ช่วยชาติในวาระสุดท้าย
วันที่ 23 ตุลาคม 2542
สถานที่ : ลานค้าขอนแก่นจตุจักร
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ ลานค้าขอนแก่นจตุจักร

เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

ช่วยชาติในวาระสุดท้าย

วันนี้หลวงตารู้สึกมีความยินดีกับพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ในงานนี้มีรองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่คณะศรัทธาทั้งหลาย คือพี่น้องชาวขอนแก่นเรา ได้ริเริ่มตั้งลานค้าจตุจักรขึ้นมา นี่เป็นนิมิตมงคลด้วยการเสียสละเพราะความรักชาติไทยของเรา ต่างท่านต่างเสียสละพร้อมเพรียงกัน ทั้งใกล้ทั้งไกล จังหวัดใกล้เคียงก็มีจำนวนมากที่มาร่วมกันกับชาวพี่น้องจังหวัดขอนแก่นเรา เพื่อการอุ้มชูหรือช่วยชาติบ้านเมืองของเรา ซึ่งเวลานี้กำลังอยู่ในภาวะอันอัตคัดขัดสนจนใจ ทั้งทางด้านสมบัติวัตถุเครื่องอาศัยต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย และอัตคัดขัดสนทางด้านศีลธรรม

ที่พึ่งทางใจนี้เป็นสำคัญมาก ซึ่งเวลานี้พี่น้องชาวพุทธเรากำลังขาดแคลนมากในเรื่องธรรมภายในใจ ด้วยเหตุนี้หลวงตาที่ได้มาประกาศตนเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย จึงได้มีความตระหนักในทางด้านศีลธรรมเป็นอย่างมาก เป็นอันดับหนึ่งของวัตถุทั้งหลายที่จะนำเข้ามาช่วยชาติบ้านเมืองของเรา เพราะหลักใหญ่อยู่ที่ใจ ถ้าใจไม่ดีเสียอย่างเดียว เงินจะล้นประเทศไทย ทองคำจะล้นประเทศไทย สมบัติทุกสิ่งทุกอย่างจะล้นประเทศไทยก็หายไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งว่ามีปีกบินไปได้อย่างไม่สงสัย ถ้าใจไม่ดีเสียอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะฉะนั้นใจจึงเป็นของสำคัญมาก ที่จะคุ้มครองรักษาสมบัติทั้งหลายเหล่านี้ไว้ได้ และการสนับสนุนด้วยวัตถุต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยน้ำใจของชาวไทยเราซึ่งเป็นชาวพุทธที่รักชาติ พร้อมกันเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง และการปรับเนื้อปรับตัวให้เข้าสู่แนวทางอันถูกต้องดีงามของธรรม หลวงตาจึงได้เน้นหนักทางด้านอรรถธรรมเป็นส่วนมากยิ่งกว่าอย่างอื่น เพราะหลักธรรมกับหลักใจกับหลักการเชิดชูชาติบ้านเมืองนั้นแยกกันไม่ออก หากเรามีหลักใจ ต่างท่านต่างมีหลักใจ ปรับตัวเข้าสู่แนวทางอันถูกต้องดีงามของศาสนธรรมแล้ว บ้านเมืองของเราจะนับวันเจริญรุ่งเรือง

เพราะเรามีกฎมีระเบียบมีข้อบังคับ กีดกันการรั่วไหลแตกซึม ความชั่วช้าลามกต่าง ๆ ซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟจะมาเผาไหม้บ้านเมืองของเรา ด้วยศาสนธรรมคือน้ำธรรมที่สะอาด ชะล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยการปรับเนื้อปรับตัวแก้ไขดัดแปลง ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้ห่างไกลไปจากจิตใจและความประพฤติหน้าที่การงานของเรา

เหตุที่จะได้มานำพี่น้องทั้งหลายในคราวนี้ ซึ่งเป็นการประกาศตนออกมาเลยว่า หลวงตาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายนี้ ก็เพราะวิตกวิจารณ์ถึงชาติบ้านเมืองของเรา ซึ่งมีจำนวนพลเมืองตั้ง ๖๒ ล้านคน ชีวิตจิตใจความเป็นอยู่เกี่ยวโยงกันทั้งชาติ หากว่าเอนเอียงก็ต้องเอนเอียงกันไปหมดทั้งชาติ ถ้าล้มเหลวหรือล่มจมลงไป ก็เรียกว่าชาติไทยของเราต้องล่มจมกันหมดทั้งชาติ แม้ที่สุดสัตว์เดรัจฉานที่เราเลี้ยงไว้ในบ้านในเรือน วัว ควาย เป็ด ไก่ หมู หมา อะไรที่เราเลี้ยงไว้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของเรา ก็จะพลอยล่มจมลงในทะเลหลวงไปกับเจ้าของ ไม่มีสัตว์ตัวใดเหลืออยู่ในประเทศไทยพอที่จะครองอิสระอยู่ได้เลย เมื่อชาติไทยทั้งชาติได้ล้มเหลวไปด้วยอำนาจแห่งความล่มจมบีบบังคับ ซึ่งเนื่องมาจากความประพฤติของเรา ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม อันเป็นการทำลายชาติไปในตัว

ด้วยเหตุนี้จึงต้องนำธรรมเข้ามาเป็นเครื่องฉุดลาก เป็นเครื่องชะล้างสิ่งสกปรก ซึ่งกำลังทำลายบ้านเมืองของเราอยู่เวลานี้ ให้ห่างเหินหรือจืดจางออกไป หลวงตาจึงได้อุตส่าห์พยายามออกมาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย ในขั้นเริ่มแรกหลวงตาเองไม่เคยคิดว่าจะได้มาบำเพ็ญประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองของเราอย่างนี้เลย มีความมุ่งหวังอย่างแรงกล้าที่จะปฏิบัติตนให้ถึงความพ้นทุกข์โดยถ่ายเดียวเท่านั้น คำว่าความพ้นทุกข์นั้นถือพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระอรหันต์ทุก ๆ พระองค์บรรดาที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ท่านหลุดพ้นจากกองทุกข์คือความเกิดแก่เจ็บตาย ความหมุนเวียนของสัตว์ทั้งหลายที่เป็นกันมาตั้งกัปตั้งกัลป์ ท่านหลุดพ้นไปโดยสิ้นเชิงแล้ว เราก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าเพื่อความหลุดพ้นเช่นนั้นเหมือนกัน จึงได้อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญเต็มความสามารถ

นับตั้งแต่การศึกษาเล่าเรียนจบตามความอธิษฐานไว้แล้วก็ออกปฏิบัติ เรียกว่าขึ้นเวทีฟัดกับกิเลส คำว่ากิเลสพี่น้องชาวพุทธเราอาจจะทราบไม่ได้ คือสิ่งที่มัวหมองมืดตื้อ ผลักดันจิตใจของเราให้ดีดให้ดิ้นอยู่ตลอดเวลานี้แล ท่านเรียกว่ากิเลส แยกเป็นตัว ๆ ออกมาก็คือว่า ความโลภ ความทะเยอทะยาน ความหิวโหย ความได้ไม่อิ่มพอ ได้เท่าไรยิ่งหิวยิ่งโหยยิ่งดีดยิ่งดิ้น ยิ่งสร้างความทุกข์ให้แก่ตัวเองไม่มีสิ้นสุด จนกระทั่งสร้างความทุกข์เป็นฟืนเป็นไฟ กระจายไปทั่วดินแดนแห่งประเทศไทยของเรา นี่ท่านเรียกว่ากิเลส

คือ ความโลภเป็นฟืนเป็นไฟอันใหญ่หลวงในจิตใจของคนของสัตว์แต่ละราย ๆ เฉพาะอย่างยิ่งคือของคน ย่นเข้ามาก็คือของชาวพุทธเราที่ลืมเนื้อลืมตัว ปล่อยตัวไปตามกิเลสคือความโลภอันเป็นฟืนเป็นไฟนี้ กลับมาเผาไหม้ตนเอง นี่เรียกว่ากิเลส เป็นประเภทหนึ่ง แยกตัวออกมาเป็นชื่อคือว่า ความโลภนี้เป็นภัย เป็นกิเลส เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ภายในจิตใจ ผลักดันจิตใจออกไปด้วยความหิวโหยโรยแรง ได้เท่าไรไม่มีความอิ่มพอได้จนกระทั่งถึงวันตาย แม้ที่สุดสมบัติหากว่าจะได้มาตามกิเลสพาเสาะแสวงหานั้น ได้มากองเท่าภูเขาก็ไม่พอกับความอยากที่กิเลสมีความปรารถนาลามก ได้ไม่หยุดไม่ถอย มีความหิวโหยโรยแรงตลอดไป ได้เท่าไรไม่พอ นี่เรียกว่ากิเลสเป็นตัวฟืนตัวไฟประเภทหนึ่ง

อันดับที่สองได้แก่ ราคะตัณหา เราจะพูดเฉพาะเนื้อแท้ของภัยแห่งโลกที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้ถูกมันชักมันจูงไปจนถึงกับครอบครัวเหย้าเรือนบ้านเมืองจะล่มจมไป เพราะกิเลสสองสามประเภทนี้ ราคะตัณหา คำว่าราคะตัณหาได้แก่ความกำหนัดยินดีในหญิงในชายทั่วประเทศเขตแดน ตลอดถึงสัตว์ก็มีธรรมชาตินี้ติดหัวใจอยู่ตลอดมา นี่ท่านเรียกว่ากิเลส ความโกรธ ความแค้น เมื่อทั้งสองอย่างนี้ไม่สมหวังแล้วต้องสร้างฟืนสร้างไฟขึ้นมาเผาตัวเองไม่มีหยุดยั้ง เผาสด ๆ ร้อน ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ตายมันก็เผาอยู่ภายในใจ นี่เรียกว่าความโกรธ ความแค้น เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ทั้งสามประเภทนี้ท่านเรียกว่ากิเลส เป็นภัยต่อสัตวโลก

ทีนี้ก็ย้อนเข้ามาหาเราเองผู้บำเพ็ญเพื่อจะชำระล้าง หรือกำจัดความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา นี้ออกจากใจให้สิ้นซากลงไป เหลือแต่น้ำอมตธรรม คือน้ำที่เลิศเลอ มีความสุขเป็นบรมสุขภายในใจเท่านั้น จึงต้องได้ออกเสาะแสวงหาธรรมตั้งแต่วันหยุดจากการศึกษาเล่าเรียนแล้วเป็นต้นไป มีหลวงปู่มั่นเป็นปรมาจารย์ เป็นอาจารย์ชั้นเอกทางสมถวิปัสสนาจนกระทั่งถึงมรรคผลนิพพาน ท่านไม่มีบกบางในธรรมะวรรคใดตอนใดขั้นใดภูมิใด

เมื่อได้รับการศึกษาจากท่านแล้ว เราก็ตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นในมรรคผลนิพพานว่ามีอยู่อย่างสมบูรณ์สด ๆ ร้อน ๆ เช่นเดียวกันกับกิเลส คือ ความโลภ ราคะตัณหา ความโกรธ ความหลง มีอยู่ภายในใจสด ๆ ร้อน ๆ และหมุนจิตใจ เผาจิตใจของสัตวโลกตลอดมากี่กัปกี่กัลป์ และยังจะเผาสัตวโลกตลอดไปเมื่อยังไม่รู้เนื้อรู้ตัว นี่เรียกว่าเป็นธรรมชาติที่สด ๆ ร้อน ๆ อันหนึ่งในฝ่ายต่ำ คือฝ่ายที่เป็นข้าศึก

ส่วนที่เป็นมหามงคลอย่างยิ่งได้แก่ มรรคผลนิพพาน ออกจากสวากขาตธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้แล้วโดยชอบ ตรัสไว้เพื่อมรรคเพื่อผล เพื่อสวรรค์เพื่อนิพพานล้วน ๆ เป็นธรรมสด ๆ ร้อน ๆ เช่นเดียวกับกิเลสที่มีอยู่ในหัวใจของเราสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อตัดสินใจลงด้วยความเชื่อแน่ว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่สด ๆ ร้อน ๆ ดังที่หลวงปู่มั่นชี้แจงให้ฟังอย่างถึงเหตุถึงผลถึงใจแล้ว จึงได้ก้าวขึ้นสู่เวทีตั้งแต่บัดนั้นมา

ความทุกข์ความทรมาน วันนี้หลวงตาขอเปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายทราบ มีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นประธานในจังหวัดขอนแก่นและแถวใกล้เคียงของเรา ได้ยินได้ฟังการเปิดอกของหลวงตาต่อมรรคผลนิพพานที่ได้บำเพ็ญมาสด ๆ ร้อน ๆ ทั้งฝ่ายเหตุ คือการบำเพ็ญเจ้าของบำเพ็ญเอง สด ๆ ร้อน ๆ ทั้งฝ่ายผล เจ้าของเป็นผู้ได้เจอได้พบได้เห็น ได้ครองในธรรมประเภทนี้แล้วอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะรู้ธรรมเหล่านี้เราได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกาย ชีวิตนี้มอบไว้กับมรรคผลนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น อย่างอื่นเราไม่เอา เราจะต้องให้ถึงมรรคผลนิพพานในชาตินี้

ถ้าเป็นเรื่องของบุคคลก็เราต้องการเป็นพระอรหัตบุคคลในวงพระพุทธศาสนานี้ในชาตินี้ จะไม่ขอเกิดขอตายขอแบกกองทุกข์ต่อไปอีกแล้ว เพราะเหนื่อยหน่ายในการแบกกองทุกข์ด้วยความเกิดแก่เจ็บตายตลอดมา กี่กัปกี่กัลป์นับไม่ถ้วน ชาตินี้จะขอเป็นชาติสลัดปัดทิ้งกองทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ออก ด้วยการกำจัดเชื้อแห่งทุกข์ของมัน คือกิเลสทั้งหลายออกจากใจ จะครองใจที่บริสุทธิ์หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้โดยสิ้นเชิง จึงได้อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญเต็มสติกำลังความสามารถ

การทุกข์ในชีวิตของหลวงตา ทุกข์แสนสาหัส ก็คือทุกข์ระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันบนหัวใจที่เรียกว่าเวที เวที ๆ ของกิเลสกับธรรมฟัดกันคือหัวใจเราเอง ระหว่างกิเลสกับธรรมฟัดกันนั้นไม่ได้มองเมฆมองหมอกมองอะไรทั้งนั้น หูมีตามีไม่เอาไปใช้ในสิ่งอื่นนอกจากนำมาใช้เพื่อต่อกรกับกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น แสนสาหัสในความทุกข์แห่งธาตุขันธ์ของเราและชีวิตของเราคราวนี้ เพราะเป็นคราวความหมายมั่นปั้นมือเต็มสัดเต็มส่วนว่าจะไม่ขอมาเกิดอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ความพากเพียรทุกด้านจึงหมุนตัวลงไปเพื่อความสิ้นทุกข์จากกิเลสทั้งหลายโดยถ่ายเดียวเท่านั้น จึงต้องได้พยายามเต็มเม็ดเต็มหน่วย

การอยู่การกินการหลับการนอน เหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่ขาดแคลนกันดารตลอดเวลาในปัจจัยเครื่องอาศัยทั้งหลายเหล่านี้ เราเป็นอย่างนั้นตลอดมา การกินจะกินเมื่อไรก็แล้วแต่ ขอให้ความเพียรการชำระจิตใจ กิเลสได้เหือดแห้งไปจากจิตใจเป็นที่พอใจแล้ว สำหรับการอยู่การกินการหลับการนอนการใช้การสอย ไม่ถือเป็นอุปสรรคว่าเป็นความทุกข์ลำบากแต่อย่างใด ยิ่งกว่าความทุกข์ที่การต่อสู้กับกิเลสเพื่อเอาชัยชนะอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ความพากเพียรจึงต้องหนัก เน้นหนักลงตลอด

ถ้าหากว่าเป็นนักมวยก็ไม่มีกรรมการแยก และไม่มีการให้น้ำ ใครอยู่ใครดีระหว่างกิเลสกับธรรมบนเวทีคือจิตใจนี้ กิเลสดีเด่นมีกำลังมากกว่าให้กิเลสครองใจดวงนี้ และครองวัฏทุกข์บนหัวใจเราต่อไป ถ้าเราดีกว่ากิเลส กิเลสต้องพังอย่างเดียวเท่านั้น ที่จะให้ยกมือยอมแพ้นี้ไม่มี ต้องตายเท่านั้น ด้วยความเด็ดเดี่ยว และขอสรุปความลงมาในการบำเพ็ญของตน ที่ได้รับความทุกข์ยากแสนสาหัส หลังจากได้รับการอบรมจากหลวงปู่มั่นเป็นที่พอใจจุใจอย่างเต็มที่แล้ว ก็ทุ่มเทกำลังความสามารถลงตามลำดับลำดา ไม่มีลดหย่อนอ่อนข้อในความพากความเพียร มุ่งอรหัตบุคคลเข้าครองหัวใจอย่างเดียวเท่านั้น

ความทุกข์ความทรมานในเวลาที่ต่อกรกับกิเลสนั้นเป็นเวลา ๙ ปีเต็ม ตั้งแต่พรรษา ๗ นี่เรียกว่าสอบเปรียญได้แล้วตามคำอธิษฐานว่า สอบเปรียญจบลงได้แล้วจะเข้าบำเพ็ญกรรมฐาน สังหารกิเลสให้ขาดสะบั้นจากจิตใจโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่บัดนั้นพรรษา ๗ แล้วจึงได้ก้าวขึ้นสู่เวที ได้รับอบรมคำสอนจากหลวงปู่มั่นเป็นที่พอใจแล้ว ก็ขึ้นเวทีไม่ยอมลงเป็นเวลา ๙ ปี จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทุ่มพอดี เป็นเวลาที่ตัดสินกันลงได้ด้วยกิเลสถูกสังหารอย่างสิ้นเชิง ไม่มีซากเหลืออยู่ภายในใจเลย ชนะอย่างเด็ดขาดอย่างเอกอย่างเลิศเลอ

ในชีวิตของเราเองเกิดมาตั้งแต่โคตรแซ่ของหลวงตาบัวก็ไม่เคยปรากฏ ไม่เคยคิดเคยนึกว่า จะได้รู้ได้เห็นได้ครองธรรมประเภทเลิศเลออัศจรรย์นี้ แต่แล้วก็ได้ประจักษ์ขึ้นในคืนวันนั้นอย่างอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสาร ตั้งแต่บัดนั้นมากิเลสตัวไหนเท่าเม็ดหินเม็ดทรายไม่ปรากฏภายในใจเลย เรียกว่าครองบรมสุขตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งบัดนี้ การแนะนำสั่งสอนโลกเราสั่งสอนตั้งแต่บัดนั้นมา แต่สั่งสอนด้วยความอิ่มเอิบ สั่งสอนด้วยบรมสุข ไม่ได้สั่งสอนโลกที่แบกกองทุกข์มาหาเรา ด้วยการที่เราก็แบกกองทุกข์ไปสั่งสอนโลก แต่เรานำบรมสุขจากหัวใจที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ แล้วนี้สั่งสอนโลก ที่กำลังแบกหามกองทุกข์ทั้งหลายอยู่ทั่วหน้ากันมาหาเรา

จนกระทั่งมาถึงวาระอันสำคัญที่เราจะได้ช่วยบ้านช่วยเมือง นับตั้งแต่วันก้าวลงเวทีมาแล้ว มาด้วยความสง่างาม มาด้วยความอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสาร เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมชั้นไหน ๆ กระทบกระเทือนสะเทือนถึงกันหมดในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม เวลา ๕ ทุ่มนั้น เทวบุตรเทวดามีกี่ชั้น สวรรค์ ๖ ชั้น แต่ละชั้น ๆ มีเทวบุตรเทวดามากขนาดไหน มนุษย์เราทั้งโลกนี้สู้เทวดาชั้นเดียวก็ไม่ได้ เช่น จาตุมฯ เทวดาในชั้นจาตุมฯ มีจำนวนมากกว่ามนุษย์ของเราทั่วโลกนี้ขนาดไหน แล้วยังเทวดา ๖ ชั้นตั้งแต่ชั้นจาตุมฯ ขึ้นไปถึงปรนิมมิตวสวัตดี เป็นสวรรค์ ๖ ชั้น เต็มไปด้วยเทวดาทุกชั้น ๆ นี้มีจำนวนมากขนาดไหน จากนั้นก็พรหมโลกมี ๑๖ ชั้น พรหมโลกแต่ละชั้น ๆ นั้นคนทั่วโลกของเรานี้ถ้าเทียบแล้ว คนทั่วโลกนี้เท่ากับกำปั้นเท่านั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย เพียงชั้นพรหมโลกชั้นเดียวเท่านั้นก็มากเหลือล้นพ้นประมาณที่จะมาเทียบกับมนุษย์เราเท่ากำปั้นนี้แล้ว

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เทวดาถึง ๖ ชั้น พรหมโลก ๑๖ ชั้น กระเทือนประสานกันทั่วโลกดินแดน สมกับที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรว่า ทสสหสฺสี โลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธิ อปฺปมาโณ จ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุรโหสิ หมื่นโลกธาตุ อย่าว่าสามโลกธาตุนี้เลย หมื่นแดนโลกธาตุสะเทือนสะท้านหวั่นไหวทั่วกันหมดทั้งหมื่นแดนโลกธาตุนั้น อานุภาพแห่งความสว่างไสวของธรรมในพระทัยของพระพุทธเจ้าที่เป็นธรรมธาตุล้วน ๆ แล้วนั้น เป็นความสว่างไสวครอบโลกธาตุ เกินกว่าอานุภาพแสงสว่างของเทวดาตนใดจะเทียบเสมอเหมือนได้ นี้แปลออกตามศัพท์เป็นอย่างนั้น

จิตดวงนี้เมื่อได้กระเทือนเข้าถึงธรรมธาตุ เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ท่านเข้าสู่ธรรมธาตุแล้ว ก็เป็นธรรมชาติอันเดียวกัน จึงกระเทือนทั่วแดนโลกธาตุ สวรรค์ ๖ ชั้น พรหมโลก ๑๖ ชั้น พูดเพียงย่อ ๆ พวกเปรตผีจำนวนมากขนาดไหน รุกขเทวดา อากาสาเทวดา มีจำนวนมากขนาดไหน กระเทือนถึงกันหมด นั่นเป็นวันที่ปรากฏชื่อลือนาม เป็นวันที่จิตนี้แสดงฤทธิ์เดชของตนเอง ที่พ้นแล้วจากการกดขี่บังคับของวัฏจักรคือกิเลส ได้แสดงฤทธิ์เดชเป็นธรรมธาตุขึ้นมาในหัวอกของเราผู้บำเพ็ญเองอย่างไม่สะทกสะท้าน อย่างอัศจรรย์ไม่เคยคาดเคยฝัน น้ำตาไหลพรากลงมาด้วยความอัศจรรย์ธรรมประเภทที่ได้ปรากฏขึ้นในปัจจุบันนั้น โดยไม่เคยคิดเคยอ่านว่าจะได้รู้ได้เห็น ได้ประสบพบเห็นธรรมอัศจรรย์ประเภทนี้

นี่ละพูดถ้าว่าเรื่องความดังนั้นน่ะ หลวงตานี้ดังมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ แม้มนุษย์จะไม่ทราบก็ตาม แต่มนุษย์นี้เพียงกำมือหนึ่งเท่านั้น เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมกี่ชั้นกระเทือนถึงกันหมด ทราบเรื่องราว ประสับประสานระหว่างจิตดวงนี้กับเทวดาทั้งหลายอย่างกว้างขวางมากมาย มากยิ่งกว่ามนุษย์ซึ่งมีเท่ากำมือนี้เท่านั้น นี่เรียกว่าเราดังมาแล้วตั้งแต่โน้น พวกเทวบุตรเทวดาทั้งหลายทราบทั่วกัน มนุษย์ก็ค่อยมาทราบทีหลัง ๆ หลังจากที่ได้ระบายธรรมทั้งหลายที่ได้รู้ภายในจิตใจของตนเต็มสัดเต็มส่วนหาสงสัยไม่ได้แล้ว พอแล้วทุกอย่าง ในโลกธาตุนี้ไม่มีอันใดเสมอเหมือนธรรมธาตุนี้เลย ได้ครองเต็มหัวใจแล้ว

แล้วก็ได้ค่อยกระจายออกแก่บรรดาผู้ไปเกี่ยวข้อง เฉพาะอย่างยิ่งภิกษุคือพระกรรมฐาน ติดสอยห้อยตาม ได้แนะนำสั่งสอนเรื่อยมา หลังจากนั้นก็มีประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง แนะนำสั่งสอนสงเคราะห์สงหา ทั้งด้านวัตถุและด้านนามธรรมคือการแนะนำสั่งสอน ด้านวัตถุ ได้แก่เงินทองข้าวของที่ได้มามากน้อยเพียงใด เราบริจาคเพื่อโลกสงสารเรื่อยมา นับตั้งแต่วันมาตั้งวัดป่าบ้านตาดขึ้นมา วัตถุไทยทานได้มามากน้อยช่วยสงเคราะห์สงหาคนทุกข์คนจนทั่วประเทศไทย

ฟังแต่ว่าทั่วประเทศไทย เราช่วยทั้งนั้น คนทุกข์คนจนเป็นรายบุคคล ๆ มีความจนตรอกจนมุม ถูกเขามัดถูกเขารัดคอหาทางออกไม่ได้ เราก็ช่วยคลี่คลายไถ่ถอนออกมาเป็นราย ๆ ไป อย่างนี้ก็มีมากทั่วประเทศไทย เรียกว่าทุก ๆ ภาคเราช่วยมาอย่างนี้เงียบ ๆ ไม่ได้บอกให้ใครทราบ เพราะเป็นเรื่องของบุคคล เรารักษาเกียรติ รักษาศักดิ์ศรีของผู้รับสงเคราะห์จากเรา เราจึงไม่บอกให้ใครทราบ สงเคราะห์กันแล้วก็ผ่านไป ๆ

นอกจากเขาจะออกทางหนังสือพิมพ์ประกาศให้ทราบ เราติดตามไปดูสภาพที่เขาออกหนังสือพิมพ์นั้นแล้ว เราก็ช่วยเหลือเต็มกำลังของเรา เมื่อเห็นควรช่วยเหลือเต็มกำลังเราก็ช่วยเหลืออย่างนั้น หากเราจะออกพูดบ้างก็ได้ เพราะทางหนังสือพิมพ์เขาออกไปก่อนแล้ว ส่วนเป็นเรื่องของบุคคลที่เราสงเคราะห์เรื่อยมานั้นเราไม่พูด สงเคราะห์แล้วเหมือนไม่ได้สงเคราะห์ ผ่านไป ๆ นี้ก็มีจำนวนมาก

จากนั้นก็สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน ที่ราชการ ปลูกให้ไม่หยุดไม่ถอย เงินมีเท่าไรทุ่มลงหมด ๆ จากนั้นก็ก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล เวลานี้โรงพยาบาลได้ร้อยกว่าโรงแล้วที่หลวงตาเสียสละ เงินมีเท่าไรทุ่มลง ๆ ตลอดมา แล้วก็มาประสบพบเห็นชาติไทยของเรา ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะคับขันแห่งคนทั้งชาติ ซึ่งอาจจะล่มจมไปด้วยกันทั้งชาติก็ได้ เมื่อเรายังพอมีทางคิดทางอ่านช่วยเหลือกันได้บ้างอยู่แล้ว เราจะนอนใจเป็นใจดำน้ำขุ่น พระใจดำพระน้ำขุ่นไม่มีความเมตตาต่อโลกนี้เราเป็นไปไม่ได้

เพราะศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าเอง ก็ทรงแสดงในพระคุณของท่านว่า มหาการุณิโก นาโถ หิตาย สพฺพปาณินํ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้มีมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อสัตวโลก และทำประโยชน์แก่สัตวโลกหาประมาณไม่ได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ธรรมเป็นธรรมอันเดียวกัน เข้าสู่จิตใจใดจิตใจนั้นจะต้องอ่อนโยนไปด้วยความเมตตาสงสารสัตว์ แล้วเสียสละช่วยเหลือกันเต็มกำลัง เพราะอำนาจแห่งความเมตตานั้นเป็นฐานสำคัญ เราก็ได้บำเพ็ญนั้นตลอดมา

เงินทองข้าวของสำหรับวัดป่าบ้านตาดแล้วไม่มีอะไรตกค้าง ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดป่าบ้านตาดมา เราเสียสละตลอดมาจนกระทั่งบัดนี้ แล้วยังจะเสียสละตลอดไปอีกจนกระทั่งถึงวันหลวงตาบัวตายแล้วโน้นแหละถึงจะยุติลงได้ แม้ที่สุดที่กำลังช่วยชาติบ้านเมืองอยู่เวลานี้ ก็ได้ประกาศก้องขึ้นมาแล้วว่า ในวาระสุดท้ายที่หลวงตาบัวตายลงไปแล้วนี้ หมดทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยได้อีกแล้ว ก็ยังเหลืออยู่อีกช่องหนึ่ง คือท่านผู้มีศรัทธาบรรดาลูกศิษย์ลูกหา ตั้งแต่วงแคบถึงวงกว้างทั่วประเทศไทยของเรา นำสมบัติเงินทองข้าวของมาบริจาคเพื่อการเผาศพหลวงตาบัว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พี่น้องชาวไทยนำมาบริจาคเพื่อเผาศพหลวงตาบัวนี้ หลวงตาบัวจะตั้งกรรมการไว้ก่อนตาย ให้เข้มงวดกวดขัน รักษาทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่พี่น้องชาวไทยนำมาบริจาคเพื่อเผาศพหลวงตาบัวนี้ เก็บเป็นก้อนขึ้นมาแล้วมอบเข้าสู่คลังหลวงทุกบาททุกสตางค์ ไม่ให้รั่วไหลไปไหน

แม้ที่สุดจะนำเงินเหล่านี้ไปเผาศพหลวงตาบัว หลวงตาบัวไม่ยอมรับ ฟืนเป็นของคู่ควรกันกับศพหลวงตาบัว ไฟเป็นของคู่ควรกันกับศพหลวงตาบัว เอาฟืนกับไฟมาเผาศพหลวงตาบัวเป็นที่พอใจแล้วสำหรับหลวงตาบัว ส่วนเงินจำนวนมากน้อยนั้นเป็นที่พอใจของหลวงตาบัวที่จะยกเข้าสู่คลังหลวงทุกบาททุกสตางค์ นี่เป็นวาระสุดท้ายของหลวงตาซึ่งได้ประกาศก้องออกมาแล้ว ไม่เป็นอื่น เวลาตายจะต้องทำอย่างนั้น เวลามีชีวิตอยู่เวลานี้ก็ได้อุตส่าห์พยายามช่วยเหลือชาติบ้านเมืองของเรา ไปทุกหนทุกแห่ง แทบจะพูดได้ว่าทั่วประเทศไทย ตะเกียกตะกายไป

การแนะนำสั่งสอนก็ดังพี่น้องทั้งหลายได้ยินได้ฟังอยู่เวลานี้แล ไปที่ไหนต้องเทศนาว่าการทุกแห่งทุกหน เกือบทั่วประเทศไทย นี่ไปด้วยความตะเกียกตะกาย สังขารร่างกายไม่อำนวยแล้วเวลานี้ แต่จิตใจมีความเมตตาสงสาร ไม่มีวัยไม่มีชรา มีความเต็มตื้นอยู่ด้วยเมตตาสงสารที่จะเสียสละเพื่อชาติไทยของเรา ไปอยู่ตลอดเวลา นี่เราจึงได้ตะเกียกตะกายมาช่วยเหลือพี่น้องทั้งหลาย

อันดับแรกก็คือสมบัติเงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาคนี้ ขอให้เป็นที่ตายใจได้เลยว่า เงินเหล่านี้จะไม่รั่วไหลแตกซึมไปไหนเลย หลวงตาเป็นผู้รับผิดชอบในทองคำ ดอลลาร์ เงินสดแต่ผู้เดียว คือเป็นผู้ถือบัญชีทั้งหมด เป็นผู้สั่งเก็บสั่งจ่ายแต่ผู้เดียวเท่านั้น ก่อนที่จะสั่งเก็บสั่งจ่ายประการใด เราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกแง่ทุกมุม เพื่อความปลอดภัยแห่งสมบัติเพื่อชาติของเรานี้ให้สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาคนี้ จึงขอให้ตายใจได้เลย จะไม่มีที่รั่วไหลแตกซึมไปไหน พื้นฐานแห่งความบริสุทธิ์ของสมบัติเหล่านี้ ได้แก่ความเมตตาของหลวงตาเอง เราทำด้วยความเมตตา ไม่หวังสิ่งตอบแทนอะไรแม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี มีแต่จะทุ่มลงไปเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา

เมื่อได้มาเห็นพี่น้องชาวไทยของเรา เฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่นและแถวใกล้เคียง มีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดพ่อค้าประชาชน และท่านผู้เป็นเจ้าของแห่งสถานที่ลานค้าจตุจักรนี้ เป็นผู้มีศรัทธาอันกว้างขวาง ชักชวนประชาชนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้มารวมกำลัง แล้วนำมาบริจาคให้เห็นอย่างประจักษ์ตาเช่นนี้แล้ว หลวงตายิ่งมีความภาคภูมิใจกับพี่น้องทั้งหลายเป็นอย่างมาก สมเจตนาว่าหลวงตานี้เป็นผู้ช่วยชาติด้วยความเมตตาอย่างแท้จริง นี่ละอันดับแรกคือสมบัติเงินทองที่พี่น้องทั้งหลายบริจาค ขอให้ตายใจได้เลย

ใครอยู่ที่ไหนก็กรุณาได้บริจาค เพราะธนาคารได้เปิดโล่งไว้แล้วเวลานี้ทั่วประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพจำกัด สำนักงานใหญ่แห่งหนึ่ง ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาอุดรฯ แห่งหนึ่ง และธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุดรฯ แห่งหนึ่ง ธนาคารกสิกรไทย สาขาราษฎร์บูรณะแห่งหนึ่ง ธนาคารกสิกรไทย สาขาอุดรฯ แห่งหนึ่ง ทั้งสี่ห้าแห่งนี้เปิดไว้สำหรับรับน้ำใจของพี่น้องทั้งหลาย ที่จะนำไปบริจาคมากน้อย เราอย่าวิตกวิจารณ์อย่าไปอ้ำไปอายกับใคร การเสียสละเพื่อชาติได้บาทหนึ่งสองบาทเป็นน้ำใจของเราที่ช่วยชาติบ้านเมือง นี่คือเป็นสิริมงคล

คนนี้หนึ่งบาท คนนั้นสองบาท ในเมืองไทยของเรานี้จำนวนคนกี่ล้านคน ๖๒ ล้านคน ๆ ละหนึ่งบาท ๆ จะเป็นเงินเท่าไร วันหนึ่ง ๆ ที่เราขวนขวายหาเงินหาทองมา ตั้งแต่วันตื่นนอนจนกระทั่งหลับ ๆ ทุกวี่ทุกวันทั่วประเทศเขตแดน ล้วนแล้วแต่เราหาเงินหาทองเพื่อมาเป็นประโยชน์แก่เรา แล้วชาติของเรานี้เป็นประโยชน์อันใหญ่หลวง ขอให้เราได้คิดจุดนี้ให้มาก อย่างน้อยต้องให้ได้มาบริจาค มากน้อยเพียงไรก็ตาม ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารใดก็ได้ โดยทางธนาคารจะไม่ให้เสียค่าโอนค่าอะไรทั้งนั้น ให้ความสะดวก เปิดโล่งให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้มีโอกาสบริจาคเพื่อหนุนชาติของตนโดยสะดวกสบายทั่วหน้ากัน นี่หลวงตาได้เปิดให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบ นี่ก็เปิดมาแล้วตั้งแต่เริ่มดำเนินการช่วยชาติ

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้รักชาติของตน เห็นความจำเป็นแห่งชาติไทยของตน และเห็นความจำเป็นแห่งเงินที่เราจะนำไปเพื่อช่วยชาติของเรา มากน้อยนั้นเป็นน้ำใจของชาวไทยเราโดยแท้ที่รักชาติด้วยกัน อันนี้เป็นจุดสำคัญมาก

การไม่บริจาค การไม่เสียสละ จะมีเงินเป็นเศรษฐีกุฎุมพีเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ล้านไม่มาบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาติของตน คนนั้นก็เป็นเศรษฐีโมฆะ เงินก็เป็นเงินโมฆะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด หาคุณค่าไม่ได้ สู้ตาสีตาสาเขาสละเงินเพื่อชาติบ้านเมืองของเขาด้วยความรักชาติของเขาบาทหนึ่งสองบาทก็ไม่ได้ ให้เราคิดอย่างนี้เราเป็นลูกชาวไทย ชาติไทยเป็นชาติแน่นหนามั่นคงมาดั้งเดิม เป็นชาติที่สงบเสงี่ยม เป็นชาติที่ไม่ผาดโผนโจนทะยาน เป็นชาติที่มีศีลธรรมมีพุทธศาสนาคุ้มครองรักษา เพราะฉะนั้นคนไทยเราจึงมีน้ำใจต่อกัน ไปที่ไหนศาสนาครอบในหัวใจแล้วย่อมมีเมตตาต่อกัน มีการให้อภัยต่อกัน ไม่ถือสีถือสากันอย่างง่ายดาย นี่คือน้ำใจของชาวพุทธในเมืองไทยเรา

เวลานี้ต่างท่านต่างกำลังเสียสละเพื่อชาติไทยของเรา จึงขอให้ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วย เงินที่ได้มามากน้อยตั้งแต่วันตื่นนอนจนกระทั่งค่ำจนกระทั่งเย็น วันหนึ่ง ๆ ได้มาเท่าไร ขอให้เจียดเงินเหล่านั้นไว้อย่าให้กิเลสเอาไปถลุงโดยถ่ายเดียว ส่วนมากมักจะมีแต่กิเลสเอาไปถลุง หาก็หาด้วยอำนาจของกิเลส พาให้เป็นความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมชิงดีชิงเด่น อยากดีอยากเด่นอยากโด่งอยากดัง นี่เป็นเรื่องของกิเลสพาหา ครั้นได้มาแล้วก็ไปประดับประดากิเลสให้โด่งให้ดัง สุดท้ายมันก็ไม่โด่งไม่ดัง ความจมก็คือเรา แบกกองทุกข์ก็คือเรา

เพราะฉะนั้นเมืองไทยเราต่างคนต่างหาเงิน แต่ที่จะหามาเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อเป็นสารประโยชน์แก่ตัวเองจริง ๆ ได้แก่ชาติไทยของเราจริง ๆ จึงมีน้อยมาก ไม่เหมือนกับที่ปล่อยให้กิเลสเอาไปถลุงทั่วบ้านทั่วเมือง ถึงกับเมืองไทยเราจะล่มจมอยู่เวลานี้ก็เพราะกิเลสเอาไปถลุงนั้นแล หาก็หาด้วยอำนาจของกิเลส หาไม่พอดิบพอดี หาจนเลยเถิดเตลิดเปิดเปิง ได้มาก็เพียงเล็กน้อยกิเลสก็เอาไปถลุงหมด นอกจากนั้นก็สร้างความผิดหวังให้เรา ผิดหวังลงไปเจ้าของจมลงไปแล้วด้วยความโลภมาก ๆ นั้น ยังสร้างความหวังไว้อีก หวังจะเป็นอย่างนั้น หวังจะเป็นอย่างนี้ นี่ล้วนแล้วตั้งแต่กิเลสหลอกลวงพี่น้องชาวพุทธเรา ขอให้รู้ตัวตามธรรมที่ตะโกนบอกบ้าง อาจพอได้สติยับยั้งพอประมาณไม่เลยเถิดตลอดไป

ขอให้ต่างคนต่างตื่นเนื้อตื่นตัว อย่าวิ่งตามความโลภจนเกินไป ความโลภพาโลกให้ล่มจมมามากแล้ว ไม่ใช่มาเพียงวันสองวันนี้ ความโลภมากไม่มีประมาณพาให้เราดีดเราดิ้น ถึงขั้นล่มจมมามากต่อมากแล้ว นี้คือกิเลส ท่านเรียกว่ากิเลส ความโลภมันเป็นไฟเผาไหม้ผู้โลภนั้นแหละ ให้ระมัดระวัง

การเสาะแสวงหามาก็ให้มีสารประโยชน์แฝงอยู่ในสมบัติที่ได้มานั้น ส่วนนี้แบ่งไว้กิน ส่วนนี้แบ่งไว้ทาน เฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้มีการช่วยชาติ ส่วนนี้แบ่งไว้เพื่อช่วยชาติของเรา นี้เป็นสารคุณ เรียกว่าธรรมเป็นผู้ควบคุมการเงิน จะเป็นผลเป็นประโยชน์แก่ผู้เป็นเจ้าของซึ่งหามาได้เสียเอง ถ้าปล่อยให้กิเลสแล้ว ได้เท่าไรเป็นทุ่มหมด ๆ กินเท่าไรก็ไม่พอ เลี้ยงกันโต๊ะหนึ่ง ๆ โต๊ะละหมื่นละแสน โต๊ะละล้านอย่างนี้ ฟังซิน่ะ เกิดมาแต่โคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวนี้ไม่เคยมี พ่อแม่ได้พาเลี้ยงหลวงตาบัวเป็นโต๊ะละอย่างนี้นะ

แม้แต่โต๊ะละหนึ่งบาทสองบาทก็ไม่เคยมี เพราะหลวงตาบัวเป็นคนจน เกิดในท้องนา พ่อแม่พาหาอยู่หากินตามท้องไร่ท้องนา ได้ผักได้หญ้าได้ปูได้ปลาได้อะไรมา มาตำเป็นปนเป็นแกงเป็นลาบเป็นก้อยอะไรก็แล้วแต่ กินเลี้ยงกันพอเท่านั้น ก็อยู่เป็นหลวงตาบัวเป็นโคตรแซ่หลวงตาบัวมา แล้วในหมู่บ้านของหลวงตาบัวก็เหมือนกัน ก็กินอย่างเดียวกันทั่วประเทศไทยของหลวงตาบัวซึ่งอยู่จุดศูนย์กลาง ก็กินแบบเดียวกัน ๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความจนก็ไม่มี ความจนไม่บีบคั้น

แต่ทีนี้เหตุการณ์ที่กิเลสมันกำลังรุนแรง มันเสริมคนให้เป็นบ้าสด ๆ ร้อน ๆ อยู่ก็ไม่พออยู่ สร้างบ้านแล้ว เอ้า สร้างตึกอีกกี่หลัง ๆ กี่ห้องกี่หับ เพื่อซื้อเพื่อขายเพื่อจำหน่าย เพื่อให้เช่า ครั้นสร้างลงไปแล้วทำยังไง เมื่อสร้างลงไปแล้วต้องทุ่มลงไป เงินไม่มีในกระเป๋าต้องไปกู้ไปยืมเขามาจากธนาคาร เมื่อได้มาแล้วมาสร้างทุ่มลงไป ๆ พอเสร็จแล้วไม่มีใครมาซื้อ ไม่มีใครมาเช่า บ้านก็เป็นตึกเป็นร้านเป็นอิฐเป็นปูนเป็นหินเป็นทรายอยู่อย่างนั้น เจ้าของก็จม นี่ละความโลภมันหลอกลวงเจ้าของว่าจะมั่งจะมีดีเด่น แต่ความจมที่มันมาในฉากหลังนั้นมันไม่บอก เราจึงจมเพราะฉากหลังนี้แล ให้พากันระมัดระวัง

การอยู่จึงขอให้อยู่พอประมาณ พวกสัตว์สาราสิงเขามีบ้านมีเรือนของเขา เรียกว่ารวงว่ารัง เขาอยู่ของเขาได้เขาเป็นสัตว์เต็มเนื้อเต็มตัวเขา มนุษย์เราอยู่พอเป็นพอไปพอสงบร่มเย็นซุกหัวนอนได้ ไม่สร้างฟืนสร้างไฟเผาไหม้ตนเองเพราะความดีดดิ้นด้วยความทะเยอทะยานนั้น มนุษย์เราก็สบาย ยิ่งสบายกว่าสัตว์ด้วยซ้ำเพราะมนุษย์เราฉลาดกว่าสัตว์

การกินก็กินให้พอเหมาะพอดี อย่ากินแบบฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม กินแบบลืมเนื้อลืมตัว กินแบบอยากได้ชื่อได้เสียงกิตติศัพท์กิตติคุณ อยากให้เขาร่ำลือว่าคนนี้เขามั่งมี เขามีหน้ามีตา เขามีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน เขาเลี้ยงไม่อัดไม่อั้น ความต้องการของเราก็ยิ่งทะเยอทะยาน อยากได้ชื่อได้เสียงหนักเข้าไป ๆ

เงินที่มาเลี้ยงนั้นมีจำนวนเท่าไร ใครเป็นคนหามาเลี้ยง ก็เจ้าของผู้เลี้ยงนั่นแหละไปหามา หามาเท่าไรก็ฉิบหายเท่านั้น เลี้ยงกันธรรมดามนุษย์เราไปมาหาสู่กันตั้งแต่โบร่ำโบราณปู่ย่าตายายเรามา ทำไมเลี้ยงกันได้ มาสมัยปัจจุบันนี้ทำไมเอายักษ์เอาผีเอาเปรตกินไม่พอปากพอท้องมาเลี้ยงกัน จะหาความสุขได้ที่ไหน นี่ละความเสียหายแห่งการกินมันตามเข้ามาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงขอให้พากันระมัดระวัง การกินให้อยู่พอเหมาะพอดี อย่ากินจิ๊บ ๆ แจ๊บ ๆ อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดีไปหมด อันไหนดีมันก็คว้าเงินในกระเป๋าเราไป ๆ เลยกลายเป็นนิสัยสันดาน ถ้าไม่สุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ นี้ผลาญเจ้าของเองอีก นั่น

การใช้สอยก็เหมือนกัน การเป็นอยู่ใช้สอย เป็นยังไงการใช้สอยของเรา เครื่องแต่งเนื้อแต่งตัวของเราคนหนึ่งมีกี่ชุด พ่อแม่ของเราเคยพาแต่งเนื้อแต่งตัวมากี่ชุด สองชุดสามชุดก็พอแล้ว สมัยปัจจุบันนี้ร้อยชุดมันยังไม่พอ เข้าไปในห้องหนึ่งเต็มไปด้วยชุดแต่งเนื้อแต่งตัวของคนคนเดียว แล้วราคาแต่ละชุด ๆ เป็นเงินเท่าไร เงินเหล่านี้หามาได้ด้วยวิธีใดถึงได้มาจมอยู่ในชุดแต่งเนื้อแต่งตัวเพียงเท่านี้ กายก็มีกายอันเดียวไม่ได้มี ๑๐ กาย ๒๐ กาย ครั้งแต่ก่อนโบร่ำโบราณก็มีร่างกายอันเดียว การแต่งเนื้อแต่งตัวพอเหมาะพอสมกับความเป็นมนุษย์ของเราที่มีศีลธรรม เราก็ทราบกันอยู่ว่าพอเหมาะพอดี

การแต่งเนื้อแต่งตัวเพื่อความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม อยากให้เขาว่าเป็นคนสดสวยงดงาม มันงามบ้าอะไรคนเป็นบ้าอยู่นั้น หางามอะไรมีคนกำลังเป็นบ้า ไปดูซิห้องเหล่านี้ถ้าว่าหลวงตาบัวหาเรื่องหาราว ห้องหนึ่งมันมีกี่ชุด มันเอามาแต่งเนื้อแต่งตัวเสริมบ้ามัน เราพูดนี้เราพูดเมืองหนองคายโน้นนะ เราไม่ได้พูดจังหวัดขอนแก่นเรา แต่ขอให้พี่น้องชาวขอนแก่นพิจารณาก็แล้วกัน สิ่งเหล่านี้มันอาจระบาดสาดกระจายไป มาตั้งแต่หนองคายข้ามมาอุดรฯ กระจายมาขอนแก่น อาจจะลงโคราชสาดกระจายทั่วประเทศไทยก็ได้ เรื่องความสุรุ่ยสุร่าย ห้องเดียวมีแต่เครื่องแต่งตัวไม่ทราบว่ากี่ชุด ฟังซิน่ะ

เครื่องใช้ไม้สอยในห้องในหับ ที่นอนหมอนมุ้ง มีกี่ประเภทมีกี่อย่าง มันตกแต่งหรูหราฟุ่มเฟือยไปหมด มีแต่ความสิ้นเปลือง มีแต่ความรบกวนมีแต่ความดีดดิ้นเพื่อความทุกข์เผาตัวเองเท่านั้นจากความไม่รู้จักประมาณ ให้เราเห็นโทษในสิ่งเหล่านี้ เราเป็นลูกชาวพุทธต้องรู้จักประมาณ นี้เอาธรรมมาสั่งสอนพี่น้องทั้งหลาย ความพอดิบพอดีมีอยู่กับทุกคน สวยงามไม่สวยงามเกิดมาเขาก็เห็นแล้ว มองเห็นพับนี้คือผู้หญิง นี้คือผู้ชาย เห็นกันแล้ว สวยงามไม่สวยงามขนาดไหนใครตกแต่งไม่ได้ เกิดมาเกิดมาด้วยบุญด้วยกรรม กรรมตกแต่งมา

ใครจะเกิดอยู่ในสถานที่ใด ในป่าในเขาในบ้านในเมือง ในกรุงนอกกรุง เกิดมาจากรากฐานอันสำคัญคือเกิดมาด้วยอำนาจแห่งกรรมด้วยกัน กรรมดีเกิดมาดี กรรมชั่วเกิดมาชั่ว พาให้เกิดในที่ต่าง ๆ เพราะอำนาจแห่งกรรม ครั้นเวลาเกิดมาแล้วใครอยู่ที่ไหนท่านจึงไม่ให้ประมาทกัน เพราะต่างคนต่างมีกรรมดีกรรมชั่วเป็นของตน ตกแต่งเอาไม่ได้ คนอื่นจะมาตกแต่งให้เราก็ไม่ได้ เราทำลงไปแล้วจะไปตกแต่งให้เป็นอื่นก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน เราจึงต้องยินดีในกรรมของเรา แล้วไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน ว่าคนนั้นเป็นคนบ้านนอก คนนี้เป็นคนในเมือง

ใครเป็นคนในตุ่มในไห หลวงตาอยากถามว่าอย่างนั้น มันก็เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เหมือนกัน ใครเกิดมาในตุ่มในไห จึงไปดูถูกเหยียดหยามกันว่า นี้เขาเป็นคนบ้านนอกนะ นี้เขาเป็นคนในเมือง เราอยากถามลงไปให้ถนัดว่า พ่อแม่มึงเกิดมาจากไหน ไม่เกิดมาจากท้องแม่มันเกิดมาจากไหน แล้วมึงเอาอะไรมาอวด มึงเกิดมาจากท้องแม่ของมึงเหมือนกับกูเกิดจากท้องแม่ของกู ฟัดกันให้หนัก

ให้พี่น้องทั้งหลายเข้าใจนะ การพูดอย่างนี้ไม่ได้พูดหยาบโลน พูดถึงเรื่องความเห่อเหิมของเรามันลืมเนื้อลืมตัว จึงต้องกระตุกกันอย่างแรง ยกโคตรยกแซ่ใส่กันเลยไม่งั้นลบล้างกันไม่ได้ ความหมายว่าอย่างนั้นต่างหาก ไม่ใช่พูดหยาบโลน ให้พากันเข้าใจเอานะ ระหว่างกิเลสตัวหยาบโลนตัวมีน้ำหนักที่ทำลายเรามันมีกำลังมาก การยับยั้งกิเลสตัวฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมนี้ต้องยับยั้งกันอย่างหนัก แล้วก็แก้กันตก เราก็ปรับตัวของเราไปได้ดี

นี่ละการใช้การสอยขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำเอาไว้ เครื่องบ้านเครื่องเรือนที่หลับที่นอนหมอนมุ้งที่อยู่ที่กิน อย่าประดับประดาตกแต่งจนเกินเหตุเกินผล แล้วจะสิ้นเปลืองไปตลอดเวลา สร้างความวุ่นวายและความทุกข์ให้แก่เจ้าของ นี่ท่านว่าประหยัดมัธยัสถ์ อันนี้แลที่เป็นรากฐานที่จะอุ้มชาติไทยของเราขึ้นได้อย่างแท้จริง นี่เรียกว่าเราบำรุงต้นเหตุ คือต้องบำรุงจิตใจเข้าสู่ศีลสู่ธรรม ปรับเนื้อปรับตัวให้เข้าระดับอันดีงาม แล้วชาติไทยของเราต่างคนต่างฟื้นฟู ต่างคนต่างปรับเนื้อปรับตัว ต่างคนต่างประหยัดมัธยัสถ์ ผลรายได้ก็มากขึ้น ๆ ผลรายจ่ายก็น้อยลง ๆ ก็เป็นการหนุนชาติไทยของเราโดยตรง นี่ละการหนุนชาติไทยของเราจึงหนุนที่จิตใจ

ขยับไปจากนั้นแล้วก็ให้ต่างคนต่างมีศีลธรรมภายในตัว อย่ามีแต่ชื่อว่าชาวพุทธ ๆ เฉย ๆ ถามใครว่าถือศาสนาอะไร ถือศาสนาพุทธ แล้วเด็กอยู่ในท้องแม่มันยังไม่คลอดออกมายังไม่เกิด มันยังแย่งออกมาพูดแซงแม่มันอีกว่า นี่ถือศาสนาอะไร แม่กำลังอ้าปากจะพูดว่า ถือศาสนาพุทธ ลูกมันผุดขึ้นมาก่อนแล้วอยู่ในท้องแม่ บอกว่าถือศาสนาพุทธ หนูถือศาสนาพุทธ ครั้นเวลาออกมาแล้วมันก็เป็นผีกันทั้งแม่ทั้งลูก เพราะไม่มีศีลมีธรรมภายในตัวนั่นเอง จึงขอให้ประกาศตนด้วยความสัตย์ความจริง ถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ฝังใจ

เชื่อพระพุทธเจ้าแล้วเราจะไม่ค่อยทำบาปหาบกรรมมากมายดังที่เป็นอยู่เวลานี้ นี่เราถือแต่ปากเฉย ๆ จิตใจไม่ได้ใฝ่ฝันถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ใฝ่ฝันถึงอรรถถึงธรรม ยิ่งกว่าดิ้นรนกวัดแกว่งไปตามกิเลส ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา ตัวนี้รุนแรงมาก มันไม่ต้องประกาศตนแหละ มันมีคาถาอาคมหนัก มันไม่ต้องมาเสกคาถาเป่าพูด ๆ แต่ติดมันทั้งนั้น

แต่นี้พระพุทธเจ้าประกาศกังวานมาได้ ๒,๕๐๐ ปีแล้วทางศาสนธรรม ประกาศพี่น้องทั้งหลายได้ทราบตามหลักความจริง มันก็ยังไม่มีใครจะเคารพนับถือธรรมพระพุทธเจ้า จึงปล่อยเนื้อปล่อยตัว สุดท้ายก็หาราค่ำราคาไม่ได้ในบุคคลคนหนึ่ง ๆ จนกลายเป็นบ้านเป็นเมืองเป็นประเทศที่หาคุณค่าราคาไม่ได้ ถูกดูถูกเหยียดหยามจากชาวเมืองนอกเขา อย่างนี้เราน่าอายไหม

เราเป็นลูกชาวพุทธ พระพุทธเจ้ารอบคอบขอบชิดทุกด้านทุกทาง การเป็นอยู่ปูวายไม่มีใครรอบคอบยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า การใช้การสอยทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีใครรอบคอบเกินพระพุทธเจ้า จึงได้นำธรรมที่พอเหมาะพอดีแก่ชาวพุทธเราให้ปฏิบัติกันต่อไป นี่เรียกว่าการเชิดชูรักษาชาติบ้านเมืองด้วยความประพฤติ

หลักใจเป็นสำคัญมากนะพี่น้องทั้งหลาย คือใจนี้ไม่ตาย ฟังให้ดีฟังให้ถึงใจ วันนี้มาเปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายทราบด้วยความถึงใจเรา ที่เราได้ปฏิบัติและได้รู้ได้เห็นมา เปิดเผยความสัตย์ความจริงให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า บาปมี บุญมี นรกมี สวรรค์มี พรหมโลกมี นิพพานมี เปรตผีสัตว์ประเภทต่าง ๆ มีทั่วแดนโลกธาตุ ไม่มีสัตว์รายใดที่จะมากยิ่งกว่าสัตวโลกที่กล่าวถึงนี้ มนุษย์เราเพียงเท่ากำมือเท่านั้น สัตวโลกนอกนี้มากกว่านั้น นี่มีทั้งนั้น พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วรู้แจ้งแทงตลอดในสิ่งเหล่านี้ แล้วนำสิ่งเหล่านี้มาประกาศสอนพวกเรา

ตามปกติแล้วกิเลสจะปิดไว้หมด บาปมี บุญมี นรกมี สวรรค์มี ดังที่พระพุทธเจ้าทรงรู้ทรงเห็นแล้วมาสอนพวกเรา กิเลสมันปิดไว้หมด จึงเรียกว่าข้าศึกของธรรม ข้าศึกของสัตวโลก ข้าศึกของชาวพุทธเรา ได้แก่กิเลสปิดบังบาปบุญนรกสวรรค์พรหมโลกไม่มี คือมันปิดไว้หมดไม่ให้เห็น แล้วธรรมพระพุทธเจ้ามาเปิดขึ้นมาว่า บาปมี บุญมี เหมือนกับเราเอาผ้าปิดสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ สิ่งต่าง ๆ แม้จะมีก็มองไม่เห็นเพราะถูกผ้าปิดไว้ อันนี้กิเลสประหนึ่งว่าเป็นผ้าที่หนาแน่นมากที่สุด มันปิดหูปิดตาสัตวโลกเอาไว้ไม่ให้มองเห็นเลย

เราที่เชื่อมันเพราะเราไม่เห็น มันปิดไว้จะเห็นได้ยังไง เราก็บอกว่าไม่มี ๆ สิ่งที่มีคืออะไร มีตั้งแต่ความอยากความทะเยอทะยานดีดดิ้น นี้คือทางเดินโล่งเพื่อไปตกนรกที่ว่าไม่มี ๆ นั้นแลซึ่งกิเลสลวงเอาไว้ ทีนี้ธรรมพระพุทธเจ้ามาเปิดสด ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมา เปิดขึ้นมาว่าบาปมี บุญมี นี้เห็นไหม ๆ เปิดจ้าขึ้นมาจากพระทัยแล้วนำมาสั่งสอนโลก เป็นสด ๆ ร้อน ๆ เหมือนกัน ธรรมสด ๆ ร้อน ๆ บาปมีบุญมีตลอดสด ๆ ร้อน ๆ กิเลสมันก็หลอกสด ๆ ร้อน ๆ ว่าบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มี ๆ คู่แข่งมันเป็นมาอย่างนี้

เราเป็นลูกชาวพุทธขอให้ถือกิเลสเป็นข้าศึกกับเราสักนิดหนึ่งก็ยังดี อย่าถือกิเลสเป็นคุณงามความดีไปหมด เป็นทองทั้งแท่ง เห็นศาสนาเป็นขี้หมูราขี้หมาแห้งไป เราจะกลายเป็นขี้หมูขี้หมาหมดสาระในความเป็นอยู่แห่งชีวิตของเรา ตายแล้วจะจมลงนรกนะ กิเลสมันหลอกเพื่อลงนรก มันไม่ได้ตกนรกนะ ผู้รับเคราะห์รับกรรมเพราะความเชื่อมันคือพวกเราเอง ขอให้เชื่อตามธรรมพระพุทธเจ้าที่ประกาศป้าง ๆ มาแล้ว เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกสิ่งทุกอย่างแล้วไม่มีเคลื่อนคลาดแม้เม็ดหินเม็ดทรายเลย ขอให้เชื่อตามนี้

หลวงตาเองก็ได้เปิดให้พี่น้องทั้งหลายทราบ สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นตั้งแต่ก่อนมา ก็คือกิเลสมันปิดตาเรานั่นแล มันไม่ให้เห็น ตกนรกหมกไหม้มากี่กัปกี่กัลป์ ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ตัวใด เปรตผีตัวใด นรกตกไม่รู้กี่ครั้งกี่หน สวรรค์ชั้นพรหมไปไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เป็นเปรตเป็นผีประเภทต่าง ๆ ตกมาอยู่ตลอดเป็นกัปเป็นกัลป์ ก็เพราะความลุ่มหลงจากกิเลส กิเลสมันปิดบังเอาไว้ ๆ หลอกลวงไว้ เราก็หลงมันไปจมไปตามมันเรื่อย ๆ

จนกระทั่งธรรมได้เปิดขึ้นที่หัวใจดังที่กล่าวมาแล้วนี้เอง เปิดจ้าขึ้นมาแล้ว โถ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ๆ อย่างนี้เหรอ ไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้า เพราะเป็นของอันเดียวกัน รู้อย่างเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน บาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพานมีอย่างนี้หรือ และมีมาดั้งเดิมตั้งแต่กาลไหน ๆ เวลาเปิดผ้ากั้นผ้าปิดบังของกิเลสออกแล้วก็จ้าขึ้นในขณะนั้น แล้วจะไม่ให้พูดยังไง ก็เมื่อเห็นอยู่ว่ามีอยู่อย่างนี้ จะบอกว่าไม่มีไปตามกิเลสได้ยังไง ก็เห็นกิเลสว่าเป็นข้าศึกอย่างชัดเจนนั่นเอง นี่ละที่ได้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบ

เราสอนโลกเวลานี้ต้องขออภัย เราไม่ได้สอนโลกด้วยหลวงตาบัว ป.๓ นะ เราเรียนจบ ป.๓ เพราะอะไรจบ ป.๓ คือแต่ก่อนไม่มี ป.๔ เขามีแค่ ป.๓ เราจบ ป.๓ แล้วออกปฏิบัติตามธรรมที่เรียนมาจนได้ผลเต็มหัวใจแล้ว เราไม่ได้นำธรรมมาสอนโลกสด ๆ ร้อน ๆ นี้จากนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก มหาเปรียญ ที่เป็นภาคความจำนะ แต่เรานำธรรมสด ๆ ร้อน ๆ จากภาคปฏิบัติของเราจนกระทั่งเป็นที่พอใจของเรา ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้หาที่ค้านไม่ได้เลย นี้เราจึงนำธรรมสด ๆ ร้อน ๆ มาสั่งสอนพี่น้องชาวไทยเราด้วยความอาจหาญชาญชัย

เราไม่เคยสะทกสะท้านว่าธรรมที่เราสอนไปนี้จะผิดเพี้ยนไปจากที่องค์ศาสดาสอน เพราะเป็นของอย่างเดียวกัน รู้อย่างเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน การสอนต้องสอนแบบเดียวกัน ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นเป็นกรรมของสัตว์ เอา ถ้าเราอยากจะจมก็ให้เชื่อไปตามกิเลสที่มันเคยหลอกลวงพาเราล่มจมมามากต่อมากแล้ว ถ้าไม่เข็ดหลาบก็ เอ้า ให้เชื่อกิเลสไป ถ้าเชื่อธรรมพระพุทธเจ้าแล้ว ให้ฟิตตัวขึ้น

บาป บุญ นรก สวรรค์ มีไว้เพื่อสัตวโลกมาตั้งกัปตั้งกัลป์สูญไปไหน ทำไมจะมาสูญแต่เราคนเดียวบาปบุญนรกสวรรค์นี้ โลกทั้งโลกสัตว์ไปตกนรกกัน อะไรจะมากยิ่งกว่าสัตว์ในนรก ไปสวรรค์ พรหมโลกและนิพพาน ไม่มีอะไรมากยิ่งกว่าผู้ไปสถานที่เหล่านั้น เหตุใดเราจึงมาลบว่าบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มีแต่เราคนเดียว ถ้าไม่หนาเสียจนเกินเหตุเกินผลเหลือแต่ซากมนุษย์ติดตัวและลมหายใจฝอด ๆ เท่านั้น ตายแล้วก็จมเลย ๆ เท่านั้น เราจะเอาอะไรให้เลือกเอาตั้งแต่บัดนี้ต่อไป

ศาสนาพุทธของเราเป็นศาสนาชั้นเอก ใครเกิดมาไม่ได้พบพุทธศาสนา หรือไม่ได้เชื่อฟังแล้ว นั้นคือโมฆบุรุษ ยังเหลือแต่ลมหายใจฝอด ๆ ตายแล้วก็จมไปตามกิเลสเท่านั้น ให้เราเลือกเอาเสียตั้งแต่เวลานี้ซึ่งยังไม่สายเกินไป พี่น้องทั้งหลายให้เลือกเอา นี่เราสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ธรรมประเภทนี้เราถอดออกมาจากภาคปฏิบัติของเรา ได้รู้ได้เห็นเต็มหัวใจเจ้าของแล้วจึงมาสอน จึงไม่เคยสะทกสะท้านกับธรรมขั้นใดว่าจะผิดไป บาปบุญนรกสวรรค์มีไม่สงสัย เป็นความแน่นอน ตลอดพรหมโลก นิพพาน เปรต สัตว์ต่าง ๆ ประจักษ์ในหัวใจจ้าอยู่ทั้งวันทั้งคืนยืนเดินนั่งนอน แล้วจะปิดบังได้ยังไงว่าไม่เห็น ๆ ก็มันเห็นอยู่นั้นรู้อยู่นั้น พูดออกมาจากหลักความจริงนี้ผิดไปที่ตรงไหน

แต่กิเลสมันจอมโกหกต้มตุ๋นโลกให้ล่มจมมานาน โลกยังไม่เคยเห็นโทษของมัน เพราะฉะนั้นมันจึงจะต้มตุ๋นโลกอีกต่อไป เอา ใครอยากจะเก่งกับกิเลสก็เก่งไป ถ้าเก่งกับกิเลสต้องเก่งเป็นสัตว์นรก ถ้าเรายังไม่เก่งในความกล้าหาญต่อเป็นสัตว์นรกแล้วอย่าไปเก่งกับกิเลส มันจะพาลงนั้นแน่ ๆ ถ้าเราเก่งตามธรรมแล้วขึ้นได้ด้วยกันทุกคน จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำเอาไว้

เรื่องศีลธรรมอย่าปล่อยอย่าวาง สรณะของใจเป็นสำคัญมาก เวลานี้เรากำลังฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมดีดดิ้นไปตามวัตถุต่าง ๆ ถือเป็นอารมณ์ ถือเป็นจิตเป็นใจ ถือเป็นเนื้อเป็นหนังจริง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เพียงเป็นลม ๆ แล้ง ๆ กิเลสหลอกเราเท่านั้น มีตึกรามบ้านช่องใหญ่โตหรูหราก็ว่าตัวมี มาเห็นกันเจอกันก็เอาตึกมาอวดกัน มีเงินมีทองเอาเงินทองมาอวดกัน สมบัติอะไรต่ออะไรเอามาอวดกัน เขามีอย่างนั้นเขามีอย่างนี้ อันนั้นมันเป็นวัตถุแร่ธาตุอันหนึ่งต่างหาก หัวใจเรามันร้อนเหมือนฟืนเหมือนไฟ ไม่มีที่พึ่งไม่มีสมบัติเป็นเครื่องประดับตนเลย ทำไมไม่คิดกันบ้าง ให้คิดนะ

ทานให้มี อย่าปล่อยเฉย ๆ เราเป็นมนุษย์ ได้กินต้องได้ให้ทาน ให้รักษาศีล ให้ภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ ภายในใจ นี้คือสารคุณอันประเสริฐเลิศเลอ ให้ยึดเข้ามาภายในจิตใจ ไปไหนอย่าปล่อยอย่าวาง พุทโธ ธัมโม สังโฆ ทาน ศีล ภาวนา นี้คือสาระของใจ ที่พึ่งของใจ ที่เกาะของใจ ที่เป็นที่พึ่งเป็นพึ่งตายของใจโดยแท้ คืออันนี้ วัตถุเงินทองข้าวของภายนอกนั้น เราอาศัยเขาเวลาเรามีชีวิตอยู่เท่านั้นแหละ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้วสิ่งเหล่านั้นก็พัง พอร่างกายเราพังเขาก็พัง บางทีเรายังไม่ตายเขาพังก่อนแล้วก็มี มันมีแต่สิ่งที่จะพัง ยึดไม่ได้นะ

เราอย่าไปตื่นลม ๆ แล้ง ๆ ตามกิเลสหลอกคน ไปดีกับคนนั้น ดีกับสิ่งนั้น ดีกับสิ่งนี้ ดีกับเงินกับทองกับข้าวกับของ ตัวของเราเลวเป็นฟืนเป็นไฟเผาหัวใจไม่เห็นดูบ้าง ต้องสร้างความดีขึ้นมาลบล้างความร้อนเป็นฟืนเป็นไฟภายในใจของเรา จึงเรียกว่าเราดี ให้ดีที่ใจของเรา สิ่งเหล่านั้นเกิดมาอาศัยเขา ได้มากน้อยเพียงไรเราก็อาศัยไปตามวิบากขันธ์ของเราที่จะพอพึ่งกันไปได้เท่านั้น เวลาตายแล้วบุญกับบาปติดแนบกับเรานะ อันนี้ไม่ไปไหนติดแนบกับเรา ตึกรามบ้านช่องสมบัติเงินทองชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณที่ร่ำลือเป็นบ้ากันนั้นมีแต่ลมปาก เป็นที่พึ่งไม่ได้ ที่พึ่งได้จริง ๆ คือบุญ ให้พากันหนักแน่นในตรงนี้

ศาสนาพระพุทธเจ้าเลิศเลอสอนลงจุดนี้ เพราะเวลานี้สัตวโลกเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธเรา ไม่ค่อยเสาะแสวงหาที่พึ่งทางใจเลย และไม่มีที่พึ่งทางใจ ตายแล้วจะจมด้วยกันทั้งนั้นทั้ง ๆ ที่เป็นชาวพุทธ ก็มีแต่ลมปาก ตกนรกทั้ง ๆ ที่เป็นชาวพุทธ แหม มันขายหน้านะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้จดจำเอาไว้

วันนี้ได้เทศนาว่าการให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วถึงกัน ในการปฏิบัติตัวเองต่อศีลต่อธรรม เริ่มต้นมาตั้งแต่การฟื้นฟูชาติบ้านเมืองของเรา ด้วยความประหยัดมัธยัสถ์ แล้วก็ย่นเข้ามาถึงสรณะของใจ ให้สร้างสรณะที่ใจ วันหนึ่งคืนหนึ่งเวลาจะหลับจะนอน อย่าปล่อยเวลาให้หลับไปเปล่า ๆ ตามอารมณ์ที่กิเลสหลอกลวงไปจนกระทั่งหลับ ให้มีพุทโธ หรือธัมโม หรือสังโฆ เป็นบทบริกรรมอยู่ที่ใจของเรา เวลานั้นอย่าคิดเรื่องอะไร นอนเอาให้หลับกับพุทโธ ๆ จนกระทั่งหลับไปเลย นี่เรียกว่าสร้างที่พึ่งทางใจ สร้างที่พึ่งทางใจตลอดไป ตายแล้วจะชุ่มเย็น

เมื่อมีธรรมในใจแล้วเย็น เงินทองข้าวของมีไม่มีไม่สำคัญสิ่งเหล่านั้น ขอให้มีบุญมีกุศลมีธรรมภายในใจแล้วอิ่มพอภายในตัวเอง ตายแล้วไม่ต้องนิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา ยายคนนี้ตายแล้วไปไหนนา ก็ได้ เพราะเรามีบุญมีกุศลเต็มหัวใจเราแล้ว จำเป็นอะไรไปหานิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา ดีไม่ดีพระเช่นอย่างหลวงตาบัวนี้ก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร นิมนต์หลวงตาบัวไป กุสลา ธมฺมา ก็จะไปถามว่า กุสลา ธมฺมา ยายนี้ตายแล้วไปไหนนา ก็จะว่าอย่างนั้น ไม่เห็นได้เรื่องได้ราว

ให้มันแน่ในตัวเองซิ กุสลาไม่กุสลาเป็นไร เป็นความแน่ในตัวเองแล้วตายแล้วดีดผึงเลย สวรรค์นิพพานมีไว้เพื่อคนมีบุญนั่นเอง นรก เปรต อสุรกาย มีไว้เพื่อคนบาป ใครสร้างบาปกุสลาไม่กุสลาไม่สำคัญ จะต้องได้รับบาป ใครสร้างบุญแล้วกุสลาไม่กุสลาไม่สำคัญ บุญเป็นของผู้นั้น พาไปสู่สถานที่ดีคติที่เหมาะสมโดยทั่วกัน

วันนี้ได้เทศนาว่าการให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน เริ่มต้นตั้งแต่หลวงตาได้ออกปฏิบัติกำจัดกิเลสเรื่อยมา จนเป็นที่พอใจไม่สะทกสะท้าน ในสามแดนโลกธาตุนี้หลวงตาไม่เคยหวั่นกับสิ่งใด ไม่ยึดอะไรเป็นที่พึ่งที่เกาะ เป็นแดนสมมุติทั้งนั้น หัวใจที่เราอยู่นี้เวลานี้คือแดนวิมุตติหลุดพ้นแล้วโดยประการทั้งปวง เราจึงมาช่วยโลกด้วยความเมตตาสงสารทุกด้านทุกทาง เราไม่ได้มาช่วยโลกด้วยความเดือดร้อนวุ่นวายในหัวใจของเรา เราสั่งสอนโลกแนะนำสั่งสอนโลกช่วยโลกด้วยความอิ่มพอ เต็มตื้นภายในบรมสุขที่หัวใจของเราถ่ายเดียวเท่านั้น จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ยึดหลักธรรมที่สั่งสอนในวันนี้ไปประพฤติปฏิบัติกัน ให้เป็นสารคุณขึ้นภายในจิตใจ ไม่อย่างนั้นจะล้มเหลวไปนะ

สรณะของใจไม่มี อะไรไม่มีความหมายนะ ตึกรามบ้านช่องกี่ห้องกี่หับ มันสำเร็จไปจากอิฐจากปูนจากหินจากทรายแร่ธาตุต่าง ๆ มันก็เป็นอิฐเป็นปูนเป็นหินเป็นทราย สร้างไปกี่ร้อยชั้นมันก็เป็นอิฐปูนหินทรายอยู่นั้น ไม่ใช่ที่พึ่งอันแน่นอนเหมือนธรรมภายในใจของเราที่สร้างขึ้นมา ให้พยายามสร้างนี้ขึ้นมาแล้วจะเป็นที่แน่ใจ

วันนี้การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ยึดหลักธรรมที่แสดงไว้ โดยนำตัวของเราเองเป็นผู้มาประกาศ เป็นผู้ยืนยันในธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้แล้ว และนำออกมาอย่างสด ๆ ร้อน ๆ จากภาคปฏิบัติของเรา ที่รู้เห็นแล้วอย่างไรนำมาสั่งสอนพี่น้องชาวไทย เราแน่ใจว่าไม่มีผิดมีเพี้ยนไปไหน เป็นที่มั่นใจในคำสอนที่สอนไปนี้ทุกขั้นทุกภูมิแห่งธรรม จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ยึดไปเป็นหลักปฏิบัติต่อตัวของเรา ความสุขความเจริญจะมีแก่พี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกัน

การแสดงธรรมวันนี้ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก