กิจของสงฆ์
วันที่ 28 ตุลาคม 2541
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมคณะสงฆ์ลำพูน-ลำปาง ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑

กิจของสงฆ์

พระเราเป็นสำคัญมากในพุทธจักรแห่งประเทศไทยของเรา พระเป็นเพศที่มีเมตตา เป็นเพศที่โลกไว้วางใจ เป็นเพศที่โลกเชื่อถือฝากเป็นฝากตายได้ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมาโดยลำดับ จนกระทั่งถึงพวกเราทั้งหลายนี้ เป็นเชื้อพระวงศ์ของพระพุทธเจ้ามาโดยลำดับ แล้วก็เป็นที่เชื่อถือตายใจของชาวพุทธเราตลอดมา เช่นเวลามีความทุกข์ลำบากอะไรต้องวิ่งหาพระ ไปที่ไหนไม่ระงับ ต้องวิ่งเข้าหาวัดหาวาหาครูบาอาจารย์

แม้ในที่สุดในการ์ตูนเขาก็เขียนไว้ผมก็ยังไม่ลืม เขาเขียนรูปทำเป็นเสาขึ้นไปข้างบนมีศาลเล็ก ๆ ให้เทวดาอยู่ แล้วก็มีรูปพระอยู่ข้างบน มีคนหนึ่งเข้าไปจุดธูปแล้วก็กราบขึ้นไปบนศาลนั้น ตุ๊เจ้าหลวงที่อยู่บนศาลนั้นทำท่าถามว่า หลานเป็นอะไร ว่าหลานเป็นทุกข์มาก นั่นเห็นไหมขึ้นไปหาพระเวลาจะเป็นจะตาย เป็นอะไรถึงเป็นทุกข์มาก เป็นทุกข์เพราะหลวงปู่นั่นแหละ หลวงปู่ว่าอะไรถึงเป็นทุกข์ หลวงปู่สอนให้มีความปรารถนาน้อย แล้วเป็นยังไงถึงเป็นทุกข์ ไปมีเมียน้อย เป็นอย่างนั้นนะ เอะอะเขาก็วิ่งหาพระ นี่ละพระเราเป็นที่ร่มเย็น เป็นที่ไว้วางใจ

ยิ่งเวลานี้เป็นเวลาที่ชาติไทยของเรากำลังได้รับความเดือดร้อนมาก จะต้องวิ่งเข้าหาพระ วิ่งเข้าหาศาสนา วิ่งเข้าหาธรรม มีธรรมเท่านั้นเป็นเครื่องช่วยเหลือได้ อย่างอื่นไม่มี เพราะให้กิเลสตีตลาด บ้านเมืองเรากำลังจะล่มจมมีแต่อำนาจของกิเลสฝ่ายอธรรมเท่านั้นตีตลาดเวลานี้ เพราะฉะนั้นจึงต้องเอาธรรมออกมาปราบ

ใครในนามของธรรม ใครเป็นศากยวงศ์ของพระพุทธเจ้ามาโดยลำดับ ก็คือพระสงฆ์องคเจ้าของเรานี้แหละ จะเป็นผู้แผ่เมตตากระจายทั่วดินแดนไป ให้ญาติให้โยมทั้งหลายได้รู้ทั่วถึงกัน เราก็เสียสละภายในใจด้วยความเมตตาแล้วก็ประกาศบอกประชาชนญาติโยมทั้งหลาย เพราะเรานี้เป็นสงฆ์มาจากประชาชน สงฆ์ทุกวันมาแต่ไหนแต่ไร ต้องเกิดจากพ่อจากแม่ที่อยู่ตามป่าตามเขาตามทุ่ง ท้องไร่ท้องนา อยู่ทุกแห่งทุกหนพ่อแม่ของพระสงฆ์ไทยเรา พระสงฆ์ไหนก็ตามมีพ่อแม่อย่างเดียวกันนี้หมด

ทีนี้เวลาบ้านเมืองของเราเกิดความเดือดร้อนอย่างนี้ พ่อแม่ของเรา ญาติมิตรสาโลหิตของเราที่เราเกิดมาจากที่ต่าง ๆ นั้นเต็มบ้านเต็มเมือง เดือดร้อนกันทั่วบ้านทั่วเมือง เราเป็นลูกของท่านเราจะปฏิบัติยังไง มันก็ต้องมองดูพ่อดูแม่ มองดูญาติดูวงศ์เป็นธรรมดา จึงต้องได้ช่วยเหลือกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี้เรียกว่ากิจของพระสงฆ์มาตั้งแต่ดั้งเดิมแต่กาลไหน ๆ ช่วยญาติช่วยวงศ์ อย่างพระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน ทรงช่วยพระญาติพระวงศ์มาเป็นพระองค์แรกเลยตั้งแต่โน้นมาจนกระทั่งป่านนี้ อันนี้พวกเราก็เหมือนกัน เราเป็นลูกของพ่อของแม่ทั่วประเทศไทย ญาติมิตรเพื่อนฝูงพ่อแม่ของเราเต็มประเทศไทย เราเป็นพระสงฆ์เราก็ต้องได้ช่วยพ่อช่วยแม่ของเรา เป็นกตัญญูตอบแทนบุญคุณซึ่งกันและกัน

ประชาชนทั้งหลายเขาไม่มองเห็นใคร เขามองเห็นแต่พระเท่านั้น คิดดูตั้งแต่การ์ตูนเขายังไม่ลืมพระ ไปกราบหลวงปู่ ยังหาว่าหลวงปู่ทำความเดือดร้อนให้ เดือดร้อนอะไร บอกให้ทำความปรารถนาน้อย ฟาดไปมีเมียน้อย ทีนี้มีเมียน้อยเป็นยังไง มันก็ยุ่งอย่างนั้นซิ ก็ต้องมายุ่งหาหลวงปู่อีกแหละ นั่นเอะอะก็ต้องวิ่งหาหลวงปู่ นี่ตุ๊เจ้าหลวงทางลำพูน ลำปางเรา ให้ระวังนะ เขาจะวิ่งไปหา เอาธรรมความปรารถนาน้อยให้เขา เขาไปฟาดมีเมียหลวงเมียน้อยเต็มบ้านเต็มเมืองไม่ได้นะ นี่พวกประชาชนวิ่งหาพระอย่างนี้ละ

นี่เวลาเมืองไทยของเราเดือดร้อน พระสงฆ์เราที่ให้เหมาะสมจริง ๆ เป็นที่เย็นใจแก่ประชาชนจริง ๆ แล้วก็ต้องได้เป็นแนวหน้า เป็นผู้นำ ช่วยประชาชนของเราให้ขึ้นจากหล่มลึก เพราะเป็นหัวใจของประชาชน พระเราไม่มีอะไรแหละ สมบัติเงินทองข้าวของอะไรเราไม่มี แต่เมตตาธรรมไม่มีใครเกินพระ ตามหลักพุทธศาสนาเป็นมาอย่างนั้น นี่แหละแหล่งแห่งแม่น้ำให้ความร่มเย็นแก่โลกคือแหล่งแห่งเมตตาธรรม ให้ความร่มเย็นแก่โลกเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ เราไม่มีอะไรเราก็มีเมตตาธรรม เฉลี่ยเผื่อแผ่ไปด้วยความเมตตาสงสาร แนะนำสั่งสอนให้ทั่วถึงกัน อันใดที่จะเป็นสาระแก่นสารแก่ชาติไทยของเรา แก่ญาติมิตรเพื่อนฝูงของเราแล้ว ให้ต่างคนต่างขวนขวายช่วยกัน นี้เรียกว่าเป็นกิจของสงฆ์โดยตรง

ใครจะตำหนิติเตียนก็ตาม อย่างหลวงตานี้ก็ยังมีคนมาถามเป็นปัญหาว่า ที่ทำอย่างนี้บางรายก็บอกมาเลยแต่เราไม่ระบุ เราได้ทราบมาตามคำบอกเล่าซึ่งเป็นความจริง ว่านี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ เขาว่าให้เราว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ แล้วอะไรเป็นกิจของสงฆ์เราอยากย้อนกลับทันทีเลยนะ มันขึ้นทันทีรับกันเลย เราอยากถามปั๊บให้หงายตูม ๆ เลยแต่เราไม่ถาม เพราะมันเป็นเสนียดจัญไรมากสิ่งที่เราจะตอบไปนั้น จะกระเทือนทั่วประเทศไทยความเสียหายจะว่าไง ที่พระสงฆ์เราทำอยู่ทุกวันอย่างลึกลับ เห็นกันอยู่นี้จะว่าไง แต่ไม่มีใครพูด กินกันไม่เคี้ยวกันละ กลืน ๆ ลงไป นี่ละกิเลสกลืนพระกลืนเณรเรากลืนอย่างนี้

ยกขึ้นมาเลยทีเดียวสมัยทุกวันนี้กำลังลุกลามเข้ามามากเวลานี้นะ เริ่มตั้งแต่หนังสือพิมพ์ พระกับหนังสือพิมพ์เข้ากันได้ยังไงตามหลักธรรมหลักวินัย ให้หลีกเข้าป่าเข้าเขา ไล่เข้าป่าเข้าเขา หลีกอารมณ์เหล่านี้ อารมณ์เหล่านี้คืออารมณ์ของกิเลส อารมณ์เดือดร้อน อารมณ์วุ่นวาย พระพุทธเจ้าไล่เข้าป่าเข้าเขา ให้หลีกอารมณ์เหล่านี้ แล้วไปกว้านหามาอะไรหนังสือพิมพ์ วิทยุเป็นเรื่องสั่งสมกิเลสสั่งสมกองทุกข์ เป็นพวกสกปรกเขาใช้กันตามประเพณีของโลกที่มีกิเลส ต้องเป็นความสกปรกด้วยกัน ไม่ตำหนิใครเพราะเป็นมาอย่างนั้น

นอกจากนั้นก็ทีวี โทรทัศน์เทวทัต แล้วก็วิดีโอ จากนั้นกำลังโทรศัพท์มือถือ มีกันทุกองค์ ๆ นะ จะเริ่มไปละจะมีกันทุกองค์ต่อไปนี้น่ะ นี่ถือว่าเป็นการทันสมัยเยี่ยมทีเดียวในวงการทำลายศาสนา แต่ทางโลกเขาถือว่าเป็นการทันสมัย ทางธรรมนี้ล้าสมัย เป็นบ๋อยของกิเลสอย่างราบไปเลย เวลานี้ธรรมของเรากำลังจะเป็นบ๋อยหมอบราบให้กิเลส ให้ระวังให้ดีจุดที่สำคัญ ๆ นี้เป็นกิจของสงฆ์เหรอ เราอยากถามว่าอย่างนั้น แล้วทำไมจึงกำเริบเสิบสานกันนักหนาทั่วบ้านทั่วเมืองพระสงฆ์ไทยเรา เรียนในหลักธรรมหลักวินัยพระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้เหรอ

พระพุทธเจ้าเป็นผู้ลืมหูลืมตาสอนโลกสงสาร ทำไมเราจึงหลับหูหลับตาดูหนังสือท่าน ฟังเสียงท่านด้วยความหูหนวกตาบอด ไม่ฟังเสียงท่านบ้างเหรอ นี่มันน่าคิดนะพวกพระสงฆ์เรา ผมเป็นพระสงฆ์องค์หนึ่ง ผมอายหน้าชาไปหมดเหมือนกัน เขาตำหนิกระเทือนไปหมด เพราะฉะนั้นผมถึงได้พูดออกจากผมนี้ไปให้เพื่อนฝูงทั้งหลายได้ทราบทั่วกันว่า เราเป็นพระสงฆ์ด้วยกันจะคิดแก้ไขกันยังไงบ้างในสิ่งเหล่านี้ จึงจะไม่ให้ลุกลามเอานักหนาเวลานี้ นี่ละมหาภัยกำลังทำลายศาสนาเวลานี้ กำลังเข้ามาในแบบนี้

อันใดที่เป็นเรื่องของกิเลสแล้วชอบนักชอบหนา ส่งเสริมกัน ทันสมัยกันทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งขึ้นมา ๆ อันใดจะทำลายศาสนาแล้วตั้งขึ้นมา ๆ อันใดที่จะส่งเสริมศาสนาไม่สนใจกัน นี่ซิพวกเราเป็นพวกที่หน้าชาไปด้วยกันหมดแล้ว อายชาวบ้านเขาล่ะซิ ผมก็เป็นผู้หนึ่งมีหูมีตาได้ยินได้ฟังมาเหมือนกัน ผมก็อาย เพราะฉะนั้นจึงได้เตือนพี่น้องพวกพระสงฆ์ทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน ให้ตื่นเนื้อตื่นตัวนะ ถ้าไม่ตื่นไม่ได้นะจะจมจริง ๆ ศาสนาเรา เดี๋ยวนี้เขายกโทษมาแล้ว ฟังจนชินหูเหมือนกัน หน้าชาเหมือนกัน เขาพูดว่ายังไง

ว่าเวลานี้ เขาพูดอย่างกระซิบกระซาบ เขาไม่กล้าพูดให้ผ้าเหลืองเราฟังแหละ แต่ผ้าเหลืองก็ได้ฟัง ก็เขามาพูดให้ผ้าเหลืองฟังคือเรานี่ซิ มาพูดว่ายังไง พูดว่าเวลานี้ศาสนาจะล่มจมด้วยพระสงฆ์เรา ทำไมพระสงฆ์จึงจะมาเสื่อมโทรมล่มจมด้วยพระสงฆ์ไทยเรา พระสงฆ์บวชมาเพื่อเชิดชูศาสนา จะมาล่มจมเพราะเหตุใด ก็พระสงฆ์เป็นผู้ทำลายศาสนาเสียเอง ทำลายยังไง เขาก็รื้อฟื้นเหล่านี้แหละมา นี่ละสิ่งทำลาย พระสงฆ์ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งทำลายพระสงฆ์ และพระสงฆ์มีความรักความสงวน ความแสวงหาอย่างยิ่ง จึงเรียกว่าพระสงฆ์เป็นผู้ทำลายศาสนาอันดับหนึ่งในเวลานี้ เขาว่างั้น

อย่างเงียบ ๆ ใครจะแตะเขาก็ไม่กล้าแตะ เขากระซิบกระซาบ หูเราก็หูกระซิบกระซาบมีนี่ เขาพูดมากระซิบกระซาบ หูเราก็ฟังกระซิบกระซาบมันก็ได้ยินจนได้ และกระเทือนหัวใจผม ผมถึงได้เตือนให้บรรดาชาวพระสงฆ์ทั้งหลายเราทราบ ไม่งั้นจะจมจริง ๆ ชาติไทยของเรา ผมพูดนี้พูดด้วยความห่วงใยชาติไทย ทั้งพระสงฆ์ไทยเราเป็นอันดับหนึ่ง เพราะหัวโล้น ๆ ด้วยกัน อะไร ๆ เกี่ยวโยงด้วยกันหมด กระเทือนถึงกันหมด เพราะฉะนั้นจึงได้เตือนกันให้พากันระมัดระวัง ไปที่ไหนก็ให้เขาได้ชุ่มเย็นชุ่มตาชุ่มใจ อย่าให้เขาเห็นว่าพวกทำลายศาสนามาแล้ว ๆ แหม ผมอยากเอาหัวมุดดินนะ

พอดีแล้ววันนี้เรามีโอกาสได้มาคุยกันเป็นอรรถเป็นธรรมต่อกัน นี้เราพูดด้วยเจตนาหวังดีต่อกันในวงที่จะรักษาศาสนาด้วยกัน จึงขออนุโมทนาท่านทั้งหลายด้วยที่อุตส่าห์พากันมานี้ มาช่วยชาติบ้านเมือง อย่างนี้ละถูกต้องแล้ว เป็นหลักสำคัญมาก เป็นหลักใจของชาติไทย เป็นความอบอุ่นของชาติไทยเรา เมื่อมีพระสงฆ์ออกหน้าในทางเป็นสิริมงคลอย่างนี้ ผมจึงขออนุโมทนาท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน

เอาละช่วยกัน เอาให้เต็มเหนี่ยวเลย บ้านไหนตระหนี่ถี่เหนียวเอาไม้ไปเคาะบ้านนั้นนะ บอกว่าหลวงตาบัวสั่ง บ้านไหนตระหนี่ถี่เหนียวเอาไม้ไปเคาะบ้าน ควักเอาทองคำมา เอาดอลลาร์มา

ลูกก็ได้ยินข่าวเขาว่าหลวงตาแบบนี้เจ้าค่ะ ลูกฟังแล้วก็ไม่สบายใจ เลยไปถามพระอาจารย์..ท่านพระอาจารย์..ท่านบอกว่า พระคุณของหลวงตาเปรียบเหมือนหินผา คนที่ว่าหลวงตาเหมือนกับหัวคน หัวกับหินชนกันอะไรมันจะแตกก็ตามใจมันเจ้าค่ะ พระอาจารย์ท่านแก้ให้เจ้าค่ะ เขาว่าอย่างนั้นเหรอ เท่านั้นละพอ เรามันพออยู่แล้ว ใครจะชมก็พอ ใครจะติก็พอ เราพออยู่แล้ว หินมันแตกได้นะ หัวคนไม่แตกไม่เป็นไรถ้าไม่ทำชั่ว ถ้าทำชั่วก็หัวแตก หินนี่ก็เหมือนกัน หินถ้าคนไปทับมันก็แตกได้เหมือนกันอย่าว่าแต่หัวคนแตก คนนั่นแหละไปทับหินแตกได้นะ ดีแล้วพูดเป็นคติ

เราออกสนามรบกับความสกปรกโสมมของชาติไทยเรา ความทุกข์ความยากจนของชาติไทยเรา เราต้องทนต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่งั้นไม่เรียกว่าเข้าสนามรบ ต้องรบกับข้าศึกศัตรูจึงเรียกว่ารบ อันนี้สิ่งชั่วช้าลามกทั้งหลายเป็นข้าศึกศัตรูต่อความสะอาด ความสงบสุขของชาติไทยเรา เราต้องช่วยกันออกรบ รบด้วยความสะอาด สิ่งเหล่านั้นเป็นของสกปรก เราต้องรบด้วยของสะอาดของเรา แก้ไขตก แก้กันได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องนำธรรมมาชะล้างสิ่งเหล่านี้ เรื่องสกปรกมันจะขึ้นมาทุกแห่งทุกหนไม่สนใจมัน สาดน้ำลงไปมันกระจายไปหมดความสกปรกรกรุงรัง ก็สะอาดไปตาม ๆ กัน นี่ละเรื่องพากันดำเนินอย่างนี้พวกเรา ถูกต้องดีงามแล้ว หลวงตาจึงได้อุตส่าห์พยายามมาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย

เพราะได้เคยพูดแล้วก่อนจะมาเป็นผู้นำนี้ได้คิดเสียจนอกจะแตก ฟังซิคิดน้อยเมื่อไร ถึงขนาดว่าอกจะแตก คิดเพื่อช่วยชาติบ้านเมืองของเรา หาทางออกช่วย หาทางไหน ๆ มันก็จนตรอกจนมุม สุดท้ายก็หมุนเข้ามาหาตัวเอง จึงได้ออกมาช่วยพี่น้องทั้งหลาย ขอให้ต่างคนต่างเหมือนกับช้างใหญ่ตัวลงสู่สงคราม ไม่พรั่นพรึงต่อลูกศรใด ๆ ทั้งนั้น เพื่อชัยชนะโดยถ่ายเดียว ความที่เป็นข้าศึกของเราเวลานี้คือความทุกข์ยาก ความสกปรกโสมม ให้ชะล้างด้วยความดี ด้วยความขยันหมั่นเพียร ด้วยความประหยัดมัธยัสถ์ อย่าสุรุ่ยสุร่าย อันนี้เป็นฐานหนุนแห่งสมบัติทั้งหลาย เพื่อชาติไทยของเราได้มีความแน่นหนามั่นคงขึ้นมา

เพราะความประหยัด ความมัธยัสถ์ นี้เป็นรากฐานสำคัญที่จะเชิดชูเมืองไทยของเรา ให้แน่นหนามั่นคงขึ้นไปได้โดยลำดับ ความสุรุ่ยสุร่ายเป็นการทำลายชาติไทยเรา ให้ต่างคนต่างประหยัดทุกคน ๆ ๖๒ ล้านคนต่างคนต่างประหยัดประจำวัน ๆ จนกลายเป็นนิสัยของชาติไทยเรา เป็นชาติที่ประหยัดแล้วชาติไทยไม่ต้องบอก จะมีความแน่นหนามั่นคงขึ้นโดยลำดับ นี้เป็นรากฐานสำคัญ เรียกว่ารักษาต้นเหตุ อันนี้ละต้นเหตุสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจมและฟื้นฟูได้เพราะอันนี้

ถ้าสุรุ่ยสุร่ายก็เป็นการทำลายทันที ถ้าต่างคนต่างประหยัด ทุกสิ่งทุกอย่างประหยัด รู้เนื้อรู้ตัวเสมอ การจับจ่ายใช้สอยทุกสิ่งทุกอย่าง การอยู่การกินการใช้การสอยการสั่งการเสียอะไรมาจากบ้านใดเมืองใดก็ตาม ให้พากันพินิจพิจารณาก่อน อย่าเห็นแก่สั่งมาฟุ้งเฟ้ออวดกันเฉย ๆ มันอวดความจนอวดความทุกข์กันต่างหากนี่นะ ถ้าทางโน้นขนมา ทางนี้ขนมา ทางโน้นตื่น ทางนี้ตื่น ตื่นลมตื่นแล้ง ขนเข้ามา ๆ เผาบ้านเผาเมืองเรา ด้วยของไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย ให้ระวัง

นี่ละเรียกว่ารากฐานแห่งการบำรุงชาติไทยของเรา ขึ้นอยู่กับความประหยัดมัธยัสถ์ รู้เนื้อรู้ตัว ตั้งแต่นี้ต่อไปคนไทยของเราทุกคนให้ตั้งนิสัยใหม่ นิสัยมาดั้งเดิมของเรานั้นเราไม่ได้ตำหนินะ เมืองไทยเรานี้เป็นเมืองสมบูรณ์พูนผลมาดั้งเดิมแต่ปู่ย่าตายายของเรา ไม่มีอะไรยากจนพอที่จะดิ้นจะดีดให้ได้คิดอ่านไตร่ตรองหาทางออก เพราะมีสมบูรณ์อยู่แล้วทุกอย่าง ทีนี้เราก็ใช้ก็อยู่ก็กินตามความสมบูรณ์พูนผลของเรา ก็เลยลืมตัว เวลาเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมาดังทุกวันนี้ มารอบด้าน มีแต่อันตรายของชาติไทยเราทั้งนั้น เมื่อมากระทบเข้าแล้วเราจะเอานิสัยเดิมมาใช้ไม่ได้

เช่นเอาอันนั้นมาหลอก อันนี้มาหลอก เขามาหลอกหาเงินไทยกับเรา อันนั้นก็ดีส่งเข้ามา อันนี้ก็ดีส่งเข้ามา ส่งอันนี้เข้ามา รอบบ้านรอบเมืองมีแต่ส่งสิ่งหลอกลวงมาโกยเอาเงินไทย โกยเอาตับเอาปอดของเราไป ทีนี้เราไม่รู้เนื้อรู้ตัว เห็นอะไรมาก็ซื้อ ๆ เรียกว่าเป็นคนหลักลอย สุดท้ายก็มาจมที่บ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเหตุการณ์มันเป็นมาอย่างนี้แล้ว ให้พากันพินิจพิจารณา สิ่งของที่ผ่านเข้ามาอะไรก็ตามให้ดูเสียก่อน อย่าด่วนคว้าตามนิสัยเดิม ให้เอานิสัยที่เหมาะกับเหตุการณ์เวลานี้ ๆ มาใช้ ๆ ให้เหมาะสมกัน

เมืองไทยของเราให้ตั้งตัวใหม่ ตามเหตุการณ์ที่มากระทบกระเทือนเวลานี้ เราจะเอานิสัยเก่าเรามาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องนิสัยสมบูรณ์พูนผล ทำคนให้ฟุ่มเฟือยโดยไม่มีเจตนานั้น เราอย่าเอามาใช้อีกต่อไป ให้ใช้ความประหยัดมัธยัสถ์รักษาบ้านเมืองของเรา นี่แหละคือการช่วยชาติของเราทางหนึ่ง อย่างลึกลับด้วยกันทุกคน ๆ จะหนุนเข้าไป ๆ คนนี้ประหยัด ๆ รวมคน ๖๒ ล้านคน ประหยัดกันทุกคนทุกครัวเรือนแล้วเป็นยังไง สมบัติจะได้เพิ่มขึ้นเท่าไร ทุ่นรายจ่ายไปเท่าไรการจ่ายก็ดี การซื้อไม่ควรซื้อก็ไม่ซื้อ อันใดก็ตามที่จะกระทบกระเทือนแก่ชาติไทยของเราเราต้องพิจารณาเรียบร้อยก่อน ก่อนที่เราจะนำมาใช้มาอะไรก็ตาม อย่างนี้ถูกต้องแล้ว เรียกว่าเมืองไทยเราเป็นหลัก

หลักของชาติไทยของเรารวมอยู่ในหัวใจแห่งคำว่าชาติอย่างเดียวนี้หมดเลย ถ้าชาติจมเราจมหมดไม่มีใครเหลืออยู่ได้แหละ เราต้องรักษาชาติด้วยการประหยัดมัธยัสถ์ ด้วยการบำรุงรักษาทุกด้านทุกทางที่จะเป็นไปได้ แล้วเงินทองข้าวของก็จะค่อยหนุนเข้ามา ที่ควรจะไหลออกไปมากก็ไหลออกไปน้อย ไหลออกไปน้อยเรื่อย ๆ อะไรที่จะเป็นความเสียหายไหลเข้ามา ก็น้อยเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะเราไม่ต้อนรับเสียทุกสิ่งทุกอย่างดังที่เคยเป็นมา เลือกเฟ้นด้วยดีแล้ว นี่ละเป็นการประหยัด และเป็นการเชิดชูเมืองไทยของเรา ต่างคนต่างเชิดชู ๖๒ ล้านคนนี้วันหนึ่งจะได้เงินสักกี่ล้านบาท ทุ่นเงินรายจ่ายของเราไปสักกี่ล้านบาท

วันนี้เท่านั้นล้านบาท วันนั้นเท่านั้นล้านบาท หลายล้านบาทต่อหลายล้านบาท หลายวันต่อหลายวันก็หนุนกันขึ้น ๆ เอง นี้เป็นการช่วยชาติไทยของเรา ให้พี่น้องทั้งหลายช่วยแนวนี้ ส่วนนี้เป็นการช่วยปลายเหตุ ที่เอามาช่วยกันนี้ เพราะเวลานี้เราบกพร่องเดือดร้อนมาก ปัจจุบันนี้เราจึงมาช่วยอันนี้ให้พอพยุงอยู่ได้แล้วก็หนุนต้นเหตุให้ดีขึ้นไป บำรุงขึ้นไป แล้วก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้พากันจำเอานะทุกคน ๆ

ต่อไปนี้จะให้พร


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก