น้ำใจเป็นของมีคุณค่ามาก
วันที่ 13 เมษายน 2546 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

เมื่อเช้าวันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

น้ำใจเป็นของมีคุณค่ามาก

     จะพูดอะไรนะฟัง หมดธุระอย่างอื่นแล้ว มีแต่ธุระที่จะฟังรับผลประโยชน์อรรถธรรมเข้าสู่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติเพื่อเป็นมงคลแก่เราและส่วนรวม มีธรรมเท่านั้นที่เป็นประโยชน์ และเป็นมงคลอย่างยิ่งแก่จิตใจและหน้าที่การงานทั่วๆ ไป อื่นๆ ที่นอกจากนี้ท่านว่าข้าศึกกัน มีมากเท่าไรเผามากเท่านั้นๆ นี่เราก็ได้แสดงความรักชาติของเราอย่างโจ่งแจ้ง ให้เห็นกันอย่างชัดเจนทั่วหน้า และออกทางถ่ายสดด้วยทั่วประเทศ และทั่วโลก นี่คือความรักชาติ ความสามารถ ความเสียสละของพี่น้องชาวไทยที่รวมตัวกันเข้ามาแต่ละครั้งๆ เป็นเวลาหลายครั้งแล้ว เพราะแบกชาติไทยทั้งชาติมีน้ำหนักมาก ขนาดที่ว่าบรรจุคนตั้ง ๖๒-๖๓ ล้านคน ก็ต้องเป็นความหนักหน่วงเป็นธรรมดา ต้องล่าช้า ไม่ได้เหมือนกับยกกล้วยหอมทั้งเปลือกขึ้นมาฟาด กินแล้วทิ้งเปลือกเกลื่อนไม่ต้องสนใจเก็บมัน เข้าใจเหรอ กินแต่เนื้อมันแล้ว เปลือกทิ้งเกลื่อนไปเลย หาความสวยงามไม่ได้

         เราได้ปฏิบัติต่อชาติของเราเป็นวรรคเป็นตอน มาหลายครั้งหลายหนแล้ว เมื่อวานนี้หลวงตาพอใจอย่างมากทีเดียว เรียกว่าผิดคาดคิดไป ทีแรกเราคิดว่าการมอบทองคำคราวนี้ ขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๕๐๐ กิโลขาดไม่ได้ และดอลลาร์ขอให้ได้   ๓๐๐,๐๐๐ ดอลล์ แต่เวลาได้จริงๆ เมื่อวานนี้ประกาศออกมาอย่างโจ่งแจ้งแล้วว่า ทองคำเราได้น้ำหนักถึง ๕๒๕ กิโล เกินไปอีก ๒๕ กิโล และดอลลาร์ที่ว่า ๓๐๐,๐๐๐ ก็ได้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ เมื่อวานนี้ นับว่าได้เกินคาดเกินหมาย นี่คือผลแห่งความรักชาติ ความเสียสละด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีแห่งชาติไทยของเรา ยังไงเราต้องยกขึ้นได้แน่นอนชาติไทย ไม่เหนืออำนาจแห่งความรักชาติของเราไปได้ ที่จะต่างคนต่างเสียสละ ทุ่มเทลงไป แล้วก็เต็มตื้นขึ้นมา ๆ

         เวลานี้ทองคำเราได้ถึง ๖ ตันกับ ๘๔ กิโลครึ่ง ดอลลาร์ ๗ ล้าน ๖ แสนแล้ว จะขยับเข้าไป อย่างน้อยเมื่อทองคำเข้าถึง ๑๐ ตัน แล้วดอลลาร์ต้องให้ถึง ๑๐ ล้าน เป็นคู่เคียงกันไป จากนี้เราก็เบาใจ หลวงตาเป็นผู้เข้าไปดูคลังหลวงเอง ในนามของพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศ เราไปดูความสัตย์ความจริงของทองคำจากคลังหลวงของเรา ได้มาประกาศพี่น้องทั้งหลายทราบ ตั้งแต่วันแรกเลยจนกระทั่งป่านนี้ ไม่เคยลดหย่อนอ่อนข้อ เพราะเราแป้วใจในจุดนั้นมาก จึงต้องเด็ดเข้าไปโดยลำดับ

เราจะต้องให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน เราจะพากันหายใจโล่งปอดเราแหละ ทั่วประเทศไทย คนกี่ล้าน ๖๒-๖๓ ล้าน หายใจโล่งปอด แม้จะไม่เต็มปอดก็หายใจโล่งปอด ขอให้ได้ทองคำน้ำหนักตามที่ว่านี้เถอะ หลวงตาเป็นผู้ไปดูมาเอง เอาความสัตย์ความจริงมาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เพื่อความสมบูรณ์ของทองคำจำนวนที่เราต้องการพอประมาณ เช่นน้ำหนัก ๑๐ ตัน ขอให้ได้คราวนี้ จากนั้นก็ให้ได้ดอลลาร์ ๑๐ ล้าน หลังจากนั้นแล้วหลวงตาก็เรียกว่าหงายเลยละ ดังที่ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน คือกำลังของเราอ่อนลงทุกอย่าง ๆ เป็นแต่เพียงน้ำใจไม่มีอ่อน มุ่งต่อจุดที่หมายไว้ตลอดเวลา คืออย่างน้อยทองคำให้ได้น้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์ ๑๐ ล้าน นี้เป็นจุดที่หมายของหัวใจเรา เรามุ่งใส่นั้น

สำหรับร่างกายตะเกียกตะกายไปอย่างงั้นแหละ พอได้ตามจุดนี้แล้วก็จะล้มทั้งหงายไปเลยไม่เอาไหนแหละ การเทศนาว่าการในที่ต่างๆ ดังที่เคยปฏิบัติมานั้นจะงดทันที แล้วจะไม่รบกวนพี่น้องทั้งหลายแบบที่เคยปฏิบัติอยู่เวลานี้เลย ส่วนที่มีท่านผู้บริจาคสมบัติทั้งหลายเข้าสู่คลังหลวง ซึ่งเป็นจุดรวมของชาติเรานั้น เรารับตลอด ไม่ว่าทองคำ ไม่ว่าดอลลาร์ ไม่ว่าเงินไทย เราจะรับไปตลอด เพื่อเข้าสู่คลังหลวงของเราดังที่เคยปฏิบัติมาเช่นเดียวกัน เป็นแต่เพียงว่าเราไม่รบกวนพี่น้องทั้งหลายดังที่เคยเป็นมานี้เท่านั้น เรียกว่าเลิกจุดนี้ไม่เอาแหละ นี่ค่อยหนุนกันขึ้น ๆ เราก็เบาใจ

จากนั้นก็ปล่อย ทีนี้เรื่องสังขารร่างกายมันจะเป็นอะไรก็ปล่อย หลวงตาเรียนพี่น้องทั้งหลายทราบ ถอดออกมาจากหัวใจสอนพี่น้องชาวไทยเราด้วยความเมตตาสุดส่วน ไม่มีมลทินในจิตใจแม้นิดหนึ่งเลยว่า จะเป็นความจอมปลอมไป เราพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ว่าเราสุดทุกอย่างแล้ว ในโลกธาตุแดนสมมุตินี้เราสุดทุกอย่าง เราหายสงสัย ปล่อยวางหมดโดยประการทั้งปวง ก็เหลือตั้งแต่ความเมตตาสงสารต่อโลกที่ดีดที่ดิ้นอยู่เวลานี้แหละ เพื่อพี่น้องทั้งหลายได้อยู่เย็นเป็นสุขต่อไป สืบทอดมรดกอันนี้ให้ลูกให้หลานของเราได้อบอุ่นต่อไป นี้ละที่หลวงตาอุตส่าห์พยายามเวลานี้

สำหรับหลวงตาเองไม่มีอะไร พอเรียบร้อยแล้ว ไม่สนใจกับอะไรแหละ ถ้าพูดถึงเรื่องว่าว่าอิ่มอิ่มตลอดเลย ไม่ว่าอะไรจะบกจะบางในเรื่องแดนสมมุติ ธรรมธาตุของเราไม่มีคำว่าบกบาง หรือท่วมท้นไปไหนอีก เกินความพอดีก็ไม่มี มีแต่ความพอดีอย่างเลิศเลอเท่านั้น นี่เราได้อุตส่าห์พยายาม แล้วเป็นความซาบซึ้งภายในจิตใจกับบรรดาพี่น้องทั่วประเทศไทยตลอดมาว่า ต่างท่านต่างมีความอุตส่าห์พยายาม ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นเศรษฐีกุฎุมพีแหละ เราเป็นคนทุกข์คนจน น้ำใจของคนจนนี้แสดงออกมาเป็นสมบัติเงินทองเข้าสู่คลังหลวงให้เห็นประจักษ์แก่ตาโลกทั่วๆ ไป ดังที่เวลานี้ประกาศก้องมาแล้วว่าทองคำเรามีน้ำหนักถึง ๖ พัน ๘๐ กว่ากิโล แล้วดอลลาร์เราก็เกือบจะ ๘ ล้านแล้ว นี้คือน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นแหละ

หลวงตาจึงขออนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ไม่เคยมีที่จะมาขัดมาแย้ง มาทุบมาตีชาติไทยของเรา ซึ่งกำลังพยายามอุ้มชูกันอยู่ให้แหลกเหลวลงไป ต่างท่านก็ต่างเสียสละตามกำลังของตน มีมากมีน้อยออกมาจากน้ำใจๆ น้ำใจนี้ละเป็นของที่มีคุณค่ามาก สมบัติเงินทองตามน้ำใจมา ถ้าน้ำใจมีมากมีน้อยสมบัติเหล่านั้นก็ออกมามากน้อย ตามที่มีอยู่ของตัว ถ้าไม่มีน้ำใจแล้วมีเท่าไรก็ไม่เกิดประโยชน์ แม้เจ้าของเองก็ไม่เกิดประโยชน์ ตายแล้วลงนรกก็มี ไปเป็นเปรตเป็นผี เฝ้าทรัพย์สมบัติ ที่เจ้าของว่าเป็นมหามงคลแก่เจ้าของด้วยความตระหนี่นั้นแหละ แต่มันไม่ได้เป็นมหามงคลซิ มันเป็นมหาภัยแก่ตัวเอง มีเยอะ

เราไม่ได้เป็นเศรษฐีประเภทเป็นเปรตเป็นผีเฝ้าสมบัติ แต่เราเป็นเศรษฐีธรรม เป็นเศรษฐีน้ำใจต่อชาติบ้านเมือง ต่อตัวของเราเอง ต่างคนต่างเสียสละมาเป็นเวลา ๕ ปีนี้แล้ว ทองคำเราก็ได้ถึง ๖ ตันกว่าแล้ว ต่อไปนี้ขอให้พากันตะเกียกตะกายอีก เมื่อถึงกาลเวลาที่จะควรยุติเมื่อไรแล้วหลวงตาจะประกาศเอง เวลานี้ประกาศมีแต่จะสู้ไม่ถอยๆ อุ้มชาติไทยขึ้นให้ได้ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษของเราทำไมอุ้มมาได้ถึงพวกเราขนาดนี้ ยังพาถ่อพาพายตะเกียกตะกายมาด้วยความลำบากลำบนได้ พวกเราก็มีจำนวนมากแล้วลูกหลานของพี่น้องชาวไทยเรา ทำไมเราจะสู้ไม่ได้ สู้ได้ ว่างั้นเลย เวลานี้สักขีพยานก็เห็นว่าสู้ได้ มาถึง ๖ ตันกว่าแล้วทองคำ และดอลลาร์ก็เกือบ ๑๐ ล้านแล้ว นี่เรียกว่าสู้ได้

ต่อไปนี้ถึงฝั่งแห่งความสมบูรณ์พูนผล อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากัน จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายตั้งอกตั้งใจ แล้วต่อจากนี้ไปเราจะตั้งต้นใหม่แล้วนะ เริ่มบอกตั้งแต่บัดนี้ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน ส่วนมากเราจะวางเป็นระยะๆ ระยะละ ๔ เดือน คราวที่แล้วนี้เราก็มอบทองคำวันที่ ๑๐ ธันวา ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ก็มาวันที่ ๑๒ เมษา นับเป็นเวลา ๔ เดือนพอดี แล้วจากวันที่ ๑๒ เมษานี้อีก เป็นเวลา ๔ เดือนพอดี ก็ไปตรงกับวันที่ ๑๒ สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของหลวงตาบัวอีกด้วย วันนั้นจึงเป็นวันอันยิ่งใหญ่วันหนึ่ง นี่เราจะทุ่มทองคำ และดอลลาร์ เข้าสู่คลังหลวงของเราในจุดนี้

ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เตรียมพร้อมตั้งแต่บัดนี้ต่อไปนะ อีก ๔ เดือน อย่างน้อยทองคำจะให้ได้ ๕๐๐ กิโล ดอลลาร์ก็ให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ดอลล์ ขอให้พี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบไว้ตั้งแต่บัดนี้ คือเราเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ จนกระทั่งถึงเดือนสิงหา วันที่ ๑๒ เดือนสิงหา นั้นละเป็นอีกวันหนึ่งที่เป็นวันฤกษ์ดีเป็นมงคลแก่พวกเรา จะได้รวมทองคำเข้าสู่คลังหลวงอีก แล้วจวนเข้า ๆ พอถึงกฐินนี้ก็บุกใหญ่เลยแหละ บุกใหญ่ไม่มีคำว่าถอย ชาติเป็นของใคร ให้ตั้งปัญหาถามกัน ๖๒-๖๓ ล้านคน นี้คือคนไทย เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น เป็นผู้รับผิดชอบ เป็นผู้รักชาติของตนเสมอหน้ากัน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โตมากทีเดียว ในการที่จะช่วยชาติของตนให้ขึ้นจากความที่เป็นเสนียดจัญไรดังที่เคยเป็นมา ค่อนข้างจะพาให้ล่มจม

ทีนี้เราจะฟื้น ฟื้นขึ้นมา เพราะคนไทยเราเป็นผู้ทำให้ล่มจมเองด้วยความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความประมาทประเภทใดก็แล้วแต่ มันเสียไปแล้วก็ยอมรับว่าเสียไป ส่วนใดที่จะเรารื้อฟื้นขึ้นมาได้ตามกำลังสติปัญญาและความรักชาติของเรา เอาให้เต็มเหนี่ยวนะคราวนี้ เอาให้ได้ตามจุดที่หมาย คือวันที่ ๑๒ สิงหานั้นก็จะเป็นวันมอบอีกวันหนึ่ง เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งเวลานี้ก็ได้ทองคำ เท่าที่ทราบมาเมื่อเช้านี้ ทองคำที่เหลือจากมอบเมื่อวานนี้นั้น มันเป็นทองรูปพรรณ เป็นสร้อยเป็นอะไร เวลาจะหลอมก็ช้า เวลาไม่พอ จึงต้องเก็บหอมรอมริบทองประเภทนี้เอาไว้ รวมทั้งหมดทองของเราที่ได้ไว้เวลานี้ เหลือจากที่เรามอบเมื่อวานนี้แล้ว ยังเหลืออีก ๓๑ กิโล นี่เราได้เป็นต้นทุนขึ้นแล้วในวันนี้

ส่วนดอลลาร์ได้ถึง ๕ หมื่นแล้วนะ ดอลลาร์ได้หลังจากที่เรามอบ ๔ แสนดอลล์แล้วนั้น มาเป็นต้นทุนตั้งขึ้นใหม่นี้ได้ ๕ หมื่นดอลล์แล้ว นี่เราก็จะแยกเงินนี้ไปตั้งต้นใหม่ทั้งทางอุดร ทั้งกรุงเทพฯ คือต้นทุนเข้าบัญชีเสมอกันเลย ทางนู้นก็ตั้งต้น ทางนี้ตั้งต้น พอได้ทางนู้นเข้า ได้ทางนี้เข้าทางนี้ต่อไป เวลานี้จะเอาทางนี้แยกไปตั้งต้นเสียก่อน เพราะทางนู้นหมด เรียกว่าหมดเนื้อหมดตัว ทางนี้ก็หมดเนื้อหมดตัว เพราะฉะนั้นจึงแบ่งสันปันส่วนให้เสมอกัน เราดูบัญชีแล้วรู้สึกสะดุดกึ๊ก พอระลึกถึงคลังหลวงแล้วตื้นตันใจทันทีนะ คือเงินเราเป็นจำนวนแสน ๆ อยู่ในบัญชี มาอ่านเมื่อวานนี้มัน ๒๐ ดอลล์หรือไง สะดุดกึ๊กเลย พอมันระลึกถึงคลังหลวงเท่านั้นเต็มตื้นขึ้นมาเลย มันออกจากนี้ไปอยู่นั้น ความหมายว่างั้น พอใจทันที

เพราะฉะนั้นจึงต้องตั้งต้นใหม่บัดนี้ เริ่มตั้งแต่บัดนี้ต่อไป ดอลลาร์กับทองคำจะให้ไปพร้อมกัน เรากะว่าดอลลาร์อย่างน้อยก็คงไม่ต่ำกว่า ๓ แสน ทองคำก็ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ กิโล ในวันที่ ๑๒ สิงหา กรุณาทราบไว้ทั่วหน้ากัน หลวงตาจะประกาศให้ทราบเป็นระยะ ๆ ด้วยความสัตย์ความจริง ไม่มีร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม ร้อยสันพันคม ดังโลกกิเลสต้มตุ๋นสัตว์โลก ธรรมเป็นอย่างนั้นตรงไปตรงมา กรุณาทราบ แล้วให้ตั้งหน้าตั้งตาพยายามเก็บหอมรอมริบเอาไว้ ถึงเวลาแล้วก็ออกสนามปึ๋งเลยเทียว ไม่หลายครั้งละจะเต็ม ๑๐ ตัน เวลานี้ก็ได้ ๖,๐๘๔ กิโลแล้ว ก็ยังเหลืออยู่ ๓ ตันกว่า ซัดเลย อย่าไปถอย ยังเหลืออยู่ ๓ นี่ซัดเลย เอาความจนลงทะเลตูมเลย

วันนี้พูดเพียงเท่านี้ให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน เรื่องเกี่ยวกับเรื่องโลกสงสาร ที่เอาไฟเผากันนี้ เราก็อดพูดไม่ได้ในฐานะที่เป็นศาสนา คือหัวใจของโลกมันจำเป็นต้องได้พูดอยู่นั้นแล เพราะการพูดนี้ไม่ได้ไปกีดไปกัน ไปทำลายใครให้เสียหาย เป็นการเพิ่มพูนความสงบสุขร่มเย็น ความมีราค่ำราคาแก่โลกทั้งนั้น ธรรมะเป็นอย่างนั้นตลอด เพราะฉะนั้นถึงกาลเวลาที่เราจะพูดถึงเรื่องข้าศึกศัตรู หรือข้าศึกสงครามกับความสงบร่มเย็นของโลกนี้ พี่น้องทั้งหลายเทียบกันซิ

เอ้า ยกขึ้นมา คนทั้งโลกนี้มีจำนวนเท่าไร สัตว์ทั้งโลกนี้มีจำนวนเท่าไร มีคุณค่าเสมอกันหมด สัตว์แม้มดเขาก็มีคุณค่าเต็มตัวของเขา เขาจึงเป็นมดเต็มตัวได้ ไม่ว่าสัตว์ประเภทใดไม่มีชีวิตเป็นสัตว์ประเภทนั้นๆ ไม่ได้ เมื่อมีชีวิตครองตัวอยู่ เป็นมด เป็นปลวก เป็นปู เป็นปลา เป็นหมู เป็นหมา เป็นคน เป็นสัตว์เหล่านี้ได้เต็มตัว นี่เรียกว่าเขามีคุณค่าเต็มตัวของเขา แล้วเขามีความรักความสงวนชีวิตของเขาอย่างมากมาย เรื่องความตายสัตว์ทุกตัวกลัวกันทั้งนั้น ไม่จำเป็นจะต้องไปศึกษาเล่าเรียนจากที่ไหนมา ความกลัวตายถึงจะเกิดจะมีขึ้นมาเพื่อรักษาตัว แต่ความตายนี้มันมีอยู่กับทุกคน นี่สัตว์รักสัตว์สงวนมากในชีวิตของตัวเอง

นี่ละธรรมก็เข้าไปในจุดนี้ เป็นเครื่องส่งเสริมจิตใจของสัตว์ ว่าสัตว์ทุกตัวมีความรักสงวนในชีวิตจิตใจและความสงบสุขร่มเย็นแก่ตนเอง และส่วนรวม และพวกพ้องของตัวเอง เสมอหน้ากันทั่วโลก นี้คือธรรม ธรรมเข้าไปตรงนี้เลย ให้รักษาน้ำใจกัน อย่าทำความกระทบกระเทือน ผู้ใหญ่อย่าเอาอำนาจบาตรหลวงเข้าไปบีบบังคับผู้น้อย ซึ่งมีหัวใจเช่นเดียวกัน มีสิทธิมีอำนาจ รักชีวิตเสมอกันกับเราที่เป็นผู้มีอำนาจมากๆ นั่นแหละ อำนาจหรือความรักชีวิตของสัตว์นี้มีเสมอหน้ากันไปหมด นี้มีคุณค่าขนาดไหน

เวลานี้เป็นยังไง สมมุติว่าเวลานี้ไม่มีสงครามเลย เมืองไทย เมืองนอกเมืองไหนก็ตาม อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากันหมด เอ้า พอสงครามเกิดไฟตูมเข้ามาเท่านั้นละ จะเป็นสงครามแบบไหน ภัยประเภทใด โลกพินาศเลย เป็นยังไงใครต้องการไหมโลกพินาศ เขาพินาศ เราพินาศ เราต้องการให้ได้สมมักสมหมาย แต่ตายไปอย่างหาค่าหาราคา สู้หมาขี้เรื้อนก็ไม่ได้ เป็นยังไงเราจะเอาข้างไหนเทียบซิ ความสงบสุขของสัตว์โลกนี้เป็นสิ่งที่สัตว์โลกต้องการทั่วหน้ากัน และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก แต่การทำลายซึ่งกันและกันไม่คำนึงคำนวณถึงเหตุผลกลไกอรรถธรรมอะไรเลย เอาตามอำนาจบาตรหลวงของตนที่เป็นป่าๆ เถื่อนๆ เห็นว่ามีอำนาจบาตรหลวง ว่าเป็นผู้เฉลียวฉลาด แล้วทำโลกให้พินาศฉิบหาย ใครจะเป็นตัวเสนียดจัญไร เป็นภัยร้ายแรงต่อโลกได้ยิ่งกว่าคนประเภทนี้

แล้วเรายังจะรักจะสงวน จะสนับสนุนคนประเภทนี้ให้ก่อไฟเผากันได้ลงคออยู่เหรอ ก็เมื่อเราไม่รักไม่สงวน ไม่สนับสนุนแล้ว เราจะพูดถึงเรื่องเราไม่พอใจ เราไม่เห็นด้วยตามความรู้สึกของเรา ซึ่งในนามสัตว์ตัวหนึ่ง เหมือนสัตว์ทั้งหลาย ว่าไม่ยินดีในการที่จะก่อกรรมทำเข็ญเอาไฟเผาโลกอย่างนี้ เขาไม่ยินดี เช่นอย่างที่เขาเสนอชื่อไว้ ก็คือความไม่ยินดี เสนอชื่อก็ได้ ไม่เสนอชื่อเพราะความไม่ยินดี ในความล่มจมของโลกนั่นเอง ใครจะพูดอะไรก็มีสิทธิจะพูดได้ เพราะเรามีสิทธิรักษาชีวิตจิตใจของเราด้วยกัน ด้วยเหตุนี้โลก เฉพาะอย่างยิ่งโลกผู้ใหญ่นั้นแหละ

ผู้ปกครองโลกควรจะให้ใช้ความพินิจพิจารณา อย่านำตั้งแต่อำนาจ อำนาจนี้เป็นอำนาจของกิเลสซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟ จะเผาได้ทั้งตัวเองและโลกทั่วไปไม่สงสัย แต่อำนาจของธรรมนี้ร่มเย็นทั้งตัวเอง ร่มเย็นทั้งโลกทั่วๆ ไป คือให้อภัยกัน บ้านน้อยอยู่ตามน้อย บ้านใหญ่อยู่เมืองใหญ่ ให้เขารักษาสิทธิชีวิตของเขา เช่นสัตว์เราเลี้ยงไว้ในบ้านของเรานี้มีกี่ตัว เลี้ยงดูเขาให้ผาสุกร่มเย็น ไม่ว่าหมา ว่าแมว ว่าสัตว์ประเภทใด เขาก็ร่มเย็นอยู่ในวงการอารักขาของเรา คือจากเจ้าของนั้นแล

อันนี้บรรดาโลกทั้งหลายก็มีผู้ใหญ่ผู้น้อย มีอำนาจมาก อำนาจน้อย ผู้มีอำนาจมากก็เท่ากับเป็นเจ้าของ เป็นพ่อเป็นแม่ของโลกทั้งหลายให้ความร่มเย็นแก่โลก อย่างนั้นถึงจะสมควร ยิ่งกว่าที่เรามีอำนาจมากเท่าไร จะเอาโลกมาเป็นอาหารว่างกินกลืนไปหมดอย่างนี้ใช้ไม่ได้ โลกอันนี้โลกมนุษย์ เป็นโลกพินาศฉิบหาย ไม่ควรจะมีมนุษย์ประเภทนี้อยู่ในโลกค้างในโลกนี้อีกต่อไป สัตว์จะฉิบหายทั่วโลกตลอดไปอีกนะ ถ้ามีโลกด้วยความเป็นธรรมแล้วจะอยู่ด้วยกันเป็นผาสุกร่มเย็น

เราก็อดพูดไม่ได้ในเรื่องความสงบร่มเย็น แม้แต่ใจของเราดีดดิ้นเรายังบีบบังคับให้อยู่ในความสงบด้วยธรรม ทำไมโลกจะเป็นฟืนเป็นไฟ พูดกันไม่ได้เหรอ หาอุบายวิธีการที่จะแก้ไขดัดแปลงเพื่อความสงบร่มเย็น แล้วให้ชีวิตของสัตว์โลกทั่วไปมีคุณค่าเสมอกัน พูดไม่ได้เหรอ แล้วแก้ไขดัดแปลงไม่ได้เหรอ ถ้าแก้ไขเหล่านี้ไม่ได้ จะทำได้ตั้งแต่ทำโลกให้พินาศ พวกนี้พวกพินาศฉิบหาย พวกเลวยิ่งกว่าเทวทัต เลวยิ่งกว่าสัตว์นรกนั้นอีก

เราในนามของพุทธศาสนาเรานำเรื่องพระพุทธเจ้ามาพูดได้ว่าพวกนี้เลวกว่าสัตว์นรกอีก มันจำเป็นมันไปโดนแล้ว แต่พวกนี้ยังไม่ได้จำเป็นยังไม่ถึงขั้นจะโดน ยังฝืนใจยังดื้อด้านจะไปโดนอยู่เหรอ แสดงว่าเลวกว่าสัตว์นรกนะ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอา แล้วผู้ใหญ่ผู้โตทั้งหลายควรใช้ความพินิจพิจารณาให้มาก อย่าถืออำนาจบาตรหลวงของเราว่าเป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีอะไรเหนือกรรมนะ ทำชั่วเป็นชั่ว ทำดีเป็นดี ใหญ่โตขนาดไหนไม่เหนือกรรม กรรมนั้นแหละจะเผาถ้าเป็นกรรมชั่ว ถ้าเป็นกรรมดีจะเทิดทูนขึ้นไป  เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้พอสมควร ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก