พอด้วยความเลิศเลอ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 8:50 น. ความยาว 37.57 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖

พอด้วยความเลิศเลอ

 

เมื่อวานโรงพยาบาลก็มา ๓ โรง มีไกลก็ทางชัยภูมิ หนองบัวระเหว แต่ไม่ไกลมากนักหนองบัวระเหว ที่ไกลกว่านั้นอีกยังมี ชัยภูมินี้มีสองแห่งโรงพยาบาลที่ไกล ไกลอยู่มากทีเดียว จนกระทั่งเราได้ให้เป็นพิเศษ โรงพยาบาลสองโรงนี้มาให้เป็นพิเศษ กับอุบลทั้งเมืองในจังหวัดอุบลนะ โรงพยาบาลโรงไหนมาในเขตจังหวัดอุบลให้พิเศษทั้งหมด กับอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์นี้ก็เขตจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้งหมด โรงพยาบาลใดมาก็ตามให้พิเศษ ๆ ส่วนชัยภูมินี้ให้ ๒ โรง โรงพยาบาลเทพสถิตกับภักดีชุมพล นี่เราไปแล้วไปดูเอง เอาของไปส่งให้ เราตั้งเข็มไมล์ดู โถ จากนี้ไปเลยโคราชไปโน้น สีคิ้ว สูงเนิน เข็มไมล์ขนาดพอ ๆ กันนั้น เพราะฉะนั้นเราจึงได้ให้เป็นพิเศษ

ส่วนนอกนั้นมีไกลมีใกล้ทั่ว ๆ ไปไม่ไกลนัก เราก็ให้ธรรมดา ๆ  ธรรมดามันก็เต็มอยู่แล้ว ฟาดเป็นพิเศษเข้าอีกมันก็ยิ่งอัดแน่นนะ ไม่ใช่เราให้ธรรมดาจะบกบางนะ เต็มรถทุกคัน ๆ จดไว้เรียบร้อยหมด ให้กะคำนวณพอดีกับรถคันหนึ่ง ๆ ที่มา แต่คันที่ให้พิเศษจะหนักอยู่พอสมควร เพราะเป็นพิเศษ พิเศษมีอะไรบ้างจดไว้เรียบร้อย ที่เราสั่งนี้เคลื่อนไม่ได้นะ เคลื่อนจะถูกไล่เบี้ยกันแหลกเลยเชียว จนเหตุผลลงตัวได้ เคลื่อนเพราะเหตุใด ที่สั่งไว้เคลื่อนไปเพราะอะไร เพราะเหตุนั้น ๆ เมื่อเหมาะสมแล้วผ่าน เข้าใจไหม ถ้าไม่เหมาะสมแล้วเอากันใหญ่นะ

นี่ละท่านทั้งหลายดูซิหลวงตา ที่ช่วยชาติบ้านเมืองก็แบบเดียวกันนี้ สำหรับเรานี้จริงทุกอย่างต่อชาติบ้านเมือง แต่พี่น้องชาวไทยเราจะจริงมากน้อยเพียงไรเราทราบไม่ได้นะ สำหรับเราที่เป็นหัวหน้าพี่น้องทั้งหลายนี่จริงทุกอย่างเลย เป็นอย่างนี้ตลอดมา เราสงสารนี่นะ ที่โรงพยาบาลมามากน้อยเพียงไร แทนที่เราจะมีหงุดหงิดแบบของโลกนะ ธรรมดาก็ไม่มีอะไรจะมาหงุดหงิดว่างั้นเถอะ ยืมเอาของโลกมาใช้จะหงุดหงิด กลับไม่เป็นอย่างนั้นนะ พอใจ ๆ เต็มกับความสงสารความเมตตาของเรา เราเป็นอย่างนั้นตลอด

เพราะเราช่วยโลกคราวนี้เราช่วยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยอำนาจแห่งความเมตตาเต็มสัดเต็มส่วนเลย ไม่มีอะไรที่จะมาแยกชิงในความเมตตา ความเสียสละของเราไปได้ แม้หมดแล้วก็ยังจะให้ ขนาดนั้นละนะ ที่จะมากลัวขาดกลัวเหลือไม่มีเลย ถ้ามีอย่างนั้นเราทำไม่ได้ ท่านทั้งหลายให้เข้าใจเสียนะว่า นี่ละหลักธรรมชาติเป็นอย่างนี้ ธรรมแท้เป็นอย่างนั้น อ่อนนิ่มไปหมด เข้าได้ทุกตัวสัตว์ตัวบุคคล ไม่มีคำว่าชาติชั้นวรรณะสูงต่ำประการใด สัตว์หรือบุคคลเข้ากันได้สนิทตามประเภทของสัตว์ของบุคคลที่จะเข้ากันได้ เพราะความเมตตาเชื่อมเข้าไปถึงกันหมดนั่นแหละ

อุบลนี้ก็ให้ทั้งจังหวัดเลย อำเภอไหนมาก็ตามให้พิเศษ อุตรดิตถ์หนึ่ง แล้วชัยภูมิก็มีสอง เราไปแล้วไกลสุดขีดมีอยู่ ๒ โรง มันต่อเพชรบูรณ์นู้นน่ะ ตั้งเข็มไมล์ไป มันตั้ง ๓๓๐ กว่ากิโลนะ นั่นฟังซิ จากนี้ไป ๓๓๐ กว่ากิโล มันก็ขนาดสูงเนินหรือสีคิ้ว ระยะนั้นละ เพราะระยะนั้นอยู่ใน ๓๐๐ เหล่านี้แหละเราคิดเทียบแล้ว ไกล อุบลนี้ตั้งแต่เราไปถึงตัวจังหวัดนี้ ขึ้นรถเก๋งไปไม่แวะที่ไหนเลย ถึงอุบล ๕ ชั่วโมงพอดี แล้วโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่นอกจากอุบลไปไกลขนาดไหน บางแห่งเราก็พอทราบได้เท่านั้นกิโล เท่านี้กิโล ไกลทั้งนั้น ๆ เพราะฉะนั้นถึงให้หมด อุตรดิตถ์ก็เหมือนกัน นี่ก็ให้หมดเขตจังหวัด โรงพยาบาลใดมา นับจากโรงพยาบาลจังหวัดกระจายออกไป ให้เหมือนกันหมด ให้อยู่อย่างนั้นตลอด

ของมีเป็นประจำ อันนี้ก็บกบางไม่ได้นะ ผู้ที่คอยดูแล พระที่คอยดูแล พระที่เป็นเวรเฝ้าศาลานี้ไม่ต่ำกว่า ๒ องค์ละ เป็นประจำทุกอาทิตย์ ๆ เป็นวาระ ๆ กัน เกี่ยวข้องกับศาลงศาลา ประชาชนแขกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา พระเหล่านี้ท่านจะสืบถามเรื่องราวอะไรสมควรไม่สมควร เพราะท่านจะปล่อยให้หมดนี้เราตายไปนานแล้วนะกับแขกคน ไปหาด้วยศรัทธาความเคารพความเลื่อมใสยกให้ แต่เรื่องของเราที่รับโลกนี้เป็นยังไงบ้าง ก็ขอให้คิด ความหมายว่างั้น เพราะฉะนั้นเราจึงจะพบกัน ควรจะลงมาที่นี่หรือจะไปหาที่กุฏิ นี่เรียกว่ามีเหตุผลพอแล้ว เพื่อถนอมกำลังไว้สำหรับทำประโยชน์ให้แก่โลกนั่นแหละ ไม่ได้ถนอมเพื่ออะไร เราจึงไม่รับแขกตลอดเวลาไป

วันนี้เราก็จะไปภูวัว เพราะเป็นย่านกลาง สิ้นเดือนกับต้นเดือน ไปย่านกลางนี้ก็พอดี เอาเป็นอาหารยาวไป อาหารสด อาหารยาว พวกยาว เช่น หมูยอ หรือกุนเชียง อะไรเหล่านี้ เขาเรียกอาหารยาว อาหารสดก็อาหารสด ๆ ร้อน ๆ เป็นเนื้อเป็นปลาอะไรก็แล้วแต่ เป็นส่วนมากที่เอาไปในระยะที่เราไป ส่วนอาหารที่ยาวจริง ๆ ตลอดไปนี้เราจัดให้พอเรียบร้อยแล้ว อันนี้ไปเสริมเฉย ๆ อาหารยาวไปเสริม อาหารเป็นพื้น เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช นี้เราจัดไว้เพียงพอแล้วแต่ละเดือน ๆ เผื่อเอาไว้ทั้งนั้น ๆ  อันนี้เป็นอาหารเสริม จึงเอาเฉพาะอาหารประเภทนี้ไป

พระเหล่านี้แหละเป็นพระที่จะทรงมรรคทรงผล ทรงศีลทรงธรรม เป็นมหาสมบัติแก่ใจตนเองและแก่โลกทั้งหลาย เป็นผู้จะทรงธรรมประเภทนี้ไว้ได้ เราจึงต้องส่งเสริม นี่ส่งเสริมมาแล้วได้สิบกว่าปีแล้วนะ ตั้งแต่เราไปดูละเอียดถี่ถ้วน ไปเที่ยวดูหมด มาก็ประกาศเลย ตั้งแต่บัดนั้นเราจะรับส่งอาหารทั้งหมด พระที่มีจำนวนมากน้อยเพียงไรที่ตั้งหน้าตั้งตามาปฏิบัติ เอา มา บอกเลยเปิดทางเลย เอ้า มาเท่าไรมา เราจะรับเลี้ยงทั้งหมด ถ้าว่าเราไม่สามารถจะรับเลี้ยงเราจะบอก นั่นฟังซิ องค์ไหนที่ตั้งใจปฏิบัติดีให้มา ไม่ได้กำหนดว่ามากว่าน้อย นี่ก็ ๔๐ กว่า วัดนี้เลี้ยงทั้งหมด เดี๋ยวนี้จะอยู่ในย่าน ๔๐ สี่สิบกว่า สามสิบกว่าขึ้นไปห้าสิบ ลดกว่านั้นไม่ค่อยมี เพราะทำเลมันดี

อันนี้ละท่านผู้ที่จะทรงมรรคทรงผลเงียบ ๆ อยู่ในป่าในเขา พี่น้องเห็นว่าเป็นของเล่นเหรอ ท่านสั่งสมอรรถสั่งสมธรรมเข้าสู่ใจ กระจายเป็นความร่มเย็นแก่โลกอยู่เงียบ ๆ อย่างนั้นนะ จะว่าท่านเป็นผ้าขี้ริ้วห่อมูตรห่อคูถเหรอ ผ้าขี้ริ้วห่อทองส่วนมากเป็นอย่างนั้น เงียบ ๆ ท่านรู้อรรถรู้ธรรมจะไม่มีใครทราบภายนอก จะรู้ในวงปฏิบัติด้วยกัน ใครอยู่ในภูมิใด ๆ เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา วิชชา วิมุตติ ท่านกับวงกรรมฐาน เฉพาะอย่างยิ่งคือเราที่เป็นหัวหน้านี่จะทราบมากกว่าเพื่อน บรรดาลูกศิษย์มาใครก็มาเล่าเรื่องให้ฟัง เป็นอย่างนั้น ควรแก้-แก้ ควรส่งเสริมยังไง ควรดัดแปลงตรงไหน สอนเรียบร้อยแล้วเก็บเงียบ ๆ เพราะฉะนั้นเวลาออกมาพูดจึงว่า ท่านเหล่านี้แลเป็นผู้ที่จะทรงมรรคทรงผล อยู่ในป่าในเขาเหมือนกันกับครั้งพระพุทธเจ้าของเรา บำเพ็ญมาเหมือนกันผลก็ได้เหมือนกัน

ธรรมะเป็นอกาลิโก เสมอต้นเสมอปลายตลอดมา พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม สอนก็สอนเพื่ออรรถเพื่อธรรมประเภทที่ทรงตรัสรู้แล้วนะ สอนโลก ผู้ปฏิบัติเพื่ออรรถเพื่อธรรมประเภทนั้นจะไปไหนถ้าไม่รู้อย่างนั้น ทางเดินก็เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกอย่าง ถ้าเป็นแบบแปลนก็สมบูรณ์แบบแล้ว เอา จะไปกางขึ้นเป็นตึกรามบ้านช่องหลังไหนขนาดไหน กว้าง แคบ ยาว สั้น ขนาดไหน เอาแปลนออกกางทำตามกำลังของตน ก็ได้สำเร็จมาตามแปลนนั้น ๆ

อันนี้แปลนของพระพุทธเจ้า แปลนแห่งมรรค ผล นิพพาน หรือนรก สวรรค์ บอกไว้หมด ในนั้นเต็มไปหมด แปลนบุญแปลนกุศล แปลนมรรค ผล นิพพาน อยู่ในนี้หมด เสมอต้นเสมอปลายเป็นอกาลิโก รวมยอดไว้หมด ธรรมะนั่น อกาลิโก เอหิปสฺสิโก ที่แสดงไว้ในธรรมคุณ ธรรมะพระพุทธเจ้านี้ตรัสไว้ชอบแล้ว สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว ถ้าเป็นแบบแปลนก็สมบูรณ์แบบแล้ว นั่นพูดง่าย ๆ สมบูรณ์แบบของธรรมนี้ สมบูรณ์แบบของท่านผู้บริสุทธิ์ทำแปลนออกมา

แปลนของเราเป็นแปลนทางโลก  เขาก็เต็มกำลังของเขา  ถ้าทำตามแปลนนั้นแล้วจะไม่ผิด ของโลกก็เหมือนกัน ทีนี้ทางธรรมยิ่งเป็นแปลนของท่านผู้บริสุทธิ์วิมุตติพระนิพพานด้วยแล้วไม่มีคลาดมีเคลื่อน จึงเรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบ หรือว่าสมบูรณ์แล้ว ผู้ปฏิบัติตามนั้นธรรมะก็เป็นอกาลิโก ได้มากได้น้อยผลแห่งการปฏิบัติธรรมก็ได้ธรรมขึ้นมาครองใจ มากน้อยตามกำลังของความสามารถแห่งผู้ปฏิบัติทั้งหลาย จะได้ผลขึ้นมาครองใจโดยลำดับลำดา เช่นเดียวกับผู้ทำความชั่วช้าลามกมันก็เป็นผลออกมา

คือใจของเรานี้เป็นที่บรรจุไว้ทั้งกิเลส ซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาตัวเองและโลกทั่วไป ธรรมนั้นเป็นความชุ่มเย็นเป็นสุขอยู่ภายในใจอันเดียวกัน เกิดที่ใจ อยู่ที่ใจ แสดงออกจากใจ ผู้หมุนไปทางธรรม ธรรมก็เป็นอกาลิโก หมุนเมื่อไรเป็นธรรมเมื่อนั้น ๆ ตลอดไปเลย ทำมากทำน้อยสูงตลอดถึงวิมุตติพระนิพพาน ไม่นอกเหนือจาก อกาลิโก นี้เลย ทีนี้พวกที่ทำบาปทำกรรม คือฝ่ายกิเลสก็เป็น อกาลิโก แบบเดียวกัน ไม่ผิดกัน เอา เอื้อมไปทางบาปทางกรรม เป็นบาปเป็นกรรมเรื่อย ๆ ไป ทำมากทำน้อยจะเป็นบาปเป็นกรรมเสมอต้นเสมอปลายเหมือนกันหมด นี่ธรรมกับโลก หรือว่ากิเลสกับธรรมจึงเสมอกัน

แต่ที่กิเลสมันมาโจมตีทุกวันนี้นะ มีแต่กิเลสตีตลาดทั่วโลกดินแดน ไม่มีใครทำคุณงามความดีได้เลย ให้มีแต่กิเลสทำ เผากันแหลกเหลวทั่วประเทศเขตแดน ไม่มีใครเข็ดหลาบอิ่มพอ ไม่มีใครเห็นโทษของกิเลสเลย นี่เป็นเรื่องของกิเลสทำงาน โลกจึงเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้านะ เราไปหาที่ไหนว่าโลกนี้มีความชุ่มเย็น ที่กิเลสแทรกสิงอยู่ภายในหัวใจ กระจายออกทางกิริยาอาการ ทั้งความประพฤติ เผากันไปได้ทั้งนั้น นี่เรื่องของกิเลสทำงาน มันก็เป็นผลขึ้นมาในลำดับอย่างนี้ ตำหนิไม่ได้นะ

ผลของกิเลสทำงาน คือความทุกข์ร้อนแก่สัตว์ผู้ดิ้นตามกิเลส เอา ผลแห่งธรรมผู้ที่บำเพ็ญความดีทำงานก็แบบเดียวกัน นับแต่พระพุทธเจ้าลงมา ครั้งแรกขึ้นก็ตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า ตรัสรู้ธรรมขึ้นมา ธรรมอันเลิศเลอ จากนั้นมาประทานธรรมที่ตรัสรู้แล้วนั้นแก่สัตว์โลกทั้งหลาย แล้วสำเร็จขึ้นมาเป็นอันดับแรก เรียกว่าปฐมสาวก ก็คือท่านผู้สิ้นกิเลสเป็นองค์แรก ๆ ตั้งแต่เบญจวัคคีย์ขึ้นมา กระจายมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ออกจากสวากขาตธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว แล้วเป็นอกาลิโก ให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติดีตลอดมา จนกระทั่งปัจจุบัน และจะให้ผลตลอดไป ถ้ายังมีผู้ปฏิบัติตามศีลธรรมอยู่

เพราะฉะนั้นท่านผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านปฏิบัติศีลธรรมอยู่จะไม่ประกาศเรียกร้องโฆษณาเหมือนออกทางวิทยุกระจายเสียงที่ไหนก็ตาม จะประกาศกังวานอยู่ที่หัวใจของท่านผู้ที่ทรงอรรถทรงธรรมนั้นแล ไม่อยู่ที่ไหน นี่ผลเสมอกันอย่างนี้ ผู้หาอรรถหาธรรมได้อรรถได้ธรรมมาครองใจ ผู้หากิเลสก็ได้กิเลสมาครองใจ แต่กิเลสเป็นฝ่ายหยาบโลนที่สุด หาตีตั้งแต่ฝ่ายผู้ปฏิบัติธรรม ใครปฏิบัติธรรมมากน้อยนี้เที่ยวหาตี หาเผาแหลกเหลวหมดนะ ได้ผลขึ้นมานี้ก็มาลบล้าง ก็เขาทำความดีของเขา ความดีเป็นสมบัติของเขา มีอำนาจบาตรหลวงมาจากไหน จึงจะไปลบล้างผลแห่งความดีของผู้ปฏิบัติบำเพ็ญความดีจะไม่ให้ได้ผลมีเหรอ พิจารณาซิน่ะ

นี่ละกิเลสมันเก่งอยู่อย่างนี้ละ เวลานี้ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ที่ไหน ๆ มันเข้าไปเหยียบย่ำทำลาย แต่ท่านไม่สนใจนะท่านผู้ปฏิบัติดี ท่านจะปฏิบัติดีของท่านเรื่อยไป กิเลสมันเห่าว้อ ๆ ๆ อยู่งั้นเรื่อยไป สำเร็จขึ้นมาในขั้นใดภูมิใดกิเลสจะไม่ยอมให้สำเร็จ มันจะไปตั้งกฎเกณฑ์ป่าเถื่อนขึ้นมา บีบบังคับให้เป็นผู้ตัดคะแนนและเป็นผู้ให้คะแนนแก่ผู้บำเพ็ญความดีทั้งหลาย ทั้งๆ ที่กิเลสเกิดมาจากโคตรพ่อโคตรแม่มันไม่เคยเห็นความดี ไม่เห็นบุญเห็นกุศล มันเห็นแต่บาปแต่กรรมเอามาเผาโลกตลอดเวลา นี่ละมันนำมาประกาศทุกวันนี้ ท่านทั้งหลายเห็นไหม กิเลสประกาศความชั่วช้าลามกของตน ยกย่องขึ้นว่าเป็นความดีงามให้โลกตาบอดหูหนวกได้ยอมรับมัน

ใครจึงเชื่อแต่ทางกิเลส ถ้าทางธรรมไม่ค่อยเชื่อ เพราะเล่ห์เหลี่ยมของเราไม่เหมือนกิเลส กิเลสนี้เล่ห์เหลี่ยมสูงแหลมคมมาก หลอกโลกได้หมด ศาสดาองค์เอกมาสอนี้ มันก็จะฟังเฉพาะเวาสอนนะ ออกจากนั้นแล้วกิเลสก็เข้าแทรก ๆ เป็นอาจารย์ทุกหัวใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นโลกจะไม่ยอมรับกิเลสได้ยังไงก็มันสอนทั้งวันทั้งคืน จากความคิดนี้ปรุงแต่งอะไรดันออกมาจากกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหา ดันออกมาก็ให้กิริยาของโลกบืนไปตามนี้เป็นไฟขึ้นมาๆ เผาโลก เราเห็นไหม พิจารณาซิ

ผู้ทำความชั่วได้ชั่วตลอดเวลา เพราะฉะนั้นนรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน จึงไม่เคยว่างจากสัตว์ผู้ทำดีทำชั่วตลอดมา และจะไม่ว่างตลอดไป เพราะสัตว์โลกทำกันอยู่ตลอด ผลก็ต้องได้มาตลอด สถานที่บรรจุก็คือแดนนรกสวรรค์นั้นแหละ บรรจุมาตลอดอย่างนี้ แล้วใครจะไปลบล้าง สิ่งเหล่านี้กิเลสมันมีความรู้ความฉลาดเหนือพระพุทธเจ้ามาจากไหน พระพุทธเจ้าเห็นว่าเป็นภัยนั่นเองจึงได้ปราบมันแหลกกระจายลงไปจากพระทัยแล้ว เป็นธรรมที่บริสุทธิ์ขึ้นมาสั่งสอนโลก กิเลสที่ตัวไหนมันตายแล้ว ลูกหลานมันยังมีมันก็ตามเข้ามาต้านทานเผาพวกทำความดี ลบล้างอย่างนั้นลบล้างอย่างนี้

บาปไม่มี บุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี ทำบุญไม่ได้บุญ ทำบาปไม่ได้บาป หมุนลงไปตั้งแต่ฟืนแต่ไฟ นั่นบาปหรือบุญคิดเอา พิจารณาซิ นี่ละเป็นอย่างนั้น ทีนี้ใครทำคุณงามความดีก็เที่ยวหาดูถูกเหยียดหยาม พูดโฆษณาชวนเชื่อ อย่างหลวงตาบัวนี้ก็ได้ยินชัด ๆ พูดได้เลย หลวงตาบัวไม่มีสะทกสะท้านกับใคร ประสาถังขยะ เราจะไปหลงมันอะไรประสาถังขยะ ทองคำทั้งแท่งเลิศเลอขนาดไหนครองอยู่ที่หัวใจนี้ว่างั้นเลย ถังขยะเราก็เคยครองกันมาแล้ว ตีมันออก แตกกระจายไปแล้ว ตั้งแต่ถังขยะออกจากหัวใจแล้ว ไม่มีใครมายุแหย่ก่อกวนให้เกิดทุกข์ภายในจิตใจเลยแม้เม็ดหินเม็ดทราย ตั้งแต่นั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ เป็นเวลา ๕๓-๕๔ ปีนี้แล้ว จะไม่ให้เราประกาศได้ยังไง

ความดีเราเป็นผู้ทำเองตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ตามทางเดินของพระพุทธเจ้า ได้มากได้น้อยเราได้ของเราเอง ใครไม่ได้มาสร้างมาทำ มาลบล้างของเราหาประโยชน์อะไร มันก็มีแต่ลบล้างตัวของมันนั่นเอง หลวงตาบัวเป็นพระอรหันต์ในจังหวัดอุดรธานี เขาว่า ให้โคตรพ่อโคตรแม่มาโฆษณาก็ช่างเถอะ โคตรพ่อโคตรแม่มึงไม่ได้ปฏิบัติธรรมเหมือนกู กูเป็นผู้ปฏิบัติธรรม แม้โคตรพ่อโคตรแม่กูไม่ได้ปฏิบัติ กูเป็นผู้ปฏิบัติ กูเป็นผู้รู้เอง กูเป็นผู้ครองธรรมเหล่านี้เอง มึงจะมาลบล้างไปไหน เอาโคตรมึงมาลบล้าง เราก็จะว่าอย่างนี้ เข้าใจหรือเปล่าล่ะ ลบเท่าไรมันก็ลบหัวมันเอง ๆ

ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นของจริง จะลบสูญได้ยังไง ถ้าสูญธรรมพระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่ธรรม ศาสดาไม่ใช่ศาสดา ไม่มีความหมาย จริงเป็นจริงทุกอย่างพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรเกินยิ่งกว่าธรรมพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ออกมา เป็นธรรมที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ และไม่มีอะไรเศร้าหมองมืดตื้อ ก่อฟืนก่อไฟเผาโลกยิ่งกว่าตัวกิเลส ตัวนี้ตัวหลอกลวงโลก ให้พากันจำให้ดี

นี่ละผู้สร้างความดีท่านสร้างของท่านอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ไปลบล้างของท่านได้ยังไง ความดีเป็นสมบัติของใครของเรา ความชั่วเป็นสมบัติของใครของเรา ผู้สร้างขึ้นมาเอง นี่ก็พูดถึงเรื่องพระ ท่านอยู่ในป่าในเขา ท่านเหล่านี้เองที่จะเป็นผู้ทรงศาสนาของพระพุทธเจ้า และเป็นที่ก้มหัวลงกราบได้สนิทใจของประชาชนทั้งหลายด้วยความเคารพเลื่อมใส

ท่านเหล่านี้แหละพูดตรง ๆ เหล่านี้แหละเป็นยังไง มาตั้งแต่เหล่าโน้นพระพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวก พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ มาตั้งแต่โน้น ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ มาตั้งแต่โน้น สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ มาตั้งแต่โน้น ไม่ได้มามีเฉพาะปัจจุบัน เดี๋ยวอปโลกน์กันขึ้นมาพอจะมาลบล้างได้อย่างง่ายดายนะ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว ๆ สวากขาตธรรม เป็นยังไง จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้เข้าใจเรื่องอรรถเรื่องธรรม หลวงตาบัวจวนจะตายแล้วรีบประกาศออกมาให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบ เราไม่มีอะไรกับสามแดนโลกธาตุ ใครจะมาโจมตีแบบไหน ๆ มันยกโคตรมาเราก็เฉยเข้าใจไหม จะมาชมเชยสรรเสริญก็แบบเดียวกัน ยกโคตรมาก็เท่าเดิม ยกโคตรมาตำหนิติเตียนก็เท่าเดิม มันไม่มีอะไรที่จะมาหยิบยกเพราะมันหนักด้วยกัน สรรเสริญก็หนัก เมื่อถึงขั้นพอที่เลิศเลอแล้วความเลิศเลอของธรรมที่บริสุทธิ์นี้ เรียกว่าพอด้วยความเลิศเลอ ไม่ได้พอเพียงว่าเรารับประทานพอแล้วอิ่มแล้วเท่านี้นะ

พอของธรรมนี้พอด้วยความเลิศเลอ ไม่มีอะไรเกินคำว่าพอของธรรม นี่พระพุทธเจ้าตรัสมาเรียบร้อยแล้ว บรรดาพระผู้ปฏิบัติตามก็ตักตวงเอาผลเรื่อยมาอย่างนี้ ท่านผู้อยู่ในป่าในเขาเงียบ ๆ นั่นแหละ เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ชำระกิเลสทั้งวันทั้งคืน ไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายกับการบ้านการเมือง วุ่นวายอะไรทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ซึ่งเป็นงานของกิเลส อย่างหนึ่งก็แทรกเข้าไปว่างานการทำมาหาเลี้ยงชีพธรรมดา แต่มันไม่ได้เพียงหาเลี้ยงชีพ มันหาเพื่อความโลภเข้าใจไหม ได้เท่าไร ๆ ไม่พอ ได้เท่าไรไม่พอ อะไรไม่พอ นี่เรื่องของกิเลส ถ้าการทำมาหาเลี้ยงชีพนี้พอ วันหนึ่ง ๆ พอ ไม่ได้ดีดดิ้นเกินไปละมนุษย์เรา แต่นี้งานของกิเลสซิมันไม่พอ ๆ ส่วนงานของธรรมได้ขนาดไหนท่านพอตลอด ๆ ยิ่งถึงพระนิพพานพอตลอดตั้งกัปตั้งกัลป์ เที่ยงตลอดเลย

นี่ละธรรมของท่าน ที่ท่านทรงเอาไว้ท่านทรงมาจากอะไร มาจากสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้แล้วที่ควรบำเพ็ญเช่น รุกฺขมูลเสนาสนํ บวชแล้วให้เธอทั้งหลายเข้าไปอยู่ในป่าในเขา   รุกขมูลร่มไม้   บำเพ็ญความเพียร  เพราะสถานที่เช่นนั้นไม่ได้ถูกรบกวนจากกิเลสความยุ่งเหยิงวุ่นวายก่อกวนทั้งหลาย เป็นความสะดวกในการบำเพ็ญสมณธรรม และให้พวกเธอทั้งหลายได้อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญอย่างนั้นตลอดชีวิตเถิด นั่น พระพุทธเจ้าทรงสอนเองนี่นะ

ในอนุศาสน์ องค์ไหนบวชมาไม่ได้สอนธรรมข้อนี้ไม่ได้นะ แม้แต่อุปัชฌาย์ปัจจุบันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าไม่สอนธรรมข้อนี้แล้วปลดจากอุปัชฌาย์ เพราะเป็นธรรมที่เด็ดมาก เป็นธรรมที่จำเป็นมากสำหรับพระที่ก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพาน จึงขึ้นต้นว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ พอบวชแล้วไล่เข้าไปเข้าเขา แม้อุปัชฌาย์จะชอบอยู่ในตลาดกระดูกหมูกระดูกวัวก็ตาม แต่เวลาสอนลูกศิษย์ต้องสอนให้ไล่เข้าป่า ตามทางเดินของพระพุทธที่ประกาศธรรมสอนแล้วด้วยความเด็ดเดี่ยว ขาดไม่ได้ นี่มีทุกคน

เมื่อดำเนินตามนี้แล้วท่านก็ตักตวงเอามรรคผลนิพพาน อยู่ที่ไหน ๆ เงียบ ๆ นะ สำหรับท่านผู้รู้ธรรมท่านรู้เงียบ ๆ เหมือนไม่รู้ แต่ภายในจะรู้ด้วยกัน องค์ไหนเป็นยังไง การบำเพ็ญธรรมอยู่ในขั้นใดภูมิใด ฝ่ายปฏิบัติท่านจะรู้เรื่องด้วยกันภายใน ๆ เหมือนสมบัติภายในในบ้านของเรานี่แหละ เราจะไปประกาศให้บ้านเมืองเขาทราบให้ชาวโลกเขาทราบยังไง สมบัติของเรามียังไงรักสงวนของตัวเองซิ อันนี้ก็เหมือนกันสมบัติภายในคือธรรมนี้ยิ่งเป็นของเลิศเลอ ไม่ควรแจกจ่ายไม่ออกให้พวกตัวบุ้งตัวหนอนมันมากัดมาไช มาปีนมาขี้รดท่าน ท่านจะออกมาหาอะไร ธรรมเป็นของเลิศ ถ้าควรจะออกมากน้อยก็ออกมาแนะนำสั่งสอน ไปตามความสมควรแก่กาลสถานที่เวล่ำเวลาและบุคคล คณะต่าง ๆ ควรจะสอนแบบไหนท่านก็สอนของท่านเอง ใครจะไปรู้จักประมาณยิ่งกว่าธรรมวะ ผู้สอนธรรมก็ต้องเป็นผู้รู้จักประมาณเหมือนกัน ให้พากันจำเอาไว้นะ

มรรคผลนิพพานประกาศท้าทายสำหรับผู้ที่ทำความดีอยู่ตลอดเวลา จะไม่ผิดหวังว่างั้นเลย เข้าใจเหรอ เรื่องกิเลสก็ประกาศท้าท้ายมาตั้งกัปตั้งกัลป์แล้ว ใครเก่งให้มาถ้าอยากคอขาด ความหมายว่าอย่างงั้น แต่มนุษย์เรานี้มันเก่ง สัตว์ก็เก่งมนุษย์ก็เก่ง คอขาดก็ไม่ถอย วิ่งตามกิเลสเข้าใจไหม นี่จำเอาทั้งสองนะ วันนี้ก็พูดพอเบาะ ๆ ไม่พูดหนักพูดหน่วงอะไร พูดถึงเรื่องท่านผู้ทรงมรรคทรงผลให้เป็นที่ตายใจ บรรดาพี่น้องทั้งหลาย ศาสนาเราจะคงเส้นคงวาหนาแน่นไป เป็นที่เคารพนับถือกราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจจากภาคปฏิบัติ ใครปฏิบัติเอา

นอกจากนั้นเราอยากจะพูดว่าไม่อยากมี มีก็น้อยมาก เช่น อย่างพระเจ้าพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดที่คลุกคลีตีโมงกับประชาชนผู้คนเรื่องราวต่าง ๆ นั้นมากมายก็ตาม องค์ที่ท่านมีอุปนิสัยท่านตั้งใจปฏิบัติ อยู่ในวัดที่คลุกเคล้าไปด้วยความรบกวนยังมีอยู่นะ หากไม่มากแต่ท่านไม่แสดงออก แสดงออกพวกนี้รุมเข้าใจไหม พวกหนอนนี่มันรุม ท่านมีแทรกอยู่ในวัดนั้น ๆ มีนะ ไม่ว่าวัดบ้านวัดป่าในกรุงนอกกรุงมีแทรกอยู่นั้น มีเหมือนกัน เพราะอุปนิสัยของบุคคลและจงรักภักดีต่ออรรถต่อธรรมยังมีอยู่ ท่านผู้ปฏิบัติอย่างนี้ท่านจะปฏิบัติของท่านอย่างเงียบ ๆ อยู่นั้นนะ เหมือนหนึ่งว่าเป็นผ้าขี้ริ้วเหมือนเขา เป็นตลาดแห่งมูตรแห่งคูถเหมือนเขา แต่ท่านไม่เป็น มีอยู่เยอะนะ  อยู่ตามวัดตามวาไม่ว่าบ้านนอกในเมือง กรุงเทพนอกกรุงเทพที่ไหนมี มีแฝงอยู่นั้นละ แต่ท่านเหล่านี้ท่านจะไม่แสดง มีเท่าไรก็ไม่แสดง เงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ถ้าแสดงออกไปเขารุมน่ะซิ แสดงออกไปเขารุม พวกหนอนมันรุมเข้าใจ

สำหรับผู้ที่อยู่ในป่าท่านก็ปฏิบัติเงียบ ๆ ของท่านอยู่ในป่า โน่น เวลาแสดงออกสู่กันฟังละซิ เพลินไปกี่ชั่วโมงลืมเหน็ดลืมเหนื่อย องค์นั้นเป็นอย่างนั้น ๆ รู้อย่างนั้นเห็นอย่างนั้น นี่วิถีทางเดินของจิต จิตฺตมคฺโค คือ ทางเดินของจิตที่จะรู้จะเห็นสิ่งต่าง ๆ มันเหมือนกับทางเดินด้วยเท้าของเรา เราเดินด้วยเท้าเดินไปที่ไหนที่อยู่ ๒ ฟากทางมองเห็นหมด เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทีนี้ทางเดินของจิต จิตก้าวเดินไปตามวิถีของธรรม เดินไปไหนสิ่งที่เป็นวิสัยของจิตซึ่งเป็นทางของจิตโดยแท้แล้วมันจะเห็น บาป บุญ นรก สวรรค์ เปรต ผี อสุรกาย อะไร มันจะเห็น ๆ ของมัน นี่ละที่เรียกว่า จิตฺตมคฺโค

ทางเดินของจิตจะไม่เห็นได้ยังไง พระพุทธเจ้าเดินมาแล้วเห็นมาแล้ว มาสอนโลกด้วยวิถีจิต ที่เป็นมรรคเป็นทางเดินของวิถีจิต มาปิดได้เหรอ ตาเป็นวิสัยที่จะให้ดู เมื่อตาดีอยู่จะไม่เห็นได้ยังไง หูเป็นวิสัยที่จะฟัง เมื่อวิสัยของหูยังดีอยู่ทำไมจะฟังไม่ได้ นี่วิถีของจิตที่จะก้าวเดินตามธรรมของพระพุทธเจ้า อันใดที่เป็นวิสัยของจิตที่ก้าวเดินไปตามทางธรรม จะรู้จะเห็นกันปิดไม่อยู่เหมือนกัน บาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพาน เปรต ผี ประเภทต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้ามาประกาศกังวาน ก็ประกาศจากจิตที่เห็นนั้นเองเข้าใจไหม นี่ทางของจิตเห็นอย่างนี้ ทางของตาเห็นอย่างนั้น ทางของจิตเห็นอย่างนี้จำเอานะ

มันจะไม่มีเหลือแล้วนะมรรคผล นิพพานเวลานี้ ให้กิเลสมาเหยียบย่ำ ๆ ทำลายๆ ไปหมด ผู้บำเพ็ญศีลธรรมเดี๋ยวนี้ยังดีอยู่นะ เราไปวัดนี้ยังไปได้อย่างสง่าผ่าเผย ต่อไปนี้ยิ่งจะคับจะแคบตีบตันเข้าไปนะ เพราะกิเลสมันหนาแน่นขึ้นไป ไปวัดไปวานี้ด้อม ๆ มอง ๆ เหมือนจะไปฉกไปลักไปขโมยอย่างนั้นแหละ ถ้าไปเปิดเผย ๆ เขาดูถูก นี่ ๆ เขาจะไปสวรรค์แล้วนะพวกนี้ พอเห็นเราด้อม ๆ จะไปวัดไปวา นี่เขาจะไปสวรรค์แล้ว ดีละพวกเราเขาจะไม่ได้แย่งปลากับเรา เราจะได้สนุกแย่งปลากันในบึงในบ่อมันก็ไปอย่างนั้นเข้าใจไหม เดี๋ยวนี้มันเริ่มแล้วนะ สำหรับระยะนี้ยังไม่ค่อยมียังไม่ค่อยปรากฏ

ต่อไปดูนะ หลวงตาบัวตายแล้วให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้นะคำนี้ เพราะกิเลสมันหนาแน่นเข้าทุกวัน ๆ บีบตันเข้ามา บีบตันจนกระทั่งทางก้าวเดินของธรรมจะก้าวเดินไม่ได้ ผู้ปฏิบัติธรรมจะก้าวเดินได้ลำบากนะ ไปวัดไปวาไปหาศีลหาธรรมนี้เป็นเหมือนขโมยละ ลอบ ๆ มอง ๆ ไป เพราะอำนาจแห่งความชั่วช้าลามกมันมากมันหนาแน่น จำให้ดีนะ วันนี้เข้าใจหรือยัง เรื่องบาปเรื่องบุญออกไปจากไหน จำได้หรือยัง บาปมันออกไปจากกิเลส เกิดอยู่ที่ใจด้วยกันกับธรรมนั้นละ เกิดที่นี่ มันออกไปทางด้านบาป ออกไปทางด้านบุญตามแต่ผู้ที่จะนำไปใช้ ให้จำเอานะ เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านั้นละ โอ้ เหนื่อยแล้ว

 

อ่านและฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.or.th หรือ www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก