ก้าวเดินตามธรรม
วันที่ 1 มกราคม 2546 เวลา 9:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

ก้าวเดินตามธรรม

 

            วันที่ ๓๑ ธันวา ๔๕ วานนี้ ทองคำได้ ๑ กิโล ๒๙ บาท ๗๓ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๕,๒๐๗ ดอลล์ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๕,๕๕๙ กิโลครึ่ง ดอลลาร์มอบแล้ว ๗ ล้าน ๒ แสนดอลล์ ทองคำที่ได้หลังจากมอบเข้าคลังหลวงแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวา นั้น เวลานี้ได้เพิ่มขึ้นมาอีก ๓๖ กิโล ๕๘ บาท ๔๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๖๒,๖๙๗ ดอลล์ กรุณาทราบตามนี้

เมื่อวานนี้ที่มาจากกรุงเทพ รถก็ไม่ค่อยมากเท่าไรนัก เขาคงมาก่อนแล้วเพราะมันว่างตั้งแต่วันที่ ๒๘-๒๙ มาแล้ว เมื่อวานวันที่ ๓๑ เรามารถไม่ค่อยมากนัก ธรรมดา ๆ ดีไม่ดีบางตาหน่อย ไปกับกลับนี้บาง ๆ ตาพอ ๆ กัน วันนี้น่าจะกลับกันมาก มาเมื่อวานเราคิดว่าจะมีรถมาก วันปีใหม่คงจะพึ่งมาจากกรุงเทพมานี้ เขาขึ้นมาก่อนแล้ว เมื่อวานนี้รถไม่ค่อยมาก ตามที่คาดไว้ก็คาดไว้ว่ามาก แต่เมื่อวานไม่ค่อยมาก เมื่อวานออกจากวัดโน้น ๙ โมง ๔๖ นาที ออกจากสวนแสงธรรม พอ ๔๗ ปั๊บรถออกถึงถนนข้างวัด จากนั้นก็เรื่อยมา เป็นเวลา ๕ ชั่วโมง รวมหมดตั้งแต่ ๙ โมง ๔๖ นาทีมาจนกระทั่งถึงวัดนี้เป็นเวลา ๕ ชั่วโมง ๑๘ นาที นับว่าเร็วอยู่ รถเรามีรถนำ เร็ว

วิ่ง ๑๒๐ ถ้าทางตรง ๑๓๐ เราดูเข็มไมล์ ส่วนมาก ๑๒๐ จะยืน เพราะทางตรง ถ้าตรงจริง ๆ ก็ ๑๓๐ ขึ้น ๑๓๐ ดูรถก็ดีทุกคัน ๆ เราก็เลยไม่เตือน ถ้าธรรมดา ๑๒๐ มันก็พอแล้ว นี่ ๑๓๐ ทางมันเสมอเราก็ไม่เตือน ปล่อยให้มา เพราะคนขับรถเขาเข้าใจเรียบร้อยแล้ว เขาเคยไปมากับเรา เคยเตือนเสมอ เขาขับรถ เราขับเขาอีกทีหนึ่ง คอยดู ๆ ควรแซงไม่ควรแซง ทางคดทางโค้งควรรอไม่รอเราเตือนตลอด จนกระทั่งเราตายใจแล้วเราถึงจะปล่อย ใครขับรถเราต้องดูเสียก่อน ถ้าฉลาดทำให้เป็นความปลอดภัยได้เราต้องดูคนขับ ควรแซงไม่ควรแซง ควรรอไม่ควรรอ ทางคดทางโค้ง ทางที่ชุมนุมชน สามแยกสี่แยก ต้องได้ดูให้ละเอียดการขับรถ ไม่ใช่สักแต่ว่าขับนะ ต้องให้รอบคอบ ยิ่งทางดี ๆ รถเร่งเครื่องนี้ประสาทมันต้องวิ่งของมันพับ ๆ สังเกตสังกาให้ทันกับเหตุการณ์ อะไรมาปุบปับมันก็ทัน

เอ้า ใครจะถวายอะไรก็ถวายมา เดี๋ยวเราจะพูดอะไรต่ออะไร เอ้า กราบอยู่อย่างนั้น กว่าจะเข้ามาถึงตัวเราได้ ๓ ชั่วโมง มากราบสองคนเป็น ๖ ชั่วโมง สามคน ๙ ชั่วโมง ดูกาลเทศะเวล่ำเวลาซีการทำอะไร ทำไม่คิดไม่อ่านอย่างนี้มันขวางตานะ ไปอยู่โดยลำพังก็ต้องขวางเจ้าของอยู่อย่างนั้น คนไม่ใช้ความคิด อยู่กับตัวเองก็ขวางตัวเอง ออกไปเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานก็ขวางหน้าที่การงาน ผลไม่ได้เท่าที่ควร ออกไปสู่เพื่อนฝูงก็ขวางเพื่อนฝูง คนไม่ใช้ความคิด ต้องใช้ซิ

ธรรมะพระพุทธเจ้าละเอียดสุดยอดนะ มาเห็นอย่างนี้มันขวางไปหมดจริง ๆ นี่นะจะว่าอะไร เรายังจะอวดเก่งอยู่เหรอ ไอ้ส้วมไอ้ถานมันแข่งธรรมพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดมานะ ส้วมถานของต่ำทรามคือกิเลสมันแข่งอรรถแข่งธรรม ถ้าเทียบก็เรียกว่าทองคำทั้งแท่งตลอดมาเช่นเดียวกัน ทีนี้มันไปไหนมันขวางละไอ้เรื่องกิเลสน่ะ เรื่องธรรมเป็นผู้ติดตาม ผู้ชำระสะสาง ทีนี้คนผู้ที่ขวางตัวเองนั้นไม่มีธรรมแล้วขวางตลอด ต่างกันอย่างนั้นนะ นี่ละการรักษาตัวทุกคน ๆ ให้พิจารณาอย่างนั้นซิ

นี่ก็เป็นวันปีใหม่ ๆ เป็นยังไงปีใหม่ ขวางอยู่เหมือนเก่านั้นเหรอ คน ๆ เก่าขวางเหมือนเก่า วันนี้ก็ขวาง วันหน้าก็ขวาง วันไหนก็ขวาง ปีกลายนี้ก็ขวาง ปีนี้จะมาขวางหรือนี่ก็พึ่งขึ้นปีใหม่ โลกเขาล่องกันทั้งโลก เราขวางคนเดียวนี้มีอย่างเหรอ ให้พิจารณาทุกคนนะ ศาสนาไม่ใช่ของเล็กน้อยนะ เรากราบราบเลย ไม่เห็นพระพุทธเจ้าก็ไม่สงสัย อิ่มพอ ที่ว่าอยากเห็นพระพุทธเจ้าก็ไม่เห็นอยาก ฟังซิประมาทหรืออย่างนี้ พูดอย่างนี้นะ ก็มันเป็นอันเดียวกันในหลักธรรมชาติจะให้ไปกราบตรงไหน เราก็เคยพูดแล้ว เหมือนน้ำมหาสมุทรกว้างขนาดไหน เอามือจ่อลงไปซิ จ่อลงไปปั๊บมันกระเทือนกันหมดทั้งมหาสมุทร แล้วจะไปตำหนิตรงไหนไปชมตรงไหนมหาสมุทร มันเป็นอันเดียวกันแล้ว มือจ่อปั๊บถูกมหาสมุทรเชื่อมโยงถึงกันหมด

นั่นละธรรมธาตุที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสรู้มา เป็นธรรมธาตุล้วน ๆ ครอบโลกธาตุ เลิศเลอมาแต่กาลไหน ๆ  องค์ไหนตรัสรู้ปึ๋งเข้าไป ๆ ไม่ว่าสาวก ไม่ว่าพระพุทธเจ้าปึ๋งเข้าไป ก็เหมือนกับแม่น้ำไหลลงสู่ทะเลหลวง พอถึงทะเลหลวงแล้วเป็นแม่น้ำมหาสมุทรทะเลไปตาม ๆ กัน ที่ว่ามาจากคลองนั้นคลองนี้นั้น พูดได้แต่ยังไม่ถึงทะเลหลวง เมื่อเข้าถึงทะเลหลวง แม่น้ำคลองนั้น ๆ หายไปหมด เป็นแม่น้ำมหาสมุทรอย่างเดียว อันนี้ผู้บำเพ็ญคุณงามความดีเท่ากับแม่น้ำที่ไหลมาจากสายต่าง ๆ ที่จะเข้ามหาวิมุตติมหานิพพาน ผู้ใกล้เข้าไป ๆ ผู้ถึงแล้วก็เป็นมหาสมุทร ผู้ยังไม่ถึงก็ไหลเข้ามาด้วยการสร้างคุณงามความดี ไม่ใช่การสร้างบาปแล้วมันจะไหลเข้ามาหามหาวิมุตติมหานิพพาน มันจะไหลลงมหาอเวจีนะ ให้พากันจำเอา

ธรรมนี้รื้อขึ้นทั้งนั้น ให้จำนะพี่น้องทั้งหลาย กิเลสลากลงทั้งนั้น ๆ  จึงเรียกว่าเป็นข้าศึกกัน กิเลสตามลบล้าง ๆ ธรรมเป็นผู้ชะผู้ล้าง ผู้เปิดทางให้สัตว์โลกทั้งหลายออกเพื่อความปลอดภัย ดึงออก ๆ กิเลสฉุดไว้ ๆ เป็นอย่างนั้นนะ เช่นอย่างว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ วันปีใหม่นี้กิเลสมันจองตั๋วไว้เรียบร้อยแล้ว จองตั๋วความเพลิดความเพลิน มันจะลงไปในกองทุกข์ความลำบากลำบนนั่นแหละ มันจะไม่ได้ไปความสุขตามปีใหม่ที่พระพุทธเจ้าสอนว่าให้แก้ไขดัดแปลงตัวเองซึ่งมันเคยผิดพลาดมาแต่เก่า ใหม่นี้ให้แก้ไข ท่านว่าอย่างนั้นนะ อย่างปีใหม่ ๆ เรานิยมอะไรปีใหม่ถ้าไม่นิยมเพื่อจะแก้ไขตัวเองซึ่งตัวของเราเป็นผู้รับผิดชอบตัวของเราแล้ว จะให้ใครแก้ เราต้องแก้ตัวของเราซิ ไม่แก้ไม่ได้นะ

ได้เตือนให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เรื่องของกิเลสมันกล่อมตลอดเวลา บอกแล้ว เพราะฉะนั้นสัตว์โลกถึงได้จมกันอยู่ตลอด ไปที่ไหน ๆ ที่จะไม่มีทุกข์ได้บ่นสู่กันฟังนี้มีที่ไหน ไม่มี มีแต่บ่น นี่ก็อำนาจแห่งโทษของกิเลสทั้งนั้นเราก็ไม่รู้ ที่ท่านมาพูดนี้ก็เป็นเรื่องของธรรมเอามาดู ๆ รู้ บอกว่าจะแก้ไขอย่างไรถึงจะเรียบร้อยดีงาม เมื่อเรียบร้อยดีงามมันก็ไม่ขวาง เพราะธรรมเป็นเครื่องเบิก ชำระซักฟอกไปเรื่อย ๆ

ปีใหม่แล้วก็ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติตัวเอง อะไรไม่ดีงามยังไงให้แก้ไขนะ เริ่มแก้ไขไปเรื่อย ๆ เมื่อวานนี้เป็นวันปีเก่า เราเป็นยังไงมา วันนี้แก้ไขหมดเรื่อย ๆ ต่อไปข้างหน้านะ อะไรไม่ดีให้รีบแก้ไข เราไม่แก้ไขเราไม่มีใครแก้นะ เราเป็นผู้ผูกมัดตัวเองด้วยความผิดพลาด เราจะต้องแก้ของเราเองด้วยความถูกต้องดีงาม มันก็ดีงามไปเรื่อย ๆ

ศาสนากับกิเลสมันของคู่เคียงกันมา นี้ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้ว ศาสนาเบิกทางให้สัตว์เล็ดลอดไปได้ ๆ กิเลสรุมขวางทาง ๆ ไม่ให้ไป ๆ อยู่อย่างนั้น เราจะไปทำคุณงามความดี กิเลสดันไว้ ๆ มันดันอยู่ในหัวใจนะ กิเลสอย่าเข้าใจว่าไปอยู่ตามต้นไม้ภูเขานะ มันอยู่ที่หัวใจเรา ธรรมก็อยู่ที่หัวใจ เราคิดในทางที่ดี กิเลสคิดเป็นชั่วมาสกัดลัดกั้นไว้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เราจะไปวัดไปวาทำบุญให้ทาน กิเลสหาความยุ่งยากมาใส่แล้ว คำที่มันเปิดโล่ง ก็วันนี้เป็นวันปีใหม่นี่นะ ก็ต้องสนุกรื่นเริงบ้างซิ นั่นเห็นไหมเรื่องกิเลสเปิดทางของกิเลสแล้ว เราไม่รู้นะ ไม่ทัน ถ้าธรรมจับปุ๊บทันทันที ๆ นี่ละพระพุทธเจ้าสอนโลกท่านสอนอย่างนี้นะ ท่านไม่รู้ท่านสอนได้ยังไง สัตว์นั่นสัตว์ตาบอดทั่วโลก พระพุทธเจ้าตาดี มองเห็นปั๊บรู้หมด ๆ นี้ละเอาธรรมมาสอนโลก ไม่ใช่เอาคนตาบอดมาสอนนะ เป็นคนตาดีทั้งนั้นสอน

เราพวกตาบอดก็ขอให้ฟังเสียงท่าน จะมีความดิบความดีติดเนื้อติดตัวไปนะ ถ้าจะปล่อยเลยตามเลยตามกิเลสนี้ ไม่มีความหมายปีเก่าปีใหม่ คนใหม่นั้นแหละมันจะจม เพราะความชั่วมันพาให้จม ปีเก่าปีใหม่ไม่สำคัญสำคัญที่คนแก้ตัวเอง ปีเก่าแก้ให้เป็นปีใหม่ คือคนเก่าแก้ให้เป็นคนใหม่ขึ้นมา แก้ให้เป็นคนดิบคนดีปฏิบัติหน้าที่การงานของตัวให้ดี นี่ก็ทราบกันแล้ว ไปกรุงเทพฯเขาจะให้เราพูดทาง ไอ ที วี ทีแวอะไร ให้พูดสอนเรื่องปีใหม่ โอ๊ย.ไม่สอนแหละ เราสอนทั่วประเทศไทยมาแล้ว สอนตั้งแต่ปีใหม่ปีนี้ยังไม่ได้เกิด เราว่า ถ้าจะดีจะชั่วก็ควรจะฟังกันแล้วแหละ ว่าอย่างงั้น เราไม่เอาเราไม่รับ เขาจะมาสนทนาอะไรให้เราสอนเราไม่เอา

สอนโลกมามากต่อมาก หนักมากนะ สอนโลกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย นี่เราพยายามสอนโลกมา ตั้งร่วม ๕ ปีนี้แล้วนะ ที่เริ่มมาก็ตั้งแต่เดือนมกรา เราเริ่ม พอถึงเมษา วันที่ ๑๒ ก็ประกาศออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ความจริงเราเริ่มตั้งแต่เดือนมกราแล้ว เข้า ๕ ปีนี้ เดือนมกรา นี่ก็สอนโลกมานานขนาดไหนฟังซิ ได้ร่วม ๕ ปีนี้แล้ว เทศน์นี้หมดทั่วประเทศไทย ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ว่าเทศน์มากเทศน์น้อย จะเป็นพันเป็นหมื่นหรือเป็นเท่าไรกัณฑ์ก็ไม่รู้แหละ เทศน์น่ะ ฟังซิ แล้วยังจะมาให้เราไปพูดช่องนั้นช่องนี้อีก พูดไปช่องไหนว่ะ เราไม่เอาเราบอกเพราะมันหนักมากจริง ๆ นี่ก็พึ่งกลับมาเมื่อวานนี้ เทศน์แทบเป็นแทบตาย ไปที่ไหนมีแต่เทศน์ทั้งนั้น ๆ วันสุดท้ายก็ไปเทศน์ค่ายมหาสุรสีหนาท ที่ระยอง คนก็มามาก ข้าราชการผู้ใหญ่ มีผู้ว่าเป็นหัวหน้า กับหัวหน้ากองทัพเรือมาเป็นประธาน นอกนั้นก็รองลำดับลำดากัน คนมามากเราก็ตั้งใจอุตส่าห์พยายามเทศน์ให้ฟังตั้งชั่วโมง ๔ นาทีนะ วันนั้นก็ดี ตามธรรมดามันไม่ค่อยได้ละ เหนื่อย นี้ก็อุตส่าห์พยายามเทศน์ มองดูคนแล้วสงสารจะทำยังไง เราก็ต้องสอนให้รู้จักดีจักชั่ว รู้จักดัดแปลงแก้ไขตัวเองเพื่อความดีงามของตัวนั้นแหละ ไปที่ไหนก็ต้องสอนอย่างนั้น

วันที่ ๑๐ นี้ก็จะต้องไปจันทบุรีอีก แล้ววันที่เท่าไรถึงจะได้กลับมาอีกจำไม่ได้นะ ไปคราวนี้นานเหมือนกัน ไปทางจันท์ แล้วก็ตระเวนมาทางชลบุรี ราชบุรี แล้วก็เข้ามาสวนแสงธรรม มาตรงกลางนั้นแล้ว ทีนี้ก็ออกทางนั้น ดูเหมือนจะไปเทศน์ทางลพบุรี นครนายก ที่ไหนบ้าง จำไม่ได้ ไปคราวนี้ก็นานเหมือนกัน ก็ได้ทองคำ ๓๖ กิโล ดังที่พูดแล้ว ทองคำ ๓๖ กิโล ๕๘ บาท ๔๕ สตางค์

วันนี้เป็นวันปีใหม่ทราบกันทั่วประเทศไทย ให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัว ปฏิบัติตัวให้ดี ให้มีศาสนธรรม หรือว่ามีศาสนาติดตัวไปด้วย ๆ ไปที่ไหนอย่าปล่อยให้แต่กิเลสรุมไป ๆ แล้วมีแต่ความเสียหาย ให้มีธรรมแทรก ธรรมคือสติธรรม ปัญญาธรรมเป็นผู้เบิกทาง ถ้าสติธรรมปัญญาธรรมติดแนบไปด้วยแล้วจะทราบความผิดถูกชั่วดีของตัวได้ดี ถ้าไม่มีสติธรรมปัญญาธรรมเข้าแทรกแล้ว มีแต่กิเลสรุมคือความอยาก  ความอยาก ความทะเยอทะยาน ความดีดความดิ้นไม่รู้จักวันจักคืนอะไรละ กว่าจะรู้สึกตัวมันหมดเนื้อหมดตัวแล้ว นี่ให้กิเลสรุมล้อมเป็นอย่างนั้น ถ้ามีธรรมแล้วไปที่ไหนมันก็รอบคอบ ๆ ไปตลอดเวลาไม่มีความเสียหาย มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ให้พากันจำทุกคน ๆ นะ

ทุกคนนี้เป็นผู้นำของตัวเอง เราเป็นผู้นำของเรา ดูกาย วาจามันออกมาจากใจ ใจได้รับกลั่นกรองด้วยอรรถด้วยธรรมหรือไม่ ถ้าใจได้รับกลั่นกรองด้วยอรรถด้วยธรรม ได้ยินได้ฟังจากครูจากอาจารย์ จากตำรับตำรามาแล้วเอาธรรมนั้นเข้ามาดัดกาย วาจา พูดคำไหนที่จะเป็นการกระทบกระเทือนเสียหายแก่ผู้อื่น อย่างนั้นให้เก็บเป็นความรู้สึกไว้ภายใน ความรู้สึกอย่างนี้มีด้วยกันทุกคน แต่บางคนปากเปราะ พอรู้สึกอย่างไรพูดออกมาอย่างนั้น ๆ กระทบคนอื่นไปเรื่อย ๆ เสียหายไปเรื่อย ๆ นี่คนไม่มีความสำรวมระวังตัว ไม่มีสติควบคุมวาจา พูดไปได้ทุกแบบ เสียหาย

การกระทำก็เหมือนกัน ทำอย่างไรจะเป็นความกระทบกระเทือน เป็นโทษแก่ตนและผู้อื่นอย่าทำ สิ่งที่ดีงามมีอยู่ โลกท่านเปิดความดีงามให้พวกเราทั้งหลายได้ทำเพื่อความดีงามสำหรับเรา ไม่กระทบกระเทือนกัน ต่างคนต่างหาอยู่หากิน เสาะแสวงหารายได้ด้วยความเป็นอรรถเป็นธรรม ไม่กระทบกระเทือนกัน ถ้าต่างคนต่างหาขัดหาขวางด้วยความเห็นแก่ตัว การรีดการไถ หาฉก หาลัก หาปล้น หาสะดม นี้คือการงานที่ทำลายสังคม แล้วกระทบกระเทือนไปหมด งานประเภทนี้อย่านำมาใช้ในวงมนุษย์ที่เป็นชาวพุทธของเรา ให้พากันจำเอานะ ใครไม่ต้องการความกระทบกระเทือน ความฉิบหายวายปวง ต้องการแต่ความดิบความดี ความสงบร่มเย็น ความแน่นหนามั่นคง ให้เราปฏิบัติตามธรรมจะเป็นทางเดินที่ราบรื่น ถ้าออกจากธรรมแล้วมีแต่ความขัดความขวางตัวเอง และสังคมทั่ว ๆ ไปนะ

นี่เราก็ได้พยายามให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันแล้วว่า ประกาศอย่างโจ่งแจ้งแล้ว ว่าการช่วยชาติคราวนี้ อย่างไรขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ซึ่งเวลานี้ได้แล้ว ๕,๕๕๙ กิโลแล้ว และมอบคลังหลวงเรียบร้อยแล้วด้วย แล้วดอลลาร์พูดได้แน่แล้วก็ว่า ๗,๒๐๐,๐๐๐ แต่ ๗,๔๐๐,๐๐๐ อันนั้นไม่แน่นักเราเลยไม่เอามาพูด เวลานี้ดอลลาร์เราได้ ๗,๒๐๐,๐๐๐ นี้แน่นอนแล้ว อันนี้เข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนั้นเราก็จะเดินต่อไป

สำหรับเงินสดก็ได้เรียนให้พี่น้องทั่งหลายทราบแล้วว่า เรานำเงินสดไปซื้อทองคำ ๙๓๑ ล้านมอบคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว อีก ๑๐ ล้านนั้นเรานำดอลลาร์ติดตามทองคำเข้าไป มันไม่พอกับจำนวนที่เราต้องการคือ ๓ แสนดอลล์ เราเลยไปถอนเงินจากโครงการช่วยชาติมา ๑๐ ล้าน มาซื้อดอลลาร์ให้ครบจำนวน ๓ แสนเข้า จึงรวมแล้วเป็นเงินสดที่เราซื้อทองคำและดอลลาร์เข้าสู่คลังหลวงเวลานี้ ๙๔๑ ล้าน กรุณาทราบตามนี้ ส่วนนอกจากนี้เราก็กระจายดังพี่น้องทั้งหลายเห็น ช่วยโลกช่วยสงสาร สถานสงเคราะห์ คนทุกข์คนจน โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ราชการมีอยู่ทั่วไป อันนี้เป็นเงินของพี่น้องทั้งหลายที่บริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์แก่พี่น้องทั้งหลายเองนั้นแหละ ไม่ได้เพื่อใคร เงินสดจึงไม่ค่อยแน่นอนนัก ในการที่จะเข้าสู่คลังหลวง มีแบ่งมีแยกเราก็พยายามเต็มที่ คอยพยายามเจียดไว้เสมอที่จะนำเงินสดนี้ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง เดี๋ยวทางนี้ก็มา เอ้า ทางนี้ก็มา ทางนั้นจำเป็นอย่างนั้น ทางนี้จำเป็นอย่างนี้ โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ ตึกนั้น ตึกนี้ เลยยุ่ง ทางนั้นก็มาขอทางนี้ก็มาขอ วงราชการงานเมืองก็เหมือนกัน ขอล้อมหน้าล้อมหลัง

นี่ละที่ได้แยกเงินออกไปเพราะความจำเป็นของคนทั้งชาติ นี่เรียกว่ากิ่งแขนงของชาติไทยเราที่นั่นที่นี่ เหล่านี้เป็นกิ่งแขนง ส่วนต้นลำอันใหญ่โตคือคลังหลวง นี่เราก็พยายามเข้าสู่คลังหลวง ทางนี้ก็มาแยกออก ๆ ไอ้กิ่งก้าน กิ่งนั้นจะเหี่ยว กิ่งนี้จะยุบ เลยต้องช่วยทางนั้นทางนี้ นี่ละที่มันไม่ได้ตามต้องการเป็นเพราะเหตุนี้เอง สำหรับเงินพี่น้องทั้งหลายบริจาคนั้นตายใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บอกว่าประวัติศาสตร์ก็ได้ เราที่นำพี่น้องทั้งหลาย เรานำด้วยความบริสุทธิ์ใจด้วย นำด้วยความเมตตาล้วน ๆ ด้วย นำด้วยความเพียงพอทุกอย่างในหัวใจของเราแล้วด้วย เพราะฉะนั้น จึงไม่มีอะไรที่จะไปแบ่งสันปันส่วนจากสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมา ชี้นิ้วได้เลยว่า แม้แต่บาทหนึ่งที่เราจะมีเจตนาไปเอาเงินบาทนั้นมาด้วยความมัวหมองอย่างนี้ไม่มี ขนาดนั้นแหละ เราช่วยพี่น้องทั้งหลายช่วยถึงขนาดนั้น จึงเรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์ได้เลยในการช่วยชาติของบุคคลคนเดียว ที่รับส่วนรวมทั้งหลายจำนวนมากน้อยเพียงไรมานี้ ไม่มีความรั่วไหลแตกซึม เป็นประโยชน์ทั้งหมด นี้หาที่ไหนมาแข่งเราพูดจริง ๆ นะ เพราะเราพูดภาษาธรรมต้องพูดอย่างนี้

เราไม่มีก็บอกไม่มี ใครจะมีการโฆษณาโจมตีเราแบบไหนมันก็ปากสกปรกของเขา ปากเสียหายปากทำลายเขา ปากทำลายประชาชนแล้วก็ย้อนไปทำลายตัวเองนั้นต่างหาก สำหรับสิ่งที่จะเป็นความจริงตามเขาว่า เขาโกรธเขาเคียดแค้นให้ผู้ใด คนที่ถูกโกรธถูกเคียดแค้นนั้นเป็นบาปเป็นกรรมไม่มี ผู้โกรธ ผู้เคียดแค้น ผู้โฆษณาหลอกลวงต้มตุ๋น ผู้โจมตีนั้นแหละผู้แหลก แหลกตรงนั้นนะ ไม่ได้แหลกที่ไหน เราเชื่อบุญเชื่อกรรมเราเชื่ออย่างนั้น ใครจะว่าอะไรก็ตามเราไม่มี เราไม่มีเราก็รับไม่ได้ มันก็ลงไปหาที่มันมี มีเรื่องความทุจริต ทุจริตในปากมันเข้าใจไหม มันหาว่าเราทุจริต เงินที่เขาบริจาคมานี้ หลวงตาเอาเข้าพุงหลวงหมด นั่นเห็นไหม พุงหลวงก็ปากมันแหละ มันจะลงเข้าพุงหลวงมันลงนรกอเวจีนั่น เข้าใจเหรอ ก็เราทำดีมาตลอด แล้วทำดีเพื่อชาติบ้านเมือง ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไหนเอานรกอเวจีมาใส่หัวเรามันมีอย่างเหรอ

ผู้ไม่ทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่บ้านแก่เมือง มีแต่เอาฟืนเอาไฟไปเผา แหย่โน้นแหย่นี้ ยุเรื่องนั้นยุเรื่องนี้ให้ชาติและศาสนาล่มจมไปเพราะพวกปากสกปรก ปากเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ตลอดเวลานี้เท่านั้นเอง คนอื่นเขาไม่ทำ แล้วทำไมไม่ดูตัวเองบ้าง โลกเขาวิพากษ์วิจารณ์พอแล้ว พวกนี้พวกปากสกปรกพวกปากทำลาย คนเกิดอยู่ในเมืองไทยแต่ทำลายเมืองไทยได้อย่างออกหน้าออกตา อย่างหน้าด้านคือคนประเภทนี้ พระประเภทนี้เท่านั้น ผิดไปที่ไหนเอาความจริงออกมาพูดนี่ ไม่พูดอย่างนี้ ไม่ทำอย่างนี้เขาก็ไม่ว่า อันนี้เอาจนกระเทือนทั่วประเทศไทยเห็นไหม จะไม่ให้เขาพูดได้ยังไง หูมีตามีด้วยกันทุกคน ก็ต้องพูดตามหลักความจริง นี้เรียกว่าภาษาธรรม ผู้ทำจะพูดอย่างอื่นไปไม่ได้ ปลิ้นปล้อนหลอกลวง นิ่มนวลอ่อนหวาน ไพเราะเพราะพริ้งหลอกลวงอย่างนี้ไม่มีภาษาธรรม มีแต่ภาษากิเลสต้มคนนี้เอาให้แหลกเลยก็ได้ มันเอาปากหวาน ๆ นั้นละ ไปต้มคน นี่ปากกิเลสเป็นอย่างนั้นนะ

สำหรับเราเอง เราได้ทำสุดหัวใจเราแล้วในการช่วยชาติคราวนี้ เราไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวเลย เราปล่อยเลย ๆ มีเท่าไรทุ่มเลย ๆ เพื่อจะให้ชาติไทยของเราฟื้นฟูขึ้นมาจากความล่มจม ที่ผ่านมาแล้วนี้ แหมแทบจะได้ กุสลา ไม่ทันแล้วนะ เมืองไทยเราจะจม เวลานี้ก็ค่อยฟื้นฟูขึ้นมา ๆ ทราบชัดเจนก็ว่า เงินติดหนี้เมืองนอกฟาดให้หมดในปีนี้ใช้หนี้ให้หมดเลยก็หมดว่าอย่างนั้นนะ ก็นายกฯ ท่านพูดเองนี่วะ เงินของเราที่ติดหนี้เขานั้นใช้ให้หมดในปีนี้เลยก็ได้ ว่าอย่างนั้น นู่นฟังซิ แต่ก่อนจะจม ไม่มีอะไรจะใช้หนี้เขา เวลานี้ใช้ให้หมดในปีนี้เลยก็ได้ ท่านพูดอย่างนั้นนี่ ท่านอยากจะให้ใช้หนี้ แต่จะมีข้อวิตกวิจารณ์อยู่บ้างก็คือว่า หากว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นเช่น สงครามเอาไฟเผากัน ดูจะไม่ผิดจากอิรัก อิหร่าน แหละ ก็เราได้ยินอย่างนั้นก็ว่าอย่างนั้น ภาษาธรรมย่อมเป็นอย่างนั้นซิใช่ไหม

ถ้าหากว่าเกิดสงครามแล้วการเงินจะลำบากหมุนอะไร ๆ จะไม่ทัน ถ้าหากว่าเอาไปใช้หนี้หมด ใช้หนี้หมดถ้าไม่มีสงครามไม่เป็นไรดีดผึงเลย แต่ใช้หนี้หมดเงินภายในของเรานี้อาจจะบกพร่องก็ได้หากเกิดสงครามขึ้นมา อะไรก็แพง ๆ ท่านต้องคิดเต็มเหนี่ยวของท่านเหมือนกัน แต่เรื่องเงินที่จะใช้หนี้ เอา ตูมในปีนี้ให้ได้หมดเลย ฟังซิ ไม่เคยคาดเคยคิดก็เป็นแล้วเห็นไหมล่ะ ได้แล้วนี่ แต่ก่อนจะจมอยู่แล้ว ปีนี้ประกาศขึ้นมาแล้วนี่ว่าใช้หนี้ให้ได้หมดเลย นั่น ให้ได้เรียบเลย มีข้อแม้ก็คือว่ามีวิตกวิจารณ์ หากว่าเกิดสงครามหมากัดกันขึ้นแล้วจะไม่มีเงินชำระหมาเข้าใจไหม ไม่มีเงินไปซื้อไม้เรียวมาตีหมา ก็เลยสงวนเงินเอาไว้เผื่อว่าจะได้ซื้อไม้เรียวตีหมามันชอบกัดกันนัก หมาคลังกิเลสคอยแต่กัดกันเรื่องธรรมไม่มี กิเลสมีแต่อวดดีอวดเก่งแล้วเอาไฟกัน มันเก่งอะไรจึงเอาไฟเผากัน เท่านั้นมันก็มองไม่เห็นนะ จะว่ามันฉลาดที่ไหน เอาไฟเผากันเป็นความฉลาดหรือ ทั้งผู้แพ้ผู้ชนะเหมือนหมากัดกัน ตัวแพ้ตัวชนะมันเจ็บด้วยกัน นักมวยต่อยกันบนเวทีทั้งผู้ชนะผู้แพ้มีเจ็บด้วยกัน บางทีผู้ชนะเจ็บกว่าผู้แพ้ก็มี นั่น มันเป็นของดีเหรอ

นี่ละพูดถึงเรื่องการช่วยชาติบ้านเมืองเรา เวลานี้เราก็ได้ประกาศพี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกันแล้วว่าทองคำเราให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์แน่ใจละจะได้ถึง ๑๐ ล้าน นี้เพื่อให้สมเกียรติแห่งชาติไทยของเราซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองโตคนตั้ง ๖๒-๖๓ ล้านคน เราก็ไม่เคยล่มเคยจมสักทีมันจะมาล่มมาจมคราวนี้เราฟื้นขึ้นมา พอได้แล้วเราก็ประกาศแห่งความรักชาติ ความเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกันของคนไทยทั้งชาติเป็นจำนวนน้ำหนักของทองคำ ๑๐ ตัน แล้วดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้าน นี้ประกาศคุณงามความดีของเรา ความรับผิดชอบของเราออกมาจากการรักชาติด้วยกัน นี่ประกาศให้โลกภายนอกได้เห็น เมื่อได้ทองคำถึงขนาดนี้ ดอลลาร์ได้ถึงขนาดนี้แล้วจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เรียกว่าชื่อเสียงกิตติศัพท์กิตติคุณของเราเด่นดวงทีเดียว ครอบไปทั่วโลกนั่นแหละ ถ้าหากว่าไม่ได้อย่างนี้แล้วเขาจะมาดูถูกเหยียดหยามชี้หน้าด่าทอได้นะ ไปว่าให้เขาไม่ได้นะ คน ๖๒-๖๓ ล้านคน เพียงทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน เท่านี้ก็ไม่ได้ เป็นยังไงวะเมืองไทย เพราะฉะนั้นเมืองไทยมันถึงจะจม แน่ะ เขาจะว่าอย่างนี้ก็ได้นะ

เวลานี้เราก็ไม่แน่เหมือนกันนะ เพียงทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน มันก็ไม่ได้นี่ ทางนี้ชี้นิ้วขึ้นเลยว่า ถ้าทางโน้นเอาโคตรมาให้มาโจมตีเรา เราจะเอาทองคำให้ได้ ๑๐ ตัน ต่อสู้มันเราจะว่าอย่างนี้เข้าใจไหมล่ะ เอาอย่างนั้นนะพี่น้องทั้งหลาย เอาให้จริงให้จัง มีความพร้อมเพรียงสามัคคี และให้ฟังหัวหน้านะ อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า สงสัยคนนั้นคนนี้มันมายุแหย่ก่อกวนกันเต็มนะ พวกคนชั่วช้าลามกที่จะทำลายชาติทำลายบ้านเมืองนี้มันแทรก ๆ อยู่ทุกแห่งทุกหนทั้งผู้มีอำนาจมากลึก ๆ ลับ ๆ มีอำนาจน้อยต่างตัวต่างเป็นเสี้ยนเป็นหนาม มีอำนาจมากเท่าไรเป็นเสี้ยนเป็นหนามหนักมากลึก ๆ ลับ ๆ คอยยุคอยแหย่คอยแทงกันอยู่อย่างนั้นนะ

เราให้ถือเมืองไทยเป็นใหญ่เลยเทียว ๖๒ ล้านคน อยู่ได้ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคี อยู่ได้ด้วยการรักษา อยู่ได้ด้วยการฟื้นฟูชาติตัวเอง ไม่ได้อยู่ได้ด้วยไอ้พวกหัวดี ๆ หัวแหลม ๆ ทำท่าโอ่อ่าว่าเป็นผู้ใหญ่ผู้สูงมีอำนาจมากแบบลึก ๆ ลับ ๆ มันไม่ได้ขึ้นกับอันนี้นะ เวลาจมพวกเราจมต่างหาก พวกนี้มันก็ทำท่าโอ่อ่าฟู่ฟ่า แล้วมันก็จมเหมือนกันกับเรานั่นแหละเข้าใจเหรอ อย่าไปสนใจนะพวกนี้ พวกข้าศึกต่อชาติบ้านเมืองมีถมไปในเมืองไทยของเรานี้ ตัวเก่ง ๆ ตัวลึก ๆ ลับ ๆ ตัวที่โลกเขายอมรับนับถือว่าเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้ ตัวอย่างนี้ตัวทำลายในชาติไทยของเรายังมีเยอะ อย่าว่าไม่มีนะ ภาษาธรรมแทรกเข้าไปรู้หมดจะว่ายังไง นอกจากไม่พูดเท่านั้นเอง เราไม่รู้เขาก็มาเล่าให้ฟัง ผู้เป็นอรรถเป็นธรรมมาเล่าให้ฟัง เป็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่เชื่อถือได้ แล้วคนไม่เชื่อถือกันด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อกันจะไปเชื่อใคร เราก็ต้องเชื่อคนนั้นซิ

นี่ละเอามาเป็นข้อคิดแก่ชาติไทยของเรา ให้พากันระมัดระวังทุกคน อย่าไปเชื่อใครง่าย ๆ นะ ชาติเป็นสมบัติของเราทั้งประเทศ เอาอันนี้เป็นจุด ชาติเป็นพ่อเป็นแม่ของเรา ไอ้ที่มาซุบ ๆ ซิบ ๆ ทำท่าโอ่ ๆ อ่า ๆ ฟู่ ๆ ฟ่า ๆ ว่าตัวมีความรู้ความฉลาดเป็นนักปราชญ์ในสมัยปัจจุบัน เป็นความรู้ระดับโลกระดับแลกอะไรก็ไม่รู้ ระดับโลกทำไมมากินโลกมากินชาติไทย มากลืนศาสนาชาติไทยแบบความลึกลับของตนที่โอ่อ่า ๆ นั้นละ ตาสีตาสาเขาไม่เห็นเป็นอย่างนั้น เขาไม่ทำชาติ ศาสนาให้ล่มจมนี่นะ เราอย่าเอามาเป็นคตินะ ใครมีความขัดแย้งต่อส่วนรวม คือชาติไทยของเราซึ่งดำเนินไปด้วยความสะดวกเป็นธรรมแล้วอย่าคุ้นอย่าสนิทกับคนประเภทนี้นะ จมได้นะเมืองไทยเรา

พากันจำทุกคนนะ แล้วให้ฟังเสียงหัวหน้า หัวหน้าคือธรรม เรานำพี่น้องทั้งหลายเราจะนำธรรมออกกาง ก้าวเดินตามธรรม ๆ อะไรขัดต่อธรรมเราจะไม่ก้าวเราจะไม่ไป ให้ไปตามธรรมเรื่อย ๆ อย่างที่พาพี่น้องทั้งหลายดำเนินมานี้ ก็สุดกำลังความสามารถของเราที่ว่าดำเนินตามอรรถตามธรรมด้วยความคิดอ่านไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว การก้าวมาของชาติไทยเราก็รู้สึกว่าราบรื่นดีงามมาเป็นลำดับลำดา เงินเราเวลานี้ก็เป็นเครื่องหนุนได้ดี ทองคำ ดอลลาร์ หนุนคลังหลวงให้แน่นหนามั่นคงด้วย ทำธนบัตรของเรา คือผลิตธนบัตรออกเพิ่มเติมอีกได้เยอะนะ แน่ะ หมุนติ้ว ๆ

นี่ละให้พากันจำ นี่ละผลแห่งการช่วยชาติของเราเป็นอย่างนี้ ไม่มีอะไรเสียหาย ให้พากันจำให้ดีทุกคน แล้วตั้งแต่นี้ต่อไปให้ต่างคนต่างแก้ไขดัดแปลง ให้จิตใจระลึกถึงศีลถึงธรรมเสมอนะลูกหลาน อย่าให้มีแต่ความเพลิดความเพลิน ซึ่งมันเคยมาบั่นทอนความสุขของเราเป็นความทุกข์ขึ้นมามากต่อมากแล้ว ส่วนธรรมนี้ไม่เคยบั่นทอน ไม่เคยทำความทุกข์ให้แก่ผู้ใดให้ยึดมาปฏิบัติ ถึงจะยากลำบากก็ตาม ความยากความลำบากเป็นเรื่องของกิเลสกีดขวางนะ ไม่ใช่ธรรมไปกีดขวางให้ทำยากให้ทำลำบาก กิเลสกีดขวางไม่ให้เราทำ แต่กิเลสมันหาเรื่องว่าการทำความดีนี้ทำยาก ยากซิกิเลสมันขวาง กิเลสมันไม่บอกว่ามันขวาง แต่ธรรมชี้หน้ามันเลย มีแต่กิเลสเท่านั้นขวางธรรมว่างั้น อย่างอื่นไม่มีอะไรขวางนะ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ละ

 

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก