จุดนี้เป็นจุดคอขาด
วันที่ 6 มีนาคม 2546 เวลา 8:55 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖

จุดนี้เป็นจุดคอขาด

 

         ทองคำที่นำออกจากธนาคาร ๑๔๗ กิโลกรัม เมื่อนำไปหลอมแล้วจะเหลือ ๑๔๔ ๖กิโลกรัม ลดลงเกือบ ๓ กิโล วันที่ ๔ มีนา ถอนเงินสด ๔๗,๐๕๖,๙๐๐ บาทไปซื้อทองคำได้ ๙๘ กิโลกรัม วันที่ ๕ ถอนเงินสด ๑๐๒,๔๙๓,๔๔๐ บาทไปซื้อทองคำได้ ๒๑๐ กิโล รวมถอนเงินสดทั้งหมด ๑๔๙,๕๕๓,๐๔๐ บาท ไปซื้อทองคำได้ ๓๐๘ กิโล รวมซื้อทองคำและบวกกับทองคำนำออกจากธนาคาร ๔๕๒.๖ กิโล ทองคำยังขาด ๕๐๐ กิโลอยู่ ๔๗.๔ กิโล คงเหลือเงินอยู่ทางโน้นอีก ๒๑,๗๓๓,๔๓๖ ๕๘ บาท นี้เราจะยังไม่ซื้อ เพราะยังอีกหลายวันกว่าจะไปถึงวันมอบ ทองคำก็เข้ามาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงพักเงินจำนวน ๒๑ ล้านที่เราถอนออกมาเพื่อจะซื้อทองนั้น พักไว้ก่อน เรารอทองคำซึ่งกำลังมาอยู่เรื่อย ๆ อันนี้จึงต้องรอไว้ก่อน ถ้าหากว่าไม่พอเท่าไร เราก็เอาอันนี้ออกไปซื้อทองคำได้เลย ได้ปรึกษากันอย่างนั้นนะ

         อันนี้ที่ถอนในอุดรทั้งหมด เมื่อวานนี้ก็พูด วันนี้เรียกว่าชัดเจนมากแล้ว โอนไปหมดเรียบร้อยแล้ว จากธนาคารไทยพาณิชย์ ๘๑,๖๔๒,๒๗๒.๗๖ สตางค์ กสิกรไทย ๓๕,๔๗๗,๓๓๑.๕ บาท ธนาคารกรุงเทพ ๖,๘๘๐,๑๓๖.๖๐ บาท รวมที่ถอนไปจากอุดรทั้งหมด ๑๒๓,๘๙๙,๖๔๐.๔๑ บาท นี่ถอนไปทางโน้นหมดแล้วจะไปซื้อทองคำ แล้วเห็นว่าทองคำอาจจะมาอีก เลยพักเงินไว้เวลานี้ ๒๑,๗๓๓,๔๓๖.๕๘ บาท หากว่ายังไม่พอ ยังขาดเท่าไร เราก็ถอนนี่ไปซื้อทองคำทันที เรียกว่าไม่ขัดข้องแหละเพราะเรามีอยู่แล้ว เวลานี้ที่ยังไม่ซื้อทองคำคือเรารอทองคำที่มาจากท่านผู้มีศรัทธาบริจาคมาเรื่อย ๆ จากนี้กว่าจะถึงวันหลอมก็เดือนเต็ม ๆ ทองคำอาจจะมาเรื่อย ๆ อย่างนี้

นี่เราให้ถึงจุดหมายเป็นพัก ๆ ไปอย่างนี้ พักนี้ก็เป็นจุดหนึ่ง เป็นระยะ ๆ ไปอย่างนี้ จับตรงไหนให้แม่นยำ ๆ จึงมีคำสัตย์คำจริง ความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดให้ฝังอยู่ในนั้น ๆ ระยะที่เด็ด ๆ ถึงระยะที่ธรรมดาก็ธรรมดา เราเดินทาง ถนนยังมีคลื่นใช่ไหมล่ะ ไม่ใช่เรียบราบอย่างเดียว เรียบราบไปบ้าง มีคลื่นบ้าง อันนี้ก็เหมือนกัน การก้าวเดินของพวกเราทั้งหลายที่จะนำสมบัติเข้าสู่คลังหลวงของเรา ก็มีเรียบราบ มีคลื่นบ้างเป็นธรรมดา หลวงตาก็ค่อยเบาใจไป

เราเคยพูดเสมอ แล้วเมื่อวานนี้ก็ยังพูด ว่าเมื่อทองคำน้ำหนักถึง ๑๐ ตันแล้ว ดอลลาร์นี้เราแน่ใจแล้วว่าจะถึงก่อนแล้ว ถ้าหากว่าทองคำซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าปุบปับไปถึง ๑๐ ตันก่อน แล้วดอลลาร์ยังนอนเซ่อซ่า ๆ หลับครอก ๆ แครก ๆ อยู่ เราจะไปออดขอมันเข้ากันไม่ได้ใช่ไหม ต้องตีโน้นตีนี้เลย เอามา มันนอนหลับยังไง จะว่า อันนี้เหมาะกันใช่ไหม โถ ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันเป็นของเล่นเมื่อไร ดอลลาร์ ๑๐ ล้านนี้ ถ้าเป็นเงินไทยเราจะเป็นเท่าไร (ประมาณ ๔๒๕ ล้านบาทครับ) ตั้ง ๔๐๐ กว่าล้าน วันที่ ๕ ทราบว่าลูกศิษย์ทางกรุงเทพจะมาที่นี่ มาเกี่ยวกับเรื่องทองคำขาดเหลือมากน้อยอะไร ๆ จะมาสมทบกันในวันนั้น หลังจากนั้นแล้วเราก็จะลงไปกรุงเทพ เดือนเมษาเป็นเดือนที่แน่นอน

เพราะฉะนั้นเดือนมีนานี้ที่เขานิมนต์ลงไปกรุงเทพฯ เราจึงบอกให้รอไว้ข้างหน้า เดือนเมษาเป็นเดือนที่เราจะลงไป หากว่าไม่จำเป็นอะไรมากนักที่ควรจะเลื่อนไปนู้นก็เลื่อนไปนู้นแหละเหมาะดี แต่สำหรับเดือนมีนานี้เรายังไม่ได้ลง เพราะงานเราทางนี้ยังหนักมากอยู่ เราวางงานไว้เป็นระยะ ๆ งานนี้สำหรับทางนี้ งานนู้นสำหรับทางนู้น มาตลอดอย่างนี้ นี่วันที่ ๙ นี้ก็จะไปกาฬสินธุ์ ค้างคืนหนึ่ง ไปเทศน์เพื่อชาติไทยของเรานั้นแหละ จะเพื่อใคร ชาติไทยเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร เป็นเรื่องใหญ่โตมากทีเดียว เพราะฉะนั้นอะไรซึ่งจะมาทำลายชาติไทยเราไม่ได้ เมื่อคนไทยไม่ตายกันหมดทั้งประเทศจะมาทำลายไม่ได้ ว่างั้นเลย ต้องสู้กันเลย นี่เป็นมนุษยชนหรือเป็นอะไร พิจารณาซิ หรือหมอบให้เขาเอาตับปอดเราไปกินหมดแล้วขี้รดหัวเรา ถ้าเราจะโต้ตอบเขาก็จะเสียมนุษยชนอย่างงั้นเหรอ พิจารณาซิ

ตั้งแต่มดแดงมันยังรู้จักรักษาสมบัติของมัน นี่เราไปทดลองดูนะ มึงเอาจริงจังมากนะ พูดเล่นกับมัน บรรดามดนี่มดแดงกล้าหาญมากที่สุด เราได้ทดลองหลายประเภทของมดนะ มดแดงกล้าหาญมากที่สุดเลย คือมันมีรังเท่ากระโถนนี้ มันจะออกมารักษายามของมันรอบรัง อยู่ห่าง ๆ ตัวสองตัวอยู่ห่าง ๆ ข้างในเต็มอยู่ในนั้นมีแต่มดแดง ทั้งลูกแม่เต็มอยู่ในนั้น ไข่หรืออะไรก็อยู่ในนั้น เราก็ทดลองดู เอามือแหย่ไปเขาขยับมาเลยนะ ไม่มีถอย พอเราเอามือไปนี้ เขาขยับใส่เลยๆ พอขยับใส่ ปุ๊บปั๊บวิ่งใส่ตัวนั้นแล้ววิ่งกลับมา ไปบอกกัน โธ้ มดแดงมันก็มีภาษาของมันนะ เราสังเกตดูนะ พอเราเอามือไปแหย่มันก็วิ่งมาปั๊บ เห็นท่าไม่ได้การณ์มันปุ๊บปั๊บวิ่งไปผ่านตัวนั้นตัวนี้ แล้ววิ่งกลับมาอีก มันบอกกัน

แล้วตัวเหล่านั้นปุ๊บปั๊บมา ทีนี้ก็จ้อเลยนะ มาจ้อเรานี้ เราเอามือไปแหย่ รุมเข้ามาหมด สุดท้ายขึ้นบนหัวกัน คือเพื่อจะให้สูงให้ถึงเรา ทีนี้มือเราก็ขึ้นเรื่อย เขาก็ต่อตัว นี่มันเห็นชัดขนาดไหน เราทดลองจริงๆ อยากดูเรื่องของสัตว์ เราค่อยเอามือขึ้น เขาก็ต่อตัวกันขึ้น ขึ้นเลยๆ โหย กูหยอกดูเฉย ๆ ทีนี้พอเราเอามือลงเขาก็ลง แล้วก็วิ่งอยู่นั้น อยู่ข้างในวิ่งออกมามากนะ หลั่งไหลออกมาๆ ถึงได้เห็นชัดว่ามดแดงนี้กล้าหาญมากกว่าทุกมดเท่าที่เราผ่าน นี่เห็นไหมเขาเป็นยังไง เพียงมดแดงเท่านั้นเขายังรู้จักรักษาสมบัติของเขา ความไว้วางใจของมดแดงทั้งหลายอยู่ในรัง ไว้วางใจกับพวกยามดูแลเหตุการณ์ข้างนอก พอทางนี้เจอเหตุการณ์อย่างนั้น เหตุการณ์หยอก เขาปุ๊บปั๊บเข้ามากัน หลั่งไหลออกมาเลยนะ อู๋ย ออกมา นั่นเห็นไหมล่ะ

ตัวไหนมีแต่จะเอาทั้งนั้นไม่มีถอยเลย ไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่วิ่งรุมเข้ามาใส่มือเรานี้ เราย้ายไปนี้ ๆ เขารุมใส่ ๆ เรื่อยเลยไม่ถอย แล้วต่อตัวกันขึ้น ตัวนี้ขึ้นตัวนี้ ๆ สูงขึ้น ๆ เรายกมือขึ้นเขาขึ้นเรื่อย เราก็เลยว่า โอ๋ย กูเล่นกับสูเฉย ๆ พอเราเอามือหนีเขาก็แตกกระจัดกระจาย รุมอยู่นั่นนะไม่เข้ารัง รอดูเราอยู่นั้น เราเอามาพิจารณา โอ้ สัตว์นี้มันรักสมบัติ รักรวงรัง รักเพื่อนรักฝูง รักชีวิตของกันและกัน ทั่วหน้ากันหมดทุกตัวแหละมดแดง เราก็มาเทียบกับมนุษย์เราซิ จะอ่อนข้อย่อหย่อนในเวลาที่ไม่ควรอ่อน ไม่สมควรอย่างยิ่ง นั่น เวลาแข็งต้องแข็ง เวลาเด็ดต้องเด็ด จะเป็นความเสียหายอะไรกับการรักษาสมบัติของเรา คนอื่นเขาไม่ได้รักษา เขาว่าอะไรก็เป็นเรื่องของเขา เขาไม่มีได้เสียกับเรา พวกเรานี้พวกได้พวกเสีย ถ้าเสียก็เสียทั้งประเทศ ได้ได้ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงต้องรักษากันทั้งประเทศมันถึงถูกต้อง

เราไปทดลอง สัตว์เหล่านั้นไม่ค่อยทดลองนะ มันไม่เป็นรังเหมือนมดแดง เหล่านั้นเราก็ไป ก็ธรรมดา แต่มดแดงเอาจริงจังมากทีเดียว เราไปที่ไหนเอาของไปลง มันมีอาหารนะ ถ้ามีมดแดงอยู่นั้น โอ๊ย ต้องไปบอก จัดอาหารออกมาแบ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปวางตามนั้น ให้เขามาขนเข้ารังเขา พอไปแล้วไปเจอมดแดงตัวไหน อู๊ย มดแดง ไปเอามาของ พวกไก่พวกอะไร พวกอาหารสดไปแบ่งออกมา ปุ๊บปั๊บๆ ฉีกออกมาอย่าให้หนักมากนัก เขาไม่มีรถมีราเหมือนเรา เขาจะหามกันไป เราขนมาแล้วก็ไปวางไว้ โอ๊ย รุมมาเลย เขาขนไปทางเขา ขนไปเรื่อย อู๊ย น่าดูนะ เราทำทุกอย่างกับสัตว์ เราทำด้วยความเมตตา อย่างบ้านนายูง วัดนาคำน้อย มดแดงมันไม่ขาดแหละข้าง ๆ พอลงรถปั๊บเราก็เดินไปเห็น ขนมาวางเป็นแถวไปเลย เขาขนตลอดนะ ขยันมาก มดแดงเป็นที่หนึ่งเท่าที่ได้ผ่านมาในการทดลองสัตว์

            นี่บ้านเมืองเราเวลานี้ก็ยังบกพร่องอยู่มาก จึงต้องหนุนให้พอหายใจกันได้ ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันเป็นของเล่นเมื่อไร ธรรมดาไม่เคยได้ คิดดูซิ นี่เพราะเราช่วยชาติบ้านเมือง ต่างคนต่างช่วย ต่างคนต่างเสียสละด้วยความรักชาติของตนเพิ่มเข้า ๆ เวลานี้จะ ๖ ตันกว่าวันที่ ๑๒ นี้ จากนั้นเหลือ ๔ ตันกว่าก็แน่เข้าแล้ว ค่อนข้างแน่ และจะแน่โดยลำดับ นี่จะพอ คาดว่าภายในปีนี้แหละจะให้พอ ๑๐ ตัน พอมอบคราวนี้แล้วก็เป็น ๖ ตันกว่า ก็ยังเหลืออีก ๔ ตัน ทีนี้บรรดาพี่น้องชาวไทยผู้ใหญ่ผู้น้อย ผู้มีกำลังมากน้อย ต่างคนต่างเสียสละลงมาละ ตูมตาม ๆ ลง เพื่อยกชาติไทยของเรา แล้วก็จะขึ้น ๑๐ ตัน ดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้าน เราเบาใจนะ

เราไม่ได้ลืม อะไรถ้าลงได้ถึงใจไม่ถอนง่าย ๆ ไม่เหมือนใครนะ มันหากเป็นอย่างนี้ นิสัยอย่างนี้ถ้าลงฝังอะไรกึ๊กแล้วถอนไม่ขึ้นนะ เจ้าของจะถอนต้องมีเหตุผลไปถอน ลงได้ตกลงอะไรลงไปแล้วนี้ จะถอนอันนี้มีเหตุผลยังไง ถ้าเหตุผลไม่เหนือนี้ถอนไม่ได้ เจ้าของเองตั้งลงแล้วก็ถอนไม่ได้ ต้องให้เหนือนี้แล้วถอนได้ คนอื่นมาถอนก็ได้ถ้าเหนือ ถ้าไม่เหนือถอนไม่ได้ มันก็ลงกึ๊กตั้งแต่วันเข้าไปดูทองคำในคลังหลวงเรา ถามซอกแซกซิกแซ็ก ทองคำวางเป็นตับ ๆ เดินซอกแซกดูละเอียดลออ ถามทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ย้อนเข้ามาถามถึงทองคำในชาติไทยของเรา ว่าเวลานี้มีเท่าไร ทองคำสำหรับประกันชาติไทยของเราโดยเฉพาะ คือที่แยกไปไว้เมืองนั้นเมืองนี้มีก็ได้ถามเรียบร้อยแล้ว ทางนู้นก็ตอบตามนั้นแหละ ก็มีอย่างที่ว่าจริง ๆ

เมืองใหญ่ก็ไปฝากไว้มาก เมืองน้อยลดลงมาเป็นลำดับ ฝากทองคำไว้เพื่อประกันชาติไทยของเรานั้นเอง แต่ประกันอยู่ในย่านนั้น ๆ ที่มีการติดต่อซื้อขาย ติดหนี้ติดสินกัน แล้วจะได้เอาทองคำนี้เป็นเครื่องประกันชาติของตนไว้ การติดต่อซื้อขายหรือติดหนี้ติดสินก็เป็นไปได้ธรรมดาๆ  เพราะมีเครื่องประกัน จากนั้นมาในเมืองไทยเราโดยเฉพาะมีเท่าไรทองคำ ว่ามีเท่านั้น ใจหายวูบเลยนะเรา คือมันไม่สมดุลกันเลยกับคนไทยทั้งประเทศ กับทองคำที่มีจำนวนเท่านี้จะไปป้องกันคนทั้งประเทศ ทางนู้นเขายังมีพอเป็นพอไปเราไม่ได้หนักใจอะไร ไม่ได้มีอะไรภายในใจนัก เมืองนั้นเท่านั้น ทองคำฝากไว้เท่านั้น ๆ ๆ เขาคงคิดว่ากะพอดี ๆ

แต่เมืองไทยเรานี้ไม่ได้คิด ว่ากะพอดี ๆ คือมันไม่มีพูดง่ายๆ มันมีเท่านี้ พอถามลงมาเวลานี้ทองคำในเมืองไทยเรา เฉพาะเมืองไทยเราที่ประกันชาติของเราโดยเฉพาะนี้มีมากเท่าไร เขาบอกมีเท่านั้น ใจหายวูบเลยนะเรา พอออกมาถึงได้ประกาศตั้งแต่บัดนั้นเลย บกบางมาก พากันเอาลมที่ไหนมาหายใจ ทองคำมีเพียงเท่านี้มันพอหายใจกันเหรอ นี่ซิถึงได้อุตส่าห์พยายาม ทนเอา เราทนเพื่อพี่น้องทั้งหลายนะ เราไม่ได้ทนเพื่อเรา จะทุกข์ยากลำบากขนาดไหนเราทนเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้น สำหรับเราเองเราบอกแล้วว่าเราไม่มี มีกับพี่น้องทั้งหลายร้อยทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครจะตำหนิติเตียนอะไร ว่าอะไรก็ตาม เราทนเอาเพื่อประโยชน์แก่ชาติไทยของเรา ซึ่งบกพร่องอยู่มาก

การตำหนิติเตียนไม่เห็นมีอะไร เขาไม่ได้เอาอะไรมาให้เรา สิ่งที่เราก้าวเดินอยู่เพื่อชาติของเรานี้เป็นผลมาตลอดเราก็รู้อยู่ ใครจะว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่เราทำอยู่นี้ไม่เสียหาย มีแต่ความพอกพูนขึ้น เป็นมงคลแก่ชาติของเราโดยถ่ายเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงทน ถ้าว่าจะทนนะ หมุนติ้วอยู่อย่างนี้ตลอดดังที่เป็นมานี้แหละ จุดยุติของเราที่ได้เรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกันก็คือว่า ทองคำให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน และดอลลาร์๑๐ ล้าน ถ้าได้ ๒ จุดนี้เราพอใจ หายใจโล่ง พี่น้องทั้งหลายก็หายใจโล่ง เพราะเราไปดูจุดสำคัญได้หายใจโล่งออกมาละที่นี่ ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันพอใจ

ส่วนที่จะได้มากได้น้อยต่อจากนั้นไปก็ให้เป็นไปตามอัธยาศัย แต่ที่จะให้เรารบกวนเหมือนอย่างทุกวันนี้เราไม่รบกวน ได้เท่านั้นแล้วหยุดกึ๊กเลย ว่าอะไรต้องมีคำสัตย์คำจริง ว่าเหลาะ ๆ  แหละ ๆ ไม่ได้ นี่เราก็กวนพี่น้องทั้งหลายถึงทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน เราก็บอก แล้วก็ดอลลาร์ประมาณ ๑๐ ล้าน ทีนี้เราก็จะเที่ยวออดเอาแหละ ถ้าได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์ยังไม่ได้ ๑๐ ล้านนี้ก็จะเที่ยวหาออดนั้นออดนี้ เอาให้ได้ว่างั้นเถอะ จากนั้นก็เลิกเลย หยุด ไม่เล่นกับอะไรแหละ

นี่เป็นจุดใหญ่ นี้เราก็ก้าวใกล้เข้ามา ที่ได้ทั้งทองคำทั้งดอลลาร์ได้ขนาดนี้ แต่ก่อนเราไม่เคยได้นะ อย่างช่วยชาติทั่วประเทศไทยอยู่นี้ เราก็ไม่เคยได้มากมายอย่างนี้ โดยลำพังหลวงตาเองก็ให้มาทำมาตั้งแต่โน้นแหละ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดทีแรก การก่อการสร้าง โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล ตั้งแต่เราเริ่มสร้างวัด เงินมีมากมีน้อยเท่าไรก็เฉลี่ยออกไปช่วย เพราะเขามาขอเรื่อยแต่โน้นแล้วแหละ เราก็ให้เรื่อยมา แต่ทีนี้เวลาเข้ามาถึงจุดใหญ่คือการช่วยชาติบ้านเมือง สมบัติเงินทองก็มีขึ้นมา ไอ้ผู้ที่ขอก็หนาแน่นขึ้น ๆ มันก็ต้องได้เฉลี่ยไปทั่วบ้านทั่วเมืองดังที่เห็นนี้แหละ อันนี้แต่ก่อนเราก็ไม่ได้มากอย่างนี้

ทีนี้เวลาช่วยบ้านเมืองเรา ที่ได้รับการอุดหนุนนี้ก็มากได้มากมาย ไปที่ไหนมองเห็นตั้งแต่สมบัติพี่น้องทั้งหลาย สวยงามมากอยู่ตามข้างถนน เช่น โรงร่ำโรงเรียน แล้วก็โรงพยาบาล อันนี้มากกว่าเพื่อน มีอยู่ทุกแห่งทุกหนไป ไม่ว่าภาคไหน เป็นแต่เพียงว่ามีมากมีน้อยต่างกัน ส่วนภาคมีทุกภาคเลยทั่วประเทศไทยที่เราช่วยเหลืออย่างนี้นะ เป็นแต่เพียงว่ามีมากมีน้อยต่างกัน นี่ก็อาศัยสมบัติของพี่น้องทั้งหลายที่บริจาคในเวลาช่วยชาติเช่นนี้เอง เว้นแต่ทองคำกับดอลลาร์อันนี้เข้าสู่คลังหลวงโดยถ่ายเดียว ไม่แยกแยะไปไหนเลย ส่วนเงินอันนั้นเรียกว่า ได้เท่าไรหนึ่งพันเท่าไรที่เราเอาเข้าทองคำ ( ๑,๑๑๒ ล้าน กับดอลลาร์อีก ๑๐ ล้านเจ้าค่ะ)

เออ กับดอลลาร์อีก ๑๐ ล้าน เอาเข้า ๑,๑๑๒ ล้านกว่า นี่ละที่เข้าคลังหลวง บรรดาเงินสดนะ ได้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเพียงเท่านี้ ๑,๑๑๒ ล้าน แต่ที่เราช่วยนอกนั้น โอ๊ย.มากกว่านี้นะไม่ใช่ธรรมดา มันจะเป็นหมื่นล้านขึ้นไปนั้นแหละ เราไม่อยากพูดต่ำกว่านั้น เพราะมันไหลอยู่ตลอดเวลาทุกวี่ทุกวัน มันจะมามีอยู่ ๑๐ ล้าน ๆ อยู่อย่างนั้นได้ยังไงใช่ไหมล่ะ มันไหลออก ไหลออกเรื่อย ๆ อย่างเมื่อวานซืนนี้ก็ไปดูที่โรงพยาบาล อันนี้ตาเรารับร้อยเปอร์เซ็นต์ เราเห็นคุณค่าของตามาก เฉพาะวันที่เราไปวันนั้นยิ่งสะเทือนอีกนะ เราไปดูเครื่องมือตาที่เขาสั่งซื้อมาใหม่ ๒ เครื่อง ๒ ล้านกว่า แล้วก็ไปซ่อม เครื่องคงเป็นเครื่องใหญ่แหละ ราคาถึง ๔ แสนกว่านะ ไปซ่อม เราไปดูอันนี้แหละ พอไปเขาก็รุมมาเลย คนนั้นขาดอันนั้นคนนี้ขาดอันนี้ สุดท้ายก็ได้ให้เขา ล้านกว่า ก็อย่างนั้นแหละจะให้ว่ายังไง เขามาขอเครื่องอบเด็กบ้าง และเครื่องฉีดยาและเกี่ยวกับตากับอะไรบ้าง บอกว่าเราไม่มีมากเวลานี้ เราจะให้เพียงเท่านี้ให้ ๒ เครื่อง เป็นเงินประมาณล้านกว่าบาท แน่ะ อย่างนี้ละไปไหน ๆ มันไหลออกอยู่ตลอดเวลานะ

ยิ่งโรงพยาบาลด้วยแล้ว เหมือนเขาเห็นพ่อเห็นแม่ เจอพ่อเจอแม่นะ เห็นเราก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล รุมมาเลย งานการทิ้งหมด มาหมดทั้งหมอทั้งพยาบาล มาเต็มหมดเลย เป็นอย่างนั้นนะ ที่ไหนมีความจำเป็นมากน้อยเราก็เจียดให้ ๆ ๆ เพราะมันมีหลายแห่งหลายหน ถ้าจะให้สมใจของเราที่ให้ และสมใจผู้มาขอมันไม่มี มันก็ต้องแบ่ง เดี๋ยวก็บอกว่าให้พักไว้ก่อนนะ คำว่าพักก็คือว่า อันไหนที่ร้อนมากเราก็ไปทางสายร้อนมากก่อน แล้วค่อยเย็น ๆ หน่อยกลับมา มาทวงว่า เอ้า ทีนี้อันนั้นว่าไง อันนี้ว่าไง เอาอีกเรื่อยไป อยู่อย่างนี้ตลอดนะ ไม่มีเวลาว่างละเรา

นี่ก็เรียกว่าสมใจเราอยู่แล้วละ พร้อมกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี เรายังไม่เคยจับพิรุธได้ของพี่น้องทั้งหลายว่าใจจืดใจดำน้ำขุ่น หดหัวอยู่ในกระดองเรายังไม่เห็น เราว่าอันใดก็เป็นไปตาม ๆ นั้นตลอดมาอย่างนี้แหละ

เมืองไทยเราเป็นเมืองใหญ่ การอุ้มเมืองไทยเราหนัก คน ๖๒-๖๓ ล้านคน มันจะอุ้มได้ง่าย ๆ เหรอ ตั้งแต่อุ้มแตงโมลูกโต ๆ มันยังหนักใช่ไหม นี้อุ้มคนทั้งประเทศมันจะไม่หนักยังไง ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป นี่ทองคำเราก็เริ่มจะได้ถึง ๑๐ ตันแล้ว ดอลลาร์ก็จะ ๑๐ ล้านแล้ว ทีนี้สิ่งต่าง ๆ ที่ว่านี้ก็มากต่อมากแล้ว นี้ล้วนแล้วแต่เป็นน้ำใจของพี่น้องชาวไทยเราที่ต่างคนต่างรักชาติและเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงกันอย่างนี้แหละ ต่อไปเราก็จะก้าวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเป็นที่พอใจของเรา หลวงตาจึงขออนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ทั่วประเทศทั่วหน้ากันด้วยนะ (สาธุ)

โยม หลวงตาค่ะ ขออนุญาตค่ะ พอดีหนูเล่าให้เขาฟังว่า วันนั้นหลวงตาไปโรงพยาบาลบุ้งคล้าใช่ไหมคะ แล้วเขาขอรถทีนี้หลวงตาหนักมาก หลวงตาก็เลยบอกจะตีปากเขาที่เขาขอนะค่ะ หลวงตาก็กลับมาว่า ก็ยังติดในใจอยากจะให้เขา เลยเล่าให้เขาฟังว่า เขาจะขอร่วมทำบุญ ๕๐,๐๐๐ บาทเจ้าค่ะ เดี๋ยวเขาจะเอาสตางค์จ่ายให้

หลวงตา เออ ก็ดีแล้ว ใช่บ้านบุ้งคล้าไหม

โยม บุ้งคล้าเจ้าค่ะ

หลวงตา เออนั่นละ นี้ก็ได้สั่งรถแล้ว ไปพอนั่งปั๊บ ปุ๊บปั๊บมาแล้ว ขอรถพยาบาล จะตีปากเอานะ เราว่า เรายังไม่ได้สั่งมาปิดปาก มันออกมาก่อนแล้วนี่นะ เราว่าอย่างนั้น คือว่าต้องสั่งปิดปาก ห้ามไม่พูดขอนั้นขอนี้ ความหมายว่าอย่างนั้นนะ นี่พอมาแล้วขอรถพยาบาล จะตีปากเอานะ เรายังไม่ได้ปิดปากมันออกก่อนแล้วนี่ เราว่า ไม่ให้ ขู่นะ แต่ใจมันไม่ได้ขู่ละซิ มันขู่แต่ปากเฉย ๆ บอกว่าไม่ให้ ขู่ ความจริงคือเราคิดไว้เรียบร้อยแล้วเราถึงไป ทีนี้กลับมาก็เอาอันนี้แหละมาคิดตลอด จนกระทั่งมาถึงวัด ถึงสั่งกลับคืน ให้แล้วรถ ก็อย่างนั้นละจะว่าไง

ที่บุ้งคล้านี้ก็มีตึกหลังหนึ่ง ๓ ชั้น หรือ ๔ ชั้นลืมแล้ว นี่เจ้าหน้าที่แต่ก่อนทำงานแล้วออกไปนอนอยู่ข้างนอกโรงพยาบาล มันไม่มีที่หลับที่นอนเขาก็ขอ เราก็ให้เต็มส่วนนั้นแหละ ประมาณสักเท่าไรจะพอ ถาม เขาก็บอกตึกขนาดนั้น ๆ มีเท่านั้นห้องเท่านี้ห้องจะพอ ให้ตามนั้นเลย เราก็ให้เรียบร้อยแล้ว และอย่างอื่นก็ให้นะ นี่หมายถึงส่วนใหญ่ ตึกก็ให้ จากนั้นมาก็พอระลึกได้ก็ดูเหมือนนี่ละ รถพยาบาล และอัลตราซาวด์บ้างอะไรบ้างให้ ไปที่ไหนเป็นอย่างนั้นทั้งนั้นแหละ ให้ตลอด นี่ไปดูอัลตราซาวด์ก็รู้สึกว่าดี อันนี้เวลาพูดอย่างนี้มันก็ติดอยู่ออก ๆ ไม่ใช่เหรอ

โยม ออกครับ

หลวงตา เออ นี่ละออกเห็นไหมนี่ ทั่วโลกนะนี่ เราพูดอยู่อย่างนี้ออกทั่วโลก เราก็มองเห็นแต่ศาสนาเท่านั้นแหละ ที่จะรั้งจิตใจของคนเราที่ถูกกิเลสฉุดลากไปไว้ได้พอประมาณนะ ถ้าไม่มีธรรมเราจะไม่มีหวังนะ ทุกวันนี้จิตใจคนยิ่งต่ำลง ๆ ทุกวัน แม้ที่สุดเด็กไปเรียนหนังสืออยู่ในโรงร่ำโรงเรียน โอ๊ย.น่าทุเรศนะ เด็กไปเรียนหนังสือในโรงร่ำโรงเรียน พ่อแม่ฝากไป เรียกว่าเอาชีวิตจิตใจฝากลูกของตนเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างพ่อแม่เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ครั้นเข้าไปเรียนหนังสือแล้ว ประเภทคนดีคนชั่วหรือคนไหนก็ไม่ทราบละ ทีนี้ก็ไอ้คนที่นิสัยสันดานหยาบนั่นละ มันคบคิดกันละซิ โรงร่ำโรงเรียนอยู่ด้วยกัน เพื่อนฝูงอยู่ด้วยกันนี้หาอุบายวิธีบีบบังคับให้นักเรียนทั้งหลายที่เป็นเพื่อนฝูงด้วยกันนั้น ต้องกินเหล้ากินยากินอะไร หลายอย่างนะ ที่เขาเล่าให้ฟัง มันมีบีบบังคับ รุ่นใหญ่บีบบังคับรุ่นเด็ก บีบบังคับมาตลอด ๆ

ทีนี้เด็กก็อึดอัด เด็กผู้ดีมีเยอะนะ อึดอัด นี้มันก็ต้องกระเทือนไปถึงพ่อถึงแม่ นี้เราก็สงสัยว่าครูอาจารย์นั้นเป็นยังไงนะ ที่ฝึกฝนอบรมลูกศิษย์ลูกหานั้นดูแลแบบไหนบ้างนะ ถึงได้ปล่อยให้เด็กรังแกกันเพื่อความเสียหายอย่างนี้ คือรังแกแบบนี้แบบเพื่อความเสียหายมากมายใช่ไหม ถ้าทำตามก็เสียหายมาก ถ้าไม่ทำตามก็เสียหายอีกทางหนึ่ง นี่ได้ยินชัดมากนะอันนี้ ไม่มีที่ข้องใจว่าจะผิดไป เขามาเล่าให้ฟัง นักเรียนประเภทที่ไม่ดีนี้ละมันบีบบังคับประเภทที่ดีให้ทำตามมัน ให้สูบบุหรี่ ให้กินเหล้า ให้กินยาอะไรหลายประเภทที่เป็นเรื่องเสียทั้งนั้นแหละ นี่บังคับ ถ้าไม่กินด้วยมีอีกบีบอันหนึ่ง ทรมานอีกแบบหนึ่ง บังคับอีกแบบหนึ่ง ก็เหมือนอย่างที่เขาว่าเอา บังคับขายยาละนะ

โยม เอามีดคัทเตอร์กรีดหัวเด็กครับ

หลวงตา เออ มีดคัทเตอร์กรีดหัวเด็กด้วย จะแทงเด็กด้วย อันนี้ก็มีอีกแบบหนึ่ง ต่างกันไปก็แบบเดียวกันนี่ละ ต่างกันไปก็ความเสียหายแบบเดียวกัน ถูกบังคับอย่างเดียวกัน อันนี้เราก็สลดสังเวชเหมือนกัน เด็กนับวันเสียมากขึ้นทุกวัน ๆ นี่มันจะขึ้นอยู่กับอะไร มันก็ไม่พ้นจากผู้ใหญ่พากันเสียมากขึ้นทุกวัน ๆ ครูอาจารย์ต้องเข้มงวดกวดขัน แล้วเด็กจะค่อยดีขึ้น ๆ ถ้าครูอาจารย์ไม่เข้มงวดกวดขัน โกโรโกโสไปแล้วเด็กจะเสียได้ง่ายมากนะ ส่งไปเข้าโรงเรียนที่ไหน ๆ หัวอกของพ่อแม่ก็คือลูก ส่งเข้าไป ไม่ว่าหู ตา ใจจ่ออยู่กับลูกตัวเอง แล้วไปทราบว่าลูกของตนเสียอย่างนั้นเป็นยังไงบ้างพ่อแม่คนเรา ทั้ง ๆ ที่ไปเรียนหาความรู้วิชามาทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองและส่วนรวม กลับกลายไปทำความชั่วแก่ชาติบ้านเมืองนับแต่ตัวเองออกไปนี้มันดูไม่ได้เลยนะ

นี้เราได้ยินชัดเจนมากนะ น่าสลดสังเวช บรรดาครูอาจารย์ควรที่จะให้การอบรมสั่งสอน สอดส่องใกล้ชิดติดพันยิ่งกว่านั้น ในบรรดาเด็กทั้งหลายที่อยู่ในความปกครองของตน ครูอาจารย์ควรจะเข้มงวดกวดขันให้หนักเข้ากว่านี้ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เราอย่าไปคิดนะว่าใครจะเป็นผู้รับความเสียหาย ก็คนทั้งประเทศเรานี้แหละจะเสียหายกันทั้งหมด ถ้าต่างคนต่างไม่สนใจดูแลใกล้ชิดติดพันกับผู้เกี่ยวข้องหรืออยู่ใต้อำนาจของตน เช่น ครูอาจารย์มีอำนาจเหนือเด็ก จะต้องให้เด็กอยู่ในปกครองด้วยความดีงามของตนเองอย่างนี้เป็นสำคัญมาก ถ้าจะปล่อยให้เป็นไปตามบุญตามกรรม นี้จะเสียมากขึ้นทุกวันนะเด็ก

นี้ก็กำลังปราบปรามยาเสพย์ติด ก็คือความเสียหายต่อชาติไทยทั้งชาตินั้นเอง กำลังปราบปราม ก็ปราบปรามสิ่งชั่วช้าลามก ใครดีใครไปบังคับกันเมื่อไรไม่มี ก็บังคับคนชั่วที่มันเป็นตัวแสบ หรือว่าเป็นเนื้อร้ายที่จะทำลายประเทศได้ทั้งประเทศนั้นแหละ ออกกำจัดแบบไหน ๆ ที่จะเอาออก เรื่องเนื้อหนังของเรารักสงวน แต่เมื่อแผลมันมีเป็นเนื้อร้ายหรือโรคร้ายอยู่ในนั้น ก็ต้องกำจัดเอาออกแหละ เจ็บขนาดไหน เสียดายขนาดไหนก็ต้องเอาออก นี้คนในชาติก็ชาติเดียวกัน จะไม่เสียดายไม่รักกันยังไง แต่ผู้หนึ่งมันเป็นประเภทตัวเนื้อร้าย แล้วจะรักษาไว้ก็เท่ากับรักษาเนื้อร้ายมหาภัยไว้ทำลายชาติของตนเอง จึงต้องตัดออก ๆ กำจัดออก ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ไม่ผิด

เด็ดก็เด็ดเพื่อกำจัดสิ่งชั่วช้าลามก ให้คนที่มีคุณค่าทั้งหลายอยู่เย็นอกเย็นใจกันทั้งประเทศ กำจัดเพื่อคนดีกันทั้งประเทศ มีความสุขทั้งประเทศ ไม่ใช่กำจัดให้คนทั้งประเทศล่มจมนี่ อันนี้ละอันหนึ่ง เรื่องเวลานี้ ท่านผู้เป็นหัวหน้าที่ดำเนินนี้แล้ว ทางธรรมะก็ไม่เห็นที่ตำหนิที่ตรงไหน เพราะทางพุทธศาสนาท่านก็มีแบบเดียวกัน แต่มีแบบพระ ทางนั้นเป็นแบบโลก โลกเขาก็มีกฎมีเกณฑ์ของเขา การกำจัดหรือปราบปรามแบบไหน เขาก็มีกฎเกณฑ์มีข้อบังคับกฎหมายบ้านเมืองเป็นทางเดินของเขาใช่ไหมล่ะ เขาไม่ได้ทำป่า ๆ เถื่อน ๆ สำหรับผู้เป็นหัวหน้านะ ทำแบบมีแบบมีฉบับ นั่น ควรจะหนักเบามากน้อย คาดโทษคาดกรณ์ หรือทำโทษทำกรณ์กันมากน้อยเพียงไร ก็เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมืองเป็นขั้นเป็นตอนไป เขาก็ทำไม่ผิด

ทีนี้ทางหลักพระวินัยของพระก็เหมือนกัน อาบัติปรับโทษตั้งแต่เล็กน้อยขยับขึ้น ๆ ถึงขนาดตัดหัวเลย นั่นมีในพระวินัย จะว่าไง ขนาดตัดหัวขาดจากความเป็นพระ อสํวาโส ปัดออกจากวงคณะสงฆ์เลย นี่เรียกว่าขาดสะบั้น อัปเปหิ ๆ ตัดขาด ถ้าว่าโทษ ก็เรียกว่าโทษประหารชีวิต โทษตลอดชีวิต โทษลงกรรมเป็นลำดับลำดา มีในพระวินัยแล้ว นี่พระวินัยท่านพระพุทธเจ้าองค์ศาสดาเอง ท่านไม่สงสารโลกเหรอ ทำไมถึงไปปรับโทษแก่พระถึงขาดจากพระ ถึงเป็นโทษตลอดชีวิตหนักมากอย่างนี้ พระพุทธเจ้าไม่สงสารเหรอ พระพุทธเจ้าสงสารไม่สงสาร ตัวเองไม่สงสารตัวเอง อันนี้ข้อบังคับ นี่อย่าเข้าไปจุดนี้นะคอขาด มันดื้อเข้าไปมันก็คอขาดใช่ไหม จะไปตำหนิพระพุทธเจ้าไม่ได้ บอกแล้วว่าจุดนี้เป็นจุดคอขาด อันนี้ก็กฎหมายบ้านเมืองก็เป็นจุด ๆ จุดคอขาดก็มีใช่ไหมละ

นี่โทษมันก็มีอยู่อย่างนี้ เราจะไปให้ตำหนิที่ตรงไหน การดำเนินของบ้านเมืองตั้งแต่นุ่มนวลอ่อนหวาน มนุษยชนแนะนำสั่งสอนธรรมดาก็สอนเข้าใจไหม ที่ควรหนักกว่านั้นก็หนัก หนักกว่านั้นอีกก็หนัก หนักฟาดจนคอขาดไปก็ได้ นั่น กฎหมายบ้านเมืองท่านมีเป็นลำดับ ๆ ผู้ที่มาปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง เพื่อรักษาสมบัติของชาติให้เป็นความดิบความดีคนดี ท่านก็มีกฎมีเกณฑ์มีแบบมีฉบับ ไม่ได้มาทำป่า ๆ เถื่อน ๆ แล้วเสียหายไปที่ตรงไหน ในพุทธศาสนาก็มีอย่างนี้ เป็นเครื่องยันกันอยู่

นี่ละเราจึงได้วิตกวิจารณ์ถึงเรื่องที่เด็กหรือผู้คนเรารู้สึกว่า ดิ้นรนกันมากเวลานี้ จนไม่คำนึงถึงความผิดถูกชั่วดี มีแต่ความอยากความทะเยอทะยาน ความดีดความดิ้น ไม่มีฝั่งมีฝา จะพาให้คนจมไม่รู้เนื้อรู้ตัว แล้วหนาแน่นขึ้นทุกวัน ๆ นี่ละที่น่าคิดมากนะ โอ๊ย.ทุเรศนะ พี่น้องทั้งหลายเราควรจะรู้เนื้อรู้ตัวบ้างนะ ถ้าไม่มีธรรมเป็นเครื่องหักห้ามแล้ว เราอยากจะพูดทั่วประเทศไทยและทั่วโลกนี้เลยว่า อย่ากล้าหาญต่อฟืนต่อไฟ เผาไหม้ได้ทั้งนั้นอะไรเข้าไปเผาไหม้ได้หมดนั่นแหละ อย่าไปกล้าหาญต่อความชั่วซึ่งเป็นเหมือนฟืนเหมือนไฟเผาไหม้ได้ทั้งนั้น ประเทศไทยเรานี้ถ้าใครกล้าหาญก็หมดชาติไทยไปเลยละ จึงต้องอาศัยอรรถธรรมเป็นเครื่องกั้นกางหวงห้ามตนเอง สิ่งใดที่ชั่วช้าลามกให้หักเอาไว้เหยียบเบรกเอาไว้ อย่าให้มันรุนแรงจนเกินไป หักเข้า ๆ จนได้อยู่ในระดับที่พอดี เป็นพลเมืองดีแล้วอยู่ด้วยกันได้คนเรานะ พากันจำ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ

 

ถ่ายทอดสดทั้งภาพและเสียงพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ทาง

www.Luangta.or.th or www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก