จุดสำคัญครบรอบปี
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 8:30 น. ความยาว 28.01 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖

จุดสำคัญครบรอบปี

 

         เมื่อวานนี้ได้ทองคำ ๑๒ กิโล ๕๘ บาท ๘๙ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑,๓๐๓ ดอลล์ ทองคำที่ได้หลังจากมอบแล้วเวลานี้ได้ ๑๑๕ กิโล ๒๓ บาท ๒๔ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๑๐,๓๒๙ ดอลล์ รวมทองคำที่ได้แล้วทั้งหมด ทั้งที่มอบแล้วและยังไม่ได้มอบ ได้ทองคำ ๕,๖๗๔ กิโลครึ่ง รวมดอลลาร์ที่ได้แล้วทั้งหมดได้ ๗,๓๑๐,๓๒๙ ดอลล์ หากว่ามันได้ตอนนี้ก็จะดีมาก สมใจ คือมันมีจุดหนักอยู่ตรงนั้น ครบรอบปี แล้วก็ห่างกันพอสมควรตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวา มา แล้วก็ไปถึงจุดที่ว่าเป็นจุดสำคัญ วันที่ ๑๒ เมษา นั้นควรได้เราก็จะเอาตรงนั้น เงินที่ว่าอยู่ในธนาคารเราจะถอนออกมาซื้อทั้งหมด รวมกับที่เราได้มาจากที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มันได้ ๕๐๐ กิโลแล้วก็เอาเลยละ ขอให้พี่น้องทั้งหลายคิดจุดนี้ให้ดีนะ จุด ๕๐๐ กิโลนี้ เป็นจุดสำคัญครบรอบปีของเรา ถ้าได้นี่แล้วมันก็ ๖ ตันแล้วแหละไม่สงสัย

พี่น้องทั้งหลายขอให้เร่งนะทุกคน ๆ เวลาอ่อนปรกติธรรมดาเรียบ ๆ ก็เรียบ ๆ เวลามีคลื่นต้องเป็นไปตามเรื่องของคลื่น คลื่นกระทบกันมากน้อยเด็ดกันเรื่อย ๆ อย่างวันที่ ๑๒ เมษา เรียกว่ามีคลื่นตรงนั้น ให้ต่างคนต่างพิจารณาจุดนั้นให้ดี คลื่นของชาติไทยเรา ควรจะผ่านได้ขอให้ผ่าน ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เวลาอ่อนก็อ่อน เวลาแข็งก็แข็ง เรื่องธรรมเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่อ่อนเปียก ๆ ถ้าแข็งขึ้นมาให้กิเลสโจมตี ว่าดุว่าด่าว่าดุว่าเดือด นั่นกิเลสมันไปแทรกเอากิน เราถ้าเป็นเรื่องกิเลสแล้วไม่ถือสา ๆ แล้วกิเลสกลืนเรื่อย ๆ เข้าใจไหม ถ้าเป็นธรรมแล้วถือสาถือสีถือผิดถือถูกกันแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นความดี แล้วยอมให้กิเลสมาถือผิดถือถูก มาตัดคะแนนมาให้คะแนน ใช้ไม่ได้เลยนะเรา

เมื่อดีแล้ว เด็ดเท่าไรยิ่งดี ฟังซิน่ะ เลวแล้วเด็ดเท่าไรยิ่งเลว จำคำนี้ให้ดี ส่วนมากกิเลสมันจะเป็นแบบคืบคลาน ๆ นะ นอกจากถึงกาลผาดโผน ไม่มีอะไรสู้กิเลส เวลาธรรมดามันจะค่อยกินค่อยกลืนไป เคี้ยวมันก็ไม่เคี้ยวให้ดังกรอบ ๆ แกรบ ๆ ละ มันค่อยกลืนไป ๆ นี้กิเลสกลืนคน พอธรรมะเห็นว่าตับจะหมด ก็เลยเอิ๊กอ๊ากเสียทีนึง กิเลสว่า โอ๊ย ดุแล้วนี่ มันเป็นอย่างนั้นนะ มันค่อยกินในตับไปเรื่อย ๆ ไม่ให้รู้เรื่องรู้ราว กิเลสกินตับสัตว์โลกเป็นอย่างนั้นนะ พอมันจะตายมันจะไม่มีตับเหลืออยู่นี่ โอ๊ย ตับจะหมดแล้ว โอ๊ย นี่ดุแล้วนะ เข้าใจไหมล่ะ โอ๊ย นี่ตับจะหมดแล้วนะ ดุแล้ว คือมันจะกินตับต่อไปอีก ไม่ให้เราดุให้มันกินจนหมด

ให้ทราบเสียนะท่านทั้งหลาย กิเลสนี้ลึกลับมากทีเดียว ไม่มีอะไรจับกิเลสได้นอกจากธรรม ธรรมนี้มาทางไหนรู้หมด ถึงเวลารู้แล้วปิดไม่อยู่เลย ไม่ว่าจะละเอียดขนาดไหนขึ้นชื่อว่าสมมุติว่างั้นเถอะน่ะ เพราะธรรมนั้นเรียกว่าวิมุตติธรรม เป็นธรรมแท้ จะรู้รอบหมด จึงเหนือกิเลสและฆ่ากิเลสได้ เวลาเราแสดงอาการที่จะหาของดิบของดีขึ้นใส่เรา มีความเข้มแข็งมีความต้านทานในสิ่งเลวร้ายทั้งหลายนี่ จะถูกกิเลสต้านทานเรา ๆ มาเรื่อย ถ้าเราไม่ต้านทานมันก็กินเข้าไปเรื่อย พอเราสะดุดกึ๊กมันก็ต้านทานต่อสู้เรา ไม่กินไปเรื่อยอย่างนั้น มีแต่กิเลสได้เปรียบนะ เราไม่ค่อยได้เปรียบกิเลส จำคำนี้ให้ดี

นี่ผ่านเวทีมาแล้วพูดได้ชัดเจนมากทีเดียว จึงได้ลงความว่า ไม่มีอะไรแหลมคมยิ่งกว่ากิเลสบอกเลย สามแดนโลกธาตุ เพราะฉะนั้นมันถึงครอบโลกธาตุได้อย่างเงียบไปเลย กินเงียบ ๆ คือกิเลสกินตับคน กินตับสัตว์โลก พอธรรมสะดุดใจนิดนึง พอรู้เนื้อรู้ตัวว่าผิดว่าพลาดอะไรจะออกวิธีต้านทาน มันหาว่าดุว่าด่า นั่นเห็นไหมกิเลส มันเก่งขนาดนั้นนะ เพราะฉะนั้นจึงว่าถึงคราวเด็ดต้องเด็ด ไม่เด็ดไม่ได้ ดีกับชั่วมันเป็นของคู่กัน กิเลสมีทั้งนิ่มนวลอ่อนหวานทั้งเด็ด  ธรรมะนี้ก็มีนิ่มนวลอ่อนหวานและเด็ดได้เหมือนกัน แต่กิเลสมันเป็นฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าตามหัวใจสัตว์โลก มันจึงมักได้เปรียบเสมอ พอธรรมะออกมามีลักษณะขึงขังตึงตัง กิเลสจะโจมตีแล้ว ๆ เป็นอย่างนั้นนะ

เวลานี้ความจนของเราก็คือกิเลสตัวหนึ่ง มันกำลังกินตับกินปอดชาติไทยของเรา ให้พากันต้านทานเต็มเหนี่ยว ๆ นะ เอาให้จริงให้จัง ถึงคราวเด็ดต้องเด็ด เด็ดเถอะพระพุทธเจ้าพาเด็ดมาแล้ว ถ้าเด็ดไม่ดีพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาไม่ได้ พระสาวกทั้งหลายเป็น สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเราไม่ได้นะถ้าเด็ดนี้ไม่ดี เด็ดทางดีต้องดีไปตลอด เด็ดทางชั่วเลวไปตลอด ให้จำคำนี้ให้ดี ทั้งสองนี้เป็นของคู่เคียงกัน ดีกับชั่วต้องฟัดต้องเหวี่ยง ทางไหนมีกำลังมากทางนั้นผ่านได้ ๆ ทางไหนอ่อนแอทางนั้นตาย ๆ นะ ธรรมะเราจะอ่อนแอไม่ได้นะ กิเลสจะเหยียบให้ล่มจมทั้งชาติของเรานี้ ใช้ไม่ได้เลยนะ ต้องอุตส่าห์พยายามทุกคน ๆ

สำหรับหลวงตานี้ได้เพื่อพี่น้องทั้งหลายเต็มกำลังความสามารถแล้ว ว่าอะไรว่าจริงทุกอย่าง ไม่ได้เหลาะ ๆ แหละ ๆ นี้จิตปักช่วยประเทศไทยยังไม่ได้ถอนนะ ปักช่วยตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงเตือนตรงนั้นเตือนตรงนี้เรื่อย ๆ ฉุดทางนั้นฉุดทางนี้ ดุทางนั้นด่าทางนี้เรื่อย เพื่อให้ดี ๆ ดุเพื่อดี ด่าก็เพื่อดี เพื่อดีตลอด ๆ ไม่งั้นจะไม่ได้เรื่องนะ ให้ฟังเสียงหัวหน้าด้วย หัวหน้าเป็นคนเช่นไรอีก อย่างที่เราฟังเสียงพระพุทธเจ้า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ คือศาสดาองค์เอก ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ คือศาสดาองค์เอก นี้เราตัวเท่าหนูเราก็พยายามปฏิบัติตามวิสัยของหนู เพื่อความดีล้วน ๆ ไม่ได้เพื่อความชั่ว หากที่ควรจะเป็นไปได้ควรเชื่อถือได้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังเสียงหัวหน้านะ เวลานี้ก็หลวงตาเป็นหัวหน้าพี่น้องทั้งหลาย กิริยาอาการเหล่านี้จะพาพี่น้องทั้งหลายให้ล่มจมหรือจะพาให้เจริญรุ่งเรือง แน่นหนามั่นคงสงบร่มเย็นขึ้นไป

อะไร ๆ มา เดี๋ยวนี้ก็มักจะมีตั้งแต่หลวงตานี้แหละ เป็นกำแพงกั้นกัน ๆ ต่อยกันทุกอย่าง ตีเข้ามา ๆ  ก็อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้  ประชุมพระเป็นหมื่น ๆ  มันจะหนีหลวงตาบัวเหรอ เอาไปไว้ที่ไหนเขาก็จับมายัดใส่คุกแหละ หลวงตาบัวเป็นตัวการเขาก็จะว่า ใช่ไหมล่ะ นั่น มันเป็นยังไงเป็นอย่างนั้น มันไม่โดนได้เหรอ อย่างนี้ละมันโดน เรารับทุกอย่าง ลงได้ขึ้นเวทีแล้ว โบกมือเลย ไม่มีคำว่าถอย ถ้าลงได้ลงแล้วพิจารณาเต็มเหนี่ยวแล้วออกพุ่ง ๆ เลย ถ้าไม่เต็มไม่ออก เพราะฉะนั้น ทำอะไรจึงไม่ให้มันพรวดพราดง่าย ๆ ละ ต้องพิจารณาเต็มกำลัง หากว่าผิดพลาดก็ผิดพลาดด้วยปัญญาเราไม่ถึง แต่การพิจารณาเอาให้เต็มเหนี่ยว ๆ ส่วนมากก็มีแต่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ๆ เพราะใช้การพินิจพิจารณาทุกอย่าง พิจารณาออกนอกพิจารณาเข้าใน ละเอียดทั่วถึงแล้ว ใช้ได้แล้วพุ่งออก ๆ เป็นพัก ๆ

นี่เบื้องต้นก็คือชาติไทยของเรา จะล่มจะจมใครก็ทราบกันทั่วประเทศนี่จะว่าไง นี่ก็ค่อยฟื้นฟูขึ้นมา ๆ เรื่อย ๆ เรียกว่าค่อนข้างแน่ใจเป็นลำดับ ๆ ที่จะเจริญรุ่งเรือง เมื่อเราทั้งหลายได้พยายามบึกบึนอยู่ดังที่เป็นอยู่เวลานี้ จะขึ้น ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ ฟังเสียงหัวหน้าทุกอย่าง หัวหน้าทางบ้านเมือง หัวหน้าทางศาสนา หัวหน้าทางบ้านเมืองเป็นสิริมงคลจะเป็นประโยชน์แก่ชาติไทยของเรา เอ้า ยอมรับกันเลย หนุนตามหัวหน้า หัวหน้าว่ายังไงเอาเลย หัวหน้าพาตายตายเลย นั่น เมื่อลงใจแล้วว่าเป็นที่แน่นอนแล้ว ทางศาสนาก็เหมือนกัน พระพุทธเจ้าก็สละตายเพื่อเราทั้งหลาย สลบ ๓ หน นั่น สละตายเห็นไหมจึงได้มาเป็นศาสดา คำสอนพระพุทธเจ้าจึงเรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกอย่างแล้วไม่มีพลาด ด้วยความสละตายพระองค์ ไม่ได้อ่อนแอนะ เวลาแข็งแข็งไม่มีใครเกินพระพุทธเจ้า สลบก็สลบ เลยสลบตายก็ตายเลย ให้พระองค์ถอยไม่ถอย ถึงกาลเวลาที่จะสู้สู้อย่างนั้น

เราก็เหมือนกันสู้เพื่อชาติบ้านเมืองของเราให้ร่มเย็นเป็นสุข แน่นหนามั่นคง ต่างคนต่างช่วยกัน ไม่มีอะไรใหญ่ยิ่งกว่าชาติ คนทั้งประเทศนี้อยู่ด้วยกันเรียกว่าชาติ ไม่มีอะไรใหญ่ยิ่งกว่าชาติ ถ้าจมทั้งชาติก็หมดไปเลยไม่มีเหลือ ฟื้นฟูขึ้นทั้งชาติก็มีความเจริญรุ่งเรืองแน่นหนามั่นคง นี่เรากำลังอุ้มชาติไทยของเราเพื่อขึ้นสู่ความสงบร่มเย็น ความแน่นหนามั่นคง จึงให้พากันต่างคนต่างปฏิบัติหน้าที่ของตนเพื่อชาติไทยของเรา โดยฟังเสียงหัวหน้านะ สำหรับเราเองเราก็ไม่มีเจตนาแม้เม็ดหินเม็ดทราย ที่จะเป็นเรื่องทำลายชาติไทยของเรา เม็ดหินเม็ดทรายไม่มีเลย เรียกว่าไม่มีเลย มีแต่จะอุ้มโดยถ่ายเดียว จะหนักจะแน่นขนาดไหน เอ้า สู้ ๆ ตลอด จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายเห็นใจนะ ได้อุตส่าห์พยายามเพื่อช่วยชาตินั่นละ เราก็พูดแล้วว่าช่วยเราเราไม่มี เราบอกตรง ๆ ทุกอย่างได้มามากน้อยสมบัติเงินทอง ได้มาเท่าไรเพื่อโลกทั้งนั้น ๆ เราไม่เอาอะไร เปิดแบมืออยู่นี้ตลอด เราไม่เคยจะไปกำอะไรเลยพอ พอทุกอย่างแล้วไม่กำ มีแต่เปิดออก ๆ ๆ เรื่อย เพื่อความสุขความเจริญแก่ผู้เกี่ยวข้องอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นจึงขอให้เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วย

นี้ก็กุมภาพันธ์กำลังเริ่มต้น มีนา ๒ เดือนเต็ม ให้พยายาม มันจะพอได้มากน้อยเพียงไร เอ้า เสี่ยงวาสนาเรากับความเข้มแข็ง เอาให้ติดตามกันไป ให้ได้ ๕๐๐ กิโล วันที่ ๑๒ นี้ออกผางเลย ออกสนามละ ๕๐๐ กิโล น้ำใจแห่งความรักชาติของพี่น้องชาวไทยเราออกสนามวันที่ ๑๒ เมษายน จำให้ดีนะ ถ้าออกไม่ได้แล้วตายเลยนะ เข้าใจไหม ออกให้ได้นะ ของเล่นเมื่อไร ว่าจะเอาแล้วไม่ใช่เล่น ๆ ต้องเป็นเรื่องจริงด้วยกันทั้งนั้น ต่างคนต่างอุตส่าห์พยายามทุกคน วันนี้ก็จะไม่พูดอะไรมากละ พูดเพียงเท่านี้ก็เห็นจะพอ ดูนาฬิกามันเกือบจะ ๙ โมงครึ่งแล้ว ฝากความไว้วางใจกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากันนะ เอาให้เต็มยันคราวนี้ เราจะริบรวมเงินมาได้เท่าไร เราก็จะเอาไปซื้อทองคำคราวนี้นะ

ขนมอย่าขนมานะ ต่อไปอย่ามายุ่งนะ ไม่ดี เดี๋ยวกลายเป็นขลังนอก ๆ ไป ขลังไปไหนเลยลืมตัวไม่ได้เรื่องนะ ให้มันขลังอยู่ภายในซิ ไปไหนเขาเขียนไว้ ป้ายนั่น วิ่งรถไปนี้ติดไว้ ๒ ข้างถนน ขอเชิญปิดลูกนิมิตผูกพัทธสีมา แล้วแจกเหรียญ ฟังแล้วมันจะสลบนะเรา แจกเหรียญ เหรียญพ่อเหรียญแม่อะไรเราก็ไม่รู้นะ มันหาขลังแต่ภายนอกตัวเองไม่มอง หัวใจที่ต้องการความขลังเต็มเหนี่ยวอยู่ภายในใจ ไม่ได้มาสนใจไม่เหลียวแล ดูตั้งแต่ภายนอกเกาแต่ภายนอก ตัวสำคัญภายในใจนี้ไม่ได้มาชำระสะสาง มันจะขลังได้ที่ไหน ไม่ขลัง ถ้าทำอันนี้ให้เต็มเหนี่ยวแล้วขลังตลอด อยู่ที่ไหนขลังหมด พระพุทธเจ้าขลังที่หัวใจนะ พระสงฆ์สาวกขลังที่หัวใจ ธรรมก็ขลังอยู่ที่หัวใจ ธรรมกับใจเข้าอันเดียวกันแล้วไม่มีอะไรมีอำนาจเหนือกว่าแหละ นี่ให้มันขลังอย่างนี้

อันนี้แจกเหรียญ เราผ่านไปมันได้อ่านดู มีตั้งแต่ผูกพัทธสีมาแล้วก็แจกเหรียญ โอ๊ย.มันพิลึกพิลั่น ก็ว่าเป็นเจตนาที่เป็นกุศลของตัวเอง ธรรมที่ดีอยู่ฉากหลังทำไมมันไม่มอง มันมามองอะไรอย่างนี้ ให้มันขลังตรงนี้ซิ ถ้าลงขลังตรงนี้อยู่ไหนขลังหมดนะ อย่างนี้ละมาแจกขลัง ๆ อย่างนั้น หลวงตาบัวจะกลายเป็นหลวงตาบัวขลังอย่างนี้ไปนะ ขลังข้าวต้มขนม เอ้า นี่ของขลัง ขลังไป พูดไปเรื่อยแจกของขลังไปเรื่อย เอ้า ไป ๆ เรื่อย ๆ

 

อ่านและฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.or.th or www.Luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก