เศษมนุษย์อันตราย
วันที่ 26 สิงหาคม 2542
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

เศษมนุษย์อันตราย

 

        ต่อไปนี้เราจะเร่งเครื่องทองคำเรา ก้าวเดินเรื่อย ๆ จนถึงจุด จุดแรกหนึ่งพันกิโล ต่อไปก้าวเรื่อย ต่ำกว่าพันหนึ่งสตางค์นี้ไม่ได้เลย ทองคำหลังจากมอบมาแล้วได้เท่าไรแล้ว ได้ ๑๘๐ กิโลกับ ๒๔ บาทครับผม พึ่งได้ ๑๘๐ กิโลหลังจากมอบแล้วนะ หลังจากมอบคลังหลวงมาเรียบร้อยแล้ว ไปหลอมแต่ละครั้ง ๆ เวลาหลอมแล้วจะต้องให้ได้ ๒๐๐ กิโล ต้องเผื่อไว้แล้วหลอม ๆ พอหลอมแล้วเราก็จะฝากคลังหลวงไว้ ถ้ายังไม่ถึงนั้นเราก็ฝากไว้ที่ตู้นิรภัย ที่ยังไม่หลอมฝากไว้ที่ตู้นิรภัย พอถึง ๒๐๐ กว่าแล้วเราค่อยหลอม อย่างน้อยหลอมแล้วให้ได้ ๒๐๐ กิโล นั่นจะฝากคลังหลวงไว้ก่อน

คือฝากนี้เรายังไม่ได้มอบกรรมสิทธิ์ อย่างคราวที่แล้วก่อนที่จะมอบพันกว่ากิโลเราก็ไปฝากไว้ ๔๐๐ กิโลก่อน ไปฝากไว้ที่คลังหลวง ๔๐๐ กิโล พอเราได้ ๖๐๐ กว่ากิโลนี้ก็มอบเลย คราวนี้ก็ปฏิบัติแบบเดียวกัน ได้ ๒๐๐ กว่ากิโลแล้วก็จะหลอม หลอมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ได้ ๒๐๐ กิโลแล้วก็ฝากไว้ที่คลังหลวง ๒๐๐ กิโลฝากที ๆ พอถึงจำนวนที่ต้องการแล้วเราก็มอบ แต่การมอบเรายังไม่กำหนดเวล่ำเวลา แต่ที่แน่นอนตายตัวเลยก็คือว่าต้องพันกิโลขึ้นไปถึงจะมอบ หากว่ายังไม่ถึงพันกิโลแล้วก็ยังไม่มอบ

เมื่อยังไม่มอบหากว่าหลวงตาบัวตายแล้ว หลวงตาบัวจะไปเป็นเปรตใหญ่เฝ้าอยู่ที่ธนาคารชาติ ใครก้าวเข้าไปนั้นจะฟาดให้มันหลงทิศหลงแดนไปหมดเลย พวกแถวนี้เข้ากรุงเทพไม่ได้นะ ถ้าลงหลวงตาบัวตายทองคำยังไม่ได้หนึ่งพันกิโล ยังไงก็ต้องเป็นเปรตใหญ่ แสดงฤทธิ์เต็มที่เลย ใครอยู่ฟากทะเลทางโน้นตกทะเลทางโน้น ใครอยู่ฟากแม่น้ำโขงตกแม่น้ำโขงเลย ใครอยู่ฟากทวีปยุโรปตกทวีปยุโรปเลย เปรตใหญ่หลวงตาบัวที่ไม่ได้ทองคำครบจำนวนหนึ่งพันกิโล เวลาตายทองคำยังไม่ได้มอบนะ หลวงตาบัวจะต้องเป็นเปรตที่มีฤทธิ์เดชมากทีเดียว ฟาดคนให้ตก ไม่ฟาดใครแหละฟาดลูกศิษย์เรานี่ คนอื่นไม่เอา ฟาดลูกศิษย์นี่ ใครไม่อยากให้หลวงตาเป็นเปรตอาละวาดบ้านเมืองของเราแล้วให้รีบนะทองคำนี่

        เราทำนี้เราทำเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา สงวนศักดิ์ศรี บ้านเมืองเป็นของเราใครมาดูถูกเหยียดหยามได้หรือ แม้แต่หมาในบ้านของเราใครยังมาดูถูกหมาเราไม่ได้คิดดูซิน่ะ แล้วนี่คนทั้งคนและคนทั้งประเทศใครจะมาดูถูกเหยียดหยามได้เหรอ เราต้องรักษาศักดิ์ศรีดีงามของเราไว้อย่างเต็มเหวี่ยง จนก็จนไป ชาติต้องเป็นชาติมีศักดิ์ศรีดีงามตามเดิม จะลดอย่างนั้นไม่ได้ นี่ละที่เราทำทุกอย่างเราทำเพื่อชาติ การมอบทองคำมอบแต่ละครั้งนี้กระเทือนทั่วโลกไม่ใช่เล่นนะ อย่างคราวที่แล้วนี้ก็กระเทือนทั่วโลก ได้รับความชมเชยสรรเสริญ แสดงว่าเรามีศักดิ์ศรีดีงามเต็มที่ของเรา

        มอบครั้งนี้ก็เหมือนกันก็ประกาศศักดิ์ศรีแห่งชาติไทยของตัวเอง โดยมีศาสนาเป็นผู้นำ สมกับเราเป็นลูกชาวพุทธ เอาให้เต็มที่เต็มฐาน พี่น้องชาวไทยทุกคนอย่าอ่อนแอนะ ทุกข์ ๆ ไปเถอะทุกข์เพื่อชาติของเรา ทุกข์เพื่อศักดิ์ศรีดีงามแห่งชาติไทยของเราไม่มีอะไรเสียหาย อย่าให้คำว่าชาตินี้จนตรอกจนมุมให้เป็นที่ดูถูกเหยียดหยามของต่างชาติก็แล้วกัน อันนี้เสียหายมากทีเดียว ใครจะมีเงินกองเท่าภูเขาในประเทศไทย ไม่ได้มีความหมายยิ่งกว่าชาตินะ ชาติใหญ่กว่านั้นที่สุดเลย จึงต้องสงวนชาติ เราจน เอ้า จนไปชาติใหญ่พอ ชาติหนาแน่นพอ เราเป็นมหาเศรษฐีแต่ชาติล่มจมใช้ไม่ได้นะ ให้เอาจุดนี้ให้ดี

        เราก็พยายามสุดขีดแล้วที่ช่วยพี่น้องทั้งหลาย ไม่ว่าการพาดำเนินทางด้านวัตถุตลอดศีลธรรม ศีลธรรมนี่เราเน้นหนักมาก ให้พี่น้องทั้งหลายได้ตั้งรากตั้งฐานภายในจิตใจด้วยอรรถด้วยธรรม แล้วจะมีกฎเกณฑ์มีเหตุมีผล การอยู่การกินการใช้การสอยทุกอย่าง จะมีกฎเกณฑ์ประจำตัว ๆ นั่นละคือการส่งเสริมชาติไทยบำรุงชาติไทยของเราให้แน่นหนามั่นคง มั่นคงอยู่ที่ชาวไทยเรามีกฎมีเกณฑ์มีขอบมีเขต ไม่ใช่แบบสุรุ่ยสุร่ายดังที่เป็นมานี้ ให้พากันปฏิบัติตามศีลธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้วนี้

ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระองค์ใด เฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนาของเรานี้ ไม่เคยพาผู้ใดให้ล่มจมเลยเมื่อปฏิบัติตามศาสนธรรมแล้ว ที่มันเป็นไปอยู่นั้นคือมันปีนเกลียว มันเป็นข้าศึกต่อธรรม ๆ ทำลายธรรมก็เท่ากับทำลายตนและส่วนรวมของตนไปอีก นี่ที่เสียอยู่เวลานี้ เพราะการทำลายนะ การทำลายศาสนาในตัวของเราทุกคน ในชาติของเรา ทีนี้ชาติเราก็จะจมเมื่อถูกทำลายเข้ามาก ๆ

หลวงตาก็ได้อุตส่าห์พยายาม เคยประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบอย่างไม่มีสองนะ เราสละชีวิตมาสองครั้งนี้เราจึงเอาเต็มเหนี่ยว ครั้งนี้เป็นคราวที่จะประกาศให้พี่น้องชาวไทยทราบ ครั้งแรกเราไม่ประกาศใครให้ทราบ ประกาศแต่ระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันกึกก้องฟ้าดินถล่มภายในหัวใจของเรา เวลากิเลสขาดสะบั้นลงจากหัวใจ สามแดนโลกธาตุนี้หวั่นไปหมด เราพูดตรง ๆ เปิดอย่างนี้นะ

เวลานี้เศษมนุษย์มันกำลังเป็นข้าศึกต่อศาสนา เวลาศาสนาพูดออกมาไม่ได้ มันหาว่าโอ้ว่าอวด ฟังนี่ เศษมนุษย์ฟังนะ มนุษย์แท้ ๆ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ตรงไหน นั่นประกาศออกแล้วใช่ไหม นี่ละธรรมแท้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ตรงไหน เหตุที่จะตรัสรู้ สถานที่ตรัสรู้ ตรัสรู้ที่ตรงไหน   ไม่บอกใครรู้ได้ยังไง  ต้องบอกต้องกล่าว  นี่หรือพระพุทธเจ้าอวดอุตริมนุสสธรรม พิจารณาซิ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ร่มโพธิ์ วันเดือนหกเพ็ญ พระพุทธเจ้าไม่บอก พระพุทธเจ้าไม่พูดใครจะทราบ พระพุทธเจ้าทราบพระองค์เดียว ตรัสรู้ที่ใต้ต้นโพธิ์ วันเดือนหกเพ็ญ

นั่นเราถือคตินั้นมาออกประกาศศาสนาลั่นโลกธาตุ เป็นยังไงพระพุทธเจ้าอวดอุตริไหม พระสาวกที่พระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทให้ สำเร็จมรรคผลนิพพานแล้วส่งออกไปประกาศศาสนา พระพุทธเจ้าบอกให้ประกาศ อวดอุตริไหม ฟังซิน่ะ ไม่ให้ไปซ้ำรอยกันนะ บอกในตำราชัดเจน ให้รีบด่วน เพราะโลกนี้มันรุ่มร้อนด้วยฟืนด้วยไฟ กิเลสตัวทำให้มนุษย์กลายเป็นเศษมนุษย์นั้น มันฝังอยู่ในมนุษย์ มนุษย์เราจึงเป็นเศษมนุษย์ขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของกิเลส ไม่ได้เป็นเศษมนุษย์ด้วยอำนาจของธรรม

พระพุทธเจ้าประกาศธรรมไม่ได้เป็นเศษมนุษย์นะ เป็นศาสดาองค์เอก สาวกเป็น สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรา นี่ล้วนแล้วตั้งแต่ผู้นำธรรมออกจากปากแสดงทั้งนั้น อยู่ในใจไม่มีใครรู้ พระพุทธเจ้าประกาศธรรมสอนโลกอวดอุตริหรือไม่อวด ฟังซิ พระพุทธเจ้าพระองค์แรกประกาศธรรมออกมากระเทือนโลกธาตุ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเราก็เคยยกมาแสดงกี่ครั้งกี่หนแล้ว หมื่นโลกธาตุกระเทือนหมดเวลาพระพุทธเจ้าตรัสรู้

อานุภาพแห่งธรรม อานุภาพของเทวดาทั้งหลาย ไม่มีอานุภาพของผู้ใดที่จะมาแข่งขันพระพุทธเจ้าได้เลย เทวา เทวานุภาวํ โอภาโส โลเก ปาตุรโหสิ ความสว่างไสวกระจ่างแจ้งทั่วโลกธาตุ มีของใครสู้พระพุทธเจ้าได้ ในธัมมจักฯ แสดงไว้เป็นหลักฐานไปดูเอา ถ้าใครยังไม่เห็นไปดูเอาซิ นี่เราเอามาอย่างมีแบบมีฉบับ ทสสหสฺสี โลกธาตุ หมื่นโลกธาตุสะเทือนสะท้านหวั่นไหวไปทั่วกันหมด อานุภาพแห่งธรรมของพระพุทธเจ้า ความสว่างไสวของพระพุทธเจ้า โอภาโส โลเก ปาตุรโหสิ โอภาสคือแสงสว่างกระจ่างแจ้งปรากฏสะเทือนสะท้านไปทั่วโลกดินแดน เห็นไหมในธัมมจักฯ

มีหรือพระพุทธเจ้ามาแสดงธรรมนี้เป็นว่าพระพุทธเจ้ามาอวดอุตตริมนุสสธรรมแก่สัตวโลกน่ะ แล้วพระสาวกทั้งหลายพระพุทธเจ้าทรงส่งไปประกาศพระศาสนา นั้นหรือไปประกาศเพื่ออวดอุตริมนุสสธรรมแก่สัตว์โลก ใครเก่งกว่าพระพุทธเจ้าเอามาแข่งซิ อย่ามาเป็นมนุษย์ให้หนักประเทศชาติบ้านเมืองอยู่ มนุษย์ประเภทนี้เป็นเศษมนุษย์ เป็นอันตรายต่อชาติต่อศาสนาด้วย มนุษย์ประเภทที่ว่าหาว่าโอ้ว่าอวดนี่นะ เอาความจริงมาพูดอวดกันที่ไหน พระพุทธเจ้าเอาความจริงมาพูดอวดที่ตรงไหน พระสาวกอรหัตอรหันต์มาพูด ธรรมแบบเดียวกันอย่างเดียวกัน รู้อย่างเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน แล้วมาพูดอย่างเดียวกันเพื่อประโยชน์แก่สัตวโลก ผิดที่ตรงไหน อวดที่ตรงไหน เอาพิจารณาซิ

นี่ละฟังเสียให้ชัด วันนี้เราเปิดโลกธาตุอีกขั้นหนึ่งนะ จิตของเรานี้ครอบโลกธาตุ อย่าเอาฝ่ามือมากั้น ขาดสะบั้นไปหมดนะ เวลานี้จิตของเราขนาดนั้นนะ สองปีมานี้เป็นปีที่เราเปิดให้พี่น้องทั้งหลายทราบ มันสะเทือนสะท้านโลกธาตุหวั่นมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมทราบหมดในเรื่องของเรา แต่เราไม่เคยมาพูด อินทร์พรหมทั้งหลายเทวบุตรเทวดาก็ทราบหมด ทำไมมนุษย์ตาบอดยังกลายเป็นเศษมนุษย์อยู่เหรอเวลานี้ ไม่ยอมฟังเสียงพระพุทธเจ้าบ้างเหรอ หรือจะเป็นเศษมนุษย์หมดทั้งชาวพุทธของเรานี้เหรอ

เวลานี้เสี้ยนหนามของศาสนากำลังเกิดนะ มันต้านทาน เอ้า ต้านทานไปเถอะ ต้านทานธรรมของพระพุทธเจ้าที่หลวงตาบัวนำมาแสดงนี้ ให้มาสามแดนโลกธาตุนี้ มันน้อยไปว่างั้นเลย มีสี่แดนโลกธาตุให้มา เราจะเอาให้เต็มเหนี่ยวเลย เวลานี้เราจะทำประโยชน์แก่โลกเราไม่สนใจกับเศษมนุษย์ เป็นเสี้ยนหนามของชาติของศาสนา เราไม่เอามาเป็นข้าศึกศัตรู มีแต่จะปราบให้มันแหลกไปเลย

เราเต็มหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่เราจะขัดข้องในสามแดนโลกธาตุนี้ เราพูดให้ชัดเจนอย่างนี้นะ อันไหนที่จะแทรกเข้ามาให้มาเป็นคู่ต่อสู้กับเรามันไม่มี หัวใจของเราตั้งแต่ ๒๔๙๓ มา บอกจนสถานที่เวล่ำเวลาจนกระทั่งถึงป่านนี้ กระจ่างแจ้งมาตลอด แต่ธรรมไม่เคยมีหนักมีหน่วงถ่วงจิตใจ พอที่จะดีดจะดิ้นให้อยากพูดอย่างนั้นอย่างนี้ มีเหมือนไม่มี แล้วแต่กรณีที่ควรจะพูดหนักเบามากน้อย เมื่อไม่ควรพูดก็ไปด้วยกันเลย นี่ก็เป็นโอกาสที่เรามานำพี่น้องทั้งหลาย ธรรมะจึงเริ่มออก ๆ เริ่มออกเรื่อย ๆ อย่างนี้ละ จะสมควรออกขนาดไหนจะเป็นเองในธรรมนี้ ใครมาตั้งกฎเกณฑ์ใส่ไม่ได้ ตัวเองเราก็ไม่ตั้งกฎ แล้วแต่เหตุการณ์ที่เข้ามาสัมผัสมากน้อย จะเป็นเอง ๆ ออกเอง ๆ ประกาศถ้ามันจะเป็นประโยชน์ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ไม่ออก ดึงออกก็ไม่ออก

ทำไมพูดธรรมะจะเป็นอวดอุตริมนุสสธรรม เอาฟังซิน่ะ พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์แสดงธรรมทั้งนั้น อวดทุก ๆ พระองค์ไปเหรอพิจารณาซิ สาวกพระพุทธเจ้าแต่ละองค์นี้มีมากจำนวนเท่าไร สอนโลกกระเทือนโลกมานานเท่าไร พระพุทธเจ้าของเรานี้มีสาวกขนาดไหน   ล้วนแล้วตั้งแต่ผู้ประกาศศาสนธรรม   เหล่านี้เหรอเป็นผู้อวดอุตตริมนุสสธรรม รู้บอกไม่รู้อย่างนั้นเหรอ กิเลสตัวไหนมาปิดปากไว้ เอามันมาหมดทั้งโคตรมันกิเลส มันมีกี่โคตรมา มาเย็บปากหลวงตาบัวนี้ ฟาดมันลงทะเลหมดเลยไม่ให้มันเหลือ ไปหาตรวจตราโคตรของเศษมนุษย์นี้มันมีกี่โคตรวะ ไปเอามันมา เราจะฟาดมันแหลกลงทะเลหมดเลย

เวลานี้ธรรมของเรามีอำนาจครอบโลกธาตุแล้ว ไม่มีอะไรที่จะมาผ่านเลยตั้งแต่เวลาห้าทุ่มเป๋งของสถานที่วันเวลาที่เคยบอกมานั่นละ ตั้งแต่กิเลสขาดสะบั้นลงไป เราไม่เคยเห็นกิเลสตัวใดเท่าเม็ดหินเม็ดทรายที่จะมาเป็นข้าศึกต่อเราอีก นอกจากเศษมนุษย์แบกกิเลสมาเท่านั้นเอง ถ้ามีก็มีเท่านั้น นอกนั้นไม่มี มันมีก็มีอยู่กับเขาไม่มีอยู่กับเรานะ เขาแบกต่างหาก เขาเผาเขาต่างหากไม่ได้เผาเรา แต่กลัวจะมาเผาพี่น้องชาวพุทธเรา เราถึงเตือนเอาไว้เท่านั้นเอง ส่วนนั้นมันจะจมไปไหนช่างโคตรมันซิ เราไม่ได้สนใจกับโคตรของมัน โคตรเศษมนุษย์นี่เราไม่สนใจนะ เราสนใจแต่โคตรมนุษย์จะดีนั้นน่ะ กลัวจะเสียทั้งโคตร คนนี้ทราบแล้วคนนั้นก็ทราบ บอกไปปู่ย่าตายายมันก็จะเสียหมดทั้งโคตร โคตรเราชาวพุทธ อย่าให้เสียนะ

โคตรหลวงตาบัว หลวงตาบัวตายไปแล้วก็ตาม หลวงตาบัวยังอยู่ หลวงตาบัวจะประกาศลั่นอยู่อย่างนี้ เอาจนกระทั่งวันตาย ประกาศไม่ได้แล้วเราถึงจะหยุด ที่จะให้มีอะไรมาคัดค้านต้านทาน มา หมดทั้งโคตรมาเลยว่างั้นเลย ถ้าลงธรรมขนาดนี้แล้วไม่มีคำว่าอ่อนข้อย่อหย่อน กลัวกับสิ่งใดไม่มี กล้าเราก็ไม่เคยมี กลัวเราก็ไม่เคยมีกับสามแดนโลกธาตุซึ่งเป็น โลกธาตุนี้ถ้าเรียกว่าถังขยะ ธรรมเหนือขนาดไหน พอจะมากลัวมากล้ามาขยะแขยง มาสะทกสะท้านกับถังขยะนี้ว่ะ ไม่อย่างนั้นพระพุทธเจ้าสอนธรรมได้ยังไง มากลัวถังขยะอยู่สอนถังขยะได้เหรอ ปราบหมดแล้วถึงเอามาสอน

นี่พูดจริง ๆ กล้าหาญขนาดนั้นละครอบโลกธาตุ ความกล้าหาญนี้ไม่ใช่ธรรมดานะ ควรที่จะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงไรจะออกทันที ออกทันที ๆ ถ้าไม่ควรจะเป็นประโยชน์ดึงก็ไม่ออก นี่ละธรรมเป็นอย่างนั้น พี่น้องทั้งหลายฟังเสีย ธรรมพระพุทธเจ้าเลิศขนาดไหน เรายังจะฟังเสียงเศษมนุษย์พวกเปรตพวกผีมันมาคัดค้านต้านทานอยู่เหรอ เราเป็นหูลูกชาวพุทธแท้ ๆ ฟังให้ดีซิหู หูเราหูลูกชาวพุทธ ใจลูกชาวพุทธ อย่าหวั่นอย่าไหวอย่าเอนอย่าเอียง อันไหนจะดีให้ทำลงไป อันไหนที่เป็นข้าศึกปัดออก ๆ จึงเรียกว่าลูกชาวพุทธ เป็นผู้เฉลียวฉลาดในสิ่งที่ดีไม่ดี ปัดออกอันไหนไม่ดีอย่าเอาเข้ามายุ่งนะ นี้สอนให้รู้เนื้อรู้ตัว

เรานี่ไม่มีคำว่าสะทกสะท้านแล้ว ไม่ว่าอะไรในโลกนี้ ไม่ว่าสรรเสริญ ไม่ว่านินทา คือถังขยะด้วยกัน ถังขยะต่างประเภท ถังขยะนี้เป็นฝ่ายดี ถังขยะนี้ดีอยู่บ้าง ถังขยะนี้เลวหมด ก็เป็นถังขยะด้วยกันแล้วตื่นมันหาอะไร ประสาถังขยะ ธรรมเลิศขนาดไหนจึงมาว่าเหล่านี้เป็นถังขยะพิจารณาซิน่ะ พระพุทธเจ้าถึงท้อพระทัย เป็นยังไงถึงท้อพระทัยทั้ง ๆ ที่จะสั่งสอนโลกอยู่ ก็เพราะมีแต่ถังขยะอย่างนี้ซิ หย่อนธรรมลงไปนี้มันตีต้อนแล้วนะพวกถังขยะนี่ มันไม่มีของดิบของดีมาใช้ มีแต่ของสกปรกโสมม มันก็ออกประกาศลวดลายให้โลกสกปรกไปตามมันหมดทั้งโลก

หูชาวพุทธเราใจชาวพุทธเราเป็นยังไง สมัครใจไปหามัน ไปหาพวกเศษมนุษย์นี่น่ะถ้าสมัครกับมันน่ะ พวกขี้ ถ้าต้องการธรรมแล้วให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม พระพุทธเจ้าพระสงฆ์สาวกท่านไม่เคยโกหกผู้ใดแหละ ท่านมาพูดอย่างตรงไปตรงมาจริงจังตลอดเวลาเลย นี่ละธรรมเป็นอย่างนั้น ไม่มีเอนเอียงกับสิ่งใด เราพูดจริง ๆ เราไม่เคยเอนเอียงเลยนะใครจะว่าอะไร แต่นี้มาเตือนพี่น้องทั้งหลาย สำหรับเรา ๆ ไม่เตือนเรา เตือนหาอะไร เราพอแล้ว อะไรมามันก็ตกของมันไปเองเรื่องสมมุติ จะไปติดกับธรรมวิมุตติธรรมธาตุได้ยังไง ไม่ติด ทำยังไงก็ไม่ติด โปะเข้าไปก็ไม่ติด พังลงหมดนั่นแหละ

นี่เรากลัวพวกที่มันจะเยิ้มรับ ๆ กันล่ะซี ถ้าว่าขี้ว่าตดมันชอบ ของดีมันไม่เอานะ ฟังซิพระพุทธเจ้าอวดไหม พระพุทธเจ้าตรัสรู้เวลาเท่าไร นั่นไม่บอกใครรู้ ต้องบอกออกมา นั้นหรืออวด ตรัสรู้เวลาเดือนหกเพ็ญ และพระสาวกแต่ละองค์ ๆ องค์นั้นตรัสรู้อยู่ที่นั่น ๆ ในป่านั้นในเขาลูกนั้นในอิริยาบถนั้น ยกตัวอย่างย่นเข้ามาก็พระอานนท์เรา ตรัสรู้ธรรมในอิริยาบถ ๔ บอกไว้นั่น นั่นหรืออวดอุตริ บอกเรื่องความเลิศเลอที่ปรากฏขึ้นในโลกให้โลกได้เห็นได้ยินได้ฟัง นั้นหรืออวด

ใครเก่งกว่านั้น เอ้ามา อย่างไหนที่ว่ามันเก่งกว่านี้ ไม่อวดเอามา เอาสิ่งที่ไม่อวดออกมา ก็มีแต่ขี้มันนั่นละมันจึงไม่อวด เพราะใครก็มีขี้ทุกคนอวดหาอะไร มันวิเศษวิโสอะไรประสาขี้ในท้องพอที่จะอวด ธรรมต่างหากที่โลกทั้งหลายต้องการอยู่เวลานี้ นั่นละท่านอวดไหมพิจารณาซิ ท่านตรัสรู้ขึ้นมา องค์ไหนตรัสรู้อยู่ในที่ไหน ๆ อิริยาบถใด ในป่าในถ้ำเงื้อมผาใด ท่านบอกออกมา ๆ นั้นหรือท่านอุตริน่ะพิจารณาซิ

นี่ก็บอกตรง ๆ เลย ใครจะว่าอุตริก็ว่าไป เราบอกตรง ๆ ถึงสถานที่เวล่ำเวลาจนกระทั่ง พ.. เพราะระยะนี้มี พ.. พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ๒๔๙๓ ปี เห็นไหม สถานที่นั่นเวลาเท่านั้น บอกเปิดเผยเลยเราไม่สะทกสะท้าน พระพุทธเจ้าพระสาวกทั้งหลายท่านพูดได้บอกได้ฉันใด เราพูดได้บอกได้ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าว่าอวดพระพุทธเจ้าก็ต้องถูกตำหนิจากเศษมนุษย์ เศษเดนของเปรตของผีว่าอวด สาวกทั้งหลายก็อวด ใคร ๆ มาแย้มธรรมะอวดหมด ๆ เลิศเลอแต่กองขี้ในเศษมนุษย์เท่านั้นเอง เราจะเอาอันไหนเอาไปเทียบเอา พิจารณาซิ

เราเป็นลูกชาวพุทธอย่าโง่นะ อย่าโง่กับขี้หมานะ ขี้หมูขี้หมามันเต็มบ้านเต็มเมืองนะเวลานี้ ธรรมออกไม่ได้ เห็นไหมที่เราพูด ต่อไปนี้คนที่จะไปวัดไปวาไปไม่ได้นะ ต้องด้อม ๆ มอง ๆ ไป พวกกิเลสมันหนามันแน่นมันโจมตีเอานะ ๆ เวลานี้กำลังโจมตี หลวงตาบัวพูดธรรมะให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าที่พาดำเนินมาด้วยดี ทั้งสาวกดำเนินมาอย่างนี้ ดำเนินมาอย่างนี้เวลานี้เขาว่าหลวงตาบัวเป็นผู้อวด ให้มันยกมันมาทั้งโคตรมาว่าว่างั้นเลย หลวงตาบัวไม่เคยสะทกสะท้าน เราพูดตามหลักความจริง สอนประชาชนชาวพุทธของเราเพื่อเป็นผลเป็นประโยชน์ อวดไปไหนว่างั้นเลย

ออกมาไม่ได้นะธรรมนี้จะอวด พูดออกจากปากไหนไม่ได้นะปากนี้จะอวด โห มันน่าทุเรศนะเสี้ยนหนามของมนุษย์มันกำลังเกิดเวลานี้ คัดค้านต้านทานธรรม แต่คัดค้านต้านทานธรรมที่เรานำมาแสดงนี้ให้ยกโคตรมันมาเลยว่างั้นเลย เราไม่มีสะทกสะท้าน เรายังจะไปหนักกว่านี้อีกนะถ้ามีผู้รับพอเป็นผลเป็นประโยชน์ เราช่วยโลกมานานแล้วอย่าว่าโลกมนุษย์ขี้เหม็นนี้เลย เทวบุตรเทวดาเราเคยประสับประสานมาตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ แต่ไม่ใช่วิสัยที่จะนำมาพูดให้มนุษย์ฟังเราจึงไม่พูด วันนี้เราเปิด แดนไหนที่ควรจะทราบกับอรรถกับธรรมได้ประสานกันทันที ๆ อันไหนที่รับไม่ได้ก็ไม่ประสาน แม้แต่อยู่ในมนุษย์นี้ก็ไม่แสดง รับไม่ได้ก็ไม่ให้ รับได้แต่ขี้ก็เอาขี้ไปกินแทนข้าวก็ได้ใครจะว่าอะไร

เวลานี้กำลังนะเศษมนุษย์กำลังออกอาละวาด ชาวพุทธเราให้ฟังกันให้ดีทุกอย่าง ๆ มันกำลังออกอาละวาดนะเวลานี้ โลกเขามีเขาแสดงอะไร ๆ เขาก็มาออกเป็นภาพเป็นพจน์เป็นทีวงทีวี เทวทัตโทรทัศน์ วิดีโอ ออกมาทั่วกันหมด นี่กิเลสมันออกหลอกโลก โลกก็หลงบ้ากับมัน ส่วนโทรทัศน์ของพระพุทธเจ้าประจำอยู่ในหัวใจของทุก ๆ พระองค์ ของพระสาวกทุก ๆ องค์ท่านไม่ต้องออกมาแสดงให้ใครละ ท่านจ้าอยู่ในท่านเอง นี่โลกตาบอดไม่เห็นก็ดูแต่ทีวีนั่นแหละ มันไม่เห็นทีวีพระพุทธเจ้า ไม่เห็นทีวีของพระอรหันต์ท่าน

ท่านไม่สงสัยท่านพอ ท่านทรงทีวีไว้เต็มหัวใจ ๆ ทุกองค์ ภาพนิพพานเป็นยังไงท่านดูของท่านแล้ว มรรคผลนิพพานเป็นยังไง ๆ ดูหมด พวกเปรตพวกผีพวกสัตว์นรกเป็นยังไง ๆ ท่านดูหมด อันนี้ไม่เห็นไปเอาภาพนรกภาพสวรรค์มา ไอ้ทีวีถ้าว่ามันเก่งกว่าธรรมน่ะเอามาอวดบ้างซิ มันไม่เห็นมี ธรรมท่านเห็นนี่ พระพุทธเจ้าพระสาวกท่านเห็น สอนอันนี้สอนออกจากทีวีของท่านทั้งนั้นมาสอน ไม่ว่าบาปก็ดี บุญก็ดี นรกก็ดี สวรรค์ก็ดี ออกทางทีวีของท่านทั้งนั้น นรกกี่หลุม ๆ ออกจากทีวีของท่าน สวรรค์กี่ชั้น พรหมโลกกี่ชั้น ถึงนิพพาน แล้วเปรตผีประเภทต่าง ๆ ทั่วแดนโลกธาตุเต็มนี้ ออกจากทีวีของท่านหมดท่านเห็นหมด ท่านมาแสดงให้โลกเห็นเวลานี้ ใครเคยแสดงได้ ไม่เห็นมีใครแสดงได้วะ นั่นละทีวีของพระพุทธเจ้า

ส่วนทีวีของชาวพุทธเรานี้มีแต่เสื่อกับหมอนรอบด้านเลย พวกชาวพุทธเรามีแต่เสื่อกับหมอน ทีวีของเศษมนุษย์นั้นมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้อยู่ทั้ง ๆ ที่ลมหายใจยังอยู่นะ พอลมหายใจขาดสะบั้นปึ๋งทีวีอันนี้ออกเต็มตัวเลย ช่างมันซีเราไม่ได้ไปรับเคราะห์รับกรรม มันรับเองของมัน ไปยุ่งกับมันทำไม ระวังแต่พวกเราจะเป็นบ้ากับมันล่ะซิเราจึงได้เตือน

ธรรมะที่เราแสดงไปนี้เราแสดงด้วยความแน่ใจทุกอย่างเราไม่สงสัย เราพูดจริง ๆ เราถอดออกจากหัวใจเราไปแสดง เราเรียนมาเหมือนกันแต่เราไม่ค่อยไปหาคลำเอาจากคัมภีร์นั้นคัมภีร์นี้ พระไตรปิฎกเล่มนั้นเล่มนี้มาสอนนะ ส่วนมากเราถอดออกจากนี้เลย พระพุทธเจ้าก็ถอดออกจากนี้สอนโลก พระอรหันต์ทั้งหลายถอดออกจากนี้ไปสอนโลกทั้งนั้น นี้หลักความจริงฟังเอา พระไตรปิฎกนี้เกิดทีหลัง เมื่อเห็นว่าผู้เชี่ยวชาญท่านจะร่อยหรอลงไป ๆ จะไม่มีอะไรเหลือเป็นร่องรอยแล้ว ถ้าเราจำไม่ผิดคิดว่าเป็นสังคายนาครั้งที่สาม เพราะเราเรียนมานานแล้วแต่มันลืมเท่านั้นเอง

สังคายนาหลายครั้ง สังคายนาคือร้อยกรองพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดเป็นหมู่ ดูว่าครั้งที่สามนี้ปรึกษาหารือกัน เกี่ยวกับเรื่องผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านอรรถธรรมจะค่อยร่อยหรอลงไป ๆ ทุกวัน ๆ ควรจะรีบจดจารึกไว้เสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะฉะนั้นสังคายนาคราวนี้จึงได้จดจารึกออกเป็นคัมภีร์ใบลาน นี่ละพระไตรปิฎกปรากฏมาตั้งแต่สังคายนาครั้งที่สาม จึงเรียกว่าพระไตรปิฎกนอก พระไตรปิฎกในคือพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่านทรงไว้แล้ว ท่านเทศน์ถอดออกมาจากนั้นเลยมาเทศน์ ท่านไม่ได้ถอดออกจากคัมภีร์นั้นคัมภีร์นี้เหมือนอย่างทุกวันนี้ ซึ่งมีพระไตรปิฎกตามมาทีหลังแล้วก็มาจดจารึกท่องบ่นสังวัธยายจดจำกันมา มันก็ไม่แน่ใจ ไม่ได้แน่ใจเหมือนถอดมาจากใจนะ

เราก็เรียนมานี่ เรียนจนเต็มกำลังความสามารถ ความสงสัยในความจริงทั้งหลายที่ท่านแสดงไว้ในพระไตรปิฎก ท่านแสดงไว้ไม่ผิด แต่ความสงสัยเรามันก็ไปแทรกไปแซงลบล้าง ๆ ให้ผิดไปได้ ท่านว่าบาปมี นี่คือความจริงว่าอย่างนี้เลยนะ ทางนี้มันก็แทรกเข้าไป เอ๊ มีหรือไม่มีนะบาป สุดท้ายมันก็ลบปุ๊บบาปไม่มี บุญมีหรือไม่มีนะ ท่านบอกว่าบุญมี มันก็แทรกเข้าไปมีหรือไม่มีนะบาป ต่อจากนั้นมันก็ลบปุ๊บบาปไม่มี แล้วก็นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี อะไร ๆ ไม่มีหมด ลบหมดเลย เรียนไปท่านบอกว่ามี หัวใจมันแทรกอยู่กับกิเลสมันสงสัยไปเรื่อยของมันอย่างนั้น เรียนถึงนิพพานมันก็ไปตั้งเวทีตีกับนิพพาน ว่านิพพานมีหรือไม่มีนา ไม่มีใครตัดสินให้

เราพูดจริง ๆ ในหัวใจของเรานะ ก็มีแต่หลวงปู่มั่นเท่านั้น จึงได้โดดไปหาท่าน ท่านก็ชี้เลย หือ ท่านมาหามรรคผลนิพพานเหรอ เราลืมเมื่อไรวะ มรรคผลนิพพานอยู่ที่ไหน ดินเป็นดิน น้ำเป็นน้ำ ลมเป็นลม ไฟเป็นไฟ ดินฟ้าอากาศเป็นดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่กิเลส กิเลสจริง ๆ มรรคผลนิพพานจริง ๆ อยู่ที่หัวใจ ชี้ลงมานี้นะ ให้ท่านชำระจิตใจด้วยจิตตภาวนา เอา ให้เน้นหนักลงจุดนี้นะ ท่านอย่าไปหากาลเวล่ำเวลาว่าจะเป็นมรรคผลนิพพาน ยิ่งกว่ากิเลสที่มันสร้างฟืนสร้างไฟเวลานี้ และยิ่งกว่ามรรคผลนิพพานที่เรากำลังบำเพ็ญเวลานี้นะ ให้จิตลงจุดนี้ นั่นเราไม่ลืมนะ นั่นเห็นไหมท่านลูบคลำไปไหน ท่านจี้ลงตรงนั้น ทางนี้มันก็ลงใจปึ๋งเลย

เรียนมามากน้อยไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับเรา เราก็บอกว่าไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับเรา เพราะเต็มไปด้วยความสงสัย เรียนไปไหนสงสัยไปนั้นหมด มันไม่ได้เอาความแน่นอนความตายใจจากการเรียนมานะ เราเป็นเองนี่เราพูดผิดไปไหนว่ะ ไปลงใจได้จากพ่อแม่ครูจารย์มั่น เวลาลงลงที่นั่นเรื่องมรรคผลนิพพาน ลงตรงนั้นถึงได้ฟัดกันใหญ่เลย จากนั้นมาแล้วพูดให้มันเต็มยศ จ้าขึ้นที่นี่แล้วถามใครเท่านั้นเอง แม้พระพุทธเจ้าประทับอยู่ข้างหน้าก็ไม่ทูลถาม ฟังซิน่ะ ของอันเดียวกัน รู้อย่างเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน ถามกันหาอะไร

จึงว่า สนฺทิฏฺฐิโก ให้รู้เอง พระพุทธเจ้าสอนอย่างนั้นนะ สอนวิธีการ ๆ เหมือนท่านเปิดประตูเปิดทางให้ เอ้า เดินเข้าไปตรงนี้ สิ่งใดที่มีอยู่ในสองฟากทางนี้จะรู้เองเห็นเองด้วยตัวเองไปโดยลำดับลำดา จนกระทั่งถึงวิมุตติหลุดพ้นก็เรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก สุดยอดแห่งธรรม ไปรู้เองเห็นเองแล้วถามพระพุทธเจ้าทำไม ถ้ายังถามพระพุทธเจ้าอยู่ ที่สอนว่า สนฺทิฏฺฐิโก ให้รู้เองเห็นเองก็ไม่มีความหมายน่ะซี ท่านสอนให้ไปรู้เองแล้วหายสงสัย ๆ เวลาไปรู้ตรงไหนมันก็หายสงสัย ๆ จนกระทั่งแม้พระพุทธเจ้าประทับอยู่ข้างหน้าก็ไม่ทูลถามฟังซิน่ะ ทูลถามหาอะไร ก็ของอันเดียวกันที่บอกไว้แล้วอย่างนี้ นั่นละมันจังอย่างนั้นนะ ความรู้จริงภายในการปฏิบัติกับความจำมันต่างกันมาก ความจำรู้เท่าไรสงสัยเท่านั้น ความจริงรู้ไปเท่าไรหายสงสัยไปโดยลำดับลำดา เราเปิดในหัวใจเราเป็นอย่างนั้น

เพราะฉะนั้นการแนะนำสั่งสอนในอรรถในธรรมทั้งหลายทุกขั้นทุกภูมิ ไม่ว่าเปรตผีอสุรกาย นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน เราไม่สงสัย ถอดออกมาเปิดเผย ดูเอาว่างั้นเลย แล้วใครจะมาหาว่าเราโอ้เราอวด ดีไม่ดีมันพูดว่าโอ้อวดยังไม่จบประโยค ฟาดปากมันก่อนแล้ว เร็วไหม ฟาดปากก่อนแล้ว พูดยังไม่จบประโยคเลย ว่าหลวงตานี้โอ้อวด ยังไม่จบประโยค เปี๊ยะแล้ว มันกล้าหาญขนาดไหน สิ่งจอมปลอมอย่าเอามาลบล้างว่างั้นเลย ตีปัวะทันทีเลย ปัดออกทันทีของจอมปลอมเหล่านี้ รีบปัดปุ๊บ นั่นละคือตีปาก ปัดปุ๊บทันทีเลยของปลอม ของจริงเราทรงไว้นี่เห็นไหม ตาบอดยังมางมอยู่เหรอ ตีปากมันเสียก่อน

ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นอกาลิโก มีกาลสถานที่เมื่อไร แสดงไว้ยังไงเป็นอย่างนั้นตลอดไป ไม่มีว่ากาลนั้นกาลนี้ สิ่งนั้นจะเสื่อมสิ่งนี้จะโทรม สิ่งนั้นจะถูกลบล้างไปไม่มี จริงอยู่ทั้งดีทั้งชั่วตลอดมา จึงสอนตามหลักความจริง แล้วใครจะมาลบล้างได้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ลบล้างไม่ได้ ใครเก่งกว่าพระพุทธเจ้ามีเหรอที่จะมาลบล้างได้น่ะ บาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน เปรตผีประเภทต่าง ๆ มีมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว พระพุทธเจ้าองค์ไหนลบล้างไม่ได้นะ เพราะมันเกิดมันเป็นอยู่ตามกรรมของสัตว์ที่เสวย จะไปลบล้างได้ยังไง เขาทำกรรมของเขาเอง เขาเสวยของเขาเอง ลบล้างได้ยังไง นอกจากบุญกรรมของเขาค่อยสิ้นสุดลงไปเปลี่ยนแปลงไป มันก็เปลี่ยนไปตามธรรมชาติของเขาเอง จะให้ลบล้างไม่ได้

ฟังเอานะพวกนี้น่ะ หรือจะไปหาเศษมนุษย์นั่นเหรอ เรามันก็เป็นเศษมนุษย์อยู่แล้วเวลานี้ไปหาที่ไหนอีก หลวงตาบัวเป็นหัวหน้าเศษมนุษย์ไปหาที่ไหนอีก หัวหน้าเศษมนุษย์ก็อยู่นี่ เศษมนุษย์ก็นี่จะไปหาที่ไหนอีก พวกนี้ก็บริษัทบริวารของเศษมนุษย์ นี่หัวหน้าใหญ่เศษมนุษย์จะไปหาที่ไหนอีก

เอาละพอ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก