รู้ใจแล้วก็รู้ธรรม
วันที่ 3 พฤษภาคม 2545
สถานที่ : เทศบาลศาลากลางจังหวัดยโสธร

เทศน์อบรมพระและฆราวาส
ณ เทศบาลศาลากลางจังหวัดยโสธร

วันที่ ๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕

ปีนี้ขณะนี้เราทั้งหลายได้ฟังเทศน์หลวงตาตากแดดให้ได้ยินทั่วหน้ากันนะ ใครก็รักตั้งแต่ร่ม อยู่ที่ไหนมีแต่ร่ม ตากแดดฟังเทศน์ฟังธรรมไม่อยากมา ถ้าตากแดดเล่นของไม่น่าดูน่าชมชอบ แดดไม่ว่าฝนไม่ว่า มันก็แพ้กันน่ะสิ ตากแดดตากไปเถอะ ตากแดดฟังเทศน์เป็นอะไรไป ไม่ได้มีเสียหายอะไรยิ่งมีอานิสงส์มาก พวกที่อยู่ร่ม ๆ หาแต่ที่สบาย ๆ นั้นไม่ค่อยมีอานิสงส์มากเหมือนผู้ตั้งหน้าตั้งตามาฟังเทศน์ตากแดดก็ตาก ได้อานิสงส์มากนะเดี๋ยวจะว่าไม่บอก ความทนความอุตส่าห์พยายามความดีงามทั้งหลายได้ผลเป็นลำดับลำดาไปนะ พวกอยู่ในร่มก็ทนร่มเอา หลวงตาอยู่บนธรรมาสน์ก็ทนอยู่บนธรรมาสน์ ทั้งแดดทั้งฝนหลวงตาไม่กลัวทั้งนั้นแหละ ฝนก็ไม่มีแดดก็ไม่มีหลวงตาไปกลัวหาอะไรก็อยู่บนธรรมาสน์นี่ว่ะ

[ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายวิสุด วงศ์วิริยะกล่าวรายงาน]

ที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่นี้ว่า มยํ ภนฺเต ติสรเณน สหฯ บรรดาพี่น้องทั้งหลายพากันทราบรึเปล่าว่าหมายความว่ายังไง อยู่ ๆ ทางนั้นก็ มยํ ภนฺเต ทางนี้ก็ นโม ตสฺส ปาณาฯ อทินนาฯไปเลยมันก็ไม่เข้าแก็บกัน นี่อย่ามาถ่ายภาพเวลาเทศน์ ขอให้หยุด การถ่ายภาพเป็นข้าศึกต่อแสดงธรรมอย่างยิ่ง ขอให้ทุกๆ ท่านได้ทราบเอาไว้ เคยเตือนเสมอ เวลาเทศนาว่าการเงียบหมดเลยนะ ผู้เทศน์ก็เทศน์ได้สะดวก เนื้ออรรถเนื้อธรรมก็เป็นไปตามความมุ่งหมาย ผู้ฟังก็ได้อรรถได้ธรรมเป็นคติเครื่องเตือนใจในกาลต่อไปจากการได้ยินได้ฟังในขณะปัจจุบันซึ่งขวนขวายส่วนบุญส่วนกุศลเข้าหัวใจเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะได้นำคติธรรมนี้ไปเตือนตัวเองเพื่อเป็นผลเป็นประโยชน์

เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องการรักษาศีล การรักษาศีลในหลักพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นความสมบูรณ์แบบด้วยกันนั้น มีสมาทานวิรัติคือสมาทานกับพระเอาความสัตย์ความจริงไปเป็นสักขีพยานต่อตนจากพระ แล้วก็งดเว้นศีลข้อนั้น ๆ จนกระทั่งจบ ๕ ข้อ นี่เรียกสมาทานจากพระเอาพระเป็นสักขีพยาน ไม่ใช่มารับศีลจากพระนะ ศีลจะเกิดกับพี่น้องผู้รักษาศีลนั้นแหละ รับจากพระท่านเป็นผู้นำว่าไปเฉย ๆ เรารับคำจากท่านเพื่อเป็นความสัตย์ความจริงต่อเรา แล้วปฏิบัติตามที่สมาทานนั้นก็เป็นศีลขึ้นมานี่ข้อหนึ่ง

ข้อที่สองเจตนาวิรัติ มีเจตนางดเว้นศีลข้อนั้น ๆ เช่น ศีล ๕ ก็มีเจตนางดเว้นศีลไม่ทำลายศีล รักษาศีลด้วยเจตนาความมุ่งมั่นของตนเองโดยไม่ต้องไปสมาทานจากใคร นี่ก็เป็นศีลสมบูรณ์เช่นเดียวกันกับสมาทานจากพระ เรียกว่ามีหลายวิธี แล้วสมุเฉทวิรัติ การงดเว้นโดยสิ้นเชิง อันนี้แยกเป็นสองประเภท ประเภทหนึ่งเป็นสมุเฉทวิรัติของพระอริยเจ้านับตั้งแต่พระโสดาฯขึ้นไปเป็นสมุเฉทวิรัติไม่จำเป็นจะต้องสมาทานจากผู้ใด และตั้งหน้าตั้งตาเป็นเจตนาวิรัติภายในจิตใจ หากเป็นเจตนาวิรัติงดเว้นโดยหลักธรรมชาติของผู้มีธรรมขั้นนี้แล้วตายใจได้ เชื่อตัวเองได้แล้วงดเว้นไปตามลำดับของศีลโดยหลักธรรมชาติเอง นี่ก็เป็นศีลสมบูรณ์ประเภทหนึ่ง ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบ

สมุเฉทวิรัติของปุถุชนนั้นเราจะรับกี่วันกี่คืนหรือจะรับงดเว้นศีล ไม่ทำลายศีลจนกระทั่งวันสิ้นชีพวายชนม์ อันนี้ก็เป็นศีลสมบูรณ์สำหรับสามัญชนทั่วๆ ไป กรุณาทราบตามนี้ เพราะฉะนั้น วันนี้จึงไม่พาท่านทั้งหลายนำว่า ให้ทราบตามนี้ก็แล้วกันเป็นศีลสมบูรณ์ด้วยกันเช่นเดียวกับสมาทานจากพระ นี่เป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองเจตนาวิรัติ อันดับสามสมุเฉทวิรัติ เป็นศีลสมบูรณ์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ได้มีผิดแปลกจากกันเลย ท่านผู้ใดจะมีเจตนาอย่างไรก็ให้มีความงดเว้นไปตามเจตนาของตนก็มีศีลสมบูรณ์เช่นเดียวกับการรับจากพระนั้นแหละ การรับจากพระท่านเป็นพยานเฉย ๆ ท่านไม่ได้ให้ศีลเรา ศีลจะเกิดขึ้นกับเราและพร้อมแล้วที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้มีเจตนาวิรัติเพื่อศีลของตน กรุณาทราบอย่างนี้

วันนี้เป็นวันมหามงคลกับพี่น้องชาวจังหวัดยโสธรและแถวใกล้เคียงมีจำนวนมากมายได้พร้อมหน้าพร้อมตากันมาบริจาคทานด้วยความรักชาติของตนเองโดยมีท่านวิสุด วงศ์วิริยะ ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพี่น้องทั้งหลายในงานนี้ นอกจากนั้นก็ลงมาเป็นลำดับวงราชการทุกวง ตลอดพ่อค้าประชาชนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้มาบริจาคทานและการฟังเทศนาว่าการต่าง ๆ เพื่อจะได้คติจากธรรมไปปฏิบัติต่อตนเอง วันนี้นึกว่าพร้อมแล้วที่พี่น้องทั้งหลายมีโอกาสอันดีงามอย่างนี้ซึ่งนาน ๆ จะมีทีหนึ่ง จังหวัดยโสธรของเรานี้ก็มีเป็นครั้งที่สอง หลวงตาได้มาเทศนาว่าการที่นี่เป็นครั้งที่สองในการช่วยชาติของเรา

การแสดงธรรมหลวงตาจะแสดงโดยความเป็นกันเองด้วย หลวงตาจะแสดงแบบพระร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย จะไม่เอาแบบแปลกปลอมหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนทั้งหลายมาแสดง นั้นขัดกับหลักของพระ พระต้องมีความสัตย์ความจริง มีศีลมีธรรม ปฏิบัติตนมาตั้งแต่วันบวชด้วยศีลด้วยธรรมเป็นประจำ มีใจเป็นผู้รับอรรถรับธรรมเข้ามาสู่ตนเองแล้วปฏิบัติตามศีลตามธรรมนับตั้งแต่วันบวชมา เป็นผู้มีหิริโอตตัปปะสะดุ้งกลัวต่อบาปต่อกรรมที่จะเป็นภัยแก่ศีลของตน ระวังตั้งแต่วันบวช บวชได้กี่วันกี่ปีกี่เดือนก็เป็นศีลสมบูรณ์ของพระผู้บวชองค์นั้น บวชจนกระทั่งสิ้นชีวิตตายกับผ้าเหลืองก็เรียกว่าเป็นผู้มีศีลมีธรรมสมบูรณ์แบบ นี่คือพระของพระพุทธเจ้า

ท่านมีศีลธรรมเป็นชีวิตจิตใจจริง ๆ นอกจากนี้แล้วไม่เรียกว่าศีลว่าธรรม เช่นเที่ยวหาโกหกหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน ขัดกับใจของพระผู้มุ่งมาบวชเพื่อรักษาศีลรักษาธรรม วาจาของพระ กิริยาอาการแสดงออกของพระ ถ้าเป็นเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นไม่ตรงตามหลักความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ปลอมแปลง เป็นพระก็เรียกว่าพระปลอมแปลงพระหาสาระไม่ได้ พระต้มพระตุ๋น พระเทวทัต ประเภทนั้น ไม่เรียกว่าศีลว่าธรรม วันนี้จะได้ชี้แจงเรื่องศีลเรื่องธรรมที่หลวงตาได้บวชมาแล้ว วันนี้จะบรรยายหรือจะพูดเรื่องความเป็นมาของหลวงตาก่อนที่จะแสดงธรรมในวาระต่อไป

หลวงตานี้บวชมารักศีลรักธรรมตั้งแต่วันบวชมาจนกระทั่งบัดนี้ อายุพรรษาได้ ๖๘ ปีจะเต็มวันที่ ๑๒ พฤษภาคมนี้แล้ว วันนี้เป็นวันที่ ๓ ยังอีก ๙ วันก็จะเต็ม ๖๘ ปี หลวงตาได้อุตส่าห์พยายามบวชด้วยความรักความเลื่อมใสในธรรมทั้งหลายมีหิริโอตตัปปะประจำใจ ตั้งแต่วันบวชมาไม่เคยตำหนิติเตียนศีลของตนว่าด่างพร้อยขาดทะลุไปแต่ไหนแต่ไรจนกระทั่งปัจจุบันนี้ศีลมีเต็มหัวใจตลอดมาตั้งแต่วันบวช สั่งสมศีลมาเป็นเวลา ๖๘ ปีนี้แล้ว นี่เรียกว่าศีล การพูดการจาอะไรก็ตามจะต้องคำนึงถึงศีลของตน สิ่งไม่ถูกบอกว่าถูกไม่ใช่คนรักษาศีล สิ่งที่ผิดบอกว่าถูก อย่างนี้ไม่ใช่คนรักษาศีล คือคนทำลายศีลของตน

ผู้รักษาศีลผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ดีบอกว่าดี ชั่วบอกว่าชั่วตลอดมา นี่เรียกว่าผู้รักษาความสัตย์ความจริงซึ่งเป็นเรื่องของศีลของธรรม ตัวเองก็มีความอบอุ่น พูดให้ใครฟังก็มีความตายใจ ไม่มีเคลือบแคลงสงสัยและทำผู้อื่นให้ล่มจมเสียหายเพราะการหลอกลวงต้มตุ๋นของตน นี่เรียกว่าผู้มีศีล เราก็ปฏิบัติด้วยความเป็นผู้มีศีลมาเช่นนี้ ดังที่ได้ปฏิบัติมาโดยลำดับ ตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือก็เรียนกับเขาเหมือนกัน จนได้เป็นมหาบัว นักธรรมตรีโทเอกได้มาตลอด จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่เวทีปฏิบัติฟัดเหวี่ยงกับกิเลสเรื่อยมา ตั้งแต่พรรษา ๗ เรียนจบตามคำอธิษฐานได้ ๗ พรรษาก็ออกเข้าป่าเข้าเขา พูดให้เต็มหัวใจของเราที่มีความมุ่งมั่นต่อมรรคผลนิพพานเต็มหัวใจ หลังจากได้ยินได้ฟังอรรถธรรมจากหลวงปู่มั่นให้เต็มหัวใจเรียบร้อยแล้ว

ความอุตส่าห์พยายามจากการฟังมาแล้วนั้น ประกอบกับที่เราได้ฟังอย่างถึงใจมาแล้วว่ามรรคผลนิพพานมีคงเส้นคงวาหนาแน่นตลอดมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าจนกระทั่งต่อไปก็มี เมื่อมีผู้ปฏิบัติตามหลักศีลหลักธรรมอยู่เมื่อไหร่ พระอริยเจ้าคือพระโสดาฯ พระสกิทาคาฯ พระอนาคาฯ พระอรหันต์จะไม่สูญจากโลกนี้ไปเลย นี่คือธรรมเป็นเครื่องรับรองมรรคผลนิพพาน ได้แก่ ศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าของเรานี้แหละ ท่านทั้งหลายก็เคยสวดมาแล้วเป็นประจำทั้งตอนเช้าตอนเย็น สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีตรัสไว้ชอบ ตรัสไว้โดยสมบูรณ์แล้วควรแก่มรรคผลนิพพานตลอดมา สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัตินั้นแลจะเป็นผู้รู้เองเห็นเองจากการปฏิบัติของตน อกาลิโก ธรรมเป็นธรรมชาติที่คงเส้นคงวาหนาแน่น ไม่มีการสถานที่เวล่ำเวลามาทำลายลงไปได้จากผู้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมจะต้องเป็นผู้ตักตวงเอามรรคผลนิพพานตลอดไป

เช่นเดียวกับกิเลส กิเลสก็เป็นอกาลิโกเหมือนกัน ไม่มีกาลสถานที่เวล่ำเวลา ใครเอื้อมออกไปสู่ทางชั่วช้าลามกก็เป็นกิเลสเป็นบาปเป็นกรรมขึ้นมาในบุคคลผู้นั้นตลอดไป ผู้ที่เอื้อมไปทางศีลทางธรรมทางบุญทางกุศลก็เป็นบุญเป็นกุศลเป็นมหาคุณขึ้นมาแก่ผู้นั้นตลอดไปเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น คำว่าธรรมจึงได้ทั้งฝ่ายกิเลสด้วยว่าอกาลิโก ให้ผลเสมอต้นเสมอปลาย เป็นฝ่ายกิเลสก็ให้ผลชั่วเสมอต้นเสมอปลายตลอดไป ไม่มีคำว่าสิ้นอายุสิ้นสมัยเลียวแหลมอย่างงี้ไม่มี เมื่อมีผู้ปฏิบัติตนอยู่

เราได้ยินได้ฟังอรรถธรรมจากหลวงปู่มั่นมาอย่างถึงใจแล้ว ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติฟัดเหวี่ยงกับกิเลส ประหนึ่งว่าไม่มองดูดาวเดือนตะวัน มองดูแต่กิเลสกับธรรมฟัดกันบนหัวใจนี้เท่านั้น นี่ขอสรุปความให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบ ว่าการที่มานำพี่น้องทั้งหลายนี้เราไม่ได้มานำแบบลูบ ๆ คลำ ๆ กำดำกำขาวมาสอนพี่น้องทั้งหลาย สอนจากการปฏิบัติที่รู้จริง ๆ เห็นจริง ๆ ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้โดยสมบูรณ์แล้วจริง ๆ ปฏิบัติมาอย่างนั้น แล้วได้รู้ได้เห็นในธรรมทุกแง่ขึ้นมาภายในจิตใจ ศีลอบอุ่นภายในตัวเองตลอดมา สมาธิปัญญาตลอดวิมุตติหลุดพ้นบำเพ็ญไปโดยสม่ำเสมอ เร่งรัดเข้าไปตลอดกาล สมาธิไม่เคยปรากฏคือความแน่นหนามั่นคง ความสงบเย็นใจก็ได้ ปรากฏขึ้นที่ใจของเราผู้ปฏิบัตินี้แล้ว

ปัญญาความเฉลียวฉลาดรอบคอบในการแก้กิเลสประเภทต่าง ๆ อยู่ภายในจิตใจก็มีความรอบคอบขอบชิดสามารถที่พิชิตกิเลสให้ขาดสะบั้นลงจากใจเป็นลำดับลำดาไปจนกระทั่งพูดวาระสุดท้ายเลย กิเลสไม่มีเหลือภายในหัวใจ เป็นเวลา ๙ ปีเต็มที่ปฏิบัติตนตามหลักสวากขาตธรรมที่ตรัสไว้โดยสมบูรณ์แบบแล้วพร้อมที่จะได้รับผลสำหรับผู้ที่จะปฏิบัติตลอดมา เราก็ได้ปฏิบัติอย่างนั้น ผลก็ปรากฏอย่างนั้นตลอด หาที่คัดค้านพระพุทธเจ้าไม่ได้เลย จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายที่ฟัดกันกับกิเลสไม่มีวันมีคืนมีปีมีเดือน ยิ่งกว่านักโทษในเรือนจำ ถ้าพูดถึงเรื่องความทุกข์ความทรมานในการต่อสู้กับกิเลสแล้วเขาติดแต่คุกติดตะรางไม่ได้ทุกข์ยากลำบากเหมือนเราที่ต่อสู้กับกิเลสซึ่งไม่มีวันมีคืนนี้เลย

นี่ก็ได้ปรากฏผลขึ้นมาตามความห้ำหั่นหนักเบาของเราเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งวาระสุดท้ายกิเลสขาดสะบั้นลงไปจากหัวใจ จิตใจได้สว่างกระจ่างแจ้งขึ้นมาโดยไม่ได้ไปถามใคร ศาสดาคือธรรมที่ท่านสอนไว้เรียบร้อยแล้วเป็นผู้เบิกทางตามที่เราดำเนินไปตามธรรมนั้น ๆ ก็รู้ก็เห็นขึ้นมาภายในจิตใจเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้บกพร่อง คำว่าบาปก็ดีบุญก็ดีนรกก็ดีสวรรค์ก็ดีพรหมโลกก็ดีนิพพานก็ดี ตลอดเปรตผีประเภทต่าง ๆ ไม่มีอะไรบกพร่อง มีสมบูรณ์เต็มอยู่ในสามแดนโลกธาตุนี้ทั้งนั้น พอได้รู้ได้เห็นขึ้นมาเต็มหัวใจโดยไม่ต้องไปทูลถามพระพุทธเจ้าแต่อย่างใดสมกับพระธรรมที่ท่านแสดงว่า สนฺทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัตินั้นแลจะเป็นผู้รู้เองเห็นเองในธรรมทุกขั้นจนกระทั่งวิมุตติหลุดพ้น เป็น สนฺทิฏฺฐิโก ด้วยกันทั้งนั้นและเป็นคำประกาศอันศักดิ์สิทธิ์วิเศษมาจากองค์ศาสดาว่า สนฺทิฏฺฐิโก มอบให้ผู้ปฏิบัติเป็นผู้รู้เองเห็นเอง

เมื่อเป็นเช่นนั้นการปฏิบัติของเราก็ยอมรับตลอดมาจนกระทั่งสนฺทิฏฺฐิโก ขั้นสุดยอด พูดแล้วสาธุไม่ไปทูลถามพระพุทธเจ้าเลยว่า ข้าพระองค์สิ้นกิเลสถึงพระนิพพานแล้วหรือยัง ไม่ถาม ถามท่านหาอะไร สนฺทิฏฺฐิโก ประกาศป้าง ๆ แล้ว ประจักษ์ในหัวใจของทุกองค์ผู้ปฏิบัติ นี่แหละการปฏิบัติรอดเป็นรอดตายในการปฏิบัติแก้ความทุกข์ทั้งหลายที่มีกิเลสเป็นสาเหตุให้สร้างกองทุกข์ขึ้นมาได้สิ้นซากลงจากหัวใจแล้วโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่บัดนั้นมาเป็นเวลา ๕๓ ปีนี้แล้ว ๒๔๙๓ นี่เป็นปีที่ตัดสินกันระหว่างกิเลสกับธรรมบนหัวใจ ฟาดฟันหั่นแหลกขาดสะบั้นลงไปในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร เวลา ๕ ทุ่มพอดี

นี่แหละธรรมที่ได้ประกาศก้องขึ้นมาภายในหัวใจนี้ได้นำมาสอนพี่น้องทั้งหลายเวลานี้ พูดแล้วเราสาธุ การเรียนการศึกษาจากคัมภีร์ต่าง ๆ เราก็เรียนเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มกำลังความสามารถของเรา แต่ไม่มีคำว่าหายสงสัยในธรรมที่เรียนมานั้น ไม่ค่อยมี เรียนไปตรงไหนสงสัยตรงนั้น เรียนบาปสงสัยบาปเรียนบุญสงสัยบุญ จนกระทั่งถึงนรกสวรรค์พรหมโลกนิพพาน ธรรมท่านบอกไว้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน แต่จิตใจของเราเต็มไปด้วยความมืดมัวคือกิเลส มันก็ตามสงสัยไปจนได้ ไม่มีความตายใจเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ต่อตนเองจากการศึกษาเล่าเรียนมาเลย แต่เวลาออกปฏิบัตินี้ได้ประจักษ์ขึ้นเป็นลำดับลำดา เทียบเคียงกับปริยัติที่เรียนมามากน้อยหาที่ขัดแย้งกันไม่ได้ รู้ตรงไหนเห็นตรงไหน นำปริยัติเข้ามาเทียบเคียง ยอมรับตามปริยัติถูกต้องกันทุกสัดส่วนจนกระทั่งหายสงสัย เรียบร้อยแล้วจึงได้มาสั่งสอนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่อมา จนกระทั่งได้ออกช่วยชาติบ้านเมืองดังที่พี่น้องทั้งหลายเห็นเวลานี้

หลวงตาไม่ได้ไปหาลูบหาคลำออกมาจากคัมภีร์นั้นคัมภีร์นี้มาสอน ออกจากหัวใจที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสรู้ ตรัสรู้ที่หัวใจ พระสาวกทั้งหลายตรัสรู้ที่หัวใจ เพราะธรรมเกิดที่ใจ บาปเกิดที่ใจบุญเกิดที่ใจ ตรัสรู้ที่หัวใจ นำธรรมจากหัวใจมาสั่งสอนโลกตลอดมา ตั้งแต่ตรัสรู้ทีแรก บรรดาสาวกทั้งหลายที่ได้รู้ได้เห็นธรรมทั้งหลายในใจแล้วก็ไม่ต้องไปหาลูบหาคลำในคัมภีร์ใบลานที่ไหน เอาคัมภีร์หลักธรรมชาติคือธรรมอยู่กับใจ เมื่อรู้ใจแล้วก็รู้ธรรมขึ้นมา นำธรรมเหล่านั้นมาประกาศสอนโลก พระพุทธเจ้าก็ดีพระสาวกก็ดี การสอนอรรถสอนธรรมแก่สัตว์โลกทั่ว ๆ ไป จึงไม่มีคำว่าสงสัย ลูบคลำไม่มี ท่านสอนมาด้วยความแม่นยำ

พูดแล้วสาธุ เราตัวเท่าหนูก็ตาม การสอนโลกเราไม่ได้สอนด้วยความลูบคลำ ไม่ว่าบาปบุญนรกสวรรค์ สอนตามหลักความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงยืนยันรับรองไว้แล้วตลอดมา เวลารู้เห็นมันก็รู้เห็นตามนั้นแล้วไปค้านพระพุทธเจ้าได้ยังไง นอกจากกราบไหว้อย่างราบแล้วก็นำความจริงแห่งธรรมทั้งหลาย มีบาปบุญนรกสวรรค์เป็นต้นมาสั่งสอนสัตว์โลกให้ได้รู้เนื้อรู้ตัว สิ่งใดเป็นภัยอย่าฝ่าฝืนพระพุทธเจ้า อย่าอวดดิบอวดดี ทั้ง ๆ ที่หูหนวกตาบอด ให้ยอมฟังเสียงผู้ตาดี เหมือนคนตาบอดเดินตามคนตาดีแล้วจะปลอดภัย ถ้าตาบอดอวดดิบอวดดีแล้วจะโดนแต่ขวากแต่หนามตกเหวตกบ่อไปด้วยไม่อาจสงสัย

นี่เราเป็นคนหูหนวกตาบอดด้วยจิตใจที่มืดบอดให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม คำว่าบาปว่าบุญนรกสวรรค์นิพพานประกาศกังวานมากี่กัปกี่กัลป์ ในบรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีพระองค์ใดคัดค้านต้านทานกันได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มี ยอมรับเหมือนกัน หมด บรรดาสาวกทั้งหลายยอมรับเหมือนกันหมด มาถึงวาระสุดท้ายที่มากระเทือนขึ้นในหัวใจของหลวงตาในคืนวันนั้นเปิดจ้าขึ้นมาหมด ไม่มีอะไรปิดบังลี้ลับตั้งแต่บาปบุญนรกสวรรค์พรหมโลกนิพพานจ้าในหัวใจหมดแล้ว กราบราบ นี่ธรรมที่ได้เห็นด้วยความตายใจ หาความสงสัยไม่ได้จากการปฏิบัติที่รู้จริง ๆ เห็นจริง ๆ ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่ามีว่าเป็น ไม่มีอะไรที่คัดค้านต้านพระพุทธเจ้าและเป็นที่นอนใจในการปฏิบัติตัวเอง ตัวเองก็หมดห่วงหมดใยหายสงสัยทุกสิ่งทุกอย่างในสามแดนโลกธาตุที่เคยเกิดตายกองกันมากี่ภพกี่ชาติไม่ว่าท่านว่าเราว่าสัตว์ที่ไหนเหมือนกันมีแต่พวกตายกองกันมาตลอด ตายแล้วเกิดเล่า เกิดแล้วตายเล่าทั้งเขาทั้งเรานับภพนับชาติไม่ได้เลย

มันก็เป็นอยู่ในหัวใจ เป็นอยู่ในชีวิตจิตใจของคนแต่ละคน ของเราแต่ละคน เราก็เป็นมาอย่างนั้นเช่นเดียวกับโลกทั่ว ๆ ไป เมื่อได้กระจ่างแจ้งขึ้นภายในจิตใจแล้วหายสงสัยเรื่องเกิดตายหรือตายแล้วสูญ หายสงสัย ตัวเกิดตัวตายคือจิตดวงนี้ไม่เคยสูญหายไปไหน พาให้สัตว์เกิดตายอยู่ตลอดมาเพราะมีเชื้อคืออวิชชาเป็นเชื้ออันสำคัญฝังอยู่ภายในจิตพาให้สัตว์เกิดตายก็ได้ทำลายให้สิ้นซากลงไปแล้ว เชื้อแห่งความเกิดตายนั้นจึงไม่มี มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วน ๆ ที่เรียกว่าธรรมธาตุ หรือ มหาวิมุตติมหานิพพาน ทั้งสามประเภทนี้ใช้แทนกันได้ เป็นไวพจน์ของกันและกัน เต็มอยู่ในหัวใจนี้แล้วหายสงสัยทุกสิ่งทุกอย่างจากการปฏิบัติ ตัวเองไม่มีความสงสัยตัวเองในแง่ใดบรรดาสภาวธรรมทั้งหลาย

การสอนผู้ใดก็ตามจึงไม่สอนด้วยความสงสัยสนเท่ห์ สอนตามหลักความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีคำว่าสะทกสะท้าน หลวงตาบัวเวลานี้ก็กำลังมานำชาติบ้านเมืองอยู่ เบื้องต้นก็เกิดความสลดสังเวชอิดหนาระอาใจที่จะไม่สั่งสอนผู้ใดก็ตามเพราะเป็นเรื่องที่หนักมากเกินกว่าที่จะสอนให้เสียเวล่ำเวลาเหน็ดเหนื่อยเปล่า ๆ ครั้นพิจารณาตามกำลังความสามารถแล้วมันก็มีส่วนดีอยู่ในสิ่งที่ว่าไม่มีสาระ สิ่งที่มีสาระก็แทรกกันอยู่ในนั้น คนดีมีคนชั่วมี คนหนาด้วยกิเลสมี คนเบาบางด้วยกิเลสมี อยู่ในแดนโลกธาตุสับปนกันอยู่ในถังขยะ ถังขยะคือแดนโลกธาตุนี้เองมีสามสี่ประเภทด้วยกัน ถังขยะประเภทเยี่ยมเรียกว่า อุคฆฏิตัญญู ประเภทที่สองวิปจิตัญญู ประเภทที่สามเนยยะ ประเภทที่สี่ปทปรมะ นี่รวมอยู่ในถังขยะแห่งวัฏจักรนี้ทั้งนั้น เรียกว่าวัฏจักรสามคือกามโลก รูปโลก อรูปโลก พวกเหล่านี้อยู่ในนี้

เมื่อพิจารณาแล้วผู้ที่เป็นสาระพอที่จะหลุดพ้นจากถังขยะที่แบกหามมาดั้งเดิมนี้ก็จะให้หลุดพ้นไปได้ด้วยการแนะนำสั่งสอน ทางอื่นไม่มี ใครจะฉุดลากสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งหลายจากความจมอยู่ในการเกิดแก่เจ็บตายตกนรกหมกไหม้อย่างอื่นอย่างใดไม่ได้ นอกจากอำนาจของธรรมเท่านั้น ธรรมคือคุณงามความดีที่เราสร้างมา การให้ทานก็เป็นบุญเป็นกุศล การรักษาศีลภาวนาเป็นบุญเป็นกุศล ทำแล้วทำเล่ามากขึ้นโดยลำดับ พอกพูนเข้าที่หัวใจ อันนี้แลจะเป็นเครื่องที่แก้ไขเป็นเครื่องที่ถอดถอนกองทุกข์ภายในหัวใจเราให้หลุดพ้นไปได้ นอกนั้นไม่มี

สามแดนโลกธาตุนี้เราจะไปคัดไปเลือกอะไรมาช่วยแบ่งหนักแบ่งเบาหรือมาช่วยให้เราพ้นทุกข์ไปได้จากกองทุกข์ทั้งหลายนี้ไม่มี มีแต่บุญแต่กุศลศีลทานของเรา เพราะฉะนั้น ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติตามศีลตามทานของเรา แล้วเราจะมีทางหลุดพ้นไปได้โดยไม่สงสัย นี่ได้พูดถึงเรื่องความสัตย์ความจริงที่มาแสดงต่อพี่น้องทั้งหลาย จากนั้นก็เพื่อนฝูงตลอดถึงประชาชนหลั่งไหลเข้ามาเกี่ยวเกาะก็ต้องแนะนำสั่งสอน หนักเข้า ๆ จนกระทั่งบัดนี้ได้มาช่วยบ้านช่วยเมือง เราไม่เคยคิดเคยอ่านว่าจะช่วยชาติช่วยบ้านเมือง ก็ได้มาช่วยแล้วเป็นเวลา ๔ ปี ๕ ปีเข้ามานี้ จึงต้องตะเกียกตะกายไปสถานที่นั่นไปสถานที่นี่ รับการบริจาคของพี่น้องทั้งหลายด้วยเสี้ยนด้วยหนามก็ดี ด้วยความราบรื่นก็ดี เราต้องผ่านไปทั้งนั้นเรื่องเสี้ยนเรื่องหนามเรื่องเจตนาไม่ดีของความสกปรกรกรุงรังของเปรตของผีมันก็มี ด้วยความดิบความดีของผู้หวังบุญหวังกุศลหวังความเจริญแก่ชาติบ้านเมืองเราก็มี มีทั้งสองอย่างนี้ก็มาคละเคล้ามากระทบกระเทือนเราผู้กำลังก้าวเดินเพื่อช่วยชาติบ้านเมืองอยู่โดยดี

เรื่องนี้เราถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะดีกับชั่วมีมาดั้งเดิม เรื่องการขัดแย้งดีกับชั่ว ต้องเป็นข้าศึกกัน ต้องขัดแย้งกันเป็นธรรมดา ดังที่หลวงตาได้พาพี่น้องทั้งหลายได้ดำเนินงานมาเป็นเวลา ๔ ปีกว่านี้แล้ว ก็ไม่พ้นที่จะต้องผ่านเรื่องกีดเรื่องขวางเรื่องเสี้ยนเรื่องหนามและความราบรื่นนี้ไปจนได้นั้นแหละ ต้องผ่าน เวลามาบริจาคทาน ผู้มาบริจาคด้วยเจตาหวังดี เชื่อครูบาอาจารย์เชื่ออรรถเชื่อธรรม ก็บริจาคด้วยความเต็มอกเต็มใจ ผู้ที่มาคอยแทรกคอยแซงมากีดมาขวางมาคัดมาค้านต้านทาน ค่อยถีบค่อยยันให้ความดีทั้งหลายของคนจำนวนมากบำเพ็ญเพื่อชาติของตนก็ทำให้ล้มเหลวไปได้ มีอยู่ทุกแห่งทุกหน มีมาเรื่อย ๆ นี่หลวงตาเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบ

ตามหลักความจริงหลวงตาจะได้ชี้แจงให้พี่น้องทั้งหลายทราบตามที่หลวงตาได้พาดำเนินมาแล้วว่าหลวงตานี้มาดำเนินเพื่อการช่วยชาตินี้ด้วยความเมตตาสงสารชาติอย่างถึงใจ ขนาดที่ว่าชีวิตหลวงตาสละได้เลยเพื่อชาติเพื่อศาสนาของเรา หลวงตาอิ่มพอทุกอย่างแล้วนับตั้งแต่วันกิเลสตัวหิวโหยโรยแรงขาดสะบั้นลงจากจิตใจในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม เวลา ๕ ทุ่มที่วัดดอยธรรมเจดีย์นั้นแล้ว ไม่มีอะไรที่จะมีความบกพร่องต่อหัวใจของเรา คิดอยากได้อันนั้นคิดอยากได้อันนี้ หิวโหยอันนั้นหิวโหยอันนี้ไม่มี เมื่อประกอบกับการช่วยชาติบ้านเมืองเราจึงช่วยชาติด้วยความเมตตาสงสารทุกสัดทุกส่วน หลวงตาพอทุกอย่างแล้ว

การบริจาคของพี่น้องทั้งหลายทั้งทองคำทั้งดอลลาร์ทั้งเงินสดผ่านมาทั่วประเทศไทย มาหาหลวงตาแต่ผู้เดียว หลวงตาได้เป็นผู้รับผิดชอบในสมบัติทั้งสามประเภท ทองคำก็ดี ดอลลาร์ก็ดี เงินสดก็ดี ซึ่งแต่ก่อนหลวงตาไม่เคยสนใจกับเงินกับทองอะไรเลย ไม่แตะไม่ต้องเกี่ยวข้องกับมันเลยแหละ เมื่อออกมาช่วยชาติซึ่งเราเป็นจุดศูนย์กลาง เป็นสถานที่รวมแห่งจิตใจและการบริจาคของพี่น้องทั้งหลายมารวมอยู่กับเราคนเดียว เมื่อมารวมแล้วทำอย่างไรสมบัติเหล่านี้จึงแคล้วคลาดปลอดภัยตามเจตนาของท่านผู้มาบริจาคทาน เราต้องได้คิด เมื่อได้คิดแล้วทำยังไงจึงปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเงินการทองมาก่อน

ตกลงเราต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินด้วยการมีสมุดบัญชีโดยเราเป็นเจ้าของบัญชีเงิน ทองคำ ดอลลาร์ทั้งหลาย เราเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ไม่ให้ใครมาทำงานแทนเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยแห่งสมบัติทั้งหลายซึ่งพี่น้องทั้งหลายบริจาคผ่านเราด้วยความไว้วางใจ เราจึงขอรับความไว้วางใจของพี่น้องทั้งหลายไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีมลทิน เงินเราเป็นผู้สั่งเก็บสั่งจ่ายแต่ผู้เดียว ทองคำดอลลาร์ทั้งหมด หลวงตาเป็นผู้สั่งจ่ายแต่ผู้เดียว ไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้ามาทำงานแทนกลัวจะรั่วไหลแตกซึม เราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมาตั้งแต่วันเริ่มแรกที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องทั้งหลาย

เวลานี้ทองคำของเราก็ได้เข้าสู่คลังหลวงแล้ว ๕ ตันกับ ๕๙ กิโลครึ่ง ส่วนยังเหลืออยู่อีกที่มาได้ทีหลังจากการมอบแล้วนั้น รวมเข้าไปแล้วจะเป็น ๕ ตันกับ ๙๐ กว่ากิโล ดอลลาร์ได้ ๖,๘๗๐,๐๐๐ กว่าดอลลาร์ นี่หลวงตานำเข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจ หลวงตาไม่เคยแตะต้องสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคทั้งทองคำและดอลลาร์ตลอดเงินสด ไม่เคยแตะต้องเลย หลวงตาปฏิบัติมาด้วยศีลด้วยธรรม รักสงวนธรรมสุดหัวใจ พูดออกมาพี่น้องทั้งหลายด้วยความสุจริตธรรม ครอบด้วยความเมตตาสุดส่วน แล้วได้รักษาสมบัติของท่านทั้งหลายจนกระทั่งถึงเวลานี้ทองคำเข้าสู่คลังหลวงตั้ง ๕ ตันกว่าแล้ว และดอลลาร์ก็ดังที่กล่าวนี้

สำหรับเงินสดได้แยกออกไปซื้อทองคำ ๙๓๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ก็ซื้อทองคำ นอกจากนั้นแยกออกไปช่วยประเทศไทยเราทั้งประเทศโดยการสร้างสถานสงเคราะห์ โรงร่ำโรงเรียน ไม่ทราบกี่หลัง ที่ราชการต่าง ๆ ตลอดถึงก้าวเข้าสู่โรงพยาบาลซึ่งนับแล้วร้อยกว่าโรง นี่เป็นเงินประเภทนี้ ประเภทหนึ่งแยกเข้าไปซื้อทองคำ ๙๓๑,๐๐๐,๐๐๐ประเภทหนึ่งออกมาช่วยพี่น้องชาวไทยเราทุกแห่งทุกหนเรียกว่าทั่วประเทศไทย เป็นแต่เพียงว่ามากกับน้อยต่างกัน เงินที่บริจาคมาทั้งหมดจึงรวมอยู่ในจุดที่พี่น้องทั้งหลายมีความมุ่งหมายต้องการโดยสมบูรณ์ เราไม่เคยแตะต้อง ขอให้พูดอย่างเต็มหัวใจหลวงตาที่ได้นำพี่น้องทั้งหลายด้วยความเสียสละชีวิตจิตใจในขณะที่จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา หลวงตาไม่ได้เสียดายชีวิตยิ่งกว่าเสียดายพี่น้องชาวไทยทั้งชาติและพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นธรรมอันเลิศเลอในเมืองไทยนี้เลย

หลวงตารักสงวนนี้มากจึงสละชีวิตได้ การบำเพ็ญทุกอย่างเราจึงบริสุทธิ์พุทโธตลอดมา ขอพูดให้เต็มเม็ดเต็มบาทว่าเงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมานี้ที่จะให้เป็นด้วยความมัวหมองแม้หนึ่งสตางค์ ว่าหลวงตานี้ได้นำเงินเหล่านี้ออกไปหนึ่งสตางค์ด้วยความงุบงิบหรือซุบซิบเป็นภายในให้เป็นมลทินกับใจนี้ไม่มี เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ที่เราได้ช่วยพี่น้องทั้งหลายด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีความเมตตาครอบตลอดมานี้ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้จตายใจได้เลยว่าหลวงตานี้บวชมาไม่ได้บวชมาเพื่อโกหกโลกสงสารต้มตุ๋นหลอกลวงผู้ใดเลย ช่วยโลกด้วยความเมตตาสงสารล้วน ๆ ส่วนท่านผู้ใดจะมาหาเรื่องหาราวโกหกพกลมหรือโจมตีหลวงตาหาไปในเรื่องต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องของเขาหาไม่ใช่เรื่องความจริง

เรื่องความจริงก็ดังที่หลวงตาได้ประกาศออกมาสักครู่นี้เป็นความจริงทุกสัดทุกส่วน ไม่มีผิดเลย ท่านทั้งหลายจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ให้พิจารณาตามนี้ ความโกหกหลอก ลวงจอมปลอมต้องเป็นความโกหกหลอกลวงจอมปลอมตลอดไปจะไม่เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความจริงได้เลย ปลอมต้องเป็นปลอมจริงต้องเป็นจริงอย่างนี้ตลอดมา จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน อย่างเงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายถวายมาแล้ว การนับเงินนั้นนับด้วยท่านผู้ใจบุญใจกุศลเชื่อถือกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นผู้มานับเงิน รวมกันเป็นชุมนุมนับเงิน ไม่ได้ไปนับในที่ลี้ลับที่ตรงไหน นับที่กระจ่างแจ้งมีหูมีตาดูด้วยกันทุกคนด้วยน้ำใจที่เป็นบุญเป็นกุศล เป็นคุณธรรมเต็มหัวใจด้วยกัน เพราะฉะนั้น การนับเงินจึงบริสุทธิ์สุดส่วนมาตลอด

แม้เป็นเช่นนั้นก็ตามเจ้าของศรัทธาที่ต้องการอยากขอให้นับเงินในสถานที่ใด เช่นนับเงินสถานที่บริจาคนี้ก็ดีจะมอบให้ทางนู้นนับแล้วไปนับกันเองก็ดี หลวงตาไม่ขัดข้อง จะนับที่ไหนหลวงตาไม่เคยขัดข้องนี่การนับเงินจะนับที่ไหนได้ทั้งนั้น แล้วนับด้วยความถูกต้องแม่นยำ ทั้งที่นับต่อหน้าประชาชน ต่อหน้างานก็ตาม ไปนับสถานที่ใด เช่นวัดป่าบ้านตาดก็ตาม มีผู้ยืนยันความบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกันหมด จึงไม่มีแง่ใดมุมใดที่จะตำหนิติเตียนไปได้ว่าไม่ถูกต้อง นอกจากจะหาเรื่องหาราวใส่ร้ายป้ายสี ความไม่มีเจตนาดีหวังดีต่อชาติบ้านเมืองคอยที่จะถีบจะยันทำลายผู้ที่บำรุงรักษาชาติบ้านเมืองให้ล้มละลายไปเพื่อตัวสกปรกโสมม เพื่อเปรตเพื่อผีนี้จะได้ขึ้นครองบ้านครองเมืองกินบ้านกินเมืองต่อไปนี้เท่านั้น มันถึงจะทำได้ ถึงจะหาเรื่องหาราวมาต้มตุ๋นกันได้ ให้หลอกหูหลอกตาประชาชนได้อย่างสบาย พวกนี้หาความจริงไม่ได้นะ มีตั้งแต่ความจอมปลอม

แม้ที่สุดพระที่ออกประกาศอยู่เวลานี้ก็เหมือนกัน เช่น พ.ร.บ แลแบอะไรเราก็ไม่รู้ล่ะ พ.ร.บ.แลแบมาจากไหน หลักธรรมหลักวินัยศาสนาสมบูรณ์แบบแล้ว มันตั้งขึ้นมาหาอะไร ตั้งขึ้นมาเพื่อบีบบี้สีไฟเพื่ออวดอำนาจบาตรหลวง หาอยู่หากินด้วยอำนาจครองบ้านครองเมือง พวกสกปรก นี่แหละทำลายบ้านเมืองเวลานี้ ไปที่ไหนเที่ยวยุแย่ก่อกวนหาความจริงไม่ได้ พระที่หาความจริงไม่ได้ เราบวชมาในศาสนานี้เป็นเวลานาน เราก็ยังไม่เคยเห็น เพิ่งมาพบมาเห็นในคราวนี้เอง ไม่มีเรื่องศีลเรื่องธรรมที่มาพูดตามหลักความสัตย์ความจริงตามหลักของพระนี้เลย นอกจากมาหลอกลวงต้มตุ๋นยุแย่แง่นั้นยุแย่แง่นี้แล้วก็โจมตี

คนที่ดีเขาทำประโยชน์เต็มกำลังความสามารถอย่างน้อยก็เสียกำลังใจ แต่ยังไงจะเสียกำลังใจของคนดีก็ตาม แต่มันไม่ร้ายแรงยิ่งกว่าคนทำคนให้เสียหายให้ล่มจมทั้งชาติ เรียกว่าสร้างนรกจกเปรตไว้อย่างใหญ่หลวง พวกนี้ตายแล้วให้เก่งขนาดไหนให้เก่งเถอะ ไม่มีใครเก่งยิ่งกว่าศาสดาองค์เอกที่ตรัสรู้มาแล้วไม่ทราบกี่ล้าน ๆ พระองค์ มายืนยันรับรองบาปบุญนรกสวรรค์เป็นเสียงเดียวกันหมด แล้วคนนี้ได้ความเลิศเลอมาจากไหน นอกจากกิเลสปิดหูปิดตาคือความทะเยอทะยาน อยากหลง บ้าลาภบ้ายศบ้าจะครองบ้านครองเมือง เห็นแก่ได้แก่ร่ำความรวย เอานี้มาปิดนรกไม่ได้นะ อย่าเอานี้มาปิดนรก

คนไปตกนรกมีแต่คนทำแบบนี้เท่านั้น อย่าว่านรกจะกลัวคนทำบาป คนทำบาปจะเต็มอยู่ในนรก ถ้านรกกลัวคนทำบาปจะมีในนรกได้ยังไง เหมือนเรือนจำไม่กลัวนักโทษ อย่าไปท้าทายต่อนรกเหมือนอย่าท้าทายต่อเรือนจำนั้นเอง ท้าท้ายก็กองเป็นนักโทษอยู่ในนั้น นี่จะท้าทายบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มีขนาดไหน มันก็ไปกองอยู่ในนั้น วันนี้ได้มาเปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายฟังเรื่องข่าวคราวอย่างนี้หลวงตาเหยียบย่ำมา ถ้าหากว่าพูดแบบโลกเรียกว่าโชกโชน ผู้หนึ่งทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผู้หนึ่งไม่ทำ เงินสตางค์หนึ่งจะมาบริจาคมาสมทบให้เขาได้มีความระลึกรู้บุญรู้คุณของผู้ใจบุญได้ทานหนึ่งสตางค์นี้ไม่เห็นมี

มีตั้งแต่เขาทำไปเท่าไหร่ เขาเหยียบย่ำทำลายเอาไฟไปเผาเขาด้วยอุบายวิธีการต่าง ๆ ยุแย่ก่อกวน ดีไม่ดีเอาเงินไปปิดปากเขา ที่ไหนเอาเงินปิดปากเอาเงินออกสาดกระจายเพื่ออำนาจของตัวเอง เอาเงินออกเป็นเจ้าอำนาจเหยียบปิดปากคน ไปทั่วทุกแห่งทุกหน ไปที่ไหนหาเงินไปอุดปากคน อุดปากแล้วคนเราก็ต้องเห็นแก่เงินต้องยอมปฏิบัติตาม นี่เป็นโอกาสที่พวกนี้จะกินบ้านกินเมืองเพิ่มหนาแน่นเข้าไปอีก สร้างบาปสร้างกรรมเข้าไปอีก มีเยอะ ท่านทั้งหลายให้ดูเอง เรื่องธรรมไม่มี ธรรมเป็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นความร่มเย็นแก่โลก โลกอยู่มานี้ไม่ได้อยู่มาด้วยเห็นเงินแก่ทอง เห็นแก่อรรถแก่ธรรมเห็นแก่ความดีงามทั้งหลาย ต่างคนต่างบำเพ็ญในความดีงามแล้วโลกก็มีความเจริญรุ่งเรือง

คนที่สกปรกรกรุงรังไว้ใจกันไม่ได้นะ คนสะอาดต่างหาก คนมีศีลมีธรรมต่างหากไว้ใจกันได้ ยกตัวอย่างเช่น สามีภรรยา ใครก็มีด้วยกันเต็มโลกเต็มสงสาร สามีภรรยาคู่ใด มีความรักใคร่ใฝ่ดีมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกันแล้ว สามีภรรยาคู่นั้นตายไปด้วยกันด้วยความสนิทติดจมด้วยความผูกพัน ดีไม่ดีทำความปรารถนาอยากจะได้พบได้เห็นอยากจะได้เป็นคู่ผัวตัวเมียกันต่อไปก็ได้ เช่นอย่างพระนางพิมพากับพระพุทธเจ้า นี่ชุ่มเย็นไหม คนมีความซื่อสัตย์สุจริตมีความดีงามประจำตนทั้งผัวทั้งเมียอยู่เย็นเป็นสุขด้วยกันทั้งสอง ตรงกันข้ามถ้าคนหนึ่งไม่ดี สามีไม่ดีหรือภรรยาไม่ดีเสียอย่างนี้ นั่นแหละคือการสร้างฟืนสร้างไฟเผาไหม้กันไปหมด ให้ท่านทั้งหลายพิจารณาเอา

ความดีต้องทำโลกให้เจริญรุ่งเรือง ความชั่วไม่มีทางทำโลกให้เจริญรุ่งเรืองได้ เช่นผัวที่เป็นตัวเสนียดจัญไรตัวดื้อด้านที่สุด แหวกแนวไปหาอีหนูใหม่ ๆ มาสิ เอามาสักสิบอีหนูมันก็เป็นไฟสิบกองมาเผาเมียตนเองแล้วก็ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟกันทุกหย่อมหญ้า สกุลนั้นอยู่ไม่ได้ ดีไม่ดีคนทั้งบ้านชี้หน้า ไอ้นี่มันมีเมียตั้งสิบคน เขาชี้หน้าไม่ได้ชี้หน้าว่าดิบว่าดีมีเมียมาก มีความสุขมาก มีความสงบเย็นใจมาก เขาชี้หน้าว่านี่เลวยิ่งกว่าหมา หมามันมีเมียตัวหนึ่งสองตัวมันก็พอเป็นพอไปของมัน มนุษย์ตัวดื้อด้านสันดานหยาบ มีเมียเท่าไหร่มันก็ไม่พอ มันเอาฟืนเอาไฟมาเผา เห็นมั้ยความชั่วไปที่ไหนมันแหลก เฉพาะสามีภรรยาก็เผากัน

ถ้าต่างคนต่างดีอยู่ที่ไหนอยู่เถอะเรื่องความมีความจน โลกอันนี้โลกอนิจจังไม่ได้เว้นไปจากโลกอนิจจัง มีความบกพร่องสมบูรณ์เป็นธรรมดา ได้มาแล้วเสียไปเป็นธรรมดาแต่ยังไงขอให้มีธรรมภายในใจต่อกันคนเรา คนทุกข์คนจนอยู่ด้วยกันก็ได้ เศรษฐีอยู่กับคนจนก็ได้เพราะซื่อสัตย์สุจริตมีความดีงามต่อกัน คนเราอยู่กันด้วยน้ำใจ ไม่ได้อยู่ด้วยสมบัติที่ไปหาโกยรีดไถมาจากทุกแห่งทุกหนมาให้เขานับหน้าถือตา ถ้าไปเจอเขายกมือไหว้ ดีนะนาย เท่านั้นแหละ หัวใจเขาพุ่งไปหา นี่เปรตใหญ่ มันหากลืนแต่บ้านแต่เมืองกินแต่บ้านแต่เมือง ข้าวมันไม่ยอมกิน มันไปกินตับกินปอดคนดียิ่งกว่าข้าว เพราะฉะนั้นบ้านเมืองจะล่มจมด้วยประเภทนี้ เขาชี้ไปอย่างงั้นเสีย

สำหรับคนดีไม่ว่าต่อหน้าไม่ว่าลับหลังดีทั้งนั้น เด็กดีก็น่าชมน่ารักน่าชอบใจเมตตาสงสาร ผู้ใหญ่ดีก็เคารพนับถือบูชาคุณ ความดีไปที่ไหนไม่เฟ้อแต่ความชั่วไปที่ไหนมันขัดมันแย้ง มันเหมือนเสี้ยนเหมือนหนามปักเท้าของเรานั่นแหละ มันปักแล้วถ้าไม่บ่งออกแล้วเท้าเฟะนะ ความชั่วก็เหมือนกันไม่ชำระก็เน่าเฟะทั้งตัวเรานี่แหละ เน่าเฟะในเมืองมนุษย์แล้วก็จะไปเน่าเฟะในแดนนรกนี้แล้วให้สัตว์นรกทั้งหลายรังเกียจกันอีก อันนั้นก็เน่าอันนี้ก็เน่า เราก็ว่าเราเน่าพอแล้ว คนนี้ยิ่งเน่ามากกว่าเรา เฟะมากกว่าเรา ทุกข์มากกว่าเรา รังแกคนอื่นมากกว่าเรา

สัตว์นรกเขาก็ทนรังแกกัน จะรังเกียจกันเพราะความชั่วมันชั่วมากกว่ากันทำคนอื่นให้เดือดร้อน เพราะฉะนั้น ความชั่วเหล่านี้จึงพากันระมัดระวัง ธรรมนี้มาแสดง ได้พี่น้องทั้งหลายฟังอย่างถึงใจ หลวงตาปฏิบัติมาอย่างถึงใจไม่ได้มาโกหกหลอกลวงพี่น้องทั้งหลาย นำธรรมนี้มาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายฟังอย่างถึงใจ หลวงตาปฏิบัติมาอย่างถึงใจ ไม่ได้มาโกหกหลอกลวงพี่น้องทั้งหลาย เวลาตายไปนี้หลวงตาก็บอกชัด ๆ เลย ประกาศตั้งแต่ยังไม่ตาย เพราะสนฺทิฏฺฐิโก ประกาศในหัวใจมาแล้วเป็นเวลา ๕๓ ปี เราไม่สงสัยว่าเราจะกลับมาเกิดมาตายกองกันอย่างที่เคยเป็นมาแล้ว เป็นอันว่าสิ้นสุดยุติลงมาแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓

นั่นเป็นวันตัดสินกันระหว่างกิเลสกับธรรมซึ่งก่อให้เกิดภพชาติต่าง ๆ ตายกองกันตลอดมา ได้ตัดสินกันขาดสะบั้นลงไปแล้ววันนั้นตัดสินขาดสะบั้น ช่วยพี่น้องทั้งหลายเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มสติกำลังความสามารถเป็นที่พอใจสมกับเมตตาเต็มสัดเต็มส่วนในหัวใจแล้วหลวงตาไม่ห่วงอะไรในโลกอันนี้ ห่วงตัวเองไม่ห่วง หมดห่วงทุกอย่างเป็นเวลา ๕๓ ปีนี้แล้ว ห่วงตั้งแต่พี่น้องของเราทั้งหลายจะปฏิบัติกันยังไง บ้านเมืองของเราจะประคับประคองตัวไปได้ ดังที่พี่น้องทั้งหลายดำเนินเรื่อยมาอย่างนี้ การช่วยชาติบ้านเมืองของเราจากการบริจาคของพี่น้องทั้งหลายที่ต่างท่านต่างรักชาติแล้วต่างคนต่างเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน นี่จะเป็นการหนุนชาติไทยของเราให้มีความ หนึ่งสงบร่มเย็น สองมีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น ต่อไปก็มีความสงบทั่วประเทศไทย ชุ่มเย็นทั่วประเทศไทยจากการขวนขวายของพี่น้องทั้งหลาย

วันนี้หลวงตาจึงขออนุโมทนาสาธุการ และการเทศนาว่าการนี้ให้ท่านทั้งหลายไปฟังให้ชัดเจน เราได้ยินได้ฟังมาเราไม่เคยพูด วันนี้เป็นวันพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เกี่ยวกับเรื่องเสี้ยนเรื่องหนามที่คอยกีดคอยขวาง คอยเตะคอยถีบสำหรับคนที่พยายามสร้างความดีเต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่ถูกเตะถูกยันจากพวกเลวร้ายทั้งหลายนี้มีมาเรื่อย ๆ เวลานี้ทางแถวนี้มีมั้ย ท่านทั้งหลายพิจารณาสิ พวกเราทั้งหลายกำลังสร้างคุณงามความดีสาระมั่นคงแก่ชาติไทยของเรา พวกที่ไม่หวังอะไร สตางค์หนึ่งก็ไม่เอามาช่วย แต่คอยมาเหยียบมายันเอาไฟมาเผาด้วยเรื่องราวต้มตุ๋นหลอกลวงประเภทต่าง ๆ ยุนั้นแย่นี้ให้คนแตกร้าวกัน มีเยอะนะเวลานี้

ให้ท่านทั้งหลายพิจารณาปัดออก ๆ อย่านำมาใช้มันจะเสียชาติบ้านเมืองของเรา ดีไม่ดีจมแน่ ๆ ถ้าเราเชื่อพวกนี้แล้วจมแน่ ๆ พวกนี้จะขึ้นครองบ้านครองเมืองแล้วเอาตับเอาปอดของพวกเรามากินกันหมดนั่นแหละ พวกข้าวอย่างอื่นอาหารอย่างอื่นเขาไม่กิน ไม่อร่อยเหมือนตับมนุษย์ที่เขาต้มได้สะดวกสบาย พวกนี้โง่นัก ต้มยังไงหลอกยังไงมันก็เชื่อแล้วกินตับมันด้วย เราอยากให้เขากินตับมั้ย ถ้าไม่อยากให้กินตับให้ฟังให้ดีนะ คำพูดคำจามันออกมาแบบไหน พวกก่อกวนต้มตุ๋นที่จะเอาตับของเราไปกินเลี้ยงกันนั่นน่ะ มีกี่โต๊ะ ไอ้พวกนี้มันจะหวังจะขึ้นครองบ้านครองเมือง เอาตับมนุษย์ไปกินเลี้ยงกันบนโต๊ะของเขา เราเสียดายตับเรามั้ย ถ้าเราเสียดายตับเราให้ระมัดระวังให้ดี

คำพูดแง่ไหน ๆ ที่เป็นข้าศึกต่อศีลต่อธรรมต่อความดีงาม แล้วการทะเลาะเบาะแว้งจะทำให้แตกร้าวกัน นั้นคือภัย อย่านำมาใกล้ชิดกับตัวของเรา ให้ปัดออก คนประเภทนั้นอย่าคบ ถ้าคบแล้วตับเราจะหมด คบคนนั้นคนนี้ มากเข้า ๆ ตับคนทั้งชาติจะไม่มีเหลือ พวกนี้เอาไปสะแตกหมด ที่มันไม่ถึงใจต้องบอกว่าสะแตก คือกินแบบนี้เรียกว่าสะแตก ถ้ากินธรรมดาก็เรียกกินข้าวกินน้ำ ถ้ามันกินมากจนเกินไปก็เรียกว่าสะแตก อันนี้กินไม่พอ มีเท่าไหร่จะเอาคนทั้งชาติมาเป็นอาหารอร่อยโอชารสเลี้ยงโต๊ะกัน ก็เรียกว่ามันสะแตกกัน

วันนี้ได้เปิดอกให้พี่น้องทั้งหลายฟังว่าธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นของครึของล้าสมัยหรือเป็นอกาลิโก อกาลิโกเป็นธรรมที่คงเส้นคงวาด้วยมรรคด้วยผลที่ผู้ปฏิบัติความดีทั้งหลายจะได้รับเสมอต้นเสมอปลายตลอดไป นี่สมกับที่ว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว ให้พากันปฏิบัติอย่างนี้ ให้พากันเข้าใจนะ ธรรมพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะครองเราที่จะหนุนเราให้มีความสุขความเจริญรุ่งเรืองต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า เราเกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้แล้ว ต่อไปเราก็เกิดอีกแต่การเกิดนี้ต้องอยู่ในความดีความชั่วของเรานะ ถ้าเราสร้างความชั่วช้าลามก เกิดเป็นมนุษย์เป็นเทวดาในชาตินี้ต่อไปเกิดเป็นสัตว์นรกก็ได้ ถ้าเราสร้างคุณงามความดีจะเคยตกนรกมา พ้นนรกมาแล้วมาสร้างความดี เราก็ไปสวรรค์พรหมโลกตลอดนิพพานได้ มันขึ้นอยู่กับการสร้างความดีวามชั่ว ความดีความชั่วนี้ลบไม่สูญ ใครจะมาลบเท่าไหร่ก็ตามเถอะเมื่อยังสร้างความชั่วอยู่ ความชั่วจะเผาตลอดไป ผู้สร้างความดี ความดีจะส่งเสริมตลอดไป

ขอให้เชื่ออรรถธรรมของพระพุทธเจ้า เราจะเป็นคนดิบคนดีมีสง่าราศี ไปบ้านไปเรือนอย่าไปทะเลาะเบาะแว้งกัน ไอ้ผัวกับเมียนั้นน่ะ มันเป็นเหมือนหมากัดกัน เวลาพบกันทีแรกรักกัน นอนกันไม่หลับ คิดถึงอีหนู อีหนูก็คิดถึงไอ้หนุ่ม รักกัน ครั้นได้กันมาแล้วมาเรียนวิชาหมากัดกัน แง่ ๆ ง่า ๆ ไปไหนมาเมื่อคืนนี้ พอเห็นสามีออกจากบ้านไปไม่ได้นะ ไอ้เมียก็ตัวเก่ง ไปไหนมาเมื่อคืนนี้ ผัวก็ตัวเก่ง ผัวแบบหนึ่งตัวเก่งนะ ลับตาเมียไม่ได้ แอบหาอีหนู ครั้นกลับมาบ้านแล้ว ไปไหนเมื่อคนนี้ไม่เห็น ไปฟังเทศน์ นู่นเห็นมั้ย คาถามันหลอกเมียมันว่าไปฟังเทศน์ มันไปฟังเทศน์หีพ่อหีแม่มัน มันไปหาอีหนูต่างหาก มันเอาเรื่องโกหกมาหลอกเมียมัน มันไม่น่าไว้ใจ เมียมันต้องถาม

ถ้าต่างคนต่างดี ต่างคนต่างไว้ใจกันได้ไปไหนไปเถอะ หารายได้รายมีนี้ได้มากเท่าไหร่มาเฉลี่ยเผื่อแผ่อวัยวะเดียวกัน ชุ่มเย็นไปหมดทั้งครอบครัว นี่คือความดีต่อความดี ความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้วเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่วางใจกันแล้วมีเงินเป็นล้าน ๆ ก็ไม่มีความสุข ท่านทั้งหลายอย่าหวังเอาเงินล้านมาแข่งความสุขจากศีลจากธรรมนะ คนมีศีลมีธรรมไม่จำเป็นต้องมีเงินล้านก็เป็นสุขได้ ยิ่งมีเงินล้านด้วยความมีศีลมีธรรมแล้วยิ่งมีความสุขมากมายนะ เงินทองข้าวของมันหมุนได้ทั้งสอง มีทั้งสันทั้งคม ถ้าเราเป็นเจ้าของ เราเป็นคนชั่ว เงินนั้นก็กลายเป็นศาสตราวุธมาเผาผลาญเรา ถ้าเราเป็นคนดีเงินนั้นก็มาเป็นดอกไม้เป็นปุ๋ยเป็นอาหารหล่อเลี้ยงเราสร้างในคุณงามความดีได้สบาย

เช่นท่านทั้งหลายเอาเงินมาบริจาควันนี้ ใครจะไม่รักเงิน มีบาทหนึ่งขึ้นไปรักทั้งนั้น มีหมื่นมีแสนมีล้านรัก ทำไมท่านทั้งหลายจึงนำมาบริจาคได้ก็เพราะความถูกต้องในธรรมทั้งหลาย รักบุญรักกุศลรักศีลรักธรรมรักสวรรค์นิพพานรักชาติบ้านเมืองก็นำมาบริจาคได้อย่างนี้แหละ มีมากมีน้อยบริจาคได้อย่างสบายน่ายิ้มแย้มแจ่มใส เห็นมั้ยล่ะนอกจากนี้แล้วสมบัติเหล่านี้ก็จะเข้าสู่คลังหลวงและเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนในชาติไทยของเรา แล้วส่วนบุญที่เราได้นำไปบริจาคนั้นกลับมาเป็นสมบัติอันล้นค่าภายในใจของเรา บุญเราก็ได้ วัตถุเข้าสู่คลังหลวง บุญกุศลมาเข้าสู่ใจของเรา เราไม่ได้ขาดทุนสูญดอก

อย่างเงินที่มาบริจาคนี้ สิ่งเหล่านี้เข้าสู่จุดมุ่งหมาย เช่นคลังหลวงเป็นต้น ส่วนบุญส่วนกุศลที่บริจาคมากน้อยเข้ามาสู่จิตใจของเรา เราได้ทั้งสองด้าน วัตถุก็คือบ้านเมืองของเราจะมีความสงบร่มเย็นแน่นหนามั่นคง ทางด้านธรรมะคือบุญกุศลที่เราบริจาคนี้เข้ามาหนุนจิตใจให้มีความสง่างามภายในจิตใจ คนมีบุญแล้วไปที่ไหนไปเถอะ ไม่จนตรอกจนมุมในการตาย ตายที่ไหนได้ทั้งนั้น ตายร่มไม้ชายเขาได้หมดคนมีบุญ คนมีบาปไปตายบนหอประสาทมันก็ลงนรกได้ไม่สงสัยนะ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ มันขึ้นอยู่กับเราผู้ดีหรือชั่วเป็นบาปหรือเป็นบุญ สร้างบาปหรือสร้างบุญ ให้ระวังตอนนี้นะ ที่ยังไม่ตายให้ระวังเสียตั้งแต่บัดนี้

ตายไปแล้วจึงนิมนต์พระมา กุสลา ธมฺมา ยายคนนี้ตายแล้วไปไหน ถ้ามาถามหลวงตาบัวว่ายายนี้ไปไหน หลวงตาบัวจะเอาสันพร้าฟาดหน้าผากมันเลย มีชีวิตอยู่ทำไมมันไม่เข้าวัดเข้าวา ไล่เข้าวัดมันโดดลงหนองน้ำได้สะดุ้งได้แห เวลาตายแล้วนิมนต์พระมากุสลา ธมฺมา มันเกิดประโยชน์อะไร สอนตั้งแต่บัดนี้ให้ให้รู้เนื้อรู้ตัวตั้งแต่บัดนี้ ต่อไปจะจนตรอกนะ ถ้าเห็นแก่กินเห็นแก่ได้เห็นแก่ร่ำแก่รวย ไม่เห็นแก่ศีลแก่ธรรมอันเป็น เครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจเรียกว่าโอชารสอันเลิศเลอก็คือศีลคือธรรม อาหารของใจไม่มี เรามีแต่อาหารภายนอก ขึ้นไปจรดท้องฟ้ามันก็จมได้นรก ร่างกายตายแล้วไม่มีความหมายอะไร ไปนรกก็ไม่ไป ไปสวรรค์ก็ไม่ไป สมบัติเงินทองข้าวของมีมากมีน้อยเท่าไหร่ก็ไม่ไป เราตายแล้วสิ่งเหล่านั้นหมดคุณค่าไปทันทีทันใด แต่ใจนี้เรียกร้องหาความช่วยเหลือจากเจ้าของเพราะได้รับความทุกข์ความลำบากลำบนไม่มีศีลมีธรรมประจำใจเลย นี่เป็นจุดสำคัญที่เราจะได้มองมาดูใจของเรา

เวลานี้ใจของเรามีพุทโธมั้ย ตั้งแต่ตื่นนอนมาจนกระทั่งบัดนี้มีพุทโธมั้ย เวลามีคนมาถามเราถือศาสนาอะไร ถือศาสนาพุทธ พุทธขี้หมาอะไร มันมีแต่ผีเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วใจของเราจะได้บุญได้กุศลมาหล่อเลี้ยงให้ชุ่มเย็นได้ยังไง เพราะฉะนั้นจึงต้องเสาะแสวงหา การทำบุญให้ทานเป็นสมบัติของใจ ใจจะได้อาศัยสมบัติอันนี้ไปสู่ทางความดี คนไปสวรรค์เป็นคนมีบุญทั้งนั้น คนไม่มีบุญไปไม่ได้นะ บุญเป็นเครื่องนำไป ไปสวรรค์พรหมโลกนิพพาน มีคนบุญทั้งนั้นไป คนบาปไปไม่ได้ ลงนรกมีแต่คนบาปลง ให้เราเลือกเฟ้น เวลานี้จิตใจของเราเรียกร้องหาความช่วยเหลือตลอดเวลา เพราะมีบุญน้อยเหลือเกินนะ เพราะมันเพลินตั้งแต่เรื่องโลกเรื่องสงสารจนกระทั่งจะตายไม่เป็น ทั้ง ๆ ที่เขาตายทั่วโลกดินแดน

ใครเกิดมามันตายด้วยกันแต่เราลืมความตายของเรา มีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความเพลิดความเพลิน ลืมเนื้อลืมตัวลืมบ้านลืมเรือนลืมผัวลืมเมีย เป็นบ้าไปเลย เวลาตายแล้วก็จม พวกนี้พวกจม ลืมเนื้อลืมตัวเหมือนหนึ่งไม่มีป่าช้า เวลาตายแล้วมีหรือไม่มี ป่าช้ามันมีอยู่กับเราทุกคนนั้นแหละ จึงคิดเสียตั้งแต่บัดนี้ ว่าพระพุทธเจ้านี้สอนโลกหลอกลวงเหรอ ท่านทั้งหลายเห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนโลกหลอกลวงเหรอหรือหลวงตาสอนเวลานี้เข้าใจว่าหลวงตามาหลอกลวงพี่น้องทั้งหลายเหรอ ฟังให้ถึงใจนะ วันนี้พูดให้ถึงใจ เราฐานะเป็นกันเอง สอนลูกสอนหลาน สอนเป็นกันเอง ให้พากันคิดเสียตั้งแต่บัดนี้ เรารำคาญเหลือเกินที่ตายแล้วมานิมนต์หลวงตาบัวมา กุสลา ธมฺมา เราจึงมีแต่สันพร้าฟาดหน้าผากมัน อย่ามาหัวเราะคนหนึ่งกำลังเทศน์

เวลามีชีวิตอยู่ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีสิ ชีวิตของใจนั้นน่ะ ใจไม่มีสิ้นมีสุดเหมือนชีวิตของร่างกายนะ ใจนี้ไม่เคยตาย แต่ขาดตกบกพร่องในอาหารคือได้แก่บุญแก่กุศลซึ่งเป็นโอชารสอันเลิศเลอประจำใจ ให้พากันเสาะแสวงหา การอยู่การกินก็หามาอยู่มากินมาใช้มาสอยเต็มบ้านเต็มเมืองเห็นกันทั่วหน้า แต่การเสาะแสวงหาสมบัติภายในที่เป็นอาหารโอชารสหล่อเลี้ยงจิตใจนี้มันบกพร่องขนาดไหน ให้พิจารณาตัวเองตั้งแต่บัดนี้ต่อไป เกิดมาไม่มีพุทโธก็มีคนเรา มีพุทโธถือพุทธศาสนา แต่ทั้งวันมันระลึกพุทโธไม่ได้ก็มี ให้ระลึกพุทโธถี่ยิบเข้าไปนะ

เราระลึกพุทโธคำหนึ่งเท่ากับระลึก พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์เข้ามารวมอยู่คำว่าพุทโธคำเดียวหมด มีอานิสงส์มีคุณค่ามาก จิตใจเราระลึกถึงพุทโธเมื่อไหร่ นั้นแหละเราสร้างที่พึ่งอันหนาแน่นขึ้นในใจ ระลึกถึง ธัมโม สังโฆ เรียกว่าเราสร้างที่พึ่งตลอด ไปทำหน้าที่การงานไปที่ไหนก็ตาม เมื่อพุทโธ ธัมโม สังโฆ มีในใจ เรียกว่าได้ที่พึ่งตลอดไป แล้วทำบุญให้ทานรักษาศีลไปอีก็ได้ที่พึ่งเข้าไปอีก บุญกุศลเพิ่มเติมเข้าไปอีก ทั้งได้พุทธจากพุทโธด้วย ธัมโม สังโฆด้วย ได้จากการให้ทานด้วย ได้จากการรักษาศีลไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มเติม ผู้นี้แลจิตใจจะไม่เดือดร้อนจะไม่เรียกร้องหาความช่วยเหลือจากเจ้าของเพราะเจ้าของฉลาดรีบเร่งขวนขวายหามาหนุนจิตใจเสียตั้งแต่บัดนี้แล้วจิตใจนั้นชุ่มเย็น

ตายเมื่อไหร่ตายเลย คนมีบุญตายไม่ได้ลำบากลำบนไม่เป็นกังวลห่วงใยอะไรนะ คนมีบาปนั้นแหละมันตัวห่วงใยอยู่ที่นั่น ครั้นเวลาจะตายยิ่งเป็นคนมั่งมีถูกเขาติดหนี้ติดสินด้วยแล้วยิ่งไปใหญ่นะ เวลาจะตายก็มานับข้อมือ นับข้อหนึ่งข้อสองข้อสาม นับอะไรล่ะคุณพ่อ ลูกมันมองเห็นมันผิดสังเกต เวลาตายก็ดิ้นอยู่อย่างงั้นแหละ แล้วก็มานับข้อมือข้อหนึ่งข้อสองข้อสาม คนนั้นติดหนี้เราเท่านั้น คนนั้นติดหนี้เราเท่านั้น เวลาตายแล้วจะไม่ได้หนี้สินกลับคืนมา พ่อก็เลยนับ นับข้อมือเฉย ๆ เกิดประโยชน์อะไร แต่หัวใจขาดทุนสูญดอกไปเท่าไหร่ไม่นับ ให้นับตรงนี้ด้วยนะ การทำบุญให้ทานอย่าปล่อยอย่าวางเมื่อพอเป็นพอไปให้ทำนะ เป็นอาหารโอชารสเลิศเลอไม่มีอะไรเกินธรรมเกินบุญเกินกุศลที่จะเข้าหล่อเลี้ยงจิตใจได้ นอกนั้นไม่มี เงินหมื่นเงินล้านเงินแสนไม่มีประโยชน์แก่จิตใจนะ ถ้าไม่แยกออกมาทำบุญให้ทาน ถ้าเราแยกออกมาทำบุญให้ทาน นั้นกลับมาเป็นประโยชน์แก่จิตใจ เป็นบุญกุศลหนุนจิตใจเรา

วันนี้เทศน์เพียงเท่านี้ เทศน์ไปเทศน์มารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แล้วกลับไปบ้านไปเรือนให้บริกรรมพุทโธ ธัมโม สังโฆ ไหว้พระสวดมนต์ นั่งภาวนาเพื่อความสงบใจด้วยนะ นั่งภาวนาพุทโธ ธัมโม สังโฆ ก่อนที่จะนอนก็ไหว้พระซะก่อนแล้วนอน อย่าปล่อยอย่าวางเราเป็นลูกชาวพุทธ ให้ระลึกถึงพ่อของเรา พุทโธ ธัมโม สังโฆ คือพ่ออันเลิศเลอของเรา ก่อนจะหลับจะนอนให้ระลึกราบไหว้ท่านซะก่อนแล้วทำความสงบใจ เช่นเราบริกรรมพุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้แล้วให้ภาวนาจนกระทั่งควรแก่การหลับค่อยหลับไป ด้วยความมี พุทโธ ธัมโม สังโฆ ติดใจคนนั้นจะยิ้มแย้มแจ่มใส เวลามีชีวิตพิจารณาเข้ามาทางใจ ใจมีธรรมมีความอบอุ่น พิจารณาไปข้างนอก สมบัติเงินทองเราก็มี พิจารณามาข้างในกุศลไม่มีแห้งผาก เพราะฉะนั้นจึงขอให้พยายามทั้งสองด้าน การทำมาหาเลี้ยงชีพก็หาเพื่อส่วนร่างกาย การทำบุญกุศลศีลทานเพื่อจิตใจโดยเฉพาะที่จะนำเราไปสู่ภพหน้าก็ให้พยายามหา อย่าปล่อยอย่าวางให้เสมอกันนะ จิตใจเป็นเรื่องใหญ่โตยิ่งกว่าร่างกายมากนัก ถ้าจิตใจมีกุศลแล้ว ไปที่ไหนถึงหมด ไปทางดีตั้งแต่สวรรค์ชั้นพรหมถึงนิพพานไม่สงสัยแหละ

นี่การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่เวลา วันนี้ก็ตากแดดตากฝนฟังเทศน์ ท่านทั้งหลายก็ไม่เคยได้ตากแดดฟังเทศน์ วันนี้ตากแดดฟังเทศน์ให้เป็นที่ระลึกนะ นี่เป็นมหาคุณอย่างยิ่ง เราตากแดดทำไร่ไถนาเราพอมาแล้วแต่ตากแดดฟังเทศน์ไม่เคยได้ทำ วันนี้อย่าพากันรังเกียจนะ วันนี้มีคุณค่ามีอานิสงส์มาก ไม่เคยได้เห็นได้มี วันนี้เรามีแล้วเป็นอานิสงส์แก่พวกเราทั้งหลายมากมายนะ การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่กาลเวลาและธาตุขันธ์ ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญฯ

www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก