ตามร่องรอยศาสดา
วันที่ 27 กันยายน 2541
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๑

ตามร่องรอยศาสดา

ที่ข้างล่างไม่มีที่อยู่ บนศาลานี้ก็ไม่มีที่อยู่ ก็มีว่างแต่บนหลังคาเท่านั้น วัดนี้ตั้งแต่สร้างวัดมายังไม่เคยต้อนรับคนบนหลังคา คราวนี้น่ากลัวเหลือเกิน เมื่อไม่มีที่ไปจริง ๆ ก็ต้องให้ขึ้นบนหลังคา เราเปิดให้หมด ถ้าขึ้นบนหลังคาได้เราเสียสละให้หมดเลย ตอนเช้าก็เท่านี้แล้ว เพียงเท่านี้ก็ดูซิแน่นหมดเลย นี่แสดงให้เห็นน้ำใจของพี่น้องชาวไทยเรา ว่ามีความรักชาติและความสามัคคีซึ่งกันและกันขนาดไหน ก็เห็นได้ชัดเจนอย่างนี้

ความสามัคคี ความให้อภัยกัน ความไม่ถือสีถือสากัน ความเฉลี่ยเผื่อแผ่กัน ความเห็นอกเห็นใจกัน นี้เป็นพลังอันสำคัญที่จะรวบรวมพลังของคนทั้งชาติเข้าสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นี่ละความสามัคคี ดังพระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงไว้ว่า สมคฺคานํ ตโป สุโข ความสามัคคีแห่งคนทั้งหลายรวมกันแล้ว ย่อมเป็นพลังอันสำคัญที่จะกำจัดสิ่งเลวร้ายทั้งหลายออกได้ มีความปึกแผ่นแน่นหนามั่นคงเป็นหลักเกณฑ์ของกลุ่มนั้น ๆ นี่หมายถึงความสามัคคี สามัคคีในกลุ่มใด กลุ่มนั้นแน่นหนามั่นคง ความแตกแยกสามัคคีตรงจุดไหน จุดนั้นเป็นความแตกร้าวเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันไปไม่มีประมาณ ความสามัคคีจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด

เฉพาะชาติไทยของเรานี้เป็นชาติแห่งชาวพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ได้ถือสีถือสาถือสูงถือต่ำ ถือชาติชั้นวรรณะ ยิ่งกว่าความให้ต่างคนต่างเชื่อบุญเชื่อกรรมของตนแต่ละราย ๆ นี่เป็นหลักที่อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ไม่ดูถูกเหยียดหยามกัน เพราะต่างคนต่างมีกรรมเป็นของตน มีมากมีน้อยจำต้องเสวยกรรมของตนตามมากตามน้อยนั้น แล้วก็เห็นใจกัน เพราะสัตวโลกทั้งหลายนี้เกิดมาต่างคนต่างเสวยกรรมด้วยกัน ตามวาระแห่งกรรม

เช่นอย่างเรามาเกิดเป็นมนุษย์นี้ นี้เป็นวาระหนึ่งแห่งการเสวยกรรมของเราที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ แล้วมีความสูงต่ำตามนิสัยวาสนาของแต่ละราย ๆ นั้น ก็เป็นวิบากแห่งกรรมดีของผู้นั้น ๆ แทรกกันไปตามนั้น ผู้มีกรรมชั่วก็ลงไปตามนั้น ต้องมาเสวยกรรมตามวิบากแห่งกรรมของตนเอง นี่ละพระพุทธเจ้าท่านสอนรวมแล้วให้ลงในคำว่า สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายซึ่งเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น และไม่ให้จองกรรมจองเวร อเวรา โหนฺตุ ไม่ให้จองกรรมจองเวรซึ่งกันและกัน อพฺยาปชฺฌา โหนฺตุ ไม่อิจฉาบังเบียดซึ่งกันและกัน ไม่จองกรรมจองเวรและไม่เบียดเบียนไม่ทำลายกัน อนีฆา โหนฺตุ จนกระทั่ง สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ ให้สัตว์ทั้งหลายให้ต่างคนต่างมีความสุขโดยทั่วหน้ากัน

นี่ละความที่ว่าต่างคนต่างมีกรรมด้วยกัน ย่อมเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ว่าวาระนี้ใครอยู่ในจุดใด ๆ วาระใด ก็จำต้องยอมเสวยกรรมไปตามอำนาจแห่งวิบากดีชั่วของตนเอง แล้วต่างคนต่างสั่งสมคุณงามความดี ต่างคนต่างเห็นใจกัน ด้วยอำนาจแห่งความมีกรรมเหมือนกัน แล้วต่างคนต่างให้อภัย ต่างคนต่างเสียสละ ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน นี่เป็นลูกศิษย์แห่งชาวพุทธ

อย่างประเทศไทยของเราเป็นประเทศแห่งชาวพุทธ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวพุทธทั้งนั้น ชาวพุทธจึงเป็นความสนิทสนมกลมกลืนกันได้ทุกแห่งทุกหนทั่วประเทศไทยของเรา ตลอดถึงเมืองนอก พุทธไปที่ไหนกระจายความร่มเย็นเป็นสุข ความเห็นอกเห็นใจ ความสนิทสนมกันไปถึงนั้น ๆ เพราะพระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาเป็นน้ำใจที่กว้างขวางต่อสัตวโลกมาก ผู้ที่มีพุทธะภายในใจถือศาสนาพุทธ ย่อมเป็นผู้มีเมตตาต่อกัน มีจิตใจอันกว้างขวางไม่คับแคบตีบตันต่อกัน ไม่เห็นแก่ได้ ไม่เห็นแก่โลภ ไม่คดไม่โกงไม่รีดไม่ไถซึ่งกันและกัน ไม่หาช่องหาทางที่จะเบียดเบียนกันในช่องต่าง ๆ มีแต่การให้อภัยกันเสมอ นี่เรียกว่าชาวพุทธ

ไปที่ไหนไว้ใจกันได้ แม้จะอยู่ต่างแห่งต่างหนตำบลหมู่บ้านก็ตาม น้ำใจเป็นอันเดียวกันแล้วสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ผิดกับคนที่ไม่มีธรรม แม้อยู่ในครอบครัวเดียวกันก็แตกกันได้คนไม่มีธรรม ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นอย่างครอบครัวของเราผัวเมียของเรานี้ อยู่ด้วยกันเป็นสุขร่มเย็น ฝากเป็นฝากตาย ด้วยความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน ฝากชีวิตจิตใจไว้ต่อกันนี้เรียกว่าธรรม ต่างคนต่างมีน้ำใจอย่างเดียวกันแล้ว ผัวเมียอยู่กันเป็นสุข เป็นประหนึ่งว่าอวัยวะเดียวกัน

ถ้าโจรมารคือกิเลสตัณหาแทรกเข้าไปตรงนั้นเสีย ทำให้แบ่งปันจิตใจไปในแง่ต่าง ๆ นั้นแลคือแบ่งใจออกไปหาฟืนหาไฟกว้านเข้ามาเผาไหม้ครอบครัวเหย้าเรือน แม้ที่สุดสามีภรรยาอย่างน้อยทะเลาะกัน มากกว่านั้นแตกจากกันได้ นี่คือโจรมาร เรียกว่ากิเลสมาร มันเข้าแทรกศีลธรรม ทำลายศีลธรรม ให้ครอบครัวที่กลมกลืนกันนั้นแตกแยกกันได้ นี่เรียกว่ามาร นี่ละเรื่องมารแทรกเข้าตรงไหนทำลายตรงนั้น

ศาสนาอยู่ที่ในหัวใจของใครเย็นไปหมด แม้แต่เด็กก็น่ารัก ผู้ใหญ่ก็น่าเคารพบูชา เป็นเพื่อนเป็นมิตรเป็นสหายก็มีความเคารพรักซึ่งกันและกัน สละเป็นสละตายแก่กันได้ ความมีธรรมเป็นอย่างนั้น ไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เสมอกันไปหมด

พวกเราทั้งหลายเวลานี้ก็กำลังจำเป็นอย่างยิ่งในชาติไทยของเรา ซึ่งกำลังฟื้นฟูจะให้ขึ้นสู่สภาพที่พอเป็นไปได้ อย่างน้อยพอให้ทรงตัวได้ มากกว่านั้นก็มีความสง่างามด้วยความสมบูรณ์พูนผล สิ่งที่กล่าวมาทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความรักชาติ ความสามัคคี ความเสียสละของเรา ต่างคนต่างเสียสละ ต้องเห็นว่าเราทุกคนนี้เป็นคนไทยด้วยกัน จะอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม คือคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ความจำเป็นมีมากน้อยจะต้องกระเทือนกันทั่วประเทศไทยของคนไทยทุกคน ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นต้องต่างคนต่างดิ้นรนขวนขวายเพื่อการช่วยเหลือ เพื่อการซ่อมแซมบำรุงสิ่งที่บกพร่องในชาติไทยของเรา ให้มีความสมบูรณ์พูนผลขึ้นมา เราจะอยู่ด้วยกันเป็นผาสุกทั้งชาติไทยของเรานั่นแหละ

ถ้าหากว่าบกพร่องก็กระเทือนกันไปหมดเลย ไม่มีใครว่าดีละ เราอยู่ท่ามกลางกองเพลิงดีที่ไหน ไฟรอบข้าง เราอยู่คนเดียวเสวยสุขไม่มี เป็นไปไม่ได้ ต้องร้อนเหมือนกับไฟทั้งหลายกับคนที่เขาร้อนนั้นแล เพราะฉะนั้นจึงต่างคนต่างสร้างความร่มเย็นขึ้นมา ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคี ด้วยความเสียสละ เข้าเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นหลักฐานบ้านเมืองที่แน่นหนามั่นคง เราจะอยู่ผาสุกสบายทั่วหน้ากันหมด

ขอให้พี่น้องทั้งหลายยึดหลักนี้ไว้ ให้ต่างคนต่างเสียสละ อย่าเห็นแต่เพียงว่าเงินในกระเป๋าเรานี้มีคุณค่ายิ่งกว่าชาติ ชาติมีคุณค่ามากที่สุดเต็มแผ่นดินไทยของเรา เราเป็นชาติไทย คุณค่าของชาติไทยเราเต็มประเทศ เงินในกระเป๋าของเรานี้ไม่มีคุณค่า เพียงอยู่ในกำมือเท่านั้นมีคุณค่าอะไร เมื่อเราเสียสละออกไปเพื่อชาติไทยของเรา ชาติไทยของเราสง่างามไปหมดทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นจึงต่างคนต่างแบ่งสันปันส่วน เสียสละซึ่งกันและกัน แล้วออกเพื่อหนุนหลักใหญ่ของเราคือชาติไทยให้มีความแน่นหนามั่นคง

หลวงตาเองซึ่งเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายก็เป็นที่รวมใจ เพื่อรวมเข้าเป็นหลักเกณฑ์อันใหญ่หลวง อันแน่นหนามั่นคงนั่นเอง ไม่ใช่เพื่ออะไร การพูดกับพี่น้องทั้งหลายเกี่ยวกับการเสียสละ ไม่ได้พูดเพื่อหลวงตาบัว เราพูดเพื่อชาติ สมเราเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายในการบริจาคสมบัติเงินทองข้าวของให้เข้าสู่จุดแห่งความปลอดภัย แล้วจะมีความแน่นหนามั่นคงขึ้นภายในประเทศชาติของเรา พี่น้องชาวไทยทั้งหลายก็อยู่เป็นสุข

ถึงจะทุกข์เป็นธรรมดา เกิดมาในโลกนี้ย่อมมีสุขมีทุกข์เจือปนกันไป แต่หลักใหญ่ของเราคือชาติของเรามีความแน่นหนามั่นคง เราอยู่ได้ทั้งนั้น เราซุกหัวนอนใต้ร่มไม้ก็ได้ รับประทานข้าวกับน้ำปลาก็ได้ บางทีรับประทานข้าวเปล่า ๆ เรายังได้ เพราะเราตั้งความหวังไว้ ออกจากข้าวเปล่า ๆ นี้แล้วเราจะได้รับประทานน้ำปลาหรือจะได้รับประทานสิ่งดีกว่านี้ก็ได้ เรามีความหวัง เพราะชาติไทยของเราเป็นพื้นฐานรับรองไว้แล้วแห่งความร่มเย็น

ถ้าหากว่าชาติไทยของเรานี้ล้มเหลวไปเสีย จมไปเสีย เราอยู่กับใคร คนไม่มีพ่อมีแม่ คนไม่มีหลักมีฐาน คนไม่มีหลักมีเกณฑ์ คนเหลวไหล คนโลเล คนหลักลอย เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วเหลวไหลทั้งประเทศ ถ้าต่างคนต่างมีหลักมีเกณฑ์ มีพ่อมีแม่ มีรากมีฐานเป็นที่อยู่แล้ว อยู่ที่ไหนอยู่ได้ทั้งนั้น ร่มไม้ชายคาที่ไหนเราอยู่ได้ ขอให้ชาติไทยของเรามีความแน่นหนามั่นคง นี่ละชาติไทยจะแน่นหนามั่นคง ต้องออกจากความเสียสละของเราเพื่อชาติด้วยกันทุกคน ๆ

ที่หลวงตาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายก็เพื่อจะเฉลี่ยทุกสิ่งทุกอย่างจากน้ำใจของพี่น้องทั้งหลาย เพื่อบำรุงรักษาชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคง แล้วเราจะได้ซุกหัวนอนอย่างสบาย ๆ แม้เราจะเป็นทุกข์ก็ตาม เรามีหลักแหล่งเป็นที่อยู่ที่อาศัยก็ยังดี

วันนี้ก็จะเริ่มมีพิธีขึ้นมา สถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้จะเต็มไปหมด ประชาชนของเราที่จะมาช่วยชาติ คราวนี้ต่างคนต่างออกมาจากทุกทิศทุกทางมาเสียสละเป็นระยะ ๆ เหมือนกับเรารับประทานเป็นคำ ๆ เข้าไป เป็นช้อน ๆ เข้าไป ทีละช้อน ๆ ทีละคำสองคำ หนุนเข้าไปจนกระทั่งอิ่มแล้วก็พอเอง นี่ก็เหมือนกัน เรามาช่วยชาติไทยของเราแต่ละครั้ง ๆ เท่ากับเรารับประทานแต่ละช้อน ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เอ้า คราวนี้แล้วคราวนั้น ๆ ช่วยกันไป จนกระทั่งเมืองไทยของเรามีความเพียงพอแล้วเราก็อยู่เป็นสุขทั่วหน้ากัน

เวลานี้เป็นเวลาที่ขาดแคลน เมื่อเมืองไทยขาดแคลนเราทุกคนขาดแคลนด้วยกันทั้งนั้น จึงต้องต่างคนต่างขวนขวายช่วยกันเต็มกำลังความสามารถของเราทุกคน ๆ เอ้า ช่วยกันเป็นระยะ ๆ หลวงตาก็จะกำหนดให้เป็นระยะ ๆ เพื่อชาติของเราไม่ใช่เพื่ออะไร เพื่อชาติของเรา เพื่อเราแต่ละคน ๆ ไม่ใช่เพื่อผู้หนึ่งผู้ใด เพื่อเราทุกคน ๆ รวมแล้วเพื่อชาติของเรา เราจึงต้องตั้งเป็นระยะ ๆ เอาไว้ ระยะนี้เช่นวันนี้ก็มีระยะหนึ่ง ที่จะขวนขวายหาสมบัติเข้ามาหนุนชาติของเรา ต่อจากนั้นไปก็เป็นอีกระยะเป็นระยะ ๆ ตามช่องว่างที่เหมาะสม แล้วหัวหน้าจะพานำพาดำเนิน เป็นอย่างนี้ตลอดไปทั่วประเทศไทยของเรานี้

อย่างไรเมืองไทยของเราต้องขึ้นได้ไม่สงสัย หลวงตาแน่ใจ เพราะเชื่อพี่น้องชาวไทยของเราว่าเป็นชาวพุทธ เป็นนักเสียสละ ต้องเป็นไปได้ จึงตัดสินใจออกมาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหมือนหนึ่งว่าสละชีวิตไปเลย เอาให้เมืองไทยขึ้นได้ ถ้าเมืองไทยขึ้นไม่ได้หัวหลวงตาบัวนี้ขาดไปเสียอย่างไม่มีความหมาย ไม่ได้เสียดายเท่าชาติไทยของเรายังตั้งอยู่นะ คอขาดเพื่อชาติเราขาดได้ ขาดด้วยความเมตตาสงสารชาตินั่นเองไม่ใช่ขาดเพื่ออะไร

สิ่งอื่นสิ่งใดเราหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรกังวลแล้ว ในสามแดนโลกธาตุนี้เราพูดตรง ๆ ว่าเราปล่อยวางหมดแล้วไม่มีสิ่งใดเหลือ สิ่งที่เหลือที่เป็นเครื่องพัวพันให้เป็นห่วงเป็นใยนี้ก็คือพี่น้องชาวไทยของเรา ซึ่งเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน เวลานี้กำลังได้รับความทุกข์ความลำบาก จำเป็นจะต้องช่วยเหลือกัน เราจึงช่วยหาทางออกและโดยเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจึงขอให้ต่างคนต่างดำเนิน

ผู้นำเป็นสำคัญมากไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่พูดโอ้พูดอวดนะเรื่องความเป็นผู้นำ ในครอบครัวก็มีผู้นำ พ่อแม่เป็นผู้นำของลูกเต้าหลานเหลนของสกุลนั้น ๆ โรงร่ำโรงเรียนก็มีผู้นำ นอกจากนั้นยังมีผู้อำนวยการโรงเรียนอีก ครูเป็นผู้นำของนักเรียน แล้วยังมีผู้อำนวยการของโรงเรียนนั้นอีกเป็นขั้น ๆ เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนัน เป็นตำบล นี้ล้วนแล้วตั้งแต่ผู้นำ ๆ ผู้นำเป็นของสำคัญ ผู้นำต้องได้คัดเลือกก่อนจะมาเป็นผู้นำแต่ละคน เป็นคนประเภทใด ควรเป็นผู้นำได้ขนาดไหน จนกระทั่งถึงเป็นผู้ใหญ่ ใหญ่สุด ต้องได้รับคัดเลือกกันทั้งนั้น

อันนี้ก่อนที่จะมาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายนี้ เราไม่ให้มีใครคัดเลือกเราแหละ เราคัดเลือกโดยลำพังเราเองก่อน คัดเลือกหาช่องหาทาง หาผู้ใด หาหน่วยใด ที่จะมานำชาติ พี่น้องของเราซึ่งกำลังจำเป็นอยู่เวลานี้ให้ขึ้นจากหล่มลึกได้ หาช่องไหน ๆ เต็มความสามารถก็ไม่จุใจ ๆ ไม่เหมาะสมในหัวใจของเราเอง ปลงใจลงไม่ได้ สุดท้ายก็วนเข้ามาหาตัวเอง นี่ละเรื่องที่จะเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย

เมื่อก้าวเข้ามาหาตัวเอง วินิจฉัยตัวเอง ว่าสมควรเป็นผู้นำตัวเองและเป็นผู้นำใครได้บ้างหรือไม่ มาพิจารณาดูตัวเองก็ภูมิใจทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดศีลธรรมทุกด้านทุกทาง สั่งสมมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งป่านนี้ เป็นที่พอใจ ถ้าเป็นน้ำก็เต็มแก้วแล้วไม่มีที่ต้องติ เอ้า ถ้าอย่างนั้นสมควรจะเป็นผู้นำได้ไหม ตัวเองเราสมควรแล้วแน่ใจแล้ว จึงได้มาประกาศเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายดังที่ปรากฏตัวเวลานี้

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พินิจพิจารณาด้วยดีว่า เป็นที่ควรเชื่อถือได้หรือไม่ผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย เราเชื่อเราแล้วเราถึงได้ออกมาเป็นผู้นำ พื้นฐานแห่งความเชื่อเราก็คือเราเป็นนักเสียสละอยู่แล้ว เราเสียสละมาตั้งแต่มาตั้งวัด นี่ละเอารากฐานสำคัญ ตั้งแต่มาตั้งวัดป่าบ้านตาดทีแรก จตุปัจจัยไทยทานได้มามากน้อยเราเสียสละตลอดเลย ไม่มีเก็บอะไรทั้งนั้นในวัดนี้ เสียสละตั้งแต่คนทุกข์คนจน สถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการต่าง ๆ ตรงไหนบกพร่องต้องการความช่วยเหลือเราช่วย เรียกว่าทั่วประเทศไทย ทุกภาคเราช่วยทั้งนั้นไม่ใช่ภาคหนึ่งภาคเดียว เรียกว่าทั่วประเทศไทย

ทางไหนมีความจำเป็น ใกล้ไกลไม่สำคัญ สำคัญที่ความจำเป็น เราช่วยทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจึงได้ช่วยทั่วประเทศไทย เมื่อสรุปความลงแล้วว่า เราเป็นนักเสียสละ คือไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวตลอดมาจนกระทั่งป่านนี้ จนกระทั่งมาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย เพราะความเชื่อตัวเองว่าเราเป็นนักเสียสละ ไม่มีลี้ลับอะไรทั้งนั้น จึงได้มาเป็นผู้นำ ขอให้พี่น้องทั้งหลายเป็นนักเสียสละตามกำลังความสามารถของตน

ผู้นำของพี่น้องทั้งหลายนี้ประกาศตนออกมาแล้วให้เด่นชัดอย่างนี้แล คือเป็นผู้นำ เป็นผู้เสียสละ มาตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่เคยเก็บอะไรทั้งนั้นจึงเชื่อตัวเอง แล้วก็มาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายให้เดินตามทางนี้ พระพุทธเจ้าท่านเป็นนักเสียสละชั้นเอก อันดับลงมาก็พระสาวกอรหันต์ของท่านเป็นนักเสียสละ ด้วยความเมตตาต่อโลกสงสาร เราที่เป็นลูกศิษย์ตถาคตก็ต้องดำเนินตามร่องรอยของศาสดาและสรณะของพวกเรา จึงเป็นผู้เสียสละตลอดมา แล้วก็มาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลาย แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ในชาติไทยของเรา ถ้าต่างคนต่างดำเนินตามเรื่องของผู้นำ ที่นำธรรมของพระพุทธเจ้ามาเป็นทางดำเนิน คิดว่าบ้านเมืองไทยของเราจะเป็นไปได้โดยไม่สงสัย

จึงขอให้ทุก ๆ ท่านตั้งอกตั้งใจเสียสละ เราอย่าเสียดาย เงินทองข้าวของเรามีมากมีน้อย เอ้า แบ่งสันปันส่วนออกไปเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ชาติเป็นของสำคัญมาก มีคุณค่ามาก ชีวิตจิตใจของคนไทยทั้งชาตินี้อยู่ได้ด้วยชาติ ถ้าขาดชาติแล้วจมหมดไม่มีอะไรมีความหมาย แล้วเวลานี้เราสร้างความหมาย เราสร้างความดี สร้างความศักดิ์ศรีดีงามให้ขึ้นสู่ประเทศไทยของเราให้สมบูรณ์พูนผล จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกท่าน จะต่างคนต่างเสียสละให้ทั่วหน้ากัน แล้วเราจะได้เห็นเมืองไทยเราสง่าขึ้นงามขึ้นไปโดยลำดับ ด้วยความเสียสละของเรา ไม่ใช่ด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว

ความตระหนี่ถี่เหนียวไปไหนคับแคบตีบตัน คบกับใครไม่ได้ เป็นพระก็เพื่อนฝูงไม่มี เป็นฆราวาสก็เพื่อนฝูงไม่มี เพราะความเสียสละไม่มี มีแต่ความคับแคบตีบตัน ไปที่ไหนมีแต่จะกินเขาเท่านั้น หาแต่กินตับเขาตับเราไม่สนใจ หาเอามาพอกพูนตับเรา หาเอาตับคนอื่นมา ใครก็มีตับใครก็รักสงวนตับ ใครจะอยากคบค้าสมาคม เดี๋ยวตับหมดไม่มีเหลือ นี่ละโทษแห่งความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นอย่างนี้

คุณค่าแห่งความเสียสละ ไปที่ไหนไปได้หมด เป็นก็เป็น ตายก็ตาย นักเสียสละมีอยู่ในหัวใจแล้วไม่อดตายคนเรา อำนาจแห่งความเสียสละนี้มีคุณค่าสูงมาก

เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก