ศาสนาวางลงที่มนุษย์
วันที่ 12 มกราคม 2546 เวลา 17:00 น. ความยาว 64.01 นาที
สถานที่ : สวนเฉลิมพระเกียรติร.9 ท่าแฉลบ อ.เมือง จ.จันทบุรี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ สวนเฉลิมพระเกียรติร.๙ ท่าแฉลบ อ.เมือง จ.จันทบุรี

เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ (เย็น)

ศาสนาวางลงที่มนุษย์

วันนี้เป็นวันมหามงคลแก่บรรดาพี่น้องชาวจันทบุรีของเรา และจังหวัดใกล้เคียง นับตั้งแต่กรุงเทพมาถึงจังหวัดใกล้เคียงต่างๆ มีจำนวนมาก  โดยวันนี้มีคุณวิทยา  ปิณฑแพทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในงานนี้  เพื่อจะหนุนชาติไทยของเราให้ขึ้นจากหล่มลึก ซึ่งเป็นมาเป็นเวลาหลายปี  ที่ไม่คาดฝันว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ขนาดที่ท่านทั้งหลายได้เห็นอยู่เวลานี้  ก็ได้ปรากฏฟื้นฟูขึ้นมาอย่างประจักษ์ตา เป็นที่ชุ่มเย็นแก่ใจของพี่น้องชาวไทยที่รักชาติทั้งหลาย ซึ่งต่างท่านต่างมีความรักชาติ เสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน  หลวงตามีความรู้สึกซาบซึ้งในความรักชาติ ความศรัทธาเสียสละของพี่น้องทั้งหลาย ทั้งฝ่ายพระเจ้าพระสงฆ์และประชาชนร่วมมือร่วมใจกันช่วยนี้เป็นอย่างมาก จึงขอจารึกไว้ในดวงใจนี้ตลอดไป สมเจตนาที่ได้อุตส่าห์พยายามช่วยพี่น้องทั้งหลายด้วยวัยชรา อายุเวลานี้ก็ถึง ๙๐ ปีแล้ว

         วันนี้ก็ได้มาพบพี่น้องทั้งหลายเป็นจำนวนมาก มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฝ่ายประชาชน มีพระเจ้าพระสงฆ์มีท่านเจ้าคณะจังหวัดทั้งสองฝ่าย ได้มาร่วมมือร่วมใจกันด้วยความรักชาติ สมเหตุสมผลกับชาติไทยเราเป็นชาติแห่งเมืองพุทธคือพุทธศาสนา ย่อมรู้จักความหนักเบามากน้อยที่เกิดขึ้นในชาติของตน ซึ่งเวลานี้พระสงฆ์ทั้งหลายอยู่ทั่วประเทศไทยนี้ ล้วนแล้วตั้งแต่เป็นลูกของประชาชน มีอยู่ทุกแห่งทุกหน พ่อแม่ของพระสงฆ์ทั่วแดนไทยเรานี้มีอยู่ทุกจังหวัด นี่เรียกว่าพ่อแม่ของพระสงฆ์ไทย

พระสงฆ์ไทยสละออกจากกิจการบ้านเรือน แล้วมาบำเพ็ญศีลธรรมเพื่อเป็นความสงบร่มเย็นแก่ตนเองและประเทศชาติบ้านเมือง เมื่อได้มาเห็นความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นน้าเป็นอาทั่วประเทศไทยได้รับความลำบากลำบนก็ทนอยู่ไม่ได้ ต่างท่านต่างเสียสละออกมาด้วยการแนะนำตักเตือน หรือชักชวนพี่น้องทั้งหลายให้ช่วยชาติของเราซึ่งเวลานี้กำลังคับขัน  ต่างท่านก็ออกมาทั้งสองนิกาย ซึ่งเป็นลูกของพี่น้องชาวไทยทั้งชาติด้วยกันทั้งนั้น

นับว่าเป็นมหามงคลแก่พี่น้องทั้งหลาย  การที่ได้ศาสนามาเป็นผู้นำ เป็นของหายาก เพราะศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว จากความบริสุทธิ์แห่งพระทัยของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ขึ้นมา รู้แจ้งแทงทะลุพระจิตบริสุทธิ์สุดส่วน  ได้นำคำสั่งสอนมาแนะนำโปรดปราน พวกพี่น้องเราทั้งหลายซึ่งเป็นพุทธบริษัท เรียกว่า ลูกของพระพุทธเจ้าได้เป็นคติเตือนใจ ปฏิบัติตนตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตลอดมา  พระสงฆ์เมื่อสละออกบวชไปแล้ว ท่านก็อุตส่าห์พยายามขวนขวายหาศีลธรรม คุณงามความดีมาประดับจิตใจของตน เมื่อจิตใจได้รับอรรถธรรมซึ่งเป็นความราบรื่นดีงามและเลิศเลอประจำใจแล้ว  การแสดงออกต่อบรรดาประชาชนทั้งหลายย่อมจะได้คติอันดีไปใช้ทั่วถึงกัน

เพราะฉะนั้นธรรมจึงเป็นความจำเป็น ไม่ว่าจะแสดงออกในแง่ใด ย่อมเป็นคติเครื่องเตือนใจและสวยงามไปทั้งนั้น พระท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรม นำธรรมที่ท่านปฏิบัติแล้วได้ผลเพียงไรมาแนะนำสั่งสอนประชาชน  จิตใจเราแม้จะมีความเดือดร้อนวุ่นวายก็ตาม แต่ได้ยินเสียงอรรถเสียงธรรมมักจะสงบลงในทันทีทันใด และสงบลงด้วยดีเพราะอำนาจแห่งธรรม ธรรมนี้เป็นน้ำดับไฟ เข้าสถานที่ใดไม่มีคำว่าครึว่าล้าสมัย คนชั่วช้าลามกถึงขนาดมหาโจรก็ตาม ถ้าได้รับธรรมเข้าซึมซาบถึงใจแล้วย่อมอ่อนนิ่มลงไป พลิกเปลี่ยนกายวาจา ความประพฤติที่ไม่ดีทั้งหลายนั้น เข้าสู่ความราบรื่นดีงามไปทุกอย่าง ตนเองก็ชุ่มเย็น คนอื่นที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากความประพฤติชั่วของโจรมารทั้งหลาย ก็พลอยได้รับความดิบความดีชุ่มเย็นไปตามๆ กัน 

เรื่องศาสนธรรม จึงไม่มีข้อยกเว้นว่าไม่ควรเข้าสู่สถานที่ใด เป็นข้อจำเป็นอยู่ตลอดเวลา  ที่ศาสนธรรมคือธรรมของพระพุทธเจ้านี้จะต้องแทรกเข้าไปทุกแห่งทุกหน นับตั้งแต่เด็กที่เราเลี้ยงมาในบ้านของเรา ก็สอนเด็กให้มีความสวยงามด้วยความประพฤติอัธยาศัยใจคอซึ่งเป็นเรื่องธรรมที่ดีงามทั้งนั้น เป็นผู้ใหญ่ก็สอนอรรถสอนธรรมให้รู้จักหน้าที่การงาน การประพฤติตัวผิดถูกชั่วดีประการใด นำธรรมเข้าไปวัด คัดเลือกความไม่ดีทั้งหลายออกจากกายวาจาใจ พยายามสั่งสมความดีงามเข้าสู่ตน

ต่างคนต่างมีความมุ่งหวังอย่างเดียวกันนี้แล้ว คนเราจะมีจำนวนมากน้อยเพียงไร อย่าว่าแต่เมืองไทยนี้เลย ทั่วโลกถ้ายอมรับธรรมว่าเป็นธรรมเสียอย่างเดียว แล้วตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติต่อธรรม ความยื้อแย่งแข่งดี ความเอารัดเอาเปรียบ ความคดโกงรีดไถ ความมีอำนาจบาตรหลวงป่าๆ เถื่อนๆ ทั้งหลายซึ่งเป็นข้าศึกต่อธรรมนั้นก็จะค่อยเบาบางลงไปเป็นลำดับลำดา แม้ที่สุดเราอยู่ในบ้านในเรือนของเรา พ่อแม่มีลูกเล็กเด็กแดงจำนวนมากเต็มบ้านเต็มเรือน แล้วต่างคนต่างแนะนำสั่งสอนเด็กให้เป็นคนดี

ครูอาจารย์ที่เป็นครูสอนอยู่ตามโรงร่ำโรงเรียน ก็พยายามดัดแปลงแก้ไขตนในสิ่งไม่ดีทั้งหลาย แล้วนำความดีมาปฏิบัติตนเอง และแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่มาศึกษาเล่าเรียนตามสถานที่และโรงเรียนต่างๆ เป็นลำดับลำดาไป เด็กก็จะกลายเป็นเด็กดีไปด้วยศีลธรรม ได้ความรู้วิชาที่เรียนนั้นมาเป็นเครื่องดำเนินงาน แล้วศีลธรรมเป็นเครื่องคอยบอกคอยแนะ อะไรควรอะไรไม่ควร พร้อมกับความประพฤติดีงามประจำตนอยู่เสมอ  ทั้งครูทั้งอาจารย์ต่างคนต่างรักสงวนในความดีงามทั้งหลายซึ่งออกจากศีลธรรมนำไปปฏิบัติ ก็ค่อยกลายเป็นคนดิบคนดี

อาจารย์ก็เป็นแบบพิมพ์ของเด็กที่ดี แล้วเด็กก็ได้รับการศึกษาจากครูจากอาจารย์แล้วมาปฏิบัติตัวเพื่อความเป็นคนดีมีธรรมแทรกอยู่เสมอๆ เด็กก็จะไม่ลืมตัว ครูอาจารย์ก็เป็นแบบเป็นฉบับที่ดี  โรงร่ำโรงเรียนสถานที่ไปศึกษาต่างๆ เมื่อมีธรรมเข้าแทรกอยู่แล้ว จะมีคุณค่ามีราคาสูงส่งมากกว่าความรู้ ที่เราเรียนมาโดยธรรมชาติธรรมดาของโลกของสงสารโดยไม่มีธรรมเข้าแทรก  ต่างกันเช่นนี้

เพราะฉะนั้นพุทธศาสนาเรา จึงเป็นศาสนาแบบฉบับของโลกทั้งสามได้เป็นอย่างดี  นับแต่มนุษย์ขึ้นไปถึงเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ต้องได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายทั้งนั้นทีเดียว เพราะว่าท่านเหล่านี้เป็นผู้มีกิเลสย่อมมีขัดมีแย้งตามภูมิธรรมของตน เพราะความว่ามีกิเลสนั้นมีมากมีน้อยจะมีขัดมีแย้ง มีขวางกันเป็นธรรมดา  จึงต้องได้รับการแนะนำสั่งสอนให้รู้จักดีจักชั่ว คัดเลือกสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกเป็นลำดับจากธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน เช่น พุทธกิจของพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สัตว์โลกไว้มี ๕ ประการ ห้าประการนั้นคืออย่างไร

ประการแรก นี่จะยกเป็นภาษาไทยขึ้นมาเลยจะไม่ยกบาลี เพราะยกมาแล้วก็จะต้องแปลให้พี่น้องทั้งหลายฟัง จึงขอแปลเป็นภาษาของเรา จะฟังได้ชัดเจนไปเลยทีเดียว บ่าย ๓ โมง ๔ โมง พระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทแก่พ่อค้าประชาชน  นับแต่พระมหากษัตริย์ลงมาถึงประชาชนทั่วๆ ไป  นี่ตอนบ่าย ๔ โมง

พอตกค่ำเข้ามาก็ประทานพระโอวาทแก่บรรดาพระสงฆ์ ผู้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติตัวเพื่อมรรคเพื่อผล เพื่อนิพพานให้ได้รับพระโอวาทแล้วนำไปปฏิบัติตนตลอดไป

เที่ยงคืนก็ทรงประทานพระโอวาทแก่เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมทั้งหลาย ซึ่งรวมแล้วเรียกว่า ทวยเทพ รวมทั้งท้าวมหาพรหมมาถึงเทวดาทั้งหลายด้วยเรียกว่าทวยเทพ  ท่านเหล่านี้จะได้ยินได้ฟังอรรถธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศสั่งสอนในเวลาเช่นนั้นเป็นประจำ นี่เป็นข้อที่สาม

ข้อที่สี่ทรงเล็งญาณดูสัตวโลกด้วยพระญาณที่เลิศเลอของพระพุทธเจ้า  เมื่อเห็นท่านผู้ใดที่มีอุปนิสัยปัจจัยที่ควรจะสงเคราะห์สงหาได้ แต่จะถึงอันตรายแก่ชีวิตอย่างรวดเร็ว พระองค์ก็เสด็จออกไปโปรด  นี่เรียกว่าทรงเล็งญาณดูสัตวโลกผู้ใดมีอุปนิสัยปัจจัยอย่างไรบ้างหรือไม่มี

เพราะสัตว์โลกมีหลายประเภท ท่านแสดงไว้ถึงบุคคล ๔ ประเภท อุคฆฏิตัญญู สัตว์โลกผู้มีอุปนิสัยปัจจัยที่ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้าอย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นวัวก็อยู่ปากคอกคอยที่จะโดดออกมาอยู่แล้ว เมื่อมีผู้มาเปิดปากคอกให้ วิปจิตัญญู รองลำดับกันลงมาตามหลังกันออกไปเพื่อพ้นจากกองทุกข์ นี้ได้แก่ผู้ที่มีอุปนิสัยเยี่ยมแล้ว คอยฟังแต่อรรถแต่ธรรมที่จะนำตนให้หลุดพ้นจากทุกข์  พอได้รับพระโอวาทจากพระพุทธเจ้าแล้วก็บรรลุธรรมไปโดยลำดับลำดานับตั้งแต่อุคฆฏิตัญญูลงไปจนวิปจิตัญญู สองประเภทนี้เรียกว่าเป็นผู้มีอุปนิสัยสามารถที่จะรับอรรถรับธรรม เพื่อนำธรรมนั้นเข้ามาปฏิบัติแก่ตนเอง และหลุดพ้นจากทุกข์ไปอย่างรวดเร็ว

รองลำดับกันลงมา อันดับที่สามพวกเนยยะ คำว่าเนยยะ นี่เป็นผู้พอแนะนำสั่งสอนได้  ความขี้เกียจไม่อยากทำบุญทำทานก็มี แต่ความอยากหลุดพ้นจากทุกข์ก็มี ก็ทำให้เกิดความขยันหมั่นเพียรในการทำบุญให้ทาน สร้างคุณงามความดีเข้าแก่ตน โดยฝ่าฝืนความขี้เกียจขี้คร้านความไม่เอาไหนนั่นออกเป็นลำดับลำดา แล้วมีอุปนิสัยค่อยปรากฏเด่นขึ้นมาๆ นี่เป็นประเภทที่สาม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนสัตว์โลกที่มีหลายประเภท

ประเภทที่สามก็คือพวกเราๆ ท่านๆ นี้แหละ ให้มีความอุตส่าห์พยายามขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติดัดแปลงตนเองให้เป็นคนดี ไปที่ไหนอย่าลืมธรรมของพระพุทธเจ้า ว่าดีกับชั่วเป็นตัวของเราผู้จะทำเอง จึงต้องได้คัดได้เลือกไปตลอดเวลาที่จะแสดงออกจากใจของเรา ใจคิดไม่ดีก็ให้ระงับมันเสีย ไม่เกิดประโยชน์แก่ตนแล้วยังเป็นโทษแก่ตนอีกด้วย  จากนั้นก็กระจายไปกระทบกระเทือนถึงผู้เกี่ยวข้องก็ได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน ความคิดเช่นนี้ให้ระงับดับมัน  วาจาใดที่เป็นไปเพื่อความนิ่มนวลอ่อนหวานโดยเหตุโดยผลแล้ว ให้นำคำพูดเช่นนั้นออกไปแสดงต่อกัน  แต่อย่าไปแบบนิ่มนวลอ่อนหวานไพเราะเพราะพริ้งเพื่อต้มตุ๋นเขาอย่างมหาโจรก็แล้วกัน

มหาโจรนี้เป็นผู้ที่มีความนิ่มนวลไพเราะเพราะพริ้งที่สุด การแสดงออกแห่งกิริยามารยาทจะไม่มีใครนิ่มนวลยิ่งกว่ามหาโจร มหาโจรมีทั้งคนธรรมดา มีทั้งคนมีอำนาจบาตรหลวงปกครองบ้านเมือง กิริยามารยาทนี้ทำให้ประชาชนมีความตายอกตายใจเพราะความนิ่มนวลอ่อนหวาน กล้วย ๕ สวนสู้ไม่ได้  นี่เป็นความนิ่มนวลที่จะดำเนินงานเพื่อกินตับกินปอดประชาชนให้ไม่มีเหลือตับปอดนั้นเลย เพราะความนิ่มนวลอ่อนหวาน หว่านล้อมแล้วสัตว์ตายใจสนุกกินตับกินปอดของประชาชนจนหมดเนื้อหมดตัวได้อย่างนี้ ท่านเรียกมหาโจรทางราชการ

มหาโจรคนธรรมดาก็มีการหลอกลวงต้มตุ๋น การสร้างอะไรก็ตามการค้าการขายรวมหัวกันทำนั้นทำนี้ หลอกลวงต้มตุ๋นจนกระทั่งเพื่อนฝูงทั้งหลายทนอยู่ไม่ได้  บริษัทบริวารแตกกระจัดกระจาย สถานที่ทำการค้าการขาย เช่น บริษัทนี้ก็ล้มเหลวไปได้ เพราะมีคนที่แหลมคมอยู่ด้วยความปากหวานไพเราะเพราะพริ้ง ทำให้คนอื่นเขาตายใจแล้วสนุกกลืนกินตับกินปอดเขาอย่างนี้ก็มี นี่เป็นคนประเภทที่ว่าโจรมารทั่วๆ ไปธรรมดา มีหลายประเภท

นี่ละเรื่องเหล่านี้มีอยู่กับทุกคน ขอให้พินิจพิจารณาด้วยกัน มีธรรมเป็นเครื่องกำจัดมันระมัดระวังเสมอ  จะเรียกว่าเป็นผู้มีธรรมภายในใจ  เพื่อนฝูงที่คบค้าสมาคมซึ่งกันและกันนั้น ไม่มีใครที่จะต้องการความถูกหลอกลวงต้มตุ๋นจนหมดเนื้อหมดตัว ให้ดูทั้งใจเขาดูทั้งใจเรา ถ้าใจเราเป็นอย่างนั้น หลอกลวงเขา เขาจะเป็นยังไง ถ้าเขามาหลอกลวงเราอย่างนี้เราจะเป็นยังไง เมื่อเทียบเคียงแล้วเราก็ทำไม่ลงในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย  ซึ่งเท่ากับทำตัวของเรานั่นเอง  เพราะการทำความชั่วให้คนอื่นก็เท่ากับทำความชั่วให้ตัวเอง  นี่อธิบายมาเป็นคนประเภทที่สาม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนสัตว์โลก เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมเรื่อยมา

คนประเภทที่สี่ เป็นคนหมดหวังแล้วตั้งแต่ตกคลอดออกมา เป็นมนุษย์ก็เป็นเศษมนุษย์ เดนมนุษย์ ไม่มีคุณค่าไม่มีราคา แต่การหลอกลวงต้มตุ๋นทำลายผู้อื่นให้ได้รับความบอบช้ำหรือเสียหายนั้น ไม่มีใครเกินพวกปทปรมะ คือ คนไม่เอาไหนในการทำความดีงาม แต่เป็นผู้เอาจริงเอาจังในการก่อความฉิบหายแก่ส่วนรวม ประเภทนี้มีแต่ลมหายใจฝอดๆ ตายลงไปแล้วยมบาลก็ไม่อยากจะรับเป็นผู้ต้องหา ดีไม่ดีจะแตกกระจัดกระจายออกจากนรกอเวจีไป เพราะพวกสัตว์นรกถึงเขาจะมีบาปมีกรรมอันหนาแน่นก็ตาม แต่กรรมเขาไม่พิสดารเหมือนกรรมของนักโทษประเภทนี้ที่จะเข้าไปทำลายนักโทษ  คือสัตว์นรกในเรือนจำอย่างนั้นก็มีมากทีเดียว ประเภทนี้เรียกว่าไม่เอาไหนทั้งนั้นแหละ เกิดมาอยู่ในโลกก็เป็นคนรกโลกเปล่าๆ ไม่ทำประโยชน์ให้แก่ผู้ใด

ทั้ง ๓-๔ ประเภทนี้ มันอยู่ในตัวของเราด้วยกันนั้นแหละ ถ้าเราพยายามทำตัวของเราให้เป็นผู้ลุล่วงไปด้วยดีเพื่อมรรคเพื่อผล เพราะความอุตส่าห์พยายามของเรา เราก็เป็นไปได้ ทีแรกก็ล้มลุกคลุกคลานเป็นธรรมดา ทำหลายครั้งหลายหนทำไม่หยุดไม่ถอย ความชำนิชำนาญความคล่องแคล่วว่องไวก็ค่อยเกิดขึ้นมีขึ้น  การงานก็สะดวกราบรื่นดีงาม ผลก็ได้อย่างใจหวังเป็นลำดับ  สุดท้ายก็เป็นผู้ที่ได้รับผลอย่างรวดเร็วเหมือนอุคฆฏิตัญญูได้ เพราะอาศัยการฝึกฝนอบรมหนุนหลังอยู่ตลอดเวลา  ความคล่องแคล่วก็ค่อยมีขึ้นมาๆ อย่างนี้

เราอย่าให้เป็นคนประเภทที่ ๔ ถ้าหากว่าจะเป็นประเภทใดก็ตามอย่างมากอย่าให้เลยประเภทที่ ๓ คือ มีการแนะนำสั่งสอนได้ ถ้ามีความขี้เกียจขี้คร้าน ความคิดรักใคร่ใฝ่ใจในความชั่วช้าลามก ก็ให้ปัดออกจากจิตใจ  แล้วเอาความดีงามเข้ามาสวมใส่ในกายวาจาใจของเราคนเดียว หน้าที่การงานทุกอย่างก็จะเป็นมงคลแก่ตน นี่เรียกว่าแก้ความชั่วในตัวของเราได้ เรียกว่าคนประเภทนี้เป็นคนที่พอแนะนำสั่งสอนได้ นี่หมายถึงพระพุทธเจ้าท่านทรงแนะนำสั่งสอนสัตว์โลก ท่านสั่งสอนมาด้วยธรรมอันราบรื่นดีงามเรียกว่า สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว ตรัสไว้ดีแล้ว ไม่มีคำว่าผิดหวัง  ท่านผู้ใดปฏิบัติตามธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วจะดีงามไปตามฐานะของตนเป็นลำดับลำดา ควรที่จะนำมาประดับประดาตัวของเรา

เด็กเวลาไปเรียนหนังแส่หนังสือก็ให้มีธรรมเป็นเครื่องกำกับตน  มีความอดทนบ้างเป็นธรรมดา  อย่าเห็นแก่ได้แก่เอาเห็นแก่ความประพฤติตัวเตร็ดเตร่เร่ร่อน  ไม่มีกฎมีเกณฑ์ไม่มีฝั่งมีฝา ทำเด็กให้เสียได้  เรียนวิชามามากน้อยวิชานั้นเลยกลายเป็นฟืนเป็นไฟมาทำลายตัวเอง และส่วนรวมไปก็ได้ถ้าไม่มีธรรมแฝงอยู่ แทรกอยู่ภายในจิตใจ เพราะฉะนั้นจึงควรมีธรรมแทรกอยู่เสมอ ความรู้วิชาที่เราเรียนมาจากที่ไหนๆ ก็ตามตั้งแต่ต่ำจนกระทั่งสูงสุดในวิชาที่โลกยอมรับกัน  เมื่อมีธรรมเข้าแทรกแล้ววิชานั้นๆ จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนมา เป็นประโยชน์แก่โลกหรือส่วนรวมเรื่อยๆ ไปไม่มีความเสียหายเข้าแทรกสิงเลย เพราะมีธรรมเป็นเบรกห้ามล้ออยู่เสมอ

จึงขอให้ลูกหลานทั้งหลายที่มาศึกษาเล่าเรียนและทุกท่านที่มาฟังธรรมอยู่เวลานี้ กรุณานำไปคิดอ่านไตร่ตรองทบทวนตัวเองว่าขัดกับธรรมข้อใดบ้าง ที่จะเป็นภัยแก่ตัวเองและส่วนรวมแล้ว ขอให้พยายามพากันแก้ไขดัดแปลงไปเรื่อยๆ อย่างนี้บ้านเมืองของเราก็จะมีความเจริญรุ่งเรือง เพราะเด็กก็เป็นเด็กมีธรรมพูดกันรู้เรื่อง ผู้ใหญ่ก็มีอรรถมีธรรมพูดกันรู้เรื่องฟังเสียงกัน แล้วใหญ่ความรู้สูงขนาดไหน ก็พูดกันรู้เรื่องเพราะธรรมนี้ย่อมระงับดับความไม่ดี ความไม่ดีจะใหญ่ขนาดไหนก็สู้อรรถสู้ธรรมไม่ได้  นำธรรมมาชะล้างความชั่วทั้งหลายก็กลายเป็นความดีขึ้นมา เหมือนสิ่งสกปรกที่ได้รับการชะล้างเรียบร้อยแล้ว ย่อมเป็นวัตถุที่สะอาดสวยงามน่าใช้น่าสอยขึ้นมา

นี่ก็เหมือนกัน คนๆ หนึ่ง ถ้าทำตัวให้หมดหวังแล้วก็หมดไปเลย ไม่มีคุณค่ามีราคา ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าทำตัวให้มีคุณค่ามีราคาก็มีขึ้นมาได้  เพราะฉะนั้นธรรมจึงเข้าได้ในทุกซอกทุกมุม แม้แต่สัตว์ถ้ามีธรรมก็น่ารักเหมือนกัน คือสัตว์ก็มีนิสัยประจำตัวของสัตว์เหมือนกัน มีสัตว์ดีสัตว์เลว คนก็มีคนดีคนเลว ดีๆ เยี่ยมก็มี  นี่ก็เพราะธรรมทั้งนั้นที่นำไปปฏิบัติ  ก็ขอให้ทุกๆ ท่านได้นำธรรมนี้ไปปฏิบัติ  

ดังหลวงตาที่นำพี่น้องทั้งหลายเวลานี้ ก็นำด้วยความเป็นธรรมล้วนๆ นี่ละธรรมไปที่ไหนเจ้าของเองก็มีความภูมิอกภูมิใจ ดังที่นำไทยทานที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคนับจำนวนมากขนาดไหน ตั้งแต่ทองคำ ดอลลาร์ เงินสดลงมา  พี่น้องทั้งหลายบริจาคผ่านหลวงตาบัวแต่ผู้เดียว ธรรมดาสิ่งของมีจำนวนมากอย่างนี้ อย่างไรต้องรั่วไหลแตกซึมไม่มากก็น้อยเป็นได้ไม่สงสัย  แต่สำหรับหลวงตาบัวนี้ขอชี้นิ้วเลยว่า สมบัติทั้งหลายที่พี่น้องได้มาบริจาคทั่วประเทศไทยผ่านหลวงตาบัวนั้น หลวงตาบัวเป็นผู้รับด้วยความเมตตาสงสารด้วยความอิ่มพอทุกอย่าง ไม่มีความหิวโหยโรยแรงที่จะแบ่งสันปันส่วนเอาของท่านทั้งหลายมาด้วยความลี้ๆ ลับๆ สกปรกโสมมภายในจิตใจ เป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์หรือเรียกว่าเจตนาทุจริตอย่างนี้หลวงตาไม่เคยมี บริสุทธิ์ทุกแง่ทุกมุมมาเลย เพราะเหตุไร ก็เพราะนำธรรมมานำพี่น้องทั้งหลาย

ถ้าเป็นกิเลสแล้วไหลเข้าพุงตัวเองหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย ที่ออกประจบประแจงก็ว่าไปทำอันนั้นเท่านั้น ไปทำอันนี้เท่านี้ ความจริงที่เอามากลืนเข้าในพุงนี้มีจำนวนมากต่อมากนี้มีเยอะ  แต่สำหรับหลวงตานี้ขอยืนยันกับพี่น้องทั้งหลายด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยว่า ไม่มี แม้แต่บาทหนึ่งหลวงตาไม่มี  ทรัพย์สินเงินทองที่พี่น้องบริจาคทานมานั้น ทั้งๆ ที่หลวงตาไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเงินการทองตั้งแต่บวชมา ใช้เป็นความจำเป็นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น พอออกภาคปฏิบัติกรรมฐานแล้วปิดเลย ไม่ยุ่งกับเงินทองเหล่านี้เลย

แต่เมื่อเข้ามาถึงตาจน คือ ชาติไทยของเราก็จะล่มจมต่อหน้าต่อตา ดังที่เห็นชัดเจนทั่วประเทศไทยของเราอยู่นี้แล้ว ก็ได้อุตส่าห์พยายามดัดแปลงแก้ไขตัว ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเงิน  ก็รับเงินเข้าฝากธนาคารโดยมีชื่อของหลวงตาแต่ผู้เดียว ไม่มีใครมารับแทนจ่ายแทน ทำหน้าที่แทนหลวงตาเลย  หลวงตาจะเป็นผู้สั่งเก็บสั่งจ่ายแต่ผู้เดียว ในบรรดาจำนวนสมบัติพี่น้องทั้งหลายที่มาบริจาคมากมายนั้น

เพราะฉะนั้นสมบัติทั้งหลายที่ออกในแง่ใดมุมใด จึงออกด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่าง ไม่มีมุมสกปรกโสมมเจือปนอยู่ในกิริยาแห่งการจับจ่ายของหลวงตาบัวเลย  พี่น้องกรุณาทราบตามนี้ เพราะหลวงตาได้ทำด้วยความเมตตาจริงๆ ต่อพี่น้องชาวไทยเราในคราวนี้ ซึ่งไม่คาดไม่ฝันว่าจะได้ทำ ก็ได้ทำให้เห็นแล้ว การนำพี่น้องทั้งหลายก็รู้สึกว่าซาบซึ้งในใจเป็นอย่างมากตลอดมา  ไปเทศนาว่าการในสถานที่ใด มีประชาชนมาจำนวนมากๆ ตลอดทีเดียว ไม่เคยมีที่ไหนบกบางเลย  การเทศนาว่าการที่ไหนมีแต่ประชาชนคนจำนวนมาก  เมื่อเขามาบริจาคมากน้อยก็เก็บหอมรอมริบเข้าสู่คลังหลวงของเรา

สมบัติเหล่านี้หลวงตาได้แยกหลายประเภท สำหรับทองคำกับดอลลาร์นั้นได้นำเข้าสู่คลังหลวงล้วนๆ ไม่มีชิ้นใดแยกจากคลังหลวงนี้ไปได้เลย  ส่วนเงินบาทนั้นได้แยกเข้าซื้อทองคำดอลลาร์บ้างเล็กน้อย เข้าสู่คลังหลวงเป็นเงินบาท ๙๔๑ ล้าน อันนี้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเรา เหลือจากนั้นก็แยกแยะออกไป เพราะคลังหลวงนี้เป็นเหมือนต้นลำของต้นไม้ แล้วกิ่งก้านสาขาดอกใบที่กระจายออกจากต้นไม้นั้น  ได้แก่คนทั้งประเทศที่มีความจำเป็นต่างๆ กันทั่วแดนไทยของเรา ทางนั้นมาขอความช่วยเหลืออย่างนั้น ทางนี้มาขอความช่วยเหลืออย่างนี้ สุดท้ายแทบจะไม่มีวันว่างแต่ละวันๆ จากผู้ที่มาขอ เพื่อความช่วยเหลือของเรา โดยบางรายก็เป็นคนทุกข์คนจน ช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย คนทุกข์คนจนแล้วก็ช่วยทางผู้เจ็บไข้ได้ป่วยมารักษาโรงพยาบาล ขอร้องให้เราเป็นเจ้าของคนไข้ เพราะเขาไม่มีเงิน เราก็รับให้ๆ ไม่เคยปัดออกเลยแม้แต่รายเดียว  รายไหนมาขอเรา เราช่วยร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ อย่างนี้ตลอดมา จากเงินจำนวนเหล่านี้แหละ

จากนั้นก็สร้างสถานสงเคราะห์ ไม่นับมีมากมีน้อย โรงร่ำโรงเรียนกี่สิบหลังไม่นับเหมือนกัน ทั่วประเทศไทยเหมือนกันหมด จากนั้นก็โรงพยาบาล โรงพยาบาลนี้จะ ๒๐๐ กว่าโรง  โรงพยาบาลรู้สึกพิสดารมากทีเดียว ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ รถรา ตึกรามต่างๆ นี้ได้ช่วยเหลือเต็มเม็ดเต็มหน่วย ๒๐๐ กว่าโรงที่ได้ช่วยจากเงินประเภทนี้ แล้วก็ช่วยทางราชการ สถานที่ราชการต่างๆ ได้ช่วยเต็มกำลัง ช่วยแต่ละแห่งๆ หมดมากทีเดียว เวลานี้ก็กำลังช่วยเรือนจำลาดยาวอยู่ ตกลงเรียบร้อย เขากำลังสร้างปักเข็มเวลานี้ เป็นตึก ๒ หลัง หลังใหญ่ ๓ ชั้น หลังหนึ่งสำหรับนักโทษหญิงได้พักนอนกัน หลังที่ ๒ เป็นหลังพยาบาลรักษาด้วยหยูกด้วยยา นี่กำลังเริ่มสร้างอยู่ เราคาดคิดเอาไว้ว่าคงไม่ต่ำกว่า ๓๐ ล้าน แต่เท่าไรก็ตามถ้าลงว่าได้ให้แล้วจะพยายามหาให้จนหมด นี่ก็คือสมบัติของพี่น้องทั้งหลายที่บริจาคมา กรุณาทราบตามนี้

หลวงตาพอทุกอย่างแล้ว ที่จะนำสมบัติเงินทองของพี่น้องทั้งหลายไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวนี้ไม่มี แม้แต่เงินของหลวงตาเองที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมาโดยตลอดก็ไม่เคยเก็บสั่งสมไว้เลย  ออกช่วยโลกทั่วประเทศไทย เช่นเดียวกันกับเงินโครงการช่วยชาตินี้เหมือนกัน กรุณาทราบตามนี้ นี่ละคำว่าธรรมไปที่ไหนทำความร่มเย็นเป็นสุข ทำความตายใจแก่ผู้บริจาคไปโดยลำดับ ดังที่หลวงตาพาพี่น้องทั้งหลายดำเนินการช่วยชาตินี้ เงินทุกบาททุกสตางค์หลวงตาไม่เคยแตะ ไม่มีคำว่ารั่วไหลแตกซึม สมบูรณ์พูนผลตลอดไป นี่คือธรรมเป็นผู้กำกับในหน้าที่การงาน จับจ่ายใช้สอยมากน้อยเพียงไร มีธรรมคือเหตุผลลงกันแล้ว จะจ่ายมากน้อยก็เป็นไปตามเหตุผล จ่ายตามนั้นๆ เรื่องที่จะงุบงิบๆ อย่างนี้ไม่มี นี่เป็นเรื่องของธรรม

เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องทั้งหลายได้นำธรรมนี้ไปกำกับตน  เช่นเรามีเงินมีทองมากน้อยเพียงไร ก็ให้เก็บรักษาพิจารณาแยกแยะไว้ เงินจำนวนนี้เพื่ออะไรบ้าง เช่น เพื่อการเจ็บไข้ได้ป่วย นี่เราก็แยกไว้เสียประเภทหนึ่ง  เพื่อการทำบุญให้ทานมากน้อยตามความจำเป็น ก็แยกไว้เสียประเภทหนึ่ง แล้วเพื่อความจำเป็นอย่างอื่นใดอีกที่เป็นประโยชน์แก่ตัวของเราผู้หามา ก็ให้พยายามเจียดเอาไว้ๆ อย่าใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายให้กิเลสพาใช้นี้จะไม่มีอะไรเหลือติดเนื้อติดตัว  เงินทองข้าวของมีมากเท่าไรกิเลสไม่พอ กิเลสมีความหิวโหยโรยแรง ดิ้นรนตลอด มีแต่อยากได้ๆ  อยากได้กับอยากจ่ายมันก็ไปพร้อมกัน  มีเท่าไรหมดๆ มีแต่กิเลสเอาไปถลุง ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการจับจ่ายไม่มี นอกจากนั้นยังเสียเนื้อเสียตัวเข้าไป เพราะการจับจ่ายตามกิเลสหลอกลวงก็ได้ แต่ผู้มีธรรมในใจนั้นมีมากมีน้อยจะเป็นประโยชน์ไปตามจำนวนที่มี  ที่หามาได้นั้นแลไม่ค่อยเสียหาย

การประพฤติตัวก็เหมือนกัน หน้าที่การงานของเรามีหลายประเภทที่ต่างคนต่างจะทำเพื่อประโยชน์ตนเองและส่วนรวม ก็ขอให้คิดถึงส่วนรวมเป็นเรื่องใหญ่โตที่สุด  อย่าคิดเห็นแต่เรื่องของเราว่าเป็นเรื่องใหญ่โต จะเป็นมหาโจรทำลายชาติบ้านเมือง ในวงราชการต่างๆ งานของข้าราชการแต่ละงานๆ นั้นเป็นงานเพื่อแผ่นดิน จึงขอให้คิดถึงเรื่องแผ่นดินมากกว่าเรื่องของตัวเอง แล้วการงานทั้งหลายก็จะค่อยสะอาด เก็บหอมรอมริบได้มากได้น้อยก็เพื่อประชาชน สมเจตนาที่เขายกย่องให้เป็นเจ้าเป็นนายเหนือหัวเขา นี่คือธรรมแนบนำไปนั้นเราจะไม่ลืมเนื้อลืมตัว มียศถาบรรดาศักดิ์สูงต่ำขนาดไหน ความมีธรรมในใจย่อมไม่ลืมเนื้อลืมตัว ไปที่ไหนประชาชนกราบไหว้บูชานับถือเป็นขวัญตาขวัญใจ คนที่มีธรรมในใจผิดกันกับคนไม่มีธรรมในใจ แล้วเป็นฟืนเป็นไฟประจำตัว ไปที่ไหนไม่มีใครอยากคบค้าสมาคม ผิดกันอย่างนี้แหละ

นี่ละธรรมอยู่ที่ไหนไปที่ใดถ้าคนมีธรรมจะตายใจ เช่นอย่างพระท่านปฏิบัติตัวด้วยความดีมีศีลธรรม ไปที่ไหนมีศาสดาติดตามกิริยา กายวาจาใจของตนตลอดไป คือสำรวมในศีลในธรรม พระธรรมก็ดี พระวินัยก็ดี นี่คือองค์ศาสดา เป็นศาสดาของเราทั้งหลายแทนพระพุทธเจ้าที่ปรินิพพานไปแล้ว ดังท่านประทานไว้แล้วว่า ธรรมและวินัยนั้นแลจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราตายไปแล้ว

เมื่อผู้บวชมาตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติมีหิริโอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาปต่อกรรม สำรวมตัวอยู่ในธรรมในวินัย ตัวเองก็มีความชุ่มเย็นเป็นสุขภายในจิตใจ ไปที่ไหนคนอื่นได้เห็นได้ยิน ก็มีความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมงคลแก่เขาตลอดไป ผู้มีธรรมเป็นอย่างนั้น แนะนำสั่งสอนใครเขาก็เชื่อถือ เพราะเรามีความเชื่อถืออยู่ในตัวของเราแล้ว ถ้ามีแต่กิเลสมาแฝงอยู่ภายในใจ ไปที่ไหนเราก็เดือดร้อนภายในใจของเรา เพราะศีลธรรมไม่ดี รักษาตัวไม่บริสุทธิ์ ไปที่ไหนตัวเองก็ระแวงแคลงใจ  คนอื่นเขาก็ไม่ไว้ใจ นี่ทำให้เสียถ้าธรรมขาดภายในใจ

เพราะฉะนั้นจึงขอให้มีธรรมภายในใจทุกคน  จะเท่ากับเป็นผู้มีศาสดาหรือเดินตามเสด็จพระพุทธเจ้าทุกฝีก้าว ที่มีสติสำรวมระวังตนอยู่ในศีลในธรรม  จะเป็นผู้มีความอบอุ่นชุ่มเย็น  การบำเพ็ญสมาธิเมื่อศีลมีความบริสุทธิ์อยู่แล้วอบอุ่น การบำเพ็ญสมาธิ คือความเยือกเย็นภายในจิตใจก็จะเย็น  ทางฆราวาสก็เหมือนกันไม่มีตั้งแต่พระอย่างเดียว เพราะฆราวาสนั้นแหละตัวยุ่งเหยิงมากที่สุด ไม่มีใครเกินฆราวาส หน้าที่การงานนั้นๆ หน้าที่การงานยุ่งเหยิงวุ่นวายนั้นแหละมันมากวนเรา จนกระทั่งไม่มีเวล่ำเวลาที่จะบำเพ็ญคุณงามความดี ทำความสงบใจได้ก็เพราะกิเลสตัวฟุ้งซ่านรำคาญ ตัวหิวตัวโหย ตัวดีดตัวดิ้น มันพาดีดพาดิ้นไปทางโน้นทางนี้ตก ๕ ทวีปๆ  กลับมาถึงบ้านก็มีแต่ลมหายใจฝอดๆ ความดิบความดีไม่มีติดตัว  สมบัติเงินทองหามามากน้อยกิเลสเอาไปถลุงหมด  ถ้าเป็นคนที่มีกิเลสหนาๆ ทางกามราคะด้วยแล้ว ไปที่ไหนไปหาบำรุงเขาทั้งนั้นแหละ

ผู้ชายนี่ตัวสำคัญมากมันจะไปบำรุงผู้หญิง อีหนูๆ นั้นแหละตัวสำคัญ เมียอยู่กับบ้านกับเรือนอกจะแตก เพราะเหตุไร เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก่อเหตุร้าย เอาไฟมาเผาหัวอกอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจึงว่ามีบาปกรรมอันหนักหนามากทีเดียว เพราะฉะนั้นจงพากันมีธรรมในใจ มีเมียแล้วเรียกว่าเรามีธรรมเป็นที่พึ่ง เมียก็พึ่งผัว  ผัวพึ่งเมีย  ต่างคนต่างพึ่งเป็นพึ่งตายมีความสมัครรักชอบ มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน อย่ามีลับลมคมในอะไรอย่างนี้ภายในจิตใจ จะนำฟืนนำไฟมาเผากัน

มีครอบครัวแล้วเรียกว่ามีที่ยึดที่ถือ มีที่ตายใจแล้วทั้งฝ่ายสามีและภรรยา ให้มีความสุจริตต่อกัน มีความจงรักภักดีต่อกัน มีอะไรถึงไหนถึงกัน ผัวกับเมียเท่ากับหัวใจอันเดียวกัน ต่างคนต่างไว้วางใจกันแล้ว ไปทำงานที่ไหนเรียกว่าเป็นผู้มีธรรม ไม่ยินดีในหญิงอื่นชายอื่น ท่านเรียกว่าอัปปิจฉตา คือความมักน้อย จะมีหญิงเต็มโลก มีชายเต็มโลกก็ตาม นั้นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ผัวเราเมียเรา ผัวเราเมียเรามีหญิงคนเดียว ชายคนเดียวนี้เท่านั้น ท่านเรียกว่าอัปปิจฉตา มีความปรารถนาน้อย มีผัวเดียวเมียเดียวเท่านั้น อันนี้งามมาก เย็นมาก

พระพุทธเจ้าสอนฆราวาส ให้อยู่ในความพอดิบพอดีเพื่อประสานน้ำใจกัน ให้มีความอบอุ่นเป็นสุขสมกับว่าได้คู่พึ่งเป็นพึ่งตายมาหายใจร่วมกัน จะมีตั้งแต่ความสุขความเย็นใจ จะทุกข์บ้างสุขบ้าง มั่งมีบ้างจะจนบ้างไม่เป็นไร นั้นเป็นสิ่งภายนอก ขอให้หัวใจฝากเป็นฝากตายกันได้ นี่เรียกว่าธรรม ถ้าผัวมีธรรม เมียก็มีธรรม ครอบครัวเหย้าเรือนก็เย็น ผัวก็เย็น เมียก็เย็น ไม่มีอะไรเกินธรรมนี้เลย

ถ้าเอากิเลสเข้าไปแทรกดูซิ  ผัวไว้ใจเมียไม่ได้ เมียไว้ใจผัวไม่ได้ นั่นก่อนรกทั้งเป็นขึ้นในหัวอกอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว  เมียก็นอนไม่หลับจะเป็นจะตาย เดือดร้อนวุ่นวาย ผัวก็นอนไม่หลับ ต่างคนต่างมีหัวใจด้วยกัน รักสงวนกัน ไม่มีอะไรจะรักสงวนมากยิ่งกว่าระหว่างผัวเมียรักสงวนกัน  จึงขอให้เห็นใจกันในการรักสงวนกัน  อย่าไปหารักคนนั้นคนนี้ซึ่งนอกจากขอบเขตที่ต้องการของกันและกัน นี่ก็เป็นธรรม ถ้าต่างคนต่างเป็นธรรมแล้ว อยู่ที่ไหนก็สบาย ให้พากันทราบว่าธรรมคือเช่นไร นี่ละธรรม ธรรมไม่เคยครึเคยล้าสมัย คนดีไม่เคยครึล้าสมัย ส่วนคนชั่วมันครึมาตั้งแต่เริ่มแรก แต่มันก็เสกสรรปั้นยอว่ามันเป็นคนดี เวลานี้คนชั่วกำลังดาษดื่น ก็เพราะมันเสกสรรปั้นยอความชั่ว ความเหลวไหลโลเลนั้นขึ้นใส่ตัวให้เป็นของมีคุณค่ามีราคา สุดท้ายคนดีก็อยู่ลำบากเหมือนกัน

เช่นอย่างสมัยปัจจุบันนี้ พุทธศาสนาของเรานี้เคยกราบไหว้บูชาสำหรับชาวพุทธมาแต่นมนานขนาดไหน ไปวัดไปวาทำบุญให้ทานไปได้อย่างเปิดเผย ไม่ได้คิดอ่านอะไรเลยว่าจะมีเหตุผลกลไกอะไรมาขัดมาแย้ง มากระทบกระเทือน แต่ครั้นเวลาคนชั่วมีมากๆ แล้ว เห็นคนดีนี้ดูถูกเหยียดหยาม แม้ที่สุดเขาจะไปวัดไปวาก็ต้องไปแบบหลบๆ ซ่อนๆ จะไปอย่างเปิดเผยไม่ได้ กิเลสหัวเราะเยาะเย้ยถากถางทุกอย่าง เป็นทุกประเภท นี่เป็นไปได้ ลงกิเลสได้มีอำนาจแล้ว บ้านเมืองนี้ว่าเจริญๆ มันก็เจริญด้วยฟืนด้วยไฟหาความสงบร่มเย็นไม่ได้ เพราะฉะนั้นธรรมจึงเป็นที่เกาะที่ยึดของคน ทั้งเป็นคนดีด้วย ทั้งเจ้าของก็มีความสงบร่มเย็นด้วย ขอให้ท่านทั้งหลายนำไปปฏิบัติ 

การปฏิบัติศีลธรรมไม่มีคำว่าครึว่าล้าสมัย ทั้งโลกนี้และโลกหน้า เป็นโลกที่กว้างขวางต่อคนที่เป็นคนดี อยู่ในโลกนี้ก็ชุ่มเย็นเป็นสุข ไปโลกหน้านั้นความดีของเรานี้ก็เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราไปสู่สุคโต โลกสวรรค์ที่สมหวังของเรานั้นละ ไม่เหมือนโลกนรกอเวจีที่สร้างอยู่ในมนุษย์นี้ว่าสร้างเป็นหอวิมาน ทั้งๆ ที่สร้างนรกอเวจีเอาไฟเผากัน แล้วก็หวังว่าเป็นวิมานๆ ตายแล้วก็ลงไปจมในเมืองผี เป็นเมืองผีตั้งแต่มนุษย์นี้แล้ว

เช่นอย่างผัวเมียทะเลาะกันทั้งวันทั้งคืน นี่นรกเมืองคนมันเผากันอย่างนี้ เพราะการทำลายศีลธรรม หาความไว้วางใจกันไม่ได้ แล้วไปเมืองผีก็กรรมอันนี้มีเป็นขั้นบอกไว้ว่าหนักมากทีเดียว สามีภรรยาล่วงล้ำเขตแดนของกันและกันเหยียบย่ำทำลายหัวใจกันนี้ ท่านบอกว่ามีกรรมที่หนักมากทีเดียว ไปตกนรกหมกไหม้นี้เป็นความเดือดร้อนพิเศษมากกว่าความเดือดร้อนใดๆ เพราะทำลายจิตใจของกันและกัน ท่านจึงว่ามีกรรมหนัก

ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติตามศีลตามธรรม อย่าปล่อยวาง  เราจะถือว่าโลกนี้เจริญๆ โลกนี้มันเจริญด้วยความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหาต่างหาก แล้วสร้างฟืนสร้างไฟมาหาคนที่ไม่รู้จักประมาณนี้ให้ล่มจมไปด้วย ทั้งๆ ที่โลภอยากได้มากๆ แต่ความเสียหายติดตามมาไม่รู้ตัวเลย ถ้าไม่มีธรรมเป็นอย่างนั้น ถ้าคนมีธรรมแล้ว มีมากมีน้อยก็ทราบว่ามีมากมีน้อย เพราะโลกนี้เป็นโลกอนิจจัง มีได้มีเสียเป็นธรรมดา ไม่ถือสีถือสา แต่ความดีไม่ปล่อยวาง  ให้พยายามรักษาตัวให้ดีทุกคนๆ สมว่าเราเป็นลูกชาวพุทธ  เราอย่ามีแต่ชาวพุทธในลมปากของเราเฉยๆ แต่ตัวของเราเปรตผีสู้ไม่ได้ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ

วันนี้ได้พูดถึงเรื่องศีลเรื่องธรรม ให้พี่น้องลูกหลานทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน  ว่าธรรมนี้ประกาศก้องมาเป็นเวลานานแล้ว เป็นธรรมที่เลิศเลอ สามารถที่จะนำสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นไปได้จากการปฏิบัติบำเพ็ญของตัว ถ้าไม่ปฏิบัติแล้วธรรมก็ช่วยไม่ได้ จึงให้พากันสนใจปฏิบัติ อย่าพากันหลงโลกหลงสงสารจนเกินเหตุเกินผล  เราจะจมทั้งๆ ที่เราว่าเราเจริญๆ นั้นแหละ เพราะกิเลสมันหลอกคน เหมือนดังที่พูดแล้วนั้น มีแต่โลกเจริญๆ กิเลสหลอกไปๆ เราไม่รู้ แล้วจมก็คือเราที่หวังความเจริญ เพราะหวังผิดทาง ถ้าหวังถูกทางคือ ปฏิบัติมีธรรมเป็นข้อแนะนำมีเบรกห้ามล้อ มันก็ดีคนเรา

เรื่องการปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีนี้ เมืองไทยเราทั้งประเทศ เอ้าลองดูซิน่ะ ถ้าหากว่าเราตั้งใจปฏิบัติตามศีลตามธรรม เป็นเมืองครึเมืองล้าสมัย เป็นเมืองหาความสุขไม่ได้แล้ว หลวงตาจะพาไปกราบทูลพระพุทธเจ้า ว่าที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่าธรรมทั้งหลายเป็นธรรมที่รื้อถอนขนสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ แล้วทำไมสัตว์ทั้งหลายปฏิบัติตามธรรมของพระองค์แล้ว จึงมีตั้งแต่ความทุกข์ความทรมาน ตกนรกทั้งเป็นก็มี ตกนรกเมืองผีก็มี พวกที่ตกนรกอยู่แล้วเปลี่ยนตัวขึ้นไปหมด ให้คนทำความดีงามทั้งหลายไปตกนรกแทน เอ้า พวกอยู่ในนรกขึ้นไปสวรรค์ให้หมด  มีตั้งแต่พวกตกนรกนี่ขึ้นสวรรค์ทั้งหมด  แล้วก็มีตั้งแต่คนที่ทำความดีงามทั้งหลายนี้ไปตกนรกแทน  สวรรค์ให้พวกเปรตพวกผีที่ตกนรกนั้นขึ้นแทนนี้ดังนี้

ธรรมของพระพุทธเจ้าว่าเป็นของจริงทำไมเป็นอย่างนั้น หลวงตาจะพาไปฟ้องพระพุทธเจ้า แต่นี้ยังไม่เคยเห็น นรกหลุมไหนก็ตาม แม้ที่สุดในเรือนจำของเรานี้ เมืองไหนก็ตามไปดูที่ในเรือนจำนั้นน่ะ มันมีคนดีไหมไปติดคุกติดตะรางอยู่นั่น มันมีตั้งแต่คนทำชั่วช้าลามกไปติดคุกติดตะราง ครั้นเวลาถามแล้วไม่ยอมรับความจริง ทำไมจึงต้องมาติดคุกติดตะราง ชื่อบางคนนายบุญก็มี นางสวรรค์ก็มี นายพรหมก็มี แล้วมาติดคุกติดตะรางหาอะไร  เขาหาว่า นั่นฟังซิ มันยอมเมื่อไร เป็นอย่างนั้นละ 

ให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติตามธรรมพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นข้อยืนยันรับรองไว้เรียบร้อยแล้วว่าไม่มีผิด  ถ้าลงได้ปฏิบัติตามธรรม จะเห็นผลประจักษ์กับใจของเราโดยลำดับลำดา นอกจากเราเอากิเลสเข้าเหยียบย่ำทำลายธรรม กิเลสเป็นเหมือนส้วมเหมือนถาน ธรรมเป็นเหมือนทองคำทั้งแท่ง เวลานี้ความรู้ความเห็นความประพฤติเนื้อประพฤติตัวของเรามันเหลวแหลกแหวกแนว กิเลสเป็นกองมูตรกองคูถไปเหยียบธรรมคือความดีงาม โดยไม่สนใจกับความดีงามคือธรรมนั้นเลย  เพราะฉะนั้นความทุกข์มันถึงได้เต็มอยู่ทุกหย่อมหญ้า

ไปที่ไหนลองไปซิ บ้านใดเมืองใดว่าเขาเจริญๆ เจริญอะไร เอ้า เอาธรรมเข้าไปจับ มันเจริญที่ตรงไหน ไปเมืองนั้นเจริญ เมืองนี้เจริญ มันก็มีแต่อิฐแต่ปูนแต่หินแต่ทราย  ตั้งขึ้นกี่ห้องกี่หับกี่ชั้น มันก็มีแต่อิฐปูนหินทรายเหล็กหลาเท่านั้นละ  คนไปอยู่ถ้าเป็นคนเดือดร้อนมันก็ไปร้องครวญครางอยู่ข้างบน มีกี่ชั้นก็ร้องครางเช่นเดียวกับคนไข้ไปอยู่โรงพยาบาล เอาขึ้นชั้นไหนก็ตาม คนไข้หนักมันจะไปร้องครวญครางอยู่บนห้องโรงพยาบาลสูงๆ ชั้นสูงๆ นั้นแหละ เมื่อหายจากโรคแล้วอยู่ที่ไหนไม่ต้องไปอยู่ห้องนั้นชั้นนั้นชั้นนี้ มันก็สบายหมดถ้าเราไม่มีโรคมีภัย เราเป็นคนดีอยู่ไหนก็สบายๆ แล้วว่าเจริญๆ มันเจริญที่ตรงไหน ขอให้พี่น้องทั้งหลายพิจารณา

ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้พูดอย่างตรงไปตรงมา  เป็นภาษาธรรม ภาษากิเลสนี้อ้อมแอ้มๆ หลอกลวงต้มตุ๋น ดีบอกว่าชั่ว ชั่วบอกว่าดี นี่คือภาษาของกิเลส ภาษาของธรรมพูดอย่างตรงไปตรงมา ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ที่ว่าเจริญนี้มันเจริญที่ตรงไหน  กิเลสพาคนให้เจริญพาคนให้มีความสุขความสบายหายห่วงทุกอย่างมีที่ไหน ไม่เคยมี  มีแต่ธรรมเท่านั้นละ ดำเนินมากเท่าไร บำเพ็ญมากเท่าไรๆ ยิ่งมีความสงบเย็นใจหายห่วงๆ เป็นสุข บรมสุขได้เพราะการปฏิบัติธรรม  แต่การปฏิบัติตามกิเลสนี้ มีตั้งแต่ลงนรกอเวจีทั้งเป็นทั้งตายนั่นละ เมืองผีเมืองคนเต็มอยู่ด้วยฟืนด้วยไฟเหมือนกันหมด  นี่มันเจริญที่ตรงไหนถ้าไม่มีธรรม

หากต่างคนต่างมีอรรถมีธรรมในใจด้วยกันแล้ว จะมีความผาสุกเย็นใจ อย่างน้อยในครอบครัวของเรา บ้านเมืองของเรา  เมืองไทยของเราต่างคนหันหน้าเข้าสู่อรรถสู่ธรรมด้วยกัน  ยอมรับความจริงจากธรรม แล้วฝืนกิเลสตัวที่เคยเป็นข้าศึกตัวเป็นส้วมเป็นถานมาเหยียบย่ำทำลายธรรมนั้นออก ปัดออกตีออกชะล้างออก  ให้มีแต่ความดีงามอยู่ภายในจิตใจแล้ว  บ้านเมืองเราความสุขเราไม่ต้องไปหาที่ไหนละ  ดินฟ้าอากาศไม่ใช่ความสุขความทุกข์ ต้นไม้ภูเขาไม่ใช่ความสุขความทุกข์ ทั่วโลกแดนจักรวาลนี้ไม่ใช่ความสุขความทุกข์ ความสุขความทุกข์แท้อยู่ที่หัวใจของเรา ทำตัวไม่ดีก็เป็นความทุกข์ขึ้นมา ทำตัวดีก็เป็นความสุขขึ้นมา

ใจของเราเป็นผู้รับสัมผัสในความสุขและทุกข์ทั่วแดนโลกธาตุ มารวมอยู่ที่ใจนี้ทั้งหมด ร่างกายก็พลอยได้รับเพียงเท่านั้น แต่ใจเป็นผู้ได้รับอย่างหนักมากทีเดียว  เพราะการประพฤติตัวผิดจากแนวทางของธรรมที่ท่านสอนไว้  ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่กองทุกข์ไฟเผาหัวอกอยู่ตลอดเวลา  เมืองมนุษย์ก็หาที่ปลงที่วางไม่ได้ ไปเมืองผีก็ไปจมอยู่ในนรกเป็นมหันตทุกข์อยู่ในโน้นอีก เป็นของดีเมื่อไร การปฏิบัติตามกิเลสที่เคยหลอกลวงสัตว์โลกมานาน ธรรมไม่เคยหลอกลวงผู้ใดตั้งแต่ไหนแต่ไรมา จนกระทั่งบัดนี้  เป็นความซื่อตรงแน่วแน่ไปตลอดเวลา ให้พากันพินิจพิจารณา

การที่เราวิ่งตามกิเลสเราวิ่งมานานสักเท่าไร  เราได้ผลอะไรบ้างเป็นเครื่องตอบแทน พอที่จะนำออกไปอวดโลกอวดเพื่อนฝูงทั้งหลายว่า เราวิ่งตามกิเลสเรามีความสุขความเจริญอย่างนี้ ไม่เคยมี มีตั้งแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนทั้งนั้น  ผู้ปฏิบัติธรรมต่างหาก ท่านมีความสุขอยู่ภายในจิตใจของท่าน  ถึงท่านไม่ประกาศท่านก็มีความสุข เช่นอย่างพระกรรมฐานเรา ท่านไปปฏิบัติอยู่ในป่าในเขา ท่านอบรมศีลธรรม  ศีล สมาธิ ปัญญา จะเกิดขึ้นจากผู้บำเพ็ญภาวนา  ศีลรักษาดีแล้วเดือดร้อนที่ไหน นั่น สมาธิจิตใจที่เคยวุ่นวี่วุ่นวายส่ายแส่ในสิ่งนั้นสิ่งนี้ เอาจิตตภาวนาบังคับเข้าไป ให้จิตมีความสงบร่มเย็นด้วยคำบริกรรมของตน โดยความมีสติ จิตย่อมจะมีความสงบเย็นลงไปโดยลำดับ

เมื่อทำลงไปโดยลำดับ จิตจากสงบเย็นแล้วก็มีความแน่นหนามั่นคงขึ้นภายในตัวของเรา อิ่มอารมณ์ ที่หิวโหยไปตามสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยากรู้อยากเห็นอยากเป็นอยากทำอยากทดลองสิ่งนั้นสิ่งนี้ นี่เป็นความอยากล้วนๆ หายไปหมด  เพียงขั้นสมาธิเท่านั้นจิตก็อิ่มอารมณ์แล้ว สบาย แล้วอยู่สบายกัน  ธรรมท่านแสดงให้เห็นอย่างนี้ เปิดเผยอยู่ในหัวใจเรา ถ้าเราตั้งหน้าตั้งตาเปิดเผยธรรมขึ้นมา กราบไหว้บูชาอยู่ในหัวใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่ในหัวใจ  จากนั้นก็พิจารณาเอาซิ ทางด้านปัญญา ปัญญาเป็นเครื่องบุกเบิกเพิกถอนสิ่งที่ชั่วช้าลามก ที่เป็นฟืนเป็นไฟทั้งหลาย

คือ กิเลสอยู่ในหัวใจเรา เอาตปธรรมแผดเผามันเข้าไป ด้วยสติธรรม ปัญญาธรรม วิริยธรรม สมาธิธรรม ปัญญาธรรมฟาดลงไปๆ กิเลสทั้งหลายพังลงๆ   เมื่อทำไม่หยุดไม่ถอย ด้วยการสร้างความดี ความดีไม่ถอย กิเลสพังหมดเลย นั่นเห็นไหม  พระพุทธเจ้าท่านหาความสุขมาจากที่ไหน ตรัสรู้ธรรมปึ๋ง บรมสุขเกิดขึ้นที่พระทัยคือ ใจของท่านทีเดียว บรรดาพระสงฆ์สาวกตรัสรู้ธรรมปึ๋งนี้ เป็นพระอรหันต์ขึ้นมา บรมสุขเกิดขึ้นที่ใจแห่งเดียวไม่ต้องไปหาที่ไหนๆ ว่ามีบรมสุข  เกาะไหนแดนใดไม่เคยมี ดินฟัาอากาศไม่มีบรมสุขไม่มีมหันตทุกข์  มันมีอยู่ที่หัวใจของคนนี้ทั้งนั้น 

จึงพากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติตัวของเราให้เป็นคนดิบคนดี  ธรรมพระพุทธเจ้าไม่ใช่เป็นธรรมโมฆะ สอนโลกแบบโมฆะไม่เกิดประโยชน์ตามที่ปฏิบัติตามนั้นเลย เป็นประโยชน์ทั้งนั้นแหละ แต่เรามันเถลไถลไปหากิเลส แล้วเสกกิเลสเป็นของปลอมๆ มาเป็นของจริง มันจะเป็นของจริงได้ยังไง  เช่นธนบัตรเป็นของปลอม เสกขึ้นมากี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านมันก็ปลอมหมดนั่นแหละ ถ้าเป็นของจริงธนบัตรใบเดียวก็จริง ชนะได้หมด นี่ธรรมเป็นของจริง ดีได้คนเรา ขอให้ท่านทั้งหลายได้นำไปประพฤติปฏิบัติทุกคน

วันนี้สอนอรรถสอนธรรมให้รู้จักความดีงาม นำความดีงามไปประพฤติตน เป็นเด็กเป็นเล็กก็ให้เป็นเด็กดี  ให้มีเบรกห้ามล้อความประพฤติของตนอย่าเถลไถล เฉพาะยาเสพย์ติดนี้เป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก เด็กอย่าแตะเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากตายทั้งเป็น หมดราค่ำราคาหาความหมายไม่ได้เลยก็คือยาเสพย์ติดนี่ การพนันขันต่อก็เหมือนกัน เหล่านี้เป็นเพชฌฆาตสังหารวัยเด็กได้เป็นอย่างดี หมดความหมายไปทันทีทันใด  คนเล่นการพนันนี้เป็นคนไม่มีหลักมีเกณฑ์เชื่อถือไม่ได้ เพื่อนฝูงก็เชื่อถือไม่ได้ คนดีทั้งหลายไม่เข้าติดเข้าพันได้เลย นี่คือการพนันทำตัวให้เหลวแหลกแหวกแนวเสียหายไปหมดเลย ไม่มีใครอยากคบค้าสมาคม ยิ่งยาเสพย์ติดนี้ด้วยแล้วขาดสะบั้น คอขาดตั้งแต่ยังไม่ตาย พากันระมัดระวังลูกหลานทุกคน ไม่ว่าผู้ใหญ่ มันเสียได้ทั้งนั้นแหละถ้าลงไปทำความเสียแล้วต้องเสียได้ 

วันนี้ได้เทศนาว่าการเรื่องศีลธรรมเข้าสู่จิตใจของชาวพุทธเรา ขอให้มีบ้างนะพี่น้องทั้งหลาย ธรรมไม่ครึไม่ล้าสมัย คงเส้นคงวาหนาแน่นท่านเรียกว่าอกาลิโกๆ  ไม่มีกาลสถานที่เวล่ำเวลามาตัดทอนความดีที่เราทำแล้วได้เลย เป็นความดีตลอดเป็นธรรมตลอดไป  แล้วธรรมก็เป็นอกาลิโกเหมือนกัน ถ้าใครทำความชั่วช้าลามกตามกิเลส ผลก็เป็นความเดือดร้อนขึ้นมาทันทีทันใดเช่นเดียวกัน  ทั้งธรรมทั้งกิเลสมีอยู่ในใจของเราด้วยกันทุกคน  ใครเอื้อมไปทางไหน เอื้อมไปทางกิเลสๆ ก็ต้มไปเรื่อยเลยแหลกเหลวไปเรื่อย เสียคนทั้งคน ใครเอื้อมไปทางธรรมปฏิบัติตามธรรมเป็นคนมีคุณค่าขึ้นมา  มีความสุขความเจริญมีความเย็นใจขึ้นมา ความหวังมี ความหวังมีตลอดสำหรับคนสร้างความดี แต่คนสร้างความชั่วนี้ไม่มีหวัง หวังเท่าไรก็ไม่ได้

วันนี้ได้พูดถึงธรรมที่พระพุทธเจ้านำมาสั่งสอนสัตว์โลกเป็นธรรมล้วนๆ สอนได้มาตั้งแต่เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ทำไมสอนมนุษย์เราจะสอนไม่ได้  ศาสนาวางลงที่มนุษย์นี้แท้ๆ ทำไมจะสอนมนุษย์เราไม่ได้ กลายเป็นเศษเป็นเดนมนุษย์ไปหมดเลย ธรรมก็เลยเป็นเศษเดนของธรรม เป็นทองทั้งแท่งตั้งแต่กิเลสตัณหา กิเลสตัณหามันเป็นส้วมเป็นถาน เวลานี้มันกำลังทับถมธรรมไม่ให้มีภายในจิตใจของสัตว์ของบุคคลเลย แล้วจะมีตั้งแต่ความทุกข์ความเดือดร้อน นรกเมืองคนก็คือมนุษย์ของคนที่วิ่งตามกิเลสนั่นละ สมบัติในเมืองคนที่ดีงามก็คือคนมีศีลมีธรรม ให้พากันจดจำ

วันนี้พูดถึงเรื่องความดิบความดี ที่จะเข้าแทรกให้เราให้เป็นแกนนำในการประพฤติตัว เพื่อความเป็นคนดี เพื่อมีหลักฐานมั่นคงแก่ตัวของเราและส่วนรวมต้องมีธรรมเข้าแทรกเสมอ  ถ้าไม่มีธรรมแล้ว อย่างไรก็ไม่มีความหมายอะไร ว่าเจริญๆ ก็มีแต่ลมปากเท่านั้น ความเดือดร้อนไม่เกินมนุษย์นี้ละ ที่ชอบเสกสรรปั้นยอ ให้พากันจำ วันนี้ก็ได้พูดถึงเรื่องธรรมทั้งหลายเพื่อแทรกจิตใจของพี่น้องทั้งหลาย

เรื่องการช่วยชาติของเรา เรายกให้เลยว่าพี่น้องชาวจันทบุรี  เป็นท่านผู้ที่มีความจริงจังอยู่มากทีเดียว หลวงตาเคยพูดเคยชมอยู่เสมอ มีความจริงจัง มีหลักมีเกณฑ์ แน่นหนามั่นคงมากอยู่ มาทีไรๆ เช่นอย่างมาเรื่องเกี่ยวกับร่วมบริจาคการช่วยชาตินี้ ทองคำก็ได้ดังที่ท่านทั้งหลายได้จาระไนไปเรียบร้อยแล้วนั้น  นั่นเป็นความจริงหลวงตาชมเชยว่าเป็นผู้มีความพร้อมเพรียงสามัคคีซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี มีน้ำใจ จริงจังต่ออรรถต่อธรรม ผลก็ปรากฏขึ้นมาจำนวนสักกี่ล้าน หลวงตาจึงขอชมเชยและอนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลายชาวจันทบุรี จากนั้นก็กระจายไปทั่วประเทศไทยเรา

เฉพาะกรุงเทพนั้นเรียกว่าเป็นเมืองเอกแล้ว สมบัติทั้งหลายก็ออกจากนั้นเป็นส่วนใหญ่ แต่นั้นเป็นเมืองเอก เราเป็นเมืองน้อย เมื่อดีขนาดไหนก็ควรจะได้รับการชมเชยจากเมืองใหญ่จากผู้ใหญ่ซิ  เช่น เด็กทำดีมาจะไม่ชมเชยเด็กเป็นความดีได้หรือ นี่เราถึงจะไม่ใช่เมืองใหญ่ก็ตามแต่เราเป็นคนดี เมืองเราเป็นเมืองดีก็ต้องบอกว่าดี ต้องชมเชยกันไปตามความดิบความดี  ตำหนิกันไปตามโทษของคนที่ทำความชั่ว จึงขออนุโมทนาและขอบคุณกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ที่ช่วยชาติบ้านเมืองของเราด้วยความเอาจริงเอาจัง

ไม่ว่าไปที่ไหน มาจังหวัดจันทบุรีนี้หลายครั้งหลายหน โอ๊ย สมบัติทั้งหลายนี้ได้อย่างภาคภูมิใจๆ ตลอดมา มาคราวนี้ก็ได้ตั้งเยอะ ตั้ง ๔๐ กว่ากิโลแล้วนี่  ยังจะได้ต่อไปอีก ถ้ามีผู้มาถวายอีกหลวงตาจะเอาอีก จะประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบอีก เพราะมาหาทองคำหาดอลลาร์นี่นะ ใครอยากให้ประกาศก็เอามา หลวงตาจะประกาศให้เลยพร้อมกับชี้ใส่ทองคำนั้นเลย

เราขอขอบคุณกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย  แล้วก็มีพระเป็นหัวหน้า เป็นประธานสำคัญเช่นท่านฟัก เป็นผู้มีความสำคัญมากในการประสานเรื่องราวประชาสัมพันธ์นี้ ท่านฟักเป็นอยู่ เพราะความเห็นแก่ชาตินั่นเอง จึงอุตส่าห์พยายามสละ ทั้งๆ ที่ขามี ๒ ขาก็ใช้ได้ขาเดียว  ขาเดียวก็เอา ใจมีนี้ท่านก็อุตส่าห์พยายามไปที่นั่นที่นี่ ติดต่อสื่อสารไปทุกแห่งทุกหน  ผลได้มาก็คือพี่น้องทั้งหลายได้รวมเป็นมหากุศลขึ้นมาช่วยชาติ ดังที่เห็นอยู่นี้แล วันนี้จึงขอขอบคุณและอนุโมทนาท่านทั้งหลายเป็นอย่างมาก ถ้าพูดมากกว่านี้ก็รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เพราะตอนบ่ายนี้ก็ไปเทศน์ที่ไทรนองทางนู้นมาแล้ว  หมดลมแล้วก็มาหายใจใหม่  มานี้ก็มาเริ่มเทศน์อีก นี้กำลังจะหมดลมหายใจแล้ว แล้ววันพรุ่งนี้จะไม่มีลมหายใจกลับไปทางเมืองชล  จึงสงวนลมหายใจไว้

วันนี้จึงขอเทศนาว่าการสงเคราะห์พี่น้องทั้งหลายได้เพียงแค่นี้  และการเทศนาว่าการนี้ เทศน์ด้วยความเป็นอรรถเป็นธรรมด้วยกัน และมีแต่ภาษาธรรมล้วนๆ ไม่มีภาษากิเลสปลิ้นปล้อนหลอกลวงต้มตุ๋นด้วยความนิ่มนวลอ่อนหวานประการใดเลย  มีแต่ความสัตย์ความจริง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกเรื่อยไป อย่างนี้เรียกว่าภาษาธรรม ตายใจได้ ใครปฏิบัติตามธรรมแล้ว พ้นภัยๆ ถ้าปฏิบัติตามกิเลสแล้วถูกต้มๆ  ให้พากันจำเอา

การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่ธาตุแก่ขันธ์ แก่กาลเวลา  ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นต้น ฝ่ายพระก็มีท่านฟัก เป็นประธานในงานที่สมานทุกแห่งทุกหน ไกลใกล้ท่านไปได้หมด อันนี้ก็ขอชมเชยเป็นกรณีพิเศษเพราะไม่เห็นใครทำอย่างท่าน ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาท่านทั้งหลายทั่วหน้ากันเทอญ. (สาธุ)

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก