ของแสลงไข้ (ก่อนปาฏิโมกข์)
วันที่ 13 มิถุนายน 2527 เวลา 4:00 น. ความยาว 13.31 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมพระก่อนปาฏิโมกข์ ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๗

ของแสลงไข้

นี่จวนจะเข้าพรรษาแล้วจะขยับขยายก็ขยับขยาย เข้ามาอัดแน่นกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ นี่ไม่ใช่กระป๋องเนื้อ วัด..ให้พากันทราบ มันแน่นมากแล้ว จะเลอะ ๆ เทอะ ๆ ไปหมดแล้ว สำหรับวัดนี้มันมากเกินอัตราแล้ว จะหาความสงบสงัดไม่ได้ จะกลายเป็นโรงลิเกละครไปละ มันเป็นได้จริง ๆ ไม่สงสัย ถ้ามากเข้า ๆ มันหากเลอะ ๆ เทอะ ๆ ไปละ แม้ปกติมันก็เป็นภาระหรือเป็นรถหนัก วัดทั้งวัดเหมือนกับรถคันหนึ่งบรรจุพระเณรไว้เต็ม อืดอาด ๆ ไม่มีอะไรคล่องตัว

เพียงชุมนุมกันชั่วคราวเท่านั้นเสียงดังลั่น อยู่ที่นี่ หูกับปากเจ้าของติดกันอยู่ไม่ได้ยินนะ แต่นั่งอยู่โน้นได้ยินอยู่ตลอด ถ้าจะรำคาญก็ได้รำคาญจนเหลือจะรำคาญแล้ว เวลาคุยกันอยู่ที่นี่หูกับปากติดกันอยู่นั้นไม่ได้ยิน หูอยู่ไกล ๆ โน้นจนทนไม่ได้ ได้ยินอยู่ตลอด เสียงอึกทึกครึกโครมผู้พูดก็ไม่มีเจตนา แต่เรื่องความจริงก็เป็นความจริงอยู่ยังงั้นจะว่าไง มันก็ลั่นอยู่นั้น

แล้วพูดมีกิริยาคึกคะนองด้วย….บางราย ไม่ใช่จะบางรายแต่ส่วนมาก ผู้ที่ให้การแนะนำสั่งสอนกับดูกิริยาที่แสดงนั้นมันเข้ากันไม่ได้ เหมือนกับคนไข้กินของแสลงอยู่ต่อหน้าต่อตาหมอที่ห้ามว่าของนี้แสลง เป็นยังงั้น มันไม่ได้กินลับหลัง กินต่อหน้าเลย กินของแสลงต่อหน้าหมอที่ห้าม ทั้ง ๆ ที่หมอนั้นเป็นผู้เชื่อถือของคนไข้ แต่คนไข้ก็อดความอยากอดนิสัยลุกลามอยู่อย่างนั้นไม่ได้ ก็กินของแสลงต่อหน้าต่อตาหมอนั่นแหละ แล้วหมอจะทำยังไงเพราะหมอก็บอกแล้วว่าสิ่งนั้นผิด ๆ แล้วคนไข้ก็มากินอยู่ต่อหน้าต่อตาหมอ ถ้าไม่รู้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ไอ้นี่กิริยาแห่งความคึกความคะนองมันคือของแสลงนั่นเอง

องค์ไหนที่มาเมื่อสองสามวันนี่ รับไม่ได้นะจะบอกให้ แน่นแล้ว พระตั้ง ๓๐ - ๔๐ ไปแล้วอยู่กันยังไง หาสถานที่สงบสงัดภาวนาซียังจะเกิดประโยชน์ อันนี้มีแต่อัดแต่แน่นกันอยู่เฉย ๆ ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไร เราผู้ให้โอวาทสั่งสอนอบรมเราก็เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ ทำไมผู้มาศึกษายังจะคิดว่าจะเป็นประโยชน์อีกยังไง มันเลยความพอดี ใครก็มีแต่คิดตั้งใจจะอยู่ ๆ ไม่คำนึงถึงความได้ความเสียก็ไม่ถูก อยู่ก็อยู่หมายถึงเหตุผลที่ควรจะอยู่ ไปก็เหตุผลควรจะไป ไม่ใช่นอกเหนือเหตุผลไปทั้งการอยู่การไป

เรื่องเห็นใจน่ะผมเห็นใจดังที่เคยพูดอยู่แล้ว แต่ความเห็นใจนี้ถ้าจะให้เป็นไปตามอันนี้ผลประโยชน์ก็ไม่เห็นมี นอกจากผลเสียจะมีมา ดูวัดทั้งวัดมันแน่นจนจะหาที่สงบสงัดไม่ได้ เดินไปไหนก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่นั้นจะว่าไง สงบสงัดเหมือนสถานที่บำเพ็ญจะไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว เดินเข้าตามป่าตามซอก เมื่อมากเข้าไปแล้วคนไปอยู่ที่ไหนย่อมส่งเสียงที่นั่น ไม่เหมือนสัตว์ เช่น เขาอยู่ที่ไหนเขาไม่ค่อยส่งเสียง อยู่เงียบ ๆ คนนี่ส่งเสียง เสียงคนเป็นพิษกว่าเสียงสัตว์ กิริยาของคนเป็นพิษเป็นภัยกว่ากิริยาของสัตว์ด้วย ต่างกันอย่างนั้น

เพราะฉะนั้นคนจึงต้องมีสิ่งบังคับเป็นประจำมาตั้งแต่เป็นเชื้อชาติมนุษย์มาแล้ว มีกฎมีกติกามีข้อบังคับมีกฎหมายบ้านเมือง ศีลธรรมก็เป็นพื้นอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่าผู้ที่จะนำศีลธรรมมาเป็นกฎเกณฑ์แบบฉบับหรือข้อบังคับมนุษย์นี้มีเป็นครั้งคราวเท่านั้น และไม่กระจายทั่วไปเหมือนขนบธรรมเนียมกฎข้อบังคับของมนุษย์ที่มีอยู่ประจำโลก ศีลธรรมหรือศาสนามีเป็นบางวัดบางสถานที่ บางสถานที่ก็ไม่มี แม้ศาสนามีอยู่ก็ตามแต่ก็ไม่กระจาย

นี่ก็แสดงถึงว่าพวกมนุษย์นี้ดื้อด้านมาก จึงต้องมีข้อบังคับถึงขนาดนั้น จะว่ายังงั้นก็ถูก เพราะความจริงก็มีอย่างนั้นด้วย ถ้ามนุษย์ไม่ได้รับการอบรมไม่มีกฎข้อบังคับ มนุษย์นั่นตัวทำลายตัวพินาศฉิบหายต่อกันและสิ่งอื่น ๆ สัตว์อื่น ๆ ได้มากมายไม่มีใครเกินมนุษย์ แต่ถ้าได้รับการอบรมแล้วมนุษย์นี้ก็ดีกว่าสัตว์ทั้งหลายอีก ทีนี้ความได้ความเสียทางได้ทางเสียก็มีเหลื่อมล้ำต่างกัน มนุษย์มักจะทำความเสียหายมากกว่าสัตว์ แต่ทำความดีนี้น้อย จึงต้องมีข้อบังคับ แม้ไม่ได้มีความดีมาก แต่ก็ไม่ทำความลุกลามเดือดร้อนแก่กันก็ยังดี

ผมก็เหนื่อยลงทุกวัน ๆ จะลุกจะเดินนี้ได้ตั้งท่าตั้งทางเสียแล้วเดี๋ยวนี้ ภาระก็ยิ่งจะหนักขึ้น ๆ มันสมดุลกันได้ยังไง หมู่เพื่อนที่มารับการอบรมศึกษาจะไม่เกิดประโยชน์

สิ่งทั้งหลายผมไม่ได้เห็นมีคุณค่ายิ่งกว่าพระในวัดนี้นะ เพราะฉะนั้นจึงต้องจดต้องจ้องอยู่กับพระ อะไรผิดก็แสดงถึงพระ เรื่องภายนอกเหล่านั้นผมไม่ถือเป็นประมาณ ถือเอาพระเป็นประมาณ เคลื่อนมากเคลื่อนน้อย เสียมากเสียน้อย ได้มากได้น้อย ขึ้นอยู่กับพระตรงนี้ต่างหาก เราไม่ได้ไปถืออะไรเป็นสำคัญยิ่งกว่าถือความเคลื่อนไหวของพระที่ผิดถูกดีชั่วประการต่าง ๆ เพราะพระมาอบรมนี่

เกี่ยวกับเรื่องประชาชนนี้ระวังให้มากนะ คุ้นสนิทสนมกับใครไม่ได้ ยิ่งเป็นฝ่ายสีกาด้วยแล้วนั่นเด็ดขาดเลยอย่าว่าไม่บอก นั่งอยู่ใต้ถุนศาลานี่เหมือนกัน นั่งหาประโยชน์อะไร นอกจากนั่งหาโทษครอบหัวเจ้าของเท่านั้น เราดูมานานแล้วแต่ไม่พูด เขาล้างถ้วยล้างชามอึกทึกครึกโครมใต้ถุนศาลา พระก็มานั่งอยู่นี้ นั่งหาประโยชน์อะไร นั่งดูฉายหนังเขาเหรอ มีประโยชน์อะไร มีเหตุผลอะไร นอกจากมันทิ่มหูแทงตาอกจะแตกเท่านั้น

เวลาแขกคนหนีไปหมดแล้วจะมานั่งภาวนาหรือนั่งอะไรก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง นี่นั่งในเวลาเช่นนั้นนั่งเพื่ออะไร หาเหตุหาผลไม่ได้ ถ้าไม่ใช่นั่งเพื่อหน้าด้านให้มันหยาบเข้าไปอีก สันดานหยาบเข้าไปอีกเท่านั้นพระเรา นั่งเพื่ออะไร มีเท่านั้น เราเล็งหาเหตุหาผลอะไรมันไม่มีไม่เห็น เพราะฉะนั้นเมื่อยังไม่รู้สึกตัวอยู่จนขนาดนั้นแล้วจึงได้บอก แต่ก่อนไม่บอก ขวางขนาดไหนก็ยังไม่บอก มันก็ไม่ได้เรื่องอยู่นี้จะว่าไง


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก