นิสัยเสียจนลืมตัว
วันที่ 2 มิถุนายน 2545 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

นิสัยเสียจนลืมตัว

งานพัฒนาชุมชนจังหวัด โรงงานอยู่ที่ไหน (ท่านผู้ว่าฯอุดรฯ :อยู่แถวนาข่าครับ) เห็นไหมล่ะ เราทำได้ทุกแห่ง โรงงานของเราก็มี อย่างนี้อุดหนุนกัน ให้ดูเอานะ เมืองไทยเราทำได้ แถวนี้ ๆ ทำได้ ที่ไหนทำได้ ผ้าเช็ดหน้าหรือว่าอย่างงี้ เรามีอยู่ทั่วไป อุดหนุนกัน ไปมองตั้งแต่กับไอ้หรั่งนั่นเหรอ พวกนี้พวกลืมตัว ไม่รักชาติของตัวรักพัสดุสิ่งของเป็นเครื่องอุดหนุนชาติไทยของตัวแล้วจะไปรักอะไร จะไปอุดหนุนอะไร มีความหมายอะไร พิจารณาให้ดีนะ อย่าอยู่เฉย ๆ อย่างที่เห็นมานี้ แหม เราสลดสังเวชนะ ต้องคิดบ้างซิ เราเกิดมานี้ไม่ใช่เกิดเราคนเดียว เกิดมาจากพ่อจากแม่ มีพ่อมีแม่มีพี่มีน้องมันเกี่ยวโยงกันยังไงความรับผิดชอบ การดูแลกัน เพียงครอบครัวนี้มันก็เป็นวงหนึ่งแล้ว ไปในหมู่บ้านก็แจงกันไป ๆ จนกระทั่งถึงทั่วประเทศ มันก็ขยายออกไปในความรับผิดชอบ ความที่จะหนุนชาติของตัวเองออกถึงชาติ อยู่ในบ้านก็หนุนในบ้าน ครอบครัวเหย้าเรือน หนุนพ่อหนุนแม่ หนุนพี่หนุนน้องญาติวงศ์ จากนั้นก็หนุนบ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด หนุนไป ๆ

อย่างผู้ว่าฯจะเป็นจะตายอยู่นี่เห็นไหม รอบเมืองอุดรฯ เรา ที่จะกันน้ำไม่ให้ท่วมเมืองอุดรฯ ไม่งั้นเมืองอุดรฯจะตายหมด เห็นไหมล่ะ ก็ต้องกัน ไม่ช่วยกันไม่ได้ นี่ก็เหมือนกัน อะไรออกมา ไม่ได้คิดนะคนไทยเราเสียนิสัย อันนี้เราพูดจริง ๆ เอาหลักธรรมไปจับปุ๊บมันรู้ทันทีนะ ไม่ได้หาเรื่องหาราวใส่คนนั้นคนนี้ เอาธรรมคือความถูกต้องแม่นยำแล้วจับดู บวกลบคูณหาร หนึ่งกับหนึ่งบวกกันจะเป็นอะไร ถ้าไม่เป็นสองจะเป็นอะไร มันบอกรับในตัว นี่ละธรรมท่านดูว่าหนึ่งกับหนึ่งเป็นสอง สองกับสองเป็นสี่ ธรรมดูด้วยการบวกลบคูณหารอย่างนั้นนะ ท่านไม่ได้ดูเห็นแก่เขาแก่เรา เห็นแก่ตัว ไม่ใช่ธรรม มันเข้าตัวคนเราก็เห็นแก่ตัวเท่านั้นเอง

อย่างท่านผู้ว่าฯเอามานี่ ทอที่ไหนก็อุดหนุนกันซี เป็นชาติของเรา เมืองของเรา อุดหนุนกัน ได้มาใช้ภายในเมืองไทยของเรา สิ่งที่ได้มาก็ไม่รั่วไหล เข้าอยู่ในเมืองไทย ๆ หล่อเลี้ยงเมืองไทยเรา มันผิดกันกับไม่มองหน้ามองหลัง อะไรมาคว้ามับ ๆ อันนี้เสียนิสัย เมืองไทยเราเสียตรงนี้นะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ทุกคน เราเป็นลูกชาวพุทธ เอาธรรมของพระพุทธเจ้ามาสอนนะเรา ไม่ได้เอนไม่ได้เอียง เรารู้สึกว่าลืมตัวอยู่มากในการเกี่ยวข้องกับการซื้อการขาย การเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ ลืมตัวนะ เมืองไทยเราก็ไปเที่ยวซิ ออกตั้งแต่บ้านของเรา เอ้า ไป หมดที่ไหนเติมน้ำมัน มันจำเป็นได้น้ำมันมาจากเขา เราไม่มีน้ำมัน ถ้าจะโดดลงไปในลำคลองมันก็ใช้เป็นน้ำมันไม่ได้ จำเป็นต้องยอมรับให้เขา เราก็รู้ อย่างนั้นซิ

เราเที่ยวในเมืองไทย จะไม่สิ้นเปลืองมาก โดดออกไปเมืองนอกเมืองนาข้ามทะลงทะเลไป เงินหมดไปสักกี่บาทกี่สตางค์ ไปเที่ยวดูนั้นดูนี้ เพลิน ส่วนเงินที่จะทำชาติให้ฉิบหายมันไม่ได้ดู คนนั้นก็ไปคนนี้ก็ไป แล้วกวาดเงินออกไปพร้อม ๆ กลับมากระเป๋าแฟบ ๆ มันดีไหม พิจารณาซิ นี่ละต้องพิจารณาบ้างซิ คนไทยเรา การชอบท่องเที่ยวที่นั่นที่นี่ เที่ยวไม่อัดไม่อั้นนะแล้วไม่ได้คำนึงว่าเสียไปเท่าไหร่ ความเสียไปนี้เกี่ยวโยงกันมากน้อยเพียงไร เช่นอย่างคนเมืองไทย คนไหนก็ชอบแต่เที่ยว ๆ ก็ต่างคนต่างชอบโกยเงินออกไปข้างนอกล่ะซิ เมืองไทยก็แห้งแตก ๆ มันเป็นยังไงดีไหม ต้องพิจารณาบ้างซิ อยู่ไป ๆ วันหนึ่ง ๆ ไม่ได้คิดไม่ได้อ่านไม่ได้นะเรา ต้องให้คิดทุกคน

อย่างที่ว่าสินค้าสินขายในเมืองไทยเรามีน้อยเมื่อไหร่ ประเทศไทยของเราเวลานี้โรงงานไม่น้อยนะ แต่คนไทยมันลืมตัวอยากโดดไปหาตั้งแต่โรงงานของเขา เมืองนอกเมืองนา โรงงานของเมืองไทยเราที่ควรอย่างยิ่งซึ่งเราจะต้องอุดหนุนกันนี้มันไม่เหลือบมองนะ มีน้อยมาก มันเป็นบ้าไปข้างนอก เสียตรงนี้ พากันจำเอานะ เดี๋ยวนี้เมืองไทยเรามีน้อยเมื่อไหร่โรงงาน หนุนกันซี ถ้าอยากให้เป็นเนื้อเป็นหนังของตัวเอง อย่าตื่นข่าวอย่าเป็นบ้าเอาของเมืองนอกมาอวดเมืองไทยกัน อู๋ย มันน่าทุเรศนะ อันนี้เอามาจากเมืองนั้นเอามาจากเมืองนี้ แล้วเมืองเจ้าของก็มีของอันนี้ มันขายขี้หน้าขนาดไหน ขายตัวเอง เอาของเมืองนอกมาอวดเมืองไทยเรา

นี่ซิมันเสีย ให้พากันจำไว้นะ ให้พากันฝึกนิสัยให้ฝึกบ้างนะ เสียนิสัยเมืองไทยเรา เสียตรงนี้ ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เที่ยวนู้นเที่ยวนี้ชอบเที่ยวชอบเตร็ดชอบเตร่ ชอบหาซื้อแต่สิ่งของเมืองนอกเมืองนา ทั้ง ๆ ที่เมืองไทยเราก็มีเต็มอยู่ ถ้ามันเป็นความจำเป็นทั้งเขาทั้งเรามันก็รู้กันเอง เขาควรจะมาซื้อเรา เราก็ขาย เราควรจะไปซื้อเขา เขาก็ขายให้เหมือนกัน เป็นความจำเป็นมีเหตุมีผล อย่างนี้เหมาะสมกับคนรักชาติบ้านเมืองนะ นี่เอะอะ ๆ เป็นนิสัยฝังใจว่าของเมืองไทยไม่ดี สู้ของเมืองนอกไม่ได้ ๆ แล้วคนเราทั้งประเทศมันก็เลวไปหมดล่ะซี คนทั้งประเทศก็สู้คนประเทศนอกไม่ได้ เห็นไหมล่ะ แม้ที่สุดหมาก็เลว หมาก็หมาเมืองไทยสู้หมาเมืองนอกไม่ได้ เป็ดไก่อะไรสู้ไม่ได้ แม้แต่หมัดอยู่บนหลังก็สู้หมัดเมืองนอกไม่ได้ ไปหาหมัดเมืองนอกมาฟาดหลัง มันเกายิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนถ้าเก่งนักน่ะ เข้าใจเหรอ มันเป็นยังไงว่ะ นิสัยนี้เสียนะ ให้พากันจำทุกคน

การพูดนี้เราเป็นชาวพุทธ นำธรรมซึ่งเป็นสมบัติอันล้นค่าของชาวพุทธมาสอนชาวพุทธเรา ควรจะเอาไปพินิจพิจารณา อย่าเห็นของเลว ๆ ร้าย ๆ ซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟมาเผาไหม้สมบัติเงินทองและนิสัยของเราให้เสียไป ว่าอันนี้ดีกว่าที่เราจะประหยัดมัธยัสถ์สมบัติของชาติไทยเรา ต้องให้พากันพินิจพิจารณานะ ก็ธรรมท่านจ้าท่านดูหมด แต่ธรรมไม่เหมือนโลก ดูก็ดูด้วยความเมตตาสงสาร เมื่อถึงกาลเวลาจะดุจะด่าหรือจะเผดียงบ้าง ดุด่าว่ากล่าวเฆี่ยนตีบ้างในฐานะของธรรมท่านก็ทำอย่างนั้น ไม่อย่างงั้นมันก็ไม่รู้เรื่องจริง ๆ เสียนะ ลืมตัวตลอดไป ๆ อะไรเอะอะก็ออกเมืองนอก ๆ เงินขนออกไป ๆ นิสัยเสีย ไป ๆ

ลูกเต้าหลานเหลนเกิดขึ้นมาเห็นพ่อแม่พาไปเมืองนอก คนนี้ก็อยากไปคนนั้นก็อยากไป ลูกพ่อแม่ที่ไม่มีฐานะไปเมืองนอกกับเขาก็ออดอ้อนรบกวนพ่อแม่เป็นบ้าไปหมด เที่ยวที่เมืองไทยเรา ไป มันกี่ตารางเมตร กี่ตารางไมล์ กี่ตารางกิโลเมตร ไปเที่ยวลองดูซิเป็นยังไง หิวโหยก็โดดลงไปซื้อสิ่งของอะไรตามข้างถนนหนทาง ก็เป็นของคนไทยเรา ๆ ซื้อกันอุดหนุนกันไปซิ มันก็ดีไป ๆ เงินเสียไปมากน้อยไม่ได้เสียไปไหน เสียในเมืองไทย อุดหนุนกัน ผู้ที่ทำการค้าการขายเมื่อมีผู้มาอุดหนุนมันก็มีแก่ใจคนเรานะ อยากผลิตขึ้นมา ๆ นี้ทำอะไรขึ้นมาก็ไม่มีใครเหลือบมอง มองตั้งแต่นู่น เป็นบ้าอยู่เมืองนอกเมืองนา พวกบ้า นิสัยบ้านะตัวนี้ ให้แก้นะบ้าตัวนี้ ไม่อย่างงั้นมันเอาเมืองไทยให้เสียหายและล่มจมไปได้ ความเห็นแก่ของภายนอกดีกว่าของภายในโดยไม่มีเหตุมีผลเลยนี่ใช้ไม่ได้นะ ต้องมีเหตุมีผลซิ นี่เสียตรงนี้นะ

ต้นเหตุที่จะเป็นมาอย่างนี้ก็คือว่า เมืองไทยเราเป็นเมืองสมบูรณ์พูนผลมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ค่อยอดอยากขาดแคลน อยู่กันด้วยความสะดวกสบายเรื่อย ๆ มา ก็อยู่ตามอัธยาศัย ทีนี้เวลาเหตุการณ์บ้านเมืองมันรัดเข้ามา ๆ เราแก้ไม่ทัน ปรับปรุงแก้ไขตัวเองไม่ทัน สุดท้ายเป็นคนล้าหลังเขา เขามีความอดอยากขาดแคลนเข้ามาในเมืองไทย เขาวิ่งเต้นขวนขวายแซงหน้าเมืองไทยไป ๆ เมืองไทยเอาแต่นิสัยเก่ามาใช้ก็อืดอาดเนือยนาย ไอ้สิ่งที่มันเร็วก็คือเป็นบ้าซื้อของเมืองนอก แล้วเที่ยวเมืองนอกนี้เก่งมากเมืองไทยเรา มันไม่ได้อืดอาดนะอันนี้ ถ้าอันไหนที่จะทำให้บ้านเมืองฉิบหายไม่ได้อืดอาดนะ ให้ระวังตัวนี้ให้ดี มันเป็นยังไงกันว่ะ

ท่านผู้ว่าฯอุดรฯ : รายงานหลวงตาครับ เมื่อวานนี้รองนายกรัฐมนตรี ท่านปองพล อดิเรกสาร มาตรวจงานน้ำท่วมครับ เมื่อวานนี้ก็ได้รายงานไว้ ตอนที่ไปขอเงินมา ๖๐๐ กว่าล้าน ส่วนหนึ่งของกรมชลฯ ๒๐๐ กว่าล้านเอางบของเขาเอง แต่ ค.ร.ม.ให้มา ๔๐๐ กว่าล้าน มีเงินเหลืออีกทั้งหมดอีก ๗๖ ล้าน เมื่อวานได้ขอท่านรองนายกฯมาใช้ในกิจการเพิ่มเติมอีก ท่านก็เห็นชอบด้วย ได้อีก ๗๖ ล้านครับ วันนี้จะขออนุญาตหลวงตาไปเปิดงานมรดกโลกบ้านเชียงครับ ตอนนี้กำลังก่อสร้างอีกสามอาคารครับใช้เงินไป ๖๖ ล้าน ปีหน้าถึงจะเสร็จ ถ้าปีหน้าบ้านเชียงมีสามอาคารใหม่นี่ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รับแขกต่างประเทศ แขกบ้านแขกเมืองได้ครับ ที่บ้านเชียงครับ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง วันนี้มีงานมรดกโลกเขาให้ไปเป็นประธานพิธีเปิดตอนเช้า ตอนเย็นจะมีรัฐมนตรีสำนักนายกฯ พลเอกธรรมรัฐจะมาเปิดงานภาคเย็นอีก ที่บ้านเชียงครับ ส่วนเมื่อวานอ่างเก็บน้ำบ้านจั่นที่อยู่ข้าง ๆ วัด เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ขออนุญาตหลวงตากลับ

หลวงตา : เออไป หลวงตาไปนู้นไปนี้ดูเรื่อย ดูแทบทุกวัน

ที่มันกระเทือนเงินไทยเราและนิสัยคนไทยเรามากคือการเที่ยวเมืองนอก โดยหาเหตุหาผลไม่ได้ เที่ยวด้วยความเพลิดเพลินรื่นเริงนี้เสียทั้งนิสัยเสียทั้งเงินทอง ให้พากันระมัดระวัง ไม่จำเป็นไม่ควรเที่ยวก็อย่าไปเที่ยว มันเป็นนิสัยไม่ดี ลูกเต้าหลานเหลนมันยึดได้ง่ายที่สุดนะอย่างนี้แล้วก็จะเสียกันทั้งบ้านทั้งเมือง เสียไปแบบโรคเรื้อรังไปเลย ติดกันไปเรื่อย ๆ ไม่ดี เราเป็นลูกชาวพุทธควรจะมีหลักของพุทธศาสนาเป็นหลักใจและความประพฤติของประเทศไทยเราบ้าง ให้โลกเขาได้เห็น อันนี้เราเมืองพุทธก็จริงแต่เวลาปฏิบัติตัวเลว เขาที่เป็นศาสนาอื่นศาสนาใดก็ตาม ส่วนกฎหมายบ้านเมืองเขาก็มีกฎมีระเบียบเขาถือจริงถือจัง ในแง่ใดที่เป็นประโยชน์มากน้อยก็เป็นประโยชน์สำหรับบ้านเขา แล้วงามตาสำหรับเราดูเขา

เขามาดูเราก็ให้งามตาบ้างซิ เรายิ่งเป็นมารยาทของชาวพุทธ การประพฤติปฏิบัติตัวของชาวพุทธด้วยแล้ว ยิ่งละเอียดลออมากยิ่งกว่าศาสนาใด ๆ นะ แต่นี้มันไม่มีใครจะสนใจ มันก็เลยเป็นกระดาษเศษอยู่อย่างงั้น หนังสือธรรมก็เป็นกระดาษเศษ คนก็เลวไปเสีย ๆ กระดาษก็เป็นกระดาษเศษอยู่ตามตู้ตามหีบ เรียนจดจำมาไม่ได้เอาความจดจำมาเป็นแบบแปลนแผนผัง เพื่อก้าวเดินตามแบบแปลนแผนผัง ที่จะให้รับผลประโยชน์แก่ตนและส่วนรวมบ้างเลย ใช้ไม่ได้นะ จึงขอให้พากันคิดนะพี่น้องทั้งหลาย เมืองไทยเราเสียนิสัย นิสัยที่ชอบเตร็ดเตร่เร่ร่อน เที่ยวเมืองนั้นเที่ยวเมืองนี้หนึ่ง จำให้ดีนะ อันสำคัญก็คือว่าอะไรถ้าเป็นของเมืองนอกแล้วเป็นบ้าไปหมดเลย นี่ละเราสลดสังเวชมากนะ

ถ้าเป็นของเมืองนอก แม้ที่สุดแอปเปิ้ลแอปเป้นก็เอามาอวดเมืองไทย เราก็เคยว่า เอาแอปเปิ้ลเมืองไทยเราฟาดหน้าผากมันสักหน่อย มาอวดทำไม เราก็เคยพูด เวลาเทศน์อยู่บนธรรมาสน์เราก็เทศน์ คือมันหนาถึงขนาดนั้นก็ตีด้วยแอปเปิ้ลล่ะซิ มันเอาแอปเปิ้ลมาอวดเรา นี่แอปเปิ้ลมาจากเมืองนอก ทางนี้ก็ยกแอปเปิ้ลขึ้นฟาดหน้าผาก นี่เมืองไทยดูแอปเปิ้ลมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ของเมืองไทยกูเสียหายไปไหน มึงเอามาอวดกูทำไม ว่างั้นเลย อย่างนั้นก็มาอวดกัน

นี่มันเสียนิสัยจนลืมตัวเอาแอปเปิ้ลมาอวดกัน ลืมตัวแล้วนะ ในเมืองไทยเราขายเท่าไหร่ ในเมืองไทยเรากินให้พุงแตกก็ได้นี่นะ เขาขายทั่วไปหมด มีแต่ผลไม้ในเมืองไทยเราสมบูรณ์แบบทั้งนั้น แล้วเหตุใดเสือกไปหาอะไร อยากพูดอย่างนี้นะ ไปหาซื้ออะไรเมืองนอกเมืองนาเอามาอวดเมืองไทย เราอยากตีเกราะประชุมพวกชาวสวนเขานะ ให้เอาแอปเปิ้ลหรือผลหมากรากไม้อะไรไว้ดี ๆ แล้วให้มีหมามุ่ย ตำแยนั่นบ่ฮู้จักเหรอเจ้า คัน ๆ นั่นฟาดใส่มัน หมามุ้ย ตำแยฟาดใส่มันทั้งวิ่งทั้งเกา เอามันสักหน่อยน่ะ มันหน้าด้านขนาดนั้นต้องใส่ขนาดนี้ถึงแก้กันตก มันจะตกหรือไม่ตกช่างหัวมัน มันเกาของมันไปเอง มันไม่ได้เกาเรา อันนี้เสีย ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ

เราพยายามที่สุดแล้วสำหรับฉุดเมืองไทยของเรา ทุกวิถีทางที่จะเป็นไปได้ในสายแห่งธรรมที่เราได้พิจารณามาเรียบร้อยแล้ว แน่ใจว่าไม่ผิด ถูกต้องถ้าได้ตั้งใจปฏิบัติ ฝึกหัดนิสัยเจ้าของบ้างซิ ทุกคน ๆ ให้ฝึกหัด มีครูมีอาจารย์สอนอยู่ทำไมไม่สนใจ กิเลสอยู่ที่ไหน มันอยู่ที่หัวใจ เราฟังเทศน์อยู่นี่มันก็ฟัง กิเลสมันฟังแต่มันไม่สนใจปฏิบัติตาม มันอยู่ในหัวใจ ตัวดื้ออยู่ในหัวใจนะ นี่เสียหายมาก ก็บอกแล้วว่าการซื้อการขายให้ถือความจำเป็น ให้คำนึงถึงชาติเราบ้าง ชาติไทยเราเป็นชาติไทยทั้งชาติบกพร่องที่ตรงไหน เป็นชาติไทยสมบูรณ์แบบมาแล้ว ควรรักสงวนชาติไทยของเราให้มีเนื้อมีหนังสมบูรณ์แบบไปด้วยกิริยาอาการประพฤติปฏิบัติต่อชาติของตน ด้วยการบำรุงรักษา พิถีพิถันระมัดระวังอย่างนี้บ้างนะ เดี๋ยวนี้มันไม่มีเลย เราอยากว่าไม่มีเลย มันเป็นนิสัย เลอะเทอะไปหมดเลย ดูแล้วมันดูไม่ได้นะ

เรื่องของพระที่ท่านปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยจริง ๆ แล้วไม่ได้ตำหนิท่านนะ ท่านดูท่านเห็นหมด อันไหน ๆ ที่ควรจะแก้ได้สำหรับฆราวาส แต่ไม่สนใจจะแก้นี้ท่านก็คิดเหมือนกัน ส่วนใดที่ไม่ใช่วิสัยของฆราวาสเป็นเรื่องของพระ ท่านไม่เอาไปยุ่งนะ มารยาทความประพฤติอันใดที่เป็นเรื่องของฆราวาส ซึ่งควรจะปฏิบัติได้ตามอรรถตามธรมอยู่ แต่ไม่สนใจนี้ อันนี้พระท่านคิด ดีไม่ดีเอามาสอนอยู่อย่างนี้ละเห็นไหมล่ะ คือมันอดพูดไม่ได้ก็ต้องมาพูด ธรรมะก็สอนโลก นี่เราก็เป็นโลกด้วยกันควรฟังทุกคนนะ

อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เสียนิสัยนะ นิสัยของพวกเราฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างท่วมหัวมาแล้วนะ อันนั้นก็จะซื้ออันนี้ก็จะซื้อมีเต็มบ้านเต็มเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปหมด ดีไม่ดีโรงงานจะเจ๊ง มันหาเงินไปซื้อไม่ทัน โรงงานเขาก็อยู่ก็กินละซิ ไม่พอทีนี้ เมื่อไม่พอแล้วทำยังไงคนงานไม่พอก็โหวตขึ้นหาเจ้าของโรงงาน ดีไม่ดีโรงงานล้ม เพราะมันออกจำหน่าย โรงงานแต่ละโรง รถคันหนึ่งแน่น ๆ ออกมาจากโรงงาน ถ้าเราทำด้วยมือของเรานี้ สามเดือนมันก็ไม่ได้รถคันหนึ่งมาเต็มรถละนะ นี่เขาออกครู่เดียวกี่คันรถขนออกมาขาย แล้วพวกเราก็หาเงินวิ่งเป็นบ้าเลย อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี ซื้อกันเป็นบ้าไปเลย

นี่ละคนก็เลอะเทอะ หาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้ โรงงานก็จะกลายเป็นโรงงานที่ล้มเพราะมันเฟ้อไปด้วยกัน นี่คือความฟุ้งเฟ้อเกินไป ในสมบัติที่ใช้จ่ายในตัวของตัวครอบครัวของตัว บ้านเมืองของตัวแต่ละครอบครัวแต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมนุมชน ควรจะมีเขตมีประมาณการจับจ่ายใช้สอย ไม่ควรจะสุรุ่ยสุร่าย ดูไปตามถนนหนทางที่เศษที่เหลือเครื่องใส่อะไรเหล่านี้มีแต่ออกมาจากโรงงานทั้งนั้น เราดูไปหมดนะ ออกมาจากโรงงาน แม้ที่สุดพวกช้อนพวกอาหารอะไรกินแล้วทิ้งไปตามข้างเหล่านั้น มันให้พระเก็บเข้าใจไหม พวกนี้กินแล้วทิ้งเข้าไปนั้น พระก็ตามเก็บล่ะซิ มันจะอดคิดได้ยังไง ถึงเราไม่ตามเก็บเราก็คิด เราเห็นแล้ว

นี่ความฟุ้งเฟ้อไปทุกแห่งทุกหน เลอะเทอะไปหมด ในวัดในวานี้แหลกไปตาม ๆ กันเวลานี้ ไม่ได้คิดนะ วัดนี้ก็รุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ นะ รุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ เลอะเทอะไปเยอะนะ วัดนี้เลอะเทอะเยอะนะ ไม่ใช่ธรรมดา เรายังจะเห็นว่าวัดป่าบ้านตาดดีอยู่หรือ ดีอะไรมันเลอะเทอะแล้วเดี๋ยวนี้ มองไม่ทัน หัวหน้ามองไม่ทัน พระเณรที่มามากต่อมาก ใครจะออกทางไหนไปทางไหน มันก็ออกไปแบบมุทะลุ แบบหน้าด้านกันไปแล้วนะ เวลานี้มันมาแล้วเข้าออก ๆ ไม่ได้มีคัมภีร์วินัยบังคับ ไม่มีครูมีอาจารย์มีผู้ใหญ่ผู้น้อยบังคับ นี่เลยต้องตัดสินกันแบบที่เราไปดูเองเทียว ไปเห็นเจอรายไหนนี้เราจะไม่พูดมาก ไล่ออกเลย ๆ ตัดสินกันด้วยแบบนี้

จะเอามาแนะนำสั่งสอนหรือสอบถามเหตุถามผลเสียก่อน มันไม่ทันกับความหน้าด้านของพระ ทำก็ต้องทำแบบนั้น ใส่กันเปรี้ยง ๆ ขับหนี ๆ เลย เอ้า พระองค์ไหนเก่งให้ออกไปเที่ยวอยู่หน้าวัดหน้าวาโดยไม่มีเหตุมีผลจำเป็นอะไรเลย ออกไปหน้าด้าน ๆ นั่นละเรียกว่า หมายตัวแล้วนั่น มาก็ขับออกเลย ๆ ไม่ต้องวินิจฉัยแหละ เอ้า ใครเก่งก็ให้ไปพระวัดนี้น่ะ ถ้าหลวงตาบัวยังไม่ตาย ยังปกครองวัดนี้อยู่ มันเลอะเทอะไปอย่างนี้นะเวลานี้ ในวัดในวาเลอะเทอะ เฉพาะวัดนี้เราเคยปฏิบัติรักษามานมนาน มันก็เลอะเทอะเข้ามาให้เห็น ดังที่พูดนี้ก็พูดเรื่องเลอะเทอะนั่นเอง ถ้าดีแล้วพูดหาอะไร มันเลอะเทอะแล้วนะเดี๋ยวนี้ แหม ทุเรศจริง ๆ นะ

ให้พากันระมัดระวังนะทุกคน ๆ อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว ที่สอนแล้วตะกี้นี้ให้จับเอาไปไว้พิจารณา ลูกเต้าหลานเหลนนั้นคอยจะเอาพ่อแม่เป็นตัวอย่าง ถ้าพ่อแม่ดีลูกก็จะดี ถ้าพ่อแม่เลอะเทอะ ลูกหลานจะเลอะเทอะไปตาม ๆ กันหมด แล้วเมืองไทยเรากลายเป็นเมืองเลอะเทอะนะ ไม่เป็นหน้าเป็นหลังอะไร ให้จำให้ดี วันนี้พูดเพียงเท่านั้นละ

นี้เราก็ยังไม่ได้เข้าไปตรวจดูในครัว เราพูดเรื่องเลอะเทอะทางนู้นทางนี้เราไม่ได้ตรวจดูในครัว ตรวจดูอะไร ก็เข้าไปตามทางจงกรม ทางข้างกุฏิพวกที่ในครัวเยอะ ๆ มีมาก มันมีเสื่อมีหมอนเกลื่อนอยู่ตามทางจงกรมไหมเรายังไม่ได้ไปดูนะ พวกเสื่อพวกหมอนเพื่อความสะดวก เวลาเดินจงกรมไปล้มตูมลงเสื่อตรงนี้ลงหมอนตรงนี้ มันมีไหมแถวนั้น เราไม่ได้ไปตรวจดู ส่วนมากวันไหนไปก็มักจะดูแต่สัตว์ คือจิตเราเมตตาสงสารสัตว์มากนะ ไม่รู้ภาษีภาษาอะไรมาอยู่กับคน อยู่กับคนถือคนเป็นพ่อเป็นแม่ไปเลย ไม่รู้จักกลัวนะ เห็นคนเพ่นพ่าน ๆ กระจ้อน กระแต เรามักจะดูแต่สัตว์นี้มากกว่าดูคน จึงไม่ค่อยได้ดูอะไร ๆ เช่นพวกเสื่อพวกหมอนมันอยู่ข้างทางจงกรม อยู่ที่ไหนบ้างเราก็เลยไม่มอง ให้พากันระวังหน่อย ให้พากันเก็บบ้างเสื่อหมอนนั้นน่ะ เข้าใจไหม อย่าให้มันเกลื่อนกลาดตามทางจงกรมถนนหนทาง ไปที่ไหนมีแต่ความสะดวกเกลื่อนไปหมด ดูไม่ได้นะ ความสะดวกแบบนี้ ความสะดวกแบบหมูขึ้นเขียง ขึ้นเขียงแล้วไม่ยอมลง เขาหั่นหอมกระเทียมเสร็จแล้วไปดึงลงมายังไม่ยอมลง เข้าใจเหรอ มันไม่น่าดูเลยนะ เอาละพอ ทีนี้ให้พร

ลูกศิษย์ : วันพรุ่งนี้เป็นวันพระ ปัจจัยเปลี่ยนเป็นทองใช่ไหมเจ้าคะ

หลวงตา : ดี เรามุ่งแต่ทองมาก ของอะไรวัตถุนั้นวัตถุนี้ ถ้าไม่จำเป็นนัก อันนี้เราไม่อยากพูด มีศรัทธาเป็นผู้ออกหน้าพูดมาก่อน เราจึงพูดทีหลัง เราคิดหมดแล้วนะเรื่องเหล่านี้ อะไรที่ไม่จำเป็นไม่ต้องซื้อ มันหรูหรามากแล้ว แต่ทองเรานี้ขาดมาก ควรจะทะนุถนอมไว้สำหรับซื้อทองเข้าสู่คลังหลวงของเรา พี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบตามนี้ สิ่งของทั้งหลายเราก็ไม่ปฏิเสธนะว่าไม่รับ แต่ถือให้เป็นความจำเป็นลดลงกว่าทองคำ เอาอย่างนี้ละนะ

ลูกศิษย์ : ที่เคยเรียนไว้ว่าจะทำผ้าป่าวันที่ ๗ กรกฎาฯ แต่ช่วงนั้นหลวงพ่อไปกรุงเทพฯ ขอเลื่อนเป็นวันที่ ๒๘ ขณะนี้ผู้ร่วมบุญเสนอให้ทอง ๑ กิโลแล้วค่ะ หลวงพ่อกลับแล้วค่ะฯ จะทำที่วัดป่าภูหินร้อยก้อนนะคะ แล้วดอลลาร์ใบละ ๑๐๐ เหรียญเจ้าค่ะ หลวงพ่อเมตตารับเหมือนเดิมใช่ไหมเจ้าคะ

หลวงตา : เราก็ไม่ค่อยอยากอะไรนักนะ เดี๋ยวพระเวลาไปมีงาน มีแบบเลอะเทอะ ไม่ได้มีในขอบเขตของเราที่ยินดี อย่างนี้เราไม่ค่อยจะตอบรับง่าย ๆ ระวัง พอได้ทราบว่าหลวงตาบัวอนุญาตแล้วไปใหญ่เลยนะ มันเสียตรงนี้ มีมากนะคอยที่จะเลอะเทอะมีมากนะพระเรา เราไม่ค่อยได้เต็มใจอนุญาต

ลูกศิษย์ : แล้วให้ทำที่นี่เหรอคะ

หลวงตา : ทำที่ไหนก็ตาม แต่ที่ว่าเหล่านี้เราไม่เต็มใจก็บอกไม่เต็มใจ นอกจากนั้นจะทำที่ไหนถ้าเป็นธรรมเราก็เห็นดีด้วย การพูดนี้พูดหว่านล้อมไว้เพื่อเรื่องความเสียหายมันจะตามมา ก็เท่านั้น มีเท่าไหร่ไปเอามาอีกไป ทำอะไรทำด้วยความระมัดระวัง อย่าทำแบบฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เสียไปด้วย ไม่ดี เราทำอะไรให้เป็นมงคลทุกอย่าง ให้พร

อ่านธรรมะหลวงตา วันต่อวัน ทางอินเตอร์เน็ต www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก