วันบูชาคุณพระพุทธเจ้า
วันที่ 26 พฤษภาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

วันบูชาคุณพระพุทธเจ้า

วัดภูสังโฆถวายไทยทานวันนี้ทองคำ ๑ กิโล ๒ บาท ดอลลาร์ ๑,๐๗๒ ดอลล์ เงินไทย ๑๕,๐๐๐ บาท กรุณาอนุโมทนาด้วยกัน (สาธุ) เมื่อวานนี้เสียงเริ่มแผดขึ้นบ้างแล้ว เพราะ ๔ วันติดกันมา ทองคำไม่ได้สักสตางค์หนึ่ง ไม่ต้องว่าสลึงว่าบาทหรอกนะ ๔ วันติดกันนี้ทองคำไม่ได้สักสตางค์ มันยังไง ขึ้นแล้วนะ หือ เมืองไทยเรา ๖๒ ล้านคนมันเป็นยังไง ประกาศลั่นวันนี้เหรอความไม่เอาไหน ขึ้นแล้วนั่น พอหลังจากนั้น เมื่อวานนี้ได้ ๑ กิโล แล้วต่อมาก็เรื่อย ๆ เศษอีกก็เยอะนะ ๖ บาท ๘๙ สตางค์ วันนี้ก็เพิ่มขึ้นอีกแล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เรามุ่งหมายไว้อย่างแรงกล้านี่นะไม่ใช่มุ่งธรรมดา เราไม่ได้พูดแบบปรอย ๆ นะ ทุกอย่างลงว่าอะไรจริงถึงเหตุถึงผลจริง ๆ ทองคำตั้ง ๔ วันไม่ได้สักสตางค์ โห มันอยู่ได้เหรอเราว่าอย่างนี้ หัวหน้าก็กระเทือนใหญ่ละซี ใส่เปรี้ยงปร้าง ๆ เมื่อวานนี้ ก็ยังไม่เคยมีทองคำ ๔ วันไม่ได้สักสตางค์นึง แล้วดอลลาร์ก็วิ่งตามเขาด้วยนะ เห็นเขาไม่ได้ดอลลาร์ก็ไม่ได้มันยังไงกันนี่ ขึ้นหนักใหญ่เลย ทีนี้พอดีทองคำมานี้ดอลลาร์ก็มา เฉพาะวันนี้ ๒,๐๐๐ แล้วสำหรับดอลลาร์ เศษอีก ๗๒ ดอลล์

เราต้องได้พิจารณาให้ละเอียดลออนะพี่น้องชาวไทยเรา อย่าให้เห็นนะความจืดความจางความเฉื่อยชาไม่เอาไหน แล้วความจมนี่คือเมืองไทยเรานะ แล้วจะติดนิสัยสันดานอ่อนแอนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ดีเลย เพราะเมืองเราเป็นเมืองพุทธ เมืองพุทธมีเหตุมีผลทุกอย่าง ไม่ใช่ทำไปแบบสุ่ม ๆ เดา ๆ พุทธศาสนาองค์ศาสดานี้เต็มด้วยคลังแห่งเหตุผลทุกอย่าง แล้วก็รวมเป็นธรรม พระพุทธเจ้าดำเนินมาจนได้เป็นศาสดา เหตุกับผลพร้อมกันแล้วเป็นศาสดาขึ้นมา นี่พวกเราก็เดินตามท่าน

เวลานี้เราก็ทราบทั่วเมืองไทยกันแล้วว่า เรากำลังรื้อฟื้นชาติไทยของเราขึ้นจากหล่มลึก เริ่มลงหล่มลึกเรื่อย ๆ แล้วฟื้นขึ้นมา เวลานี้ก็พอหายใจได้บ้าง ทองคำก็ได้แล้วเวลานี้ ๕ ตันกับ ๑๒๐ กิโล นี่เรามุ่งไว้ให้สมเกียรติกับเมืองไทยเรา วางลงจุดไหน ๆ พิจารณาแล้วยังไม่สมเกียรติเมืองไทยเราเลย เราจึงได้ตั้งจุดเอาไว้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ว่าคราวนี้เป็นคราวที่ช่วยชาติไทยของเราอย่างมาก รู้กันทั่วประเทศไทย มิหนำซ้ำทางเมืองนอกเขาก็รู้ทั่วถึงกันหมดว่า เมืองไทยกำลังจะล่มจะจม แล้วเวลานี้เมืองไทยกำลังฟื้นขึ้นมาโดยมีศาสนาเป็นผู้นำอีกด้วยนะ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คำว่าฟื้นขาติไทยของเรา ชาติไทยจมมากน้อยเพียงไร และจะรื้อฟื้นยังไงมันถึงจะเหมาะสมกัน

การจมมากน้อยเพียงไรพี่น้องทั้งหลายก็ทราบแล้ว ทีนี้เราจะพยายามรื้อฟื้นชาติไทยของเราขึ้น อย่างน้อยก็พอหายใจได้สะดวกสบาย ให้ได้ทองคำ ๑๐ ตันในคราวนี้นะ ส่วนดอลลาร์จะตามกันไป ๆ ทองคำเป็นอันดับหนึ่ง ดอลลาร์อันดับสอง เงินสดเป็นอันดับสามต่อไป ที่เราได้อุตส่าห์พยายามทุกวันนี้ จุดของเราอยู่ที่ทองคำนะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน ที่ว่าเวลานี้ยังเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายอยู่ ก็คือถือจุดทองคำ ๑๐ ตันเป็นจุดหมายแห่งชัยชนะและความเป็นสง่าราศีแห่งชาติไทยของเรา เราจึงตั้งจุดหมายไว้ที่ทองคำคราวนี้ให้ได้ ๑๐ ตัน เมื่อได้ ๑๐ ตันแล้วส่วนเหล่านั้นก็ค่อยเป็นไป ๆ

การเทศนาว่าการที่นำพี่น้องทั้งหลายเทศน์ในที่นั่นที่นี่ ถือเอานี้เป็นหลักใหญ่นะ ที่ยังรับอยู่ในการเทศนาว่าการในที่ต่าง ๆ รับก็มีข้อแบ่งว่าเราจะรับให้ตามสถานที่ที่จำเป็นจริง ๆ เราก็จะรับให้เป็นครั้งเป็นคราวไป ส่วนที่จะให้รับเหมือนดังที่เคยเป็นมาแล้วนี้ธาตุขันธ์ไม่อำนวยแล้ว เรียกว่ารับเฉพาะที่จำเป็น ๆ นี่ก็คอยกดถ่วงเวล่ำเวลาไว้เพื่อทองคำ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบนะ ทองคำเราวางไว้จุดหน้าแล้วเวลานี้ นี้จึงค่อยรับไปตามความจำเป็น ๆ เมื่อทองคำได้เข้าถึงจุดเมื่อไรแล้วสิ่งเหล่านี้เราไม่สงสัยแหละ มันจะยุติลงไปด้วยกันเอง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นบริษัทบริวารของทองคำเรา เมื่อทองคำถึงจุดที่หมาย เครื่องใหญ่ถึงที่แล้ว เครื่องเล็กมันก็หยุดของมันเอง ให้พากันจำเอาไว้อย่างนี้นะ ที่หลวงตาได้อุตส่าห์พยายามช่วยที่นั่นที่นี่ก็คอยเวลาหรือปีนเวลาไว้สำหรับทองคำเรา ตามจุดมุ่งหมายที่ได้เรียนให้ทราบแล้ว อย่างไรขอให้ได้นะคราวนี้ เป็นคราวที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว

แล้วหลวงตาที่ออกนำชาตินำอย่างจริง ๆ เสียด้วยนะ คอขาด-ขาดไปเลยนู่นฟังซิ ไม่ได้นำพี่น้องทั้งหลายเล่น ๆ นะ เอาจริงเอาจังทุกอย่าง นี่เราก็มุ่งต่อทองคำให้ได้ ๑๐ ตัน จะเป็นความสง่างามมากแหละเมืองไทยเรา เราเป็นคนกำหนดเอง ถ้าหากว่าความสง่าราศีลดลงไป ๆ ก็มารวมอยู่ที่หลวงตา หลวงตาเป็นผู้คิดผิดเอง ว่าทองคำได้ ๑๐ ตันแล้วจะสง่างามทำไมไม่สง่างาม ผิดที่ตรงไหน ผิดที่หลวงตา เราจะยอมรับทันที ขอให้เอาทองคำมาได้ ๑๐ ตันเสียก่อนนะเราถึงจะยอมรับ ถ้าไม่ได้ทองคำ ๑๐ ตันเสียก่อนเรายังไม่ยอมรับ เรายังจะไปหาตีที่นั่นที่นี่อีก เข้าใจไหมล่ะ นี่ละจุดหมายที่รับนิมนต์ที่นั่นที่นี่พี่น้องทั้งหลายนี้ จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อทองคำเรานี้เป็นจุดใหญ่โตมากทีเดียว จึงค่อยรอเวลาไป รับอะไรนี้ก็หนุนทองคำ ๆ เงินสดที่ควรจะได้ซื้อทองคำเราก็เตรียมพร้อม ๆ เสมอ ควรที่จะเจียดออกซื้อเมื่อไรเราจะออกซื้อเมื่อนั้น ๆ

นี่ก็ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าการเทศนาว่าการจะลดหย่อนผ่อนผันลงเป็นลำดับลำดา จะเทศน์เฉพาะที่จำเป็น ๆ ที่ไม่จำเป็นก็ขอผ่านไป ๆ จุดใหญ่ก็คือว่าที่ทำไปเหล่านี้เพื่อทองคำ จุดใหญ่อยู่ที่ทองคำนะ เมื่อทองคำยังไม่ถึงจุดที่หมาย ใครอย่าถามว่าเมื่อไรจะหยุดหรือจะทำไปมากน้อยเพียงไร เราตอบไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ความรู้สึกของเราที่มีต่อชาติบ้านเมือง เรามีความรู้สึกคนเดียวคิดไว้เรียบร้อยแล้ว ก็กระจายออกมาให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เช่นอย่างทองคำขอให้ได้ ๑๐ ตัน ถ้าได้เท่านี้เราพอใจเลย แล้วเรื่องทั้งหลายจะยุติตาม ๆ กันไปเลย เวลานี้ที่รออยู่ก็เพราะว่ารอเพื่อทองคำอันเป็นจุดใหญ่แห่งชาติไทยของเรา ให้ได้ตามที่กำหนดไว้นั้น

เราคิดว่าไม่สุดวิสัยทองคำ ๑๐ ตัน เวลานี้ก็ได้ตั้ง ๕ ตัน ๑๒๐ กิโลแล้ว ยังเหลือไม่ถึง ๕ ตัน ลดลง ๆ โดยลำดับลำดา จุดนี้เป็นจุดที่เหมาะสมมาก เราได้พิจารณาหมดแล้ว ดอลลาร์มันก็ค่อยตามกันไป คือทองคำดอลลาร์มันเป็นคู่เคียงกันไป ทั้งทองคำทั้งดอลลาร์มีคุณค่าต่อชาติไทยของเรามากทีเดียว จึงต้องได้เสาะแสวงเข้าคลังหลวง

พี่น้องทั้งหลายทราบดีว่าเราเป็นชาวพุทธ วันนี้เป็นวันเช่นไรขอให้คิด นี่ละวันที่องค์ศาสดาขึ้นเวทีเพื่อสังหารวัฏวน คือวันเดือนหกเพ็ญ เสวยพระกระยาหารคือข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดานำไปถวาย ๔๙ ก้อน เสวยตอนเช้าตอนนี้ หลังจากนี้แล้วตอนเย็นก็เตรียมพร้อมขึ้นเวทีต่อกรกับวัฏวนคือกิเลสตัวสร้างวัฏวน ด้วยวิวัฏธรรมคือความพากเพียรของพระองค์ รวมหมดทั้งวันนี้จนกระทั่งสว่างพระองค์ก็ได้ผลเป็นที่พอพระทัย ทรงทำความปรารถนามาสำหรับพระพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ ๔ อสงไขย แสนมหากัป ความยืดยาวแห่งการสร้างบารมีของพระองค์มา ๔ อสงไขย แสนมหากัป เต็มภูมิของศาสดาในขั้นนี้

มีอยู่ ๓ ขั้น ขั้นหนึ่งทรงสร้างพระบารมีมา ๑๖ อสงไขย แสนมหากัป ขั้นที่สองทรงสร้างพระบารมีมา ๘ อสงไขย ติดแนบกับแสนมหากัป ขั้นที่สามคือขั้นศาสดาของเรานี้ ๔ อสงไขย แสนมหากัป เต็มภูมิของศาสดา สำเร็จขึ้นมาเป็นศาสดาเอกของโลก ที่ว่าขั้นหนึ่งขั้นสองนั้นหมายถึงวาสนาบารมีบุญญาภิสมภารของพระพุทธเจ้า ขั้นที่หนึ่งการแนะนำสั่งสอนขนสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากทุกข์นี้ได้จำนวนมากกว่าขั้นที่สอง ขั้นที่สองขนสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากทุกข์ไปได้มากกว่าขั้นที่สาม ขั้นที่สามคือขั้นองค์ศาสดาของเรานี้ขั้นสุดท้าย แต่สำหรับความรู้ความสามารถฉลาดทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเหมือนกันหมดตั้งแต่ความบริสุทธิ์ลงไป แต่พระกำลังวังชาที่จะรื้อขนสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากทุกข์นี้มีแง่หนักเบาต่างกัน กรุณาทราบตามนี้

การสร้างบารมีที่จะได้มาเป็นพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ๆ นี้ โอ๋ย แสนยาก เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าที่มาอุบัติในโลกแต่ละครั้ง ๆ นี้จึงมีเพียงพระองค์เดียวไม่มีสอง ท่านบอกไว้อย่างนั้น คือเกิดยากแสนยากทีเดียว พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ที่จะอุบัติขึ้นมานี้ยากแสนยากทีเดียว ต่อจากนี้ไปก็พระอริยเมตไตรย ระหว่างพระอริยเมตไตรยกับพระสมณโคดมเรา อยู่ในย่านกลางนี้เรียกว่าพุทธันดร ระหว่างพระพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้นี่ห่าง ยืดยาวนาน สัตว์จมกันมากทีเดียว ได้รับความทุกข์ความทรมานมาก พอพระอริยเมตไตรยมาตรัสรู้แล้วก็เหมือนกับเอาน้ำมาดับไฟ

ท่านก็บอกไว้พระอริยเมตไตรยที่จะมาตรัสรู้นี่ ทรงครองราชสมบัติอยู่ ๔ หมื่นปีแล้วเสด็จออกทรงผนวช ๗ วันตรัสรู้เลย ที่ต้นไม้ต้นชื่อว่าอย่างนั้น นั่นฟังซิน่ะ แล้วทรงนำสัตว์โลกไปตลอด ๔ หมื่นปี พอสิ้น ๔ หมื่นปีเสด็จนิพพาน พระธรรมทั้งหลายก็ไปพร้อมกันเลย เรียกว่าสัตว์โลกทั้งหลายหมดเท่านั้นแหละ ผู้ที่จะบึกบึนไปตามพระพุทธเจ้าได้ก็หมด พระองค์ก็นิพพานเลย แต่พระพุทธเจ้านี้ท่านจะทรงแสดงเหตุผล สำหรับเราตถาคตนี้อายุน้อยมาก บรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็มีเราตถาคตนี้แหละที่อายุน้อยมาก แต่ยังมีอยู่อีกอันหนึ่ง ๕๐ ปียังมีนะในประวัติของ เรียกว่าพุทธวงศ์ วงศ์ของศาสดาที่จะมาตรัสรู้ข้างหน้า อายุ ๕๐ ปีก็ยังมี มีเท่านั้น นอกนั้นมีแต่อายุหมื่น ๆ ปีขึ้นไป

คำพูดเหล่านี้เราเอาอันนี้เชื่อแล้วหยั่งเลยนะ การพูดนี้เราไม่ได้พูดลูบ ๆ คลำ ๆ คือเชื่อตามพระญาณหยั่งทราบที่ทรงทราบอย่างไรแล้วเป็นอย่างนั้น ๆ ทราบว่ากิเลสขาดสะบั้นจากพระทัย ตรัสรู้เป็นศาสดาเอกของโลกก็คือพระพุทธเจ้าตัดสินก่อนใคร แล้วนำธรรมมาสอนโลกให้หลุดพ้นจากทุกข์ไปมากมาย ก็พระพุทธเจ้านำธรรมที่บริสุทธิ์สุดส่วนนั้นมาสอนโลก จึงไม่มีอะไรผิด นี้ทรงหยั่งทราบถึงเรื่องกาลเวลาของสัตว์โลกนี้ยังมีอยู่ เรานิพพานไปแล้วด้วยอายุสั้น แต่อุปนิสัยของสัตว์โลกยังมีอยู่ คำนวณไปอีกถึง ๕,๐๐๐ ปี ยังมีผู้ไต่เต้าเดินตามอย่างนี้ ๆ ผู้ที่เข้ามาวัดมาวาถึงจะบอกว่าเต็มศาลาก็ตาม แต่เราคิดถึงโรงลิเกละครระบำรำโป๊แล้ว อันนี้วิ่งเข้าป่าหมดสู้โรงนั้นไม่ได้ เห็นไหม ถึงจะได้เท่านี้ก็ตาม ผู้นี้มีคุณค่ามากยิ่งกว่าโรงลิเกระบำรำโป๊เป็นไหน ๆ เราต้องเทียบอย่างนั้นซิ

ไม่ใช่ว่าเพียงจำนวนมากจำนวนน้อยเอามาแข่งกัน น้อยก็ตามขอให้เป็นเราคนหนึ่งเถอะน่ะ เอาอย่างนี้นะ จะน้อยขนาดไหนขอให้เรามีส่วนได้คนหนึ่งแทรกอยู่ในนั้นจนได้ อย่างนั้นนะ นี่ใครไม่มาก็ตาม เอา มา เรามาสร้างคุณงามความดีเราจะไป เรื่องของเรา เขาไม่ไป เขาสร้างทางไหนเขาก็ไปทางนั้น เราสร้างทางนี้เราไปทางนี้ของเรา ให้พากันจำเอาไว้นะ

ธรรมพระพุทธเจ้านี้เด็ดขาด ๆ นี่เราก็จวนตายแล้วจึงได้เริ่มพูดธรรมะให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ด้วยความไม่สงสัยอะไรในหัวใจนี้เลย เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้ารับสั่งอะไรปั๊บยอมทันทีเลย เพราะมันจ้าอยู่ในนี้แล้วจะไปค้านกันได้ที่ไหนล่ะ นอกจากวิสัยของเราจะพูดได้มากน้อยเพียงไรเป็นเรื่องของเรา เรื่องของท่านนั้นท้องฟ้ามหาสมุทรครอบหมดเลยด้วยพระญาณหยั่งทราบ เรานี้ตั้งแต่อยู่ในบริเวณศาลานี้ เฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในครัวนี้ มันมีกี่คนด้วยกัน คนผู้เดินจงกรมนั่งภาวนามีกี่คน คนที่ติดอยู่กับเสื่อกับหมอนมีกี่คน เรายังทราบไม่ได้เพราะเรายังไม่ไปดู แล้วเราจะไปรู้ได้ยังไงโลกกว้างแสนกว้าง ให้ระวังนะพวกนั้น ให้ตรวจตราตัวเอง อย่าให้หลวงตาไปตรวจ ถ้าไปตรวจแล้วเอาไม้ไปด้วย ฟาดเปี๊ยะป๊ะ ๆ ไปเลยนะ เข้าใจเหรอ นี่ได้เท่านั้นก็เอา ผู้หลับครอก ๆ ก็ให้มันหลับไป เอาเสื่อเอาหมอนเป็นพ่อเป็นแม่มันไปเข้าใจไหม เราเอาอรรถเอาธรรมเป็นพ่อเป็นแม่ของเรา คนหนึ่งเอาเสื่อเอาหมอนมันก็แค่วันตาย พอตายแล้วเสื่อกับหมอนตกลงไปเจ้าของตกนรกได้เข้าใจไหม แต่เอาธรรมเป็นพ่อเป็นแม่นี้พาไปเลย เลยเสื่อเลยหมอนไปอีก เข้าใจหรือเปล่าล่ะ ให้พากันจำเอานะ

ให้พี่น้องทั้งหลายได้อุตส่าห์พยายามนะ เราพูดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ได้สงสัยนะการพูดนี้ เรากราบศาสดาองค์เอกตลอด แง่ไหนปั๊บนี้ยอมรับทันที ๆ ไม่มีที่จะค้านกันว่าไง จะค้านไปหาอะไร ถ้าค้านท่านก็ให้ค้านเราเสีย ที่เราเห็นเรารู้อยู่นี้แน่ขนาดไหนเราก็แน่ของเราแล้ว พระพุทธเจ้ายิ่งรู้ก่อนเรานี้แล้ว กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งกว่าเรานี้แล้ว ยิ่งกราบสนิทเข้าไปอีกโน่นว่าไง

เรื่องบาปบุญนรกสวรรค์ไม่มีนี้ ขอให้พากันปิดอันอันนี้ให้ดีนะ เอาพระโอวาทของพระพุทธเจ้ามาปิด ปิดปากกิเลสที่มันโฆษณาหลอกโลก ว่าบาปไม่มีบุญไม่มีนรกสวรรค์ไม่มี พรหมโลกนิพพานไม่มี ทำบุญไม่ได้บุญทำบาปไม่ได้บาป นี้คือปากของกิเลสมาประกาศโฆษณา สามแดนโลกธาตุนี้ออกจากปากกิเลสสอนหมด ทีนี้ศาสดาองค์เอกเพียงพระองค์เดียวแต่สอนโลกได้ครอบแดนโลกธาตุด้วยความแม่นยำ อันนี้โกหกทั้งนั้นที่กิเลสสอนโลกสามแดนโลกธาตุ มีแต่โกหกทั้งนั้น เพราะกิเลสเป็นส่วนปลอม ธรรมะเป็นของจริง กิเลสปลอมล้วน ๆ มาตั้งแต่โคตรแต่แซ่ปู่ย่าตายายกัปใดกัลป์ใดจะปลอมไปอย่างนี้ตลอด หลอกสัตว์โลกอย่างนี้ไปตลอดนะ แต่ธรรมพระพุทธเจ้าตรัสรู้องค์ใดมา ธรรมเป็นของจริงอยู่แล้ว ตรัสรู้ปึ๋งขึ้นมาจริงเลย สอนแน่นอน ๆ ไปตาม ๆ กันหมด

ขอให้เอาธรรมพระพุทธเจ้ามาปิดปากกิเลส เรื่องบาปบุญนรกสวรรค์พรหมโลกนิพพานเปรตผีประเภทต่าง ๆ ที่พระองค์แสดงไว้แล้วในอรรถในธรรม ให้ท่านทั้งหลายทราบว่ามีนั้น เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ล้านเปอร์เซ็นต์ ให้ท่านทั้งหลายจับไว้ให้ดี ถ้าเวลากิเลสมันจะลากจะถูไถลงนรกอเวจี มันบอกนรกไม่มีให้ระวังให้ดีนะ พระพุทธเจ้าว่ามี นั่น ให้ว่างั้นเลย ต้องฉุดตัวขึ้นมาทันทีอย่าไปยอมอ่อนข้อกับมัน ถ้าอ่อนแล้วตายจริง ๆ ฟังให้ดี เรานี้เอามาสุดกำลังชีวิตของเราแล้วในการประกอบความเพียรคราวนี้ การรู้ก็รู้เต็มเหตุเต็มผลที่ได้ตะเกียกตะกายมา บางครั้งถึงกับว่าชีวิตจะไม่เหลือเลย ฟาดกันเต็มเหนี่ยว ๆ ถึงขนาดนั้นนะ แต่ความมุ่งมั่นของธรรมนี้ไม่มีคำว่าอ่อนข้อเลยนะ ผึง ๆ ตลอดเลย

นั่นละเหตุ คือเอาถึงเป็นถึงตาย เวลาผลได้ขึ้นมาเป็นที่พอใจ ตั้งแต่ขณะนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ ความพอใจไม่มีสิ่งใดที่ว่าลดลงแม้เม็ดหินเม็ดทรายไม่มี จะเพิ่มขึ้นอีกก็ไม่มี มีแต่ความเที่ยงตรงอยู่ในหัวใจที่พอแล้วทุกอย่างนี้ แล้วมาสอนโลกด้วยความหายสงสัยทุกอย่าง ขอให้ท่านทั้งหลายฟังให้ดีก็แล้วกันนะ เราไม่ใช่ศาสดาแหละ แต่เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่พาโกหก เราไม่โกหกว่าอย่างนี้เลย เราจะพูดตามคำสัตย์คำจริง เพราะฉะนั้นภาษาธรรมที่ออกช่วยโลกคราวนี้ ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงภาษาธรรมนะ ภาษาโลกมีแต่อ้อมแอ้ม ๆ หลอกลวงต้มตุ๋นกันนี้เก่งตลอด ออกกิริยาใดมีแต่กิริยาต้มตุ๋นหลอกลวง นิ่มนวลอ่อนหวานไพเราะเพราะพริ้ง ข้างในมีแต่ยาพิษมหาพิษ แต่ธรรมนี้กิเลสมันก็โจมตีเอาว่าเป็นขวานผ่าซาก เข้าใจไหม เพราะพูดตรงไปตรงมานี้คือธรรม ผิดบอกว่าผิดถูกบอกว่าถูกเรียกว่าธรรม อ้อมแอ้มไม่ได้มันเป็นกิเลส ธรรมไม่ใช่กิเลสจึงไม่อ้อมแอ้ม ผิดบอกว่าผิดถูกบอกว่าถูก อันใดว่ามีบอกว่ามี สิ่งใดว่าไม่มีบอกไม่มีนี้คือธรรม

การเทศนาว่าการเราจึงเทศน์อย่างที่อ่อนลงก็คือว่า อนุโลมผ่อนผันให้กิเลสบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ เทศน์สังคมใหญ่ ๆ นี้ก็ไม่ค่อยรุนแรง ให้เกียรติกิเลสบ้างเพราะสังคมนี้มีแต่สังคมถังขยะ เอาพูดให้มันเต็มยศเสียนะ มันไม่มีอะไรที่จะน่ากราบน่าไหว้น่าบูชาเหมือนแท่งธรรมของพระพุทธเจ้า มีแต่ถังขยะ แล้วเอาแท่งธรรมลงมาเป็นน้ำดับไฟกระจายไปทั่วโลกดินแดน สังคมใหญ่สังคมน้อย เทศน์ไปตามสถานที่บุคคลที่เขาจะรับได้มากน้อยเพียงใดก็กระจายออกไป นี่เรียกว่าอนุโลมผ่อนผัน เข้าใจไหม ถ้าจะเทศน์สูงกว่านั้น เขาไม่เข้าใจ ไม่ได้เรื่อง ยิ่งไม่ได้เรื่องอะไรเลยเทศน์ไปหาอะไร อันใดที่ควรจะได้เรื่องมากน้อย เอาอันนี้ออก จึงเรียกว่าแกงหม้อใหญ่เทศน์ประเภทหนึ่ง

แกงหม้อเล็กขึ้นอีกประเภทหนึ่ง แกงหม้อจิ๋วนี้พุ่งเลยเชียว ไม่มีรอเลยแกงหม้อจิ๋ว ขาดทะลุไปหมดกิเลสผ่านไม่ได้เลย ขาดสะบั้นไปหมด นี้แกงหม้อจิ๋ว แกงเพื่อมรรคผลนิพพานล้วน ๆ ตั้งแต่แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วขึ้นไปเพื่อมรรคผลนิพพานด้วยกันทั้งนั้น แกงหม้อใหญ่นี้แบ่งบ้าง กิเลสมันก็แบ่งไปกิน ธรรมะก็แบ่งมาครองในหัวใจ แบ่งรับแบ่งสู้ได้เล็กได้น้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงแบ่งเป็นแกงหม้อใหญ่ ให้ท่านทั้งหลายทราบเอาไว้อย่างนี้นะ

การเทศนาว่าการจึงมีลดหย่อนผ่อนผันสำหรับสำนวนโวหารก็ดี ไม่ค่อยดุเดือดเข้มข้น ให้เป็นไปตามสถานที่บุคคลที่จะรับได้มากน้อยเพียงไร แม้เช่นนั้นก็ไม่พ้นที่เป็นภาษาของธรรม ที่เป็นพื้นฐานของธรรมออกจนได้แหละ นี่ละที่เขาว่าเทศน์ดุเทศน์ด่า เทศน์ผาดโผนโจนทะยานหรือดุด่าว่ากล่าว เทศน์หยาบโลน กิเลสมันตัวหยาบโลน กิเลสตัวผาดโผนโจนทะยาน มันไม่ให้แตะมัน ถ้าธรรมออกก็จะแก้กิเลสตัวหยาบโลน หาว่าธรรมนี้ผาดโผนหาว่าธรรมนี้ดุด่าว่ากล่าว มันไม่ให้แตะมันเข้าใจไหม นี้ธรรมก็ต้องเข้าไปนั่นซิ ก็จะไปชะไปล้างที่มันสกปรก ที่ไหนสกปรกน้ำสะอาดก็ลงตรงนั้น นี่ธรรมจึงลงตรงนั้นด้วยคำสัตย์คำจริง มันจึงต่างกัน

นี่ละที่ว่าภาษาของธรรม ท่านทั้งหลายจะได้เริ่มทราบตอนหลวงตาบัวออกเทศนาว่าการนี่แหละ คือยังไงมันต้องมีภาษาของธรรมไปทุกแห่งทุกหน ไม่มากก็น้อย แม้จะอนุโลมตามกิเลส เป็นไปตามกิเลสบ้างก็ตาม แต่ภาษาของธรรมจะแทรกไปด้วยตลอด ไม่เป็นภาษาของกิเลสไปล้วน ๆ แบบที่ว่าเจริญพร ๆ นั่นภาษากิเลสล้วน ๆ อะไรก็ดีนะโยมนะ อันนี้ได้มาจากไหนอาหาร อุ๊ย.อาตมาชอบเหลือเกินนะอาหารประเภทนี้ เจริญพร นี่ภาษาของกิเลสหลอกกินกัน ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร เข้าใจเหรอ พูดให้มันอย่างนี้นี่ก็ภาษาของธรรมเข้าใจไหม ไม่ได้กระแทกแดกดันใครนะพูดตามภาษาของธรรม อะไร ๆ ก็มีแต่เจริญพร ๆ ใช้ไม่ได้นะกิเลสหลอก ต้องมีคำสัตย์คำจริงสะดุดกึ๊กละซิ

อย่างพระพุทธเจ้า เวลาเด็ดก็เด็ดเวลาอ่อนก็อ่อน แต่อ่อนด้วยเหตุผลของพระพุทธเจ้า เช่น พระวักกลิ มาเห็นพระพุทธเจ้ามาเจอพระพุทธเจ้าแล้ว มองดูพระพุทธเจ้าไม่มีคำว่าเบื่อหน่ายอิ่มพอ มองไม่อิ่มไม่พอ มองจนลืมเนื้อลืมตัว จ้องดูพระพุทธเจ้าอยู่นั่น ไปไหนไม่อยากให้พรากสายตาไปเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านมีอุปนิสัยเป็นพระอรหันต์เต็มเหนี่ยวแล้วนะ เวลาท่านดูพระพุทธเจ้าท่านดูแบบโลกไปเสีย เข้าใจไหม สวยงามไปแบบโลก ไม่ได้สวยงามไปแบบธรรม พระพุทธเจ้าทรงเล็งญาณดูอยู่นี่ พระอรหันต์ก็เต็มตัว เป็นแต่เพียงว่ากิเลสมันเอาฝาปิดไว้ไม่ให้เห็นมรรคผลนิพพาน ก็ให้เพลินกับพระรูปพระโฉมของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเสด็จไปไหนก็ตามดูพระพุทธเจ้า แหม.สวยงาม ๆ ไปเรื่อย ๆ

พอได้จังหวะพอสมควรแล้วก็เอาแล้วนะที่นี่ นั่นละเหตุผลของพระพุทธเจ้า ตรงไหนได้ประโยชน์ทั้งนั้นแหละ เพราะเล็งด้วยญาณแล้ว นี่อรหันต์เต็มตัวแล้ว เวลานี้ถูกกิเลสเป็นฝาปิดไว้ให้มิดตัวไม่ให้มองเห็นอรรถเห็นธรรม ให้มองเห็นแต่รูปโฉมพระองค์สวยงามเท่านั้น พอได้จังหวะแล้วก็ วักกลิ เธอจะมาดูอะไรเรานักหนา ร่างกายของเรากับร่างกายของโลกไม่มีอะไรผิดกัน พวกหนังห่อกระดูกเหมือนกัน ถ้าพูดถึงอสุภะ อสุภัง ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา เต็มสัดเต็มส่วนเหมือนกันหมด เธอดูหาความพิเศษที่ไหน มันไม่มีของพิเศษนะ มันเป็นของอย่างเดียวกัน เธอมาดูทำอะไร ไป.ไล่

พอไปพระวักกลิเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หาว่าพระพุทธเจ้าประณามอะไร ๆ ขึ้นภูเขาจะไปโดดภูเขาตาย เข้าใจไหม พระองค์ก็ทรงเล็งญาณดู ได้จังหวะแล้ว ญาณครอบทุกอย่าง พอไปถึงจังหวะที่พระวักกลิจะโดดลงภูเขาตาย พระองค์ทีนี้ขึ้นใหม่แล้วนะ วักกลิ เอ้า.ทีนี้เธอจงดูเรา คราวนี้ให้ดูนะ ดูให้ละเอียดลออนะวักกลิ รูปร่างกลางตัวของเรากับของโลกของสงสาร เป็นโลก อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา โลกไม่สวยไม่งามไม่เที่ยงตรงถาวร ดูเราดูพิจารณาถึงเรื่องกฎ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา นะ ท่านสอนลงไป ๆ เรื่องกฎแห่งธรรม ทีนี้ให้ดูด้วยธรรมคราวนี้

คราวก่อนตำหนิก็เอาธรรมตำหนิ จนกระทั่งพระวักกลิน้อยใจ คราวหลังนี้เอาธรรมชมเชย ชมเชยกฎ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา มันไม่น่ายึดน่าถือแล้วนะวักกลินะ มันเป็นอย่างนี้ เทศน์เข้า ๆ สำเร็จเป็นพระอรหันต์อยู่บนภูเขานั้นเลย ท่านเปล่งพระรัศมีไป เปล่งพระรัศมีไปให้พระวักกลิ เอ้า.ดูเราตถาคตวักกลิดู คราวนี้มีแต่บอกให้ดู ๆ ตลอดนะ คราวก่อนดูหาอะไร ไล่หนี นั่น เหตุผลของพระพุทธเจ้า พระวักกลิก็เลยได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ขึ้นมา นั่นอย่างนั้นละ ดูพระองค์ไม่เบื่อหน่าย ดูด้วยอรรถด้วยธรรม เป็นอย่างนั้น ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้ ความเบื่อหน่ายของพระพุทธเจ้าต่อสัตว์โลกนี้ไม่มี บรรดาสาวกใครเห็นยิ้มย่องผ่องใสภายในจิตใจ อยากพบอยากเห็นอยากกราบอยากไหว้

เพราะฉะนั้นจึงว่า ทัสสนานุตตริยะ การเห็นที่เลิศเลอ การเห็นที่สูงสุดเป็นมงคลอย่างยิ่งนั้น คือการเห็นสมณะ สมณะคือผู้สงบกาย วาจา ใจ จากบาปจากกรรมทั้งหลายนี้เรียกว่าเลิศเลอ สมณะมีหลายประเภท ท่านบอกว่า สมณะที่หนึ่งคือพระโสดา สมณะที่สองคือพระสกิทาคา สมณะที่สามคือพระอนาคา สมณะที่สี่ที่สุดยอดคือพระอรหันต์ ขึ้นถึงพระพุทธเจ้า นี่เรียกว่า ทัสสนานุตตริยะ เป็นความรู้ความเห็นความได้ชมอย่างเลิศเลอที่สุด นี่ทัสสนานุตตริยะ พากันจำเอานะ

วันนี้พวกอยู่ข้างในก็ให้ภาวนากันนะ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ให้ตั้งหน้าภาวนา สำหรับวัดนี้ไม่ให้มีพิธีอะไรแหละ พิธีมันเป็นส่วนนอกไปเสียมากต่อมาก รายได้เลยกลายเป็นความกังวลไป เช่น พาแห่เวียนเทียน คือเวียนเทียนรอบสามรอบทำประทักษิณ นี้เรียกว่าทำความเคารพในครั้งพุทธกาล เดินรอบสามรอบเป็นประทักษิณ คือรอบขวา เวียนขวาสามรอบ เรียกว่าทำประทักษิณ ทำความเคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ นี้มีจำนวนมากมันก็เอิกเกริกเฮฮา คนนั้นมาคนนี้มากิเลสเลยแฝงมาด้วย กิเลสเลยเป็นหัวหน้าทัพอีกด้วย ในงานวิสาขบูชาแทนที่จะเป็นงานบุญงานกุศล เลยเป็นงานเอิกเกริกเฮฮา งานสั่งสมกิเลสของกองทัพกิเลสที่มาเต็มวัดเต็มวาไปเสีย เพราะฉะนั้นท่านจึงงด

อย่างพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านก็ไม่ได้เคยพาทำ หากจะมีเป็นกาลเป็นเวลา เป็นกรณีพิเศษ เขามาขอร้องท่านก็ทำพิธีให้เขาเสียเท่านั้นเอง นอกนั้นไม่มี แต่วันเช่นนั้นพระสงฆ์ท่านจะเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาตลอดรุ่งนะ ท่านไม่มีพิธีอย่างนี้ แต่มีพิธีภายในจิตใจสำรวมระวังตัว จิตตภาวนาเดินแต้มตลอดเลย จนกระทั่งสว่าง ๆ ท่านอยู่เงียบ ๆ ท่านไม่มาทำพิธี แต่ต่างองค์ต่างอยู่เดินจงกรมบ้าง นั่งสมาธิภาวนาบ้าง ตลอดรุ่ง ๆ พวกที่มาอาศัยบำเพ็ญคุณงามความดี ก็ให้ทำกันอย่างนั้น นี้เป็นเยี่ยงอย่างอันดีงามสำหรับพวกเราทั้งหลายที่เป็นชาวพุทธ ตรงกับวันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ที่เราจะต้องบำเพ็ญกุศลให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยของเรานะ

ที่เรายุ่งกับการกับงานตั้งแต่ตื่นนอนจนค่ำ ๆ จนหลับ ๆ นี้มีมาประจำวัน วันนี้เป็นวันบุญวันมหากุศล เป็นวันที่จะบูชาคุณพระพุทธเจ้าที่ท่านตรัสรู้ด้วยคุณธรรมของเราคือความเพียร ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจประกอบความพากเพียร วันนี้ให้สำรวมระวังสั่งสมคุณงามความดีเข้าสู่ใจ กิริยาอาการการเห็นการได้ยินได้ฟัง การคิดอ่านไตร่ตรอง ให้คำนึงถึงธรรมเสมอวันนี้นะ เป็นวันเราเสาะแสวงหาธรรม อย่าให้มันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปตามกิเลสไม่ดี เพราะมันมีทุกวัน ๆ ตั้งกัปตั้งกัลป์มาแล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญที่เราจะระลึกถึงพระพุทธเจ้าสร้างคุณงามความดีเข้าสู่ใจของเรานะ

ท่านตรัสรู้คืนวันนี้ละพระพุทธเจ้า ให้เราเอาอันนั้นมาระลึกเป็นขวัญใจเรา ให้ทำความพากความเพียรอุตส่าห์พยายาม วันนี้อย่ายุ่งงานการอะไรนัก ให้พยายามเสาะแสวงหาแต่อรรถแต่ธรรมเข้าสู่ใจ จะภาวนาธรรมบทใดก็เอาภาวนา พิจารณาเรื่องอะไรให้พิจารณาตามเรื่องของตัวที่เคยทำติดต่อกันไปเรื่อย ๆ นี้เรียกว่าเสาะแสวงหาธรรมในวันมหามงคลเช่นนี้ ให้พากันพิจารณา ใครอยู่ในธรรมขั้นใดพิจารณาธรรมขั้นนั้น ๆ เป็นลำดับลำดาไป จะได้เห็นความสว่างไสวของใจ

ไม่มีอะไรสว่างยิ่งกว่าใจนะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะรวมอยู่ที่ใจหมด เราอย่าเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นสำคัญสิ่งเหล่านี้สำคัญนะ มันสำคัญเวลาตาเรามีหูเรามี เราได้เห็นได้ยินได้ฟังสิ่งเหล่านี้ พอเราตายเสียเท่านั้นสิ่งเหล่านี้หมดความหมายทันที ไม่ได้มีอะไร แต่ใจไม่เคยหมดความหมาย บุญกับบาปติดแนบกับหัวใจ นี่สำคัญมากโลกไม่มองกัน เพราะฉะนั้นเราจึงเสาะแสวงหาคุณงามความดีเข้าสู่ใจ สิ่งเหล่านี้หมดความหมายเวลาลมหายใจสิ้นลงไปแล้ว ใจกับบุญกับกุศลกับธรรม ที่เราบำเพ็ญมานี้ไม่หมดความหมาย พาเราไปจนถึงที่สุดจุดหมายปลายทางคือพระนิพพานได้ไม่สงสัย ให้พากันอุตส่าห์พยายามนะ วันนี้ก็เทศน์ตั้งแต่ไหนมาก็เรื่อยมาเป็นเวลานานพอสมควร ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัตินะ วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงศีลถึงธรรม สมบัติภายนอกเราก็หามาพอแล้ว วันนี้จะพยายามหาสมบัติภายในคือธรรมเข้าสู่ใจ ที่เป็นสมบัติมหาสารคุณอยู่ที่ธรรมที่ใจนะ เอาละต่อไปนี้จะให้พร

อ่านธรรมะหลวงตา วันต่อวัน ทางอินเตอร์เน็ต www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก