เพราะเป็นนายกฯ (ปฏิสันถารคณะนายกฯ ชวน หลีกภัย)
วันที่ 8 สิงหาคม 2541 เวลา 9:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ธรรมปฏิสันถารคณะนายกฯ ชวน ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑
เพราะเป็นนายกฯ

หลวงตา    เทศน์เหล่านี้ต้องออกกระจายทั่วประเทศไทย อย่างพูดอยู่เวลานี้ เฉพาะอย่างยิ่งพูดกับนายกฯ ด้วยแล้ว หูจ่อหมดเลย หูประเทศไทยนี้จ่อหมดเลยเทียว ถ้าพูดกับคนอื่นค่อยยังชั่วนะไม่ค่อยจ่อนัก ถ้าพูดกับนายกฯ นี้จ่อหมดเลยประเทศไทยเรา
นายกฯชวน   หลวงพ่อก็สุขภาพดีอยู่นะครับ
หลวงตา      สุขภาพก็พอถูไถ อายุ ๘๕ ปีจะเต็มวันที่ ๑๒ นี้แล้วนะ ๑๒ สิงหานี้ ยังอีกสองสามวันเท่านั้นแหละ วันนี้วันที่ ๘ อีก ๔ วันก็เต็ม ๘๕ ปีแล้ว กำลังร่างกายนี้อ่อน แต่ว่าจิตใจนั้นเข้มแข็งอยู่ เพื่อชาติบ้านเมืองของเราด้วยความเมตตาล้วน ๆ เพราะฉะนั้นเราถึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า นี้เป็นเรื่องของธรรมพระพุทธเจ้าล้วน ๆ ที่ออกมาโปรดสัตวโลกนี้นะ ไม่มีข้าศึกศัตรู ไม่มีคณะนั้นคณะนี้ ไม่มีก๊กนั้นก๊กนี้ คือเรื่องของธรรมล้วน ๆ ครอบพุทธบริษัทของเราซึ่งเป็นชาวพุทธในเมืองไทยทั้งนั้น เป็นธรรมล้วน ๆ ไม่มีอะไรเข้ามาเคลือบแฝงเลย ด้วยความเมตตาล้วน ๆ ที่ปฏิบัติต่อโลกเวลานี้นะ

หลวงตานี้ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาเลย ปีนี้ได้เปิดอกแล้ว แต่ก่อนได้ปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่บวชมาจนกระทั่งถึงป่านนี้ได้ ๖๕ พรรษาแล้ว และออกปฏิบัติฟัดกับกิเลสเป็นเวลา ๙ ปีเต็ม ๆ ขึ้นเวทีกับกิเลสนี้เราพูดสรุปนะ ขึ้นเวทีฟัดกับกิเลส จะฆ่ากิเลสให้ขาดสะบั้นลงจากหัวใจนี้เป็นเวลา ๙ ปีเต็ม ไม่มีกรรมการ ไม่มีการให้น้ำ ถ้าเป็นนักมวยก็ฟัดกันเลย เอา กิเลสไม่ดีให้กิเลสพัง เราไม่ดีให้เราพัง มีสองอย่าง จะเป็นคู่แข่งกันต่อไปอีกไม่ได้แล้วในหัวใจดวงนี้กับกิเลสซึ่งครองกันมานาน เอาความทุกข์บีบคั้นหัวใจของเรามานาน คราวนี้จะฟัดให้แหลก พอได้อุบายจากหลวงปู่มั่นแล้วก็ใส่กันใหญ่จริง ๆ นะไม่เอาเล่น ๆ นะ จนกระทั่งเขาตีเกราะประชุม แตกบ้านแตกเมืองไปดูเรา เขาเห็นเราอยู่ในป่าในเขาอดข้าวอดน้ำ ภาวนาไม่ถอย

ซัดกันกับกิเลส จนกระทั่งเขาแตกบ้านไปดูเรา เขาบอกว่าเราตายแล้ว คือไม่ทราบว่ากี่วันถึงจะออกมาบิณฑบาตฉันเสียวันหนึ่ง ๆ นอกนั้นฟัดกับกิเลสตลอดเวลา ๆ ครั้นนานเข้า ๆ หลายเดือนเข้าก็แปลกหูแปลกตาเขา นึกว่าเราตายแล้ว เขาตีเกราะประชุมลูกบ้านเขาไปดูเรา เอ๊ะ พระองค์นี้มายังไง เราตั้งแต่ตั้งบ้านมา ไม่เคยเห็นพระแบบนี้ พระแบบไหน คือพระแบบไม่กินแต่สู้ไม่ถอย ฟัดกับกิเลสนี้ฟัดกันตลอด เราไม่ให้มีกรรมการแยก ไม่ให้มีการให้น้ำ ใครเก่งให้อยู่บนเวที ใครไม่เก่งให้ตกเวที ซัดกันสรุปรวมลงแล้วตั้งแต่อยู่บนเวทีนั้น ๙ ปีเต็ม ๆ

พอฟัดกิเลสตกเวทีลงไปแล้ว เผาศพกิเลสเรียบร้อยแล้ว ลงมาด้วยความสง่างาม ด้วยความองอาจกล้าหาญชาญชัย ไม่มีการสะทกสะท้านกับโลกใดในสามแดนโลกธาตุนี้ แล้วก็มาทำประโยชน์ให้โลกเรื่อยมา ทำอยู่ใต้ดิน แต่ก่อนทำอยู่ใต้ดิน มีเท่าไรสละหมดไม่มีอะไรเหลือเลย มีมากมีน้อยตั้งแต่สร้างวัดไม่เคยเก็บ สตางค์หนึ่งไม่เคยเก็บ ไม่ว่าวัตถุไทยทานอะไรมีมากมีน้อยเสียสละทั้งนั้น เอาจนกระทั่งไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวตลอดมา แล้วก็มาเห็นสภาพบ้านเมืองของเราเป็นอย่างนี้ เราก็ทนต่อความเมตตาสงสารไม่ไหว ทำยังไง ก็ศาสนานี้ถ้าช่วยโลกไม่ได้ใครจะช่วยได้ มันก็ลงมาจุดนี้ละนะ

ต้องเอาธรรมช่วยโลก โลกช่วยโลกมันหมุนติ้วเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันตลอดเวลา หาความสุขความเจริญไม่ได้ ถ้ามอบให้กิเลสกับกิเลสฟัดกันแล้วก็ยิ่งเจริญรุ่งเรือง เหมือนกับไสฟืนเข้าสู่ไฟ เอาธรรมเข้าเป็นน้ำดับไฟ จึงต้องเอาธรรมเข้ามา นี่ละได้ช่วยโลกช่วยสงสารด้วยความเมตตาล้วน ๆ ด้วยความสงสาร ด้วยความเมตตา ด้วยความเป็นธรรมล้วน ๆ ต่อโลกต่อสงสารเรื่อยมา จึงได้ออกมาช่วยโลก นี้เราพูดถึงเรื่องว่า การที่เราช่วยเราตั้งแต่วันเกิด คือตั้งแต่วันบวชมา ช่วยตัวเองมาเป็นสองครั้งนี้ คือสละชีวิตนี้มีสองครั้ง ครั้งแรกสละชีวิตเพื่อฆ่ากิเลสโดยถ่ายเดียว เอาจนกระทั่งกิเลสม้วนเสื่อลงไปแล้วไม่มีอะไรเหลือภายในจิตใจ เผามันมาได้ ๔๙ ปีนี้แล้ว เผาศพกิเลสตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ บนวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร แรม ๑๔ ค่ำ เดือนหก จำได้ขนาดนั้น เวลากิเลสพังจากหัวใจนี้ฟ้าดินถล่มเลย

เอาพูดให้ตรง ธรรมพระพุทธเจ้าพูดไม่ได้ไม่มีในโลกนี้ จะปล่อยให้แต่กิเลสมาเหยียบย่ำทำลายสัตวโลกนี้แหลกเหลวหมด ธรรมต้องเป็นน้ำดับไฟกระจายออกมา นี้เป็นธรรมความจริง ต้องพูดได้เหมือนกับกิเลสออกเพ่นพ่านได้ ธรรมออกปราบกิเลสไม่ได้ เรียกว่าโลกนี้หมดศาสนาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงพูดเปิดอกอย่างเต็มที่เลย พังกิเลสลงจากหัวใจแล้วออกมาด้วยความสง่างาม ไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัว เรื่องของกองทุกข์ไม่มีในหัวใจตั้งแต่วันที่กิเลสพังลง จึงแสดงให้เห็นว่ากิเลสเท่านั้นสร้างกองทุกข์ให้สัตวโลก ไม่มีอะไรสร้างความทุกข์ให้สัตวโลกมีกิเลสอย่างเดียว กิเลสพังลงจากหัวใจแล้วครองบรมสุข ไม่มีอะไรเข้ามาแทรกเลย คือกิเลสเท่านั้นเป็นข้าศึก นี่ได้เห็นชัดเจนอย่างนี้

พระพุทธเจ้านำธรรมอันนี้ละมาสอนโลกเวลานี้ สอนมาได้ ๒,๕๐๐ ปีนี้แล้ว คือเอาธรรมของจริงนี้มาสอนโลก แต่กิเลสเป็นของปลอมไม่ยอมรับธรรม พอพูดถึงเรื่องธรรมขึ้นมาหัวเราะเยาะเย้ยกันนะ เวลานี้เป็นอย่างนั้นนะ ธรรมออกไม่ได้ มีแต่กิเลสออกเพ่นพ่านเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะฉะนั้นโลกถึงได้เดือดร้อนวุ่นวายเพราะอำนาจของกิเลส แต่ไม่ยอมเห็นโทษของกิเลสนั่นซีมันสำคัญ ธรรมปราบมันให้มีความสงบสุขร่มเย็น เพราะฉะนั้นจึงสอนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย อันดับหนึ่งให้มีการประหยัด ชาติไทยของเราจะฟื้นฟูขึ้นโดยลำดับ

วันหนึ่ง ๆ ครอบครัวหนึ่งนี้ คน ๖๑ ล้านประหยัดวันละหนึ่งบาท ๆ ได้เงิน ๖๑ ล้านบาท วันสองได้ ๖๑ ล้านบาท การอยู่ให้ประหยัด อย่าฟุ่มฟู่ฟุ่มเฟือยสร้างบ้านสร้างเรือนกี่ตึกกี่ชั้นจนจะแข่งชั้นดาวดึงส์ หอปราสาทราชมณเฑียร เราโกยความทุกข์ของเรานี้ไปแข่งพระเทวทัตในนรก เรื่องการก่อนสร้างหรูหราฟู่ฟ่าที่จะให้กิเลสเผาหัวคนนั้นสูงจรดฟ้า ชั้นดาวดึงส์สู้ไม่ได้ แต่กองทุกข์นี้เทวทัตสู้ไม่ได้นะ กองทุกข์ เทวทัตว่าทุกข์ที่สุดมากที่สุด ยังสู้คนที่ฟุ่มฟู่ฟุ่มเฟือย หรือว่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมลืมเนื้อลืมตัว โลภไม่มีวันอิ่มพอนี้ไม่ได้ พวกนี้พวกเอาไฟเผาตัวเองและเอาไฟเผาโลกให้ล่มจม เพราะฉะนั้นจึงสอนตรงนี้ให้ประหยัด

การอยู่ให้ประหยัด อย่าฟุ่มฟู่ฟุ่มเฟือย อยู่กระต๊อบก็ได้ขอให้มีความสุขความสบายด้วยความสงบร่มเย็นแก่ชาติบ้านเมืองของเราพอ เรื่องความหรูหราฟู่ฟ่ามันสร้างกองทุกข์ให้ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย นี่การอยู่ การกินก็ให้รู้จักประมาณในการอยู่การกิน ครอบครัวหนึ่ง ๆ ใช้จ่ายสักประมาณเท่าไร ๆ อย่าฟุ่มฟู่ฟุ่มเฟือย โต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่งเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ เลี้ยงกันหาบ้าอะไร เราอยากว่าอย่างนั้นนะ หรือเราว่าแล้วก็ไม่รู้ มันเป็นอย่างนั้นนะ กินเลี้ยงกันโต๊ะหนึ่งตั้งหมื่น ๆ แสน ๆ มันเลี้ยงหาพ่อหาแม่มันอะไร เราอยากว่าอย่างนั้นนะ อ้าวจริง ๆ มันเลยเถิดเลยแดนเลยเหตุเลยผล ถ้าทำพอประมาณแล้ว จะไปเลี้ยงอะไรถึงแสน ๆ ล้าน ๆ เลี้ยงกันนะ ถ้าไม่ใช่เลี้ยงด้วยความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ตื่นบ้าลมปากกันเท่านั้น เขายกยอว่าคนนี้ดีนะ ยิ่งเขายกยอว่านายกฯ ด้วยแล้วเป็นบ้านะ ระวังให้ดีนะ

เราอย่าตื่นนะ อย่าตื่นโลก เราเป็นผู้ปกครองโลกให้ร่มเย็นด้วยความมีอรรถมีธรรม ต้องเป็นผู้ใกล้ชิดติดพันกับอรรถกับธรรม แล้วนำอรรถนำธรรมนี้ไปเป็นแบบฉบับแก่ชาวโลกทั้งหลาย การอยู่การกินการใช้การสอยการประพฤติตัว ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้เป็นคติตัวอย่างแก่โลกเขา เพราะเราเป็นนายกฯ นายกฯ ต้องเป็นแบบฉบับของชาติบ้านเมือง นายกฯ เป็นแบบฉบับบ้านเมืองไม่ได้ใช้ไม่ได้ พระพุทธเจ้าเป็นแบบฉบับของศาสนา ทีนี้เราเป็นนายกฯ ปกครองบ้านเมือง เราต้องเป็นแบบฉบับทุกสิ่งทุกอย่าง การใช้การสอยการอยู่การกินทุกสิ่งทุกอย่าง ให้เป็นแบบฉบับของประเทศชาติบ้านเมืองเรา เขาจะได้เคารพนับถือ เขาจะได้ไม่เอือมระอาข้าราชการงานเมืองทั้งหลาย ซึ่งเวลานี้เขาเอือมระอานะ

เราพูดตรง ๆ เขาเอือมระอาข้าราชการ เขาว่าอย่างนั้น เขาพูดเต็มปาก เราเป็นคนกลางเข้าลิ้นชัก ๆ เข้ามาเท่าไรเก็บไว้ ๆ เหมือนไม่รู้ไม่ชี้ แต่เวลาจะเปิดออกพอจะให้เป็นประโยชน์แก่ชาติ และเป็นคติแก่ผู้มาฟังแล้วเปิดออกอย่างนี้ละ เข้าใจไหม เก็บมานานแล้วนะนี่ก็ดี พึ่งจะมาเปิดวันนี้ละ เปิดให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบนะ นี่เราพูดถึงเรื่องเราเผาศพกิเลสนะ นั้นเป็นสละชีวิตครั้งแรกนะ เอากิเลสม้วนเสื่อลงไปเรียบร้อยไม่มีอะไรเหลือแล้ว ทีนี้ก็หมุนเข้ามาช่วยชาติไทยของเรา นี้ก็เอาชีวิตเข้าแลกเหมือนกัน ถ้าชาติไทยของเราขึ้นไม่ได้ หลวงตาบัวต้องคอขาด ว่างั้นเลย คอขาดอะไร คอขาดคือพลีเพื่อชาติไทยของเรา

เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุก ๆ ท่านให้ต่างคนต่างพลีชีพเพื่อชาติของเรา ต่างคนต่างหนุน ต่างคนต่างอุ้มต่างชูขึ้นไป บ้านเมืองของเราจะเจริญด้วยการฟื้นฟู ด้วยการประหยัด การอยู่การกินการใช้การสอยทุกสิ่งทุกอย่าง ประหยัดเพื่อชาติของเรา ให้ชาติของเราได้หนุนขึ้นมาเรื่อย ๆ ชาติไทยของเราจะมีความแน่นหนามั่นคงขึ้นโดยลำดับ วันนี้พูดกันพอสมควร หอมปากหอมคอ เอาเท่านั้นละนะ ต้องขออภัยนะ เราพูดเป็นฐานกันเอง เรารักชาติด้วยกัน หัวใจของชาติด้วยกัน


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก