ยาเสพย์ติดเป็นภัยต่อโลก
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546
สถานที่ : อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมพระและฆราวาส

ณ ที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู

เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖(บ่าย)

ยาเสพย์ติดเป็นภัยต่อโลก

 

            (นายอำเภอ เมธี ประธานจัดงานนี้กล่าวถวายรายงาน : กราบนมัสการหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่เคารพอย่างสูง ด้วยคณะศรัทธา ประกอบด้วยคณะสงฆ์ ข้าราชการ สมาชิกเทศบาลตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า อำเภอสุวรรณคูหา อำเภอใกล้เคียง จังหวัดหนองบัวลำภู และผู้จิตศรัทธาในโครงการผ้าช่วยชาติ จึงได้พร้อมใจกันกราบนิมนต์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อแสดงธรรมตามโครงการผ้าป่าช่วยชาติ บัดนี้หลวงตาได้เมตตาเดินทางมาอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อแสดงธรรม ขอได้โปรดแสดงธรรมเทศนาแก่คณะศรัทธาซึ่งได้มารวมกัน ณ ที่นี้ พร้อมน้อมจิตจะรับฟังการแสดงธรรม จึงขอกราบนมัสการ)

            วันนี้เป็นวันมหามงคลของพี่น้องชาวไทยเรา มีอำเภอสุวรรณคูหาเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างมหากุศลขึ้นที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา โดยมีท่านพระครูธรรมคุณาธาร เจ้าคณะอำเภอสุวรรณคูหา และท่านนายอำเภอเมธี ทองอารี ซึ่งเป็นประธานในงานนี้ ไม่ว่าที่ไหนมีความจำเป็นสำหรับหัวหน้าด้วยกันทั้งนั้น แม้ในครอบครัวของเราก็มีหัวหน้าครอบครัว ในหมู่บ้านก็มีหัวหน้าบ้าน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน รองผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ จากนั้นก็ขึ้นผู้ว่าราชการจังหวัด มีหัวหน้าเป็นขั้นเป็นตอนอย่างนี้ตลอดมา

ในบรรดามนุษย์เราที่อยู่ร่วมกัน จำต้องอยู่ในกฎระเบียบแห่งศีลธรรม และกฎหมายบ้านเมือง เมื่อต่างคนต่างสนใจต่อกฎข้อบังคับสำหรับที่จะดัดกาย วาจา ใจ ของตนให้เป็นไปตามแล้ว ย่อมอยู่ด้วยกันเป็นความสงบสุข จะมีจำนวนมากน้อยเพียงไรก็เต็มไปด้วยความสงบสุขร่มเย็น ในหมู่ชนที่มีกฎระเบียบเป็นเครื่องดำเนิน ผิดกับผู้ไม่มีกฎไม่มีระเบียบเป็นไหน ๆ เช่น ฝูงสัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น แม้แต่ฝูงสัตว์เขาก็ยังมีหัวหน้าเป็นผู้นำเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นมนุษย์เราจึงมีความจำเป็นมากยิ่งกว่าบรรดาสัตว์ทั้งหลาย ที่จะต้องให้มีกฎระเบียบอันดีงาม ปกครองตนเองก็ให้มีกฎระเบียบอันดีงาม

การปกครองคืออะไรเป็นเครื่องปกครอง ก็คือระเบียบอันดีงามเป็นเส้นทางเดินแห่งความประพฤติ หน้าที่การงาน กิริยามารยาท การแสดงออกต่อชุมนุมชนซึ่งเป็นส่วนรวม เพราะมนุษย์เรานี้เป็นสัตว์หมู่สัตว์พวก ต้องได้รับการประสับประสานจากการสัมผัสสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในกิริยาต่าง ๆ อยู่เสมอมา ด้วยเหตุนี้กฎระเบียบจึงเป็นความจำเป็น ดังที่ได้กล่าวขึ้นในเบื้องต้นนี้ ในงานของพี่น้องทั้งหลายก็มีฝ่ายพระสงฆ์ คือท่านพระครูธรรมคุณาธาร เป็นเจ้าคณะอำเภอสุวรรณคูหา และก็มีท่านนายเมธี ทองอารี เป็นนายอำเภอที่ปกครองสถานที่นี่ ทั้งฝ่ายฆราวาส พระเจ้าพระสงฆ์ปกครองประชาชนญาติโยม และทางฝ่ายบ้านเมืองก็มีนายอำเภอเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองของเราให้มีกฎระเบียบ เดินตามร่องรอยแห่งกฎระเบียบอันดีงามแล้วย่อมเป็นความสุขความเจริญ

ย่นเข้ามาทางพิธีพระพุทธศาสนา ซึ่งต่างท่านเป็นคนไทยด้วยกัน เกิดมาในท่ามกลางแห่งชาติไทยเป็นลูกคนไทย พ่อ แม่ ลูก หลาน เป็นไทย แม้ที่สุดหมู หมา เป็ด ไก่ เต็มอยู่ตามบ้านตามเรือนที่ไหนก็เป็นสัตว์ของไทยทั้งนั้น จึงต้องได้มีกฎมีระเบียบเป็นเครื่องปกครองกัน และมีผู้นำเป็นผู้พาดำเนิน วันนี้ทั้งฝ่ายคณะสงฆ์ และฝ่ายบ้านเมือง ท่านอุตส่าห์พยายามมาเป็นหัวหน้าบรรดาพี่น้องทั้งหลาย เพื่อจะได้ดำเนินงานให้เป็นไปเพื่อความแน่นหนามั่นคง และอบอุ่นต่อชาติไทยของเรา ด้วยความเป็นผู้รักชาติ และเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงกัน ดังที่เห็นในวันนี้รู้สึกว่าประชาชนพี่น้องชาวไทยเรามารวมกันเป็นจำนวนมาก หนาหน้าหนาตา

หลวงตาบัวก็อดคิดไม่ได้ จะว่าคึกว่าคะนองก็ไม่ใช่ เป็นไปด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสต่อบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่มารวมเป็นจำนวนมากด้วยความรักชาติ ความเสียสละ และความยินดีที่จะได้ยินได้ฟังอรรถธรรมนี้ จึงอยากจะพูดว่า ในฐานะแห่งอำเภอสุวรรณคูหาเรานี้ เราไม่เคยเห็นแต่ก่อน พึ่งมาเห็นวันนี้ รู้สึกว่าหนาหน้าหนาตามากมาย เราคาดคิดแต่เพียงว่าเป็นอำเภอ คนคงจะไม่มากเท่าไรนัก แต่เวลาเข้ามาแล้วนายอำเภอหายหน้าไปหมด ยังเหลือตั้งแต่ประชาชนราษฎรทั้งหลาย เป็นบริษัทบริวารของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุวรรณคูหา วันนี้จึงขอตั้งท่านนายอำเภอให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุวรรณคูหา ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ความพออกพอใจในบรรดาพี่น้องทั้งหลายต่างคนต่างมาด้วยความพออกพอใจ ในการบำเพ็ญมหากุศลครั้งนี้ แล้ววันนี้คนมีจำนวนมากผิดปกติของคนที่มีมากอยู่แล้วขึ้นไปอีก วันนี้จึงได้แสดงธรรมให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายทราบ

การที่หลวงตาได้อุตส่าห์ตะเกียกตะกาย พาพี่น้องทั้งหลายดำเนินในงานเพื่อการช่วยชาติตลอดมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายน ดูจะเป็น ๒๕๔๑ จนกระทั่งก้าวมาถึง ๒๕๔๖ นี้แล้ว นานแสนนาน ก็เพราะความเห็นแก่ชาติไทยของเรา เพราะเป็นหัวใจแห่งเราทั้งหลายทุก ๆ ท่าน  อันดับที่เป็นคู่เคียงอันสูงสุดก็คือพุทธศาสนาอยู่ในเมืองไทยของเรา พี่น้องทั้งหลายเป็นลูกชาวพุทธ ต้องมีความเคารพเลื่อมใสกราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และระลึกถึงท่านเป็นประจำภายในจิตใจทั่วหน้ากัน

นี่ก็ทำให้หลวงตามีความซาบซึ้งภายในใจ แล้วก็ได้อุตส่าห์พยายามขวนขวายช่วยชาติไทยของเราด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น เทศนาว่าการตามท้องถิ่นต่าง ๆ เรียกว่าทั่วประเทศไทย ได้ดำเนินงานมาแล้วถึง ๕ ปีนี้แล นี่ก็ทำด้วยความเต็มอกเต็มใจ ปรกติแล้วพระก็ย่อมอยู่ด้วยความสงบในป่าในเขาลำเนาไพร บำเพ็ญศีลธรรมด้วยความระมัดระวัง มีความยิ้มแย้มแจ่มใสต่อองค์ศาสดาคือธรรมและวินัย เพราะธรรมวินัยนี้แลเป็นองค์แทนของศาสดา ได้มาเป็นพระพุทธเจ้าในหัวใจของพี่น้องทั้งหลายตลอดมา

(ต้องขออภัยการเทศน์นี้เทศน์ไปเรื่อย หลงลืมไปเรื่อย พูดไปๆ ขาดวรรคขาดตอนไป กรุณายึดเฉพาะธรรมะที่ต่อเนื่องไปในบทใดบาทใดเท่านั้น ส่วนที่ขาดหายไปก็ให้หายไปเสีย เพราะหลวงตาเวลานี้เทศน์บั้นแก่ ความหลงลืมคืบคลานเข้ามาทุกเวล่ำเวลา อย่างเทศน์เวลานี้ว่าจะเทศน์ให้สืบต่อเกี่ยวเนื่องกันไปก็เทศน์ไม่ได้ เดี๋ยวขาดวรรคขาดตอนต้องตั้งใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ ดังพี่น้องทั้งหลายเห็น และต่อไปนี้น่ากลัวจะเทศน์ไม่ได้เลย จะมีแต่ความหลงหน้าหลงหลังเท่านั้นละ ออกหน้าออกตา)

นี่ก็พูดถึงเรื่องเราเป็นลูกชาวพุทธ หลวงตาเองที่ได้เสียสละออกมาเพื่อพี่น้องทั้งหลายนี้ ดั้งเดิมไม่ได้ตั้งใจคิด และดำเนินแบบนี้มาเลย มีตั้งแต่การปฏิบัติศีลธรรมตามเพศของพระ อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญคุณงามความดีอยู่ตลอดมาในชีวิตของพระ อยู่ในกรอบของศีลของธรรมตลอดมา แต่ครั้นอยู่มาๆ การบำเพ็ญคุณงามความดีของเราก็บำเพ็ญไปเรื่อยๆ ผลที่ปรากฏขึ้นจากการบำเพ็ญความดีทั้งหลายจากพระพุทธศาสนาของเรา ก็ปรากฏเป็นที่เย็นจิตเย็นใจ สงบไปเรื่อยๆ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ละเอียดลออ จนเกิดความอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งเกิดความอัศจรรย์ในพระพุทธเจ้า ผู้ประทานพระโอวาทที่เลิศเลอนี้ให้แก่บรรดาสัตว์ทั้งหลายไม่ได้ ต้องระลึกถึงท่านตลอดเวลา

นี่เพราะผลแห่งงานที่เราบำเพ็ญตามทางเดินของท่าน ที่สอนไว้แล้วด้วยสวากขาตธรรม คือตรัสไว้ชอบแล้วๆ ผู้ดำเนินเดินตามนั้นก็มีทางที่ตักตวงเอามรรคผลเป็นขั้นๆ ขึ้นไป จนกระทั่งถึงธรรมอันสุดยอด ได้แก่ มรรค ผล นิพพาน จากศาสนธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นธรรมของศาสดาองค์เอกเรานี้ จึงเหมาะสมแล้วกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่เป็นชาวพุทธ อย่าได้ปล่อยวางในการจะยึดท่านเป็นหลักเป็นเกณฑ์ ในหน้าที่การงาน ความประพฤติ ให้ระลึกถึงท่านอยู่เสมอ ความผิด ถูก ชั่ว ดี จะได้ติดแนบขึ้นกับใจของเรา อะไรไม่ดีให้พากันงดกันละเว้น

ดังที่ปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลท่านทนไม่ไหว ท่านก็เลยต้องได้ตั้งขึ้นมาแบบเข้มงวดกวดขัน คือปราบปรามยาเสพย์ติด ยาเสพย์ติดนี้เป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อโลกไม่มีประมาณ ถ้ายาเสพย์ติดนี้ได้กระจายเข้าไปที่ไหน เช่น เข้ามาในเมืองไทยของเรา คนในเมืองไทยนี้แต่ก่อนชื่อว่าคนไทย ครั้นเวลาปล่อยตัวลงไปโดยลำดับ ต่างคนต่างมียาเสพย์ติดติดกระเป๋า ติดเนื้อติดตัว ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ อำนาจแห่งยาเสพย์ติดนี้แผ่กระจายตัวออกไป จนได้เลื่อนยศ จะเลื่อนขึ้นหรือเลื่อนลงนั้นให้ท่านทั้งหลายพิจารณาเอา เวลามันเลื่อน คือยศจากความเป็นคนไทย

เวลากินยาเสพย์ติดมาก ๆ เข้าไปแล้วมันก็เลื่อนยศลงไปเป็นหมาไทยทั้งบ้านทั้งเมืองทั่วประเทศ คนไทย ๖๒-๖๓ ล้านคน กลายเป็นหมาไทย ๖๒–๖๓ ล้านตัว แล้วยิ่งมีหมู หมา เป็ด ไก่ จะอยู่ตามบ้านตามเรือนมีมากเท่าไร กลายมาเป็นบริษัทบริวารของหมาไทยแห่งคนไทย ๖๒ ล้านคนไปแบบไม่รู้ตัว นี่ละความชั่วที่มันกลืนเข้ามา กลืนมนุษย์ทั้งชาติให้เป็นสัตว์ไปได้ แล้วกลืนหมาให้ลดลำดับลงยิ่งกว่าสัตว์ไปได้ นี่ละทางรัฐบาลท่านอุตส่าห์พยายาม ถ้าไม่ทำอย่างเด็ด เมืองไทยเรานี้จะขาดสะบั้นลงไปด้วยความฉิบหายวายปวง จะไม่มีศักดิ์ศรีดีงามติดอยู่ในเมืองไทยเราแม้คนเดียวเลย เพราะเป็นคนติดยาเสพย์ติดกันเสียทั้งหมด ก็กลายเป็นหมู เป็นหมา เป็นเป็ด เป็นไก่ เป็นสัตว์เดรัจฉานที่หาคุณค่าหาราคาไม่ได้กันทั้งประเทศ

นี่ละรัฐบาลที่ท่านทำตามสายทางแห่งธรรมแล้ว เห็นว่าเป็นความถูกต้องดีงาม ต้องระงับดับสิ่งเหล่านี้ลงไป ถ้าอยากจะให้ชาติไทยของเราเป็นผู้เป็นคน คงเส้นคงวาหนาแน่นอยู่แห่งมนุษย์ชาวไทยเราอย่างมีแบบมีฉบับแล้ว ต้องระงับดับ ปราบปรามสิ่งเหล่านี้ให้สิ้นซากลงไป คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ และคุณค่าแห่งคนไทยของเราจะได้เจริญรุ่งเรือง งามตางามใจ ไปที่ไหนมีแต่คนมีศีลมีธรรม มีความดีงาม เคารพฟังคำของกฎของระเบียบ กฎหมายบ้านเมือง และศีลธรรมทั่วหน้ากัน เมืองไทยเราก็เป็นเมืองมีกฎมีระเบียบ เป็นเมืองที่สวยงามทรงคุณค่าราคาไว้อย่างสูง

ผิดกับที่เราปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้สิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย เช่น ยาเสพย์ติดเข้ามาทำลาย กระจายกันไปหมดทั้งประเทศ กลายเป็นไฟทั้งกองไปหมดนี้เป็นไหน ๆ จึงได้เรียนให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายทราบ เรื่องการแก้ไขดัดแปลง หรือปราบปรามสิ่งที่เลวร้ายทั้งหลายจากตัวของเรา และจากส่วนรวม จนกระทั่งถึงจากประเทศไทยของเรา จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่หัวหน้าของประเทศ จะต้องได้คิดอ่านไตร่ตรอง เพื่อคนทั้งประเทศจะได้มีสารคุณอยู่เป็นสุข ๆ ทั่วหน้ากัน นี่ละเรื่องความชั่ว ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน อย่าไปคึกไปคะนองกับสิ่งชั่วช้าลามกทั้งหลาย ถ้าไม่อยากฉิบหายทั้งเป็น ทั้ง ๆ ที่ไม่ตายก็กลายเป็นคนมีแต่ลมหายใจอยู่แล้ว นี่คือความชั่ว เป็นความชั่วอย่างหนักหน่วง ไม่มีหยุดมีถอย ชั่วไปจนกระทั่งสิ้นลมหายใจก็คือยาบ้า ยาเสพย์ติดนี้แล ให้พากันระมัดระวังอย่างเข้มงวดกวดขัน เวลานี้รัฐบาลท่านก็เข้มงวดกวดขัน แต่เราจะไปหาว่าท่านทำรุนรงรุนแรง ขาดมนุษยธรรมอะไรอย่างนี้

คนที่มีมนุษยธรรมตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว ต่างคนต่างไม่ไปทำความชั่วอย่างนี้แล้ว มนุษยธรรมก็มีขึ้นมาเอง ไม่ต้องได้ใช้ความรุนแรงอะไรเลย แต่นี้มนุษย์มันดื้อทุกแง่ทุกมุม บอกว่าเป็นภัยเท่าไรก็ยังไม่ฟัง กฎหมายบ้านเมืองเป็นข้อบังคับ บังคับเท่าไรมันก็ไม่ฟัง ๆ มันก็จำเป็นจะต้องถึงขั้นรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้มหาภัยอย่างนี้ระงับดับตัวลงไป คนไทยของเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุข นี่แหละที่รัฐบาลท่านทำ ทางสายของธรรมแล้วหาที่ต้องติไม่ได้ว่ารุนแรง หรือไม่รุนแรงอะไรก็ตาม ทำไปตามเหตุการณ์ที่จะรักษาบ้านเมืองของเราให้คงเส้นคงวา สมกับว่าเป็นผู้นำ เป็นผู้ใหญ่ ในวงแห่งชาติของเรา นี่เรื่องใหญ่ที่สุดก็ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบไว้ ต่างคนต่างมีลูกเต้าหลานเหลน อย่าหลวมตัวลงไปนะ

ถ้าหลวมตัวลงไปแล้วยังไงก็ฉิบหาย โดยที่ว่าไม่มีผู้ใดมาปราบปรามเราเลย แต่ตัวของเราเองแต่ละราย ๆ นี้ปราบปรามตนเองให้ถึงขั้นล่มจมฉิบหายไปโดยไม่ต้องสงสัย จึงอย่าไปหวังพึ่งผู้อื่นจนเกินไป และอย่าไปตำหนิผู้ที่มาควบคุม และปราบปรามคนเลวร้ายทั้งหลายนั้นว่าไม่ดี ให้ถือว่าเรานี้แหละเป็นคนไม่ดี คนที่ดีอยู่แล้วท่านไม่ได้ปราบปราม ท่านปราบปรามแต่คนที่เป็นภัยต่อส่วนรวมเท่านั้น ความชั่วเป็นอย่างนี้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบตามนี้ นี่แผนของธรรม หรือแผนของพุทธศาสนา สอนไปตามความสัตย์ความจริง บอกว่าอย่าทำ สิ่งนี้คือความชั่วช้าลามก ท่านสอนได้เพียงเท่านั้น

จะไปบังคับบัญชาเขาไม่ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ หรือถือโทษถือกรรมอะไร เพราะโทษของเขามีอยู่แล้วก็ตาม ท่านไม่ทำ แต่เรื่องของชาติบ้านเมืองต้องมีทั้งพระเดช มีทั้งพระคุณ พระเดชถึงขั้นเด็ดต้องเด็ด ปราบปรามกันอย่างหนัก เพื่อรักษาส่วนใหญ่เอาไว้ ให้คงเส้นคงวาหนาแน่นตลอดไป ส่วนใดที่ไม่ดีให้ปราบปรามขับไสออกไป ส่วนดีจะได้คงเส้นคงวาหนาแน่นสืบทอดกันไปเรื่อย ๆ นี่ละที่ท่านทำ ท่านทำเพื่ออย่างนี้ ท่านไม่ได้ทำเพื่อจะประหัตประหารคนไทยทั้งชาติ ทั้งคนดีคนชั่วสับปนกันไป ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ และเราเป็นผู้มีอำนาจแล้วเที่ยวปราบปรามไปหมด อย่างนี้ไม่เคยมีในรัฐบาลใดๆ

แม้รัฐบาลปัจจุบันซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาปราบปรามความชั่วช้าลามก ที่กำลังเป็นภัยต่อชาติไทยของเราอยู่เวลานี้ ท่านก็ไม่ได้ปราบปรามคนดี ท่านปราบปรามคนชั่ว สิ่งที่ชั่ว ที่จะเป็นภัยต่อชาติของตนต่างหาก สมชื่อสมนามว่าท่านเป็นผู้รับผิดชอบในคนทั้งชาติ ท่านต้องทำให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย สมกับเขามอบความไว้วางใจให้ท่านเป็นผู้รักษาชีวิตจิตใจ ความดีงามของคนทั้งประเทศให้คงเส้นคงวาหนาแน่นต่อไป กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบ เรื่องคนดีคนชั่วมันก็แทรกเข้ามาในนั้นจนได้ เวลาท่านปราบถึงขั้นหนักก็หนัก ขั้นเบาก็เบา ผู้ที่จะคอยฉวยโอกาสทำลายคนดีที่ทำประโยชน์แก่ชาติ มันก็แทรกเข้ามา หาว่าทำรุนแรงอย่างนั้น ทำรุนแรงอย่างนี้

นี่คือคนที่แทรกเข้าไป เพื่อส่งเสริมคนชั่วให้มีหนาแน่นขึ้นไปโดยลำดับ กำจัดคนที่ทำประโยชน์แก่โลกให้ด้อยลงไป และขาดลงไป สุดท้ายบ้านเมืองของเราก็จมไปด้วยคนที่ว่ามีมนุษยธรรมนั้นแล เป็นผู้กินผู้กลืนเขาอย่างลึกลับอยู่ภายในนั้น อันนี้ก็กรุณาทราบไว้โดยทั่วกัน หลวงตานี้เป็นห่วงพี่น้องชาวไทยเราด้วยความยากความจนแล้วยังไม่แล้ว ยังเป็นห่วงเป็นใยที่ได้ทราบประจักษ์ใจมานานพอสมควร ว่าพี่น้องชาวไทยเรานี้ติดยาเสพย์ติดงอมแงม จะทำตนให้ฉิบหายวายปวงไปเป็นลำดับลำดา และกว้างขวางออกไปทุกวี่ทุกวัน จึงอดคิดอดอ่านไม่ได้

เมื่อถึงกาลเวลาที่จะพูดเรื่องความเสียหายเหล่านี้ก็พูดบ้าง เพื่อท่านรักษาชีวิตจิตใจ และคุณค่าของพี่น้องทั้งหลายไว้ด้วยการทรงตัวอยู่ด้วยข้อบังคับตัวเอง ในสิ่งที่ชั่วช้าลามกทั้งหลาย อย่าพากันไปหาญทำ จะเป็นการทำลายตนและส่วนรวม คือคนทั้งประเทศให้ฉิบหายไปตาม ๆ กัน ให้พากันระมัดระวังให้มากนะ ถ้าใครทำชั่วจะไปตำหนิรัฐบาลว่าท่านรุนแรงอย่างนี้ไม่ถูก ต้องไปตำหนิผู้ที่ทำชั่วนั้นแล เป็นความรุนแรงในตัวเองอยู่แล้ว ยังจะทำคนอื่นให้เสียหายอีกมากมาย การที่รัฐบาลทำงาน หรือปราบปรามเช่นนี้ เพื่อปราบปรามสิ่งชั่วช้าลามกทั้งหลาย ไม่ให้ลุกลามเข้ามาสู่ส่วนใหญ่แห่งสังคมของชาติไทยเราเท่านั้น จึงไม่มีอะไรเสียหาย เราที่รู้เนื้อรู้ตัวแต่บัดนี้ ขอให้ได้บอกลูกบอกหลานอย่าพากันหาญทำ จะเป็นความเสียหายแก่เรามากมายก่ายกองทีเดียว

วันนี้ได้พูดถึงเรื่องยาเสพย์ติดที่มาเกี่ยวโยงกันกับการช่วยชาติไทยของเรา โดยที่หลวงตาบัวมีความห่วงใยกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย แม้แต่ความเป็นอยู่ปูวายเราขัดข้องยุ่งเหยิงถึงขั้นจะล่มจมกันทั้งชาติ นี่ก็เป็นความห่วงใยมากอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังมาห่วงใยกับเรื่องยาเสพย์ติดที่เป็นตัวพิษตัวภัย ที่จะสังหารคนทั้งชาติ ทั้งเศรษฐีกุฎุมพีชั้นใดก็ตาม ถ้าลงยาเสพย์ติดได้เข้าถึงแล้วเป็นบ๋อยของยาเสพย์ติด ก่อสร้างความฉิบหายวายปวงให้หมดกันทั้งประเทศโดยไม่อาจสงสัย วันนี้จึงได้เตือนให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายทราบด้วยกัน

วันนี้ท่านทั้งหลายได้มาบำเพ็ญกองการมหากุศล คือสมบัติเงินทองที่ท่านทั้งหลายบริจาคมามากน้อยนี้ บริจาคมาด้วยความรักชาติ ด้วยความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน หลวงตาเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายในการรับบริจาคสมบัติเป็นส่วนรวมเข้ามาหาตัวเองนี้ หลวงตาก็เป็นที่แน่ใจตลอดมา ว่าไม่เคยมีความด่างพร้อยในสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมาแม้แต่บาทเดียวเลย เพราะหลวงตารับหรือบิณฑบาตกับพี่น้องทั้งหลายด้วยความเมตตาชาติไทยของเราล้วนๆ จึงไม่เหมาะสม อย่างยิ่งที่จะมาแบ่งสันปันส่วน เอาสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคเข้ามา

ด้วยเหตุนี้เองหลวงตาจึงทุ่มลงไปหมด บรรดาสมบัติเงินทอง เวลานี้ทองคำของเราก็ได้จำนวน ๕,๖๐๐ กว่ากิโลแล้ว หรือน้ำหนัก ๕ ตัน กับ ๖๐๐ กว่ากิโลแล้ว ส่วนดอลลาร์ได้ ๗ ล้าน ๓ แสนกว่าแล้ว นี่ที่เข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนเงินสดนั้นได้แยกเข้าไปซื้อทองคำ และดอลลาร์ เข้าสู่คลังหลวงเป็นจำนวนเงินสด ๙๔๑ ล้าน นี้ได้เข้าซื้อเรียบร้อย และเข้าสู่คลังหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนนอกจากนั้นที่เป็นเงินสด หลวงตาได้เสียสละเจียดไปในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยของเรา เริ่มต้นตั้งแต่คนทุกข์คนจน คนเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีเงินมีทองรักษาโรค หลวงตาอนุเคราะห์สงเคราะห์เต็มกำลังเรื่อยมา เช่นคนไข้นี้เขามาฝากเนื้อฝากตัวกับเรา ว่าเขาไม่มีเงินมีทอง หลวงตารับไว้หมดเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยกัน คือรับเป็นคนไข้ของเราร้อยเปอร์เซ็นต์

หมอก็ดี ยาก็ดี พยาบาลก็ดี ผู้บริการรักษาคนไข้คนนี้ก็ดี ให้เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้รักษาเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปด้วยกันหมด แล้วเวลาจ่าย จ่ายเท่าไรหลวงตาจ่ายเลย ๆ อย่างนี้เรื่อยมา นี่คือเงินสดของพี่น้องทั้งหลายนำมาบริจาค แล้วเฉลี่ยออกไปหาคนทุกข์คนจน ซึ่งสมควรที่จะสงเคราะห์อนุเคราะห์ได้มากน้อยเพียงไร เราก็สงเคราะห์เป็นคู่เคียงกันไปกับการช่วยคนไข้ในที่ต่าง ๆ เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นก็สร้างสถานสงเคราะห์หาประมาณไม่ได้ โรงร่ำโรงเรียน นี่ก็เช่นเดียวกันไม่ทราบว่ากี่สิบหลังๆ แล้วก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล เวลานี้ได้ ๒๐๐ กว่าโรงแล้ว ที่ช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ นับตั้งแต่เครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ชนิดต่างๆ ขึ้นมา เป็นรถเป็นรา ตึกของโรงพยาบาลแต่ละหลังๆ

บางทียังได้ซื้อที่ให้โรงพยาบาลอีก ควรจะแบ่งซื้อก็มี และควรจะซื้อทั้งหมด ยกให้โรงพยาบาลเลย เราก็เอาเงินจำนวนเหล่านี้แหละที่ไปช่วยโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนั้นก็ช่วยทางราชการ ทางราชการก็ไม่ย่อยเหมือนกัน คำว่าทางราชการนี่ก็หมายความว่าที่ทำงานของราชการ เช่น สถานีตำรวจ หรือสถานีรถไฟ ก้าวเข้าไปจนกระทั่งถึงเรือนจำลาดยาว ซึ่งส่วนมากมีแต่นักโทษหญิงกองกันอยู่นั้น หาที่หลับที่นอนไม่ได้ ประหนึ่งว่าเป็นขอนซุง นอนเกยกันทับกันเต็มไปหมด ไม่มีที่หลับนอน

ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็วิ่งมาหาเรา เราก็ติดตามไปดูสถานที่ว่าจำเป็นนั้นจำเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูก็ประจักษ์ตา จึงได้เปิดหัวอกพูดวาจาออกมาอย่างเต็มใจ ว่าจะช่วยเหลือเต็มกำลัง ซึ่งเวลานี้การตอบรับกันก็ได้ความว่า ตึกในเรือนจำลาดยาวนั้นเริ่มสร้างขึ้นแล้วสองหลัง หลังละสามชั้น ยาวและใหญ่ งบประมาณอย่างน้อย ๓๐ ล้านบาท นี่เริ่มขึ้นแล้ว เหล่านี้ล้วนแล้วตั้งแต่เงินของพี่น้องชาวไทยเราทั้งนั้น สำหรับหลวงตาเองนี้ไม่เคยแตะแม้สตางค์หนึ่งเลย ใครจะมาโฆษณาโจมตีหลวงตาขนาดไหนก็ตาม ว่าเงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมานั้น เอาเข้าไส้เข้าพุงของหลวงตาบัวหมด อย่างนี้ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว

การโฆษณาว่ากล่าวโจมตีจึงย้อนกลับเข้าไปหาตัวเอง ซึ่งเป็นตัวจอมโกหกไปเสียทั้งสิ้น ให้เป็นผู้รับบาปรับกรรมด้วยตัวเองแต่ผู้เดียว โดยหลวงตาไม่มีทางที่จะรับความโจมตีเหล่านั้นได้ เพราะหลวงตาซื่อสัตย์สุจริตต่อพี่น้องชาวไทยเต็มกับหัวใจของเราตลอดมา โดยที่เราไม่หวังเอาอะไรเลยนะ การช่วยพี่น้องทั้งหลายคราวนี้ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ด้วยความเมตตาเต็มหัวใจ จึงไม่มีอะไรที่จะหลุดลอยไปได้ หลวงตาเป็นผู้กำชับกำชา พิถีพิถันกับการเงินและการทองมาตลอดด้วยดี ไม่มีที่จะรั่วไหลแตกซึมไปไหนเลย จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายตายใจได้

คำนี้เป็นคำของหลวงตาบัวพูดกับท่านทั้งหลาย เป็นศีลเป็นธรรม เป็นความสัตย์ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีแง่มีงอนเล่ห์เหลี่ยมร้อยสันพันคมเหมือนภาษาของกิเลส ซึ่งเต็มไปด้วยความสกปรกรกรุงรัง หาเรื่องหาราวต่อคนที่เขาทำดีกลายเป็นการทำชั่วไปเสียอย่างนี้ไม่มี ในภาษาของหลวงตาบัวนี้ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก นี้เราช่วยชาติบ้านเมืองนี้เราไม่เคยแตะเงินของชาติด้วยความมัวหมอง หรือความไม่บริสุทธิ์ใจเราเลย แม้แต่บาทเดียวหลวงตาไม่เคยแตะ เงินทุกบาททุกสตางค์พี่น้องทั้งหลายบริจาคมาจึงเข้าในจุดรวม ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ จุดรวมมีกี่แขนง ๆ เข้าตามจุดนั้น ๆ ทั้งนั้นแหละ ขอให้ท่านทั้งหลายได้ทราบตามนี้

หลวงตาเรียนพี่น้องทั้งหลายตามความสัตย์ความจริงว่า หลวงตานี้พอทุกอย่างแล้ว นี่ผลแห่งการปฏิบัติศาสนาได้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบอยู่เวลานี้ เป็นผลแห่งการปฏิบัติตามพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นธรรมที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม ตรัสรู้ธรรมอันสุดยอดนี้แล พระสงฆ์สาวกตรัสรู้ธรรมก็คือตรัสรู้ธรรมอันสุดยอดนี้แล แล้วประกาศธรรมอันสุดยอดนี้แก่บรรดาสัตว์ทั้งหลาย ตามอุปนิสัยปัจจัยของตนที่จะบำเพ็ญได้มากน้อยเพียงไร ผู้ปฏิบัติก็ปฏิบัติเต็มกำลังความสามารถของตนเรื่อยมา การตักตวงเอามรรคเอาผลมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ จึงไม่ขาดเส้นขาดสาย ขาดวรรคขาดตอน เพราะได้บำเพ็ญความดีมาเรื่อย ๆ การตักตวงเอามรรคเอาผล ก็ต้องเคียงข้างกันมาจากเหตุคือการกระทำดีของตัว มีกำลังวังชามากน้อยเพียงไรผลได้รับเป็นที่พอใจ

ย่นเข้ามาหาหลวงตาบัวที่กำลังเทศนาว่าการสอนพี่น้องทั้งหลายอยู่เวลานี้ ถ้าท่านทั้งหลายเป็นลูกศิษย์ตถาคตด้วยความจริงจัง สมดังที่หลวงตาบัวนี้ถวายชีวิตต่อพระพุทธเจ้าได้โดยไม่มีเสียดายแล้ว คำพูดที่พูดออกมาให้พี่น้องทั้งหลายฟังวันนี้ จึงไม่มีคำพูดที่ว่าหลอกลวงต้มตุ๋นแม้เม็ดหินเม็ดทรายเลย เราถอดออกมาจากต้นเหตุคือการบำเพ็ญของเราโดยแท้ ผลก็เป็นไปโดยลำดับ ต้นเหตุก็คือการบวชเข้ามาพุทธศาสนา พยายามรักษาศีลรักษาธรรม ให้เป็นผู้อบอุ่นในศีลในธรรมของตนตลอดมา ชีวิตจิตใจเราฝากไว้กับธรรมกับวินัย ให้องค์ศาสดาปกครองเรื่อยมา เรากับองค์ศาสดาคือธรรมวินัยจึงติดแนบกันมา สร้างความอบอุ่นให้แก่เรา ศีลก็อบอุ่น

การบำเพ็ญธรรมเบื้องต้นก็ตะเกียกตะกาย จิตใจว้าวุ่นขุ่นมัวด้วยกิเลสทับถมโจมตีตลอด ธรรมก็ยกทัพใส่กันไปเรื่อย แพ้เพื่อเอาชนะๆ สู้ไม่ถอยๆ จิตใจที่มีความว้าวุ่นขุ่นมัวด้วยกองทัพกิเลสเผาหัวอกนั้นค่อยจางลงไปๆ ความสว่างไสว ความสงบของใจ ก็ปรากฏขึ้นจากจิตตภาวนา การสู้กิเลสไม่ถอยปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ ความสงบเย็นใจจากศาสนธรรมที่เราปฏิบัติตามแนวทางของท่าน ก็เป็นสมบัติของเราขึ้นมาประจักษ์ใจ คือมีความสงบเย็นใจ จากนั้นจิตก็เป็นสมาธิมีความแน่นหนามั่นคง อยู่ที่ไหนสบายไปหมดเลย อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรที่ไหน มีแต่ความอบอุ่นเย็นใจสบาย ประหนึ่งว่าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา ติดแนบกับหัวใจของเราที่มีสติปัญญาระมัดระวังปัดความชั่วออกอยู่เสมอ พระพุทธเจ้าก็สถิตอยู่ในหัวใจเราอย่างแน่นหนามั่นคงเรื่อยมา

จิตใจเมื่อสร้างความดีไม่หยุดไม่ถอยแล้ว ความดีย่อมเจริญขึ้น ๆ ความสงบมีความแน่นหนามั่นคงมากขึ้น สมาธิจิตใจกลายเป็นหินขึ้นมาภายในใจของเรา ซึ่งเคยวอกแวกคลอนแคลนมาแต่ก่อน แล้วกลับกลายเป็นหินภูเขาทั้งลูก ได้แก่ความแน่นหนามั่นคงของใจขึ้นมาประจักษ์ตัวเอง จากนั้นก็ก้าวออกทางด้านปัญญา ขอให้ท่านนักปฏิบัติทั้งหลายเป็นพระเป็นเจ้าที่ฟังเวลานี้ ถือไปเป็นคติได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เวลาสมาธิมีความสงบเย็นใจเป็นปากเป็นทางเป็นต้นทุนแล้ว ให้ก้าวออกทางด้านปัญญาพิจารณาคลี่คลาย เรื่องธาตุเรื่องขันธ์ เรื่องเป็น เรื่องตาย ซึ่งแบกหามกันอยู่ทั่วโลกดินแดน แต่ไม่มีใครมองเลย ก็คือธาตุคือขันธ์ของเรานี้แล

แล้วให้เราย้อนสติปัญญาเข้ามาพิจารณาเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ มีแต่กองอสุภะอสุภัง  ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา เต็มไปด้วยความทุกข์ความทรมานอยู่กับเราทุกท่านทุกคน พิจารณาแยกแยะออกไป จนกระทั่งจิตใจมีความสว่างกระจ่างแจ้งขึ้นมาๆ ปัญญาเมื่อได้ก้าวออกแล้วจะกว้างขวางมาก ไม่เหมือนสมาธิ สมาธิเหมือนน้ำเต็มแก้ว จะเป็นโอ่งใหญ่โอ่งเล็ก แก้วใหญ่แก้วเล็ก เมื่อน้ำเต็มแก้วแล้วอยู่แค่นั้น ไม่มากยิ่งกว่านั้นไป แต่ปัญญานี้ถ้ากิเลสไม่พังเสียเมื่อไรแล้ว ปัญญานี้จะกระจายออกไปประหนึ่งว่าเป็นน้ำล้นฝั่ง คือล้นหัวกิเลสนั้นแหละ ทับถมหัวกิเลสเรื่อยไป

เอากิเลสให้ขาดสะบั้นลงจากใจเป็นลำดับลำดา ตั้งแต่ปัญญาขั้นล้มลุกคลุกคลาน จนกระทั่งถึงปัญญามีความเฉลียวฉลาด ก้าวขึ้นสู่สติปัญญาอัตโนมัติ ฆ่ากิเลสแก้กิเลสไปโดยลำพังตนเอง โดยไม่มีใครมาบังคับบัญชาที่เรียกว่าความเพียรความพยายามเลย แต่กิเลสกับธรรมฟัดกันตลอดเวลา เข้าวงใน วงในคือหัวใจของเรานั้นแหละ ไม่ว่ายืน ว่าเดิน ว่านั่ง ว่านอน เมื่อความเพียรทางด้านสติปัญญาอัตโนมัติได้ปรากฏขึ้นแล้วนี้ ทางไปนิพพาน ความพ้นทุกข์นี้เปิดกว้างออก ๆ ทางที่จะเผาลนเราให้เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทับกันอยู่นี้เรียกว่าตีบตันเข้ามา ๆ

เพราะฉะนั้นผู้มีความเพียร สติปัญญาเป็นอัตโนมัติแล้วจึงเป็นผู้ที่เห็นภัยมากที่สุด มีแต่จะก้าวให้หลุดพ้นจากมหาภัย คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของกิเลสที่สร้างขึ้นมาโดยถ่ายเดียวเท่านั้น สติปัญญาเมื่อได้ก้าวถึงขั้นนี้ด้วยการอบรมตัวเองไม่หยุดไม่ถอย แล้วก็เชื่อมโยงเข้าไปถึงมหาสติมหาปัญญา มหาสติมหาปัญญานั้นซึมซาบไปหมดเลย ไม่ได้มีคลื่นเหมือนสติปัญญาอัตโนมัติ แต่เป็นสติปัญญาที่ซึมซาบกระจายไปหมด กิเลสอยู่ที่ไหนเผาไหม้ไปเรื่อย ๆ จนวาระสุดท้ายกิเลสที่มีอยู่ในหัวใจตั้งแต่ส่วนหยาบ ส่วนกลาง ถึงขั้นละเอียด ถูกสติปัญญาประเภทต่าง ๆ จนกระทั่งถึงมหาสติมหาปัญญาเผาไหม้แหลกละเอียดหมด

เมื่อสติปัญญาเผาไหม้กิเลสทุกประเภทได้แหลกละเอียด ไม่มีสิ่งใดเหลือแล้ว คำว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างเยี่ยมอย่างยอดยิ่งนั้น ก็ปรากฏขึ้นที่ใจของผู้บำเพ็ญนั้นแล จะไปหาที่ไหน นั่นแหละท่านว่าใจหมดแล้ว เรื่องงานการรบรากับกิเลส เรียกว่างานของพระ งานของผู้บำเพ็ญ เมื่อกิเลสสิ้นซากลงไปแล้วก็เรียกว่าหมดงาน หมดภัย ไม่มีภัย ทรงไว้ตั้งแต่บรมสุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ ใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันล้วน ๆ แล้วอยู่ไหนสบายหมด แสนสบาย ไม่มีอะไรที่ยิ่งไปกว่าจิตของท่านผู้บริสุทธิ์วิมุตติหลุดพ้นนี้เลย ไม่ว่าจะกัปใดกัลป์ใด เรียกว่านิพพานเที่ยง คือใจดวงนี้เที่ยงหมดแล้ว

สิ่งที่เป็นอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา นั้นคือเชื้อแห่งสมมุติ มันแทรกสิงภายในจิตใจ จึงทำให้จิตใจเอนไปเอียงมาตามขั้นหยาบและละเอียดของกิเลส เมื่อกิเลสได้สิ้นซากลงไปหมดแล้ว คำว่าอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ก็หมดไปโดยสิ้นเชิง นี้แลท่านผู้ทรงบรมสุขที่มาสอนโลกอยู่เวลานี้คือใคร คือพระพุทธเจ้าทรงธรรมอันเลิศเลอนี้แลมาสอนพวกเรา สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ คือพระสงฆ์สาวกที่เป็นอรหัตอรหันต์ ท่านก็ทรงธรรมประเภทนี้แลมาสอนพวกเราทั้งหลาย แล้วย่นเข้ามาถึงหลวงตาที่กำลังแสดงธรรมต่อพี่น้องทั้งหลายเวลานี้ ก็เข้าในข่ายอันเดียวกันนี้แล้วโดยไม่ต้องเสกสรร เป็นหลักธรรมชาติที่เข้าถึงเองด้วยการปฏิบัติของตน ประกาศจ้าขึ้นมาภายในจิตใจตั้งแต่ขณะนั้นแล้ว เราไม่ถามหานิพพาน

เรื่องทุกข์ก็ดับสนิทภายในจิตใจตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ และจะดับไปตลอด อนันตกาล เรียกว่านิพพานเที่ยง คือไม่มีทุกข์เข้ามาแฝงเลย นี่คือท่านผู้บำเพ็ญธรรม ได้ธรรมสมบูรณ์แบบเต็มหัวใจแล้วหมดทุกข์โดยสิ้นเชิง ได้แก่พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่าน แล้วธรรมเหล่านี้แลเป็นธรรมที่เคยกำจัดปราบปรามกิเลสตัวข้าศึกที่สร้างแต่กองทุกข์ให้สัตว์โลกอยู่ภายในจิตใจ หมุนไปภพนั้นภพนี้ ชาตินั้นชาตินี้ตลอดมา ฟาดลงให้สิ้นซากลงไปหมดแล้ว ทุกข์ไม่มีเหลือเลย ท่านจึงแสดงไว้ ย้ำเข้าอีกว่า ทุกฺขํ นตฺถิ อชาตสฺส ทุกข์ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด

ถ้ามีการเกิดอยู่แล้วความทุกข์มากน้อยจะติดตามการเกิดไป แม้จะไปเกิดสวรรค์ชั้นพรหมก็ยังมีความทุกข์ติดแนบไปไม่มากก็น้อย ตามขั้นภูมิแห่งบุคคลผู้มีบุญนั้นแล ต่อเมื่อกิเลสได้สิ้นซากไปหมดแล้ว อยู่ไหนก็เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยกัน เช่น อย่างอัตภาพยังมีชีวิตอยู่นี้ ท่านก็ทรงนิพพานอันเลิศเลออยู่ภายในใจของท่าน ส่วนธาตุส่วนขันธ์ยอมรับเหมือนโลกทั้งหลายที่ยอมรับกัน คือความทุกข์ ความเจ็บไข้ได้ป่วยปวดหัวตัวร้อน ที่เกิดความทุกข์ขึ้นมามากน้อยภายในร่างกายนั้น ท่านยอมรับว่าท่านก็เป็นทุกข์เหมือนกัน เป็นแต่เพียงว่าความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่สามารถที่จะซึมซาบเข้าไปทับถมจิตใจของท่านได้ เหมือนแต่ก่อนที่กิเลสยังมีฝังอยู่ภายในใจ

มีตั้งแต่เรื่องของธาตุของขันธ์ กินไป นอนไป หลับไป ตื่นไป ถ่ายไป เหมือนโลกเขาทั่วๆ ไป เวลามีชีวิตอยู่ท่านรับผิดชอบในธาตุในขันธ์ของท่านเพียงเท่านั้น ส่วนทุกข์ที่จะให้เข้าไปถึงใจท่านแล้วไม่มีตั้งแต่วันท่านตรัสรู้ หรือบรรลุธรรมถึงขั้นสุดยอดขึ้นมา นี่คือผลแห่งการปฏิบัติธรรม ศาสนธรรมของพระพุทธเจ้า คือตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน พร้อมเสมอที่จะแสดงผลให้แก่ผู้ปฏิบัติตามธรรมของท่านที่สอนไว้ด้วย สวากขาตธรรม คือตรัสไว้ชอบทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ขอให้พากันก้าวเดินเถิด เรื่องมรรค ผล นิพพาน เป็นสด ๆ ร้อน ๆ เช่นเดียวกับท่านแสดงไว้ว่า อกาลิโก ๆ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก คือว่า ผู้ปฏิบัติธรรมจะเป็นผู้รู้ผู้เห็นในผลของตนแต่ผู้เดียว แล้วธรรมนี้ไม่มีกาลสถานที่เวล่ำเวลาจะมาลบล้างทำลายได้เลย ผู้ทำนี้จะเป็นผู้ทรงมรรคทรงผลโดยสมบูรณ์ โดยที่ไม่มีอะไรจะมาคัดค้านต้านทาน หรือลบล้างได้เลย นี่เป็นสมบัติของเรา

ฉะนั้นขอให้ทุก ๆ ท่านได้ปฏิบัติตามศาสนธรรม ที่รับรองยืนยันไว้แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาจนกระทั่งบัดนี้ เป็นธรรมร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมที่จะแสดงผลให้แก่ผู้ปฏิบัติร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกันๆ ตลอดมา และถ้ามีผู้ปฏิบัติตามศาสนธรรมอยู่ตลอดไป ผลนี้จะแสดงตลอดไป เป็นมรรค ผล นิพพาน ตลอดไป นี่คือความจริงที่ธรรมพระพุทธเจ้าสอนไว้แล้วด้วยความแม่นยำ ส่วนที่กิเลสมันเป็นฝ่ายข้าศึกจะมาลบล้าง ว่าการทำบุญการกุศลใด ๆ ไม่มีผล ทำบาปไม่มีผล นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นี่เป็นคำโกหกหลอกลวงของกิเลส เราเป็นผู้ถือศาสดาองค์เอกเป็นสรณะ เราจะเชื่อพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ หรือจะเชื่อกิเลสตัวลบล้างเก่ง ๆ ว่ากิเลส สรณํ คจฺฉามิ ให้เลือกเอา

หลวงตาสอนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การเทศนาว่าการให้พี่น้องทั้งหลายฟังนี้ ถอดออกมาจากหัวใจมาสอนพี่น้องทั้งหลาย ว่าได้เต็มภูมิอรรถภูมิธรรมแล้ว ไม่มีบกบางตรงไหนเลยในหัวใจของเรา ไม่ว่ามรรคว่าผลในธรรมขั้นใด เราปฏิบัติเต็มความสามารถของเรา ผลก็ได้มาอย่างภาคภูมิใจ หาที่ต้องติเหตุว่าทำหนักแต่ผลได้เบา ๆ อย่างนี้ไม่เคยมี เหตุหนักคือการบำเพ็ญหนัก ผลก็ได้หนักได้มาก จนกระทั่งทะลุหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงโดยชอบธรรม จึงได้นำธรรมนี้มาประกาศแก่โลกทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้นำมาได้ ๕ ปีนี้แล้ว

แต่ก่อนหลวงตาก็ไม่เคยจะออกแนะนำสั่งสอนเช่นนี้ แต่เพราะความกระทบกระเทือนเนื่องจากเราเป็นชาติไทย พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นคนไทย ทั่วทั้งประเทศเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อความทุกข์ ความจน ที่จะพาเราลงทะเลให้จมไปด้วยกันหมด มันกระเทือนคนเราทั้งประเทศ เราเป็นลูกคนไทย แม้เป็นพระก็เป็นพระคนไทย เราจึงอยู่ไม่ได้ นี่ละเป็นเหตุที่ประกาศตนออกนำพี่น้องทั้งหลายจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ขอให้เป็นที่แน่ใจว่าหลวงตานี้ไม่เคยมาโกหกพี่น้องทั้งหลาย เพราะการปฏิบัติตัวเองก็ไม่เคยโกหกตัวเอง ปฏิบัติอย่างไรเอาจริงเอาจัง ว่าเป็นเป็น ว่าตายตาย เราไม่มีคำว่าย่อหย่อนอ่อนกำลังแต่อย่างใด

จนกระทั่งถึงขั้นพอแล้วทุกอย่าง เป็นที่พอใจ น้ำตาร่วงลงบนภูเขาจังหวัดสกลนคร หลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ ตั้งแต่บัดนั้นมานี้เป็นเวลาได้ ๕๔ ปีนี้แล้ว ตั้งแต่กิเลสพังทลายลงไป ชมธรรมอัศจรรย์ล้นโลกล้นสงสารขึ้นในขณะนั้นแล้ว จนกระทั่งถึงขณะนี้เราไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงในหัวใจของเรา ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้สงสัย แต่มันก็ประจักษ์อย่างนั้นเรื่อยมา ธรรมเหล่านี้เป็นความจริงได้ไหม พี่น้องทั้งหลายฟังที่เป็นชาวพุทธด้วยกัน เป็นความจริงได้ไหม หรือว่าเป็นธรรมที่หลวงตามาหลอกลวง หลวงตาอุตส่าห์พยายามปฏิบัติมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย แทบเป็นแทบตายในบางครั้ง ถึงจะไม่สลบก็เฉียดสลบ แม้จะไม่สลบก็ตามถึงขั้นตายหลวงตาสละได้เลย เอาตายก็ตาย ตายเพื่ออรรถเพื่อธรรมเราพอใจตายทั้งนั้น นี่ถึงขนาดนี้การปฏิบัติธรรม

การปฏิบัติมาก็ทำอย่างนี้ จึงพูดตามความสัตย์ความจริง นั่งภาวนาฟาดจนกระทั่งก้นแตกเลอะไปหมด นี่เคยมีไหมล่ะฟังซิ พวกเรามันมีแต่หมอนแตกเสื่อขาด นั่งไม่หยุด นอนไม่หยุด หมอนก็แตก เสื่อก็ขาดไปทั้งนั้น ส่วนมากมีอย่างนี้ด้วยกัน นี้ได้พยายาม จะว่าแหวกแนวประชาชนทั่วโลกไปก็ได้ เรานั่งเสียจนกระทั่งก้นแตกทีเดียว เพราะไม่นั่งคืนหนึ่งคืนเดียว ฟาดถึง ๙ คืน ๑๐ คืน เว้นคืนหนึ่งสองคืนแล้วนั่งๆ ทีแรกมันก็ออกร้อน ครั้นต่อมามันก็พองก้นของเรา จากพองแล้วก็แตก จากแตกแล้วก็เลอะ ไม่หยุดไม่ถอย ฟาดจนกระทั่งสรุปความลงเลยว่า เอาจนกิเลสแตกแล้วพอใจ ก้นแตกมันหายได้ไม่เป็นไร กิเลสแตกให้มันตายไปเลย เราทรงบรมสุขไว้เป็นที่พอใจ

นี่ธรรมทั้งหลายที่เราได้บำเพ็ญมานี้ จนกระทั่งไปบางแห่งชาวบ้านเขาแตกบ้านมาดูเรา เขาว่าเราตายแล้วก็มี เพราะไม่ขบไม่ฉันกี่วันก็ตาม นี่ฟัดกับกิเลส เอาจนกระทั่งเขาแตกบ้านมาดู มาดูเพราะอะไร นึกว่าท่านตายแล้ว เขาว่าอย่างงั้นเพราะอะไร เพราะเราไม่ฉันจังหัน นาน ๆ จะด้อม ๆ ไปฉันสักทีหนึ่งวันหนึ่งแล้วหายเงียบ ๆ ส่วนฟัดกับกิเลสนี้ไม่มีถอยๆ เพราะต้องการหรือมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าว่า เกิดมาในชาตินี้ขอให้ได้เป็นพระอรหันต์ในชาตินี้ หลังจากได้ฟังธรรมะหลวงปู่มั่นแล้ว กระแสของจิตต่อความมุ่งมั่นสุดขีดเลยทีเดียว ต้องให้เป็นพระอรหันต์เท่านั้น ไม่เป็นอรหันต์เอาตายก็ตาย มันเสียชาติเฉย ๆ ไม่เป็นไร นั่นละที่เอาอย่างหนักอย่างหน่วง จนกระทั่งเขาแตกบ้านมาดู เขาว่าเราตายแล้ว มันก็ไม่ตายอย่างนี้ เป็นยังไงนี่เป็นคำมาโกหกพี่น้องทั้งหลายเหรอ พิจารณาซิ

ถ้าเป็นความเชื่อถือแล้วให้เชื่อธรรมของพระพุทธเจ้า ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป ตกนรกอเวจีเพราะการสร้างบาป ไปสวรรค์ชั้นพรหมและนิพพานไปได้เพราะการสร้างบุญสร้างกุศล ให้พากันคัดเลือกตัวเองด้วยดี อย่ากิน อย่านอน อย่าหลับอยู่เฉย ๆ ไม่เกิดประโยชน์ เกิดมาก็ไม่มีความแน่ใจว่าเราได้สร้างบุญหรือสร้างบาป ส่วนมากมีแต่บาปเต็มตัว ๆ ตายแล้วก็จมลงในนรกนี้เป็นที่แน่ใจ ส่วนคุณงามความดีที่เราจะพอเป็นที่มั่นใจให้เราได้เกาะได้ยึดเพื่อพ้นภัยไปเป็นลำดับ ได้เสวยความสุขจากบุญกุศลของเรานี้มันไม่ค่อยมี ให้พิจารณาชั่งตัวเองเสียตั้งแต่บัดนี้

ตายแล้วจะนิมนต์พระมา กุสลา ธฺมมา กุสลา ธมฺมา ถ้าให้หลวงตาบัวมา กุสลา ธมฺมา หลวงตาบัวก็จะมองดูกล้วยหอมกล้วยไข่เสียก่อนถึงจะมา ถ้าไม่มีกล้วยหอมกล้วยไข่ไม่ไป ว่างี้เลย เราไม่ว่าง ไม่ว่างอะไร มันไม่มีกล้วยหอมมันก็ไม่ว่างล่ะซิ เห็นกล้วยหอมกล้วยไข่แล้วก็มา กุสลา ธมฺมา กุสลา ธมฺมา กล้วยหอมอยู่ที่ไหนนา ไม่ถามหาคนที่มันสร้างแต่บาป ตายลงไปแล้วไปกุสลาหาบุญที่ตรงไหน เวลามีชีวิตอยู่มันก็ไม่สนใจกับบุญ ตายแล้วจะเอาบุญไปยัดใส่มันได้ยังไง เพราะฉะนั้นจึงไม่ไปกุสลาคนที่หนักในบาปในกรรม เมื่อเราเป็นผู้หนักแน่นในบุญในกุศล ตายแล้วพระกุสลาหรือไม่กุสลาไม่สำคัญ สำคัญที่ความแน่ใจของเรา อันนี้เป็นความแน่ใจมากทีเดียว ประจักษ์

พูดยัน ๆ เลย อย่างเวลานี้เทศน์สอนพี่น้องทั้งหลายอยู่เวลานี้ หลวงตาโกหกหรือไม่โกหกท่านทั้งหลายฟังเอานะ หลวงตาบัวนี้เวลาตายนะ ได้ประกาศไว้แล้วมาเป็นเวลาหลายปีต่อหลายปีแล้วว่า เวลาหลวงตาบัวตายนี้อย่านิมนต์พระมากุสลานะ กุสลา ธมฺมา ให้ยุ่งเหยิงวุ่นวาย เป็นประเพณีไปกันเฉย ๆ ลอย ๆ ไม่มีหลักมีเกณฑ์ อันนี้เราทำโดยหลักเกณฑ์ ตายก็ตายโดยมีหลักเกณฑ์ เราตายด้วยความบริสุทธิ์ใจของเรา แล้วอะไรจะมาหนุนเราให้ยิ่งกว่านี้ไปอีก เลยนิพพานไปไม่มี จิตใจถึงแล้วซึ่งนิพพานเป็นเวลาตั้งแต่ ๒๔๙๓ มาจนกระทั่งถึงเวลานี้แล้ว กุสลาไหนที่จะมาโยกย้ายเราออกจากนิพพาน

เหมือนเขาย้ายนายอำเภอ เช่น ย้ายนายอำเภอเรามาจากนราธิวาสมาอยู่สุวรรณคูหา ย้ายได้ ทางโลกเขาทำได้อย่างงั้น ส่วนทางธรรมเมื่อถึงขั้นนี้แล้วย้ายไปไหนก็ย้ายไปเถอะ ไม่มีความจะเคลื่อนไหวไปมา ไม่เช่นนั้นไม่เรียกว่านิพพานเที่ยง นิพพานเที่ยงเที่ยงตรง ย้ายไปไหนไม่ได้เลย พอเหมาะพอดีเรียบร้อยแล้ว นี่ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ท่านทั้งหลายเคยได้ฟังไหม หลวงตาได้ปฏิบัติตนมาถึงเวลานี้ และเป็นชีวิตแห่งการบวชนี้กำลังจะก้าวเข้า ๗๐ ปี ฟังซินานไหม ยังจะถึง ๗๐ ปีประมาณสักสี่ห้าเดือนก็ครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์

นี่ปฏิบัติศีลธรรมมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งป่านนี้เป็นยังไง แล้วมาโกหกท่านทั้งหลายไหม ก็เราปฏิบัติตามธรรม ท่านทั้งหลายเชื่อธรรมให้ยึดเป็นหลักเป็นเกณฑ์ เป็นสักขีพยานไว้ ให้ทำคุณงามความดี อย่าลดละท้อถอย ความดีจะพาคนไปสวรรค์นิพพานให้หลุดพ้นไปได้ตามทางของศาสดาที่สอนไว้อย่างแน่นอน ทางชั่วนั้นคนทำชั่วจะไปนรก ใครจะมาลบล้างว่านรกไม่มีก็ตาม ตัวเองนั้นแลจะสร้างนรกขึ้นภายในใจตัวเอง ตายแล้วไปจมในนรก ใครลบล้างไม่ได้ว่านรกไม่มี ก็มีแต่ลมปากเท่านั้นหลอกลวงโลก

เราให้เชื่อธรรมพระพุทธเจ้า ถ้าเชื่อกิเลสแล้วผิดพลาดไปทั้งนั้น เพราะกิเลสกับธรรมเป็นข้าศึกกัน กิเลสเป็นฝ่ายหลอกลวงต้มตุ๋น จะหาความจริงมาพูดไม่มี มีตั้งแต่ความหลอกลวง  ส่วนธรรมจะหาความหลอกลวงไม่มี มีแต่ความจริงล้วน ๆ นี่ธรรมพระพุทธเจ้าท่านก็สอนไว้แล้วด้วยหลักความจริง ว่าบาปมี บุญมี นรกมี สวรรค์มี พรหมโลกมี นิพพานมี เปรตผีประเภทต่าง ๆ ทั่วแดนโลกธาตุนี้มี เราจะลบล้างได้ยังไง พระพุทธเจ้าองค์ไหนตรัสรู้ก็มาบอกแบบเดียวกัน ไม่มาลบล้างได้นี่นะ เราจะไปเก่งมาจากไหน เก่งกว่าพระพุทธเจ้า มาลบล้างสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ออกให้หมดอย่างนี้ไม่เคยมี ให้เชื่อพระพุทธเจ้าเราทั้งหลายจะมีความสุขความเจริญ อยู่ในโลกนี้ให้พากันสร้างนะ

การทำบุญให้ทานอย่าพากันตระหนี่ถี่เหนียว ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นเรื่องของกิเลส ความเห็นแก่ตัว ตายลงไปแล้วมีหอปราสาทราชมณเฑียรกี่ห้องกี่หับก็ไม่เห็นเอาไปได้นะ ทิ้งไว้อย่างงั้นเป็นอิฐ เป็นปูน เป็นหิน เป็นทราย เกลื่อนอยู่ทั่วโลกดินแดน ไม่เห็นอะไรไปติดตามผู้นั้นเลย ผู้สร้างบุญสร้างกุศล บุญกุศลนั้นแลพาไป พระพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวก ตลอดสาธุชนผู้ทำความดีงามทั้งหลาย ตายแล้วไม่เห็นท่านเอาหอปราสาทราชมณเฑียรนี้ไป แต่ก็ไม่เห็นท่านจนตรอกจนมุมว่าท่านไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ ท่านไปแล้วไม่มีที่พักที่อยู่ นิพพานไม่มี สวรรค์ไม่มี ไม่เคยมี บรรจุเต็มเอี๊ยด ๆ อยู่เหมือนกันหมด เพราะอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมของตนนั้นแล ให้สร้างบุญสร้างกุศล

การกุศลนี้เป็นทั้งประโยชน์ในปัจจุบัน ทั้งอนาคต เป็นประโยชน์ในปัจจุบันก็คือ ผู้ใดมีความกว้างขวางเบิกบานจิตใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีเมตตาเห็นอกเห็นใจต่อกันและกันแล้ว สงเคราะห์สงหากันได้ ช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงไร ก็ช่วยเหลือกันไปเต็มกำลังความสามารถ มีความอะลุ้มอล่วยต่อกัน มีความเมตตาสงสารกัน ผู้ใหญ่ผู้น้อยเมื่อได้รับสงเคราะห์จากกันแล้วสนิทกันได้ทันที แม้แต่เด็กเรายื่นขนมให้มันก้อนหนึ่งนี้มันยังมองดูหน้าเรา มันพอใจในเราเห็นไหม เรายื่นอาหารให้หมา พอหมาได้เห็นขนมจากมือเราแล้ว มันก็มองดูหน้าเรา กระดิกหางดิก ๆ ๆ เป็นยังไงเขาดีใจไหม

นี่ละความกว้างขวาง ความมีเมตตาจิตเฉลี่ยเผื่อแผ่ด้วยการให้ทาน ส่งไปทางไหน กว้างขวางไปนั้นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที รับกันทันทีเลย แต่ความตระหนี่ถี่เหนียวไปที่ไหนตีบตันอั้นตู้นี้ไม่ค่อยอยากพบนะ ถึงจะเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม ตายแล้วคนที่ไปเผาศพไม่ค่อยมีมากนะ มีเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ  มาด้วยความเกรงอกเกรงใจ มาเป็นหลักประเพณีเท่านั้น ไม่ได้มาด้วยความเต็มอกเต็มใจ เหมือนบุคคลที่มีความกว้างขวาง ดูดดื่มภายในจิตใจแก่หัวใจคนอื่นนะ ผิดกันมาก นี่ละการให้ทานอย่าปล่อยวาง เราเป็นคนทุกข์ เราไม่ได้เป็นเศรษฐี เราก็ให้ทานตามกำลังแห่งความทุกข์ของเรา

เราเป็นชาวบ้านชาวเมืองทุคตะเข็ญใจ ให้แบบทุคตะเข็ญใจดีกว่าพวกเศรษฐีตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เคยให้ทานเลยเป็นไหน ๆ เอานี้ไปแข่งเศรษฐีนะ เศรษฐีไม่เคยให้ทาน มีแต่ความตระหนี่เต็มตัว เรามีแต่การให้ทาน มีมากมีน้อยแบ่งสันปันส่วน อันนี้แบ่งไว้สำหรับกิน อันนี้แบ่งไว้สำหรับทาน อันนี้แบ่งไว้สำหรับโรคภัยไข้เจ็บ ปวดหัวตัวร้อนจะได้มีเงินมีทองเยียวยารักษา ให้แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน แต่ที่ห้ามขาดเลยว่าอย่าแบ่งไปให้แม่อีหนูอยู่ลับ ๆ ไม่ได้นะ แม่อีหนูข้างหลังนี้ฟาดเอาหน้าแตกนะ อย่าว่าไม่บอก หลวงตาต้องบอกอย่างตรงไปตรงมา แบ่งไปให้อีหนู แบ่งไปให้ไอ้หนู มาขอเช้าขอเย็นไม่ได้นะ อันนี้พวกหน้าแตกทั้งนั้น แบ่งอย่างนี้ห้ามขาดเลยนะ ให้แบ่งไปทางศีลทางธรรม อันนั้นไม่ได้แบ่งเป็นทางศีลทางธรรม แบ่งให้ไฟนรกอเวจีมาเผาหัวครอบครัวตัวเอง ให้พากันจำไว้ทุกผู้ทุกคนนะ

การรักษาศีลก็ควรจะรักษาบ้างนะพี่น้องทั้งหลาย เฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้โลกเรามันกำเริบเสิบสานด้วยกามราคะ กำเริบเอาเสียจริงๆ เหมือนหนึ่งว่าไม่เคยเกิดมาพบกับสิ่งเหล่านี้เลย ทั้ง ๆ ที่กามกิเลส ราคะตัณหามีเต็มบ้านเต็มเมืองมาตั้งกัปตั้งกัลป์ น่าจะมีความเคยชินกับมันแล้วสงวนรักษาไว้แต่ความพอดิบพอดี ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมลืมเนื้อลืมตัวเหมือนอย่างทุกวันนี้จนเกินไป ทุกวันนี้มันเกินไปนะ เอะอะมีแต่คอยอวดราคะตัณหา หญิงอวดชาย ชายอวดหญิง อวดไปทุกแห่ง กิเลสตัวนี้เก่งมากนะ หาแต่อวด

อยากให้เขาว่าสดสวยงดงาม ให้เขามองดูแพล็บหนึ่งก็เอา ผู้ชายมองแพล็บหนึ่ง แหม หญิงคนนี้สวยงามนะ แต่งตัวสวยงามมาก สวยงามบ้ามันอะไร มันปล่อยหีมันนั่นน่ะเห็นไหม นุ่งกางเกงล่อนจ้อน ๆ มาเห็นหมด ทั้งลิงทั้งตัวเก่า ตัวใหม่ ตัวแก่ ตัวอ่อน เห็นหมด นี่หรือมันสวยงาม ถ้าอย่างงั้นก็ปลดออกไปแข่งหมาดูซิเป็นยังไง หมาเขาไม่นุ่งซิ่นนุ่งผ้าเขาก็เป็นหมาเต็มตัว แล้วทำยังไง เราก็เป็นมนุษย์เหมือนโลกทั้งหลาย ทำไมเราไปแต่งตัวอย่างนั้น ประเจิดประเจ้อดูไม่ได้ นี่คือกิเลสมันอวดตัวของมัน มันจะสกปรกรกรุงรังขนาดไหนในร่างกายของคนแต่ละคน  เอาสิ่งปกปิดกำบังหลอกลวงไว้ว่าแต่งเนื้อแต่งตัวสวยงาม แหม สวยนะหญิงคนนี้ สวยงามอะไรถังขี้เข้าใจไหม

ไม่ว่าผู้ชายผู้หญิงมันถังขี้ด้วยกัน เอามาปกปิดกันไว้พอได้ดูกันได้ในวงมนุษย์ ที่มีความรู้สูงกว่าสัตว์เพียงเท่านั้น แล้วก็เป็นบ้ากับความแต่งเนื้อแต่งตัว เสียไปเท่าไรไม่ว่านะ อันนั้นเขาแต่งตัวฉูดฉาดสวยงามมาก นี้พึ่งตกมานะอันนี้ เอารีบ แล้วมีชุดเดียวสองชุด มีครั้งเดียวสองครั้งต่อไปนี้จะหมด พวกนั้นหลอกทางนี้ก็ขยับใหญ่ ลิงต่อลิงขยับกัน ลิงอันหนึ่งก็ขยับขาย ลิงอันหนึ่งขยับเอา มาหลอกกันทั่วโลกดินแดน เมื่อเป็นอย่างงั้นแล้วเงินหาเท่าไรก็ไม่พอ จิตใจก็ดีดก็ดิ้นเป็นบ้ากันทั้งชาติไทยของเรา เมืองพุทธเลยไม่มีเหลือ

เราดูซีเมืองพุทธแต่งตัวสดสวยงดงาม พอดิบพอดี ผู้หญิงเมืองไทยเราเขานุ่งกันอย่างไรมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย นุ่งผ้านุ่งซิ่นสวยงามตานะ มองแล้วงามตางามใจ สงบร่มเย็นเป็นมงคล น่าเคารพกราบไหว้กัน ที่แต่งตัวขึ้นมาแบบสมัยทุกวันนี้เป็นยังไงดูไม่ได้นะ มันต่างกันอย่างนี้ นี่กิเลสมันแฝงเข้ามาอย่างนี้ จึงเตือนบรรดาพี่น้องทั้งหลายอย่าลืมตัวจนเกินไป ถ้าไม่อยากให้ไฟนรกเผาทั้งเป็น ๆ ทั้งเขา ทั้งเรา ครอบครัวเหย้าเรือนถูกไฟเผาไปหมด แล้วให้เว้นสิ่งเหล่านี้ ให้อยู่ในความพอดิบพอดี ศีลธรรมท่านสอนไว้พอดิบพอดี ทำไมเราเตลิดเปิดเปิง เราได้ความรู้ความวิเศษมาจากไหน แล้วก็มาร้อนยิ่งกว่าฟืนกว่าไฟเสียอีก นี้หรือของดี ให้พากันพิจารณาทุกผู้ทุกคนนะ

วันนี้เทศน์ไปเทศน์มาก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังธรรมอย่างนี้แล้ว หลวงตาก็เคยได้เทศนาว่าการมาเป็นเวลา ๕ ปีนี้แล้วทั่วประเทศไทย ไม่ทราบว่ากี่กัณฑ์ ๆ ละเทศน์มานี้มากต่อมาก ภูมิเดิมของหลวงตาถ้าไม่บอกท่านทั้งหลาย ก็จะบอกว่าหลวงตานี้หยิ่ง เหมือนหนึ่งว่าความรู้อยู่กับจรวดดาวเทียม คือมันสูงมากต่อมาก แต่หลวงตาจะพูดภูมิเดิมให้พี่น้องทั้งหลายฟัง หลวงตานี้เรียนจบ ป.๓ เท่านั้น หลวงตาบัวนี้เรียนจบชั้นประถม ๓ แล้วออกเลย ครูหมดภูมิว่างั้นเถอะน่ะ เพราะไม่มี ป.๔ แต่ก่อน จากนั้นก็มาเรื่อย ๆ อย่างนี้ จนกระทั่งเทศน์ไม่รู้จักยับจักยั้งตลอดเวลามา อย่างน้อยเป็นเวลา ๕ ปีนี้แล้ว แล้วก็จะเอาอะไรมาเทศนาว่าการให้พี่น้องทั้งหลายฟังต่อไป

จึงสมควรแล้ว วันนี้ขอยุติ แล้วกำลังวังชาก็หมด ความรู้วิชาก็หมดไปตามๆ กัน งัดดูในท้องด้านนี้ก็ไม่มี งัดด้านนี้ก็ไม่มี ต้องได้ไปหาคิดค้นมาใหม่ถึงจะมาเทศน์สอนพี่น้องทั้งหลายต่อไปอีก ถ้าหากว่าไม่มีอะไรที่จะสอนเลยแล้วมันก็จนตรอก แต่หลวงตาไม่จนตรอกง่ายๆ นะ หลวงตาบัวจะจนตรอกได้ยังไง หลวงตากับเณรน้อยไม่จนตรอกเป็นยังไง หลวงตาถูกเขานิมนต์ไปเทศน์ในงานเขา แล้ววิ่งมาหาเณร เณรเป็นยังไง วันนี้เขานิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์ แล้วจะเอาอะไรเทศน์ให้เขาฟัง ทางเณรก็ว่า อู๊ย หลวงตาจะไปคิดทุกข์คิดยากอีหยัง เดี๋ยวข้าน้อยจะบอกตามหลัง เณรก็พาไป เดินไปข้างทางไปเจอนกทามันกำลังขันอยู่สองข้างทาง ตั๊กก้อ ๆ ๆ หลวงตาถาม แม่นหยังเณร ตั๊กก้อ ๆ อ๋อ ตั๊กก้อ ๆ มันแม่นนกทา เอาจำไว้นะ

พอดีเดินไปกลางทางไปเห็นไก่ป่ามันบินผ่านทางมา นี่มันแม่นหยังเณร อ๋อ นี่บินไปมาเขาเรียกไก่ป่า ทีนี้ก็ท่องแล้ว ตั๊กก้อ ๆ มันแม่นนกทา บินไปมามันแม่นไก่ป่า ทีนี้ไปอีกก็เห็นนกเขียนบินผ่านฟ้าสูงๆ นี่มันหยังเณรสูงๆ น่ะ อ๋อ บินผ่านฟ้ามันแม่นนกเขียน อ๋อ ได้ ๓ กัณฑ์แล้ว ตั๊กก้อๆ มันแม่นนกทา บินไปมามันแม่นไก่ป่า บินผ่านฟ้ามันแม่นนกเขียน เอ้าได้แล้ว พอขึ้นเทศน์ก็ว่า ตั๊กก้อๆ มันแม่นนกทา นั่นเห็นไหมหลวงตาจนตรอกเมื่อไร บินไปมามันแม่นไก่ป่า บินผ่านฟ้ามันแม่นนกเขียน เหลียวไปข้างหน้าบ่อนงานเขาเห็นกล้วยละซีที่นี่นะ เห็นกล้วยเขาเหลืองอร่ามอยู่ในงานของเขาก็เลยว่า ใครทานกล้วยซวยลง ๆ ใครทานถุงชักกะโยงขึ้นฟ้า

เขาก็ลากกล้วยหนีละซีที่นี่ เอาถุงออกมาจะถวายถุงกับหลวงตา เพราะหลวงตาว่าใครทานถุงชักกะโยงขึ้นฟ้า ใครทานกล้วยซวยลง ๆ เขาก็เอากล้วยหนี โอ๋ กล้วยน้ำว้ากล้วยหอมไม่เป็นไรแหละ มันบ่เป็นหยัง มันเป็นแต่ซังแต่กล้วยตีบน้อย เขาเอากล้วยตีบน้อยมาถวาย เขาก็ไปขนเอากล้วยน้ำว้าอยู่นำกันนั่นแหละเอามาไว้ข้างหน้าแล้วเอากล้วยตีบน้อยขนหนีหมด หลวงตาก็ได้ทั้งถุงทั้งกล้วยน้ำว้าทั้งกล้วยไข่กล้วยง้าวกล้วยหอมหมด เห็นไหมจนตรอกไหมหลวงตา ได้กล้วยตั้งหลายเครือมาแล้วก็ถุง ดีไม่ดีหลวงตาบัวยังสู้หลวงตานั่นไม่ได้อีก หลวงตาบ่ได้ถุง กล้วยง้าวกล้วยจะมีหรือบ่มีหลวงตาบ่สนใจ มีแต่ตั๊กก้อๆ ไปเรื่อย เอาละนะพอดีแล้ว

เทศน์วันนี้ก็รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อย ให้ท่านทั้งหลายเอาไปประพฤติปฏิบัติ วันนี้มีเทศน์ตั๊กก้อๆ ด้วย เทศน์ธรรมดาด้วย ท่านทั้งหลายกลับไปบ้านไปเรือนแล้วก็ให้พากันปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ให้มีศีลมีธรรมนะ อย่าเพลิดเพลินรื่นเริงไปตั้งแต่ความชั่วช้าลามกจนเคยต่อนิสัย หักห้ามไม่อยู่ไม่ดีเลยนะ อยู่ในโลกกับเขาก็ขวางตาของผู้มีศีลมีธรรมทั้งหลาย ครั้นเวลาตายไปแล้วก็ไปขวางอยู่ในเมืองผีอีก ไม่เป็นของดีนะ เทศน์ไปนาน ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยเข้า ๆ ขอสรุปธรรมเท่านั้น จึงขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก