เครื่องหมายความสิ้นกิเลส
วันที่ 18 พฤษภาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าเขาน้อย อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมพระและฆราวาส
ณ วัดป่าเขาน้อย อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
คืนวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕

เครื่องหมายความสิ้นกิเลส

ยอดเงินบาทได้ ๑,๕๗๒,๓๑๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันสามร้อยสิบบาท) ดอลลาร์ได้ ๓,๔๓๘ ดอลล์ ทองคำได้ ๖ กิโล ๑๕ บาท ๗๒ สตางค์ กรุณาทราบตามนี้ และทุก ๆ ท่านอนุโมทนาทั่วหน้ากันนะ นี่จะเข้าสู่คลังหลวงของเรานั่นแหละไม่ไปไหน จะหลั่งไหลเข้าเรื่อย ๆ ทีนี้ทำความสงบใจก็คอยดูไปนั่น เวลามันเผาท่านอาจารย์สุวัจเผาอย่างงั้นล่ะ เผาเรามันจะเผาแบบไหน มันก็เผาแบบเดียวกันนี่แหละ ดูเอา เป็นคติเครื่องเตือนใจ ไฟนรกเผาสัตว์โลก ไฟนรกไม่ใช่เป็นไฟธรรมดานะ เป็นไฟบาปไฟกรรม รุนแรงมากหลายร้อยเท่า แต่ไม่ให้สัตว์ตายนะ ให้ทรมานกรรมของตนอยู่ตลอดไป

พอสิ้นกรรมนี้แล้ว จิตนี่ก็ลอยออกมา สิ้นกรรมประเภทหนักแล้วก็มากรรมประเภทเบา เบาไป จนกระทั่งถึงขั้นเปรตขั้นผี นี่ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าศาสดาองค์เอกท่านสอนไว้อย่างนี้ อย่าพากันกล้าหาญลบศาสดาเอกของเรานะ ศาสดาเอกนี้เป็นศาสดาโลกวิทู รู้แจ้งโลก โลกนอกโลกใน โลกมนุษย์ โลกสัตว์ โลกเปรต โลกผี โลกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมถึงนิพพาน ไม่มีใครรู้เกินศาสดาไปได้ที่มาประกาศธรรมสอนโลก ก็ด้วยความรู้แจ้งอย่างนี้เอง ไม่ใช่เอาความมืดบอดมาสอนโลกนะ เราอย่าไปกล้าไปหาญนะ กล้าหาญต่อความจริงที่ทรงแสดงไว้แล้วนั้นก็เรียกว่ากล้าหาญเผาตัวให้ฉิบหายวายป่วงนั้นแหละ ถ้ากล้าหาญต่อความดีก็สมใจทุกอย่าง

นี่ดูเป็นคติตัวอย่างเอาเนี่ย (กำลังเผาศพท่านอ.สุวัจ) ไฟนี่มันจะส่งเปลวถึงขนาดไหนมันก็ไม่ได้เหมือนไฟนรกนะ ผิดกันร้อยเท่าพันทวีทีเดียว ท่านจึงสอนให้ระมัดระวังให้มาก เวลายังไม่ถึงอันนั้นก็ให้รีบเสียตั้งแต่บัดนี้ ถ้าเรายังกล้าอยู่ก็เผาจริง ๆ นั้นแหละ นี่ท่านสุวัจนี้เป็นพระ สุปฏิฯ อุชุฯ ญายะฯ สามีจิปฏิปนฺโน โดยแท้แล้ว นี่อัฐิของท่านเวลาเผาแล้วจะไม่เป็นอื่นจะกลายเป็นพระธาตุแน่นอน เป็นเครื่องหมายตีตราแห่งความสิ้นกิเลส เป็นพระอรหันต์ในสมัยปัจจุบัน สมัยพุทธกาล คือพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ท่านเรียกว่าสำเร็จอรหันต์

สมัยทุกวันนี้ว่าสำเร็จอรหันต์นี้กิเลสมันรุมเอานะ มันจะไม่ให้พูดได้เลย ขึ้นชื่อว่าของดีความดีแล้วจะไม่ให้พูดได้ ให้พูดตามแบบของมันเท่านั้น ตื่นตามาแล้วล้างหน้าหรือยังไม่ล้างมันลากคอลงไปแล้ว ไปหานรกอเวจีไปทำความชั่วช้าลามก นี่คือทางของมัน ทางกิเลส ถ้าเราไปหาของดีนี้มันขัดมันขวาง ได้ของดีมาบอกว่าได้ของดี อันนั้นดี อย่างนี้ไม่ได้ กิเลสเหยียบเลยทันที ถ้าว่าไปเที่ยววันนี้สาวพูดไพเราะเพราะพริ้ง อยากได้สาวคนนี้มาเป็นเมียแทนแม่อีหนูสักหน่อย อย่างนี้กิเลสชอบใจมาก แต่แม่อีหนูจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่รู้ ให้ไปถามดูใครมีแม่อีหนู

อย่าหาดื้อไม่เข้าท่านะถ้าไม่อยากจม ไฟนรกขุมนี้ล่ะคือขุมหนักมากที่สุดเพราะกระเทือนหัวใจกันอย่างแรง สามีภรรยารักกันขนาดไหนแล้วแหวกแนวไปเอาคนอื่นมาเป็นผัวเอาคนอื่นมาเป็นเมีย กระอักเลือดออกมานู่นจะว่าอะไร ความเจ็บปวดแสบร้อน ของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ภรรยาเป็นก็ดี สามีเป็นก็ดี มันก็หัวอกอันเดียวกัน ทุกข์แบบเดียวกัน เพราะฉะนั้น เวลาได้รับบาปกรรมนี้จึงรับหนักมากทีเดียว ตามท่านสอนไว้ในคัมภีร์ ใครอย่าไปอาจไปหาญนะ มีลูกมีเมียก็พอใจแล้ว ตัดสินใจด้วยความเห็นชอบด้วยกันทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ตกลงปลงใจเรียบร้อยแล้วว่าสละชีวิตเลือดเนื้อเป็นอวัยวะเดียวกัน อย่าแบ่งสันปันส่วน อย่าแหวกแนวถ้าไม่อยากจมนะ ให้รักษาน้ำใจกัน

การรักษาน้ำใจกันคือความซื่อสัตย์สุจริต ความจงรักภักดี ประหนึ่งว่าเป็นอวัยวะเดียวกัน นี่ล่ะสามีภรรยาคู่นั้นจะเป็นสุข เอาเงินหมื่นเงินแสนของคนมีผัวมากเมียมากมาอวดเอาไฟนรกนั้นแลมาอวดจะเป็นอะไรไป คนนี้มีเงินกี่บาทกี่สตางค์ก็ตาม หามาได้มากน้อยมาเป็นอวัยวะเดียวกันหมด มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน เงินได้มาเป็นแสน ๆ ล้าน ๆ ได้มาแบ่งให้อีหนู แบ่งให้ไอ้หนูคนนี้ แบ่งไปเท่านี้ยังไม่แล้ว ไฟกระจายกลับมาเผาตัวเองและเผาครอบครัวเย้าเรือน เงินเหล่านั้นเลยกลายเป็นไฟ หาความสุขไม่ได้ นี่จึงว่าเศรษฐีที่มีจิตใจหลายแง่หลายงอน สู้คนทุกข์คนจนที่เขามีความซื่อสัตย์สุจริตระหว่างผัวเมียต่อกันไม่ได้นะ ให้พากันจำให้ดีนะ

มันดีนะหลวงตาบวชเสียตั้งแต่หนุ่มนะ ถ้าหากว่าหลวงตาไม่บวชแต่หนุ่มนี้ ผู้หญิงมันจะตายกี่คนก็ไม่รู้ มันมารักมารอบหลวงตานะ มันไปหาไอ้หนูใหม่ล่ะสิ ไอ้หนูก็จะตาย แม่อีหนูนี้ก็จะตาย ไม่มีเหลือล่ะ หลวงตาเอาคอขาดเลยเชียว นี่เป็นยังไงพี่น้องทั้งหลายเทียบเรื่องหัวใจตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว หลวงตาไม่เหมือนใครขาดสะบั้นไปเลยทีเดียว ทำไมขาดสะบั้นเพราะเจ็บใจสุดแสนสาหัส นี้ใจของใคร ๆ ก็เหมือนกัน ใจท่านทั้งหลาย ไม่ว่าใจหญิงใจชายใจผัวใจเมียมันแบบเดียวกัน เจ็บแค้นขนาดไหน เพราะฉะนั้น อย่าทำลายหัวใจกัน เสียหายมาก ตกนรกก็เป็นนรกหลุมที่แสนสาหัส ไม่ใช่ธรรมดานะเพราะที่หัวอกอันนี้ทุกข์แสนสาหัสเลย บางคนเป็นบ้าไปเลยก็มี พอได้ยินว่าผัวไปมีเมียใหม่เป็นบ้าไปเลยก็มี เจ็บขนาดไหนแสบขนาดไหนคนเรา ถึงขั้นเป็นบ้า มันไม่ควรเป็นจะเป็นหรือเป็นบ้า

นั่นให้ดูเอา หัวใจเราเป็นยังไงมันก็แบบเดียวกันนั้นแหละ เพราะงั้นจงให้เห็นอกเห็นใจกันครองกันไปด้วยความผาสุกร่มเย็น มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน อย่าไปคิดมีแง่มีงอนอยากหาความสุขพิเศษ พิเศษของความสุขประเภทนี้คือนรกนั้นแล ไม่ใช่พิเศษอื่นใด ให้ท่านทั้งหลายพากันจำเอาไว้ อย่าพากันดื้อกันด้าน มันสังหารเราเองนะ หลวงตาพูดให้ฟังเป็นคติตัวอย่าง หลวงตาไม่เคยมีลูกมีเมีย อายุ ๒๐ ปีกับ ๙ เดือนก็บวช เกิดวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๕๖ เวลามาบวช บวชวันที่ ๑๒ เหมือนกัน พฤษภาคม ๒๔๗๗ คำนวณปีเดือนที่เกิดที่บวชนั้นได้ ๒๐ ปีกับ ๙ เดือน คือเดือน ๖ บวช พอถึงเดือน ๙ ซึ่งเป็นเดือนสิงหาฯ ก็เรียกว่า ๓ เดือน หักออก ๓ เดือนเสีย ก็ยังเหลืออยู่ ๑ ปีกับ ๙ เดือนแล้วเราก็บวช จึงไม่ได้มีลูกมีเมีย

ถ้าเมียมันไปทำอย่างว่ายังไงมันก็คอขาดเลย เป็นอย่างนั้นนะ ท่านทั้งหลายให้คิด เป็นยังไงถึงคอขาด คนเราไม่เจ็บแสบขนาดฟันคอกันได้มันจะฟันเหรอ ให้คิดอย่างนี้สิ ผัวเมียหัวใจเดียวกันเหมือนกัน ผู้หญิงก็มีหัวใจผู้ชายก็มีหัวใจ ให้คิดถึงหัวใจกัน อย่าคิดถึงแต่เรื่องความคึกความคะนองซึ่งมันจะเอาไฟนรกทั้งเป็นมาเผากัน อยู่ด้วยกันมันก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันกับคนอื่นเขา ผู้หญิงมีกี่คนร้อยคนพันคนเอามาทั่วประเทศไทย เอาผู้หญิงนั้นมาอวดเมีย เอามาอวดเมียเรา เรามีเมียคนหนึ่ง เมียเรานี้ขาดอะไรบ้าง ท่านทั้งหลายฟังให้ดีนะ เมียเราขาดอะไร มีครบครันเหมือนหญิงทั่วไปในโลกอันนี้ มีเท่าไรก็มีถึงไหนถึงกัน

ทีนี้ผู้ชายก็เหมือนกัน มันมีกี่คนผู้ชายนี้ ทั่วโลกดินแดนนี้มันก็มีเท่ากันทุกสิ่งทุกอย่าง เรื่องของผัวของเมียมันมีเท่ากัน ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนี้มันมีร้อยมีพันอัน เมียของเรามีอันเดียว ไม่ไหว เราไม่สนุกสนานนะ ถ้าเมียเรามี ๒๐ อันเหมือนผู้หญิงคนนั้น เราก็จะเอาไว้แต่นี่เมียเรามีอันเดียว เขามีตั้ง ๒๐ เอามาแข่งเมียเรา เราให้แข่งถ้ามันมี ๒๐ จริง ๆ นะ ถ้ามันมีอันเดียวอย่าเอามาแข่งเป็นอันขาด คอขาดเลย เราต้องคิดอย่างนี้สิ จิตใจเวลามันดื้อมันดื้อจริง ๆ นะ มันไม่มองหน้าเมียหน้าผัวเจ้าของนะ นอนแอบข้างกันอยู่มันก็ไม่มองนะ

จิตใจของเราที่มันสกปรกรกรุงรังที่มันเป็นฟืนเป็นไฟ มันโหดมันร้าย นี่เรียกว่ากิเลสตัวโหดร้ายที่สุดคือตัวนี้ ให้ท่านทั้งหลายเอามาเทียบกันนะ ก่อนที่จะมีความสนใจกับหญิงใดชายใดนอกจากผัวและเมียตนแล้วให้เอามาเทียบกันทันที ถ้ามันเหมือนกันเท่ากันแล้วอย่ายุ่ง ว่างั้นเลย ยุ่งหาอะไร มันเสือกหาอะไร ตบหน้าผากเจ้าของ อย่าไปตบหน้าผากเมียนะ ไปรักอีหนูแล้วมาตบหน้าผากเมียเราจะเรียกหมาอยู่ในบ้านทั้งหมดให้มางับคอให้มันตาย ไม่ให้มีเหลือ หมาอยู่ในบ้านมีกี่ตัว กูไม่กัดมันล่ะกูเสียฟันกู มันไม่สมฟันกู ให้เอาฟันเขี้ยวลงไปกลืนลงไป ไอ้นี่มันสันดานหมา สมกันกับมึงเท่านั้น จะปล่อยให้หมางับกันหลงทิศไปเลย

วันนี้หลวงตาสอนเต็มอรรถเต็มธรรม ท่านทั้งหลายอย่ามาคิดว่าหยาบว่าโลนนะ เรื่องหยาบโลนมันเป็นกับท่านทั้งหลายเองทุกคน ๆ นั้นแหละ แต่เมื่อไม่แสดงออกก็เหมือนไม่มีอะไร มันหากมีอยู่ในหัวใจทุกคน เพราะงั้น ให้บังคับหัวใจตัวมันหยาบโลนออก การสอนคือเอาน้ำที่สะอาด ธรรมะที่สอนนี้คือน้ำที่สะอาดไปชำระล้างตัวมันหยาบโลนที่มีอยู่ในหัวใจของเราทั้งหลายนั้นแหละ ให้มันสะอาดสะอ้านลงไปแล้วมันจะไม่คึกไม่ดีดไม่ดิ้น เราจะผาสุกเย็นใจทั้งผัวทั้งเมีย แม่ลูกพ่อลูกอยู่ด้วยกันเป็นผาสุกนะ ให้พากันจำเอา

ถ้าไม่มีศีลธรรมแล้วแหลกนะมนุษย์เรา ท่านทั้งหลายยังเห็นว่าศีลธรรมเป็นของเล็กน้อยอยู่เหรอ ถ้าว่าศีลธรรมเป็นของเล็กน้อยแล้วลองดูสิเห็นเหตุเดี๋ยวนี้นะ ศีลธรรมเป็นของเล็กน้อย ความคึกความคะนอง กิเลสตัณหาเป็นของดิบของดีกว่าแล้ว แย่งผัวแย่งเมียกันอยู่ในนี้นะ ลองดูสิ แตกเลยนะ เผาศพไม่ได้ดูศพนะ จะดูศพพวกนี้มันฆ่ากันฟันกัน นี่เห็นไหมกิเลสตัวมันนี้เก่งขนาดไหน น้ำดับไฟคือธรรมตีมันลงไป อย่าให้มันเผยอตัวขึ้นมาได้ ทั่วในแผ่นดินให้มีธรรมข้อนี้บังคับเอาไว้ให้อยู่ในความพอดี อปิจฉตา มีผัวเดียวเมียเดียวเท่านี้ ไม่ต้องหามามากซึ่งจะเผากันทั้งเป็น นี่ล่ะศีลธรรมข้อนี้เป็นเครื่องปราบปรามได้ ครอบครัวเย้าเรือนจะอยู่เป็นสุข ถ้าเหยียบศีลข้อนี้ข้ามศีลข้อนี้ไปเมื่อไรเป็นไฟเมื่อนั้น เอามาแข่งกันอย่างนี้ อยู่นี้จะแหลกไปหมด พากันจำเอา

นั่นดูเปลวไฟ เมนกับเปลวไฟนรกมันต่างกันนะ มันของเล่นเมื่อไร พระก็เยอะคนก็เยอะวันนี้ อายุท่านเท่าไร (ย่าง ๘๓ ครบเดือนสิงหาฯวันที่ ๒๙ สิงหาฯ ครบ ๘๓ เต็มครับ) เมนนี้เป็นเมนถาวร (ไม่ใช่ครับเป็นโฟมกับปูนปาสเตอร์ใส่สีกับทรายหล่อแล้วมาติดแปะ ส่วนเป็นงูเขามาหล่อเรซินใส่) ของหลวงตาก็มีแล้วนะเมนอยู่หน้าวัดหลวงตา เมนทำไว้สำหรับเผาหลวงตา ทำไว้โก้มากนะ ใครไม่มีวาสนาไม่เห็นล่ะเมนนี้ อย่างนี้ก็ไม่ให้ทำ เวลาเผาหลวงตา ที่ก่อขึ้นไปสูง ๆ มีเฉพาะเท่านั้นที่มองเห็น เข้าเผาเลย ไฟจ่อเข้าไปตรงนั้นเลย ไม่หาอะไรมาประดับประดาตกแต่ง นี่ธรรมชาติพอเหมาะพอดีแล้ว เราทำไว้เรียบร้อยหมด เวลาตายแล้วนะ

เรายังเขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อย เวลานี้นะ เวลามีชีวิตอยู่นี้เราช่วยโลกเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มกำลังความสามารถ เวลาหลวงตาตายแล้วบรรดาพี่น้องศรัทธาทั้งหลายที่มาบริจาคทานเผาศพหลวงตาบัว หลวงตาบัวได้เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อยแล้วว่า สมบัติทั้งหมดนี้ตั้งกรรมการขึ้น เก็บรักษาอย่างเข้มงวดกวดขันไม่ให้รั่วไหลแตกซึมไปไหนแล้วก็ยกเงินก้อนนี้ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงในวาระสุดท้ายของหลวงตาที่ตายแล้ว ส่วนศพของเรานั้นเราจะเผาด้วยไฟ เงินนี้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง เราจะนำไปเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ไฟเป็นประโยชน์แก่การเผาเรา เราจำนำไฟมาเผา นี่วาระสุดท้าย พี่น้องทั้งหลายทราบเอาตามนี้นะ เราตายแล้วพินัยกรรมจะออกเขาอ่านประกาศ เป็นเรื่องของเราอ่านออกเลยทีเดียว ปฏิบัติตามนั้น

สมัยปัจจุบันนี้นะ พระที่ท่านนิพพานหรือท่านล่วงไปแล้วนั่น อัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุจำนวนมากทีเดียว ดูเหมือน ๑๐ กว่าองค์สมัยปัจจุบัน ซึ่งล้วนแล้วเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งนั้น ได้ศึกษาอบรมกับหลวงปู่มั่นแล้วออกปฏิบัติจนกระทั่งชำระกิเลสสิ้นซากไปจากใจ ตายแล้วอัฐิกลายเป็นพระธาตุขึ้นมาให้โลกทั้งหลายได้เห็นในสมัยปัจจุบัน นี่ล่ะที่ว่ากิเลสมันขวางเหลือเกินนะกับธรรม มันเคยเป็นข้าศึกกับธรรมมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว เรื่องกับธรรมแล้วกิเลสเข้ากันไม่ได้เลย ผู้เสาะแสวงหาธรรมได้ผลได้ประโยชน์มากน้อยเพียงไร มาพูดเรื่องธรรมสู่กันฟังอย่างนี้กิเลสมันหาว่าโอ้ว่าอวด ว่าปั้นหรือว่าอุตริหาเรื่องมาอวดโลกเขา นี่กิเลสกิเลสมันต้องมาตีตอนนี้เลย

กิเลสมันเป็นกิเลสมาตั้งกัปตั้งกัลป์ทำความเดือดร้อนแก่โลกนั้นมากขนาดไหนไม่ให้พูดถึงมันเลยนะ แต่ผู้ทำความดีได้ของดีออกมานี้กิเลสมาโจมตี เป็นอย่างนั้นนะ องค์นี้ได้สำเร็จโสดาฯ องค์นั้นสำเร็จสกิทาคาฯอย่างนี้ไม่ได้ สำเร็จอนาคาฯ ยิ่งว่าสำเร็จอรหันต์ด้วยแล้วกิเลสนี้หน้าเบ้ไปเลย อยากถ่มน้ำลายใส่คนที่พูดด้วยอีก กิเลสมันขวางขนาดนั้น ก็หาของดีมันก็ได้ของดี ของดีมีอยู่ ของชั่วมีอยู่ หาความชั่วมันก็ได้ชั่ว หาความดีก็ได้ดี ทำไมกิเลสจึงไม่ยอมให้พูดถึงเรื่องได้ความดิบความดีมา ให้พูดแต่เรื่องของมันเท่านั้น

อย่างที่พูดตะกี้นี้ให้ได้ผัว ๒๐ ๓๐ ผัว ๒๐ เมีย กิเลสพอใจ แต่เวลาเอาไฟมาเผากันนั้น กิเลสไม่ยอมรับ กิเลสไม่เล่นด้วย ใคร่ไปหามาอีก อย่างนั้นนะกิเลส มันว่ามันชั่วเมื่อไร ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้ที่อัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุ มีจำนวนมากตั้ง ๑๐ กว่าองค์ ไม่ใช่น้อย ๆ นะปัจจุบันนี้ เป็นยังไงธรรม ผู้หาของดีเห็นอย่างนั้นจะว่าไง ผู้หาของชั่วมันก็เห็น ถ้าอยากดูชัด ๆ ก็เข้าไปดูในเรือนจำ คนชั่วมีไหมในเรือนจำ เป็นยังไงบ้าง คนดีไม่ได้ไปติดคุกติดตะราง ทำไมไม่ให้พูดเรื่องความดี นี่สิมันน่าคิดนะ กิเลสไม่ยอมให้พูดเรื่องดี ต้องให้พูดยอมันทั้งนั้น

นี่แหละการปฏิบัติธรรม ใครปฏิบัติ ก็ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นตลาดแห่งมรรคผลนิพพานอยู่แล้ว ใครปฏิบัติควรจะได้ขั้นใดภูมิใดกับกำลังความสามารถของตน ก็ต้องได้ตามที่สอนไว้แล้ว ไม่งั้นจะเรียกว่าสวากขาตธรรมหรือ ตรัสไว้ชอบแล้ว ตรัสไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ผู้ปฏิบัติตามนั้นก็ต้องรู้ต้องเห็นไปตามนั้น ถึงเรียกว่าสวากขาตธรรมหรือ สฺวากฺขาโตฯ ภควตา ธฺมโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วสมบูรณ์แบบแล้ว มีน้อยเมื่อไรสมัยปัจจุบัน แต่ท่านไม่ค่อยพูดแหละ กิเลสโจมตี ท่านรำคาญหู ท่านไม่มาพูด ท่านชมความเลิศเลออัศจรรย์ในหัวใจของท่านวันหนึ่ง ๆ ท่านพอใจ ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตาม ท่านครองธรรมอัศจรรย์ในใจท่านแล้วท่านอยู่สบาย ท่านไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย

พอดีวันนี้ฟ้าฝนก็ไม่ตกคนก็อยู่ได้สงบสะดวกสบาย ถ้าฝนตกแตกฮือเลย ดีไม่ดีถ้ามีกำแพง กำแพงแตก กำแพงไม่แตกหัวแตก ฝนตกมันวิ่ง มันหนีตาย แม้แต่หลวงตาบัวอยู่ธรรมาสน์นี้ก็โดดกับเขาเหมือนกัน ก็มันคนทั้งคนหัวใจมีไม่ให้โดดได้ยังไง ไม่ใช่คนตายว่ะ ก็ไปล่ะสิ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก