ช่วยชาติจนถึงความอิ่มพอ
วันที่ 27 มิถุนายน 2541
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

พระราชญาณวิสุทธิโสภณ (พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน)

เทศน์อบรมฆราวาส วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๑

ช่วยชาติจนถึงความอิ่มพอ

สมบัติเงินทองข้าวของอะไรนะคือหัวใจโลกทั้งนั้นแหละ หัวใจโลกที่ไหนชุ่มเย็นที่ไหนชุ่มเย็น เมืองไทยเราเป็นที่หนึ่งเป็นเมืองพุทธศาสนา มีระลึกพุทโธ ธัมโม สังโฆ อยู่แทบทุกครัวเรือน นี่แหละบ่อแห่งความสงบ ร่มเย็น เป็นน้ำดับไฟ คือ พุทธศาสนา อยู่ในหัวใจของชาวไทยเราทุกครอบครัว เราอยากจะว่าทุกครอบครัว เรียกว่า ชาวพุทธ มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ยังไงทุกครัวเรือนก็ยังนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดเวลา อันนี้แลเป็นน้ำดับไฟอยู่ในตัวเรา ครอบครัวของเรา ประเทศชาติของเรา จึงเรียกว่าเมืองไทยเป็นเมืองเกาะ เรียกว่าเกาะแห่งความสงบสุขร่มเย็น อยู่ใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา ให้พากันกรุณาจำเอาไว้ทุกคน

แล้วเราเป็นคนรักชาติ เราทุกคนเป็นชาติไทยอยู่ในป่าในเขา อยู่ในถ้ำในผา เงื้อมผา อยู่ในบ้านในเมืองที่ไหนก็คือชาติไทยทั้งชาติ ทั้งชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ความรักชาติเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกันความจำเป็นที่จะช่วยชาติบ้านเมืองนี่ก็ร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต่างคนต่างเสียสละร้อยเปอร์เซ็นต์ มี ๕ บาทสละกันไปถึง ๑๐ บาทเลยถ้าหามาได้เพิ่มอีก มาวันนี้เริ่มแค่นี้เสียก่อน เอาให้ตั้งต้นดอลลาร์ขึ้นดกหนาให้มีกิ่งก้านใบขึ้นดกหนาชุ่มเย็นดี กว่าจะถึงเวลานี้คงได้หลายต้น ผู้นำก็อยู่กับหลวงตาบัว สุดท้ายโฆษกก็เลยเป็นหลวงตาบัวองค์เดียวกัน นั่นมาเรื่อย ๆ ต้นดอลลาร์เห็นไหมนั่น ครู่เดียวมา ๒ ต้นแล้ว ตั้งไว้ตั้งงาม ๆ ประดับชาติไทยของเรา อันนี้แหละเครื่องประดับชาติไทยของเรา แก่นของชาติไทยของเรา คือทองคำดอลลาร์เงินสดนี่หละ จะกระจายไปหมดทั่วประเทศไทย

เงินสดนี้จะออกเร็วกว่า ดอลลาร์และทองคำ เพราะเงินสดพอได้พอสมควรแล้วจะกระจายไปตามหน่วยต่างๆ ที่มีความจำเป็นและเห็นว่าปลอดภัย เมื่อมอบให้แล้วจะปลอดภัย จะมอบให้เป็นหน่วย ๆ ไปเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ต่อไป เงินสดเงินไทยเรานี้จะออกกระจายทั่วเมืองไทยเราอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้ไปแล้วจะเริ่มออกตามหน่วยต่าง ๆ ที่จำเป็น ๆ ส่วนดอลลาร์กับทองคำจะเข้าคลังหลวง ส่วนเงินสดนี้จะกระจายทั่วเมืองไทย ให้ได้รับความบรรเทาในเรื่องของความทุกข์ทั้งหลาย เป็นลำดับเลย นี่ได้กะไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากเงินดอลลาร์ เงินไทยเรามีมากเกินไป เงินดอลลาร์เบาอย่างนี้เราอาจจะหมุนคืนแยกเงินไทยออกมาเปลี่ยนเป็นทองคำเข้าคลังหลวงอีกทีหนึ่ง ถ้าหากว่ามีมากเราก็กระจายทั่วเมืองไทยไปเลย เงินสด หรือถ้ามากเกินไปก็แยกมาเปลี่ยนเป็นทองคำเข้าคลังหลวง

ที่ไหนบ้างต้นดอลลาร์ ข้างหลังมีต้นดอลลาร์หรือเปล่า มีหรือต้นดอลลาร์ ถ้าข้างหลังไม่มีแสดงว่าไม่มีคนอยู่ข้างหลัง ถ้ามีคนต้องแสดงต้นดอลลาร์ ทองคำ ขึ้นมาเป็นพยานของคน ดอลลาร์มาหรือเปล่าหละ มีแต่คนใช้ไม่ได้

นี่เห็นไหม เนี่ย หลวงปู่เจี๊ยะเห็นไหม ของเล่นเมื่อไหร่ ขาเป๋ๆเนี่ยดอลลาร์ไม่ได้เป๋นะ มันเป๋แต่ขา ขาคนต่างหาก ดอลลาร์ไม่ได้เป๋นะ โน่นแน่ะ ดอลลาร์เท่าภูเขาทั้งลูกนะ นี่ก็คือของพี่น้องทั้งหลายนั่นแหละ ทางจังหวัดอุทัยธานีก็อาจารย์เจี๊ยะเป็นหัวหน้า ทางภาคต่างๆทางโน้นก็มีท่านเจ้าคุณอะไรหลายองค์ที่มาเป็นหัวหน้า มาที่นี่หลวงตาบัวเป็นหัวหน้าเพราะฉะนั้นจึงเห็นแต่เราพูดแต่อาจารย์เจี๊ยะเหมือนท่านเหล่านั้นไม่มีเงินมีทองเลย อันนั้นก็เสียไป มีทุกองค์ แต่ยกอาจารย์เจี๊ยะเป็นพระอาวุโสองค์หนึ่งขึ้นถัดหลวงตาบัวลงไป เราจึงยกขึ้นอย่างนั้น อาจารย์เจี๊ยะอย่าหลงคิดนะ ดีใจมากไม่ได้นะ มีคนยอหลงคิดไม่ได้นะ ถ้าไม่มีอะไรก็เริ่มพิธีได้แล้ว

ญาติโยม ท่านอาจารย์ฟักมาครับ

หลวงตา มาก็มาสิ คนเขามากันทั้งแผ่นดิน .. ต่อไปนี้จะเริ่มได้แล้ว บ่ายโมงแล้ว นาฬิกา

ญาติโยม ท่านอาจารย์เจี๊ยะ จุนโท ท่านจะกล่าวนำทำวัตรครับ ขอกราบนิมนต์หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ครับ

หลวงตา เอ้า ฟัง ฟัง ฟัง

หลวงปู่เจี๊ยะ เอ้า นะโม ก่อนนะ พร้อมใจ ตั้งใจว่านะโม ประเดี๋ยวจึงขอขมา (พร้อมกันกับญาติโยม) นะโม ตัสสะ ภควโต …. (๓จบ) มหาเถเร ปะมาเทนะ, ทะวารัตตะเยนะ กะตัง ….. ขมตุ โน ภันเต (๓ จบ)

หลวงตา นี่เรียกว่าลงใจแล้ว วางตรงนั้น ลงใจแล้ว เอ้าทีนี้จะรับขมา อะหัง …

ญาติโยม ขมามะ ภันเต

หลวงตา …… อายุ วัณโณ สุขัง พลัง

ญาติโยม สาธุ ..

ขอรับโอวาทจะให้โอวาททั้งฆราวาสทั้งพระทั้งเณรที่มารวมกัน ส่วนมากเหล่านี้เป็นลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่นทั้งนั้น กระจายกันอยู่ในภาคต่าง ๆ เวลานี้มารวมน้ำใจแสดงน้ำใจ วันเสียสละ แล้วรวมตัวกันมาสถานที่นี้ แล้วก็นำบริษัท บริวาร ประชาชน ญาติโยม บรรดาผู้เป็นลูกศิษย์ทั้งหลาย มารวมกันเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในคราวนี้ แต่พระส่วนมากที่มานี้เป็นสายหลวงปู่มั่น อยู่ตามภาคต่างๆทั่วไปนะ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้มีมากนะไม่ใช่มีน้อยๆ กระจายตามภาคต่างๆ มีทั่วไปหมด หลวงปู่มั่นจึงเป็นอาจารย์ที่เรียกสมัยปัจจุบันนี้เรียกว่าอาจารย์เอก ถ้าในครั้งพุทธกาลเรียกท่านอาจารย์มั่นว่า อรหันต์องค์หนึ่งนั่นแล เหมือนกับครั้งพุทธกาลไม่ผิดกัน

สมกับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้ว่า “สวากขาโต ภควตา ธัมโม” พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว คือตรัสไว้เพื่อมรรค เพื่อผล ตามที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติและรู้เห็นมรรคผลนิพพานมาฉันใด ก็ทรงแนะนำสั่งสอนพุทธบริษัท โดยลำดับมาฉันนั้น เมื่อมีผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ มรรคผลนิพพานก็คงเส้นคงวาหนาแน่นอยู่จากผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่จะพึงได้รับผลโดยทั่วกันมาตลอดเวลาเรียกว่า “อกาลิโก” ธรรมไม่มีกาลและสถานที่ เวล่ำเวลา มีผลอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับกิเลส บาปกรรมทั้งหลาย สร้างเมื่อไรก็เป็นบาปเป็นกรรมเป็นกิเลสทั้งนั้น ไม่ว่ายืนว่าเดินว่านอนว่านั่งสร้าง สร้างที่ไหนให้เป็นบาปเป็นด้วยกัน สร้างบุญสร้างกุศลก็เป็นเช่นเดียวกัน

นี่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนสัตว์โลกมาเป็นเวลาช้านาน ประมาณ ๒๕๐๐ กว่าปีแล้ว นี่เป็นกาล เป็นเวลาต่างหาก ธรรมของพระพุทธเจ้าคือ “อกาลิโก” ไม่มีกาลมีเวลาขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ จะเป็นผู้ทรงมรรคทรงผล ตั้งแต่ชั้นกัลยาณปุถุชน ทั่วไป ถึงขั้นพระอริยบุคคลขั้น สกิทาคามี ขั้นโสดา สกิทาคา ขั้นอนาคามี จนกระทั่งถึงพระอรหันต์ ไม่นอกเหนือจากพระโอวาทของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้ชอบแล้วนี้เลย ผู้ปฏิบัติทั้งหลาย จงเป็นผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าใครอยากจะทรงมรรคผล มรรคผลนิพพานพร้อมอยู่เสมอไม่บกพร่อง มันบกพร่องที่การประพฤติตัวของคนเรา ที่เป็นชาวพุทธ นี่ไม่ว่าพระว่าเณร บกพร่องก็บกพร่องที่นี่ ใครสมบูรณ์พูลผลในการปฏิบัติแล้วก็จะเป็นผู้ทรงมรรคผลนิพพานเช่นเดียวกันกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั่นแล ธรรมเป็นของคงเส้นคงวาหนาแน่น ไม่เคยหลอกลวงต้มตุ๋นใครๆ ทั้งนั้น

วันนี้พวกเราชาวเราทั้งหลายที่เป็นชาวพุทธ แล้วก็ย่นลงมา ทั้งฆราวาสทั้งพระก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ซึ่งเป็นพระองค์สำคัญองค์หนึ่งในสมัยปัจจุบัน กระจายลูกศิษย์ลูกหาไปทั่วโลกดินแดน นั่นแหละประเทศไทย ไปทั่วทุกภาค แล้วบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นนี้ เป็นพระสำคัญ ๆ ทั้งนั้น ท่านอาจารย์หลวงปู่มั่นนี้เรียกว่า ผลิตลูกศิษย์ลูกหาให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์วิเศษขึ้นหลายองค์ ๆ เราทราบได้อย่างไรว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์วิเศษ นั่นก็คือว่าทราบได้จากอัฐิของท่านที่เป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่นนี้ ท่านมรณภาพหรือนิพพานอยู่ในสถานที่ใด อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ ๆ ลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์มั่น มีจำนวนมากทีเดียวที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าภาษาทางครั้งพุทธกาลเรียกว่านิพพาน เมื่อท่านนิพพานไปแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ ๆ อยู่ทุกแห่งทุกหน

เวลานี้มีอยู่มากนะลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ที่มรณภาพลงไปแล้วอัฐิกลายเป็นพระธาตุนี้มีมาก หลวงปู่มั่นจึงเป็นอาจารย์อันสำคัญที่ผลิตบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย ให้เป็นพระองค์สำคัญ แล้วนำประชาชนทั่วทุกภาคไปเด่น เด่นมากที่สุด ท่านเด่นมากในการผลิตลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นพระให้เป็นพระวิเศษอัศจรรย์ขึ้นมาเช่นเดียวกับครั้งพระพุทธเจ้าของเรา นี่แล้ววันนี้ได้พร้อมหน้าพร้อมตากันมาทุกภาค บรรดาลูกศิษย์ลูกหาของหลวงปู่มั่น ฝ่ายคณาจารย์ต่าง ๆ ที่รวมมานี้ ส่วนมากมีแต่ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น นอกจากนั้นก็มีประปรายกันไป แล้วต่างองค์ต่างมีความเชื่อเลื่อมใส แล้วรวมกันมาด้วยความเมตตาช่วยชาติของเราวันนี้ ประชาชนทั้งหลาย ตลอดพระเณร จึงมีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์อันหนึ่งก็ว่าได้

ขอให้พี่น้องทั้งหลายมีความปลื้มอกปลื้มใจในงานคราวนี้ งานคราวนี้เป็นงานยกชาติบ้านเมืองของเราขึ้นจากความล่มจม สู่ความแน่นหนามั่นคง หลักใหญ่ก็คือว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันทุกคนทุกภาคทุกแห่งทุกหน ไม่ว่าอยู่ในป่าในเขาในถ้ำเงื้อมผา อยู่ในบ้านในเมืองเป็นคนไทยทั้งนั้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ความรักชาติก็รักชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน การเสียสละด้วยความสามัคคีของเราก็ให้ต่างคนต่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อชาติของเรา เมื่อชาติของเราอยู่ได้เราทั้งหลายถึงจะจน จะมีจะจนบ้างเราอยู่ได้ทั้งนั้น เรามีร่มโพธิ์ร่มไทรอันใหญ่หลวงเพราะชาติของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคงไว้ครอบพวกเราอยู่ ไม่ได้เป็นคนอนาถา เมื่อเป็นเช่นนั้น ชาติไทยของเราเวลานี้กำลังเอนเอียงไปทางฝ่ายไม่ดี จึงต้องพากันช่วยกันสนับสนุน

ใครจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม เอ้า ช่วยกันมาได้ แล้วการช่วยไม่ใช่ช่วยเสร็จเพียงครั้งหนึ่งครั้งเดียว ยังช่วยไปหลายครั้งหลายหน เช่นเดียวกับเรารับประทาน ตั้งแต่เริ่มรับประทานด้วยความหิวโหย รับประทานไปเรื่อย ๆ จนถึงความอิ่มพอ อิ่มพอแล้วเมื่อไรก็หยุดจากการรับประทาน นี่ก็เมืองไทยของเรากำลังหิวโหย ด้วยสมบัติ เงินทองข้าวของ ที่จะไปค้ำจุนขาดแคลนมากจึงต้องอาศัยพี่น้องทั้งหลายนำสมบัติเงินทองอันเป็นเหมือนกับอาหาร เข้าไปสู่คลังหลวงของเราให้มีความสมบูรณ์พูนผลขึ้นมา ชาติไทยของเราก็จะมีความสงบร่มเย็นปึกแผ่นมั่นคง นี่เป็นหลักใหญ่ที่พวกเราได้มาร่วมกันคราวนี้ นี่เป็นคราวหนึ่งนะ ไม่ใช่คราวแล้วนะ นี่เป็นคราวหนึ่ง ต่อไปเป็นคราวที่ ๒ ที่ ๓ เหมือนกับเรารับประทาน หนึ่งช้อน สองช้อน สามช้อน จนกระทั่งอิ่มแล้วก็ให้ช่วยกันไป เป็นระยะ ๆ อย่างนี้

ตอนนี้หลวงตาบัวก็เรียกว่าเป็นผู้นำพี่น้องก็ทรงทราบว่าหลวงตาบัวเป็นผู้นำ ปีนี้เราเปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายได้ทรงทราบ ตั้งแต่ก่อนเราไม่เคยเปิด การแนะนำสั่งสอนโลกเราแนะนำเต็มเม็ดเต็มหน่วย หมดไส้หมดพุง ไม่ให้เหลืออยู่ภายในใจเลย แต่เราไม่เคยประกาศตนว่า ได้รู้อย่างนั้น ได้รู้อย่างนี้ ปีนี้ได้เปิดไปแล้ว เพราะเพื่อเป็นผู้นำให้พี่น้องทั้งหลาย ได้อ่านปูมหลังหลวงตาบัวว่าเป็นอย่างไร อยู่ ๆ เอาหัวชนฝาออกมาเป็นผู้นำอย่างนั้นหรือ หรือเป็นเพราะเหตุผลกลไกอะไร จึงต้องได้เปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ว่าการที่จะเป็นผู้นำนี้ เราไม่ได้คิดได้คาดเลยว่าจะเป็นผู้นำประเภทนี้ ไม่เคยมีในความอ่านของเรา เราก็ปฏิบัติศีลธรรมเต็มความสามารถของเรา เสาะแสวงหาธรรมเข้าสู่ใจเสียจนกระทั่งใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันแล้วเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่มีอะไรสงสัยแล้ว

เรื่องมรรคผลนิพพานเราก็ไม่สงสัย ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อย่างไรเราก็ไม่สงสัย และจะพูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้อย่างนี้หรือ พระธรรมเป็นอย่างนี้เชียวหรือ พระสงฆ์ตรัสรู้ธรรม ตรัสรู้อย่างนี้เชียวหรือ ถ้าพระสงฆ์สาวกอรหันต์ท่านฆ่ากิเลสท่านฆ่าอย่างนี้หรือ ฆ่าอย่างที่เราฆ่าเวลานี้หรือ พูดอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ไม่สงสัยที่พระพุทธเจ้าที่กี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านๆ พระองค์ก็ไม่สงสัย เพราะเป็นอันเดียวกันแล้ว

เหมือนกับแม่น้ำมหาสมุทรที่มีคลองต่าง ๆ ไหลเข้าสู่มหาสมุทร คลองนั้นคลองนี้อย่างที่เราเคยเห็นทั่วไป ทั่วประเทศไทยนี้หละ แม่น้ำลำคลองไหลมาจากทั่วทิศ ทางทุกทิศ ทุกทางนั่นแหละ เช่นอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำบางปะกงแล้วไหลไปไหน ไหลลงไปสู่ทะเลหลวง พอถึงทะเลหลวงเรียบร้อยแล้ว น้ำเหล่านั้นแยกกันไม่ออก เป็นน้ำมหาสมุทรทะเลหลวงอันเดียวกันหมด นี่ก็ฉันใด เหมือนกัน ผู้บำเพ็ญศีลธรรมเท่ากับผู้เดินทางมาตามแม่น้ำสายต่าง ๆ ด้วยทาน ด้วยศีล ด้วยภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ จนกระทั่งถึงผู้ปฏิบัติเพื่อให้สิ้นกิเลสโดยถ่ายเดียว แล้วก้าวเข้ามาๆ ไหลเข้ามาๆ ก้าวเข้ามาสู่มหาวิมุตติ มหานิพพาน ได้แก่ ความตรัสรู้ธรรมอันเป็นธรรมแท่งเดียว เกี่ยวกับน้ำมหาสมุทรทะเลหลวง เมื่อได้เข้าถึงธรรมแท่งเดียวกันแล้ว เรียกว่ามหาวิมุตติ มหานิพพาน

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เมื่อไหลเข้าสู่มหาวิมุตติ มหานิพพานแล้วเป็นอันเดียวกัน พระอรหันต์กี่พระองค์ก็ตามกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้าน ๆ พระองค์เมื่อไหลเข้าสู่ความบริสุทธิ์ อันเดียวกันแล้วไม่มีคำว่าสายต่าง ๆ แม่น้ำสายต่าง ๆ บุคคลนั้นบุคคลนี้ไม่มี มีแต่ถึงค่าความบริสุทธิ์ พุทโธ เดียวกัน เรียกว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ที่เป็นแง่แห่งสายทาง ที่ชาวพุทธเราเดินเข้ามานั้นได้เข้าไปสู่จุดเดียวกันแล้ว ได้แก่มหาวิมุตติ มหานิพพาน เป็นธรรมแท่งเดียวใจกับธรรมเป็นอันเดียว ธรรมกับใจเป็นอันเดียวนั้นแล คือเป็นที่รวมแห่งน้ำมหาสมุทร คือผู้ที่บรรลุธรรมจนถึงที่สุดจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว ไหลจิตจากจิตถึงจุดคือมหาวิมุตติมหานิพพาน แล้วเป็นมหาสมุทรทะเลหลวงอันเดียวกัน

นี่แลธรรมของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ที่ครอบโลกอยู่เวลานี้ เราทั้งหลายได้ระลึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ อยู่เวลานี้ คือระลึกถึงอันนี้หละอันใหญ่ มหาวิมุตติมหานิพพาน นี่แลครอบโลกธาตุ ใหญ่กว่าท้องฟ้ามหาสมุทรเป็นไหน ๆ มหาสมุทรทะเลหลวงเราก็ว่ากว้างแสนกว้าง แต่สู้มหาวิมุตติมหานิพพานไม่ได้นี่ พระพุทธเจ้าตรัสรู้มากี่พระองค์ ตรัสรู้มากี่พระองค์แล้วเป็นมหาวิมุตติมหานิพพานใหญ่โตขนาดไหน แล้วครอบโลกธาตุ นี่แหละอำนาจแห่งธรรมเหล่านี้แหละมาปกครองเราชาวพุทธทั้งหลาย ที่ระลึกถึง พุทโธ ธัมโม สังโฆ มีผลอย่างนี้เอง ออกมาจากมหาวิมุตติมหานิพพาน นี่แลนี่เป็นหลักเหมือนกับแม่น้ำมหาสมุทร ใครจะตักจะตวงเอาไปไหน ได้ทั้งนั้น ไม่อดไม่อยากขาดแคลน มหาวิมุตติมหานิพพานผู้ที่เสาะแสวงหาบุญหากุศล จะเสาะแสวงหาได้มากน้อยเพียงใด ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ขาดดุลสูญเปล่า ไม่คว้าน้ำเหลวเป็นความจริง ศาสนามีตนมีตัวมีเนื้อมีหนัง

คำว่ามหาวิมุตติมหานิพพาน นั่นก็คือเนื้อหนังของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ที่ตรัสรู้แล้ว เข้าเป็นมหาวิมุตติมหานิพพานอันเดียวกันนี่แล เป็นธรรมครอบโลกธาตุ เรียกว่ามหาเมตตา คือธรรมมหาวิมุตติมหานิพพานนี่แล ที่เราทั้งหลายก็ได้เป็นลูกศิษย์ตถาคตทุก ๆ พระองค์ ได้ร่วมมือร่วมใจมาบริจาคทานเพื่อชาติของตน จึงเรียกว่าเป็นการบริจาคอันใหญ่หลวงที่สุดเลยคราวนี้ การทำบุญทำกุศลทั้งหลายเราก็เคยทำ แต่ไม่ได้เรียกว่ามหากุศลเหมือนคราวนี้ คราวนี้เราทำเพื่อประเทศไทยทั้งชาติ เป็นชาติที่ใหญ่หลวงมาก พลเมืองมี ๖๑ ล้านกว่าคน จำนวนมากขนาดไหน เราทำเพื่ออุทิศแก่คนจำนวน ๖๑ ล้านกว่าคนนี้ จึงเรียกว่ามหากุศล เราสร้างเพื่อประเทศไทยของเรา ต่างคนต่างยก ต่างคนต่างเทิดต่างทูน เมืองไทยของเราก็จะมีความแน่นหนามั่นคง ฟื้นฟูได้ดีขึ้นโดยลำดับแล้วหละ ต่างคนต่างเป็น แล้วเกิดความผาสุก ขึ้นแก่พวกเรา

ในวันนี้ขออนุโมทนากับพี่น้องทั้งหลาย ที่ได้มาช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มกำลังความสามารถ ดังที่หลวงตาได้พูดแล้ว การเป็นผู้นำเราก็พูดแล้วว่าเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายนี้ ก่อนจะมาเป็นผู้นำนี้ ได้สละตัวสละใจ สละเลือดเนื้อปฏิบัติต่อธรรมเสาะแสวงหาธรรมเข้าสู่ใจ จนกระทั่งใจเป็นธรรม ธรรมเป็นใจ ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้ว เรียกว่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราไม่มีอะไรหิวโหยแล้ว เราเพียงพอทุกอย่างแล้วเสียสละทุกอย่าง เพื่อเป็นความเมตตาแก่พี่น้องทั้งหลาย จึงได้หันหน้าเข้ามาถึงโลกนี้ เห็นว่าบกพร่องมากเลยได้ช่วยเหลือโดยไม่คาดคิด ดังที่ได้มาช่วยเหลือในเวลานี้ เราช่วยเหลือเต็มกำลังความสามารถของเรา ด้วยความอิ่มพอของเราทุกอย่างแล้ว มันหิวโหยอะไรอีก ไม่มีอะไรบกพร่องมีแต่ความเมตตาสงสาร ขอให้ทุกท่านจงเห็นใจและตั้งหน้าตั้งตาเดินตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ที่มีหลวงตาบัวเป็นผู้นำบ้านเมืองของเราก็จะสงบร่มเย็นเป็นสง่าราศีแก่ชาติของเราเป็นลำดับ แล้ววันนี้ยังมีอะไรอีกที่จะพูด พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังก็เห็นสมควรแก่เวล่ำเวลา

เนี่ยหากว่าผู้ใดมีข้องใจจะถามปัญหาธรรมะก็ถามเข้ามาเลย เป็นโอกาสดีงามอยู่ที่พี่น้องทั้งหลายจะเข้าใจในแง่ธรรมต่าง ๆ จากปัญหาธรรมที่เราจะโต้ตอบท่าน แล้วเราก็ขอยุติเพียงเท่านี้เป็นระยะไป (ให้พร) เท่านั้นแหละ แล้วมีอะไรอีกมั๊ยเนี่ย

เอาหละหลวงตาจะไปเหนื่อยมากแล้วไฟแดงเริ่มขึ้นแล้ว หลวงตาจะไปไม่ไปไม่สำคัญ การบริจาคเป็นบุญของตัวเอง


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก