ทอง ๑๐ ตันเอาให้ได้
วันที่ 3 พฤษภาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ทอง ๑๐ ตันเอาให้ได้

ก่อนจังหัน

พวกรถสูบน้ำคลองหน้าวัด ทีนี้ให้หยุดนะ ปลาอยู่ในน้ำจะตายกันหมดแล้ว น้ำมีน้อยมากแล้ว อย่าสูบขึ้นมาตั้งแต่นี้ต่อไปถ้าฝนไม่ตกเพิ่มอีก เราเดินไปดูเมื่อเช้านี้ น้ำลดลงมากทีเดียว อย่าสูบบ่อยนักนะ หน้าศาลานี่ปรนปรือมันอะไรนักหนา กี่วันค่อยรดก็ได้ นี่เห็นแฉะ ๆ ตลอดเวลา แล้วไปดูน้ำที่หน้าวัดเรานี่ ไม่มีน้ำให้ปลาอยู่นะ ให้หยุดถ้าฝนไม่ตกเพิ่มอีกอย่าสูบอีกนะ

หลังจังหัน

วัดป่าแก้วได้ทองคำ ๑๖ กิโล ๒ บาท ๔๘ สตางค์ ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน ระยะนี้รู้สึกว่า ทองคำเราขึ้นเร็วขึ้นโดยลำดับ เพราะเวลานี้เราเร่งเครื่องแล้ว เร่งเครื่องใส่จุดที่หมาย ทีนี้จะให้เข้าจุดนั้นละที่นี่ ๑๐ ตัน ให้เข้าจุดนั้น เป็นเครื่องหมายแห่งชาติไทยของเราอยู่ใน ๑๐ ตัน ที่ช่วยชาติในคราวนี้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากทีเดียว ยังไม่เคยมีในเมืองไทยของเราที่ช่วยชาติหนักขนาดนี้ มีทั้งชาติทั้งศาสนาเข้าประดังกัน จะทำชาติไทยของเราให้จมได้โดยไม่อาจสงสัย นี่เราก็ได้ช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ฟื้นขึ้นมา ๆ เรื่องชาติค่อยคลี่คลายเข้าไป ศาสนาก็จะเริ่มคลี่คลายออกไปเวลานี้ ไปในทางที่ดี ด้วยการแก้ไขดัดแปลงกันทั่วประเทศนั่นแหละแล้วก็ค่อยดีขึ้น ทองคำเราก็เรียกว่าเป็นที่มั่นใจแล้วว่า เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ

เวลานี้ทองคำเราทั้งหมดได้ ๕ ตัน กับ ๙๘ กิโลครึ่งแล้ว นับว่าเร็ว ตั้งแต่มอบทองคำมา ๒ เที่ยวนี้ เที่ยวทำเนียบรัฐบาลและเที่ยววันที่ ๑๑ มันเร่งมาเรื่อย ๆ รู้สึกเร็วผิดปรกติมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษา มานี้ดูเหมือนได้หลายกิโลนะ คิดดูซิป่าแก้วฟาดเข้าไปตั้ง ๑๖ กิโลนู่นเห็นไหมล่ะ มากกว่าเพื่อน นี่ก็เริ่ม ๆ มาเรื่อย ได้มาทุกวัน บางทีก็มีพักเครื่องบ้าง

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๒ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๙ บาท ๒๖ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๖๒ ดอลล์ ได้ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อย ทองคำที่ได้มาใหม่ ๓๙ กิโล ๒๘ บาท ๒๒ สตางค์ เข้าเรื่อย ๆ ทั้งทองคำทั้งดอลลาร์ สมบัติทั้งสองประเภทนี้ไม่มีการแยกแยะไปไหน พูดง่าย ๆ เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ว่า แม้สตางค์หนึ่ง เข้าหมดเลยไม่มีอะไรมาแตะต้องได้ เราตีเข้าเรื่อย เพราะเรารักเราสงวนมากทองคำกับดอลลาร์นี่ เพราะเป็นหัวใจของชาติไทยเรา เราจึงรักจึงสงวนและเสาะแสวงหามากทีเดียว ได้เท่าไรจึงเข้าหมด ๆ อันนี้ก็จะพยายามพยุงและเสาะแสวงหามาให้ได้ ๑๐ ตัน กะไว้แล้วนี้เป็นที่เหมาะสมกับชาติไทยของเราที่ช่วยชาติคราวนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่เป็นเครื่องหมายของการช่วยชาติไทยเรา เวลาชาติไทยจะจมกระเทือนทั่วโลกไม่ใช่ธรรมดานะ เมืองไทยจะจมปี ๒๕๔๐ เราไม่ได้ลืมนะ เพราะเราร้องโก้กเทียวตรงนั้น รอลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่างั้นเถอะ จะลงทะเล ก็ดีดขึ้นมาตั้งแต่นั้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี ๒๕๔๕ นี้รู้สึกว่าเป็นที่ภูมิใจแหละที่นี่ ภูมิใจเป็นลำดับลำดา

เงินที่เราติดหนี้เขาหลายแสนล้านดอลลาร์ นั่นละที่จะตัดลมหายใจของคนไทยทั้งประเทศในจุดสุดท้ายลงทะเล แล้วฟื้นขึ้นมา เวลานี้ก็เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ที่ติดหนี้เขาตั้งหลายแสนล้านท่วมแล้วเวลานี้ ยังท่วมไปอีกปีหน้า นี่ไม่ออกมาจากพี่น้องชาวไทยเราจะออกมาจากใคร พูดแล้วมันสลดสังเวชนะเรา พี่น้องชาวไทยหาเงินกันทั้งประเทศ อยากจะพูดว่าทุกตัวเลขไปที่หาเงินเข้าส่วนรวม ครั้นเวลาเข้าส่วนรวมแล้วมีคนไม่กี่คนมางาบไปจนจะไม่มีเหลือ อยากจะพูดอย่างนั้นนะ เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ จนกระทั่งถึงเราร้องโก้กเลยเทียวนะ กินหมดไม่กี่คน เอาสมบัติพี่น้องชาวไทยไปกินกันหมด แล้วจะเอาเมืองไทยให้จมลงในขณะนั้นด้วย ไม่ใช่กินธรรมดา กินด้วยให้จมด้วย เรากระเทือนใจมากทีเดียวจุดนี้นะ

ไม่กี่คนก็ฟังซิ เท่านี้ก็เข้าใจไม่ใช่เหรอ กินตับกินปอดกลืนประเทศชาติลงทะเลไปจะมีกี่คน ประชาชนมอบความไว้วางใจให้ พอมอบความไว้วางใจให้พวกนี้เข้าทำงาน มันก็เหมือนปล่อยหมาเข้าถานเข้าใจไหม ปล่อยหมาเข้าถาน เป็นอย่างนั้น จนจะไม่มีเหลือชาติไทยเรา นี้ก็เริ่มฟื้นขึ้นมา เป็นที่แน่ใจก็คือว่าการติดหนี้เขาหมดปัญหาไปแล้ว ที่รุนแรงมากที่สุดคือการติดหนี้ติดสินเขา ถึงขนาดเอาชาติไทยทั้งชาติเป็นตัวประกัน ถ้าไม่ได้ให้เขาก็ต้องลงทะเลหมดเลย นี่ได้แล้ว เราฟื้นแล้ว เราจึงพยายามให้ได้สัก ๑๐ ตัน เพื่อเป็นเครื่องหมายของการช่วยชาติของพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ซึ่งเวลาจะล่มจมนี้กระเทือนทั่วประเทศทั่วโลก ไม่ใช่ธรรมดา เมืองไทยกำลังจะจม ๆ จะจมลงทะเลหลวง

แล้วเมืองไทยนี้ตั้งเป็นเมืองไทยมาสักกี่ปี พ่อแม่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษพาถ่อพาพายพาตะเกียกตะกายมา ประคองตัวมาได้ถึงพวกเรานี้ แล้วอยู่ ๆ พวกเราทั้งหมดก็จะพากันจมทั้งหมด แล้วเอาบรรพบุรุษท่านให้จมไปด้วยมีอย่างเหรอ ประคองตัวไปไม่ได้ บรรดาบรรพบุรุษท่านพาประคองตัวมา ๆ แล้วมาถึงพวกเรา ๖๒ ล้านคนนี้ประคองไม่ได้ จะพากันจม นี่ซิมันน่าทุเรศเอามากนะ แล้วในขณะเดียวกันก็น่าชม แน่ะ ถึงขนาดที่จะจมยังฟื้นขึ้นมาได้ พอรู้เนื้อรู้ตัวแล้วฟื้นขึ้นมาได้ ก็ใคร ก็ลูกหลานไทยนั่นแหละที่ฟื้นตัวขึ้นมานี้จะเป็นใครไป เพราะฉะนั้นให้พากันจำเอาไว้ข้อนี้ ให้มีความเข็ดหลาบด้วย พอฟื้นขึ้นมาแล้วจะนอนใจไม่ได้นะ นี่เป็นบทเรียนอย่างใหญ่หลวงมากทีเดียว

จากนั้นมาแล้วเมื่อพอพยุงได้แล้ว การที่จะเก็บจะรักษาจะพยายามหามา และการจับจ่าย ต้องอยู่ในความจำเป็นของทุกคน ๆ ในเมืองไทยเรา จะต้องดูแลสมบัติต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ มีมากมีน้อยเวลาจะใช้จ่ายชนิดไหนให้พิจารณาให้ดี อย่าใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย นี่เรียกว่ารักษาด้วยดี จ่ายด้วยดี มีมากมีน้อยให้คำนึงคำนวณถึงความได้ความเสีย ซึ่งจะจมทั้งประเทศนะถ้าเสียไป คนนั้นก็ทำให้เสีย คนนี้ก็เลอะ ๆ เทอะ ๆ สุดท้ายเลอะไปหมดทั้งชาติ จมได้หมดทั้งชาติ ในขณะเดียวกันต่างคนต่างพยายามรักษา ถือบทเรียนอันนี้ที่ชาติไทยของเราจะจมทั้งชาตินี้มาเป็นบทเรียนเข้าสู่หัวใจทุกคน ทีนี้ฟิตเนื้อฟิตตัวประหยัดมัธยัสถ์ การอยู่การกินการใช้การสอยอย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเขตเกินแดน โดยไม่ได้คิดเลยว่าเมืองไทยมีคุณค่าขนาดไหน ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมมีคุณค่าอะไร ทำไมถึงกลับให้มันมีคุณค่าถึงขนาดเอาเมืองไทยให้จมด้วยความฟุ้งเฟ้อนี้มีอย่างเหรอ เอามาเทียบกันทันทีซิ

เมืองไทยเรามีคุณค่าขนาดไหน การจับจ่ายใช้สอยเพื่อจะหนุนเมืองไทย ไม่ใช่เพื่อจะให้เมืองไทยล่มจม จึงต้องประหยัดมัธยัสถ์กันทุกคน ให้ระวังสิ่งเหล่านี้ ถ้าต่างคนต่างเอาใจใส่ในการเก็บรักษาและการเสาะแสวงหาแล้ว ก็เรียกว่าเป็นการฟื้นเมืองไทยเราไปในตัว ๆ นะ แล้วยังเป็นนิสัยสันดานอันดีงามฝังลึก ๆ ไม่เป็นคนลืมเนื้อลืมตัว ลูกเต้าหลานเหลนเกิดขึ้นมาก็ถือพ่อแม่เป็นคติตัวอย่าง พ่อแม่พาประหยัดมัธยัสถ์ พ่อแม่พามีขอบเขต ลูกเต้าหลานเหลนก็เดินตามขอบเขตแล้วก็ดีไปเรื่อย ๆ ลูกใครหลานใครมีแต่คนดี มีแต่คนประหยัดมัธยัสถ์แล้วดีหมด นั่น ให้พิจารณาให้ดีนะ

โฮ้ เรากระเทือนมากคราวนี้เราพูดจริง ๆ กระเทือนมากจริง ๆ ถึงขนาดร้องโก้กเทียวนะ เราบวชมาเท่าไรเราไม่เคยร้องโก้ก เพราะเราไม่เคยได้เกี่ยวข้องกับโลกสงสารชาติบ้านเมือง เขาเป็นหน้าที่ของเขาไป หน้าที่ของเรามีแต่เรื่องอรรถเรื่องธรรม ปฏิบัติตนแล้วแนะนำสั่งสอนประชาชน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ๆ เราคิดไปทางนั้น จิตใจมันก็ฝังไปทางนั้นเลยไม่ออกไปข้างนอก ไอ้เรื่องรู้ ๆ บ้านเมืองเป็นยังไง ๆ รู้ รัฐบาลไหนตั้งขึ้นมานี้รู้ทุกระยะ ๆ รัฐบาลไหนเป็นยังไง ๆ ตั้งรัฐบาลชุดไหนเป็นยังไง ๆ รู้มาตลอดทุกรัฐบาลนั้นแหละที่ตั้งขึ้นมา ๆ ในเวลาเรามาบวชเป็นพระมาปฏิบัติตัวนี้ รู้หนักเข้า ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายนี้ถึงขนาดร้องโก้ก เราเคยคิดเมื่อไร เพราะกระเทือนหนัก กระเทือนคนทั่วประเทศไทย

เราอยู่จุดศูนย์กลางแห่งประเทศไทย เพราะเราเป็นลูกหลานไทยจะว่าไง ไม่กระเทือนจุดกลางจะกระเทือนจุดไหน เมื่อกระเทือนนี้มันก็ร้องโก้กละซี กระเทือนเอาหนัก อันนี้เราจะลืมไม่ได้นะ อะไรก็ตามเราถ้าลงได้ถึงใจแล้วไม่มีวันลืมเลย ฝังลึกมาก เพราะไม่ใช่นิสัยโยกเยกคลอนแคลน เราไม่เป็นอย่างนั้น ว่าอะไรลงอะไรลงจริง ไม่ลงไม่ลง ถ้าหากว่าไม่ลงแล้วไม่ลงจริง ๆ คอขาด ๆ ไปเลยไม่ยอมลง ถ้าลงแล้วหมอบเลย คือเอาเหตุเอาผลเป็นเครื่องบังคับกัน ลงหรือไม่ลงอยู่กับเหตุผล ไม่ใช่อยู่กับทิฐิมานะ

เขามาเล่าให้ฟัง ลูกศิษย์นั่งอยู่นี่ ที่เป็นต้นเหตุมหาเหตุทีแรกนะ พูดทางไหนมามีแต่เรื่องเมืองไทยจะจม ๆ พูดแขนงใดสมบัติเงินทอง มีแต่เขามากินตับเมืองไทย ๆ ไม่ว่าส่วนย่อยส่วนใหญ่ ตกลงก็เข้าไปถึงติดหนี้เขาหลายแสนล้านดอลลาร์ นี่ที่กระเทือนมากนะ โอ้โหย เงินตั้งหลายแสนล้านดอลลาร์ ไม่ใช่หลายแสนล้านบาทนะ จะมีปัญญาอะไรไปใช้หนี้เขา เวลานี้เรารอแต่จะจมเท่านั้นว่างั้น นี้บรรดาลูกศิษย์ที่มาจากภายในรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ดีมาพูดให้ฟัง พูดด้วยความสัตย์ความจริงซึ่งเป็นที่เชื่อถือได้ ฟังอะไรปั๊บมันก็เข้าถึงใจปุ๊บ ๆ ฝังลึก ๆ ลงไป จนกระทั่งถึงหลายแสนล้านดอลลาร์นะ เราคิด ใครจะมีสติปัญญามาจากไหน เงินตั้งหลายแสนล้านดอลลาร์ แล้วก็ยังมีตบท้ายด้วยว่า ถ้าเขามาเอาเมื่อไรก็ได้ เมื่อไม่มีเงินให้เขาแล้วเมืองไทยนี้เป็นบ๋อยเขาหมดทั้งประเทศ อู๋ย ยิ่งกระเทือนมากนะ

เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแหละติดหนี้เขาก็ธรรมดา แต่เราผู้ติดหนี้เขาซีมันหนักหน่วงถ่วงหัวใจขนาดไหน มันอดคิดไม่ได้ เผื่อเขามาเอาเมื่อไรมันก็จมเมื่อนั้น ไม่มีอะไรคัดค้านต้านทาน ไม่เหมือนรบข้าศึกกัน รบข้าศึกการจะรบกันแต่ละครั้ง ๆ มีเหตุมีผลต้นปลายมายังไง ใครผิดใครถูกว่ามา จะมาบุกเอาเฉย ๆ นี้ แม้เมืองเท่ากำปั้นนี้บุกเขาไม่ได้นะ เท่ากำปั้นต้นเหตุมันจะเอาฟ้าดินถล่มได้ เพราะมาบีบบี้สีไฟกัน มากลืนกันสด ๆ ร้อน ๆ แล้วเมืองรอบด้านมันก็เห็นใจกันละซีใช่ไหม ใครเป็นฝ่ายผิด นั่น เมื่อใครเป็นฝ่ายผิดก็ติดตามฝ่ายผิด ผู้น้อยถูกผู้น้อยก็ใหญ่ขึ้นทันที เป็นต้นเหตุที่จะขยี้ขยำคนผิด แต่ส่วนที่จะมาฮุบเอาว่างี้เลยนะ เอาชาติไทยทั้งชาติเป็นบ๋อยทั้งประเทศด้วยการติดหนี้เข้านี้มันหาที่ค้านไม่ได้ เขาบอกเขาเป็นนายหนี้เท่านั้น เห็นไหมล่ะ จะว่าเขาผิดเขามาบุกรุกเราได้ยังไง ตรงนี้ตรงที่เรา โอ๋ย เขามาเอาเมื่อไรก็ตายเลย ๆ เพราะไม่มีทางออก

ถ้าอยู่ธรรมดาอย่างนี้เมืองไหนก็เมืองเถอะน่ะ ใหญ่ขนาดไหนก็ใหญ่ เช่นอย่างอยู่ ๆ มาบุกเมืองไทยปึ๋งอย่างนี้นะ เมืองไทยจะเป็นต้นเหตุให้ฟ้าดินถล่มกันทั่วดินแดนนั่นนะ เพราะเหตุผลมันจะวิ่งเข้ามาทันที เป็นเพราะเหตุไรเมืองไทยถึงถูกบุก บุกเพราะเหตุไร เมืองไทยดี ๆ อยู่แล้วบุกเพราะเหตุใด ใครเป็นผู้บุกมาเพราะเหตุไร ผู้นั้นผิดมันก็รุมกัน นั่นเรื่องราวมันมีทิศทางต่อสู้ แต่การติดหนี้เขานี้ต่อสู้เขาได้ยังไงพิจารณาซิ เขากำเมื่อไรหมดเลย นี่ที่เราร้อนใจเอามาก เพราะไม่มีทางต่อสู้ เป็นหนี้เขาจริง ๆ สมบัติของเขาเขาจะเอาเมื่อไรก็ได้ นี่เขาเรียกสงคราวเศรษฐกิจ คือไม่ต้องใช้ปืนผาหน้าไม้อะไร กำทีเดียวหมดเลย

เพราะฉะนั้นจึงว่า เอา รีบนะพวกเรา เวลานี้เขายังไม่กำ อยู่ในอุ้งเล็บของเขาเขากำเมื่อไรก็หมด เวลานี้เขายังไม่ได้กำ เอาให้รีบออกช่องนิ้วช่องมือนี้ ก็ผ่านพ้นขึ้นมาอย่างนี้ ด้วยความตะเกียกตะกายของเราทั้งหลาย ทั้งขนเข้าก็ขนเข้า ทั้งประหยัดมัธยัสถ์การซื้อการขายการสร้างสิ่งต่าง ๆ หาประมาณไม่ได้ ก็ตัดเข้ามา ๆ ลดเข้ามา ๆ เงินก็ค่อยอยู่ที่อยู่ฐานบ้าง ไหลออกไปเล็กน้อย นั่น ไม่ได้เหมือนปล่อยเลย ๆ เหมือนแต่ก่อน ทุกอย่างเช่นอย่างการปลูกสร้างต่าง ๆ นี้เต็มประเทศไทยเรา ที่ไหนมีแต่รถบรรทุกแน่นหมด เวลาจำเป็นจริง ๆ รถบรรทุกแทบจะไม่มีบนถนน ก็คือตัดออก งด งดแล้วก็เรียกว่างดการใช้จ่ายทั้งหมด ให้พยายามเก็บหอมรอมริบเรื่อยมา เวลานี้ก็ค่อยเริ่มขึ้นแล้ว การก่อการสร้างที่ไหน ๆ เริ่มมีขึ้นมา การซื้อการขายค่อยขยายตัวออกไป ก็แสดงออกจากภายในของเราพอคลี่คลายได้ แน่ะ มันก็เห็นกันอยู่อย่างนี้จะว่าไง

มาจุดนี้แล้วเราก็อย่านอนใจ จุดที่ว่า ๑๐ ตันนี้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายเอาให้ได้นะ ให้เห็นใจหลวงตา หลวงตาสละเพื่อชาติคราวนี้สละจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดา เรียกว่าคอขาดไม่เสียดายเลย เมื่อเราได้ออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายแล้ว อะไรเข้ามาเกี่ยวข้องที่ไม่เป็นอรรถเป็นธรรมมากีดมาขวาง จะพุ่งกันเลยเทียว นี่เราก็ใช้มาแล้วปฏิบัติมาแล้วโดยธรรมเป็นสายทางเดิน ธรรมเป็นยังไงถูกต้องยังไงแล้วพุ่งตามธรรม ๆ พาพี่น้องทั้งหลายดำเนินมาก็รู้สึกว่าได้ผลมาโดยลำดับ ๆ ดังที่เห็นทั่วหน้ากันนี้แหละ นี่เราดำเนินตามธรรม

พี่น้องชาวไทยก็รักชาติ เช่นเดียวกับสัตว์ทั้งหลายเขาก็รักชาติของเขา เราเป็นคนทั้งคน ชาติไทยทั้งชาติไม่รักชาติของตนได้เหรอ ต้องฟังเสียงกันและกันซี ด้วยความรักชาติมันก็ยอมรับกัน เมื่อยอมรับกันแล้วต่างคนก็ต่างหนุน มันก็ค่อยดีดดิ้นขึ้นมาอย่างนี้ แล้วก็ค่อยคลี่คลาย ๆ ออกไป ทองคำเราแต่ก่อนเคยได้ยินเมื่อไร ว่าได้ทองคำเข้ามาในประเทศไทยเวลานี้ถึง ๕ ตันกว่าแล้ว ก็มาได้ตอนเราเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะมาเอาเมืองไทยของเราให้จม ต่างคนต่างดีดดิ้น ได้ทองคำขึ้นมาถึง ๕ ตัน นี่ก็เป็นเครื่องหมายแห่งความอุตส่าห์พยายามและความรักชาติของเรา ดอลลาร์ก็ได้ ๖ ล้านกว่า เหล่านี้มีแต่คู่เคียงกันที่จะอุ้มชาติไทยของเรา เราจึงรักสงวนมากและเสาะแสวงมาก อันนี้ไม่ให้ใครมาแตะเลย สมบัติสองประเภทนี้ไม่ให้แตะเลย เข้าจุดเดียว ๆ หมดเลย

ส่วนเงินสดก็ดังพี่น้องทั้งหลายทราบ เข้าแล้ว ๙๓๑ ล้าน คือซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง เหลือจากนั้นก็แยกดังที่เห็นนั่นแหละ ช่วยบ้านช่วยเมือง ที่ไหนจะเป็นอวัยวะของชาติไทย นั่นแข้งนี่ขานี่ไม้นี่มือ นี่หัวนี่เท้า ต้องรับผิดชอบทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นอวัยวะของชาติไทยเรากว้างขนาดไหน ก็เอาสมบัติเหล่านี้แหละออกไปเฉลี่ยเผื่อแผ่ เรียกว่ารับผิดชอบ เพราะฉะนั้นมันถึงไม่ได้เข้าเต็มเม็ดเต็มหน่วยแหละ ก็ไม่เห็นเฉพาะวันนี้หมอไม่มาขออะไร โอ้.หมอหมุนเข้ามานะเวลานี้ ทีนี้แทนที่เราจะเป็นความรำคาญไม่เป็นนะ เพราะเหตุไรถึงไม่รำคาญ ก็ไม่จนตรอกจริง ๆ เขาไม่มา เราคิดแล้วนะ เช่นอย่างโน้น อุบลฯ ใกล้เมื่อไร จังหวัดอุบลฯ ยังเลยไปอีกโน้น โรงพยาบาลอุตส่าห์มา มาเมื่อสองวันนี้ก็มาโรงหนึ่ง มาอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่อุบลฯมา

เรื่องอาหารการบริโภคสำหรับคนไข้ คนไข้เป็นคนจนตรอกจนมุม ต้องอาศัยผู้อื่นทั้งนั้นเลย นับแต่หมอแต่หยูกแต่ยา อาหารการบริโภคที่อยู่อาศัย คนไข้ได้มอบไว้กับหมอหมด เราก็ต้องคิดหมด เวลาเข้ามาแล้วอันดับแรกก็คือ เครื่องมือแพทย์ที่เยียวยารักษาโรคของเขา ที่เขามามอบชีวิตไว้กับหมอ ก็ต้องคิด เครื่องมือแพทย์เป็นยังไง ถ้าไม่มีคนไข้ที่มาจำนวนมากน้อยนี้หมดหวังด้วยกัน มีจำนวนเท่าไร หมดหวังจากเครื่องมือประเภทนี้ ๆ ถ้าเครื่องมือแต่ละประเภทไม่มี ๆ แล้วทำยังไงก็หมดหวังไปหมด นี่ละที่เราได้ตะเกียกตะกาย เพราะเหตุนี้เอง ช่วยอันดับแรกขึ้นเครื่องมือแพทย์ก่อน จากนั้นขึ้นอุปกรณ์ พวกรถพวกราพวกตึกอะไรที่สร้างให้ ๆ ไปเรื่อย ๆ มันก็อยู่ในวงนั้น ๆ โรงพยาบาลไหนก็อยู่ในวงเดียวกัน จึงช่วยตลอดเวลาอย่างนี้ นี่ละเงินจำนวนนี้จึงไม่ได้เข้า

พี่น้องทั้งหลายก็เห็นไปที่ไหน บางแห่งเขาก็เขียนไว้ว่า อาคาร ญาณสัมปันโน ก็มี แต่เราบอกเลยไม่จำเป็น พวกรถพวกรานี้แต่ก่อนเขาเขียนชื่อของเราติดรถ เราบอกแล้ว เขาก็ยังไปเขียนของเขา ครั้นต่อมารู้สึกว่าค่อยจาง ๆ ไป ไม่ค่อยได้เห็น รอยเขียนข้างรถว่า รถหลวงตาบัวนะ เพราะเราบอกไม่จำเป็น เราไม่ได้ทำเอาชื่อเอาเสียง เราทำเพื่อผลประโยชน์แก่โลกจริง ๆ ด้วยความเมตตาของเรา เราว่าอย่างนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมาเขียนชื่ออะไร ๆ ของเรา เราพอทุกอย่างแล้ว ไม่พอตั้งแต่ความบกพร่องของโลกที่เราจะต้องช่วยเหลือ อันนี้เมตตามีเท่าไรทุ่มลง ๆ เราก็บอกอย่างนั้น เดี๋ยวนี้จึงก็ไม่ค่อยเห็น รถนี้ โถ มันร้อยกว่าคันนะ ของเล่นเมื่อไร ช่วยมาตลอด นี่รถก็เป็นความจำเป็น บางโรงให้ถึงสามคันก็มี

อันนี้แล้วแต่ความจำเป็นนะ เราไม่ใช่ให้แบบชุ่ย ๆ นะ ไม่ให้ก็ดี ให้ก็ดี มีเหตุมีผลทุกอย่าง ที่เราออกปฏิบัติต่อโลก เราไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้านะ เพราะฉะนั้นจึงกล้าพูดได้เลย ขอให้พี่น้องทั้งหลายไว้ใจได้เลย สำหรับการทำงานของเรา เราไม่มีอะไรจริง ๆ มีแต่ความเมตตาสงสารล้วน ๆ เราพอทุกอย่าง เราไม่เอาอะไรเลย นี่ละที่ช่วยโลกให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน ว่าเงินเราไม่ได้เข้าจุดคลังหลวงหมดกับเพราะเหตุนี้แหละ มีความจำเป็น วัน ๆ มาอยู่ โอ๊ย.แทบทุกวัน มาขอนั้นขอนี้โรงพยาบาล แต่สำหรับที่โกดังเราสำหรับอาหารไว้ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ นั้น นาน ๆ จะขาดทีหนึ่งว่า วันนี้ไม่มีโรงพยาบาลมา ปกติจะมีมาเป็นประจำวัน วันละสองโรงสามโรงนี้เป็นประจำ สี่โรงห้าโรงก็มีน้อย หกเจ็ดโรงแปดโรง บางทีถึงเก้าโรงก็มี จะมีอย่างเก้าโรงก็มีหนเดียว แปดโรงเจ็ดโรงมีห่าง ๆ ส่วนเป็นประจำนี้วันละสองโรง สามโรง สี่โรง อันนี้เป็นประจำ ซื้อมาไว้เต็มเห็นไหมนั่น เดือนหนึ่งเป็นล้าน ๆ ไม่ใช่เล่น ๆ นะ ของในโกดัง เดือนหนึ่งเป็นล้าน ๆ ไม่ใช่ธรรมดา

แม้แต่ค่าน้ำมัน ที่เติมน้ำมันให้เขา รถทุกคันมาในวัดนี้ เวลาออกไปต้องเติมน้ำมันให้เต็มรถทุกคัน ๆ เลย ไม่ว่าใกล้ว่าไกล เต็มถัง เหตุที่เราจะรู้เราไม่เคยถาม เพราะการถามเหมือนว่าสิ้นเท่าไรเปลืองเท่าไร ถามอย่างนั้นทำไม่ได้เราไม่ทำ เราทำด้วยความเมตตาล้วน ๆ แต่นี้มันมาสัมผัสปั๊บ อยู่ ๆ เห็นรถบึ่งเข้ามานี้ รถน้ำมัน เขาเรียกถังสองร้อยลิตรเหรอ เต็มรถเข้ามา เขาเอาเข้าใส่โกดัง พอหมดแล้วเขาก็ไปเอามา พอดีวันนั้นนั่งอยู่เห็นรถผ่านเข้ามา มองดูนี้เต็มเลย ถังน้ำมันเต็มรถเลย เลยถาม เออ.เดือนหนึ่งเราหมดประมาณเท่าไร เราเลยถามมันสัมผัสอันนี้นะ ไปถามอย่างนั้นแหละ เดือนหนึ่งหมดประมาณเท่าไรค่าน้ำมัน ห้าแสนกว่า นู่นน่ะ ฟังซิ เดือนหนึ่งห้าแสนกว่า เพียงค่าน้ำมัน เราถามเฉย ๆ

ถ้าเราถามกลัวได้กลัวเสียกลัวหมดกลัวยัง เราทำไม่ได้นะ เราไม่เคยถาม อะไรหมดไปเท่าไรไม่เคยถาม ถ้าหมดก็บอก อ้าว หมดไป ถ้าไม่มีสั่งใหม่มา นั่น ไปอย่างนั้นเรื่อย ๆ ที่จะให้หมดด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว เราบอกตรง ๆ ว่าเราไม่มี ความตระหนี่นี้พูดได้ชัดเจนเลยว่า ไม่มีเลย ความเมตตาครอบหมด เพราะฉะนั้น การหมดการยังเท่าไรจึงไม่คำนึงคำนวณ หมดเป็นหมดไปเลย เป็นอย่างนั้น การปฏิบัติต่อชาติบ้านเมืองคราวนี้เราทำอย่างถึงใจทุกอย่าง อย่างที่เราก้าวออกเดินช่วยบ้านช่วยเมือง มีเหตุกระทบหนักเบามากน้อยเพียงไร เราจะออกสนามเอง ๆ ไม่มีสะทกสะท้าน เพราะเป็นธรรมล้วน ๆ กล้ากับอะไร กลัวกับอะไร ก็เราเป็นธรรมล้วน ๆ แล้ว ความกล้าความกลัวเป็นอีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องของกิเลส อันนี้ไม่ใช่กิเลส เรื่องธรรม จึงไม่มีคำว่ากล้า ว่ากลัว ว่าได้ว่าเสียว่าแพ้ ว่าชนะ เราไม่มี

อย่างที่เราเห็นอยู่เมืองไทยเรานี้ ก็อยู่ในระยะที่เรากำลังช่วยบ้านช่วยเมือง เหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็เกิดขึ้นมาทั้งฝ่ายชาติบ้านเมือง ทั้งศาสนา ก็เราเองเป็นผู้ออกสนาม เหตุที่ออกสนามไม่ใช่เราดื้อด้านมุทะลุนะ มันหากเข้ามาโดนเรา แน่ะ เมื่อโดนเรา เราเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการทั้งหลายเหล่านี้ เราอยู่ได้ยังไง นั่น มันก็ออกรับกันละซิ ก็คิดดูตั้งแต่ชาติบ้านเมืองมา มาโดนกับเราเข้าละซิ หัวใจของคนทั้งชาติรวมอยู่นี้หมด เราเป็นผู้รับผิดชอบ เราไม่รับผิดชอบใครจะรับ เมื่อเป็นอย่างนั้น ก็เราละซิ มันก็ออกเท่านั้นละซิ แล้วก็นี้ก็เข้ามาเรื่องศาสนาอีก อันนี้ก็หัวใจของศาสนาเราก็เป็นพระ แน่ะ มันก็ยิ่งหนัก มันจำเป็นต้องได้ออกอย่างนี้ ถ้าออกตรงไหน ๆ ต้องขาดสะบั้นไปเลย เพราะธรรมไม่มีคำว่ากล้าว่ากลัว มีแต่เหตุผลต้นปลายให้เหมาะสมเท่านั้น อย่างอื่นไม่มีในธรรม

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงพูดได้ เช่นอย่างเราออกพูดอย่างนี้นะ คำใดที่เราพูดออกมานี้แล้วออกวิทยุ ออกทางไหนออกได้เลย ใครมาคัดค้านต้านทาน ให้พูดมาเราจะตอบเอง เราเป็นคนพูดเอง เข้าใจไหม เราไม่ได้แบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ หลอก ๆ ลวง ๆ ประกาศต้มตุ๋นคนนั้น ต้มตุ๋นคนนี้ โจมตีคนนั้นคนนี้ หาความจริงไม่ได้อย่างนั้นเราไม่มี เรามีแต่ความจริงล้วน ๆ จะหนักจะเบาผิดถูกขนาดไหนจะพูดไปตามหลักความจริง จึงกล้า เวลาพูดออกนั้นแล้ว อ้าว ใครเห็นว่าผิดให้ค้านมา เราเป็นอย่างนั้นนะ นี่ละเราช่วยชาติบ้านเมืองเราช่วยอย่างนี้ เวลานี้ก็มาถึงวาระที่พี่น้องชาวไทยจะพอหายใจได้บ้างแล้ว ให้พากันอุตส่าห์พยายาม อย่างไรก็ขอให้ได้ทองคำหนัก ๑๐ ตันเถอะ จะสมชื่อสมนามกับเมืองไทยเราที่ร่ำลือไปทั่วประเทศว่าจะล่มจม กลับฟื้นขึ้นมาได้ทองคำถึง ๑๐ ตัน นี้จะรับกันได้เลย

เราจะเอาอันที่มันจมขึ้นมาเป็นเครื่องประดับความฟื้นฟูชาติไทยของเรา ด้วยทองคำ ๑๐ ตัน ดอลลาร์ไม่ต้องพูดจะตามกันไปตลอดเลย นี้เป็นมหามงคลแก่ชาติไทยของเรา จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายอุตส่าห์พยายามหาเกียรติยศชื่อเสียงมากลบที่มันจะจมนั้น ขึ้นด้วยผลรายได้และความเสียสละของพี่น้องชาวไทยจากความรักชาติของเราทั่วหน้ากันนะ ให้ต่างคนต่างอุตส่าห์พยายาม

ขอให้เห็นใจหลวงตา เวลานี้หลวงตาได้ช่วยจริง ๆ นะ สละจริง ๆ ถึงขนาดคอขาดไม่เสียดายเลย ฟังซิน่ะ ในชีวิตของหลวงตานี้ก็บอกว่ามีสองหนเท่านั้น บอกแล้วชัดเจน หนแรกก็คือฆ่ากิเลส กิเลสไม่ตายเราต้องตายเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นั่น นี่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ขึ้นชาติไทยของเราช่วยชาติไทยเราช่วยให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยคอขาดขาดไปเลย ให้เสียดายไม่มี แล้วทีนี้ผลที่จะได้มาด้วยความเสียสละ ไม่เสียดายจนกระทั่งชีวิตนี้ขอให้แสดงขึ้นมาให้หลวงตาได้เห็นเป็นที่ภาคภูมิใจ ด้วยทองคำ ๑๐ ตัน หลวงตาตายไปแล้วจะไม่ต้องไปนิมนต์พระมากุสลาฯนะ ไปอย่างหายห่วงเลย เวลานี้ห่วงพี่น้องชาวไทยเราเท่านั้น สำหรับหลวงตาเองไม่มีอะไรห่วงเลย พอทุกอย่างแล้ว ห่วงแต่พี่น้องชาวไทยเรา เพราะฉะนั้นจึงฉุดจึงลากกันไปอยู่เรื่อย ๆ อย่างนี้ เอ้า.พากันตั้งอกตั้งใจนะ เอาละทีนี้จะให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก