ยาเสพย์ติดเป็นภัยอย่างเดียว
วันที่ 13 มิถุนายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ยาเสพย์ติดเป็นภัยอย่างเดียว

ผู้ว่าฯ : นักโทษหญิงข้อหาค้ายาเสพย์ติดในเรือนจำอุดรมี ๙๒% หนองบัวลำภู ๙๕% ครับ ไม่ทราบผัวผลักเมียให้ไปรับหรือเปล่า

หลวงตา : ไม่ใช่เรื่องเล่นนะยาเสพย์ติด ทำความเสียหายแก่ชาติว่างั้นเถอะ เพียงพูดเท่านี้มันกระเทือนไปหมดทั่วประเทศไทย ๙๒% ไม่ใช่เล่นนะ มันหามายังไงมาขายกัน

ผู้ว่าฯ : ของเราส่วนหนึ่งมาจากภาคกลาง ส่วนหนึ่งก็มาจากลาวครับ เราเคยจับได้โดยให้คนโทรศัพท์ไปขอซื้อ เขาเอามาจากลาวมาส่ง แล้วเราก็จับได้ แต่ตอนนี้เบาบางลงไปเยอะแล้วครับ ผู้ขายรายใหญ่ไม่มี

หลวงตา : เรียกว่าพอเราจ้ออยู่เรื่อยพวกรายใหญ่มันก็ระวังนะ

ผู้ว่าฯ : รายใหญ่ตอนนี้ลงหลุมเกือบหมดแล้วครับ ตายไปมากแล้วครับ

หลวงตา : ตายไปเพราะอะไร

ผู้ว่าฯ : ยิงกันมั่งอะไรกันมั่ง บางทีก็หักหลังกันมั่ง

หลวงตา : โอ๊ เราอดคิดไม่ได้นะ สลดสังเวชเหมือนกัน คิดช่องนี้ไปติดช่องนั้น คิดช่องนั้นมาติดช่องนี้ มันสับสนปนเปกันเหลือเกินเรื่องเหล่านี้ อย่างเขาติดคุกแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไงแหละ สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายมันก็เข้าจุดนี้ นี่ซีเมตตาเข้าไปช่วยจะทำยังไง เรากำลังคิดอยู่เรื่องตึก ๓ ชั้นกับ ๒ ชั้น(หมายถึงตึกเรือนจำลาดยาว) ดีไม่ดีจะเป็นคู่เคียงกันขึ้นทั้งสองหลังเลย เราไปกรุงเทพนี้อาจจะได้เข้าไปดูเสียก่อนให้เรียบร้อยทุกสิ่งทุกอย่าง ดูหมดแล้วทีนี้ตัดสินใจได้เลย เวลานี้กำลังคาราคาซังยังไม่แน่นะ แต่ความคิดอันหนึ่งของจิต มันน่าจะได้ปลูกสองหลังอย่างว่านั่นแหละเราพิจารณาดู พวกนี้เขาก็รอโอกาสอยู่แล้ว เพราะไม่มีผู้ช่วยเหลือเขา ให้ไปดูเสียก่อน อย่างนี้ละพี่น้องทั้งหลายก็พิจารณาดู อย่างนี้ละหลวงตาจะมีเงินมีทองมาจากไหน ฟังซิ มาทุกซอกทุกมุมจะว่าไง

เอ้อ พอพูดอย่างนี้ระลึกได้ เสี่ยสุมิตรเราให้ใบบิลมาตั้ง ๕ หมื่นกว่านะ มันมากเกินไปกระมัง

ลูกศิษย์ : ไม่มากค่ะ

หลวงตา : เราขอแยกคืนให้

ลูกศิษย์ : ไม่ต้องค่ะ ถ้าหลวงตาต้องใช้อีกก็ไปเอาเลยค่ะ

หลวงตา : แน่ะ มันยังไปอีก

ลูกศิษย์ : โรงงานเขาเปิดให้หลวงตาอยู่แล้ว

หลวงตา : พี่กับน้องมันคอเดียวกัน พอทางนั้นพูดปั๊บทางนี้เปิดทางช่วยกันทันทีเลยจะว่าไง ถ้างั้นก็เอาอย่างนั้นละนะ เป็นอันว่าตกลงใจ เราข้องใจเราดูบิล

ลูกศิษย์ : หลวงตาเมตตาเขาหน่อย เขาไม่สบายตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ วันเสาร์นี้หนูจะขึ้นไปเยี่ยมเขา หลวงตาเมตตาเขาด้วยเจ้าค่ะ

หลวงตา : เออ เมตตา เขาเป็นโรคอะไรไม่รู้

ลูกศิษย์ : เบาหวานค่ะ โรคกินดีอยู่ดี

หลวงตา : เบาหวานสาเหตุมันเป็นมาจากอะไร ใครทราบไหม

ผู้ว่าฯอุดร : เป็นกรรมพันธุ์ครับ ส่วนมากเป็นโรคของคนอ้วน กินไม่ระมัดระวัง

ลูกศิษย์ : เขาไม่เคยป่วยพอเขาป่วยแล้วเขาจะใจไม่ดี เวลามีคนไปเยี่ยม พอกลับมาเขาจะร้องไห้ หลวงตาฝากบอกไปหน่อย

หลวงตา : เราฝากไปบอกว่า อย่าร้องไห้ น้ำตานี้ไม่มีประโยชน์ น้ำตานี่เพิ่มความทุกข์ ถ้าร้องไห้ให้คิดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แล้วสุดท้ายก็มาคิดถึงหลวงตา หลวงตาต้องมีส่วนแบ่งด้วย น้ำตานี้มีคุณค่าเข้าใจไหม ถ้าตกให้ตกทางนี้ อย่าไปตกทางนั้น ถ้ากองทุกข์เข้าใจไหม น้ำตามีได้สองทาง ทางดีทางชั่ว

ลูกศิษย์ : เผื่อหลวงตาจะใช้อีกก็ไปเอานะคะ

หลวงตา : เออ เอาละทราบแล้ว ๆ ๆ

ลูกศิษย์ : พอบอกว่าเป็นของวัดป่าบ้านตาดเขาจะไม่เก็บเงินค่ะ

หลวงตา : นั่นซิ เราก็ยิ่งจะขอใหญ่ยังไงกัน มันจะเกินไป

ลูกศิษย์ : ไม่เกินหรอกค่ะ

หลวงตา : เราพูดจริง ๆ เพราะพิจารณาเป็นธรรมทุกอย่าง

ผู้กำกับฯ : เรื่องคลังหลวงครับ เขาจะเอาเงินคลังหลวงชดใช้หนี้

หลวงตา : ใช้หนี้ยังไง

ผู้กำกับ : อ่านตั้งแต่ต้นเลยจาก น.ส.พ.เดลินิวส์ วันนี้ หนี้สินก้อนมหึมาของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจำนวน ๘.๘๖ แสนล้านบาทมีหนทางชดใช้แล้ว นั่นก็คือกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ทั้งหมด และจ่ายดอกเบี้ยปีละ ๔ หมื่นล้านบาท ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรับภาระชดใช้เงินทั้งหมด อย่างไรก็ตามปัญหากองหนี้ก้อนนี้ก็คือ ถ้าชดใช้ตามวิธีการปรกติ คือนำผลกำไรของธนาคารชาติมาย่อยจ่าย ก็ต้องกินเวลานานถึงร้อยปีกว่าถึงจะใช้หมด เป็นภาระชั่วลูกชั่วหลาน แต่ถือว่าเป็นโชคดีที่ ธปท.พบช่องทางที่จะใช้หนี้และลดหนี้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือการกู้ยืมเงินจากคลังหลวงมาใช้หนี้ไปก่อน

คลังหลวงที่ว่านี้ก็คือคลังหลวงเดียวกับที่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด เคยออกมาปกป้องไม่ให้รัฐบาลชุดก่อนยุบทิ้งและเอาเงินไปใช้แบบไม่ลืมหูลืมตานั่นแหละ แล้วก็เป็นคลังหลวงเดียวกับที่หลวงตามหาบัวกำลังเร่งระดมรับบริจาคเงินดอลลาร์และทองคำส่งเข้าไปเพื่อเพิ่มพูนสินทรัพย์ให้มากขึ้น เพราะหลวงตามหาบัวต้องการให้คลังหลวงเป็นเงินก้อนสุดท้ายของประเทศ สำหรับค้ำประกันเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและนำไว้ใช้ในยามจำเป็น และขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องนำเงินคลังหลวงมาแก้ไขปัญหาหนี้สินก้อนใหญ่ที่สำคัญ การนำเงินคลังหลวงมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูก็จะเป็นการยืมโดยไม่ใช่เป็นการยึดโดยยุบคลังหลวงทิ้ง เหมือนกับรัฐบาลที่แล้วตั้งท่าจะทำ ส่วนวิธีการยืมเงินคลังหลวงมาใช้หนี้เป็นอย่างไร คงต้องยกยอดไปว่าต่อในวันพรุ่งนี้ จะได้รู้กันเสียทีว่าทำไมคลังหลวงถึงมีความสำคัญเอามาก ๆ เทียบแล้วคลังหลวงเหมือนเป็นหัวใจของประเทศเลยทีเดียว วันนี้จบแค่นี้ครับ เขามีพรุ่งนี้ต่อ

หลวงตา : เราไม่มีอะไรกระเทือนใจมาก

ผู้กำกับ : เพราะหลวงตาเคยเทศน์ว่า ถ้าเอาไปใช้ในยามจำเป็น ต่อไปมันก็มีทางเอามาคืนให้ได้ อย่างงี้ก็ไม่เป็นไร

หลวงตา : ก็ไม่มีอะไรกระเทือนใจ ไม่เหมือนคราวที่แล้ว คราวที่แล้วปึ๋งเข้ามาเลย ปึ๋งเข้ามาก็ซัดเลย อ้าว มันมาแรงทางนี้ก็ออกแรงล่ะซี ทางนี้ดูไปเรียบ ๆ ๆ ไป เหตุผลพร้อม ๆ ก็ไม่มีอะไรกระเทือน ก็อยู่ในฐานะที่จะอุ้มชาติไทยเราอยู่ด้วยวิธีการนี้ ให้แน่นหนามั่นคงต่อไป ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้พังเหมือนคราวที่แล้วนั้น คราวที่แล้วโดนแรงนะ โดนผึงเข้ามาทางนี้ก็ผึง ทีนี้ก็เลยเอากันเลย ใส่นวมไม่ใส่นวมไม่สนใจล่ะซิ ขึ้นฟัดเลย คราวที่แล้วเพราะมันรุนแรง อันนี้พิจารณาไปเรียบ ๆ ผลสุดท้ายก็มาหนุนชาติไทยเรา ไม่มีอะไรเสียหาย

ผู้กำกับ : คงเป็นในส่วนดีครับเพราะว่าผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็เป็นลูกศิษย์หลวงตาอยู่แล้ว คงไม่ทำอะไรในทางที่เสียหายครูบาอาจารย์

หลวงตา : เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มาหา บึ่งมาคนเดียวนะ มาเรื่องหัวใจของชาติคือธนาคารแห่งชาติ ไม่ให้ใครทราบนะ ชี้แจงทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย พระเราก็เป็นผู้จัดเจนในทางธนาคารอยู่แล้วฟังกันได้ความชัดเจนแล้วกลับไป เวลาจะเงียบต้องเงียบ นี่เพิ่งมาแย็บออกวันนี้ ประมาณสองอาทิตย์หรือสามอาทิตย์ก็ไม่รู้ (สองอาทิตย์ครับ) มาปรึกษาหารือเรื่องราวที่มันบกพร่องอยู่ตรงไหน แล้วผู้ว่าการฯ มีความมุ่งหมายอย่างไรจากความเห็นที่คิดแล้วเป็นยังไง ๆ บ้าง แล้วจะทำยังไง จึงต้องวิ่งมา วิ่งมาเราก็เอาพระที่จัดเจนทางธนาคารมาฟังเสียงทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไร อันไหนที่ควรแก้ก็แก้ ลงความเห็นด้วยกันๆ แก้แล้วกลับคืน ก็อย่างนั้น คือผู้ว่าการฯ คนนี้ไม่ทำแบบพลการ แบบถูไถไม่ได้ทำอย่างงั้น เห็นความสำคัญของชาติ ความสำคัญของชาติก็มาเกี่ยวโยงกับเรา เมื่อเป็นอย่างงั้นจึงต้องมา ได้รับข้อปรึกษาปรารภกันเรียบร้อยแล้วกลับไปดำเนินงาน เราก็แน่ใจว่าถูกต้องอยู่แล้ว ทางนี้ถึงได้ลงใจกัน ถ้าไม่ถูกตรงไหนก็ต้องเอากัน คัดค้านกัน ทีนี้ก็เรียบร้อยกลับไป

พี่น้องทั้งหลายก็กรุณาทราบเราก็ว่าทองคำเป็นจุดสำคัญ ๆ ทีนี้ดอลลาร์ที่ใช้หนุนประจำวันๆ หมุนอยู่รอบตัวๆ รอบทองคำ หนุนชาติไทยของเรา ก็จำเป็นเข้ามาอย่างนี้จะทำไง เวลาเราดูบัญชีของเราแล้ว ๓๗,๙๐๐ ทางกรุงเทพฯ ๓๙,๐๐๐ ดอลล์ รวมกันแล้วเป็น ๗๖,๙๐๐ เงินเหล่านี้แหละที่จะเข้าหนุนเข้าไป เราจึงถือเป็นของจำเป็นเช่นเดียวกับทองคำเรา ทองคำเราต้องให้ได้ ๑๐ ตันคราวนี้ นี่หลวงตาได้ขึ้นเวทีแล้ว ประกาศก้องให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันทั้งประเทศเราเลย ออก ๑๐ ตันแล้วถอยไม่ได้ทีนี้ ขึ้นแล้วยังไงก็ต่อย นวมมีไม่มีต่อยเลย ลองได้ขึ้นแล้วเป็นไม่ถอย ใส่นวมไม่ใส่นวมซัดเลย

ทีนี้ดอลลาร์ก็หนุนกันมาอย่างนี้ จำเป็นยังไงก็เห็นแล้ว เราคิดว่าดอลลาร์เรานี้กว่าทองคำจะไปถึง ๑๐ ตันนี้ดอลลาร์ต้องได้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน เราแน่ใจว่าจะได้ ๑๐ ล้าน เวลานี้เงินทางบัญชีของเราดูว่าจะมีสักประมาณกี่ล้าน ของคุณชายทางนู้น (เงินสด ๓๙ ล้านบาทครับ ของหลวงตาก็มีประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท) เราประมาณไว้สิบกว่าล้านบาท (รวมแล้วประมาณสัก ๕๐ ล้านได้แล้วครับ) เออ เดี๋ยวนี้เงินสดเงินไทยเรามีประมาณ ๕๐ ล้าน ที่อยู่ในโครงการอันนี้

ส่วนมากเมื่อได้เข้าในบัญชีนี้แล้วมักจะคัดออกเข้าสู่ทองคำทั้งนั้น อย่างถอนไปแล้วนี้มีแต่ถอนเข้าสู่ทองคำทั้งหมด ไม่ได้ถอนออกมาทางนี้นะทางช่วยโรงร่ำโรงเรียน นี้ออกจากที่ยังไม่เข้าบัญชีนั้น เช่นอย่างเทศน์ที่นั่นที่นี่อย่างที่พี่น้องทั้งหลายเห็น เงินจำนวนเหล่านี้ออกมาช่วยชาติ อันไหนที่ไม่ได้เข้าในบัญชี อันนี้ออกช่วยชาติเกี่ยวกับเรื่องการก่อการสร้างต่าง ๆ อันไหนที่เข้าบัญชีแล้วเราไม่เคยไปถอนออกมา พอถอนก็เข้าซื้อทองคำเลยกับดอลลาร์นะ ดอลลาร์สิบล้านที่ไปซื้อดอลลาร์คราวที่เราไปมอบทองคำ แต่ดอลลาร์ไม่พอจำนวนที่เราต้องการนะ เราก็เอาเงินไทยไปซื้อสิบล้านเข้ามาให้เต็มตามจำนวนที่เราต้องการจะเข้ามอบคลังหลวงพร้อมกับทองคำ

นอกจากนั้นเราซื้อทองคำทั้งหมด เช่น ๙๓๑ ล้านนี้ถอนออกมาจากบัญชีโครงการฯทั้งหมดเข้าเลย กับอีก ๑๐ ล้าน ก็เรียกว่า ๙๔๑ ล้านเราซื้อทองคำเสีย ๙๓๑ ล้าน ซื้อดอลลาร์เสีย ๑๐ ล้าน ไม่เคยถอนออกมาข้างนอก ออกมาตามสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มีโรงพยาบาลเป็นต้น ไม่ออก เอาเงินจำนวนนี้กับเงินของหลวงตา พูดอย่างนี้เลย คือเงินของหลวงตานี่เรียกว่าเป็นพื้นฐานไว้เลย ตกมากี่บาทกี่สตางค์จะไม่เคยเข้าหาหลวงตาเลยนะ หลวงตายังระลึกไม่ได้ว่าสั่งเขาให้ไปซื้ออะไร ๆ มาให้เรา ซึ่งเป็นเงินของเราเองนะ เราต้องการอย่างงั้น ๆ ไม่เคยมี มีแต่ตกมาเท่าไรมันก็ไปด้วยกันหมดกับโครงการช่วยชาติ มันไปด้วยกัน ไปตลอด

นี่ละเงินที่เราไม่ได้เข้าบัญชีโครงการช่วยชาตินั่นออกทางนี้ เช่นเราไปเทศน์ที่นั่นที่นี่ เทศน์ที่ไหน ๆ มาแล้วมารวมอันนี้ก็จ่ายไปทางการก่อการสร้างอะไรๆ เราไม่ได้เอาในบัญชี อันที่มีในบัญชีแล้วยังไม่เคยถอนออกมาช่วยทางข้างนอกเลย มีตั้งแต่ถอนมาแล้วก็เข้าซื้อทองคำ เวลานี้ก็มีอยู่ประมาณ ๕๐ ล้าน เหล่านี้ก็จะเป็นทองคำไปละ ไม่ทองคำก็ดอลลาร์ ทางดอลลาร์หวุดหวิดที่ควรจะช่วยหนุนกันจากเงินสดนี้ก็อาจหนุนไปดังที่เคยปฏิบัติมาแล้ว ส่วนที่จะได้ออกนี้เราไม่คิดว่าจะนำออกมา มีแต่จะหนุนเข้าทองคำและดอลลาร์เท่านั้นเอง เงินจึงไม่มี ได้มาที่ไหนหมด ๆ เพราะผู้ที่มาขอ แหม แทบทุกวัน

โรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ขาด การที่มานี้วันละสองโรงสามโรงสี่โรงไม่ค่อยขาดนะ เมื่อวานนี้ก็มาแต่เราลืม กี่โรงไม่รู้ โกดังเต็มไปด้วยของทั้งนั้น อันนี้จะบกบางไม่ได้นะ ของที่จะช่วยโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา มาขอ พูดง่าย ๆ โรงพยาบาลไหนมา รถไหนมาๆ เราให้เต็มรถๆ ตามกำหนดที่เราสั่งไว้และพระท่านจดไว้เรียบร้อยแล้ว มอบให้ตามกำหนด ๆ นี้ทุกคันไป ตบท้ายก็เติมน้ำมันให้เต็มถัง ๆ ทุกคันรถ ไม่ว่าจะมาจากที่ใกล้ที่ไกล เราเติมน้ำมันให้ทุกคันรถเลย ส่วนโรงพยาบาลที่มีพิเศษอยู่บ้างก็ชัยภูมิสองโรง ภักดีชุมพล เทพสถิต อันนี้อยู่ไกล ฟากชัยภูมิไปนู้น เราไปเองนะ

ไปถึงโรงพยาบาลแล้วมาคำนวณทางดูทาง โถ ตั้งสามร้อย ไกลกว่าโคราชไปอีก ดูเหมือนจะถึงสูงเนินละมั้ง ไกลไปอีกนะ จากนี้ไปโรงพยาบาลเทพสถิต เท่ากับเราไปโคราชถึงสูงเนิน โรงพยาบาลสองโรงนี้ความไกลพอ ๆ กัน เราให้เป็นพิเศษ อันนี้ก็สั่งพระให้ท่านจดพิเศษเพิ่มเข้าอีกนะ คือทั่ว ๆ ไปในโรงพยาบาลทั้งหลายให้เสมอกันหมดตามบัญชีที่จดไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนโรงพยาบาลที่ว่าพิเศษนี้ให้เพิ่มอะไรเข้าอีกบ้างเราก็สั่งไว้แล้ว พระท่านก็จดเพิ่ม ถ้าโรงพยาบาลสองโรงอย่างนี้เป็นต้นมา พระจะเพิ่มให้ตามนี้

อันนี้อยู่อุบลฯ ก็มีสองโรง โขงเจียม บุณฑริกนี่เพิ่มให้อย่างเดียวกัน แล้วทางอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์นี้หมดจังหวัดเลย เพราะไกล คือหมดจังหวัดหมายถึงว่า จะเป็นอำเภอใดก็ตามในโรงพยาบาลที่เข้ามาเกี่ยวข้องเอาของนี้ เราจะให้เป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกับพวกเทพสถิต อันนี้ยกให้หมดทั้งจังหวัดเพราะไกลด้วยกันทั้งหมด นี่เราแยกให้เป็นพิเศษ อันไหนที่เราไม่ได้สั่งไว้พระท่านก็ไม่จด เหล่านี้ท่านจดไว้เรียบร้อยนะ เราอยู่ไม่อยู่ไม่สำคัญ มาท่านจะจัดให้ตามนั้น ๆ เลย กับโน้นอีก ทางนาแห้ว จังหวัดเลย อันนี้ก็พิเศษเหมือนกันได้สั่งไว้แล้ว เราไม่ได้สั่งพระไว้เองเป็นกรณีพิเศษเวลาเราไม่อยู่ ซึ่งเราไม่ได้สั่งให้จดเอาไว้ ถ้าโรงพยาบาลไหนที่ไกล ๆ มาควรจะให้เป็นกรณีพิเศษนั้นก็ควรพิจารณาสำหรับผู้รักษาศาลากับโกดังนี้เป็นอันเดียวกัน พระเป็นวาระ ๆ นะ เรายังไม่ได้สั่งอย่างนั้น พระท่านคงจะจัดตามที่เราสั่งนะ อย่างนั้นละ นี้ละที่เราช่วยโลกจะให้ทำยังไง จะมีมาจากไหนล่ะเงิน มันไม่ใช่แม่น้ำมหาสมุทรทะเล มาเรื่อย ๆ ๆ อยู่อย่างนั้น ช่วยกันตลอดเวลา

เราช่วยนี้เรียกว่าที่พาตะเกียกตะกายอยู่เวลานี้นะ ไอ้เรื่องสังขารร่างกายไม่เอาไหนแล้วแหละ แต่ใจมันสำคัญซิ ใจมันไม่ได้อ่อนเลย ยิ่งสังขารร่างกายอ่อนลงเท่าไรใจยิ่งแข็งขึ้น ๆ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนเราทั่วประเทศไทยหนักขึ้นทุกที ความเมตตาไม่ได้อ่อนลงนะ มีแต่หนักขึ้นทุกที ๆ ประหนึ่งว่านับวันนับคืนของเราที่ช่วยโลกนี้จะได้กี่วันกี่เดือน นี่แหละ มากนะ คิดอันนี้มากกว่า เลยเร่งเสียในระยะที่พอเป็นไปได้ ตอนนี้ก็กำลังเร่งเอาทองคำเข้าคลังหลวง กับดอลลาร์เข้าคลังหลวง พี่น้องทั้งหลายก็ให้ถือเป็นของจำเป็นเช่นเดียวกันนะ

ก่อนที่หลวงตาจะได้มาประกาศรบกวนพี่น้องทั้งหลายนี้ หลวงตาคิดเต็มหัวใจแล้วถึงได้ออกแต่ละประโยค ๆ ถ้ายังไม่แน่นอน ยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในความคิดของเจ้าของแล้วยังไม่ออก พอออกแล้ว ใส่นวมไม่ใส่นวมก็ตามต่อยเลยถ้าลงได้ขึ้นเวทีแล้ว ใส่นวมไม่ใส่นวมไม่สำคัญต่อยเลย นั่น ต่อยเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยลงมาสวมนวมทีหลัง จึงว่าเอาจริงเอาจังมากนะ ถ้าลงได้ตัดสินใจปึ๊งแล้วเป็นเลยละ พุ่งเลย ไม่รอไม่ว่าอะไรก็ตาม ก่อนที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะต้องพิจารณาของเราเต็มกำลัง บวกลบคูณหารอยู่ในกรณีต่าง ๆ ที่เราคิดอ่านไตร่ตรอง อันไหนลงกันได้แค่ไหน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันลงเต็มตัวแล้วผึงเลย ออกเลย ๆ อย่างนั้นแหละ

เวลานี้ทองคำเรากับดอลลาร์รู้สึกว่าหนักมากทีเดียว จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน เวลานี้ธนาคาร ที่ว่าติดหนี้เขา ก็คือคนไทยของเราทุกคนติดหนี้เขา เราจะมานอนใจได้ยังไง เราจะว่าตั้งแต่ทางธนาคาร หรือทางรัฐบาลติดหนี้เขาอย่างนี้ได้เหรอ คนไทยของเรารวมอยู่ในจุดนั้นหมด ถ้าติดหนี้ติดหมดเลย แม้ที่สุดไอ้หยองกับไอ้ปุ๊กกี้มันก็ติด เพราะมันเป็นหมาพระ พระก็เป็นคนไทยก็ติดหนี้เขา ไอ้หยองไอ้ปุ๊กกี้ก็ติด ยังไม่ได้ไปถามดูไอ้หมีเท่านั้น ไอ้หมีมึงติดหนี้เขาไหมวะ ไอ้หมีน่ะหางด้วน เรายังไม่ได้ไปถามดู ก็เมื่ออยู่ในขอบเขตนี้แล้วมันก็ติดไปหมดนั่นแหละ หมู หมา เป็ด ไก่ ติดหมด เราเป็นเจ้าของของสัตว์เหล่านี้ ให้เราเร่งนะ ให้พยายาม

เอ้า หมุนเข้าไปทองคำเราให้ได้ ๑๐ ตัน ดอลลาร์ได้เท่าไรก็ตามกันไปคิดว่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านแหละ หนุนกันเข้าไปอย่างนี้แหละ เราไม่ช่วยเวลาจนตรอกจนมุมเราจะช่วยเวลาไหนพิจารณาซิ เวลาธรรมดามันก็ธรรมดาไม่เห็นมีอะไรจำเป็น แต่เวลามันจำเป็นมันไม่ใช่ธรรมดา เวลานี้เป็นเวลาจำเป็นที่เราช่วยชาติบ้านเมืองทั่วหน้ากัน ต้องให้เห็นความสำคัญของชาติ ซึ่งอยู่กับตัวของเราทุกคน ๆ เป็นชาติไทยนั่น มันก็เข้าเป็นความจำเป็นเสมอหน้ากันหมด จึงขอให้พากันพินิจพิจารณาอย่าเฉื่อยชานะ ไม่ได้นะ ความเฉื่อยชาเป็นความล่มจมของเราเอง แล้วก็กระเทือนไปหมด เฉื่อยชาไปตาม ๆ กันหมดก็จมไปได้นะเมืองไทยเรา ให้พยายาม

ยังไงท่านทั้งหลายอย่าปล่อยเรื่องอรรถเรื่องธรรมที่จะนำหน้าเราไปเสมอ การเป็นอยู่ปูวายในครอบครัวเหย้าเรือนต้องมีธรรม ไม่มีธรรมเหลวได้ การอยู่การกินก็ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ไม่รู้จักประมาณ ไม่มีขอบเขตเสียได้ทุกวัน ๆ กลายเป็นนิสัยของครอบครัวนั้น ๆ ของบุคคลนั้น ๆ นิสัยฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไม่มีขอบเขต เสียไปได้หมดทุกครอบครัว แล้วในประเทศไทยเรามีกี่ครอบครัวเสียได้หมด อย่างเดียวกันนี้ หมดประเทศไทยจมได้ ต้องพิจารณาอย่างนั้นซิ ตั้งแต่ครอบครัวเหย้าเรือน หน้าที่การงานต่าง ๆ ต้องพินิจพิจารณาเข้มงวดกวดขันทุกอย่าง อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวเฉื่อยชาเสียจนเกินไป ไม่ดีนะ

เวลานี้เป็นเวลาคับขันสำหรับชาติไทยของเราทั่วหน้ากัน ขอให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตัวเอง พร้อมทั้งการปรับปรุงแก้ไข อันใดที่เห็นว่าไม่ดีอย่านำมาใช้อย่านำมาทำนะ เสียหาย เช่นอย่างยาเสพย์ติดนี้เป็นภัยต่อชาติอย่างยิ่งทีเดียว จมได้ด้วยยาเสพย์ติด ไม่สงสัย คนทั้งประเทศมีแต่คนยาเสพย์ติดหมดความหมาย หมาขี้เรื้อนวิ่งเข้าป่าหมด หมาขี้เรื้อนสู้คนขี้เรื้อนไม่ได้ นี่คนเลวกว่าหมาเข้าใจไหม เราอย่าปฏิบัติตัวเราเลวกว่าหมา เพราะการฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เรื่องกินไม่รู้ความผิดความถูก ไม่รู้จักพิษจักภัย เช่น ยาเสพย์ติดนี้เป็นพิษทั่วประเทศไทยเรา เฉพาะประเทศไทยเราที่เรารับผิดชอบ แล้วเรายังจะยินดีอยู่เหรอ ปล่อยลูกปล่อยหลาน ให้ไปหาซื้อมากิน พ่อแม่ก็ไปซื้อมาแล้วฟาดกันเข้าไป มันจมไปได้นะเมืองไทยเรา

ตัวของเรามีคุณค่าขนาดไหน แล้วยาเสพย์ติดมีคุณค่าอะไร นอกจากเป็นภัยอย่างเดียวเอามาสังหารเราทำไม ให้คิดอย่างนี้ก่อนนะ จากนี้ลูกก็ลูกของเราผัวของเรา เมียของเรา ครอบครัวของเราเป็นที่รักสงวนด้วยกัน เราต้องรักษาด้วยกัน อย่าเอาสิ่งใดที่เป็นข้าศึกศัตรูมาแตะต้องหรือทำลายสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นคุณค่า เช่น ตัวของเราเป็นต้น อย่านำเข้ามา ให้พากันเข้มงวดกวดซิ เราเห็นแต่กิน ๆ ไอ้ยาที่เป็นพิษนั้นมันเคลือบน้ำตาล เอาน้ำตาลหลอกล่อไว้ข้างนอก ข้างในเป็นมหาภัยมียาพิษอีกเหมือนกัน พอจิ้มเข้าไปปั๊บนี้มันจะชวนให้เรากินเราดื่มไปเรื่อย ๆ แหละ นี่ละมันเคลือบน้ำตาลเอาไว้ ข้างในมันคือมหาภัย ทำลายได้ในคนทั้งชาติไม่เหลือ มีกี่ชาติตายฉิบหายทั้งเป็นด้วยกันทั้งนั้น ถ้าทำตามลิ้นปากเรานี้นะ ต้องทำตามเหตุผลซิ ข้างในมันมีอะไร ข้างนอกมันหวานก็จริง ข้างในมันคืออะไรต้องคิดอีก ถ้าข้างในเป็นพิษแล้ว มันจะหวานข้ามเมฆมาก็ไม่กินมัน อย่างนั้นซิจึงเรียกว่ามีเหตุมีผล ไม่งั้นจมได้ชาติไทยของเรา

เรามีคุณค่ามีราคา ครอบครัวของเราลูกเล็กเด็กแดงพ่อแม่มีคุณค่ามีราคาด้วยกัน ครอบครัวนี้มีราคา ๆ ทั่วประเทศมีราคาด้วยกัน ให้ต่างคนต่างรักต่างสงวน อย่านำสิ่งเหล่านี้เข้ามาทำลายตัวและชาติไทยของเราไม่เป็นของดีเลยนะ ดังที่ว่ายาเสพย์ติด ๆ นี้สะดุดใจตลอดนะเรา ไม่เคยจืดจาง ไม่เคยชินนะ ไม่มีคำว่าชินกับยาเสพย์ติดเพราะเป็นมหาภัย ให้ระมัดระวังนะ ซื้อมาทำไมเครื่องสังหารก็รู้กันแล้วไม่ใช่ของดี ยาเสพย์ติดนี้เป็นมหาภัยเครื่องสังหารโดยตรง ไม่ใช่ทางอ้อมทางแอ้มอะไรโดยตรงเลยเทียว บุกเข้าไป ๆ ในหัวใจใครแล้วพังหมด เงินทองข้าวของมีกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านไม่มีความหมาย หัวใจเป็นยักษ์พังได้หมดเลย หัวใจมาจากยาเสพย์ติดที่ไปลืมเนื้อลืมตัว ไปกว้านเอามันมาเผาหัวใจตัวเอง สมบัติเงินทองข้าวของเผาหมด บ้านเมืองทั่วประเทศเผาหมด ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ ยาเสพย์ติดมันเผาที่หัวใจนะ ตัวจุดใหญ่อยู่ตรงนั้น พอหัวใจล้มเหลวอะไรล้มเหลวหมด ให้ระมัดระวังอันนี้ให้ดี ไม่งั้นไม่ได้นะ

ทำไมเราจึงอยู่กันอย่างเฉื่อยชา เอาศาสนาเข้ามาติดบ้างซิ เราเห็นตั้งแต่ยาเสพย์ติดนั้นเหรอเป็นของดี ถ้ายาเสพย์ติดเป็นของดี ก็เอ้า พากันเลิกเสีย พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พุทธศาสนาซึ่งเป็นธรรมชาติที่เลิศเลอสุดยอดแล้วในโลกทั้งสามนี้ ว่าเลิศเลอมาโลกยอมรับกันแล้ว เอ้า ปัดออกไป เอายาเสพย์ติดมากราบแทนได้ไหม ถ้าว่าเก่งจริง ๆ เอ้า เอายาเสพย์ติดมากราบแทนกัน แล้วมันจะหมดเลยแหละ ไม่มีอะไรเหลือ ยาเสพย์ติดนอกจากสังหารในความเป็นมนุษย์ของเรานี้แล้ว ยังจะไปสังหารในเมืองผีอีก โน่นน่ะดูซิมันของเล่นเมื่อไร พิษของมันถึงนรกอเวจีได้นะ เครื่องสังหารกัน มันเป็นของเล่นเหรอ คนฆ่ากันเป็นบาปขนาดไหน ยาพิษนี้มาฆ่าคนทั้งประเทศมีบาปขนาดไหนเอามาเทียบดูซิ มันจะไม่ตกนรกได้ยังไง ใครจะฝืนมันได้ นี่ละความชั่วให้พากันระมัดระวัง อย่ามองดูแต่หัวแม่เท้า ให้มองดูข้างหน้าคือหัวตอขวากหนามที่มันจะโดนกับแม่เท้านี่ พิจารณาให้ดีนะ

เราวิตกวิจารณ์อยู่เสมอไปทางไหนมีแต่ยาเสพย์ติด แล้วเกลื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมมันลืมเนื้อลืมตัวนักหนาเมืองไทยเรานี้ มันโง่ชะมัดขนาดนั้นเหรอ เลวที่สุดแล้วเหรอจึงพากันกราบไหว้ยาเสพย์ติดกันทั้งประเทศ ไม่มีใครเป็นคนดีได้เลย ยาเสพย์ติดเป็นมหายักษ์เหยียบลงแหลกทั้งประเทศไทย เป็นของดีแล้วเหรอ เอามาพิจารณาให้ดีนะ เรื่องเหล่านี้ โอ๋ย ตั้งแต่ก่อนพ่อแม่เราก็ยังไม่เคยมีอย่างนี้นะ จะมีก็มีเขาเรียก ฝิ่น มีนิด ๆ หน่อย ๆ อยู่ตามป่าตามเขาที่เขาหลบ ๆ ซ่อน ๆ เอามาขายกันนิด ๆ เวลานี้มันเกลื่อนออกหน้าออกตานู่นนะ หน้าด้านเสียด้วย พวกนี้ไม่มีบาปมีบุญไม่มียางอาย ยาเสพย์ติดนี้เป็นไปหมดทั่วดินแดน อันนี้เรียกว่าเลวที่สุด มนุษย์เราพากันสร้างฟืนสร้างไฟด้วยความหน้าด้านจากการกินยาเสพย์ติด ติดยาเสพย์ติดนี้ทั่วบ้านทั่วเมือง ดีไหมพิจารณาซิ

ถ้าไม่ดีให้พากันรีบแก้ไข ใครมีลูกทุกคน สมบัติของตัวมีลูก ไปโรงร่ำโรงเรียนครูอาจารย์ก็เป็นอาจารย์สอนเด็กให้ดี อยู่ในบ้านก็พ่อแม่สอนเด็กให้ดี ให้พากันเอาใจใส่ในสิ่งเหล่านี้นะ สิ่งเหล่านี้ทำลายได้ลูกกับพ่อกับแม่ พ่อแม่ไม่สนใจทำลายได้ ไปโรงร่ำโรงเรียนทำลายได้ ไปที่ไหนติดต่อกันมาทางไหนถ้ามีจิตใจอ่อนไปกับเขาแล้วทำลายได้ ๆ สุดท้ายฉิบหายหมดทั้งประเทศไทยเรา ไม่เป็นของดี ให้พากันพิจารณานะ อดก็อดเถอะน่ะ อดไม่ได้กินยาเสพย์ติดนี้มันจะตายหลวงตาบัวจะไปกุสลาให้ ให้บอกคนทั้งประเทศไทยนะ ออกจากนี้แล้วไปตีเกราะประชุม บอกว่าหลวงตาบัวจะเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องอดยาเสพย์ติดนี่

ไม่ได้กินยาเสพย์ติดมันจะตาย หลวงตาบัวจะเป็นผู้รับรอง กุสลา ให้คนทั้งประเทศ ถ้าว่าตายด้วยไม่ได้กินยาเสพย์ติด อดยาเสพย์ติดแล้วมันตาย เอ้า เอามาทั้งโคตรสูกูจะกุสลาให้หมด เข้าใจไหม กูไม่ถอยว่างั้นเลย กูจะกุสลาให้หมด ถ้าตายด้วยกินยาเสพย์ติดนี้ไม่กุสลา ปัดมันลงทะเลไปเลย ถ้าอดแล้วมันตาย เอ้า เอามา ว่างั้นเลย นี่หลวงตาบัวยืนยันได้เลยถ้าเอาธรรมเข้าไปปกครองรักษาแล้วจะสง่าราศี มีคุณค่าขึ้นมาด้วยกันทุกคน การพูดนี้หมายถึงธรรมเข้าไปครอบครองตัวของเราจะมีคุณค่าขึ้นมาด้วยกัน ถ้าปล่อยให้ไปตามกิเลสแล้วฉิบหายไปหมด

ถ้ากราบธรรมฟังเสียงธรรมแล้ว ไม่กินยาเสพย์ติดนี่มันจะอดก็เอาให้มันตาย เอ้า ตายหลวงตาบัวจะเป็นผู้ไปกุสลาให้เลย แทนองค์ศาสดา ธรรมของพระพุทธเจ้าเอาไปแทนได้ พากันเข้าใจนะ เอาละ วันนี้พูดเพียงเท่านี้ โฮ่ พูดไปพูดมาฟาดไปซะจนได้กุสลาคนทั้งประเทศ มันเกินไปผู้ว่า มันได้กุสลาให้คนทั้งประเทศ เขาอดยาเสพย์ติดเขาตาย หลวงตาบัวต้องไปกุสลาให้ มันไม่ตาย ไม่ได้กุสลาละนะ ยาเสพย์ติดมันจะตาย ได้กุสลาให้มัน เข้าใจไหม

เออ ใคร เลิกจากนี้แล้วไปหาติดต่อกัน พระกับประชาชนผู้หญ้าผู้หญิง ไปติดต่อทางในครัวเราทราบนะ อย่าไปติดต่อยุ่งเหยิงกันไม่ได้นะ ยิ่งผัวเมียมาบวช แล้วผัวมาบวชที่นี่แล้วเมียมาคอยเฝ้าคอยแหนไม่ได้นะ ฟาดหน้าผากแตกเลยนะ ไล่หนีหมดทั้งพระทั้งเมียนั้นละ เมียพระเข้าใจไหม ไล่หนีหมด อย่ามาทะลึ่งนะวัดนี้ไม่ได้เป็นอันขาด คิดดูขอบเขตนี้เราเคยให้ใครเข้าไปเมื่อไร นี่ละมันทะลึ่งเข้ามาแบบนั้นแบบนี้ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวนะ เรายิ่งมองไม่ทัน นี่บอกให้ทราบชัดนะ ธรรมะไม่เด็ดไม่ได้ กิเลสตัวนี้มันเด็ดมากนะ กิเลสตัวทะลึ่ง ๆ เด็ดมาก ธรรมะต้องเด็ดกัน ไม่เด็ดแก้กันไม่ตก เข้าใจไหม

ให้พากันจำเอานะ เลิกจากนี้แล้วไปซิ มาพูดอะไรมายุ่งอะไร ถ้าเราไปศึกษาจากกัน แยกกันมาทำไม มาบวชผัวอยู่ทางนั้น เมียอยู่ทางนี้ มาคุยกันหาอะไร ใช้ไม่ได้นะ อย่างนี้นะ ถ้าหากว่าแยกกันไม่ออกแล้ว อย่าออกมาบวช อย่าออกมาอยู่ที่นี่ ให้สร้างความวุ่นวายแก่ครูบาอาจารย์ พระเจ้าพระสงฆ์ ตลอดประชาชน ขวางตาเขา อย่าทำเป็นอันขาดนะ ให้ระมัดระวัง นี่เข้มงวดกวดขันวัดถึงได้พอดูมาบ้างเท่านั้นเอง ฟังแต่ว่าพอดูมาบ้างไม่ได้ดีนะ ตั้งแต่ก่อน โถ ไม่ได้นะ นี่ละที่เขาว่าหลวงตาบัวดุ ๆ เข้มงวดกวดขันมาก เข้มงวดเพราะรักษาของดีใช่ไหม บำรุงของดีนั่น จะดุขนาดไหนเป็นไร ก็ดุเพื่อดีนี่วะ ไม่ได้ดุเพื่อฉิบหาย

ให้จำกันนะ อย่ามายุ่งกันนะ ใครอยู่ที่ไหนให้อยู่อย่ามายุ่งกัน ไม่ได้เป็นอันขาดนะ ถ้าทราบทีหลังนี้ไล่หนีเลย ไม่ว่าในพรรษานอกพรรษา เรื่องนี้เป็นความเสียหาย กระเทือนทั่วประเทศไทย มันของเล่นเมื่อไร เรื่องความสะดวกสบายของเราโดยไม่คำนึงถึงหลักธรรมหลักวินัย ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของชาวพุทธเรา อย่าทำนะ เอาละพอ

อ่านธรรมะหลวงตา วันต่อวัน ทางอินเตอร์เน็ต ได้ที่ www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก