ยาเสพย์ติดต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 8:50 น. ความยาว 31.36 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖

ยาเสพย์ติดต้องใช้ทั้งพระเดชพระคุณ

 

         นี่ท่านเจ้าคุณอริยฯ ท่านก็เสียแล้ว เจ้าคุณเขียน อริยเวที วัดบ้านโพน โอ๊ย ป่วยมานานไม่ทราบว่ากี่ปี เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่ตลอดนะ คิดว่าไม่ต่ำกว่า ๓ ปี ตั้งแต่ได้ยินว่าป่วยแล้วเข้าโรงพยาบาล เข้าแล้วออก ๆ อยู่อย่างนั้น ท่านก็ทรมานเรื่องร่างกายอยู่มากเหมือนกัน ท่านป่วยมาหลายปี

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ เรื่องยาเสพย์ติดนี่ โถ เราคิดไว้เหมือนว่าสุดวิสัย มันไม่ใช่เรื่องไม่ใช่หน้าที่ของเรา ที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไร ๆ ก็มีแต่แนะนำสั่งสอน การแนะนำสั่งสอนก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง มีทั้งพระเดชมีทั้งพระคุณนั้นถูกต้อง ท่านดำเนินมาอย่างนั้น นิคฺคยฺห ปคฺคยฺห ทรงชมเชยสรรเสริญผู้ทำดี แล้วดุด่าว่ากล่าว ดีไม่ดีเอากันอย่างหนักกับผู้ทำชั่วตามแต่ขั้นของความชั่ว นั่น ท่านมีอย่างนั้น การปกครองโลกมีอย่างนั้น ทางธรรมนี้ก็มีแบบธรรมแบบวินัย

เราคิดว่า เอ๊อ เมืองไทยเรานี้มาเสียเพราะอันนี้ละเหรอ วิตกอยู่ตลอด พูดอะไรก็พูดไม่ออกนะ ก็มีแต่การแนะนำ แนะนำก็อย่างนั้นแหละ แนะนำคนกินยาเสพย์ติด โอ๋ย ยกโคตรไปแนะนำเขาก็ไม่ได้เรื่องใช่ไหม อย่าว่าแต่หลวงตาบัวไปแนะนำเลยนะ ให้เอาโคตรหลวงตาบัวไปสอนก็ไม่ได้เรื่อง เรื่องพระคุณนี่ ยกโคตรไปก็ไม่ได้เรื่อง ต้องมีพระเดช มีอำนาจด้วย มีพระคุณมีอำนาจอยู่ในนั้นด้วย อย่างนั้นนะ ไม่งั้นไม่ได้ เมืองไทยเรานี้จะฉิบหายจริง ๆ เสียแล้วเหรอ ขึ้นช่องหนึ่งแล้วลงช่องหนึ่งอยู่อย่างนี้ เราก็อดคิดไม่ได้นะ เพราะเราก็ช่วยชาติเต็มกำลังความสามารถของเราทุกด้านทุกทาง ที่อยู่ในวิสัยของเราที่จะทำได้ แต่เรื่องอย่างนี้ก็มีแต่การแนะนำสั่งสอน อย่างนี้ไม่พอกัน คิดอยู่อย่างนี้นะ เมืองไทยเราจะจมไปหมด หมดคุณค่าหมดราคา ถ้าลงยาเสพย์ติดเข้าจุดไหน ๆ คนไหนแล้วหมดเลย ๆ ก็หมดจริง ๆ ละ

นี่เราพูดตามเรื่องความสัตย์ความจริงของอรรถของธรรม ต้องพูดอย่างนี้ พูดอย่างอื่นไปไม่ได้ บอกว่าจะหมดจริง ๆ แล้วเมืองไทยเราถ้าไม่ใช้วิธีอย่างที่ว่า พระเดชพระคุณเข้าด้วยกัน พระคุณก็เห็นไหมล่ะ พอติดยาเสพย์ติดเข้ามาทางนี้ก็บำบัดรักษาไม่ใช่เหรอ นี่พระคุณ นั่น พระเดชต้องใช้ อะไรที่จะมาทำความฉิบหาย พระเดชใช้ลงไป ต้องใช้อำนาจ ไม่ใช้ไม่ได้จะฉิบหาย การใช้อำนาจเพื่อคนทั้งประเทศนี้เสียหายที่ไหน เป็นอย่างนั้น ใครจะว่าโหดร้ายไม่โหดร้าย อยู่ดี ๆ ใครไปว่ากันที่ไหนใช่ไหม อยู่ดี ๆ ไปตัดคอกันไปฟันกัน จับมาใส่คุกใส่ตะรางไม่เคยเห็นมี มันทำความชั่วก็ต้องพูดถึงเรื่องความชั่ว ควรหนักก็หนัก ควรเบาก็เบา ไปตามขั้นของความชั่วของคน

ตั้งแต่นักโทษติดคุกติดตะราง ดูซิโทษของเขามีเสมอกันเมื่อไร เหลื่อมล้ำต่ำสูงไปอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ ตามโทษ อันนี้ก็เหมือนกัน การที่จะใช้พระเดชพระคุณก็แบบเดียวกันนั่นแหละ ก็ถูกธรรมแล้วนี่จะให้ว่ายังไง เรามีพระเดชไว้สำหรับพระคุณต่อชาติไทยทั้งประเทศ ฟังซิ พระเดชปราบสิ่งที่ชั่วช้าคนชั่วช้าลามกออก อย่าให้เข้ามา พวกนี้เป็นพวกเนื้อร้าย จะมาทำความเสียหายแก่ชาติไทยทั้งชาติ เนื้อร้ายนี่ต้องได้ใช้พระเดช ประเภทอย่างนี้ไม่ใช้พระเดชก็ไม่ได้ ทางหลักธรรมวินัยท่านก็มี ถ้าไม่ได้แล้วขับเลย อเปหิ ขับ ปรับโทษอีกด้วย ตามพระวินัยก็มี ทั้งปรับโทษแล้วไล่ส่งก็มี นั่นเป็นอย่างนั้น เรื่องพระวินัยท่านก็มีตามหลักของธรรมของวินัย เรื่องโลกก็ต้องใช้ไปตามของโลกนั้นเอง

เรื่องนี้เรื่องใหญ่โต เรื่องฉิบหายทั้งประเทศจะว่าอะไร เรื่องยาเสพย์ติดเป็นของเล็กน้อยเมื่อไร จะไปใช้เหยาะ ๆ แหยะ ๆ ก็ไม่ได้ มันก็ต้องใช้ตามขั้นตอนที่จะทำความสงบให้เนื้อดีทั้งหลายทรงตัวอยู่ได้ เนื้อร้ายก็ปัดออก ๆ อะไรที่ระงับลงได้ เยียวยาก็เยียวยา ถ้าระงับไม่ได้ก็ต้องปัดออก มันจะมาติดเป็นเชื้อใหญ่เข้าในชาติไทยของเราทั้งชาตินี่ มันของเล่นเมื่อไร ยาเสพย์ติดมีแต่ติดโดยถ่ายเดียว ตายโดยถ่ายเดียว ฉิบหายโดยถ่ายเดียว ทางจะเจริญไม่มี มีแต่ทางเสียหายโดยถ่ายเดียว แล้วเราจะใช้แบบไหนที่จะให้เหมาะสมกับสิ่งเหล่านี้น่ะ

เรานี่คิดมานาน หากพูดไม่ออก คิดไปแง่นี้โดนแง่นี้ ๆ ต่อจากนี้มาโดนแง่นี้ คิดไปคิดมาอยู่อย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องใหญ่โตให้คิดอยู่ภายในใจตลอดมานะเรา แต่มันจะออกแง่ไหนก็อย่างว่านั่นละ แง่ของเราเราก็สอนแล้ว ถึงสอนก็อย่างว่าละ ไปสอนคนตายมันได้เรื่องอะไร ผู้ที่ว่าไม่ติดนี่ก็ พอทางนั้นเขาสอดเข้ามาปั๊บติดปุ๊บเลย แน่ะ มันก็อย่างนั้นนะ ติดเร็วที่สุดด้วย ถ้าติดแล้วตายเลยไม่มีทาง ๆ โอ๊ย.น่าทุเรศนะ ยาเสพย์ติดนี้เป็นมหาภัยอย่างยิ่งทีเดียว จะใช้แบบนิ่มนวลอ่อนหวาน โหดร้ายทารุณเกินไปอะไร ๆ มันหาเรื่องมาพูด ไอ้โหดร้ายทารุณเกินไป หนามยอกมันไม่ถอดหัวหนามออก กลัวมันจะเจ็บถ้าถอดหนามออกแล้วจะโหดร้ายอย่างนั้นเหรอ หนามยอกเท้า เวลาหนามปักมันก็เจ็บปวดพอแล้ว แล้วจะถอนหนามออก ว่าโหดร้ายทารุณเหรอ พิจารณาซิ

ถอนหนามออกมันก็เจ็บ โหดหรือไม่โหดก็ต้องถอนออก นั่น เครื่องบังคับก็มีอยู่ในนั้นจะว่ายังไง อันนี้หนามยอกคนทั้งประเทศ ไม่ถอดหัวหนามออกจะทำยังไง การถอดหัวหนามออกก็ต้องมีเจ็บมีปวดบ้างเป็นธรรมดา นี่การพระเดชพระคุณที่จะใช้ปราบปรามเพื่อความดีทั้งหลายจะได้ทรงตัวอยู่ในชาติไทยของเรา พูดถึงชาติไทยก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เราพูดอย่างเป็นธรรม เราไม่ได้เหยียบย่ำทำลายใคร คนเสียหายก็จะไม่ให้มีตักเตือนกันยังไง แน่ะ การตักเตือนกันก็เป็นเรื่องความดีนี่นะ

ฟังว่ามันรุนแรงเอามากนะ ลุกลามเข้าหมดไม่ว่าเด็กว่าผู้ใหญ่ติดได้ทั้งนั้น ๆ ยาเสพย์ติดมันไว้หน้าใคร เอ้า พูดให้ฟังชัด ๆ นะ เอาพระอรหันต์มากินก็กินดูซิยาเสพย์ติด พระอรหันต์องค์นั้นต้องติดยาเสพย์ติด เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ท่านต้องติด เพราะยาเสพย์ติดนี้เป็นฝ่ายสมมุติ เป็นเรื่องของโลก ธาตุขันธ์ท่านก็เป็นโลกร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ให้ไปกินดูซิพระอรหันต์กินดูซิ จะไม่ติดยาเสพย์ติดได้หรือ นั่น ฟังซิเอาอย่างนี้ละนะ จิตของท่านไม่ติด แต่เรื่องธาตุเรื่องขันธ์เป็นส่วนสมมุติต้องติดนี่จะว่ายังไง เอาอะไรมากินก็ติดในส่วนที่โลกเขาติด พระอรหันต์ติดได้เหมือนกันในเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ แต่ส่วนเรื่องกิเลสไม่ติดไม่มี เวลาครองธาตุครองขันธ์อยู่ธาตุขันธ์ก็เป็นเรื่องสมมุติ สิ่งใดที่เป็นสมมุติด้วยกันมันก็เข้ากันได้ ๆ ติดกันได้ไม่สงสัย

เราจะเอาเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ไปบวกเป็นอรหันต์ได้เหรอ ธาตุขันธ์เป็นธาตุขันธ์ อรหันต์ความสิ้นกิเลสภายในใจเป็นความสิ้นกิเลส จะไม่มีสมมุติใดเลย สามแดนโลกธาตุนี้เข้ามาเกี่ยวข้องได้เลยสำหรับจิตของพระอรหันต์ อันนั้นยกให้เลย แต่เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ท่านก็เป็นเหมือนกันกับโลกนั้นแหละ ควรเจ็บก็เจ็บ ควรปวดก็ปวดเหมือนกัน หนามยอกเท้าท่านก็เจ็บเหมือนกันกับเราไม่ผิดกันอะไรเลย นี่คือเรื่องสมมุติต่อสมมุติ ต้องเข้ากันได้อย่างนี้ตลอดไป ทั้งพระอรหันต์ทั้งปุถุชนเรา เพราะธาตุขันธ์ไม่ใช่อรหันต์ ธาตุขันธ์เป็นเรื่องของสมมุติเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน มันก็เข้ากันได้ธรรมดาไม่ผิดกัน เราจะไปเหมาอันนี้ให้เป็นอรหันต์หมด ว่าเป็นอรหันต์แล้วจะไม่ติดอะไรทั้งนั้น ๆ พวกบ้านี่เราว่าอย่างนั้นนะ จะว่ายังไง เราไม่เป็นบ้าเราก็พูดว่าพวกบ้าได้จะเป็นอะไรวะ มันต้องแยกต้องแยะซิ เอามาลองดูซิ เอายาเสพย์ติดมาให้ท่านผู้สิ้นกิเลสกินดูซิ ท่านไม่กินเข้าใจไหม เพราะท่านเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในธาตุในขันธ์ของท่านอยู่ ท่านก็รักษาอันนี้ให้พอเหมาะพอดีกับสมมุตินิยม นั่น ท่านไม่กิน

พระอรหันต์ท่านดื้อด้านไปกินยาเสพย์ติดไม่มี เรื่องอย่างนี้ไม่มี แต่เรื่องที่มันแทรกเข้ามา ๆ ไม่ให้รู้ตัวนั้นในธาตุในขันธ์มันทำได้ เป็นได้ ติดได้เหมือนกัน แต่จิตของท่านไม่ติด จิตของพระอรหันต์เอาอะไรมาติด สิ่งใดที่เคยมาตั้งแต่ท่านเป็นปุถุชนคนธรรมดานี้ ธาตุขันธ์ของท่านก็เยียวยาไปธรรมดาเหมือนกัน เช่น การกินอยู่ปูวาย การหลับการนอน การไปการมา เจ็บไข้ได้ป่วยเกี่ยวข้องกับหยูกกับยา ท่านก็มีเหมือนกันในส่วนเหล่านี้ แต่จิตขอบท่านไม่มี ที่จะมาเยียวรักษาด้วยสิ่งสมมุติทั้งหลายเข้าไปทำลายจิตพระอรหันต์ ให้พระอรหันต์ได้เยียวยาจิตนี้ไม่มี บอกว่าไม่มีร้อย ๆ ๆ ล้าน ๆ เปอร์เซ็นต์เลย ท่านไม่มีก็บอกไม่มี ให้แยกอย่างนั้นซิ อะไร ๆ ก็จะเหมาเอาหมด ภูเขาทั้งลูกก็เป็นอรหันต์หมด ถ้าพระอรหันต์เดินหย็อก ๆ เข้าไปภูเขาลูกนี้ ภูเขาลูกนี้เป็นอรหันต์นะ ว่าอย่างนั้นเหรอเข้าใจไหม ภูเขามันเป็นภูเขา อรหันต์เป็นอรหันต์ ธาตุขันธ์เป็นธาตุขันธ์ อรหันต์เป็นอรหันต์ ไม่ได้เหมือนกันนี่นะ มันต่างกัน

พระอรหันต์หมายถึงจิตล้วน ๆ กับสิ่งที่แทรกซึมที่เรียกว่ากิเลส ที่มันทำลายสัตว์โลกอยู่เวลานี้คือกิเลสที่มันแทรกอยู่ในจิตนั้นแหละ ให้เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เราไม่เป็นยาเสพย์ติดประเภทนั้นก็เป็นยาเสพย์ติดประเภทของคนทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับสมมุติ ต้องวุ่นวายกันอยู่ตลอดอย่างนี้ จะให้ว่ายังไง นี่เรื่องของโลกเป็นอย่างนั้น เรื่องสมมุติเป็นอย่างนั้น พอจิตเป็นอรหันต์แล้วอะไรก็เป็นอรหันต์หมด อย่างนี้มันก็บ้าอย่างจัง ๆ จะว่าไง เดินผ่านไปตรงไหนก็มีแต่อรหันต์ไปหมด ผ่านพวกฝูงไก่ ไก่เหล่านี้เป็นอรหันต์นะ ผ่านฝูงเป็ดก็เป็นอรหันต์ ผ่านกองขี้ ๆ กองนี้เป็นอรหันต์ ใครจะกราบได้ลงคอไหมกองขี้กองนี้นะ เหอ กองขี้กองนี้เป็นอรหันต์ เพราะอรหันต์ท่านเดินผ่านมานี้ แล้วใครจะกราบขี้ได้ลงคอไหม แต่กราบพระอรหันต์กราบได้ กราบขี้กราบไม่ได้เข้าใจเหรอ นั่น ก็แยกกันอย่างนั้นซิ

นี่เราพูดถึงเรื่องยาเสพย์ติด ได้ระวังกันทั้งนั้นนะ แต่สำหรับอรหันต์นั้นเรายกมาพูดเฉย ๆ ที่จะให้ท่านมากินสิ่งเสพย์ติดด้วยทั้ง ๆ ที่รู้นี้ฆ่าท่านตายท่านก็ตายเฉยๆ เพราะท่านไม่กิน นั่น เพราะท่านรับผิดชอบในขันธ์ของท่านอยู่ มันเกี่ยวโยงกันอยู่ท่านก็รักษา ส่วนจิตของท่านจะทำอะไรให้เป็นอะไรไม่มีทาง เรียกว่าไม่มีทาง บอกว่าเป็น อฐานะ แล้วมันต่างกันอย่างนี้นะ

(เสียงหมาเห่า) เอ้า เห่าลงไปบักนี่ก็ดี มึงอยู่ในวัดนี้ถ้ามีพระอรหันต์อยู่ในนี้ มึงเป็นอรหันต์มึงเห่าหาอะไร มันก็ต้องอย่างนั้นซิ ซัดกันอย่างนั้นซิ ถ้าสมมุติว่ามีอรหันต์อยู่ในวัดนี้ มึงเห่าทำไมมึงอยู่ในวัดอรหันต์น่ะ ห้ามไม่ให้ไอ้กี้เห่าได้ไหม ไอ้กี้มันก็เห่าของไอ้กี้แล้วอรหันต์นั้นก็อรหันต์ใช่ไหม มันคนละอย่าง เข้าใจเหรอพวกบ้านี่นะ เหอ โอ๊ย.ขบขันดีนะพูดไปได้ทุกแบบนะ พูดได้ทุกแบบ มันอยู่ในกรง เขาก็ดีนะเขาไม่ดื้อนะเวลาเรายังไม่เปิดเขาไม่ออก พอเปิดแล้วใครยุ่งเขาไม่ได้นะ

หลวงตา ดีละที่นายกท่านทำอย่างนี้ เราเห็นด้วยเลย

ผู้ว่าฯ ก็ใช้เวลา ๓ เดือน ๑ กุมภาพันธ์ถึง ๓๐ เมษายน มันเหมือนกับทำสงครามครับ

หลวงตา โอ๋ย สงครามตรง ๆ นั่นละ สงครามเพื่อรื้อชาติบ้านเมืองของเรา ไม่งั้นมันจะจม เหอ

ผู้ว่า ใช้เวลา ๙๐ วัน คิดว่าพอ หลังจากเสร็จ ๙๐ วันก็คงเหลือน้อย ๆ มาก จังหวัดอุดรเราก็คิดว่าสิ้นปี ๔๖ นี้เราจะประกาศ เอาทั้งจังหวัดเลยครับ เพราะว่าพรุ่งนี้ผมก็ไปเป็นประธานที่อำเภอกุมภวาปี  กับกิ่งอำเภอประจักษ์ ๒ อำเภอนี้ปลอดยาเสพย์ติดแล้วครับ แล้วจะไล่ไปทีละอำเภอ ๆ คิดว่า ๒๕๔๖ นี้คงจะหมดครับ

หลวงตา ก็ดีละ มันเป็นมาเท่าไรยาเสพย์ติด จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใครเป็นผู้ใหญ่เท่าไรก็เรียกว่าไม่มีสติปัญญาที่จะแก้ไขหรือปราบปรามสิ่งเหล่านี้ ความผิดเหล่านี้ สิ่งผิดเหล่านี้ออกจากสัตว์ จากคนของเรา ชาติไทยของเรา มันก็นับแต่วันลุกลาม ๆ อย่างนี้ พอนายกฯ คนนี้ท่านช่วยด้วยความรักชาติจริง ๆ นี้ละความรักชาติพิจารณาซิ คนทั้งประเทศท่านต้องสละชีวิตลงใส่เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา เป็นคนชั่วหรือคนดีเอาไปพิจารณาซิ ไม่งั้นจะฉิบหายกันหมดทั้งประเทศนี่ว่าไง

นี่ก็ค่อยเบาบางไปเพียงเท่านี้ก็เห็นผลแล้วจะว่ายังไง แล้วก็จะเป็นผู้เป็นคนต่อไปในชาติไทยของเรา ไม่งั้นเลยหมาไปเลยนะ ยาเสพย์ติดจะติดไปหมดกระทั่งถึงหมูถึงหมานะ เจ้าของมันติดมันก็จะเอาป้อนหมามัน แล้วพวกหมานี้ก็เป็นพวกนักยาเสพย์ติดด้วยกัน ไม่มีความหมายอะไรเลย จนกระทั่งเป็ด ไก่ เหล่านี้จะไปป้อน พวกนี้ก็ติดยาเสพย์ติดหมด ในวัดป่าบ้านตาดอย่าเอามานะ ไม่ได้นะ มันจะเลยไปหมดทั้งวัดป่าบ้านตาด หลวงตานี้ก็เลยหมาไปเลยนะ ถ้าลงเอายาเสพย์ติดมาใส่วัดป่าบ้านตาดแล้ว โอ๊ ของร้ายแรงนี่

นี่ละเนื้อร้ายท่านทั้งหลายทราบไหม เนื้อร้ายต้องตัดออก ๆ ไม่ตัดออกไม่ได้ฉิบหายหมด ประเภทนี้ประเภทยาเสพย์ติด นี้คือเนื้อร้ายของชาติบ้านเมือง หมดค่าหมดราคาเหลือแต่ลมหายใจฝอด ๆ เท่านั้น นี่เรียกว่าเนื้อร้าย ต้องรีบตัดไม่ตัดไม่ได้นะ เรายังไม่เห็นว่าเป็นของสำคัญเหรอ เห็นว่ารุนแรงไป ว่างั้นเหรอ อะไรรุนแรงพิจารณาซิ คนอยู่ดี ๆ เขาไปทำอะไรกัน การปกครองบ้านเมืองก็มีหลักมีเกณฑ์ในการปกครองบ้านเมือง อยู่ดี ๆ นี้ไปจับเขาใส่คุกใส่ตะราง มีคนไหนไปทำอย่างนั้นผู้ใหญ่ที่ปกครองบ้านเมือง โหดร้ายอะไร คนดีก็เป็นคนดี นี่คนชั่วก็ต้องพิจารณา

ธาตุขันธ์ของเราเวลามันดีก็ปรกติ ถ้าเวลาไม่ดีต้องหาหยูกหายามาใส่ ควรแก้ไขยังไงก็แก้ ดีไม่ดีอวัยวะส่วนใดที่เป็นเนื้อร้ายนี่ถ้าปล่อยไว้มันจะลุกลามเข้าไปหาเนื้อดี ร่างกายของเราฉิบหายหมด จำเป็นต้องได้ตัดออก ถึงจะรักสงวนขนาดไหนเอาไว้ไม่ได้เลย นั่น เห็นไหมตัดออก นี่ว่าโหดร้ายหรือไม่โหดร้ายพิจารณาซิ เนื้อร้ายมันจะกินคนทั้งคนให้ฉิบหายไปหมด เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแหละ ไอ้เนื้อร้ายนะ แต่มันจะลุกลามให้คนฉิบหายไปหมดทั้งคนตายเลยนี่ เจ้าของนั้นแหละ มันจำเป็นจะต้องได้ตัดออก เจ้าของนั่นแหละเป็นผู้รักผู้สงวน แล้วทำไมจึงต้องตัดออก เพราะมันเป็นเนื้อร้ายเห็นไหมล่ะ อันนี้ก็คนชั่วที่จะทำความฉิบหายให้แก่ชาติบ้านเมืองนี้คือประเภทเนื้อร้าย ต้องพยายามรักษาหรือตัดออก พูดง่าย ๆ ตัดออกคือตัดความชั่ว คนชั่วออก และบำรุงรักษาให้เป็นคนดีขึ้นมา นั่น เป็นความเสียหายที่ไหน โหดร้ายทารุณที่ไหนพิจารณาซิ พูดไม่มีเหตุมีผล สุ่มสี่สุ่มห้า พูดคัดพูดค้านพูดต้านพูดทานพูดทำลาย ผู้ที่ทำลายผลประโยชน์ส่วนรวมให้ฉิบหายวายปวง ไม่ให้มีแก่ใจอย่างน้อยหมดกำลังใจ

คำพูดเช่นนี้ไม่ควรจะมาพูด ถ้ายิ่งเป็นผู้ที่เคยปกครองบ้านเมืองมาแล้วเลวร้ายที่สุด คำพูดประเภทนี้ ของคนประเภทนี้ ไม่มีชิ้นดีเลย เขาทำการรักษาบำรุงบ้านเมืองของเรา แล้วกำจัดปัดออก สมกับว่าเป็นผู้รักษาชาติบ้านเมืองแล้วเสียหายไปที่ไหน จึงว่าโหดร้ายทารุณไป ในการกำจัดสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกจากสิ่งที่ดี มันเป็นโหดร้ายทารุณเหรออย่างนั้น พิจารณาซิ พูดอย่างนี้มันก็พูดได้นะบางคน

ถึงเวลาแล้วจะพูด เราพูดเป็นอรรถเป็นธรรมอย่างนี้ คนหนึ่งพยายามทำความดิบความดีต่อชาติบ้านเมืองเต็มกำลังความสามารถ คนหนึ่งไม่มีอะไรมีตั้งแต่หาแต่ฟืนแต่ไฟ แต่หอกแต่หลาวเข้ามาทิ่มมาแทงมาจุดมาเผาอยู่อย่างนั้นตลอดเลยพวกเปรตพวกผีนี่ พวกทำลายชาติบ้านเมือง มีคนดีขึ้นมามีไม่ได้ พวกเปรตพวกผีนี้ตามจองล้างจองผลาญ ตามทำลายทุกแบบทุกฉบับนั่นละ มันเลวขนาดไหนพวกนี้ นี่หรือพวกที่ควรจะยกชาติไทยให้มีความเจริญรุ่งเรือง คนประเภทนี้เหรอ พิจารณาซิ คนที่ทำความดีไม่มีความหมายแล้วทำยังไง กลายเป็นคนชั่วไปหมดแล้วคนชั่วจะเป็นคนดีปกครองใคร หมามันก็ไม่ยอมให้ปกครองนะคนชั่วมาปกครองคนดีให้ดีขึ้นนี่ มันจะดีได้ยังไงมีแต่เลวด้วยกัน หมาเราก็ไม่ยอมให้มาปกครองละ

ไปถามดูซิไอ้กี้เรา อยู่ในกรงเวลานี้ เขามีขอบมีเขต นี่เวลานี้เจ้าของเขายังไม่ให้ออก เขาก็อยู่ในกรง นั่น เขาดีขนาดนั้นจะมาปกครองเขาแบบเลยหมาไปแล้วเขาไม่ยอมรับนะ ไอ้กี้เรามันรู้เหมือนกัน เข้าใจหรือเปล่าพวกนี้น่ะ หรือไปเป็นหมากันหมดไม่ยอมฟังเสียงพูด เอาละเป็นประโยค ๆ ไป หยุดแค่เสียก่อน

ก็ดีละเราเห็นด้วย เพราะมันเป็นประเภทเนื้อร้าย ๆ ทั้งนั้น เนื้อร้ายต่อประเทศ ต้องได้ช่วย จะพอมีความหมายขึ้นชาติไทยของเรา ถ้าอันนี้ค่อยหมดไป ๆ ชาติไทยจะค่อยมีความหมายขึ้นมาละ ถ้าปล่อยอันนี้ไปหมดว่างั้นเลย เขียนใบหมดให้เลยก็ได้ คือหมดไป ๆ ๆ หมดจนไม่มีเหลือเลยละ

นี่ท่านเจ้าคุณท่านก็เสียไปแล้ว วันนี้เราอาจจะได้ไปหาท่าน ไปเยี่ยมศพท่าน พวกอะไร ๆ เครื่องไทยทานจัดใส่รถเราให้เต็มรถไปเลย พวกผ้าพวกอะไร เราจะไปเยี่ยมศพเจ้าคุณเขียนวันนี้ เราคุ้นกัน โน้น.ตั้งแต่เรียนหนังสือด้วยกัน ท่านเจ้าคุณเขียน ท่านตั้งหน้าเรียนอย่างเดียวตั้งแต่บวช เราก็ลืม ๆ เสีย อย่างนี้แหละความจำ ดูตั้งแต่เป็นเณรมานะ แล้วก็เรียนหนังสือเรื่อยจนได้ ๙ ประโยค แล้วก็ออกจากวัดบวรฯ มาอยู่โคราช แต่ก่อนท่านอยู่โคราชเข้าวัดบวรฯ พอท่านได้เปรียญ ๙ ประโยคแล้วกลับมาอยู่วัดสุทธจินดา เขาตั้งให้ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด ท่านรับได้ไม่นานก็หนีเลย มาอยู่ที่วัดบ้านโพน บ้านท่านอยู่บ้านโพน ท่านป่วยมาไม่ทราบกี่ปีนะ นี่เสียแล้ว

 

อ่านและฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.or.th or www.Luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก