราะเอง เวลาได้ไปแล้วไปว่า หลวงตาบัวช่วยอันนั้น หลวงตาบัวช่วยอันนี้ นี่พวกปากเปราะ พวกทำลายตัวเอง ไม่ได้ทำลายเรา เราเมตตาทั่วโลกใช่ไหมล่ะ มาทำลายอะไร ทำลายเจ้าของเอง ความปากเปราะ ปากสกปรก ใช้ไม่ได้ มีเยอะ

 

 แล้วพวกนี้จะไม่ได้จากเราอีกนะ มาร้องห่มร้องไห้มาไม่ใช่ธรรมดา มาก็มาเล่าเหตุผลให้ฟัง เราฟังเหตุฟังผลเรียบร้อย สมควรที่จะสงเคราะห์แค่ไหน หรือไม่ได้แค่ไหน เราก็พูดให้ฟังตามเหตุตามผล มันเป็นอย่างนั้นแหละ ปากสกปรกปากทำลายปากนี้ แล้วก็เท่านั้นแหละพวกนี้ เป็นอันว่าขาดกันเลย เรานี้ไม่เหมือนใคร ว่าอะไรขาดเป็นหินไปเลย เป็นหินหัก ขาดเลย เราไม่ใช่คนเหลาะแหละ เพราะจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเรามีเหตุมีผลพร้อมแล้ว ๆ ค่อยลง ลงจุดไหนแล้วเป็นลงเลย ทะลุเลย ๆ

 

 ส่วนรายบุคคลที่จำเป็นก็มีอยู่บ้าง พูดมีเหตุมีผล ปากดีบ้างค่อยยังชั่ว ไอ้ปากทำลายปากสกปรกนี้ทำลายไปหมด อย่างนี้ใช้ไม่ได้เลย ปากนั้นแหละทำลายเจ้าของ แล้วทีหลังก็ตัดเจ้าของอีกนะ จะขอทีหลังไม่ได้แล้ว เพราะนี้ก็เป็นความจำเป็นเหมือนกัน มนุษย์เหมือนกัน ส่วนมากส่วนน้อยส่วนย่อยลงไปแล้ว ก็ต้องช่วยตามส่วนของมันเป็นธรรมดา ช่วยโลก ฟังแต่ว่าช่วยโลกเถอะ กว้างแคบมากน้อยช่วยไป

 

 โฆษณาซิพวกปากสกปรก ถ้าเป็นเรื่องของบุคคลเรารักษาศักดิ์ศรีเขา ให้แล้วแล้วเลยเหมือนไม่ได้ให้ ถ้าเป็นเรื่องของบุคคลส่วนมากจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นเรื่องส่วนรวมเราก็พูดได้ธรรมดา นี่เพราะรักษาศักดิ์ศรีของคน คนมีศักดิ์ศรีใช่ไหมล่ะ เจ้าของไม่รักษาศักดิ์ศรีเจ้าของ ทำลายเจ้าของเองแล้วยังทำลายคนอื่นไปอีกด้วย คนสกปรก ปากสกปรก ไปที่ไหนแตกคนประเภทนี้ รักษาปากไม่ได้ เก็บความลับที่ควรลับไว้ไม่เป็น เปิดเผยหมด ๆ ต่อไปมันจะไม่นุ่งผ้านะพวกประเภทเปิดหมด พวกไม่มีตับ พวกตับหมด

 

 เราให้ ๆ ด้วยความเมตตาล้วน ๆ ไม่มีอะไรเจือปน เราจะหวังเอาความศักดิ์ศรีดีงามความสรรเสริญเยินยอจากเขา เราก็ไม่เคยหวังแม้เม็ดหินเม็ดทราย เราไม่หวังจากใครทั้งนั้น เราให้ด้วยความเมตตาล้วน ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามความเมตตาของเรา แต่ผู้รับนั่นซิ ควรจะรู้จักฐานะ รู้จักศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่รู้ ทำลายเจ้าของด้วย ปากเปราะ

 

 เราช่วยน้อยเมื่อไรช่วยทั่วโลก บางทีเขาก็มัดคอ ลูกมีกี่คน ทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งลูกมีกี่คน เขากำหนดวันเรียบร้อยแล้วจะมาริบ ไล่เจ้าของออกจากบ้าน อย่างนี้ก็มี ร้องไห้มา หมดที่อยู่หมดที่พึ่ง ออกจากนี้จะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่ เราก็ให้ทำสัญญากับทางธนาคารเขา ให้ อย่างนั้นมี แต่เราไม่พูด วันนี้เราพูด เราปฏิบัติต่อโลก สงสารโลก เมตตาโลก เราทำอย่างนั้นตลอดมา เรารู้จักแง่หนักแง่เบานี่นะ เราไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ทำนี้ทำเพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งนั้น เราไม่ได้ทำเพื่อเรา

 

  เวลานี้ก็กำลังละเมืองไทยเรา กำลังจะจม นี่หน้าไหน ๆ มันจะร้องไห้มาหาเรา มีแต่จะฝ่ามือฟาดใส่หน้าผาก ๆมัน ทั้งนั้น ทีนี้ต่อไปนี้ฝ่ามือฟาดใส่หน้าผากเลย เอาฝ่ามือต้อนรับเลยต่อไปนี้ เปรี๊ยะ ๆ เลยเทียว พวกปากสกปรก ปากมอมแมม ปากหมา เห่าไม่หยุด หันหน้าไปตรงไหนเห่าไปตรงนั้น เหมือนไอ้ดำเลย ไอ้ปุ๊กกี้(หมาตัวหนึ่งในวัด) เรายังดีคนมานี้มันจะเห่า บางตัวหันหน้าไปตรงนั้นเห่าเลย ก็คนแบบนี้แหละ แบบหันหน้าไปตรงไหนเห่าเลย ไม่รักษาปาก โฮ้ ทุเรศ เรา ให้ไปแล้วทำให้สลดสังเวชเหมือนกันนะ สิ่งที่เราให้ไปแล้วก็ให้ไปแล้วด้วยความเมตตาสงสาร ไอ้สิ่งที่สกปรก ความสกปรกของผู้รับนี้ฟังไม่ได้นะ ดูไม่ได้เลย

 

  มันมีนี่รายจะตายจริง ๆ ก็มี คนดูตาดำ ๆ อยู่นี้จะไม่สงสารกันได้ยังไง เมื่อจำเป็นจริง ๆ ถึงขีดเส้นตายไปแล้วก็ต้องได้พิจารณากัน ว่าควรจะพิจารณาช่วยกันในแง่ไหนบ้าง ไม่งั้นจะเรียกว่ามนุษย์อยู่ร่วมกันช่วยกันได้เหรอ คนใจดำอยู่ด้วยกันไม่ได้

 

  เรานี้ช่วยทุกแบบแหละ ช่วยโลก เต็มกำลังความสามารถ ถึงได้บอกตรงๆเลย สมมุติว่ามีคนเอาเงินมาให้เรากองเท่าภูเขานี้ ไม่กี่วันนะ ไถลงที่ต่ำ ๆ ที่ต่ำ ตรงไหนต่ำก็คือว่าตรงนั้นขาดแคลน ตรงนั้นจำเป็นมากน้อย ไถลง ๆ ให้เรียบสม่ำเสมอกันไป เอามาอีก กองเท่าภูเขานี่ เงินนี่ มาอีกเอาอีก ๆ จนกระทั่งวันตาย ด้วยอำนาจแห่งความเมตตา คำว่าที่จะกว้านเข้ามาหานี้ไม่มี มีแต่กว้านออก ปัดออก ๆ ช่วยโลก เราทำด้วยความเมตตาขนาดนั้น เรามีต่อโลก พูดเล่น ๆ เหรอ

 

  พระพุทธเจ้าสอนโลกนี้ สอนด้วยความเมตตาล้นฟ้าล้นแผ่นดิน ล้นโลกธาตุ ความเมตตาของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นศาสนาของพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่เต็มไปด้วยความเมตตา ทะเลแห่งความเมตตา ทะเลมันก็น้อยนิดเดียว โลกธาตุความเมตตาครอบหมด

 

 อันนี้ตัวเท่าหนูนี่มันก็เป็นจะให้ว่าไง มันเป็นก็บอกว่าเป็นซิ ความจริงของธรรมต้องเอามาพูดได้ ไม่ได้โกหก ไม่ได้อวด กิเลสมันยังอวด ยังออกตลาดแหลกหมดเห็นไหมล่ะ ทำไมธรรมะพูดออกไม่ได้ พูดอย่างนี้พูดไม่ได้ หมดละศาสนา ถ้าลงความจริงออกไม่ได้แล้ว ศาสนานี้หมด ไม่มีค้างหัวใจโลก มีแต่กิเลสเต็มตัว ๆ พูดอ้อมแอ้ม ๆ ยกยอปอปั้นกัน กิเลสมันชอบอย่างนั้นนี่

 

 เราช่วยทุกแบบแหละช่วยโลก ไม่ว่าแบบไหน ๆ เราช่วยทุกแบบเลย เต็มความสามารถว่างั้นเถอะ จนกระทั่งถึงขนาดที่ว่าเครื่องร้อนพักก่อน ๆ คือว่าเงินหมด พักก่อนเงินหมด ความหมายก็ว่างั้น เวลานี้เครื่องกำลังร้อนพักก่อน เป็นระยะ ๆ เราดูอยู่นี่บัญชีทางธนาคาร มีเงินมากน้อยเพียงไร อันนี้จะจ่ายทางไหน ๆ รวมไปแล้วจะจ่ายหมดไปเท่าไร จะยังเหลืออยู่เงินเท่าไร หรือไม่เหลือ เมื่อจะไม่เหลือก็บอกว่าเครื่องร้อน ก็ดูบัญชีอยู่นี่จะว่าไง พอมีขึ้นมาบ้างก็เอา ๆ ให้เรื่อย ๆ ถ้ามันจะหมดจริง ๆ เราก็บอกว่าเครื่องร้อน

 

 ช่วยขนาดนั้นช่วยโลก ช่วยจนหมดทุกสตางค์เราไม่ให้มีเหลือ ศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้น พระไม่มีเมตตา ศาสนาไม่มีเมตตา ไม่มีอะไรมีเมตตาได้ในโลก ไม่มีอะไรพอเป็นหลักเป็นเกณฑ์ไว้ใจของโลก ตายใจของโลกได้ ถ้าลงศาสนาตายใจของโลกไม่ได้แล้ว พระตายใจของโลกไม่ได้ พระเสียสละไม่ได้ ใครจะเสียสละได้ พระพุทธเจ้า แรงแห่งความเมตตา มหาสมุทรทะเลหลวงสู้ไม่ได้ ความเมตตาของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ไปหวังอะไรจากใครแหละ มีแต่ให้ด้วยความเมตตาล้วน ๆ แม้ที่สุดวันจะปรินิพพานยังต้องเสด็จมาหาจุดสำคัญ

 

 คนนั้นเขาจะสำเร็จมรรคผลนิพพาน แต่ก่อนเขาถือทิฐิมานะ วันนั้นเขาลดทิฐิมานะเขาก็ลง พระพุทธเจ้าพิจารณาแล้วจึงเสด็จมาที่นั่น ก็มาแสดงธรรมย่อ ๆ เลยบรรลุธรรมได้เป็นพระอรหันต์ขึ้นมา นั่นเห็นไหม เรามาเพราะคนคนนี้แหละ มาตายที่นี่หนึ่ง อันที่สองก็เพื่อรักษาความสงบของโลก ไม่งั้นมันจะรบกันด้วยอัฐิ มาด้วยเหตุผลอันนี้ สมเหตุสมผลพระพุทธเจ้าสั่งสอนโลกด้วยความเมตตา ด้วยเหตุด้วยผลจริง ๆ ด้วยพระญาณหยั่งทราบทุกอย่าง นั่นละสุดท้ายเอาจนขนาดนั้น ความเมตตาของพระพุทธเจ้าสุดขีด

 

 ศาสนานี้เป็นโลกธาตุแห่งความเมตตานะ เต็มนี้ ผู้ที่รู้ธรรมของพระพุทธเจ้าเข้าไปโดยลำดับ ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าโดยลำดับ ต้องมีเมตตาต้องมีจิตใจกว้างขวาง ต้องมีความเสียสละ ต้องเห็นใจกัน ต้องให้อภัยกัน เรื่องธรรมเป็นอย่างนั้นแล้วอยู่ด้วยกันได้ผาสุก ใครถ้ามีธรรมๆด้วยกันแล้ว อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ไม่ว่ามากว่าน้อย อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ในครอบครัวก็ไม่ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างมีเมตตา ต่างคนต่างเห็นอกเห็นใจ ต่างคนต่างมีเหตุมีผลรักษาแล้วมันก็สงบเย็นล่ะซิ

 

 นี่ละ ธรรมเข้าไปตรงไหนเย็นตรงนั้นนะ ถ้ากิเลสเข้าไปตรงไหนกัดกันตรงนั้น เหมือนหมา ผัวกับเมียก็กัดกันได้จะว่าอะไร เวทีแชมเปี้ยนแชมปั้น แชมเปี้ยนเต็มบ้านเต็มเมือง มีแต่ครอบครัวแต่ละครอบครัว ๆ นั่นละคือครอบครัวแชมเปี้ยน ผัวเมียทะเลาะกัน เข้าใจหรือเปล่า คือไม่มีเหตุมีผล ไม่มีอรรถมีธรรม มันเป็นอย่างนั้นละ มันกัดกันได้เร็วยิ่งกว่าหมานะจะว่าไง

 

 พูดอย่างนี้หยาบไหม นี่ละภาษาธรรม จำเอา พูดตามความจริงตรงไปตรงมา นี้เรียกภาษาธรรม ถ้าภาษากิเลสว่าหยาบ ตัวกิเลสตัวมันหยาบ ของสะอาดเข้าไปหามันไม่ได้ ต้องเป็นของหยาบเข้าไปหามันถึงได้ ถ้าของสะอาดคือธรรมนี้เข้าไปหามันไม่ได้ มันฟังไม่ได้ มันไม่ฟัง มันไม่ยอมรับ นั่น กิเลสมันตัวสกปรกที่สุด เพราะฉะนั้นของสะอาดจึงเข้าหากิเลสไม่ได้

 

  นี่พูดจริงๆ ให้หมดแหละ หมด เอาจนกระทั่งวันตาย เอาให้หมด มีเท่าไรหมด ช่วยโลกให้หมดเลย เรามีกำลังวังชามีนิสัยวาสนาอยู่บ้างพอที่จะช่วยโลกได้แค่ไหนเอาแค่นั้น พอจะช่วยสุดขีดก็เอาสุดขีดเลย ตายไม่ให้มีเงินเหลือสักสตางค์ นี่เทิดเกียรติที่สุดถ้าว่าเทิดเกียรติ แล้วภูมิใจที่สุดว่าได้ให้อย่างหมดเปลือก ว่างั้นเถอะ พูดง่ายๆ ให้อย่างหมดไส้หมดพุงแล้วพอใจ ตายก็พอใจ นั่น

 

 เมรุก็เตรียมไว้แล้วนั่นเห็นไหม นี่ละภาษาธรรม สะทกสะท้านหาอะไร มันจะตายด้วยกันทุกคน ไม่เคยมีใครอยู่ค้ำฟ้า นี้เราก็จะตาย เราให้เตรียมเมรุไว้แล้ว ให้พากันเขียนแปลนแล้ว เอาอิฐเอาอะไรมาก่อ ๆ ไว้ อันนี้ใส่ฟืน อันนี้ใส่ฟอน เข้าใจไหมฟอน กองฟอนน่ะ นี่ใส่ฟืน นี่ใส่ฟอน จ่อลงไปเผาหลวงตาบัวตรงนี้ ไม่ให้ทำเมรุแข่งหอปราสาทราชมณเฑียรบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ไม่ให้แข่ง ไม่ให้มาทำ เรามีเท่านี้พอแล้ว ไม่ให้มายุ่ง ยุ่งหาอะไร คนตายแล้วมาประดับหาอะไร โถ ทำกันอย่างโก้อย่างเก๋ ดูไม่ได้นะเรา เราพูดจริงๆนะ เราดูไม่ได้

 

 ตัวนี้ตัวทองคำทั้งแท่ง มันไม่ดูนี่ มันไม่ดู มันไปดูตั้งแต่ขี้หมูขี้หมา อันนั้นดีอย่างนั้น อันนี้ดีอย่างนี้ ขี้หมูขี้หมาตรงไหนดีตรงนั้นแหละ ถ้าทองคำทั้งแท่งมันไม่ดีนะ เรื่องธรรมอยู่ในหัวใจ พระพุทธเจ้าเลิศโลกเพราะหัวใจมีธรรม หัวใจเป็นธรรม มันไม่ดูนะ ดูตรงนี้ มันดูตั้งแต่ขี้หมูบ้าง ขี้หมาบ้าง ขี้คนมันดูหรือไม่ดูก็ไม่รู้ เอ้าไปดูซี ขี้คนเป็นยังไง ถ้าอย่างนั้นมันเร็วนะ ของต่ำ ๆ ทราม ๆ

 

 นี่ละกิเลสกับความต่ำทราม มันเข้ากันได้สนิท เพราะฉะนั้นคำพูดที่สะอาด คำพูดที่เป็นเหตุเป็นผล เป็นอรรถเป็นธรรม มันจึงไม่ยอมรับ เพราะมันตัวสกปรก ธรรมะสะอาดเข้ากันไม่ได้ พูดอะไรก็หาว่าท่านพูดหยาบพูดโลน อย่างนั้นอย่างนี้ มีแต่ตัวกิเลสคัดค้านธรรมทั้งนั้นแหละ คัดค้านต้านทานธรรม แล้วต่อไปโลกนี้จะอยู่ไม่ได้นะ จะมีแต่กิเลสตีตลาด ธรรมะออกไม่ได้ โลกไม่เห็นด้วย โลกไม่เห็นด้วยคืออะไร กิเลสไม่เห็นด้วย กิเลสมันมีมากต่อมาก แล้วมันเหยียบบาทเดียวแหลกหมดเลย

 

 ต่อไปคนที่ไปวัดไปวานี้ต้องด้อม ๆ มอง ๆ ไป แอบ ๆ แฝง ๆ ไป จะไปอย่างสง่าผ่าเผยเหมือนอย่างหลังลายไปไม่ได้ ถูกกิเลสเหยียบหัวเอา นักธรรมะจะเข้าวัดเข้าวาไม่ได้ จำศีลจำอะไรไม่ได้ ต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ นะต่อไปนี้ อำนาจของกิเลสมันมาก จำให้ดีนะคำพูดอย่างนี้ หลวงตาบัวตายแล้วจะจริงไหม หรือว่าหาเรื่องใส่โลกเหรอ เอ้า พิจารณาซิ เวลานี้กำลังเริ่มแล้ว พูดอรรถพูดธรรม พูดความจริงไม่ได้แล้วเวลานี้น่ะ มีแต่ภาษากิเลสทั้งนั้นเต็มบ้านเต็มเมือง พูดแล้วเราสลดสังเวชนะ

 

  กัณฑ์กฐินนี่ก็น่าฟังอยู่ กัณฑ์เทศน์ทอดกฐิน กรานกฐินนี่ก็น่าฟังอยู่ เราไปเปิดฟังแล้ว เอ้อ ดี บอกพระจะอัดแจกกันก็อัดละ เราจวนตายแล้ว กัณฑ์นี้เปิดพอสมควร เปิดเต็มที่ก็ถูก บางจุดเต็มที่เลย ให้พระท่านอัดแจกกันไป กัณฑ์นี้มีกัณฑ์เปิดเต็มที่อยู่ วันกฐินธรรมดาไม่ได้เทศน์นะ ไม่ทราบจะเอาอะไรมาเทศน์ มันเหน็ดมันเหนื่อย มันเมื่อยล้า ไม่อยากเล่นกับอะไรแล้ว เพราะฉะนั้นมีงานก็เทศน์ แล้วก็ถือโอกาสเทศน์สอนพระด้วย ถึงได้ฟังเทศน์วันนั้น

 

  เมืองไทยเรามันจะจมนะ นี่ล่ะความเห็นแก่ได้ ความโลภเป็นอย่างนี้ละ เป็นภัยต่อโลก เห็นโทษมันหรือยัง ความโลภเป็นภัยต่อโลกขนาดไหน เมืองไทยเรากำลังจะจมเวลานี้ การเงินการทองทุกสิ่งทุกอย่าง ถูกบีบถูกบี้เข้ามาทุกอย่างแล้ว หาอยู่หากินก็จะไม่พออยู่พอกิน ผู้ที่อยากเป็นเศรษฐี กุฎุมพี อยากมีชื่อเสียงเลยจรวดดาวเทียมกำลังจะจมเวลานี้ นี่ละความโลภมันเป็นภัยไหม ฟังซิ

 

 ธรรมพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าความโลภเป็นภัย ความโกรธเป็นภัย ราคะตัณหาเป็นภัย แล้วมันเป็นไหม เอาไปพิจารณาซิ ถ้าพระพุทธเจ้าพูดผิด ก็พูดผิดทุกพระองค์ พระพุทธเจ้าแสดงธรรมแบบเดียวกันหมดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นภัยทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงต้องให้รักษาเหมือนไฟในเตาเรา ไฟมันเป็นโทษแต่มันก็มีคุณ ถ้าเรารักษาได้มันก็มีคุณเพราะฉะนั้นจึงต้องให้อยู่ในเตา ไม่ให้ออกนอกเตา มันไหม้ลุกลามไปหมด แหลกไปหมด ต้องให้อยู่ในเตา หุง ต้ม แกง ใช้แสงสว่างกับมันได้ รักษามันได้แล้วก็เป็นคุณ

 

 อันนี้เรื่องกิเลสตัณหาเหล่านี้ก็เหมือนกัน รักษาได้มันก็เป็นคุณ ผัวเมียก็อยู่กันเป็นสุข ๆ รื่นเริงบันเทิง ถ้ารักษาไม่ได้ ผัวเมียนั่นละกัดกัน แน่ะ ก็อย่างนั้น ถ้าออกนอกเตาแล้วเป็นนะ นี่เรียกว่าไฟนอกเตา แล้วกัดกัน ถ้าอยู่ในเตา อยู่ในกรอบของศีลของธรรมแล้วไม่กัด

 

  ที่สำคัญเห็นขี้หมูขี้หมาเป็นทองคำนี่นาเดี๋ยวนี้น่ะ มันกำลังปั้นขี้หมูขี้หมาขึ้นเป็นทองคำทั้งแท่ง เหยียบทองคำทั้งแท่งลงให้เป็นขี้หมูขี้หมาเวลานี้ ศีลธรรมจึงจะไม่มีในโลก ศีลธรรมคือทองคำทั้งแท่งกำลังจะไม่เหลืออยู่ในโลก จะมีแต่ขี้หมูขี้หมาออกตลาดลาดเลไปหมดเวลานี้ แล้วความร้อนมันจะเป็นไฟไปตาม ๆ ขี้หมูขี้หมานั่นแหละ ทองคำไม่เป็น ประดับอยู่ในคอใครก็สวยงามน่าดู ไม่ว่าตามข้อ ตามแขน ตามมือ ตามที่ไหน ประดับอยู่ที่ไหนสวยงามทั้งนั้น ทองคำนะ เอาขี้หมาไปประดับดูซิน่ะ ถ้าหากว่ายังไม่ชัด ไปหาเอาขี้หมาไอ้ดำเราไป เอามาติดคอนี้ แล้วมันจะดูไหม มันจะแตกฮือหมดเลยนี่ ศาลาหลังนี้แตกเลย เอาขี้หมามาประดับ ถ้าทองคำประดับแล้วน่าดู

 

  ขึ้นเวทีแล้วใส่เปรี้ยงๆ เหมือนจะกัดจะฉีก พอลงจากเวทีแล้วก็ธรรมดา ขึ้นเวทีแล้วมันจะธรรมดายังไง มันก็ต้องเป็นนักมวยขึ้นเวทีซี พอลงจากเวทีแล้ว เป็นคนธรรมดา นี่พอขึ้นเวทีแล้วก็เปรี้ยงเลย

 

 ต่อไปนี้ให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก