ทองคำ ๑๐ ตันเป็นความมุ่งหมายของชาติไทย
วันที่ 27 พฤษภาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ทองคำ ๑๐ ตันเป็นความมุ่งหมายของชาติไทย

[ก่อนฉัน]

พระที่มาวัดป่าบ้านตาดให้ตั้งใจทุกองค์ ๆ นะ อย่ามาเหลว ๆ ไหล ๆ ให้เห็นนะ เราเบื่อพอแล้ว เบื่อทั้งเขาทั้งเรา เบื่อพระเลอะเทอะ เบื่อทั้งเขาทั้งเรา เราก็เลอะเทอะ เขาก็เลอะเทอะ บวกกันเป็นเหลวไปเลย ให้พากันตั้งอกตั้งใจจริง ๆ นะ ตั้งหน้าตั้งตามาปฏิบัติตัวเองนะ ไม่ได้ปฏิบัติอะไรยิ่งกว่าตัวเอง ข้อวัตรปฏิบัติเพื่อเราทั้งนั้นไม่ได้เพื่อใครนะ ว่าคนนั้นทำแล้ว คนนี้ทำแล้ว เราไม่ทำมันก็ไม่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเราทำเพื่อเรา อย่าพากันเหลาะ ๆ แหละ ๆ รำคาญตาเหลือเกินนะ อย่าให้ได้เห็น ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติให้ดูกัน ผู้หนักหนักมากนะข้อวัตรปฏิบัติ ผู้เบาเบาจนลืมเนื้อลมตัว เบาจนเน่าเฟะนะ มีเยอะ เราเคยผ่านมาพอแล้ว

พระเณรบางองค์ที่เคยหนักหนักตลอดนะ ผู้หนักหนักมาก ผู้ไม่เอาไหนไม่เอาไหน เป็นอย่างนั้นนะ อย่าให้เห็นนะในวัดนี้ ผมเข็ดมาแล้วนะ เคยเป็นผู้น้อยก็เคยเป็นแล้ว อยู่กับหมู่กับเพื่อนกับครูบาอาจารย์เราเคยอยู่มาทุก ๆ สิ่งทุกอย่าง ได้สำเหนียกศึกษามาพอแล้ว อย่าให้ได้เห็นสิ่งที่เลอะเทอะดังที่เคยได้สำเหนียกศึกษามานะ ให้ตั้งหน้าตั้งตา แล้วเอาเรื่องราวที่เป็นบทเรียนมาสอนหมู่เพื่อนให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ เวลานี้ศาสนาเรานี่เลอะเพราะพระเณรของเรา อย่าไปตำหนิใครนะ พวกเราเลอะเองนะ ให้ดูตัวของเรา

บวชมาแทนที่จะสนใจกับอรรถกับธรรม มันเลอะเทอะไปตามกิเลสเสียทั้งหมด มันทุเรศจริง ๆ นะ ให้พากันตั้งอกตั้งใจ เมื่อคืนนี้ก็เห็นไฟแพ็บ ๆ พับ ๆ อยู่ตามนั้น ทุกวันมันนอนตายอยู่หรือไงพระเหล่านี้ เราเดินด้อม ๆ แด้ม ๆ ไปเที่ยวซอกแซกดู มันเป็นยังไงพระเณรเรา มันมากินมานอนหรือมานั่งมาภาวนา ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ไปดู แต่ก่อนไม่ได้จริง ๆ นะ สอดแทรกดูชัดเจนแล้วไล่หนีเลย ไม่ให้มันหนักวัดนะ มันหนักพอแล้ว อันนี้มันเฒ่าแก่ ซอกนั้นแซกนี้ไปนิดหน่อย ส่วนมากเราจะไม่มีไฟ ไม่ให้มี ไม่งั้นเรียกขโมยได้ยังไง ต้องไปแบบขโมย ซอกแซกไปนู้นไปนี้ ผ่านไป

อย่าคอยรอว่าคนนั้นจะมาดุ คนนี้จะมาด่า คนนั้นจะมาขับมาไล่ ตัวของเราทำลายตัวตลอดเวลาให้ดูตรงนั้นนะ ใครเห็นไม่เห็น ใครไล่ใครไม่ไล่ ใครดุไม่ดุ ตัวของเราผิดตลอดเวลา เรียกว่าดุไล่ตลอดเวลา นั่นแหละไล่ตัวเอง

[หลังฉัน]

ลูกศิษย์ : กราบเรียนครับ นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทย เขาจะไปแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศเกาหลีใต้ เขามาฟังธรรมหลวงตา แล้วขอพรหลวงตาเป็นกำลังใจในการแข่งขัน ประมาณ ๒๕ คน เขาจะไปวันนี้ครับ

หลวงตา : สรุปทองคำวันที่ ๒๖ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๑ กิโล ๔๗ บาท ๕๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒,๗๓๒ ดอลล์ เมื่อวานนี้ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ๕ ตันกับ ๕๙ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากมอบเข้าคลังหลวงแล้วได้ ๖๑ กิโล ๑๗ บาท ๕ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๕,๑๒๐ กิโลครึ่ง เท่ากับ ๕ ตันกับ ๑๒๐ กิโลครึ่ง ดอลลาร์ที่มอบเข้าแล้ว ๖,๘๖๗,๐๐๐ ดอลลาร์ ดอลลาร์กับทองคำจะตามกันไปเรื่อย ๆ

การเทศนาว่าการทั่วประเทศไทยดังที่เคยปฏิบัติมานั้น นี่เรียกว่าอ่อนลงมาก ฟังประโยคนี้ด้วย อ่อนลงมาก ยังเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับในงานที่จำเป็นจริง ๆ เราก็จะไปแสดงให้เป็นครั้งคราว แต่ที่จะให้ไปเทศน์ในที่ทั่ว ๆ ไป ดังแต่ก่อนนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว เราจะพยายามรับให้เฉพาะที่จำเป็น ๆ ในการเทศนาว่าการ สำหรับงานที่เราเคยปฏิบัติมา การทำทั้งนี้ที่ค่อยหย่อนลงไม่ให้ขาดลงไป คือเพื่อทองคำของเรานะ ถึงอ่อนเราก็อ่อนรอเพื่อทองคำเรา ยังไงขอให้ได้ ๑๐ ตันนะพี่น้องชาวไทย เห็นแก่หลวงตาบัวที่สละเพื่อชาติเพื่อศาสนาในคราวนี้ เราสละอย่างเด็ดขาดไม่มีอะไรเหลือเลย เพราะว่าน้ำใจที่เราสละลงไปนั้นควรจะได้ทองคำมาประดับชาติของเราให้ได้ ๑๐ ตันนะ

ถ้าได้ ๑๐ ตันแล้วหลวงตานี้สมใจกับที่เราเสียสละจริง ๆ เสียสละเพื่อชาติเพื่อศาสนา เรียกว่าสละเต็มเม็ดเต็มหน่วย สิ่งที่ตอบรับกันเราไม่ต้องการอะไร เราต้องการทองคำ ขอให้ได้ทองคำสัก ๑๐ ตันเพื่อมาประดับเกียรติยศชื่อเสียงและความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติไทยของเราในคราวนี้ เพราะเป็นคราวยิ่งใหญ่สุด ตั้งแต่เราตั้งเมืองไทยมาเราก็ไม่ได้เคยพากันทำอย่างนี้ คราวนี้ก็พากันช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขอให้ได้เครื่องประดับชาติของเราจากความรักชาติความเสียสละ ความพร้อมเพรียงสามัคคีจากพี่น้องทั้งหลายเป็นจำนวนทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน กรุณาทราบโดยทั่วกัน ตรงนี้เป็นจุดหัวใจของพี่น้องชาวไทยทุก ๆ คน ๖๒ ล้านคนเป็นอย่างน้อย ให้หัวใจปักลงในทองคำหนัก ๑๐ ตันด้วยกัน ทองคำนี้แหละจะย้อนกลับมาจากความรักชาติความเสียสละของเรามาเป็นเครื่องประดับชาติของเราสง่างาม ใครดูถูกเหยียดหยามก็ไม่ได้ง่าย ๆ ถ้าเราได้ทองถึง ๑๐ ตัน

ที่หลวงตารับการเทศนาว่าการอยู่บ้างเล็ก ๆ น้อยนั้น รับเพื่อเป็นเครื่องเกี่ยวโยงกันกับทองคำ คือทองคำหลวงตามุ่งเป็นจุดสำคัญมาก เพราะงั้นสิ่งที่ค่อยเรี่ยราดสาดกระจายไปตามสายทางเดินเพื่อทองคำนี้เราก็รับเป็นระยะ ๆ เล็กน้อยไม่เหมือนแต่ก่อน กรุณาทราบตามนี้ เรายังไม่อยากพูดที่ว่าเราหยุดเพราะความห่วงใยพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศของเรามีเต็มหัวใจของเรา เป็นแต่เพียงว่าธาตุขันธ์กำลังวังชาไม่อำนวย เราก็ลดหย่อนลงตามธาตุขันธ์ จึงเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่าการเทศนาว่าการช่วยชาติดังที่ได้ปฏิบัติมานั้นได้ลดลงมากมาย ดีไม่ดีจะสุดจะสิ้น แต่เราพยายามอยู่นี้ก็เพราะว่าทองคำนี่เป็นความมุ่งหมายแห่งชาติไทยของเราอย่างยิ่ง และเป็นความมุ่งหมายของหลวงตาซึ่งเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายขอให้ได้ ๑๐ ตัน นี่เป็นจุดสำคัญ ขออย่าให้หลุดลอยไปจากเงื้อมมือแห่งชาติไทยของเราที่รักชาติเต็มหัวใจดัวยกัน ยังไงขอให้ได้นะ

ทอง ๑๐ ตันทำไมจะไม่ได้ ทอง ๑๐ ตันจะอุ้มชาติไทยของเราให้เด่นดวงทั่วโลกจะได้เห็นได้ยินกันคราวนี้ อย่างอื่นไม่สำคัญ สมบัติของเรามีเต็มประเทศไทยก็ไม่มีอะไรเด่น คราวนี้ทองคำออกนี้จะเด่น โลกทั้งหลายจะได้ทราบทั่วถึงกัน สมบัติเงินทองของเราที่มีอยู่ตามกระเป๋าตามบ้านตามเมืองของเราไม่เด่นไม่ดังนะ คราวนี้เป็นคราวที่จะเด่นดังจากทองคำที่พี่น้องทั้งหลายมีความรักชาติความเสียสละ และความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน คือทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน กรุณาทราบตามนี้

การเทศน์นั้นก็ดังที่เคยเรียนแล้ว ว่าหยุดก็พูดไม่ถูก ว่าไม่หยุดก็พูดไม่ถูก มันอยู่ในศูนย์กลาง ศูนย์กลางนี้มันเกี่ยวโยงถึงทองคำ ๑๐ ตัน เพราะงั้นการเทศนาว่าการก็เทศนาว่าการเกี่ยวโยงไปถึงทองคำ ถ้าได้ทองคำ ๑๐ ตันเมื่อไหร่แล้ว เรื่องการเทศนาว่าการนี้มันจะหมดกำลังอยู่แล้ว มันจะหมดของมันไปโดยไม่ต้องถาม เวลานี้กำลังตะเกียกตะกายอยู่ ไม่หนักไม่เหลือบ่ากว่าแรงทองคำ ๑๐ ตัน เวลานี้ก็ได้ ๕ ตันกับ ๑๒๐ กิโล ระยะนี้รู้สึกว่าได้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่เรามอบทองคำเข้าสู่คลังหลวงมาสองครั้งแล้วนี้ รู้สึกทองคำเพิ่มเร็วขึ้น ๆ

วันที่ ๑๑ เมษาฯนี้เพิ่มขึ้น ๖๑ กิโล ๑๗ บาท ๕ สตางค์ ตั้งแต่วันได้มอบที่สวนแสงธรรม วันที่ ๑๑ เมษาฯ หลังจากนั้นมาแล้วเราได้ทองคำเพิ่มขึ้นมาใหม่ ๖๑ กิโล ๑๗ บาท ๕ สตางค์ ทองคำกิโลหนึ่งของน้อยเมื่อไหร่ เงินเราในบัญชีมีน้อยมาก เพราะงั้นเราจึงไม่ไปแตะ เงินในบัญชีสำหรับที่จะซื้อทองคำ เวลานี้เราก็ยังไม่แตะ คงราว ๆ ๑๐ ล้าน ดูบัญชีมันก็ลืมเสีย บัญชีสมุดก็อยู่กับเรา ถ้าอ่านมาตอนนั้นจำได้ออกมาลืมแล้ว ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน เงินสดนะ เราเอาออกเมื่อไหร่ก็ได้ เงินที่โอนมาจากที่ต่าง ๆ เกือบจะว่าไม่มี ถ้าว่าร่อยหรอยังมากไป เกือบจะว่าไม่มีดูเหมือนเข้ากันได้ พี่น้องทั้งหลายให้พิจารณานะเรื่องนี้ เวลานี้เราได้เอาเงินสดเข้าซื้อทองคำเพียง ๙๓๑,๐๐๐,๐๐๐ ส่วนซื้อดอลลาร์ดูเหมือน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐

พี่น้องทั้งหลายก็ควรพยายามหาคนละเล็กละน้อยโอนเข้าบัญชี ดังที่มีบัญชีอยู่แล้ว เข้าบัญชีแล้วจะออกทองคำทั้งหมดเราต้องการ ๑๐ ตัน เวลานี้ได้ ๕ ตันกว่าแล้ว (ลูกศิษย์ : ขาดอยู่ ๔ ตันกับ ๘๘๐ กิโลครับ) ๔ ตันกับ ๘๘๐ กิโลยังขาดอยู่ ถามผู้ว่าการธนาคารชาติแล้วว่าทองคำหนุนชาติไทยของเราในทางใดบ้าง ผู้ว่าการธนาคารชาติเล่าให้ฟัง ดอลลาร์ช่วยทางนั้น ๆ ทองคำช่วยทางนั้น ไม่ใช่นอนอยู่เฉย ๆ นะ ยังมีส่วนหนุนอยู่ภายในทองคำ สำหรับดอลลาร์นั้นออกหนุนช่วยพิมพ์ธนบัตรเรา ดอลลาร์มากเท่าไหร่การพิมพ์ธนบัตรเพิ่มได้ตามจำนวนดอลลาร์เรามีมาก เราจึงได้เสาะแสวงหาไปกับทองคำ เพราะการพิมพ์ธนบัตรออกใช้เป็นความจำเป็นประจำวันสำหรับทุกชาติ อานุภาพของทองคำเรานี้มีอีกแต่เราจำไม่ได้ ที่เป็นแก่นอยู่ในหัวใจของชาติไทยแล้วยังไม่แล้ว ยังแผ่รัศมีออกรอบทั่วประเทศเราอีกอย่างลึก ๆ อยู่ในนั้น ผู้ว่าการฯ พูดให้ฟังเราลืมแล้ว

หลวงตากลายเข้าไปเป็นหัวใจของคลังหลวงในประเทศไทยเราโดยไม่รู้สึกตัวนะ ผู้ว่าการฯ บึ่งมาหาเรา มาปรึกษาหารือเรื่องชาติบ้านเมืองของเรา เกี่ยวกับสมบัติของเรานี้จะหมุนยังไง ๆ พิจารณากันถึงเรื่องจะเป็นผลประโยชน์จากเงินจำนวนนี้ กองนี้เป็นยังไง กองนี้หมุนไปยังไง กองนี้แยกไปยังไง ๆ มาปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างนี้พูดให้ใครฟังไม่ได้เลย ถ้าพูดได้ผู้ว่าการฯไม่จำเป็นจะต้องมาหาเรา เพราะงั้นเราจึงเป็นห่วงทุกอย่างสำหรับชาติไทย เนื่องจากเราเป็นหัวใจของชาติอันหนึ่งที่รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมานี้ที่ต้องกระจายให้เป็นผลประโยชน์เข้ามาเพิ่ม อย่าให้มีออก ออกก็ออกน้อยที่จำเป็นจริง ๆ ออก แต่เรื่องเข้าให้เข้ามาก ๆ

ยังไงก็ตามหลวงตาขอฝากความไว้วางใจกับพี่น้องชาวไทยเราอย่างน้อย ๖๒ ล้านคนไว้ทั่วหน้ากัน ว่าทองคำของเราขอให้ได้คนละเล็กละน้อย รวมเข้ามาแล้วขออย่าให้ต่ำกว่า ๑๐ ตันนะคราวนี้ หลวงตาที่พูดออกมานี้ถอดออกมาจากหัวใจของชาติเราจริง ๆ มาพูดนะ เพื่อชาติไทยของเรานั้นแหละ ส่วนไหนที่พอต้านได้ก็อย่างนี้ ส่วนไหนไม่ทราบก็ไม่สูญหายไปไหนก็เพื่อจะเข้าตรงนี้ ผู้ที่ทราบภายในก็ทราบส่วนได้ส่วนเสีย จะแยกแยะยังไงจะเป็นส่วนได้ส่วนเสีย แยกแยะยังไงจะเป็นส่วนได้มากกว่าส่วนเสีย ถ้าหากว่าได้ทองคำ ๑๐ ตันคราวนี้รู้สึกจะอบอุ่นมากพอสมควร ถ้าต่ำกว่านั้นเราไม่สนิทใจ แสดงว่าวาสนาของหลวงตาที่มานำพี่น้องทั้งหลายนี้ยังอาภัพอยู่มากทีเดียว

เวลานี้เกาะอยู่ที่ ๑๐ ตันนะ ดวงชะตาของพี่น้องชาวไทยเราทั้งหมดแล้วมารวมอยู่กับหลวงตาซึ่งเป็นผู้นำพี่น้องชาวไทยอีก เป็นจำนวนทองคำน้ำหนักขอให้ ๑๐ ตัน เป็นที่รวมหมด เราตายเมื่อไหร่เราก็ไปได้ เราหายห่วงตามจุดที่เราห่วง มันน่าห่วงเราก็ต้องห่วง เราเชื่อพี่น้องชาวไทยเราค่อยเป็นค่อยไป ค่อยคืบค่อยคลานไปอย่างนี้ ทองคำ ถึง ๕ ตันกว่านี้แต่ก่อนเคยมีที่ไหน มันยังมีมาแล้วระยะ ๔ ปีกว่านี้ได้ทองคำมาถึง ๕ ตัน ต่อจากนี้จะไม่นานถึงขนาดนั้น จะเร็วกว่านั้น เร็วเข้าโดยลำดับ จะเข้า ๑๐ ตัน ถ้า ๑๐ ตันแล้วก็หายใจโล่งทีเดียว ส่วนดอลลาร์ของเราเราก็แน่ใจ มันจะติดตามกันไปเคียงข้างไป ส่วนเงินสดอย่างที่ว่า เราจ่อไว้ตลอดที่จะเข้าซื้อทองคำเมื่อไหร่ เราจะเอาออกทันทีเพราะเราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่าสิ่งที่สนองความต้องการของเรายังไม่เพียงพอที่เราจะยกซื้อทองคำ จึงรอไว้เป็นจังหวะ

ส่วนที่ช่วยชาติบ้านเมืองก็ดังพี่น้องทั้งหลายเห็น มาทุกแง่ทุกมุมจะทำยังไงก็ชาติไทยด้วยกัน ต้นลำก็อยู่ในคลังหลวง กิ่งก้านสาขาดอกใบก็ผู้ที่จะรับสุขรับทุกข์ ก็คนทั่วประเทศ มันก็ต้องอาศัยอยู่โดยดี เพราะงั้นจึงต้องแยกทางนู้นแยกทางนี้ แยกตลอด ไปทางไหนก็มีแต่ผู้อดอยากขาดแคลน ยิ่งเข้าไปโรงพยาบาลเหมือนเขาเห็นพ่อเห็นแม่ เข้าไป พอเห็นเราไปรุมมาเลย ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนเหมือนกันหมด เพราะเขาได้อาศัยเรา ขัดข้องขาดเขินจำเป็นอะไรบางทีติดหนี้ เอาเลย เวลามันจำเป็นเข้ามาแล้วมันรอไม่ได้ จะรอไปยังไง ความจำเป็นของคนไข้รออยู่ หายใจอยู่กับเครื่องมืออันนี้ ติดหนี้เท่านี้ไม่เป็นไร ขอให้คนไข้เราได้สมหวังแล้วกันพอใจแล้ว ค่อยหามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ เป็นอะไรไปว่ะ ติดเลย เราก็คำนวณถึงความจำเป็นมากน้อย ติดหนี้ ไม่จำเป็นให้รอไว้ก่อน เป็นจังหวะ หลวงตานี้คิดจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าเป็นเรื่องทางโลก คิดดีไม่ดีจะอกแตก คิดเพื่อชาติ ทั้งชาติทั้งศาสนามารวมอยู่หัวใจของเราคนเดียวเป็นผู้คิดผู้อ่านเรื่องนี้ เพื่อหาทางออกเพื่อหาทางพยุง เราคิดเต็มเม็ดเต็มหน่วย คิดเท่าไหร่มันก็เป็นเรื่องของธรรม โล่งไปตลอด คิดไปเรื่อย ไม่ได้อัดอั้นตันใจเหมือนทางโลกนะ

ขอฝากความไว้วางใจกับพี่น้องทั่วประเทศ นี่ก็ออกทางวิทยุแล้ว ขอให้ทราบทั่วถึงกัน เวลานี้กำลังที่จะกวนกระเป๋าพี่น้องทั้งหลาย ทองคำหนัก ๑๐ ตัน ไม่มากก็น้อยขอให้ได้เป็นลำดับลำดาและจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะหายใจเบาไป พี่น้องทั้งหลายก็หายใจโล่งไป ดอลลาร์ก็จะเพิ่มขึ้นแล้วการพิมพ์ธนบัตรก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวน เวลานี้ยังไม่ถึงพันล้าน ได้ ๖,๘๖๗,๐๐๐

มาคราวนี้ก็แยกไปทางโน้น ทางกรุงเทพฯ ก็จะได้ประมาณสักหมื่นนี้ละ หลังจากเรากลับมาจากกรุงเทพฯแล้ว มาได้อีก นี้ก็เพิ่มไปเรื่อยวันหนึ่งดอลลาร์ไม่ค่อยขาด ค่อย ๆ ได้ไปตาม ๆ กัน ได้มากเท่าไรการพิมพ์ธนบัตรออกใช้ก็มาก เกียรติยศของเมืองไทยเราก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามดอลลาร์ วันนี้ก็พูดเท่านั้นละนะ เทศนาว่าการก็เทศน์มาแล้ว เทศน์เรื่องทองคำสิบตันนะ วันนี้นะ ให้ถึงใจทุกคน ๆ

ลูกศิษย์ : นักกีฬาเขามาขอพรหลวงตาครับ

หลวงตา : ขอพรก็ให้มีกำลังใจนะ เล่นกีฬาเรื่องเล่นสนุกสนานรื่นเริง ประสานกันระหว่างชาติต่อชาติ ไม่กระทบกระเทือนกับหลักธรรมหลักวินัย หลวงตาก็พูดได้บ้างเล็กน้อย เข้าใจ จะมีส่วนได้ส่วนเสียเอียงหน้าเอียงหลังธรรมจะก้าวไปไม่ได้นะ เห็นแก่ชาติเรา ไม่เห็นชาติเขาไม่ได้นะ อันนี้การเล่นธรรมดาก็พูดได้ ให้มีกำลังใจ เท่านั้นเองละ ให้มีกำลังใจเล่นสนุกสนาน ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตามการงานของตน ก็มีเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่เห็นมีอะไร เวลาไปก็ให้ระวังรักษาตัวอย่าเป็นคนเกเรนะ เข้าใจไหม เกเรโกโรโกโสกลับมาบ้านเสียบ้านเสียเมืองไทยเราดีกว่าไม่ไปเป็นไหน ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ถ้าไปเพื่อเอาชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยเรา เราเก่งมากการเล่นกีฬาคราวนี้ไม่มีใครสู้ ว่างั้นเมืองไทยทั้งประเทศก็อยากฟังนะให้เอาเต็มที่ เมืองไทยอยากฟังกันทั้งประเทศนะ เอาละพอ ต่อไปนี้ก็จะให้ศีลให้พรละ

อ่านธรรมะหลวงตา วันต่อวัน ทางอินเตอร์เน็ต www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก