ผิดพลาดตรงไหนก็สอน
วันที่ 9 มิถุนายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ผิดพลาดตรงไหนก็สอน

ทองคำได้ทั้งหมดเวลานี้ ๕,๑๓๒ กิโลครึ่ง เขยิบขึ้นไปเรื่อย ๆ ส่วนดอลลาร์ ๖,๘๖๗,๘๘๙ ดอลล์ นี่หมายถึงเข้าแล้ว ที่ยังอยู่ในบัญชีนี้ดูเหมือนไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ (๓๙,๐๐๐ ครับ) เออนั่น ทางนี้ก็คิดว่า ๓๐,๐๐๐ ด้วยกัน คงไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐ เวลานี้นะที่อยู่ในบัญชี เขาก็บอกแล้วเราก็อ่านแล้ว ลืมแล้ว ดอลลาร์นี่นะ มีแต่ดูว่า ๆ ไม่ได้เรื่อง อ่านชัดเจนออกมาหายเงียบเลยจำไม่ได้ ดูว่า ๓๐,๐๐๐ ทางอุดรฯ เพราะเราเป็นผู้สั่งเข้าบัญชีเอง ไม่ว่าสมบัติส่วนใดก็เข้ามาผ่านเราทั้งนั้น เช่นอย่างดอลลาร์นี้เข้ามาก็ผ่านเรา เข้ามาทางไหนมากน้อยแยกออก บัญชีทั้งสองให้ไล่เลี่ยกันไป กรุงเทพฯ ฟังว่า ๓๙,๐๐๐ ดอลลาร์ที่อยู่ในบัญชี อันนี้เราก็คิดว่า ๓๐,๐๐๐ ขึ้นไป

เราไปกรุงเทพฯก็ดี อยู่ที่นี่ก็ดี ถ้าดอลลาร์มากทางไหนก็แยกมาเลย ถ้าทางนี้มากแยกมาทางนู้น ทางนู้นมากแยกมาทางนี้ คือดอลลาร์มันจะไปตามเรา ถ้าเราอยู่นี่มันก็มาที่นี่ ถ้าไปกรุงเทพฯก็มาอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นมีมากที่ไหนจึงแยกออกให้เสมอกันตลอด ส่วนทองคำมีเท่าไรเอาเข้ากรุงเทพฯ ทั้งหมด ๆ เลย สำหรับทองคำไม่ให้มีบัญชีที่ไหน มีจุดเดียวเข้าเลย เข้ากรุงเทพฯ แล้วก็เข้าตู้นิรภัยแห่งธนาคารเท่านั้น ไม่ได้แบ่งทางนู้นทางนี้สำหรับทองคำ เข้ากรุงเทพฯ แห่งเดียว

เราถ้าพูดถึงแบบภาษาของโลกแล้วเรียกว่า ความคิดอ่านเกี่ยวข้องกับชาติไทยเรา ที่จะให้ได้ตามใจหวังเพื่อจะยกชาติไทยของเราขึ้นมาให้พอเหมาะพอดีหรือให้สมใจ เราคิดมากจริง ๆ นะไม่ใช่ธรรมดา แต่เราคิดเรื่องธรรมคิดมากว่าหนักเหมือนโลกมันไม่เหมือนเสีย มันผิดกัน เรื่องคิดด้วยความเมตตานี่คิดจริง ๆ ทองคำคราวนี้ที่เป็นที่แน่ใจมั่นใจและสมหวัง ทองคำเราต้องได้ ๑๐ ตัน เรียกว่าสมหวังในการช่วยชาติคราวนี้ ถ้าทองคำไม่ถึง ๑๐ ตัน ยังไงก็บกพร่องในหัวใจอยู่นี้ตลอดในการช่วยพี่น้องทั้งหลาย ก็มีบกพร่อง ๆ สุดท้ายก็มาตำหนิวาสนาเจ้าของอาภัพ ก็ก้าวออกมาเป็นผู้นำของประเทศไทย จะมาตำหนิเจ้าของนี่นะ วาสนาอย่างนี้ออกมาช่วยชาติมันสมศักดิ์ศรีของชาติแล้วเหรอ มันน่าคิดอยู่นะ

เพราะฉะนั้นจึงต้องได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายช่วย วาสนาเข้านี้แล้วพี่น้องทั้งหลายก็รวมกิ่งก้านเข้าจุดเดียวกัน เรียกว่าวาสนาเมืองไทยเราสมบูรณ์ถ้าได้ตามนี้แล้ว หลวงตาไม่เหมือนใคร คิดอะไรคิดจริง ๆ จับอะไรจับจริง ๆ ขาดกับมือเลย ไม่ได้เหลาะแหละนะ เราช่วยชาติไทยเราคราวนี้ก็แบบเดียวกันเราไม่มีคำว่าเหลาะแหละ อะไรมาผ่านแล้วทางที่จะก้าวเดินเพื่อความสงบสุขร่มเย็นและแน่นหนามั่นคงนี้ ตัดขาดสะบั้นเลยเชียว อันนั้นไม่ขาดคอเราขาดเลย ของเล่นเมื่อไร จะไปเหยาะ ๆ แหยะ ๆ ถอยหน้าถอยหลังไม่ได้ ถ้าลงได้พิจารณาเรียบร้อยแล้วตัดสินใจแล้วพุ่งเลยเทียว อะไรมาผ่านไม่ได้นะ

ทีนี้มันพุ่งใส่ทองคำ ๑๐ ตัน มันก็ลักษณะนั้นแหละ กำลังพุ่งใส่ทองคำ น้ำหนัก ๑๐ ตัน ที่จะช่วยยกชาติไทยเราขึ้นพร้อมกับความศักดิ์ศรีดีงามความมีสง่าราศีแก่ชาติไทยของเราจะขึ้นพร้อมกับทองคำได้เข้าสู่คลังหลวงเราน้ำหนัก ๑๐ ตัน จะขึ้นพร้อมกันเลย สง่างามทั่วไปหมด นี่เรามุ่งหวังอย่างแรงกล้า เพราะฉะนั้นถึงได้ประกาศพี่น้องทั้งหลาย เวลานี้เป็นเวลาที่เด็ดเพื่อชาติของเรา ขอให้เด็ดทั่วหน้ากันในจำนวนคนอย่างน้อย ๖๒ ล้านคน ต่างคนต่างช่วยกัน ให้เห็นกำลังความสามารถแห่งชาติไทยของเราในคราวนี้ เวลามันจะจมมันก็จะจมทั้งชาตินี่นะ ทีนี้เวลาเราอุ้มขึ้นมาก็ต้องอุ้มกันทั้งชาติจะอ่อนแอไม่ได้ มีเท่าไรก็ให้ช่วยกันเต็มกำลังความสามารถของเรา

สำหรับดอลลาร์นั้นเราก็มั่นใจไปตามกันกับทองคำ คือดอลลาร์นี่จะขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับทองคำเป็นจุดตัดสินกันที่ตรงนั้น ตัดสินกันที่น้ำหนักทองคำให้ได้ ๑๐ ตัน ถ้าได้ ๑๐ ตันแล้วสง่า เพราะเราไปดูจริง ๆ ดูในคลังหลวงของเราวันที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่เสียด้วยพาเราเข้าไปโดยเฉพาะ ในคลังหลวงจุดนี้ก็มีเฉพาะสมเด็จพระเทพฯ เท่านั้นแล้วกับเรานี้เป็นที่สอง เท่านั้น แล้วคนทั้งประเทศทำไมไม่ได้เข้าขอให้ท่านทั้งหลายคิดให้ดี เป็นความลับความสงวนแห่งจิตใจของชาติเรามากน้อยเพียงไร ที่เข้าอยู่ในจุดคลังหลวงซึ่งเป็นที่รักสงวนมากที่สุด ไม่ยอมให้ใครเข้าไปเลย เข้าไปก็คือเป็นสิริมงคลแก่ชาติของเรา ไม่มีอะไรเสียหาย เช่น สมเด็จพระเทพฯ ท่านก็เป็นจอมแห่งชาติไทยของเรา ท่านเสด็จเข้าไปก็เป็นมหามงคลอย่างยิ่ง

สำหรับหลวงตาบัวในวันนั้นก็เป็นปฐมฤกษ์ที่เอาทองคำเข้าไปมอบ ก็เป็นเครื่องประกาศให้พี่น้องชาวไทยทราบว่า ชาติไทยของเรากำลังจะฟื้นฟูขึ้นด้วยการช่วยชาติของเรานั่นเอง เขาก็นิมนต์เราเข้าไป เพราะฉะนั้นเวลาเข้าไปถึงดูละเอียดลออมากทีเดียว เขาก็บอกชัด ๆ เลยว่าที่นี่เข้ามาได้เพียงสองพระองค์คือสมเด็จพระเทพฯ หนึ่งกับหลวงตานี้องค์หนึ่งเท่านั้น ฟังแต่ว่าเท่านั้น สงวนขนาดไหน เราไปเราก็ไปซอกแซกดูละเอียดลออจริง ๆ พอพูดอย่างนั้นเราเข้าใจทันที เหตุเบื้องต้นก็คือว่าเอาทองคำเข้าไปมอบนั่นแหละ นี่เป็นสายทางเดินที่จะเข้ามาหนุนอันนี้ได้ นิมนต์เราเข้าไปเราจึงได้ดูพิถีพิถันจริง ๆ ดูแล้วถามข้างนอกข้างในละเอียดลออ แล้วมาจุดสุดท้ายก็มาเมืองไทยของเราที่รับผิดชอบตัวเอง มีทองคำเท่าไร ถ้ามีทองคำเท่านั้น ใจเราไม่ได้ดีเลยนะ

เพราะฉะนั้นออกมาเราถึงประกาศตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ ไม่มีอ่อนข้อนะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่าจุดอยู่ตรงนั้น หัวใจพี่น้องชาวไทยหายใจอยู่จุดนั้นด้วยกันทุกคน หลวงตาเป็นผู้แทนพี่น้องทั้งหลายเข้าไปดู หัวใจของชาติไทยเราบกพร่องสมบูรณ์อย่างไรประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรให้รอดจากนี้ไป จาก ๑๐ ตันนี้ เป็นที่ตั้งมุ่งหมายอย่างยิ่ง มากกว่านั้นเราพอใจเรื่อย ๆ ไป แต่จุดนี้จุดที่จะตั้งความพอใจในเบื้องต้น จุดนี้ทีเดียว จากนั้นจะได้มากน้อยเพียงไรก็เพิ่มกันขึ้น เป็นสิริมงคลมากเข้าไปโดยลำดับ

ขอให้ได้ ๑๐ ตันนี้เป็นเครื่องหมายยืนยันแห่งชาติไทยของเรา ซึ่งช่วยชาติอย่างเต็มเหนี่ยวทั้งประเทศในคราวนี้นะ มันอบอุ่นนี่นะ มีเครื่องประกันชาติไทยเราจะเป็นอะไรที่ไหนไป ไม่มีนี่เหลวไปหมดเลย ไม่มีความหมายนะคนกี่ล้านคน ลมหายใจไม่มีตายเลยทั้งนั้น ขอให้มีลมหายใจหายเข้าจุดเดียวกันด้วยการเพิ่มทองคำเข้าไปถึง ๑๐ ตันแล้วเราพอใจ นี่เรายังไม่เคยพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ที่มีเงื่อนหนึ่งที่มันฝังอยู่ในจิตแต่เราไม่เคยพูดนะ เพราะขนาดนี้ก็รู้สึกว่าหนักพอแล้ว คือทองคำนี้มันขาดเป็นเก้า ถ้าสมมุติว่าได้ ๑๐ ตันเข้าไปนี้ มันก็เป็นเก้าเหมือนเก่า ไปอยู่เก้านั่นแหละ จะเพิ่ม ๑๐ ก็ ๑๐ เก้า เพิ่มไปเท่าไร ๑๐ อีก ๑๐ เก้า ๑๐ เก้า ๒๙ ๓๙ ไปอย่างงั้น มันไม่ถึง ๔๐ อันนั้นเราก็ยกไว้ก่อนช่างมันเถอะ ขอให้ได้ ๑๐ นี้ก่อน

เราจึงไม่เคยพูด เพิ่งมาพูดวันนี้ ถ้าให้มันเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริง ๆ หายใจเต็มปอดจริง ๆ แล้วก็ให้เต็มหัว ๑๐ เลย อันนี้เป็น ๙ สมมุติว่าเราได้อีก ๑๐ ตันนี้มันก็เป็น ๙ อยู่นั่นแหละ เราบอกให้แต่เลข ๙ เท่านั้น เท่าไร ๆ ไม่บอก ถ้าเพิ่มเข้าไปอีก ๙ สมมุติว่า ๑๙ เป็น ๒๙ เป็น ๓๙ ไป เป็น ๔๙ ไม่มี ๕๐ สักที เอาไว้นี้ก่อน เพิ่มจำนวน ๑๐ เข้าไปก็เป็น ๙ ตามเดิมๆ ช่างมันเอาไว้เสียก่อนตรงนั้น ขอให้ได้จุดนี้เสียก่อน จุดนี้เป็นจุดมุ่งหมายมากทีเดียว หลวงตาได้พูดกับพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากันมาตลอดไม่เคยคลาดเคลื่อนนะเพราะถอดออกจากจิตใจ ช่วยบ้านช่วยเมืองคราวนี้หลวงตาช่วยจริง ๆ เอาชีวิตเข้าแลกเลย ขนาดนั้นนะ เพราะฉะนั้นพูดอะไร ๆ ถึงเด็ดออกมาตามความจริงจังของจิตเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา

ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พิจารณาทุกคน แม้จะไม่ได้อย่างนี้ก็ขอให้เป็นลูกศิษย์มีครูเดินตามรอยกันไปนี้ อย่าอ่อนแอท้อแท้ ความอ่อนแอท้อแท้ไม่ใช่เดินตามรอยของศาสดา พระพุทธเจ้าเวลาเด็ดเด็ดเต็มที่ ถึงขั้นสลบไสลยอม ถึงจะตายพระองค์ก็จะสละเลยนะ นั่นเวลาเด็ดของพระองค์ เอามาคิดซิพวกเรา สลบถึง ๓ หนพระองค์เพื่อความเป็นศาสดา หากว่าไม่ได้ตรัสรู้ก็ต้องตายเลยคิดดูซิ ประทับนั่งที่ใต้ร่มโพธิ์ตั้งสัจจอธิษฐานไว้เรียบร้อยแล้ว คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายของเรา หนึ่ง เราต้องตรัสรู้ในสถานที่เรานั่งนี้แห่งเดียว ถ้าไม่ได้ตรัสรู้สถานที่นั่งเรานี้เป็นสถานที่ตายของเราโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ให้เป็นอื่นไปไม่ได้ ฟังซิตั้งลงแล้วนั่น

เราต้องนั่งอยู่ที่นี่ให้ได้ตรัสรู้ในที่นั่งอันนี้ ไม่ได้ตรัสรู้ตายก็ยอมไปเลยจะไม่ลุกจากที่นี่ไปอื่นแล้ว เห็นทุกคนไม่ใช่เหรอประวัติของพระพุทธเจ้า เอามาโกหกกันได้ยังไง ใต้ร่มโพธิ์ โสตถิยพราหมณ์เอาหญ้าคามารองให้ประทับนั่งนั้น ๘ กำมือ ที่ประทับนั่งตรัสรู้หรือที่ตายของพระพุทธเจ้า สุดท้ายก็ตรัสรู้ขึ้นมา นี่คือความเด็ดเดี่ยวของพระพุทธเจ้า เรานำมาใช้สำหรับประเทศชาติบ้านเมืองของเรา สมนามกับว่าเราเป็นชาวพุทธ จึงเข้ากันได้สนิท ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้พากันตั้งอกตั้งใจตามนี้ อย่าอ่อนแอ เวลานี้อ่อนแอไม่ได้นะ ถ้าทองคำไม่ได้ถึง ๑๐ ตันแล้วยังอ่อนไม่ได้เลย หัวใจของหลวงตาบัวนี้จะพับไปเลยนะคราวนี้ เพราะเป็นคราวที่ตั้งไว้สุดยอด เต็มเหนี่ยวเลย ๑๐ ตัน

ประกาศออกมาป้าง ๆ แล้วทั่วประเทศไทยของเราได้ทราบทั่วถึงกันแล้วว่า นี่คือหัวใจหลวงตาบัว ตั้งลงไปแล้วตรงนี้ โดยพี่น้องทั้งหลายเป็นบริษัทบริวาร เป็นลูกศิษย์ตถาคตด้วยกัน หมุนไปตามกัน ขอให้ได้เท่านี้ไม่ล่มจม เมืองไทยเราริบรวมสมบัติคือทองคำเป็นต้น คนละเล็กละน้อยมาได้ ๑๐ ตันเข้าสู่เมืองไทย ได้เข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้วเป็นจำนวน ๑๐ ตันแล้วเมืองไทยเราจมลง เพราะอำนาจแห่งทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันเข้าสู่คลังหลวงนี้ ขอให้หลวงตาบัวเห็นเสียที หลวงตาบัวจะตายแทนพี่น้องทั้งหลายอย่างไม่เสียดายชีวิตเลยนะ ขาดไปเลยทีเดียวหลวงตา ขอให้ได้อย่างนี้เถอะนะ เมืองไทยเราจะจมด้วยการได้ทองคำถึง ๑๐ ตันตามที่พี่น้องชาวไทยเรามุ่งมั่นต่อทองคำ ๑๐ ตันนี้ แต่ได้มา ๑๐ ตันแล้วเมืองไทยเราจมลงไปเพราะทองคำ ๑๐ ตันเป็นสาเหตุ หลวงตาบัวจะสละเลยเชียว ตายก็ตาย

แล้วก็ควรพลิกนิสัยของเราไปโดยลำดับลำดานะ เมื่อมีผู้สอนมาเตือนที่บกพร่องนะ เวลานี้เมืองไทยเรารู้สึกว่าบกพร่องอยู่มากอันหนึ่ง ที่เด่นในสายตาของเมืองนอกเขา ถึงขนาดเขาตำหนิได้นั่นแหละ เขาชมว่าเมืองไทยนี้เป็นบ้าได้ชั้นหนึ่งเลย มีอะไรเข้ามาคว้ามับ ๆ เอาขี้หมูขี้หมาของฝรั่งโยนเข้ามาก็คว้ามับซื้อทั้งนั้น ขี้หมากองนี้เท่าไร อย่าว่าแต่สินค้าสินขายผลหมากรากไม้ประเภทต่าง ๆ ที่ยื่นเข้ามาในเมืองไทย เมืองไทยกว้านซื้อเอาหมดเลย แม้ขี้หมูขี้หมาของฝรั่งก็จะกว้านซื้อเอาหมดเลย ในเมืองไทยเรามันบ้าอันนี้นะ บ้าฟุ้งเฟ้อ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ

เราสงวนเนื้อสงวนตัว เราต้องสงวนทุกสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเครื่องสนับสนุน ถ้าเราฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม นี้แหละเป็นเครื่องทำลายชาติไทยของเรา หาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้นะ ไม่มีเนื้อมีหนังเป็นของตัว ให้มีเนื้อมีหนังเป็นของตัว เราดูต่างชาติเขา เราดูแต่เครื่องแต่งเนื้อแต่งตัวเราก็รู้ พวกไหน ๆ การแต่งเนื้อแต่งตัวเขาเป็นยังไง เขามีกฎมีระเบียบ ไปที่ไหนการแต่งตัวของเขาเป็นยังไง ๆ เพียงเท่านี้ก็ประกาศให้เห็นน้ำใจของเขาว่ามีหลักมีเกณฑ์ แล้วการเกี่ยวข้องกันกับเขาก็ไม่ลืมเนื้อลืมตัวเหมือนอย่างพวกเรา เรานี้รู้สึกว่าลืมมากนะ อะไร ๆ ถ้าเป็นของเมืองนอกมา ซื้อหมดๆ นี้เสียนะ

นอกจากนั้นยังเอามาอวดเมืองเดียวกันเมืองไทยเรา อันนี้มาจากเมืองนั้นเมืองนี้ แหม เราฟังไม่ได้นะหลวงตาบัว เรากำลังพากันรักสงวนชาติไทยของเรามาตลอด เราไม่ได้ทำลายชาติไทยของเราด้วยวิธีการอย่างนี้ ทำไมจึงนำสิ่งเหล่านี้มาชมเชยเพื่อการทำลายชาติไทยของเราโดยไม่รู้ตัวเลย มันไม่รู้ตัวมากนะคนประเภทนั้น ขายหน้าขายตาขายเมืองไทยเราทั้งประเทศ เอาของเมืองนั้นเมืองนี้มาอวดเมืองไทยเราให้เป็นบ้าไปด้วยกัน ความหมายว่างั้นนะ อย่าพากันเป็นนะต่อไป ให้พากันระมัดระวัง

การซื้อการขายมีความจำเป็นมากน้อยรู้ได้ด้วยกันทุกคน อย่าให้มีเรื่องความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมหาเหตุหาผลไม่ได้ คว้ามับ ๆ ใช้ไม่ได้นะ ต้องให้มีเหตุมีผล เขาซื้อเราเราซื้อเขา เขาขายเราเราขายเขา เป็นธรรมดาตามความจำเป็น เมื่อเราไม่มีสิ่งใดมีแล้วก็เอามาตามความจำเป็น ให้รู้เป็นความจำเป็น อย่าให้เป็นความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมตามนิสัย อันนี้เหลวแหลกแหวกแนวนะ จะไม่มีหลักเกณฑ์เป็นตัวของตัวในเมืองไทย ให้พากันคิดกันอ่านทุกคน การไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนาอันนี้อันหนึ่ง ขนเงินออกไปจากเมืองไทยเรานี้มากขนาดไหน นี่แหละพวกฟุ้งเฟ้อ พวกลืมเนื้อลืมตัว ว่าเราเกิดเป็นชาติไทย ๆ แต่จิตใจของเราไปอยู่เมืองนอก ไม่ได้อยู่กับเมืองไทยของเจ้าของ

ครั้นไปอยู่เมืองนอก มันก็กอบโกยเอาสิ่งของเงินทองจากเมืองนอกไปเที่ยวเมืองนั้นเมืองนี้มา เวลาไปเงินเต็มกระเป๋า กลับมากระเป๋าแห้งแฟบ ๆ แล้วมีมากขนาดไหนเมืองไทยเราที่เป็นเมืองเป็นบ้าตื่นการรื่นเริงตลอดเวลา หาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้มีมากนะ ยิ่งผู้ใหญ่ตัวสำคัญมากทีเดียว น่าตำหนิเราต้องตำหนิ ธรรมต้องพูดเป็นกลาง ๆ ธรรมเหนือทุกอย่างแล้ว ยิ่งผู้ใหญ่ทำอะไรยิ่งสอนความเลวร้ายความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมให้เด็กตาสีตาสาดู เขาไม่อยากดูนะ เด็กที่เขามีศีลมีธรรม เด็กที่เขามีหรือคนจนที่เขามีขื่อมีแปเขาดูถูกเหยียดหยามเสียด้วย ผู้ใหญ่ขี้หมาอะไรถึงเป็นอย่างนั้น

ถ้าขืนเอาผู้ใหญ่มาปกครองเมืองไทยมาก ๆ แล้วเมืองไทยนี้จะจมได้ไม่สงสัยเพราะพวกนี้พวกบ้าเห่อ ตื่นยศด้วยไม่ใช่ธรรมดา ตื่นยศตื่นลาภตื่นรายได้รายรวย ให้เขายกยอว่านี่เขามั่งมีศรีสุข เขาไปเที่ยวรื่นเริงบันเทิงสบายใจเขา มันไปขายชาติรู้ไหม พวกนี้ที่ว่ามั่ง ๆ มี ๆ ขนครอบครัวเหย้าเรือนไปเมืองนอก ไปเที่ยวเมืองนั้นเมืองนี้ ดีไม่ดีฟาดโขยงทั้งพวกรัฐบาล ครอบครัวของรัฐบาลไปเที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อน ขนเงินเมืองไทยไปมากขนาดไหน มีหรือไม่มี เราพูดในแง่สงสัย เรายังไม่ได้แน่ใจนัก แต่บรรดาลูกศิษย์ลูกหามากระซิบกระซาบให้เราฟัง เราฟังตามนี้แหละ

ครอบครัวเหย้าเรือนของเจ้านายที่ว่าใหญ่ ๆ นั้นแหละมันขนกันออกไป สนุกสนานโดยถือราชการเป็นอันใหญ่ แล้วพวกนี้ก็กองแอบนะ ไปเที่ยวรื่นเริงบันเทิงมามีมากต่อมาก ลูกศิษย์ลูกหามาเล่าให้ฟังตามกระทรวงต่าง ๆ จะจริงหรือเท็จเราก็พูดตามเรื่องเหล่านี้ละ มันมีไหมเมืองไทยเรา ถ้ามีมันก็เลว เป็นไปตามที่เขาพูด เรียกว่าเขาตำหนิถูก เราฟังก็เห็นด้วยกับเขาที่ตำหนิจึงควรปรับปรุงตัวเองเสียใหม่พวกนี้น่ะ จะปกครองบ้านเมืองไปเท่าไร อย่าลืมเนื้อลืมตัว เป็นผู้ใหญ่เท่าไรยิ่งเป็นศักดิ์ศรีดีงามของผู้น้อยถึงถูก พ่อบ้านแม่บ้านพ่อเรือนแม่เรือนอย่าให้เด็กดูถูก อย่าให้คนใกล้เคียงเขาดูถูก ให้ปกครองกันในครอบครัวด้วยความสงบร่มเย็น มีเหตุมีผลปกครองกันด้วยดี

อันนี้เราปกครองบ้านเมือง วงราชการต่าง ๆ นั้นมีแต่วงราชการที่ปกครองบ้านเมืองทั้งนั้นรวมกันแล้วเป็นวงรัฐบาล แล้ววงรัฐบาลของเรารวมข้าราชการทุกแผนก มารวมอยู่ในจุดวงราชการนี้ปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง หรือมีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมลืมเนื้อลืมตัว สงวนแต่เก้าอี้นั่นเหรอ ไม่ได้สงวนบ้างหรือชาติไทยทั้งชาติมีจิตใจทุกคน ๆ เขาพึ่งใคร ภาษีอากรประจำวัน ๆ วันหนึ่งจ่ายไปเท่าไร เขาเพื่อสนับสนุนให้หัวหน้าของเขาพาดำเนินด้วยความราบรื่นดีงาม และเพื่อความสงบร่มเย็นและแน่นหนามั่นคง แต่เราไปเถลไถลเอาเงินของเขาไปถลุงเสียหมดอย่างนี้มันเข้ากันได้เหรอ เราเป็นผู้ใหญ่ขอให้คิดมาก ๆ นะผู้ใหญ่ในวงราชการเรา เสียหายมาก เสียมาเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งถึงเมืองไทยจะจมก็เพราะผู้ใหญ่พาให้เสียหาย ผู้น้อยตาสีตาสาไม่ได้เสียหายอะไร ให้พากันพิจารณาบ้างนะ

นี่เอาธรรมมาสอนชาวพุทธเรา วงรัฐบาลก็เป็นวงแห่งชาวพุทธทั้งนั้น จึงควรที่จะนำธรรมนี้ไปปฏิบัติ การแนะนำสั่งสอนนี้หลวงตาบัวสอนพี่น้องทั้งหลาย ไม่ได้สอนด้วยความที่ว่าเราบกพร่องในการปฏิบัติศีลธรรมของเรา ตลอดธรรมภายในใจเราบกพร่อง แต่มาสอนโก้ ๆ ๆ อวดตนอวดตัวแก่พี่น้องทั้งหลาย หลวงตาไม่มี ถ้าพูดถึงเรื่องธรรมในหัวใจ หลวงตาก็เต็มเปี่ยมมาแล้วได้ ๕๓ปี ๕๔ ปีนี้แล้ว ตั้งแต่เสาะแสวงหาธรรมรอดล้มรอดตายมาตลอด บางครั้งถึงขั้นจะตายก็มี นี่แหละฟัดกับกิเลสตัวมันทำลายชาติบ้านเมืองทำลายตัวเรา ดังที่มันทำลายพี่น้องชาวไทยเราอยู่เวลานี้คือกิเลสตัวโลภ ลืมเนื้อลืมตัวนี่แหละ

เราก็ฟัดมันเสียจน ตั้งแต่เวลาฟัดไม่มองหน้ามองหลัง เอาเป็นเอาตายเข้าสู้อย่างเดียวเป็นเวลา ๙ ปี เราก็พูดให้ฟังแล้ว มาโกหกพี่น้องทั้งหลายเหรอ เรานำพี่น้องทั้งหลายเวลานี้นำด้วยการโกหกหรือ เราตัดคอเราช่วยแท้ ๆ ทำไมจึงมาว่าเราโกหกได้ พิจารณาซิพี่น้องทั้งหลายนะ คิดดูแต่ว่าทองถ้าไม่ได้ถึง ๑๐ ตันนี้แหม หลวงตาบัวน่าจะคอขาดไปเลย วาสนาไม่มีอะไรเลย บริษัทบริวารมีตั้ง ๖๒ ล้านคนเป็นอย่างน้อย ขวนขวายหาทองมาทั้งประเทศ ได้ทองเพียง ๑๐ ตันเท่านี้ มาช่วยศักดิ์ศรีดีงามแห่งชาติไทยของตนและครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นผู้นำอย่างนี้ก็ไม่ได้ แล้วมันเป็นยังไงชาติไทยของเรามันน่าตำหนิหมดทั้งชาติเราเลยนะ หลวงตาบัวนี้จะตำหนิตัวเองเป็นอันดับหนึ่งก่อน ให้หลวงตาบัวตายไปเสียก่อนถ้าทองคำนี้ไม่ได้อย่างที่ว่า นี่ละพูดถึงเรื่องความเกี่ยวโยงกันมาเรื่องความรักความสงวนชาติบ้านเมืองของเรา ต้องทะนุถนอม ให้ต่างคนต่างปฏิบัติตัวด้วยความพอดิบพอดี อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม

เวลานี้โรงงานมากขนาดไหนตั้งอยู่เต็มเมืองไทยของเรา แล้วโรงงานแต่ละโรง ๆ นี่ขนสินค้าออกมาจากโรงงานนี้เต็มคันรถๆ แล้วเราก็วิ่งเต้นขวนขวายหามาซื้อๆ ซื้อใช้ได้วันหนึ่ง สองวันทิ้ง ๆ แล้วไปหาซื้อมาใหม่ ๆ หาเงินมาซื้อของในโรงงานจนจะไม่พอ ดีไม่ดีโรงงานจะล้มเพราะใครซื้อไม่ทัน คนในโรงงานมันก็มีปากมีท้อง สุดท้ายมันก็รบกวนนายมันล่ะซิ ไปไม่รอดโรงงานมันก็ล้ม ล้มครืนลงไปเลยไม่มีเหลือ เพราะเราหาเงินไม่พอปากพอท้อง ไม่พอกับความทะเยอทะยานของเรา หาเท่าไรจนจะตาย สมบัติเงินทองข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างมีเต็มเมืองไทย แต่คนไม่ได้ลดความทุกข์ความลำบากลงไปเลย ยิ่งมีความทุกข์ความลำบากยากเย็นเข็ญใจและดีดดิ้นไปตาม ๆ กันหมดทั่วประเทศไทย

เราได้เห็นไหมเวลานี้ พวกเรากำลังตื่นบ้ากันกับกระดาษ บักหลังลาย บักหลังลายนี่ทั่วโลก มันหลอกโลกให้เป็นบ้ากับไอ้หลังลาย มีอะไร ๆ มาก็เพื่อไอ้หลังลายๆ ไอ้หลังลายเลยจะสังหารคนที่กำลังดีดดิ้นกับมัน พากันรู้ตัวแล้วยัง เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนรู้เนื้อรู้ตัว ไอ้หลังลายเราปรุงเราแต่งมันขึ้นมาใช้สำหรับเวลาจำเป็นทั่วโลกดินแดนนี้ อย่าพากันตื่นเสียจนเกินเหตุเกินผล จะฆ่าฟันรันแทงรบราฆ่าฟันกันอยู่ทุกแห่งทุกหนเพราะบักหลังลายนี้แหละ ไม่ใช่เพราะอะไรนะ มีเท่าไรยิ่งดี ๆ แต่คนฉิบหายมันไม่ได้ว่านะ

หาเรื่องยุแหย่ก่อกวนเรื่องนั้นเรื่องนี้ อยู่ ๆ ก็ก่อสงครามขึ้นมาด้วยวิธีการนั้นวิธีการนี้ นี่เมืองไทยของเราก็กำลังฆ่ากันอยู่ที่ ราชบุรี นี้จะเป็นเรื่องอะไรไม่ใช่กลอุบายสงครามที่จะเผาบ้านเมืองของเราจะเป็นอะไรไป คนอยู่ดี ๆ เด็กเขาไปทำไมใครวะ เขาไปโรงร่ำโรงเรียนมา พ่อแม่เขาจดจ่ออยู่กับลูกเขา หัวใจของพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับบ้านกับเรือนนะ อยู่กับลูกที่ไปโรงร่ำโรงเรียน แล้วนั่งรถมาถูกเขายิงตายไม่ทราบกี่ศพ ล้มระเนระนาดไปมากเท่าไร เวลานี้พ่อแม่สลบไสลยังไม่ฟื้นนะ นี่ก็คือการก่อเหตุความฉิบหายให้แก่หัวใจของสัตว์โลกด้วยกัน เสียใจไหม ถ้าเป็นลูกของเราเป็นยังไง เอามาเทียบกันซิ ลูกของเราหลานของเราเป็นยังไง มันไม่สลบไปจะเป็นยังไง อย่างนี้มันก็ทำได้เพราะเห็นแก่ได้แก่ร่ำแก่รวยแก่อำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ มันนั่นแหละ ก่อขึ้นทุกเรื่องทุกราวที่จะให้โลกพินาศฉิบหายแล้วตัวจะครองบ้านครองเมือง

มันจะครองไปหาพ่อหาแม่มันอะไรก็ไม่ทราบ เมื่อมนุษย์มนาฉิบหายไปหมด เรามาอวดเด่นอยู่คนเดียว นั่งขัดสมาธิขี้หรือตดแตกป้าด ๆ มันว่าเป็นของดีเหรอ พิจารณาซิ มันโง่ขนาดไหน เมืองไทยเรามันกำลังก่อกวนกันเวลานี้ มันโง่ขนาดไหนเมืองไทยเรา ประชาชนราษฎรเขาตั้งขึ้นมาเพื่อให้นำพี่น้องชาวไทยไปด้วยความสงบร่มเย็น แล้วมันมาก่อกวนหาเรื่องยุแหย่หาเรื่องทำลายกันหาอะไร นี้จะเป็นใครถ้าไม่มีเชื้อไปจากเมืองไทยจะมีไปจากไหน มันมีของมันอยู่ในนั้น มันจึงแสดงออกมาอย่างนี้ ถ้าไม่มีมันจะไม่เกิด นี่ก็คือความอวดดีอวดเด่นกว่าโลกทั้งหลายที่เขาอยู่กันมานั้นแหละ ให้เก่งกว่าเขา ทีนี้มันเลวกว่าเขาทั้งเขาทั้งเรา เวลาจมก็จมไปด้วยกันนั้นแหละ ใครจะอำนาจบาตรหลวงไปขนาดไหนมันเหนือกรรมไปไม่ได้แหละ ทำดีต้องดี ทำชั่วต้องชั่วตลอดไป ใครจะเอาดีเด่นด้วยการทำชั่วไม่มีทาง นี่จึงน่าพิจารณานะพวกเราเวลานี้

เมืองไทยเราก็เป็นเมืองพุทธมานาน รักษาความสงบร่มเย็นมาด้วยศีลด้วยธรรม เป็นเวลานาน อันนี้ก็เรื่องของกิเลสซึ่งเป็นข้าศึกของธรรม พอยุแหย่ก่อกวนทำลายนั้นทำลายนี้ เข้าประชุมกันแต่ละครั้ง ๆ จะหาเรื่องดิบเรื่องดี เรื่องมาตักมาเตือนกัน ครั้นว่าคัดค้านก็คัดค้านให้มีเหตุมีผลนะ อย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ไม่ดีควรจะทำอย่างนี้ ๆ ไปอย่างนี้ก็เหมาะสมกับผู้ที่มุ่งหน้ามุ่งตาต่อการเชิดชูชาติไทยของเรา ในนามของรัฐบาลซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน การถกเถียงกันประการใดต้องหาสาระจุดลงเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนมันถึงถูก

นี้จุดลงมีแต่เพื่อทำลายชาติบ้านเมืองแล้วตัวจะขึ้นครองบ้านครองเมือง อันนั้นพวกเปรตพวกนี้น่ะ มันเข้าไปกินเงินเดือนของประชาชนให้เสียเปล่า ๆ ภาษีอากรเขามีเท่าไรขนมาให้ ๆ แล้วก็ไปทะเลาะเบาะแว้งกันในสภา อย่างนี้มันเคยเป็นมา เราพูดอย่างกลาง ๆ มันเคยเป็นมาอย่างนี้ นิสัยอันนี้มันดื้อมันด้านมันเลยหนักเข้าไปทุกวัน ขึ้นไปหากันมีแต่เตรียมข้อจะไปต่อยกันทำลายกัน เพื่อทำลายประชาชนทั่วประเทศไทยในขณะเดียวกันนั้นแหละ มันก็ไม่รู้ ถ้าเป็นคนผู้ที่ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติต่อชาติบ้านเมืองจริง ๆ ผิดถูกต้องพิจารณากัน เพื่อประชาชน ๆ เป็นหลักใหญ่เอาไว้เสมอ ผิดตรงไหนแก้กันตรงนั้น คัดค้านตรงไหน เอ้า แนะนำคำที่ถูกต้องให้คนหนึ่งได้รับไปปฏิบัติอย่างนั้นมันถึงถูก นี่คัดค้านต้านทานพอทางนั้นเอนทางนี้เหยียบเลย ๆ นี่พวกเปรตมันเข้าไปทำลายกัน เอาหัวใจของประชาชนเข้าไปเหยียบอยู่ในสภานั่นเต็มไปหมด

เราพูดได้เรามีธรรมเราพูดเป็นธรรม เราไม่ได้ตำหนิติเตียนผู้หนึ่งผู้ใด วงการวงงานมันเห็นอยู่ประจักษ์ทั่วประเทศไทยเรา จะไม่ให้พูดได้ยังไง ความเป็นมันยังเป็นได้ทำไมพูดไม่ได้วะ ปิดปากเอาไว้ทำไม เขามีส่วนได้ส่วนเสียกับเรามากน้อยเพียงไร ขายอะไรได้อะไรก็ต้องริบรวมเข้าไปเป็นภาษีอากร วันหนึ่งเสียภาษีอากรไปมากน้อยเพียงไร ก็เสียไปเพื่อส่วนรวมให้เป็นประโยชน์นั่นเอง แล้วเอาไปถลุงกันอย่างนี้มันมีอย่างเหรอ ให้คิดทุกคน ๆ นะ

เมืองไทยเราก็เป็นเหมือนอวัยวะเดียวกัน ฆ่ากันตีกันให้แหลกเหลวไปแล้วเราจะเอาความดีความชอบจากเมืองไหน ถ้าจะเอาไอ้หยองหรือไอ้ปุ๊กกี้ หมาสองตัวอยู่ในนี้เขาก็ไม่ยอมเป็นกับคนประเภทนั้นนะ เขาจะเป็นตั้งแต่พวกทำครัวอยู่ในครัว นี่ละเข้าไปครัวไหน ๆ ท้องป่องออกมา ๆ สองตัวนี้เขานิยมพวกนี้ เขาไม่นิยมพวกกินตับกินปอดกันนะ ไปทะเลาะเบาะแว้งกัดกันหาเรื่องหาราวอะไรไม่ได้ แต่ไอ้หยองไอ้ปุ๊กกี้นี้มันเห่ากันมันกัดกันมันมีรายได้ของมันอยู่นั้น ตัวไหนกินมากตัวไหนกินน้อยมันก็กัดกันบ้างเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นเจ้าของเอาอาหารให้มัน ให้แบ่งให้มันครึ่งเสมอ ไอ้ปุ๊กกี้กับไอ้หยองเข้าใจไหมล่ะ มันเข้าไปในครัวเรื่อย ๆ แต่ไอ้ปุ๊กกี้ไม่ค่อยเท่าไรนัก เข้าไปกินอิ่มแล้วมันก็ออกมา แต่ไอ้หยองเป็นเจ้าการเจ้างานเจ้าอำนาจ แต่หลวงตาบัวที่เป็นเจ้าอำนาจอยู่ในวัดนี้ เป็นเจ้าของเข้าไป มันยังไล่กัดหลวงตาบัว เราเอาไม้หวดไปเสียทีหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้นมาเงียบไม่เห่าเราเลย

นั่น แต่ไอ้หยองมันยังรู้ผิดรู้ถูก ทำไมคนทั้งประเทศเฉพาะอย่างยิ่งนักปกครองของเรา ทำไมไม่รู้ผิดรู้ถูกของตัวเอง จะนำประชาชนไปได้ยังไง ถ้ามีแต่กัดแต่ฉีกกันอยู่ตลอดเวลา ให้ประชาชนเขาเอือมระอาใช้ไม่ได้นะ ขอให้พิจารณาให้ดีทุกคน ๆ เวลานี้เป็นเวลาที่จะอุ้มชาติบ้านเมืองของเรา ไม่ใช่เวลาที่จะเอาไฟมาเผากันนะ ขอให้คิดแง่นี้ให้มากนะ พระพุทธเจ้าไม่ทรงชมเชยสรรเสริญได้เลยนะอย่างนี้ มีแต่ตำหนิติเตียนลูกชาวพุทธเป็นลูกเทวทัตไปแล้วเวลานี้ มันแตกแยกจากพระพุทธเจ้ากลายเป็นลูกศิษย์เทวทัตไปหมดแล้ว ยุแหย่ก่อกวนทำลายต้มตุ๋นทุกแบบ โจมตีกันทุกแห่งทุกหนหาชิ้นดีไม่ได้หาสาระแก่นสารไม่ได้ มีแต่กัดฉีกกันยิ่งกว่าหมา ดูไม่ได้นะชาวพุทธเรา ขอให้พี่น้องทั้งหลายเอาไปประพฤติปฏิบัติ พินิจพิจารณา

ธรรมนี้เป็นธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ธรรมหลวงตาบัวนะ เอามาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วถึงกัน การเทศน์เหล่านี้ทำความเสียหายแก่พี่น้องชาวไทยเราตรงไหนบ้าง จากธรรมที่เทศน์ออกมาเหล่านี้ มีแต่ปรับปรุงให้ดิบให้ดีที่มันล้มเหลวตรงไปไหนให้แก้ไขดัดแปลงเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น อย่างไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนาอย่างนี้ไม่มีหลักมีเกณฑ์ มีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมลืมเนื้อลืมตัว นี้เป็นการทำลายชาติทางอ้อมหรือทางตรงมันก็เป็นเงินของชาติด้วยกันนั้นแหละ อย่างนี้ควรจะลดหย่อนผ่อนผัน ควรจะรู้เนื้อรู้ตัว เราเป็นผู้ใหญ่ควรให้เป็นคติตัวอย่างแก่ผู้น้อยทั่วประเทศไทย สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ใหญ่ต่อไปอีก เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านี้พอ

อดีต ผบ.ตร. : ทางจงกรมฝนมันรั่วไหมครับ

หลวงตา : ฝนนี้ไม่ยากอะไร ทางจงกรมบนกุฏิก็มี ถ้าวันไหนฝนตกพ่อเดินจงกรมบนกุฏิ วันไหนฝนไม่ตกพ่อก็ลงไปข้างล่าง ไม่มีอะไรละ ไม่ขัดข้อง นี่เรามานี้เราเริ่มเห็นเก้าอี้แล้วนะ เก้าอี้มันจะเต็ม ฟาดเข้าป่าให้หมดนะ พระพุทธเจ้าไปเดินจงกรมนั่งภาวนาฆ่ากิเลส พระองค์ไปหาเก้าอี้จากไหน ในวัดนี้เราก็ไม่ให้มีเข้าใจไหม พอจะทำทางเดินจงกรมฟาดกิเลสให้มันเต็มสัดเต็มส่วน เข้าใจเหรอ อย่างร้านที่มีอยู่ข้างในเขาไปทำให้พ่อก็อยู่ไปอย่างนั้นแหละ พ่อไม่เข้าไปนั่งนะ ไปเดินจงกรมเมื่อยแล้วมานั่งพ่อไม่เคยนะ ครั้นเวลาลงฟาดกันเต็มเหนี่ยว ลุกแล้วไปเลย

เพราะฉะนั้น จึงเห็นทางจงกรมเห็นร้านเล็ก ๆ น้อย ๆ มานั่งพักผ่อน ให้น้ำให้อะไรช่วยกัน ไม่เอาพ่อไม่เอา ฟาดกันใครเก่งก็ให้อยู่บนเวที ใครไม่เก่งตกเวทีเลย นี่จำเอานะท่านทั้งหลาย พ่อทำมาจริง ๆ ก่อนที่เอาธรรมมาสอนโลก เข้าใจเหรอ พ่อได้มาอย่างนี้ละ พ่อเห็นคุณค่าของอันนี้ ไม่ได้เห็นคุณค่าของเก้าอี้นั้นเก้าอี้นี้ไปวางอยู่ ฟาดเข้าป่าให้หมดนะ มันจะเข้ามารุกล้ำวัดเรานี้เสียหมด ครั้นไม่ขนาบไว้เหล่านี้มีแต่เก้าอี้เต็มนะ พ่อไม่ให้ทำนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องทำลายธรรมไม่ใช่ของดี ดีสำหรับร่างกายความขี้เกียจขี้คร้านเหมาะสม โดดขึ้นเก้าอี้แล้วไม่ยอมลง โดดขึ้นเตียงไหนไม่ยอมลงเข้าใจไหม ถ้าโดดเข้าทางจงกรมฟาดกันให้มันขาดสะบั้นไปเลย อย่างนั้นมันถึงถูกธรรมพระพุทธเจ้า

อย่ามาทำนะ เราเดินไปเราเห็นนี่นะ เห็นเก้าอี้เล็กเก้าอี้น้อย ต่อไปนี้มันจะเอาหอวิมานมาไว้นั่น ที่ทางทางจงกรมนะ ต่อไปนะ มันรุกล้ำเข้าเรื่อย รุกล้ำเข้าธรรม นี้ยังได้ดูอีก เอาต้นไม้มาปลูกมีดอกมีผลมาปลูกเต็มวัดเต็มวา ต่อไปคนจะวุ่นเวลาดอกไม้มีหมากมีผลขึ้นมา เพราะวัดนี้ไม่มีการซื้อขายเข้าใจไหม มีมาก็ให้เขากินหมด คนจะยุ่งในวัดในวา นี่เราก็คิดแล้ว ทำไมมันเป็นอย่างนี้ มันมาเองมาจากที่ต่าง ๆ มาจากทางไหนต่อทางไหน เข้ามาปลูกต้นไม้ จึงให้ปลูกแต่ต้นไม้ที่แน่นหนาถาวร เช่น ไม้ตะเคียน ส่วนไม้ผลมันก็มีแล้ว เขาเอามาแล้วทำยังไง ก็ปล่อยให้ปลูกแต่มันขัดอยู่ในหัวใจนะ คนจะมาทำลายวัด นี่แหละกิเลสเข้าเหยียบธรรม เข้าใจไหม ธรรมมีแต่ความสงบงบเงียบ

ทำอะไรต้องได้ดูอยู่ตลอดเวลา ทุกวันนี้มันรุกล้ำเข้ามากแล้วนะ วัดเรานี่นะ ทุกแห่งทุกหนอันนั้นดีอันนี้ดี ส่วนหัวใจดีไม่ดีมันไม่ได้ดู นี่ดูหัวใจตลอดเวลา สอนโลกด้วยความสง่างาม จ้าตลอดเวลานะนี่ นี่ละผลแห่งการปฏิบัติเอาเป็นเอาตายเข้าว่าไม่มีเก้าอี้หาบหามไปนะ พระพุทธเจ้าก็ไม่มีเก้าอี้หาบหามไป มีแต่ทางจงกรมกับนั่งสมาธิภาวนา มีสติกับปัญญาประคองตัวไปตลอดเวลา นี่ละพระพุทธเจ้าท่านสอนโลก สอนอย่างนี้ ธรรมะซึ่งเป็น สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเราก็มีอย่างนี้ ไม่ได้มีมาด้วยเก้าอี้ด้วยฟูกด้วยหมอนด้วยอะไรเต็มทางจงกรม มันดูไม่ได้นะ เวลานี้มันรุกล้ำเข้ามาทุกแบบนะ เราก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วย แล้วที่รุกล้ำเข้ามาที่จะมาส่งเสริมกันไม่ค่อยมีนะ เราอยากพูดอย่างนี้ มีแต่มาเหยียบกันลง ๆ เราเลยจะตายผู้คอยดูแล ทางนี้ก็เหมือนกันจึงกั้นเอาไว้ ใครรุกล้ำเข้าไปไม่ได้นะ ทำเตียน ๆ โล่ง ๆ เข้าไปไม่ได้ ทางโน้นให้เตียนโล่งของธรรม อันนี้ให้เตียนโล่งของกิเลส เข้าใจไหม

กิเลสให้มันเล่นอยู่ตามแถวนี้ ธรรมให้เล่นอยู่ภายใน สงวนไว้ให้พระนะ ที่รกรุงรังภายนอกแต่สว่างกระจ่างแจ้งภายในคือความเพียรของพระ เข้าใจไหม นี่ได้สกัดเอาไว้ทุกแห่งนะ ไม่งั้นมันลุกลามเข้าไปหมดนะ ให้พากันจำเอาไว้ ตะกี้นี้ก็พูดเรื่องทางจงกรมลูกมาพูดให้ฟัง ลูกชายมาพูดจะมาหาความสะดวกให้หลวงตา หลวงตาสะดวกพอแล้วว่างั้น

อดีต ผบ.ตร. : กลัวลื่นครับ

หลวงตา : ลื่นก็ล้มเสีย แล้วลุกขึ้นไปใหม่ ไม่ถอยมันนี่วะ

อดีต ผบ.ตร. : พ่อเทศน์นาน ๆ พ่อเมื่อยไหม

หลวงตา : เมื่อยพ่อก็หยุดเอง พ่อรู้จักจะยากอะไร มันไม่ยากละ พ่อเมื่อยแล้วก็หยุดเสีย พอได้เวลาเอาอีกนะ เอาอีกเปรี้ยง ๆ อย่างนั้นแล้ว จะว่าไง พ่อทำสุดยอดอย่างเทศน์ให้ลูกฟังละลูกเอ๊ย ไม่มีอะไร เปิดเผย เพราะฉะนั้น พ่อถึงพูดได้ทุกแบบทุกฉบับ ที่ว่าเป็นธรรมเหนือโลก อันไหนมันผิดมันพลาดตรงไหนสอนลงไป ๆ เราไม่ได้หาผิดหาพลาดกับผู้ใดนะ คือมันผิดมันพลาดตรงไหนก็สอนลงไป ชะล้างลงไป ๆ เป็นอย่างนั้นนะพ่อสอน พ่อไม่ได้อยู่ในวงกรณีพิพาท เป็นธรรม เพราะฉะนั้นจึงสอนได้ทุกแบบทุกฉบับไปเลย ผิดที่ไหนให้แก้ไขดัดแปลง อย่างเทศน์เมื่อเช้านี้ละ ก็อย่างนั้นแล้ว ไม่งั้นมันเลอะเทอะได้นี่นะ

เขาเอาอาหารลูกใส่เต็มปิ่นโตมา เราบอกด้วยนะ นี่ลูกชายเรานะปิ่นโตนี้ บอกอย่างนี้เลยนะ บอกรองผู้การตำรวจ นี่ปิ่นโตลูกชายเรามีศรัทธามาถวายอาหารกับพ่อนะ อย่าทำน้อย ๆ นะ พ่อทำน้อยไม่เป็น เวลาได้มาให้มันไหลเข้ามาซิ อ้าว เวลาเปิดนี้เปิดออก ออกได้มากเข้าได้มาก เวลาปิดกึ๊กไม่ให้มันออก มันเลยไม่เข้า เข้าใจไหม ไอ้คนตระหนี่ถี่เหนียวมีแต่กลัวมันจะออก ปิดไว้ทีนี้มันเลยไม่เข้า ทีนี้พอเบิกกว้างเท่านั้น เอ้า เปิดออก มันอยากเข้าเท่าไรเข้า อยากออกเท่าไรออก นี้โล่งตลอดเวลา ไหลได้ทุกเวลา ไหลเข้าไหลออกอยู่อย่างนี้ตลอด ไอ้คนตระหนี่ถี่เหนียวปิดไม่ให้มันออก มันเลยไม่เข้า เข้าใจไหม ไปที่ไหนตีบตันอั้นตู้ นี่คือผลของกรรมพ่อเชื่อในหัวใจ

กิเลสขาดสะบั้นไปเพราะอะไร เพราะธรรมพระพุทธเจ้า กรรมคืออะไร อยู่กับหัวใจเชื่อแบบเดียวกันเลย ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ใครจะโกหกที่ไหนก็มาเถอะ ไม่มีใครเหนือกรรม มันจะพูดได้เพียงลมปากมันเท่านั้น เวลาขาดลมปากแล้วกรรมปุ๊บเลย ไปเลย ทำดีทำชั่วขนาดไหน ไม่ต้องมีใครมามีอำนาจเหนือกรรมไปได้ นี่ละท่านถึงว่า นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ ไม่มีอานุภาพใดที่จะเหนือกรรมดีกรรมชั่วไปได้ นี้ครอบโลกธาตุ นั่น ท่านสอนไว้แล้ว พระพุทธเจ้าสอนเอง ให้พากันจำเอานะ เดี๋ยวความขี้เกียจมันจะมา พอเราจะเดินจงกรม วันนี้เหนื่อยนะมันกล่อมแล้วนั้นนะ เห็นไหมล่ะ แล้วลงกับมันเงียบเลย เอาละพอ

อ่านธรรมะหลวงตา วันต่อวัน ทางอินเตอร์เน็ต www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก