มองศาสนาบ้าง
วันที่ 27 กรกฎาคม. 2541
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑

มองศาสนาบ้าง

ไปที่ไหนนี่หรู ๆ หรา ๆ ฟู่ ๆ ฟ่า ๆ โก้เก๋สวยงามอวดกัน กิเลสอวดกัน ธรรมะท่านไม่อวดนะ ธรรมนะ ท่านอยู่ง่ายกินง่ายที่สุด พระพุทธเจ้าสอนง่ายที่สุด สอนไม่ให้คนกังวลหากิเลสมามัดคอเจ้าของ ได้อันนี้ไม่พอ ได้อันนั้นไม่พอ อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็อยากกิน อันนี้ก็อยากกิน อันนั้นก็อยากใช้ อันนี้ก็อยากใช้ ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่กิเลสมัดคอคนให้เกิดความดิ้นรนกระวนกระวาย ขนความทุกข์มาทับหัวทั้งนั้นแหละ โลกไม่มองน่ะซิ มองวิ่งตามกิเลสทั้งนั้นแหละ จึงดูไม่ได้นะ

เราเป็นชาวพุทธมองศาสนาบ้างซิ ท่านพาอยู่ยังไง พากินยังไง พาใช้พาสอยยังไง ดูบ้างซิ มีแต่กิเลสลากจมูก พวกจมูกวิ่นจมูกขาดทั้งนั้นแหละพวกชาวพุทธเราน่ะ พวกทะเยอทะยาน ได้เท่าไรก็ไม่พอ กิเลสมันสร้างความอยากขึ้นมาในอันดับแรก ความอยากนี่คือความหิวบีบบังคับที่หัวใจ มันหิวมันโหยเหมือนคนหิวข้าวหิวน้ำนี่ มันทุกข์ไหมคนหิวข้าวหิวน้ำ เป็นทุกข์ ความหิวเพราะกิเลสบีบหัวใจคนก็เป็นทุกข์อย่างนั้นเหมือนกัน ออกจากความหิวบีบบังคับแล้วก็ดิ้น เอ้า ใส่ความหวัง หวังอย่างนั้นหวังอย่างนี้ แล้วก็ดีดละที่นี่ จะทำอย่างนั้น จะเอาอย่างนี้ มีแต่กิเลสจูงจมูกคนทั้งนั้นแหละ ธรรมท่านไม่จูง

การอยู่การกินการเสาะแสวงหามาเพื่อเลี้ยงชีพนี้ ตั้งแต่สัตว์เขาก็หาทำไมมนุษย์จะหาไม่ได้ ท่านไม่ได้จัดว่าเป็นกิเลส เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ก่อกวนคน สิ่งที่ก่อกวนคนคือกิเลส ได้ไม่อยู่ในความพอดีที่จะเป็นความสุข มันทะเยอทะยานดิ้นรนกระวนกระวาย นี้คือเรื่องของกิเลสมัดหัวใจสัตว์ จูงจมูกสัตว์ทั้งนั้นแหละ ไปซิดูซิถ้าว่าหาเรื่องโกหก นี่เอาคัมภีร์มาพูดนะ ไม่ได้มาพูดป่า ๆ เถื่อน ๆ

ใครจะไปสอนคนให้สงบให้สบายยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าไม่มี สอนเพื่อเข้าสู่กองทุกข์ไม่มี มีแต่กิเลสมันสอนเพื่อเข้าสู่ความทุกข์ แต่มันบอกว่าสุขนะ อะไรก็ดีนะ ๆ ดีทั้งนั้นถ้าเป็นเรื่องของกิเลส จนจะเป็นจะตายจะสลบไสลเพราะกิเลสลากไปนี้ดีทั้งนั้นนะ ไม่ได้เห็นโทษของกิเลส ที่ไหนก็มีแต่กิเลสมัดคอคน เฉพาะวัดป่าบ้านตาดนี้เป็นพระหัวกุดหัวกุ้นทั้งนั้น กิเลสมัดเอา ดูซิวัตถุวัดป่าบ้านตาดเวลานี้ อันนั้นก็ขนมา อันนี้ก็ขนมา ปัดไว้เท่าไรมันซอกเข้ามาแซกเข้ามาอยู่งั้น ปัดออกไม่ให้ยุ่ง ให้หมุนเข้าไปหาศีลหาธรรมหาความสงบใจเจ้าของนั้นละ

ใจมันดีดมันดิ้น เอาสติจ่อเข้าไปหัวใจนั่นน่ะ เอาปัญญาใคร่ครวญดูมันยุ่งหาเรื่องอะไร ตั้งแต่วันเกิดมาจนกระทั่งป่านนี้ไม่เห็นมีความสุขแม้เม็ดหินเม็ดทรายมาอวดบ้างเลย แล้วมันยุ่งหาอะไรอีก ความยุ่งนี้มันสร้างความทุกข์ให้ยังไม่รู้อยู่เหรอ นั่นสติจ่อลงไปตรงนั้น ปัญญาคิดเข้าไปตรงนั้น จะเห็นจุดแห่งฟืนแห่งไฟที่มันระเบิดออกมาจากหัวใจได้โดยลำดับละคนเรา นี่มันไม่ดูนี่นะ มันร้อนไปหมดโลกธาตุนี่ ตรงไหนมีความสุขเอามาอวดหน่อยน่ะ เอามาอวดธรรมพระพุทธเจ้าสักหน่อยซิ

ดิ้นกันเป็นบ้ากัน ทางนั้นเจริญทางนี้เจริญ มันเจริญที่ไหนมีแต่ฟืนแต่ไฟเผากายเผาหัวใจคน ร่างกายก็ดีดก็ดิ้น ตื่นเช้าขึ้นมานี้ โอ๊ย เหมือนกังหัน หัวใจนี้ไม่ต้องติดเครื่อง มันติดเองของมันหมุนติ้ว ๆ จนกระทั่งหลับ ถ้าไม่มีหลับแล้วตายกันหมดมนุษย์เรา ยังมีความหลับพอพักเครื่องบ้าง จากนั้นก็หมุนติ้ว ๆ มีแต่กิเลสลากคอไปทั้งนั้นละ เราไม่อยากว่าอย่างอื่น มันไม่ถึงหัวใจของกิเลสตัวมันหยาบ ๆ มันลากคอคน

กิเลสพระพุทธเจ้าสอนมันไม่ยอมฟังนะ เดี๋ยวนี้ไม่ฟัง ดีไม่ดีเห็นศาสนาเป็นของครึของล้าสมัยไปแล้ว เห็นกิเลสทันสมัยเป็นจรวดดาวเทียม เพราะฉะนั้นจึงมีแต่มนุษย์จรวดดาวเทียม พระจรวดดาวเทียม เต็มโลกเต็มสงสารแล้ว ไม่ว่าท่านว่าเรามันพอ ๆ กัน เหมือนกันหมด

รู้ไหมว่าความหิวมันบีบบังคับหัวใจคนให้เกิดความทุกข์ความทรมาน ความหิวความอยากได้ ความทะเยอทะยาน ความดีดความดิ้น แล้วสร้างความหวังหลอกไปเรื่อย ๆ นะ หวังอย่างนั้นแล้วหวังอย่างนี้ มันสร้างความหวังจูงไป ทางนี้ก็ดันออกไปบืนไป สุดท้ายก็จม ติดหนี้ติดสินเขาพะรุงพะรัง

บ้านเรือนอยู่ธรรมดานี้ก็อยู่ไม่ได้ ต้องเอาตึกเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ชั้นมาอยู่ถึงอยู่ได้ ดูซิน่ะมนุษย์เรามันพิลึกกึกกือขนาดไหนเวลานี้ มันเป็นมนุษย์จรวดดาวเทียม เวลาทุกข์เผาหัวมันเร็วยิ่งกว่าจรวดดาวเทียมอีกยังไม่คิด มันดิ้นกันเป็นบ้าทั้งโลกยังไม่รู้อีกเหรอ พระพุทธเจ้าประกาศลั่นโลกมานี้นานสักเท่าไรแล้ว มันไม่เห็นฟัง ยังเอามาเป็นคู่แข่งพระพุทธเจ้าเสียอีก ชาวพุทธเรานี้แหละเป็นคู่แข่ง เป็นตัวข้าศึกศัตรูต่อศาสนาเวลานี้ จะเป็นใครไป

ย่นเข้ามาหาพระหาเณรของเรา หัวโล้น ๆ เล้น ๆ เต็มอยู่ในวัดป่าบ้านตาดนี่ดูเอา ไม่ต้องไปดูที่อื่นละ พวกนี้ละพวกทำลายศาสนา ศาสนาที่หัวใจของตัวเองนั่นน่ะ ความคิดความปรุงที่เป็นเพชฌฆาตสังหารอยู่ในหัวใจมันไม่ดู สติไม่ดู ปัญญาไม่คิด นี่เรียกว่าพระสังหารศาสนารู้ไหม จากนั้นก็ระบาดออกไปข้างนอกน่ะซิ มันสังหารเจ้าของแล้วมันก็กระจายออกไประบาดข้างนอก เลยเลอะกันไปหมดทั้งโลกทั้งสงสาร มีแต่คนแต่พระทำลายตัวเอง ทำลายศาสนา ทำลายส่วนรวมแหลกไปหมด

อันไหนที่จะเผาหัวมัน ขนมาเผา ๆ อันไหนที่จะกำจัดปัดเป่าฟืนไฟออกไปนี้มันไม่กำจัดนะ มันกว้านฟืนไฟเข้ามาเผา การที่จะพูดถึงอรรถถึงธรรม ระลึกถึงอรรถถึงธรรม ไม่มี ถ้าเป็นเรื่องของกิเลสแล้วหมุนติ้ววันยังค่ำคืนยังรุ่ง เอาตายเข้าว่าเลยเชียว พูดแล้วสลดสังเวชนะ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก