ความหวังอยู่ในเอื้อมมือ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2541
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑

ความหวังอยู่ในเอื้อมมือ

(กำลังจังหัน)

พระองค์นั้นมันอะไรมาฉันช้อนโก้ ๆ อยู่นี่น่ะ องค์นี้น่ะ ฉันช้อนโก้ ๆ แบบพระขุนนาง มาจากไหนพระองค์นี้ หนีจากวัดวันนี้นะอย่าอยู่ มาฉันแบบขุนนางให้เห็น พระกรรมฐานฉันช้อนฉันแช้นอะไร นี่องค์นี้มาจากวัดไหนน่ะ มาฉันแบบขุนนางได้นี่ พระฉันทุกสิ่งทุกอย่างต้องเห็นภัยนี่นะ นี่มาฉันแบบขุนนาง แบบกิเลส แบบตัณหา เอานำมาใช้ทำไมสถานที่จะฆ่ากิเลส นี่เป็นการสั่งสมกิเลสยังไม่รู้อยู่เหรอ พระขุนนาง พระโก้พระเก๋ เอามือใส่เข้าในปากกินไม่ได้เหรอ เคี้ยวไม่ได้เหรอ กินไม่ได้ฟาดมันทั้งนิ้ว นิ้วขาดไปเป็นไร อย่างนี้ซิเข้ามาเก้ ๆ กัง ๆ มากีดมาขวางอย่างนี้ซิ หนีนะ อย่ามาอยู่ในวัดนี้นะมันขวางวัดเขา มันจะเป็นโรคระบาดสาดกระจายไปหมดทั่วทั้งวัดมีแต่พระขุนนางทั้งนั้น ฉันด้วยช้อนด้วยอะไร ๆ ยุ่งไปหมด เสียงเคาะช้อนดังเปรี้ยงปร้าง ๆ เวลาจะฉันจังหัน เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างนั้นแล้วนะ ศาสนาเป็นสถานที่ชำระสะสางกิเลส เดี๋ยวนี้ศาสนากลายเป็นสถานที่สั่งสมกิเลสไปแล้ว วัดวาอาวาสเป็นสถานที่ชำระกิเลส กลายเป็นสถานที่สั่งสมกิเลสกองทุกข์ขึ้นมาแล้ว มันแทนแล้ว กิเลสเข้าไปเหยียบ

พูดแล้วมันสลดสังเวชจริง ๆ นะกิเลส ตาเซ่อ ๆ อย่างพวกเรานี้ไม่ทัน ตาพระพุทธเจ้าตาพระอรหันต์ท่านไม่มองท่านก็รู้ ท่านไม่ได้เหมือนเรา ไม่อย่างนั้นมาเป็นสรณะของเราได้ยังไง ถ้าเหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ แล้ว ท่านจะเป็นสรณะของพวกเราไม่ได้ ต้องเหนือเราถึงได้เป็นสรณะ ยอมเป็นยอมตาย ฝากเป็นฝากตายฝากชีวิตจิตใจกับท่าน มันนิสัยเคยตัวมา เคยฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ลืมเนื้อลืมตัว ฉันจังหันก็คอยแต่จะเอารสเอาชาติ เอาความโก้ความเก๋ เอาศีลเอาธรรมไม่สนใจ พระพุทธเจ้าสอนไว้หมด การอยู่การกินการไปการมา การใช้การสอย ให้เห็นภัยในสิ่งเหล่านั้นตลอดเวลา ไม่ได้มาเห็นคุณค่าของมันแบบโลก ๆ นี่นะ ทุกอย่างท่านให้เห็นภัยทั้งนั้น ท่านไม่ให้ชินไม่ให้ติดสิ่งเหล่านั้น เพียงเครื่องอาศัยชั่วประเดี๋ยวประด๋าวตามความจำเป็นไปเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนธรรมท่านฝังลึกมาก เป็นกับตายให้อยู่กับธรรม

มันจะหมดแล้วนะศาสนาเวลานี้ หมดเข้า ๆ จนจะไม่มีเหลือ เหลือแต่ผ้าเหลือง ๆ หัวโล้น ๆ เต็มวัดเต็มวา เป็นโจรเป็นมารปล้นศาสนาอยู่ในวัดในวาในพระในเณรนั่นแหละ ไม่ว่าเขาว่าเราเดี๋ยวนี้มันพอ ๆ กัน ตำหนิใครไม่ลง เป็นแบบเดียวกันหมดแล้วเวลานี้ ศาสนาก็มีแต่ตำราจับยัดเข้าในตู้ในหีบล็อกกุญแจไว้ กิเลสออกมาเพ่นพ่านเต็มตลาดลาดเล เอาฟืนเอาไฟเผาโลกไหม้ทั่วไปหมด ไปที่ไหนหาคนมีความสุขมีที่ไหนในโลกนี้ กว้างแสนกว้าง เข้าใจว่าโลกมีความสุขเหรอ มันมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้โลกให้ดิ้นให้ดีดอยู่ตลอดเวลา ยังไม่พากันทราบอยู่เหรอ นั่นละโทษของกิเลสเป็นอย่างนั้น แต่ไม่มีใครเห็นโทษมันนะ มันเผาอยู่ตลอดเวลา ความดีดความดิ้นนี้ โห เป็นฟืนเป็นไฟ ได้เท่าไรไม่พอ ๆ ไฟเผา ความโลภนั่นแหละเป็นฟืนเป็นไฟ ความหิวนั่นแหละเป็นไฟ เผาหัวใจโลก สมบัติไม่เผา ความหิวความโหยที่มันบีบอยู่ในหัวใจนั่นแหละมันเผาหัวใจ

ตื่นลมตื่นแล้งกัน เห็นเขาได้อยากได้ เห็นเขามีอยากมี เห็นอะไร ๆ เป็นบ้ากันไปหมด โรคเห่อ ลืมเนื้อลืมตัว ขึ้นเวทีต้องอย่างนั้นซิ ไม่อย่างนั้นลืมเนื้อลืมตัวให้กิเลสกลืนกินหมดไม่เหลือแหละ

(เทศน์หลังจังหัน)

เมื่อวานทองคำได้เท่าไร… ได้ทุกวันแหละ ทองคำต้องแซงหน้านะทองคำ ทองคำต้องเป็นที่หนึ่งของชัยชนะในคราวนี้ ให้ทองคำเป็นเบอร์หนึ่ง ยกทองคำขึ้นเลยเทียวเป็นธงชัยชนะ ทองคำเป็นเครื่องประกันชาติของไทยเรา ไม่ได้อะไรมากก็ตาม ขอให้ได้ทองคำเด่น ๆ มาก ๆ เป็นหลักประกันชาติไทยของเรา เราเน้นหนักในจุดนี้มากที่สุด จุดนี้เป็นแกนเป็นแก่นของชาติไทยเรา ทุกชาตินั่นแหละ ถ้าชาติไหนมีทองมากชาตินั้นสง่างามมาก เรียกว่าแข็งแกร่งละ ชาติไหนมีทองมากชาตินั้นแข็งแกร่ง ถ้าชาติไหนไม่มีทองมากมักจะล้ม ๆ เหลว ๆ ไป

เอานะทองนำหน้านะทอง อย่านอนหลับครอก ๆ อยู่นะ เดี๋ยวนี้ดอลลาร์นำหน้าไปได้ ๕๕ กิโลแล้วนะ ทองยังหลับครอก ๆ ยังไม่ตื่น ทองเราตื่นแล้วยัง สามสลึงแล้วครับ เอ้า เริ่มกระดุกกระดิกแล้ว สามสลึงฟังแล้วน้ำตาตก ใครจะมาเช็ดน้ำตาให้ น้ำตาตกแล้วทองสามสลึง เท่าไรนี่ สองสลึง เอ้า เป็นห้าสลึงแล้ว เริ่มที่นี่ รีบตื่นซิทองเรา ห้าสลึงแล้ว ได้ทุกวันแหละ คืบหน้าเรื่อยไปอย่าถอยหลัง ไม่ให้อ่อนแอไม่ให้ถอยหลัง มาอีกหนึ่งสลึงแล้วครับ เอ้ามาเรื่อย ๆ เป็นหกสลึง เจ็ดสลึง แปดสลึงเข้าไป ถอยมันทำไม หลวงตาไม่พาถอยอย่าถอยนะ นี่เอาจริงเอาจังไม่ถอย ว่ารบรบจริง ๆ เอาให้ได้ชัยชนะ ความจนทั้งหลายเมืองไทยเรานี้

เวลานี้ความจนกำลังเพ่นพ่านเต็มบ้านเต็มเมือง ความชนะยังหมอบอยู่ยังกระดุกกระดิกไม่ได้ เอ้าเริ่ม ต่างคนต่างติดเครื่องต่อสู้ความจน ให้ได้ชัยชนะขึ้นมาเป็นพัก ๆ ซิ ไปที่ไหนเห็นแต่คนจนหมอบอยู่ตามบ้านตามเมืองตามมุมตามอะไรนี้มันอยู่ไม่ได้นะ มองไปที่ไหนเห็นแต่คนหมอบอยู่ หมอบด้วยความจน แพ้ความจน คนเต็มศาลามีแต่คนหมอบแพ้ความจน ดูได้ไหมพิจารณาซิ มันต้องสง่าซิ ชนะ นั่น มองไปที่ไหนก็สง่างาม แม้แต่มองกรงดูหมามันก็สง่างาม ชนะ เข้าใจไหม อย่าว่าแต่คนชนะ หมาชนะมันก็ดีใจ ต้องเอาให้ได้ชัยชนะซิ ไปไหนหมอบราบต่อความจนใช้ไม่ได้นะ ต้องเอาให้จริงจังให้ได้ชัยชนะมา

หลวงตาเป็นผู้นำ อย่าให้เสียหน้า อย่าให้ขายหน้านะเมืองไทยเรา คราวนี้เป็นคราวที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด ถ้าผ่านได้คราวนี้แน่ใจว่าจะผ่านไปได้พอประมาณ ถ้าหากว่าผ่านคราวนี้ไม่ได้แล้วรู้สึกจะหมดหวังแล้วแหละ จะไม่มีใครมานำอีกแล้วนะ หลวงตาบัวช่วยโลกไม่กี่วันนะ ช่วยโลกพอประมาณแล้วก็จะดีดเท่านั้นละ ไป พูดให้มันตรงอย่างนี้พูดเล่นยังไง นี่ละธรรมะพูดตรงไปตรงมา เรียกว่าศัพท์ของธรรมเป็นศัพท์ที่สะอาด ไม่โกหกพกลมใครเลย เป็นยังไงพูดอย่างนั้นตามความจริง นี่เรียกว่าศัพท์ของธรรมเป็นอย่างนั้น สะอาด ไม่สกปรกเหมือนศัพท์ของกิเลส ถ้ากิเลสนี่ โอ๊ย สกปรกมาก ความเป็นเป็นอย่างหนึ่ง ความทำทำอย่างหนึ่ง พูดอย่างหนึ่ง กิริยาแสดงออกมาอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกับความจริง ธรรมนี่ตรงเป๋งเลย

ที่เราพูดว่าเงินร้อยกว่าล้าน ๆ นั้นเราไม่อยากพูดนะ ถ้าว่าพันกว่าล้านเราจะเห็นด้วย ที่วัดนี้บริจาค เพราะตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมาปี ๔๙๙ มาถึง ๕๔๑ ก็ ๔๓ แล้วนะ นั่นละเริ่มช่วยโลกทุ่มเทให้โลกตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ เงินมีเท่าไร ๆ ทั่วเมืองไทยเรานี่เข้ามาวัดป่าบ้านตาดนี้ออกช่วยโลกหมด เรียกว่าหลายร้อยล้านเราจึงไม่อยากพูด เพราะวันหนึ่งเงินไหลเข้าเท่าไร จำนวนมากน้อยเท่าไร ไหลเข้าเท่าไรก็ไหลออกเท่านั้น หลายร้อยล้านเราจึงไม่อยากพูด ถ้าว่าเป็นพันล้านขึ้นไปเราเต็มใจพูด เพราะมันมากต่อมาก ช่วยมาตลอด ๔๓ ปีนี้จำนวนสักเท่าไร เดือนหนึ่ง ๆ เงินได้มาสักกี่ล้านเข้ามาในวัดนี้ แล้วเข้ามาเท่าไรกี่ล้านก็ออกเท่านั้น จะมากขนาดไหนก็คิดดูซิ ร้อยล้านนี่เราไม่อยากพูดนะ ถ้าว่าพันล้านขึ้นไปเราจะเห็นด้วย เพราะมันออกหมด ๆ มีเท่าไรหมด จึงต้องเป็นพันล้านขึ้นไปละ

ช่วยทุกแห่งทุกหนนะวัดนี้ ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ เรื่องความจำเป็นอยู่ที่ไหน ๆ เข้าหมด ไม่ว่าแต่โรงพยาบาล โรงร่ำโรงเรียน สถานสงเคราะห์ คนทุกข์คนจน ช่วยทั้งนั้นเลยไม่เลือก ความจำเป็นมีมายังไง ๆ เราเห็นชอบแล้วก็จ่ายให้ทันที ๆ มากต่อมาก เป็นประจำมาเลย นี่ของอยู่ในโกดังนี่เต็มตลอด บกบางไม่ได้ สั่งให้ซื้อมาจากตลาดมาบรรจุไว้ในโกดัง โรงพยาบาลต่าง ๆ มา วัดต่าง ๆ มา ขนให้เต็มรถ ๆ ไปทุกวัดทุกโรงพยาบาลอยู่ตลอดมานะ ไม่ให้บกบาง เป็นประจำอยู่อย่างนั้น จะเรียกว่าโรงทานก็ไม่น่าจะผิดไปนะ วัดนี้เรียกว่าโรงทานก็ไม่น่าจะผิด เพราะเปิดโล่งตลอดอยู่อย่างนั้น ใครมาได้ทั้งนั้น นี่ละอำนาจแห่งความเสียสละ ให้พี่น้องทั้งหลายคิดดูว่าให้ความร่มเย็นแก่โลกขนาดไหน

ความเสียสละกับความตระหนี่ถี่เหนียวนี้ต่างกันมากนะ ความตระหนี่ถี่เหนียวนี่ไปที่ไหนคับแคบตีบตัน ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ เจ้าของก็ถูกความตระหนี่เผาเอา ๆ สมบัติเงินทองข้าวของมีกองเท่าภูเขานี้ แต่ไฟความโลภความไม่พอความตระหนี่อยู่ในหัวใจเผาหัวใจนี้ร้อนเป็นไฟไปตลอดนะ เงินกองเท่าภูเขาไม่มีความหมายนะ คนตระหนี่เป็นอย่างนั้น หาความสุขไม่ได้คือคนตระหนี่ ความตระหนี่หาความสุขไม่ได้ ความตระหนี่ก็บีบเข้ามา ความโลภก็บีบเข้ามา ความเห็นแก่ตัวบีบเข้ามา มีแต่บีบเข้ามา สมบัติเงินทองก็ไปสำคัญมั่นหมายเฉย ๆ ว่าเรามีเงินเท่านั้นเท่านี้ แต่ความตระหนี่ถี่เหนียว ความหึงความหวง ความเห็นแก่ได้นี้มันบีบอยู่ในหัวใจ ไม่ได้ดูที่หัวใจที่มันร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ มหาเศรษฐีตัวร้อนใหญ่ ยศสูง ๆ ตัวร้อนใหญ่ที่สุด

ดูตรงนั้นซิดูหัวใจ อย่าไปดูวัตถุสิ่งของเครื่องประดับร้านต่าง ๆ นั้นไม่เห็นมีความหมายอะไร ให้ดูหัวใจจุดที่เป็นฟืนเป็นไฟซิ พระพุทธเจ้าสอนให้ดูหัวใจ มันเป็นไฟอยู่ที่หัวใจ ไม่มีอะไรก็ตามใจเย็นเสียอย่างเดียวสบายทั่วโลกดินแดน ถ้าใจคับแคบตีบตันเสียอย่างเดียวแคบหมด โลกนี้ไม่มีกว้างขวางอะไรเลย ไม่มีความหมาย มันอยู่ที่หัวใจ เพราะฉะนั้นจึงพากันอบรมจิตใจให้ดี วันหนึ่ง ๆ ให้ระลึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ บ้าง จะตายทิ้งเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์

ตายที่ไหนตายได้ทั้งนั้นมนุษย์เรา ตายที่ไหนเขาเรียกป่าช้า แล้วไม่มีความหมาย ตายไม่มีความดี ความตระหนี่ไม่ให้ความดีแก่ใคร ความตระหนี่ถี่เหนียว ความเห็นแก่ตัว มีแต่บีบบังคับทำลายเจ้าของโดยถ่ายเดียว นอกจากนั้นยังทำลายคนอื่น คบค้าสมาคมกับเพื่อนกับฝูงที่ไหนไม่ได้ ความตระหนี่ถี่เหนียวเขาเกลียดกันทั่วโลกดินแดน เรายังไม่เห็นโทษมันอยู่เหรอความตระหนี่ถี่เหนียวนั่น ความเสียสละต่างหากไปที่ไหนชุ่มเย็นไปหมดทั่วโลกดินแดน ต่างกันไหม นั่นละความเสียสละ ความมีใจกว้างขวาง ถึงจะเป็นเด็กก็น่ารัก เป็นผู้ใหญ่ก็น่าบูชา เป็นพระก็น่าเคารพเลื่อมใส เป็นใครก็ตาม ถ้าลงมีความเสียสละ เห็นแก่ใจซึ่งกันและกัน มีความเมตตาสงสารให้อภัยซึ่งกันและกันแล้ว ไปไหนเย็นหมดมนุษย์เรา ถ้าความเห็นแก่ตัวเสียอย่างเดียว ไปไหนคับแคบตีบตัน ไม่มีใครคบค้าสมาคม ใครไปอยู่ด้วยก็ไม่ได้คอยเอารัดเอาเปรียบเขา คดโกงรีดไถประการต่าง ๆ ใครจะอยู่ด้วย

เอาให้มันจริงมันจังนะ เอาให้ได้ ได้ทุกวัน ๆ อย่าให้เสียลวดลายของนักรบชาวไทย เมืองไทยเราเป็นเมืองชาวพุทธ มีพระพุทธเจ้าเป็นนักรบที่เกรียงไกรที่สุด สามารถปราบมารสามแดนโลกธาตุเรียบราบไปหมด เราเป็นลูกชาวพุทธ เมื่อเป็นเช่นนั้นความแพ้ในตัวของเราจะมี เสียหน้าพระพุทธเจ้า เสียหน้าทีเดียว ใช้ไม่ได้เลย แล้วเดี๋ยวนี้หลวงตาบัวมานำหน้าอีกแล้ว หลวงตาบัวก็พูดจริง ๆ ไม่ได้เคยอ่อนข้อต่อกิเลสทุกประเภท ฟัดกันจนเต็มเหนี่ยว ๆ จนจะคอขาดสะบั้นลงไปก็ไม่ถอย เอาจนเผาศพกิเลสแหลกไม่มีอะไรเหลือ ไม่มีชิ้นดี แล้วที่จะหันหน้ามาช่วยโลกนี้ด้วยความเกรียงไกรอีกเหมือนกัน ด้วยความสง่า

เทศน์เรื่อยไป ทองคำมาเรื่อยซิ มีแต่เทศน์ไม่ได้ทองคำไม่เอา เทศน์มันต้องมีกัณฑ์เทศน์ซิ กัณฑ์เทศน์หลวงตาบัวนี้ต้องการทองคำ ทองคำเท่านั้นละ ดอลลาร์บ้าง ทองคำบ้าง เทศน์หลวงตาบัวเดี๋ยวนี้ออกเป็นทองคำเป็นดอลลาร์ไปหมดแล้วแหละ

เอานะพี่น้องทั้งหลาย ตะกี้นี้พูดถึงเรื่องความเด็ด เรามาเป็นหัวหน้าเราจะอ่อนข้อไม่ได้ เราไม่เคยอ่อนข้อต่อกิเลสแต่ไหนแต่ไรมา นับตั้งแต่วันบวชมาฟัดกับกิเลสจนกระทั่งหงายเลย พูดให้มันเต็มยศ เผาศพกิเลสเรียบร้อยแล้วจึงออกมาสอนโลก ไม่ได้ออกมาด้วยความอับเฉานี่นะ ออกมาด้วยความสง่าผ่าเผย ออกมาด้วยความองอาจกล้าหาญชาญชัย ลงจากเวที เผาศพกิเลสเรียบร้อยแล้วลงมาจากเวที ช่วยโลกนี่ก็ช่วยด้วยความกล้าหาญชาญชัย เพราะฉะนั้นจึงขออย่าให้มีความอับเฉาแฝงเข้ามาอยู่ในวงการรบกับกิเลสซึ่งมีอำนาจนี้เลย ขายหน้ามากทีเดียวนะ เอาให้จริงจัง

ชาติไทยของเราไม่ใช่ชาติที่แพ้ เป็นชาติที่เกรียงไกร เป็นชาติที่ได้ชัยชนะ ตถาคตพาชนะมาแล้ว ทุกคนช่วยกันดังที่พูด ๆ แล้ว อย่าอ่อนข้อนะ เราอ่อนคนเดียวเท่านั้น คนนี้ก็อ่อนคนนั้นก็อ่อน อ่อน อ่อนทั้งประเทศเหลวทั้งประเทศใช้ไม่ได้นะ คนนี้ก็แข็งคนนั้นก็แข็ง ต่างคนต่างแข็งประเทศก็แข็ง แล้วแกร่งเลยเทียว ชนะหมดถ้าลงแข็งแกร่งด้วยกันแล้ว ชนะ ความอ่อนแอไม่ใช่ความชนะ เป็นความแพ้อย่างราบทีเดียว ต้องเป็นความแข็งแกร่ง เป็นนักรบ

นี่เราออกมาด้วยความจงใจ ด้วยความเมตตาเต็มหัวอก บอกแล้ว แล้วไม่ใช่เมตตาธรรมดา ปกติครอบโลกธาตุอยู่แล้ว ซ้ำมาครอบประเทศไทยนี้หนุนตลอด พูดออกมาคำไหนมีแต่เรื่องชาติไทย ๆ ทั้งนั้นเห็นไหม เราไม่เคยสนใจพูดอย่างนี้ เดี๋ยวนี้ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น เห็นไหมว่าเป็นห่วงพี่น้องทั้งหลาย ถึงได้มาแสดงตัวขนาดนี้

ได้เตือนพี่น้องทั้งหลายให้ต่างคนต่างเข้มแข็งนะ หลวงตานำหน้า นำหน้าอย่างเข้มแข็ง ด้วยความมั่นใจทุกอย่าง ฝากความมั่นใจความหวังทั้งหลายไว้กับพี่น้องชาวไทยของเราทุกท่านด้วยนะ ให้ต่างคนต่างหนุนกันตลอดเวลาอย่าอ่อนข้อ เมืองไทยของเราถ้าขึ้นไม่ได้คราวนี้แล้วรู้สึกว่าจะพูดได้เต็มปากว่าจะไม่มีหวัง เพราะฉะนั้นเวลานี้ความหวังอยู่ในเอื้อมมือของเราแล้ว เอาให้ได้นะ เป็นความหวังที่อยู่ในเอื้อมมือของเรา เงื้อมมืออยู่ใกล้ ๆ นิดเดียว

เวลานี้ศาสนา พระมหากษัตริย์นำแล้ว เต็มแบบเต็มที่แล้ว ประชาชนของเราก็เป็นลูกของท่าน ตามเสด็จท่านให้เต็มเหนี่ยวนะ จะพาฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วทันสมัย สมกับว่าเมืองไทยเรานี้เป็นเมืองทอง ไม่แพ้ใครแต่ไหนมาที่ไหนเลย ไม่แพ้ ชนะเสมอ ชนะตั้งแต่ยังไม่สู้เมืองไทยเรา เราอย่าให้แพ้ตั้งแต่ยังไม่สู้ ใช้ไม่ได้นะ ขึ้นไปยังไม่ถึงไหนแพ้แล้ว ไม่เอาอย่างนั้น ชนะแล้วว่างั้นเลย ชนะตั้งแต่ยังไม่ขึ้นต่อกรกัน ชนะแล้วว่างั้น


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก