ขอบิณฑบาตจากประเทศใหญ่ๆ
วันที่ 2 มีนาคม 2546 เวลา 9:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

ขอบิณฑบาตจากประเทศใหญ่ๆ

 

         ที่จะให้วัดแน่นหนามั่นคงถาวร เจ้าของวัดคือหัวหน้าวัดต้องเข้มงวดกวดขันโดยลำดับลำดาไป สุดท้ายก็ต่างคนต่างเข้มงวดแล้วภัยก็ไม่มี นั่นเป็นอย่างนั้น ต่างคนต่างเข้มงวดในตัวเอง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรแสดงออก

เวลานี้นายกยังอยู่กรุงเทพหรือเมืองใด (ผู้ว่า อยู่เมืองไทยครับ วันนี้คงจะกลับอุตรดิตถ์) นี่ก็ไม่ได้อยู่เหมือนกันจะว่าไง ต่างคนต่างหนัก เอา หนักเพื่อชาติไม่เป็นไร เราทำงานเพื่อชาติไม่เป็นไร การถูกโยกย้ายไปนู้นไปนี้ด้วยความเป็นธรรมเราไม่ว่า ถ้าถูกโดนเข้าอย่างไม่เป็นธรรม เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้องของตัวยิ่งกว่าชาติบ้านเมืองนี้ เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา ซัดกันเลยนะกับเรา มันไม่เป็นธรรม ถ้าย้ายไปด้วยความเป็นธรรม ไปไหนไปเถอะเราทำงานเพื่อชาติเท่านั้นพอ ที่ย้ายไปเพื่อชาติก็ตามแต่มีเบื้องหลังที่ทำให้ขุ่นเป็นตมเป็นโคลนไปอย่างนั้นไม่ให้ทำ ไม่ถูก ไปไหนก็จะต้องเป็นอย่างนั้น ก่อกรรมก่อเวรกันไปเรื่อย ๆ  ถ้าเป็นธรรมแล้วไปไหนสะอาดไปเรื่อย เป็นอย่างนั้นนะ

ทางเรื่องทองคำเราเพื่อชาติ เวลานี้กำลังกระจายออกไปบรรดาพี่น้องชาวไทยเรา กำลังพิจารณากัน ไม่เห็นแก่ชาติจะเห็นแก่ใครวะ ก็เราทำนี้เราทำเพื่อชาติบ้านเมือง เราไม่ได้ทำเพื่อใครเราก็บอกแล้ว เราไม่ทำเพื่อเราก็บอก ก็คิดดูซิจะตายอยู่ทุกวันนี้เป็นไร ก็อย่างนั้นแล้ว ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมส่วนใหญ่ อันนี้ทางวงราชการงานเมือง ผู้มีอำนาจหน้าที่ทางไหนมันก็ต้องเป็นไปตามแถวแนวสายของงานไปเรื่อย ๆ ไปอย่างนั้น เพื่อความดีของชาติไทยเรา สงบร่มเย็น ถ้ามีข้าศึกอยู่ตรงไหนมันไม่สบายนะ

อยู่ในตัวของเราก็ไม่สบาย ข้าศึกมันเกิดขึ้นไม่สบายละ พอพูดอย่างนี้เราก็เรียกว่านิทานสดนะ เมื่อ ๒-๓ วันนี้ใครไม่รู้เอาผักติ้ว ตำผักติ้วแหลกละเอียดมาให้เรา เราเคยเข็ดมันอยู่แล้วผักติ้วนี่น่ะ เขาเรียกซุบผักติ้ว เอามากิน เอ๊ นี่มันเหมือนผักติ้วน้า มันเป็นยังไง สีมันเป็นสีผักติ้วนะ แต่ทำไมละเอียด ทีนี้มันก็สงสัยกันกับดอกทอง ดอกทองในวัดนี้มีเยอะนะ เวลาเขาตำเขาป่นมันแหลกเหมือนกันมันก็ไม่รู้ละซิ ทีนี้เราชอบตำซุบดอกทอง กินแล้วมันดีมันไม่มีพิษมีภัย แต่ผักติ้วนี้กินลงไปแล้วถ่ายท้องไปทันก็ทัน คว้าโถนทันก็ทัน คว้าไม่ทันมันก็ฟาดใส่รถเลย เข้าใจไหม

เมื่อ ๒-๓ วันนี้ก็เห็นผักติ้วนี่ละมา ซุบผักติ้วละเอียดลออ โอ๊ ทำดีเราว่า นี่มันไม่ใช่ผักติ้วเหรอ ดูแล้วดูเล่า ทีนี้จับมาลองใส่ลิ้นลองดู ถ้าเป็นผักติ้วความหมายที่เราคิดไว้เดิมก็มันจะเปรี้ยว นี้เอาลองชิมก็ไม่เห็นเปรี้ยวนะ พอไม่เห็นเปรี้ยวมันก็เอนไปทางดอกทอง คงเป็นดอกทองละ วันนั้นก็ซัดเอาเสียมากนะ พอไปตามทางนี่ขี้ราดตามทางเลย โอ๋ย.เอา จริง ๆ ไม่ทันเลยนะ มันกินอะไรเมื่อเช้านี้ พระท่านเลยบอก (ไม่ใช่ผักติ้วเหรอ) ผักติ้วอะไร (ผักติ้วเมื่อเช้านี้ที่เขาทำ) โอ๊ย.ถ้าอย่างนั้นยอมรับแล้ว ผมกินมากนี่นะ นั่น เห็นไหมล่ะ ราดไปตามทางเลย ผักติ้วมันเอาเรา เมื่อเช้านี้มีมาอีกเป็นของเก่าหรือของใหม่เราเอานิดหน่อย คือมือหนึ่งต่อยมือหนึ่งระวัง ไม่เอาทั้งสอง จะคอยฟังดูก่อน เป็นอย่างนี้ละ

นี่เห็นไหมภัยมันเกิดในร่างกาย มันอยู่ได้เมื่อไร ราดไปตามทางเลยวันนั้น โอ๊ย.มันเอาเร็วนะ เอาปุบปับเลยเทียว วันนี้ก็มีอีกนะ วันนี้ไม่ใช่ฉันมากเตรียมท่าไว้สู้มันหน่อย ถ้าเห็นวันหลังไม่เอาเลยแหละ ถ้ารู้ว่าผักติ้วนี้ยังไงก็ไม่เอา แต่นี้มันเหมือนกันกับผักดอกทองเลยทำให้เสียท่า ร่างกายถ้าปรกติมันก็ดี ถ้าไม่ปรกติมันก็เป็นอย่างนั้น คนเราอยู่ร่วมกันเหมือนกัน จุดใดจะดีก็ตามถ้ามีจุดไม่ดีแล้วก็ทำลายกันได้ ต้องพากันระมัดระวัง ให้เข้มงวดกวดขัน จะเห็นแต่ว่าคนนั้นคนนี้ไม่ได้นะ ต้องทุกคนระมัดระวัง

เช่น ยาเสพย์ติดนี้ใครก็มีลูกมีเต้าหลานเหลน ให้พากันเข้มงวดกวดขันในลูกหลานของตนนะ เด็กก็ดื้อ พอหลุดมือจากพ่อแม่ไปแล้ว ไปโรงร่ำโรงเรียนก็เข้าเพื่อนฝูง ไปเสียตรงนั้นนะ เด็กเสียตรงนั้น สิ่งเหล่านี้มันเสียจนกระทั่งสถานที่เข้มงวดกวดขันที่สุด คือในเรือนจำมันยังเข้าได้นะ มันเข้าไปตามสายของมัน สายของมันก็เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่นักโทษนอกเรือนจำ มันไม่ได้เป็นนักโทษที่เขายอมรับกันอย่างเปิดเผย มันเป็นนักโทษลับ ๆ มันเป็นสายเข้าไป เอาพวกเหล่านี้ไปยื่นให้นักโทษกิน นั่นละขายกันเกลื่อนอยู่ในเรือนจำมี ลูกศิษย์เราเต็มเรือนจำไม่รู้ได้ยังไง เข้าใจไหมล่ะ เวลาเขาพูดตามเรื่องมันมายังไงๆ มันถึงมาอย่างนี้ เขาก็เล่าให้ฟังละเอียดลออ แน่ะ มันก็รู้อย่างนั้นแหละ

อย่างที่ว่ากระทรวงต่าง ๆ ลูกศิษย์ลูกหามีอยู่ทุกกระทรวง แต่ก่อนเราก็ทราบ แต่เราทราบเราก็ทราบธรรมดาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ๆ เรื่องราวเป็นยังไงก็ทราบ จนกระทั่งที่เราไปเกี่ยวข้องในวงงานนี้ซิ อย่างที่ช่วยชาติคราวนี้ เราเข้าไปเกี่ยวข้อง นั่นละมันถึงได้กระจายออกไป เลยกลายเป็นเราก็เป็นนักรบคนหนึ่งออกสนามเพื่อชาติ แน่ะ ก็อย่างนั้นแล้ว เมื่อเวลามันเข้าไปเกี่ยวข้องมันก็เป็นเองของมัน ตามหลักธรรมวินัยพระไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง การบ้านการเมืองนั้นเป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองเขา พระเป็นเรื่องของพระ เราก็ถืออย่างนั้นมาตลอด เราไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทราบมาด้วยดีเรื่องอะไร ๆ ทราบมาโดยตลอด แต่เหมือนไม่ทราบนะ เฉย

จนกระทั่งเรื่องของเรามันเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่คาดไม่ฝัน ดังที่ช่วยชาติคราวนี้แหละ เข้าไปอยู่ในวงกลางละซิที่นี่ นั่น เห็นไหมล่ะ เมื่อเข้าไปอยู่ในวงกลาง ความรับผิดชอบอยู่กับใคร มันก็มาอยู่กับเรา ทีนี้มันก็เบิกละซิใช่ไหมล่ะ นี่ละเรื่องมันก็เป็นได้อย่างนั้น ทีนี้ไม่ผิด แน่ะ ถ้าธรรมดาผิด ถ้ามีเหตุผลกลไกที่เข้าเกี่ยวโยงอยู่อย่างนี้อย่างเราทำนี้ไม่ผิด ถ้าผิดเราไม่ทำ ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ความไม่ดีอยู่ที่ไหนมันเสียหมดนั่นแหละ ต้องได้ระมัดระวังช่วยกันทุกคน ๆ ให้ระวัง

วันนี้บอกผักติ้วใครก็คงจะทราบ ผักติ้วนี่สำคัญนะ เอาดีอยู่นะ เราเอาอย่างตายใจวันนั้นฟาดเอาเสียโถ ราดไปเลย หนักกว่านั้นมันเจ็บบิดนะ บิดด้วย นี่ถ้าลงซ้ำเข้าไปอีกบิด นี่ยังไม่ซ้ำมันก็ยังบอกแล้ว มันรุนแรงถึงขั้นเจ็บท้องบิดด้วย ถ่ายด้วยเจ็บบิดภายในด้วย เราเคยแล้วกับอันนี้ ที่ไม่ฉันมาเลยนี้ก็คือฟักทอง ฉันลงไปแล้ว เส้นท้องนี้เป็นแผ่นเลย มันตึงเส้นท้อง ผิดเส้นท้องมากนะฟักทอง เราหยุดมาตั้งแต่ฆราวาสแล้วไม่เอาเลย จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ไม่เอา พอฉันเมื่อไรมันก็เป็นเมื่อนั้น สิ่งที่มันผิด ผิดรุนแรงอย่างนั้นเราก็ต้องงดเลยไม่เอาเลย ถ้าพอหลบพอหลีกอยู่บ้างก็มีฉันบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เอามาก

ทองคำเราเวลานี้ก็กำลังจะเริ่มรวมกัน พินิจพิจารณาเรื่องการช่วยชาติเรา ทองคำให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน เพราะบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายเรียกว่าทั่วประเทศไทย ก็ทราบทั่วหน้ากันว่าเราได้ออกประกาศแล้วว่า การช่วยชาติคราวนี้ขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันเป็นเครื่องหมายแห่งการช่วยชาติของคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ได้ ไม่หนักมากเกินไป และเป็นสง่าราศีเป็นสิริมงคล เป็นความแน่นหนามั่นคงแก่ชาติไทยของเรา ไม่มีส่วนไหนที่จะทำให้เสียเพราะการได้ทองคำมาน้ำหนัก ๑๐ ตัน เข้าสู่คลังหลวงของเรา มีแต่เป็นมงคลมหามงคลทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราถึงอุตส่าห์พยายามบึกบึน นี่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยเริ่มคิดกันละ ควรคิดแหละไม่คิดไม่ได้ ต้องคิด ตั้งแต่หลวงตาเองไม่เคยมุ่งอะไรในโลกอันนี้ ยังคิดเพื่อพี่น้องทั้งหลายจนจะเป็นจะตาย ก็น่าจะคิดกันบ้างซิ พี่น้องทั้งหลาย

เราถ้าพูดตามสัดตามส่วน ในเรื่องทั้งหลายที่ยอมรับกันทั่วโลก คือว่าเราก็เป็นพระ เราไม่เคยสนใจกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา แล้วเหตุใดจึงได้มาหมุนติ้ว ๆ นี้เป็นเวลา ๕ ปีเต็มแล้ว เพื่อพี่น้องทั้งหลาย เราไม่ได้เพื่อเราเลยเราก็เคยบอก หนักก็หนักมากแต่หนักเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นแหละ จึงควรคิดกันละนะ จะไปจืดจางว่างเปล่าอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ แบบหัวหดอยู่ในกระดองเหมือนเต่าดูไม่ได้นะ เมืองไทยเราไม่ใช่เมืองเต่านะ อย่าไปหัวหดซิ เวลาคิดต้องคิด เวลาเด็ดต้องเด็ด เวลาอ่อนอ่อนอย่างนิ่มนวล เวลาเด็ดก็เด็ดอย่างเฉียบขาดต่อข้าศึกศัตรูทั้งหลาย

อันนี้เราก็พยายามกัน อย่าเป็นหัวหดในกระดองเหมือนหัวเต่า ทั้ง ๆ ที่ผู้นำพาดำเนินอยู่แทบเป็นแทบตายนี้มันน่าคิดอยู่นะ ขอให้พิจารณาให้ดี เมืองไหนก็ตามบ้านใดก็ตามต้องอาศัยความพร้อมเพรียงสามัคคี ที่เห็นว่าถูกต้องแล้วพร้อมเพรียงกันทุกอย่าง ถ้าอันไหนไม่ดีเราก็พร้อมเพรียงกันละ นั่นถูกต้อง อันไหนดีเราก็พร้อมเพรียงกันส่งเสริมขึ้น เมืองไทยเราก็จะเจริญรุ่งเรือง อย่างเราได้ทองคำมาน้ำหนัก ๑๐ ตัน เป็นของเล่นเมื่อไร ทำเมืองไทยให้อบอุ่นตลอดไปเลย

นี่ละที่หลวงตาได้อุตส่าห์พยายามเพราะความคิดเรียบร้อยแล้ว มีแต่เป็นเครื่องหนุน ๆ ชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนที่จะทำให้เสียไม่มี จึงต้องอุตส่าห์พยายาม เวลานี้ก็ได้จะร่วม ๖ ตันแล้ว วันที่ ๑๒ เมษายนนี้ก็เร่งแล้วนะ จุดนี้จุดหนึ่ง ๕๐๐ กิโล จุดวันที่ ๑๒ เมษายนข้างหน้านี้ได้พยายามเต็มที่ เราได้ประกาศออกด้วยว่าควรจะให้ได้น้ำหนักทองคำ ๕๐๐ กิโล พอได้ ๕๐๐ กิโลแล้วก็เป็น ๖ ตันกว่าไปแหละ ให้ได้ตรงนี้

นี่เรากำลังจะถอนเงินออกจากธนาคารเกือบทั้งหมดว่างั้นเถอะ ส่วนใหญ่จะออกทั้งนั้น ๆ ถอนออกมาหมด ถ้ายังเศษเหลือก็ เศษเหลือเป็นหมื่นหรือว่าเป็นแสน อย่างมากจะเหลือไว้เพียงเป็นแสนในธนาคาร เป็นล้านเป็นอะไรนี้เอาออกหมดเลย เพราะมันยังมีความเกี่ยวโยงอยู่กับการรับบริจาคของบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เข้าสู่ธนาคาร เราจึงต้องเอาเชื้อไว้ในนั้น ไม่มากก็ให้มีไว้สำหรับรับเวลาคนนั้นบริจาคมา โอนมาก็รับเอาไว้ ๆ ส่วนใหญ่จะถอนออกทั้งหมด ทางกรุงเทพฯก็เซ็นใบถอนเรียบร้อยแล้วให้ไปแล้ว ทางนี้ก็กะระยะพอดีเลย เอามารวมบัญชี แล้วก็ถอนหรือโอนไปเลย ได้เท่าไรก็รีบซื้อทองคำ เตรียมไว้พร้อมในวันที่ ๑๒ เมษายนนี้แหละ เรากะไว้ตรงนี้ให้ได้ ๕๐๐ กิโล

เวลานี้ทองคำที่เราได้เรียบร้อยแล้ว ๑๓๒ กิโล นี้หมายความว่าทองคำที่ได้เรียบร้อยแล้วในจำนวน ๕๐๐ กิโล เวลานี้ได้ ๑๓๒ กิโล เราก็จะได้เอาทองคำจากธนาคารมาอีก มาบวกกันเข้า ๆ ให้ได้ ๕๐๐ กิโล นี่เป็นชุดหนึ่งเป็นระยะ ๆ นี่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาก็เริ่มรวมหัวกันแหละ ต่างคนต่างบริจาคถึงขนาดเขียนจดหมายมาหาเราแล้วว่า ยังไงทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน จะไม่ให้เลย ๒๕๔๖ ว่าอย่างนั้นนะ ว่าจะให้เสร็จสิ้นในปี ๒๕๔๖ เราก็ได้รับทราบแล้ว เวลานี้กำลังประชุมกันในที่ต่าง ๆ รวมกัน คือกฐินข้างหน้านี้เป็นจุดใหญ่โตมากเหมือนจะร้างรากร้างโคนออกหมดเลยแหละ กะว่าอย่างนั้น กฐินข้างหน้านี้ จะรวมกันให้เสร็จในระยะนี้ว่างั้น

เราก็ทำของเราไปอย่างนี้แหละเรื่อย ๆ ไป วันที่ ๙ นี้ก็จะไปกาฬสินธุ์ละมั้ง ไปกาฬสินธุ์นี้ไปค้าง ๒ คืนหรือยังไง (ค้างคืนเดียวครับ) เออ วันที่ ๙ ไปกาฬสินธุ์ เทศน์เสร็จแล้ว วันที่ ๑๐ กลับมา ทีนี้วันที่เท่าไรไปทีนี้ต่อกันเลย (วันที่ ๑๔ ครับ ไปค้าง กลับ ๑๕ ครับ)  เออ วันที่ ๑๔ นี้ก็ยังไปค้างแล้วกลับมาเสียก่อนนะ วันที่ ๑๔ ไปค้างที่บ้านโพน เผาศพท่านเจ้าคุณเขียน วันที่ ๑๕ กลับมา วันที่ ๑๖ ไปเผาศพที่ บ้านไชยวาน พอหลังจากนั้นกลับมา หลังจากนั้นละทีนี้ไปติดต่อกันไปเรื่อยเลยนะ วันที่เท่าไร (วันที่ ๒๐ ไปอุบลครับ)

เออ ดูเหมือนวันที่ ๒๐ จากนั้นก็เรื่อยเลย จนกระทั่งถึงนครพนม วันที่ ๒๘ เผาศพท่านเจ้าคุณวัดศรีเทพ เสร็จจากนั้นแล้วถึงจะกลับก็เรียกว่า สิ้นเดือนพอดีแหละ วันที่ ๒๘-๒๙ เผาศพ ที่วัดศรีเทพ แน่ะ ๓๐-๓๑ มันก็สิ้นเดือน เราก็กลับมา พอต้นเดือนเมษาก็ลงกรุงเทพฯ อีกแล้ว ลงไปครั้งนี้ก็เกี่ยวกับเรื่องมอบทองคำ เข้มงวดกวดขันเอาหนักอยู่เหมือนกันแหละคราวนี้ ให้ได้ทองคำ ๕๐๐ กิโล นั่น เดือนเมษา วันที่ ๑๒ เราจะลงไปก่อนนั้นแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันว่าจะลงตอนไหน ตั้งต้นเดือนเมษาไปแล้วกำหนดเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะเราตั้งใจจะไปอยู่แล้ว กว่าจะกลับนี้ก็นานอยู่นะ คงจะไม่ต่ำกว่า ๒๐ วัน เพราะงานมันติดมันต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ยุ่งตลอด

สรุปทองคำและดอลลาร์ วันที่ ๑ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๓๑ บาท ๑ สตางค์ ดอลลาร์ ๑๙๗ ดอลล์ ทองคำที่ได้หลังจากมอบแล้ววันที่ ๑๐ ธันวานั้นนะ เวลานี้เราได้ทองคำเพิ่มเข้ามาอีก ๑๓๕ กิโล ๓๔ บาท ๘๒ สตางค์ เราก็จะเอาทางโน้นมาบวกทางนี้มาบวก ทีนี้ดอลลาร์ได้ ๑๒๙,๔๙๙ ดอลล์ นี่หมายถึงว่าดอลลาร์ที่ได้หลังจากการมอบแล้ว รวมทองคำที่ได้แล้วทั้งที่มอบแล้วและที่ยังไม่ได้มอบเรียกว่าทั้งหมดเลย ได้ทองคำ ๕,๖๙๕ กิโล ถ้า ๕๐๐ กิโลนี้เข้าไปปั๊บมันก็เป็น ๖,๐๐๐ ละนะ

ทีนี้ดอลลาร์ที่ได้แล้วทั้งหมด ทั้งที่มอบแล้วและยังไม่ได้มอบได้ ดอลลาร์ ๗,๓๒๙,๔๙๙ ดอลล์ ที่เราได้แล้วนะ ก็จะขยับไปเรื่อย กรุณาทราบตามนี้ เวลานี้พูดอยู่เดี๋ยวนี้มันก็ออกทางอินเตอร์เน็ตอยู่ไม่ใช่เหรอ นี่ก็ออกอยู่ตลอด ออกทั่วโลก ออกหมด เราอยากให้โลกทั้งหลายได้หันหน้าเข้ามาสู่ธรรม ถ้าโลกทั้งหลายส่วนใหญ่ ๆ ได้หันหน้าเข้าสู่ธรรมแล้วโลกนี้จะมีความสงบร่มเย็น แม้จะตั้งท่าเป็นฟืนเป็นไฟอยู่อย่างเวลานี้ก็ตามนะ อำนาจแห่งธรรมนี้จะระงับดับลงได้โดยไม่ต้องสงสัย ถ้ามีผู้เข้ามาสนใจในเรื่องอรรถเรื่องธรรม ซึ่งเป็นน้ำดับไฟอยู่แล้ว โลกนี้จะค่อยสงบลง

นี่ก็ทราบกันปิดกันไม่อยู่แล้ว ประเทศใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเวลานี้มีแต่กำกำปั้นหมัดใส่กัน เมืองไหนต่อเมืองไหนไม่ใช่เมืองเล็กเมืองน้อย มีแต่เมืองที่จะเป็นไฟบรรลัยกัลป์ เผาโลกให้ฉิบหายไม่สงสัยละนะ มีกี่ประเทศ ประเทศไหนเป็นยังไง แล้วมีตั้งแต่ตัวเป้ง ๆ ที่สำคัญตนว่ามีความรู้ความฉลาดอำนาจบาตรหลวงทั้งนั้นแหละ ที่จะขึ้นต่อกรกัน แล้วโลกจะเป็นฟืนเป็นไฟกัน เพราะความเป็นฟืนเป็นไฟนี้เป็นผลของความอวดดี แล้วจะเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันได้ไม่สงสัย ถ้าไม่มีธรรมระงับ ถ้ามีธรรมระงับ

สิ่งเหล่านั้นสร้างมาไว้เพื่ออะไร ก็เพื่อจะป้องกันรักษาตัวเอง ธรรมมีน้ำหนักมากกว่านั้น เข้าทีเดียวเดียวเลยนะ ธรรมมีคุณค่ามีราคามีน้ำหนักมากยิ่งกว่าเครื่องมือเหล่านี้ ที่จะมาทำลายโลกเป็นไหน ๆ เพราะธรรมนี้มีมากเท่าไรยิ่งจะเป็นน้ำดับไฟ สิ่งที่เป็นเสนียดจัญไรต่อโลกทั้งหลายเวลานี้ ก็คือสิ่งที่โลกกำลังพองตัวอยู่นั้นแล จะระงับดับลงได้ด้วยอรรถด้วยธรรม ถ้ามีอรรถมีธรรมแล้วโลกจะระงับ ถ้าไม่มีอรรถมีธรรมใครจะเก่งเท่าฟ้าก็ตาม มันก็เหมือนกับอึ่งอ่างกับวัวในนิทานอีสป

อึ่งอ่างคืออะไร คือพวกโลกที่อวดดิบอวดดี อวดเก่งกล้าสามารถ ว่าตัวเป็นผู้มีความรู้ความฉลาด สามารถที่จะเอาโลกนี้ให้อยู่ในเงื้อมมือของตนได้ นี้คืออ่างมันพองตัวของมัน ทีนี้เขาก็เป็นอึ่งเราก็เป็นอ่าง อึ่งกับอ่างก็ซัดกันละซิ ซัดกันแล้วมันไปโดนอะไร อึ่งอ่างกับวัวอวดดีกว่าวัว อึ่งอ่างอวดดีกว่าวัว ซัดกันลงไปแล้วคำว่าวัวคืออะไร คือความพินาศฉิบหายครอบหมดเลยเข้าใจไหม นั่นละวัวคือความพินาศฉิบหาย ที่เกิดขึ้นจากความอวดดิบอวดดีของอึ่งของอ่างนี้แหละว่าตัวเก่ง ครั้นเวลาทำลงไปแล้วมีแต่เถ้าแต่ถ่าน นั่นละท่านว่าวัว มีอำนาจมาก ความฉิบหายเป็นผลจากความอวดดี เราจึงไม่ควรจะอวดดีอย่างนี้

อันนี้คืออวดเลว ไม่ใช่ความอวดดีของธรรม ความอวดดีของธรรมต้องระงับดับลง สิ่งใดที่จะเป็นภัยต่อชาติบ้านเมืองให้ระงับดับ ผู้ใหญ่ดับมาก ผู้น้อยดับน้อย ต่างคนต่างดับ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าคนไม่ทำให้เกิด นี่เป็นของสำคัญ เราจึงอยากขอบิณฑบาตกับชาวโลกทั้งหลาย คำว่าธรรม จะเป็นศาสนาใดก็ตาม ขอให้มีธรรมด้วยความเมตตา คิดเห็นชีวิตจิตใจของโลกทั้งมวลนี้ เข้ามารวมกันเป็นความสงบสุขร่มเย็นด้วยกัน ด้วยความเป็นธรรม เห็นอกเห็นใจกันแล้วโลกจะเย็น นี่เรียกว่าโลกมีธรรม

ศาสนามีธรรม จะเป็นศาสนาใดก็ตาม เมื่อมีธรรมเพื่อส่วนรวมให้ได้รับความสงบร่มเย็น ศาสนานั้นจะครองโลกได้ ถ้าศาสนาใดอวดดิบอวดดี อวดความแกล้วกล้าสามารถของตนแล้วจะทำลายคนอื่น ให้มาอยู่ในเงื้อมมือของตน ศาสนานั้นคือไฟเผาโลก ไม่เรียกว่าศาสนา คือไฟเผาโลก ถ้าเป็นศาสนาที่เห็นอกเห็นใจสัตว์โลกด้วยกันแล้ว พากันระงับดับสิ่งที่จะเป็นภัยต่อโลกเสีย สงบลงได้อย่างรวดเร็ว นี่เรียกว่าศาสนาปกครองโลกโดยความเป็นธรรมโดยแท้

เราอยากขอบิณฑบาตจากชาวโลกทั้งหลาย ไม่ควรจะมาแสดงอวดดิบอวดดีอวดเด่นให้เหนือความตาย มันเหนือไม่ได้ละ ความตายนี้ครอบเราทุกท่าน ยิ่งเราอวดเก่งเท่าไรความตายยิ่งขยับเข้ามา ความฉิบหายยิ่งขยับเข้ามา ใกล้บ้านใกล้เมืองใกล้ตัวของเรา สุดท้ายหมดโลกนี้เป็นไฟด้วยกันหมด นี้เข้าถึงแล้วโลกเป็นไฟ ถ้าไม่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ หรือคำสอนของธรรม ถ้าเชื่อคำสอนของธรรมแล้วจะมีความสงบร่มเย็น

เราอย่าว่าธรรมนี้อยู่ศาสนาใด ให้นำเข้ามาเป็นธรรมสอนเราด้วยกันทุกคน เราจะเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ความเมตตาสงสารจะเกิดขึ้นทันทีจากธรรม เพราะธรรมไม่เคยมีความโหดร้ายทารุณต่อผู้ใด นอกจากเป็นความร่มเย็นเป็นสุขต่อสัตว์โลกทั่วหน้ากันเท่านั้น จึงขอให้น้อมธรรมเข้ามา เป็นความโอนอ่อนผ่อนผันกันโดยลำดับลำดา โลกนี้จะไม่เป็นฟืนเป็นไฟนะ เราขอบิณฑบาตจากชาวโลกทั้งหลายเฉพาะอย่างยิ่งประเทศใหญ่ ๆ นั้นแหละ ควรจะนำธรรมเหล่านี้เข้าไปบรรจุในประเทศของตนให้มาก ๆ กลายเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประเทศเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วหน้ากัน เขาจะถือว่าประเทศเหล่านี้เป็นพ่อเป็นแม่ของเขา เขาจะน้อมกายถวายตัวเป็นลูกของประเทศใหญ่ ๆ นั้นทันที

แต่ประเทศใหญ่ ๆ จะมาขยี้ขยำประเทศเล็ก ๆ ให้แหลกเหลวพร้อมกับประเทศของตนอย่างนี้ไม่มีใครยอมรับ ไม่มีใครชมเชยสรรเสริญ โลกตำหนิกันทั่วหน้าเลย เพราะได้รับความฉิบหายเสมอหน้ากันจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลายเหล่านี้ วันนี้เราก็พูดเพียงเท่านี้ ขอฝากการบิณฑบาตเป็นธรรมไว้กับบรรดาโลกทั้งหลาย ว่าศาสนธรรมไม่เคยทำผู้ใดให้ฉิบหายวายปวง แต่เรื่องกิเลส ความอวดดีอวดเด่น ความเก่งกล้าสามารถนี้ทำโลกให้ฉิบหายมานานแสนนานแล้ว อย่านำเข้ามาใกล้ชิดติดพันกับประเทศชาติของเราซึ่งกำลังรักนวลสงวนตัวทุกคน เพื่อความสงบร่มเย็นให้นำธรรมเข้ามาเฉลี่ยเจือจานกันไป มีเล็กมีน้อยมากน้อยเพียงไร มีแต่ความเมตตากระจายกันไปแล้วโลกนี้จะมีความร่มเย็น เอาละ พูดเพียงนี้ละ พอ  ต่อไปนี้จะให้พร

 

อ่านและฟัง ธรรมะหลวงตาวันต่อวัน  ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก