ทำท่าจะมายกศาสนา
วันที่ 22 มกราคม 2546 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ [เช้า]

ทำท่าจะมายกศาสนา

 

[ก่อนจังหัน]

         วันนี้หลวงตาก็จะไปประมาณสักบ่ายโมง คือไปให้กำลังใจ แสดงน้ำใจ แต่เวลาประชุมเราไม่เข้าประชุม เพราะเรื่องราวเรามอบให้หมดแล้ว ทองคำที่เรากำหนดจดจ่อเอาไว้ในการมากรุงเทพฯ คราวนี้ ว่าทองคำมาคราวนี้ไม่ควรจะให้ต่ำกว่า ๕๐ กิโล ที่เน้นหนัก ๆ เมื่อเช้าวานซืนหรือไง ได้แล้วเวลานี้ ได้ทองคำ ๕๔ กิโล กับ ๓๙ บาท ๔๕ สตางค์ ฟาดเข้าไป ๕๔ กิโล มันต้องมีชนะไปเรื่อย แพ้ไม่ได้นะ ภาวนาแพ้เป็นพัก ๆ คือเอากันให้ชนะเป็นพัก ๆ ถ้าพักไหนแพ้วันนั้นนอนไม่หลับ เคียดแค้น นิสัยจะว่าบ้าบิ่นอะไรก็ไม่รู้ มันเป็นจริง ๆ ถ้าลงได้ปักตรงไหนแล้วต้องให้ขาดทะลุเลย ปักใส่ความเพียรมันฟาดเราหงายเลย นอนไม่หลับ คึกคักเอาอีก ซัดกันจนกระทั่งผ่านได้ พอใจ

            เราตั้งในจุดนี้ก็พอใจ มันหนักตรงไหนก็ตั้งลง อยู่จุดไหนก็หนักตรงนั้น นี่ทองคำที่เราได้หลังจากมอบเรียบร้อยแล้วนั้นเวลานี้ได้ ๙๔ กิโล ๔๕ บาท ๘๕ สตางค์ ตั้งแต่มอบมารวมทั้งหมด ส่วนดอลลาร์ได้ ๙๘,๒๓๑ ดอลล์ จวนจะถึงแสนแล้ว  เราไม่ค่อยคิดอะไรมากนะ เดือนเมษาฯ เป็นแต่เพียงว่าคิดอยากเฉย ๆ คืออยากจะได้มอบตอนนั้น เพียงคิดอยาก ไม่ได้ตั้งจุดอะไรลงแหละ คิดอยากธรรมดา

 

[หลังจังหัน]

            นี่ธรรมลีเก่งอยู่ ได้ทองคำมาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงไปถามลูกศิษย์ว่า ธรรมลีมารบกวนอะไรบ้างล่ะ ได้ทองคำมา ๖ บาทแล้ว ดอลลาร์ได้ ๕๑๘ ดอลล์ ของธรรมลี ผาแดง เรียกธรรมนั้นธรรมนี้ มาคราวนี้ได้ทองคำนี่ ๕๔ กิโลแล้วนะ ตั้งแต่เราออกเดินทางมาวันที่ ๑๐ จนกระทั่งถึงวันที่ ๒๑ ทองคำได้ ๕๔ กิโลแล้ว กว่าจะถึงวันกลับคือวันพรุ่งนี้มันค่อนข้างจะแน่ว่า ๕๕ กิโลว่ะ ทีแรกตั้งไว้ว่าได้ ๕๐ กิโลก็ยังดี เรามุ่งอยากจะได้อย่างน้อยพอให้ได้ ๕๐ กิโล มาคราวนี้ ปุ๊บปั๊บเอาทันที ตอนเย็นฟาดเข้ามา ๒ กิโล ได้เยอะนะ เราคิดว่าจนกระทั่งถึงวันกลับ ดีไม่ดี ๕๕ ดอลลาร์เราครบแสนแล้ว มีแต่จะเตรียมเอาเลยแสนเท่านั้นเอง

ทองคำเรากะไว้ว่ามาคราวนี้เป็นเครื่องหมายที่เราต้องการอยู่ก็คือว่า ควรจะได้ทองคำน้ำหนัก ๕๐ กิโล เวลาได้ ๕๔ กิโลแล้ว กว่าจะถึงเวลากลับน่าจะถึง ๕๕ กิโล เราก็พอใจเอาเป็นระยะ ๆ อย่างนี้ ดอลลาร์กับทองคำเคียงข้าง ๆ กันไป ทองคำเป็นอันดับหนึ่ง ดอลลาร์เคียงข้างกันมาเป็นอันดับสอง ส่วนเงินสดนี้กลายเป็นอันดับสามไป คือเราไม่ได้เจาะจงอะไรมากนัก เพราะจุดที่เรามุ่งหมายจริง ๆ ก็คือ ทองคำ ๆ อยู่ตลอดเวลา ยังไงขอให้ได้ ๑๐ ตัน ที่เราจุดมุ่งจริง ๆ ในการช่วยโลกคราวนี้ เรียกว่าเป็นคราวประวัติศาสตร์ของเมืองไทยเรา จึงไม่ควรจะให้ทองคำน้ำหนักต่ำกว่า ๑๐ ตัน เราตั้งไว้กึ๊กตรงนั้นแล้ว เพราะตอนที่เราจะมาออกประกาศนี้ เราพิจารณาเต็มสัดเต็มส่วนทุกอย่างแล้ว ลงในจุดนี้เหมาะ ส่วนดอลลาร์ก็เคียงข้างกันไป

นี่วันที่ ๒๓ ก็จะกลับ พักวันที่ ๒๔ วันเดียว วันที่ ๒๕ ก็ไปร้อยเอ็ดไปค้างคืน ไม่ได้อยู่นะเรา เพื่อชาติทั้งนั้นแหละไม่เพื่ออะไรแหละเรา เพื่อชาติอย่างเดียว เราไม่หวังอะไรหมด หวังให้ชาติของเราได้มีความร่มเย็นเป็นสุขแน่นหนามั่นคง เราเป็นที่พอใจ

วันนี้ก็จะมีการประชุมที่พระท่านจำนวนพัน ๆ หมื่น ๆ นะ เต็มอยู่วัดอโศการาม อยู่ที่นั่นที่นี่วันนี้ก็จะไปรวมกันที่วัดอโศการาม พระเหล่านี้ท่านอยู่สบาย ๆ ในป่าในเขาท่านอยู่สะดวกสบาย ขวนขวายหาธรรมตลอดเวลา ที่อยู่นอกนั้นก็เป็นความสงบใจด้วยความเป็นผู้มีศีลมีธรรม ท่านอยู่สบาย แล้วอยู่ๆ  ก็อย่างนี้แหละเห็นไหมล่ะ ตกลงท่านก็ต้องมา ท่านบำรุงรักษาตลอดเวลาศีลธรรม เพื่อท่านและเพื่อส่วนรวมตลอดชาติบ้านเมือง ท่านอุตส่าห์พยายามตลอดเวลา อยู่ในที่ต่าง ๆ ด้วยความสงบสุขร่มเย็นโดยธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองรักษา แล้วอยู่ ๆ ก็เดือดร้อนถึงพระเหล่านี้ เดี๋ยวนี้พระเดือดร้อนทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหน ๆ ไม่ว่าธรรมยุต-มหานิกาย เรียกว่าพระไทยด้วยกัน ต้องได้เดือดร้อนวุ่นวาย มาเวลานี้ที่มาประชุม ท่านเหล่านี้มาประชุมทำความกระทบกระเทือนเดือดร้อนเสียหายแก่ชาติและศาสนาตรงไหน เราพิจารณาเรียบร้อยแล้ว

มาเพื่ออุ้มชู เพื่อรักษาพุทธศาสนา ปกป้องพุทธศาสนา กับชาติที่อยู่ด้วยกัน มันเกี่ยวโยงถึงกันอยู่ เรียกว่าปกป้องทั้งชาติทั้งศาสนาไปด้วยกัน ที่ท่านอุตส่าห์มานี่ มานี้มาโดยความเป็นธรรมล้วน ๆ เราพิจารณาเรียบร้อยแล้วที่พระท่านมากัน เป็นธรรม ไม่ได้เป็นโจรเป็นมาร เป็นกองทัพป่า กองทัพเถื่อน หาบุกนั้นหาบุกนี้ ม็อบนั้นม็อบนี้อย่างนั้น นั่นพวกเปรต พวกผี ไม่มีธรรมวินัยเป็นเครื่องวัดเครื่องตวงเลย เป็นเรื่องเปรตเรื่องผี เรื่องนอกลู่นอกทางของธรรมของศาสนาไป ทำท่าว่าจะมายกศาสนา ฟังซิน่ะ ร่างบัญญัตินั้นร่างบัญญัตินี้ขึ้นมา ลุกลี้ลุกลนทั้งที่ลับที่แจ้ง ฉวยได้ฉวยเอาๆ

ประชุมอะไร ๆ ก็ทำท่าประชุมแล้วรวบรัดๆ จะเอาเป็นเจ้าอำนาจแต่ผู้เดียว คนทั้งประเทศมันมีหูมีตาทุกคน รู้ด้วยกันทุกคน ผิดถูกทำไมจะไม่รู้ นี่ละพระเหล่านี้ที่ท่านอยู่ในป่า ท่านรู้ได้ยังไง พิจารณาซิ ก็ท่านมีหูมีตารักษาองค์ของท่านและส่วนรวม ตลอดชาติบ้านเมือง พร้อมกับศาสนาที่ท่านเทิดทูนตลอดเวลา นี่ท่านรักษามาตลอดเวลา เมื่อมีการกระทบกระเทือนจะทำความเสียหายแก่สิ่งที่ท่านเทิดทูนสุดยอดคือศาสนา ท่านก็ต้องมาปกป้องรักษาหลักธรรมหลักวินัย ซึ่งเป็นธรรมที่ศาสดาประทานเอาไว้

อันนี้ใครมาประทานที่ไหน นอกจากเปรตจากผีมาแย่งมาชิง อวดอำนาจเป็นใหญ่เป็นโตเท่านั้น ป่า ๆ เถื่อน ๆ เพราะเห็นแก่ลาภแก่ร่ำแก่รวย แก่ยศถาบรรดาศักดิ์ ป่า ๆ เถื่อน ๆ โดยหาความดีไม่ได้ จะให้เขายกย่องสรรเสริญตนว่าเป็นผู้มีคุณงามความดี มีอำนาจมาก บังคับที่ไหนลากไปเลย ๆ อย่างนั้นนะ จะมาบังคับพระสงฆ์ทั้งประเทศไทยให้อยู่ในอำนาจป่าเถื่อนของตนเอง แล้วพระสงฆ์ท่านเป็นหมาหรือเป็นคน ท่านก็เป็นคนนี่แหละ ท่านรักษาธรรมวินัยตลอดเวลา

ธรรมวินัยใครเป็นผู้ประทานให้ ก็พระพุทธเจ้าประทานให้ ให้ความร่มเย็นแก่โลกมาสักเท่าไร เทวบุตร เทวดา อินทร์ พรหม พระพุทธเจ้าประทานความร่มเย็นให้ทั้งนั้น จนกระทั่งมาถึงเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธของเรา ท่านประทานมาให้เรียบร้อยแล้ว ปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนาร่มเย็นเป็นสุข ทางวัดก็ไม่ว่าวัดบ้านวัดป่า ต่างคนต่างรักษาศีลธรรม บำรุงพุทธศาสนาในตัวของเราเองตลอดมา ท่านได้รับความร่มเย็น แล้วอยู่ ๆ ท่านก็ได้เดือดร้อน นี้มากระทบกระเทือนกัน พวกที่มาตั้งบัญญัติใหม่ เรียกว่าประหนึ่งว่าเป็นศาสดาองค์ใหม่ แล้วจะมาเหยียบหัวศาสดาองค์เก่า ลูกศิษย์ลูกหาของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นถูกเหยียบไปหมด ด้วยศาสดาองค์ใหม่ องค์ใหม่หรือองค์ไหม้ ฟังเข้าตรงนั้นซิ ใหม่ก็มี ไหม้ก็มี กำลังจะมาไหม้ไปหมด

แล้วเป็นยังไงเราเป็นเจ้าของของชาติบ้านเมือง เราไม่ใช่เต่าพอที่จะหดหัวอยู่กระดองนี่นะ สมบัติเป็นของเราทุกคน แม้แต่ลูกของเราเกิดขึ้นมาในหัวอกของเราก็เป็นลูกของเรา รักขนาดไหน แล้วคนทั้งชาติจะไม่รักชาติของตนมีอย่างเหรอ มันก็ต้องรักชาติ สงวนชาติ ปกป้องรักษาชาติซิ อะไรเข้ามาเหยียบย่ำทำลายซึ่งเป็นความเสียหายโดยถ่ายเดียวแล้วท่านจะรอไม่ได้ เมืองไทยไม่ใช่เป็นเมืองเต่า เป็นหุ่นหัวเต่านะ เมืองไทยเป็นเมืองสมบูรณ์แบบ ประเทศไทยเป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ จะมาทำสุ่มสี่สุ่มห้า สุกเอาเผากิน ด้วยความหิวกระหาย เรื่องลาภเรื่องยศ เรื่องความโอ้ความอวดป่า ๆ เถื่อน ๆ อำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ ไม่ได้ว่างั้นเลย

นี่ละที่พระท่านจะไปประชุมกันวันนี้ เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ของง่ายเมื่อไร ท่านมาด้วยความสงบใจ มาด้วยศีลด้วยธรรม มาปกป้องศาสนา ไม่ได้มาทำลายศาสนา ไม่ได้มาให้เกิดความกระทบกระเทือนแก่ผู้ใด ตลอดถึงการกระทบกระเทือนต่อพระธรรมวินัย ท่านไม่มี ท่านมาด้วยความเป็นธรรมของพระ ท่านจะมาประชุมวันนี้ พี่น้องทั้งหลายคอยฟังก็แล้วกัน อยากจะไปชมท่านก็ได้ พระป่าจะมามากคราวนี้นะ ตามธรรมดาพระป่าท่านจะไม่ค่อยออกมาตามบ้านตามเมืองนักหรอก

นอกจากครูบาอาจารย์ที่เขานิมนต์มาในกิจการงานต่างๆ เป็นกาลเป็นเวลาท่านก็ออกมา แต่ส่วนมากหรือลูกศิษย์ของท่านอยู่ในป่าทั้งนั้นไม่ออก หัวหน้าไปนั้นไปนี้ลูกวัดก็ปฏิบัติบำเพ็ญตนอยู่ในวัดในวา เต็มสัดเต็มส่วนเรื่อยมาอย่างนี้น่ะ ที่มานี้ก็คือหัวหน้าวัดๆ ลูกวัดก็มา หัวหน้าวัดก็มาบางแห่ง มาไม่มากนัก แต่หัวหน้าวัดนั้นละเป็นหลักใหญ่ที่ท่านออกมาปฏิบัติหน้าที่ คุ้มครองรักษาชาติ ศาสนาของเรา ที่เราเทิดทูนมาเป็นประจำตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษมา เทิดทูนกราบไหว้พระพุทธเจ้าตลอดมา แล้วได้ความร่มเย็น

การปฏิบัติตามธรรมวินัยคือศาสนาของพระพุทธเจ้านี้ เป็นความสงบร่มเย็นตลอดมา แล้วทำไมเวลานี้ถึงเกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย พิจารณาเอาซิ อะไรที่มันขัดต่อธรรมต่อวินัย ก็คือขัดต่อความสงบสุขของบ้านเมืองนั่นเอง นี่ละเหตุที่จะได้มาพินิจพิจารณา แก้ไขปกป้องรักษา เพราะเหตุนี้เองที่พระท่านมา ท่านไม่ได้มาป่า ๆ เถื่อน ๆ ไปหาชักชวนเอามา ๆ ตั้งขบวนขึ้นม็อบนั้นม็อบนี้ ดันนั้นดันนี้บีบนั้นบีบนี้ท่านไม่มี ท่านไม่หาบีบใครพระเหล่านี้ วันนี้ท่านจะประชุมกัน

พระอยู่ในป่ามันของเล่นเมื่อไร ท่านอยู่แบบเงียบ ๆ นะ เรื่องศีลเรื่องธรรมเรื่องมรรค เรื่องผล เราจะไปพูดตามความรู้สึกของเราทั้งที่ได้ประจักษ์มามากต่อมากแล้วมันก็มารวมอยู่ที่จิตใจ เป็นความรู้สึกอย่างแน่นเลยว่า ผู้ทรงมรรคทรงผลส่วนมากมักจะอยู่ในป่า ว่างั้นเลย นับแต่ครั้งพระพุทธเจ้าลงมา เป็นสาวกอรหัตอรหันต์มากต่อมาก อยู่ในป่าบำเพ็ญในป่าๆ แล้วออกมาก็เป็นสรณะของโลก พระเหล่านี้ท่านจะเดินตามทางศาสดาของเราดำเนินมาอยู่ในป่าในเขา ท่านไม่ค่อยออกมาแหละ นาน ๆ ท่านจะมาทีหนึ่ง ๆ ท่านมุ่งต่ออรรถต่อธรรม คราวนี้เป็นคราวจำเป็น มันเกี่ยวโยงทั้งชาติทั้งศาสนา พระที่เป็นพระชาติไทย ลูกศิษย์ของตถาคตก็ต้องมา มันเกี่ยวโยงถึงกัน

เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านทั้งหลายจะได้เห็นพระจำนวนมากที่มารวมกันที่วัดอโศการาม ทราบมาแล้วว่า โหย เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ไม่ใช่เล่นนะ ท่านมาด้วยความพออกพอใจที่จะปกป้องรักษาพุทธศาสนา ชาติ ศาสนาของเรา ไม่มีใครไปบีบไปบังคับท่านมา ใครก็ทราบเรื่องราวด้วยดีแล้ว ท่านก็มาตามเรื่องราวนั้น ใครที่จะบีบบังคับใครไม่เห็นมี หัวหน้าก็พูดถึงเรื่องความเป็นอรรถเป็นธรรม ความดี ความชั่ว ความผิด ความถูกประการใด ให้ทราบทั่วหน้ากัน ใครก็นำไปพินิจพิจารณา จะควรแก้ไขยังไงก็ปรึกษาหารือกันล่ะซี คนเรารักษาชาติและศาสนา ไม่ปรึกษาหารือกันเพื่อชาติศาสนาของตนจะปรึกษาเพื่ออะไร นี่ละที่ท่านมา มาอย่างนี้เอง

วันที่ ๒๑ ดอลลาร์ได้เป็นแสนแล้วนะ ทองคำเราก็ได้ ๕๔ กิโล กับ ๓๙ บาท ๔๕ สตางค์ กำลังจะเหยียบเข้า ๕๕ กิโลแล้ว เมื่อวานซืนวิตกวิจารณ์มากเรา พูดออกมาด้วยความวิตกเกี่ยวกับว่าทองคำ มาคราวนี้ไม่ควรจะให้ต่ำกว่า ๕๐ กิโล ถ้าได้จุดนี้เราก็พอใจในการกลับอุดรคราวนี้ แล้วบรรดาลูกศิษย์ก็ปุ๊บปั๊บซัดเข้ามาเลย ขึ้นไปเป็น ๕๐ เดี๋ยวนี้ก็เพิ่มเข้าไปแล้ว เรื่อยเลย ตกลงเป็นอันว่าได้ ๕๔ กิโล ๓๙ บาท ๔๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๙๘,๐๐๐ เวลานี้ทราบว่าได้เป็นแสนแล้ว ส่วนเงินสดนั้นได้เท่าไรเราเป็นผู้พิจารณาเอง ที่จะคอยคัดเข้าไปทองคำ เราพยายามเรื่อยคัดเข้าเรื่อยๆ ทางรอบด้าน ทางนั้นขอทางนี้ขอ ดึงทางนั้นดึงทางนี้ ไม่ทราบจะแยกไปทางไหนบ้าง ไอ้เราก็เลยจะตาย ทั้งจะแยกเข้าทองคำ ทางนี้ก็ขอนั้นขอนี้รอบข้าง นี่ที่ลำบากเหมือนกันนะเรา

เพราะฉะนั้นจึงเอาความแน่นอนไม่ได้ในเรื่องเงินสดนะ แต่ยังไงก็อยู่ในความพิจารณาของเรา เพราะเราถือทองคำเป็นน้ำหนักอันดับหนึ่ง ยังไง ๆ เราจะต้องพยายามคัดเข้า ได้มากได้น้อยตามเงินสด คัดเข้าบัญชีเพื่อทองคำ เข้านั้นแล้วจะไม่ออกภายนอก จะออกเฉพาะที่ยังไม่ได้คัดเข้า ส่วนที่คัดเข้าแล้วรอที่จะซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเท่านั้น จึงพยายามคัดเข้า ไม่ได้มากก็คัดเข้าอยู่เรื่อย ๆ อย่างนั้นแหละ มันก็มากเอง

บรรดาพระเจ้าพระสงฆ์ท่านก็ช่วยเหลือกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องช่วยชาติคราวนี้เกี่ยวข้องกับสมบัติเงินทองนี่ ก็ช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วยมาเรื่อย ๆ ทั้งฝ่ายธรรมยุต-มหานิกายนั้นแหละ เป็นลูกของชาติ ลูกของพระพุทธเจ้าด้วยกัน ต่างคนก็ต่างช่วยเต็มกำลังของตัวด้วยกันนั่นแหละ ช่วยเรื่อยมา พระเจ้าพระสงฆ์ไม่ได้นอนใจ เฉพาะวงกรรมฐานนี้รู้สึกว่าหนักมากอยู่ ช่วยมาเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ มีเท่าไรไม่เหลือ อย่างพี่น้องทั้งหลายนำกฐินไปทอดทางภาคอีสาน ไปทอดวัดกรรมฐานวัดนั้นวัดนี้ ทอดวัดไหนก็มารวมหาหลวงตาบัวนี่แหละ เป็นทองคำบ้าง ดอลลาร์บ้าง สักเดี๋ยวก็เข้านี้ ไปทอดวัดไหนท่านรับแล้วท่านก็ซื้อทองคำมาเลย ท่านไม่ได้สนใจที่จะเก็บนะ ได้มากได้น้อยไม่นานแหละ สักเดี๋ยวมา นี่ได้ทองคำเท่านั้น ดอลลาร์เท่านี้ แล้วเงินสดเท่านั้น มาเข้านี้ ๆ อยู่งั้นละ

บรรดาพระกรรมฐานท่านรู้สึกจะหนักพอสมควร คราวช่วยชาติบ้านเมือง ท่านช่วยจริง ๆ เต็มเม็ดเต็มหน่วย ใครได้เท่าไร ๆ รู้เลย ๆ ไปทอดกฐินวัดไหน มาวัดป่าบ้านตาดทั้งนั้นแหละ กฐินเหล่านี้ มานี้ก็เข้านี้ ไม่ไปไหน วันนี้เทศน์แล้วนะ พี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบทั่วหน้ากัน วันนี้จะมีการประชุมพระ การประชุมก็พูดแล้ว ต่อไปนี้จะให้พรนะ ๙ โมงแล้ว

 

อ่านและฟังเสียงพระธรรมเทศตาของหลวงตา วันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.com or www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก