ธรรมดูแลความสุขทุกข์ของโลก
วันที่ 23 มิถุนายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ธรรมดูแลความสุขทุกข์ของโลก

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๒๒ คือเมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๔ บาท ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๒ ดอลล์ วันนี้ได้เพิ่มขึ้นไปอีกเป็น ๑ กิโลแล้ว ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๕,๐๕๙ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากการมอบเข้าคลังหลวงแล้วเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายนได้ ๗๔ กิโล ๖๓ บาท ๓๖ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมดเวลานี้ได้ ๕,๑๓๔ กิโล ดอลลาร์ที่มอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๖,๘๖๗,๘๘๙ ดอลล์ ต่อไปนี้มันจะเพิ่มขึ้น เมื่อทองคำได้เข้าถึงจุดที่หมาย ๑๐ ตันเมื่อไรแล้ว ดอลลาร์นี้ไม่สงสัยยังไงจะต้องได้ ๑๐ ล้าน เวลานี้ก็ร่วม ๗ ล้านแล้ว กรุณาทราบตามนี้นะ ทองคำก็ดี ดอลลาร์ก็ดีรอพี่น้องทั้งหลายจะหนุนขึ้น ๆ ถ้าได้ตามจุดหมายปลายทางของชาติไทยเรา

กฐินวัดป่าบ้านตาดคราวนี้ นายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานเป็นเจ้าภาพของพวกเราทั้งหลายในวันที่ ๒๖ ตุลา ทอดตอนเช้า ทอดเสร็จแล้วบรรดาศรัทธาทั้งหลายก็แยกกระจายกันออกไปทอดกฐินตามวัดต่าง ๆ ที่เป็นสำนักกรรมฐานในที่ทั่ว ๆ ไป เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๖ หลังจากทอดกฐินวัดป่าบ้านตาดแล้ว ก็กระจายกันออกไปทอดวัดต่าง ๆ พอวันที่ ๒๗ ก็เอาเต็มเหนี่ยวเลย ทอดทั้งวันเลย เป็นปรกติมาอย่างนั้น มีวัดป่าบ้านตาดเป็นปฐมฤกษ์แห่งการทำบุญมหาทานกฐิน แยกกันไปวัดต่าง ๆ ซึ่งส่วนมากเป็นวัดกรรมฐาน อยู่ในที่ซอกแซกที่ไหนไปหมด ท่านเหล่านี้ไปหมด เข้าไม่ได้ยังเอาวัตถุไทยทานไปฝากไว้ที่ใกล้ ๆ ให้เขาไปส่งถวายก็ยังมี ที่พอไปถึงแล้วก็ไป

วันนี้ก็นับว่าได้มากทั้งทองคำและดอลลาร์นะ ทองคำก็ได้ตั้ง ๑ กิโลกับ ๗ บาทแล้ว ส่วนดอลลาร์ได้ ๙๐๐ ดอลลาร์ที่เก็บไว้ในบัญชีถึง ๗๖,๙๐๐ จวนจะถึงแสนแล้ว นี่หมายถึงบัญชีทั้งสอง อุดรฯบัญชีหนึ่ง กรุงเทพฯ บัญชีหนึ่ง สำหรับบัญชีดอลลาร์นะ ฝากไว้สองบัญชี เวลานี้ทั้งสองบัญชีที่รวมแล้ว ๗๖,๙๐๐ คงมากขึ้นเรื่อย ๆ พอทองคำเราถึง ๕๐๐ กิโลเมื่อไรเราก็หลอม เวลานี้ตั้ง ๕๐๐ กิโลเป็นจำนวนที่จะหลอม พอถึงพันกิโลก็เข้ามอบ คือ ๕๐๐ กิโลนี้เข้าหลอมแล้ว พอถึง ๕๐๐ กิโลก็หลอมสักทีหนึ่ง พอถึงพันกิโลเข้ามอบคลังหลวงของเราเป็นระยะ ๆ ไป ค่อยเก็บเล็กผสมน้อยอย่างนี้ อย่างอื่นสู้อย่างนี้ไม่ได้ อย่างนี้สู้ไม่ถอย เก็บเล็กผสมน้อยเรื่อย ๆ สูงขึ้น ๆ ตอนนี้ทองคำเราก็ได้ตั้ง ๕ ตัน ๑๓๔ กิโล เวลานี้ทองคำเราขาดตามที่กำหนดไว้ ๕ ตัน เวลานี้ยังขาดอยู่ไม่ถึง ๕ ตัน ๔ ตันกว่า เราได้ไปแล้ว ๕ ตันกว่าแล้ว ต่อไปก็จะถึง

ที่ได้พาพี่น้องทั้งหลายตะเกียกตะกายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันวันนี้นั้น หลวงตาก็ไม่ได้ตั้งโปรแกรมอะไร ๆ ไว้เลย ก็เหตุการณ์มันขึ้นจากเมืองไทยเรานี่ เอนเอียงคอยจะล่มจะจมให้เห็นอยู่ ทั้งนี้ที่เราได้คิดมากก็คือว่า เมืองไทยเราอยู่มาด้วยความสงบสุขร่มเย็นเรื่อยมา เป็นมานานแสนนานนะ แล้วมาวาระนี้เป็นวาระที่เราไม่เคยคาดเคยฝันกัน อยู่ ๆ เมืองไทยก็จะเอาคนทั้งประเทศจมลงในทะเลหลวงเลย เมื่อเป็นอย่างงั้นแล้วมันก็กระเทือน เรื่องราวมันเริ่มขึ้นแล้ว เพราะธรรมดาธรรมต้องมีความเมตตาเสมอ ดูแลความสุขทุกข์ของโลกทั่ว ๆ ไปอยู่อย่างนั้นตลอด เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่จะเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมืองของพวกเราแล้ว เราเป็นเจ้าของชาติบ้านเมืองก็ต้องดิ้นรนสุดเหวี่ยงตั้งแต่ประชาชนขึ้นมาก็มาถึงพระ ทีนี้พระออกสุดเหวี่ยงนำ

นี่แหละที่ได้ประกาศเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย หลวงตาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำอย่างนั้น พูดตรง ๆ อย่างนี้เลย ทำไปตามภาษีภาษา ได้มากได้น้อยเราก็ทำไป แต่เวลาเหตุการณ์มันหนักเข้ามา เผชิญหน้าแล้วก็เหมือนว่าเราขึ้นเวทีแล้ว จะเป็นราชสีห์มาก็ต่อย ช้างมาก็ต่อย ให้ถอยไม่ถอยเมื่อขึ้นเวทีแล้ว นี่เราขึ้นเวทีแห่งความจนตรอกจนมุมของคนไทยทั้งชาติ ต่างคนต่างจะดีดจะดิ้นจะเตะจะยัน ถีบความทุกข์ความจนความจะล้มละลายออกจากชาติไทยของเรา ต่างคนก็ต้องดีดซี นี่มันก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้

สิ่งเหล่านี้เราปฏิเสธไม่ได้ เรายอมรับ เมื่อยอมรับพุทธศาสนาหรือธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว การปฏิบัติของเรามันก็เป็นคู่เคียงกัน เป็นเครื่องเทียบเคียงกัน เป็นสัดเป็นส่วนเป็นระยะ ๆ แห่งผลประโยชน์ที่บำเพ็ญจากธรรมของท่านมา เป็นข้อเทียบกันยังไง ตลอดเข้าถึงสายบุญสายกรรมมันก็เกี่ยวโยงกันไปยังไง มันก็ต้องยอมรับไปตามกัน นี่ละเรื่องราวมันเป็นอย่างงั้น ถ้าไม่มีสายบุญสายกรรมมันก็เป็นไปอย่างนี้ไม่ได้ เช่น อย่างพระที่จะเป็นผู้นำอย่างนี้นะ พระทั่วประเทศไทยมีจำนวนมากเท่าไร ทำไมถึงได้หลวงตาบัวเป็นผู้นำ มันเกี่ยวโยงกันด้วยบุญด้วยกรรม อำนาจวาสนา เมื่อมันเกี่ยวโยงกันแล้วมันก็เข้ากันได้ ๆ มีมากมีน้อยเข้ากันได้ทั้งหมด มันเกี่ยวโยงกันยังไงเข้ากันได้ ถ้าไม่เกี่ยวโยงมีเท่าไรไม่เข้า ๆ เตลิดเปิดเปิงไปหมด นั่นมันก็เป็นอย่างนั้น

นี่แหละหลวงตาจึงได้อุตส่าห์พยายามพาพี่น้องทั้งหลายดีดดิ้น หลวงตาไม่ใช่เป็นคนมีอำนาจวาสนาอะไรนะ ก็อยู่เป็นหลวงตามาเรื่อย ๆ อย่างนี้แหละ อยู่กับพี่น้องทั้งหลายมาอย่างนี้ แต่เมื่อมีความจำเป็น ต่างคนต่างก็รับผิดชอบชาติบ้านเมืองของเราด้วยกัน มันก็ต้องดูแลกระจายออก กว้างออกไปๆ ความจำเป็นมีมากมีน้อยมาเกี่ยวโยงยังไง มันก็ต้องชำระสะสางหรือชะล้างกันไปดังที่เห็นนี้แหละ เรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น

นี่การเทศนาก็ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบแล้ว ว่าเราจะไม่เทศน์เหมือนแต่ก่อนแล้ว คือที่มีการเทศน์อยู่บ้างนี้ก็คือว่ายังมีการช่วยชาติอยู่ เฉพาะอย่างยิ่งเราหมุนใส่ทองคำ จุดหมายปลายทางแห่งคนทั้งชาติเราที่ตั้งไว้เวลานี้ มีหลวงตาเป็นผู้นำถึง ๑๐ ตัน นี่จุดใหญ่อยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการเป็นครั้งเป็นคราวที่จำเป็นนั้นมันจึงมีเกี่ยวโยงกันไปถึงทองคำ เรียกว่ายังนำชาติอยู่ การเทศนาว่าการก็เกี่ยวโยงกันไป ถ้ามีแต่ว่าทองคำ ๑๐ ตันการเทศนาว่าการอะไรไม่มีเลยอย่างนี้ รู้สึกว่ามันกุดมันด้วนมันไม่เหมาะสมกัน ไม่มีสายเกี่ยวโยง ด้วยเหตุนี้เองการเทศนาว่าการจึงมีบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน บอกว่ามีบ้าง เท่าที่จำเป็นจริง ๆ จึงไปเทศนาว่าการให้เพื่อความเกี่ยวโยงของทองคำของเรา

ทองคำของเราเป็นจุดยุติ เป็นจุดรบ จุดรบก็อยู่ที่นั่น จุดยุติ จุดแพ้ จุดชนะก็อยู่ที่จุดนั้น เอาจุดนั้นเป็นเกณฑ์ ถ้าสมมุติว่าเราได้ทองคำถึง ๑๐ ตันแล้วนี้ การณ์ทั้งหลายเหมือนกับเราดึงจอมแหนะ จอมแหที่เราตากไว้เพื่อช่วยชาติบ้านเมืองของเรากว้างขวางครอบประเทศไทย เมื่อดึงจอมแหนั้นก็คือว่าทองคำได้ถึงจุดแล้ว ก็เท่ากับดึงจอมแห ตีนแหจะย่นเข้ามา ๆ เองของมันนั่นแหละ ไม่ต้องมีใครบอกมันก็รู้เองด้วยกันทุกคน เวลานี้เราก็รู้เองด้วยกันทุกคนแล้วว่าเรากำลังช่วยชาติ มีจุดมุ่งหมายอันใหญ่หลวงของเราก็คือทองคำ ๑๐ ตัน คือเราตากแหไว้แล้ว เราจะรอแต่จับจอมแหดึงเท่านั้นแหละ

เมื่อทองคำครบจำนวนที่เราต้องการแล้ว การดึงจอมแหมันก็ดึงขึ้นมาเอง ตีนแหก็หดย่นเข้ามา ๆ ก็เป็นกองแห กลายเป็นทองคำธรรมชาติ ๑๐ ตันที่เรามุ่งหมายทั่วประเทศได้สมใจแล้ว ทีนี้การเลิกรากันไม่ต้องบอกกันมันก็รู้เอง ทำไมจะไม่รู้ ต้องรู้ด้วยกันทุกคน เวลานี้กำลังอุตส่าห์พยายามด้วยกันทุกคนก็รู้ด้วยกันทุกคน จึงขอให้พากันพยายามด้วยกัน เวลานี้เป็นเวลาที่เราจะช่วยชาติบ้านเมืองของเรา หลวงตาขนาดนี้ท่านทั้งหลายก็ดูเอา ก็อยู่ไปเป็นวันเป็นคืนไปเท่านั้นเอง ไม่ได้อยู่ไปอะไร ไม่ได้หวังอะไรนะ เราหมด วาสนามันอาภัพ มันหมดจริง ๆ เรื่องหวังอะไรไม่มีเลย ดูตั้งแต่มืดกับแจ้งวันหนึ่งไปเท่านั้น ๆ แหละ มีอะไรก็พูดด้วยความเมตตาสงสารด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเรื่องโลกเรื่องสงสารกิเลสตัณหาเข้ามาแทรกมาแซงเลย พูดด้วยความสัตย์ความจริงไปตามหลักธรรมชาติแห่งธรรมไปเรื่อย ๆ เป็นวันเป็นคืนไปเท่านั้น

นี่มีความหวังอยู่เวลานี้ ก็หวังอยากจะให้ชาติไทยของเราสมความมุ่งหมายที่หัวหน้าพาตั้งเอาไว้ว่าทองคำขอให้ได้ ๑๐ ตัน นี่เป็นความมุ่งหมายของหลวงตามาอยู่จุดนี้ กับบรรดาพี่น้องทั้งหลายมาอยู่จุดนี้ นอกจากนั้นมันก็ปล่อยของมันไปเอง ไม่บอกมันก็ปล่อย ปล่อยของมันไปเรื่อย ๆ แต่อันนี้ยังไม่ปล่อย ยังต้องกวนพี่น้องทั้งหลายอยู่ เห็นหน้ากันเมื่อไรไหนล่ะทองคำ เห็นหน้าที่ไหนไหนล่ะดอลลาร์ ไหนล่ะเงิน อยู่อย่างงั้น ไปไหนเขาไม่อยากจะพบหลวงตาแล้วเดี๋ยวนี้นะ เขาเบื่อจะพบ พอพบแล้วไหนล่ะทองคำเข้าเลย จะถามหามรรคผลนิพพานที่ไหนไม่ถาม ไหนล่ะทองคำเลย ไปอย่างนั้น เขาเลยจะเบื่อ เบื่อก็ทนเอานะ หลวงตาพูดไหนล่ะทองคำไม่เห็นเบื่อทวง ผู้นั้นอย่าเบื่อฟังนะ ให้ต่างคนต่างตั้งใจฟัง ผู้นี้ก็ตั้งใจพูดเพื่อชาติไทยของเรา เราฟังก็ฟังเพื่อชาติ ผู้ขอก็ขอเพื่อชาติ ได้มาเพื่อชาติแล้วเป็นความแน่นหนามั่นคงมันก็อบอุ่นไปเองทั้งชาติไทยของเรานี้แหละ

นอกจากนี้แล้วยังจะประกาศก้องในศักดิ์ศรีดีงามแห่งชาติไทยของเรา ลบล้างที่มันเลวร้ายที่สุดที่จะจมใน ๒๕๔๐ นี้ จะจมเอาจริง ๆ ยังเหลือแต่ลมหายใจแขม่ว ๆ ทั่วประเทศไทย เวลานี้ก็ฟื้นขึ้นมา ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นจึงขอให้ได้สมใจเรา รื้อฟื้นสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่จะทำเมืองไทยให้ล่มจม จนกระทั่งเมืองนอกเขาพวกที่จะดูถูกเหยียดหยามซ้ำเติมเขาก็จะดูถูกเหยียดหยาม ผู้ที่มีเมตตาธรรมบ้างเขาก็สงสาร เอ้อ เมืองไทยนี้ตั้งกันมานานแสนนานแล้วทำไมจึงมาจมเอาคราวนี้เชียวเหรอ นี่ผู้เขามีเมตตา เขายังมีเมตตาต่อเรา ทำไมชาติไทยของเราจะไม่มีเมตตาต่อตัวเอง ต้องเอาสุดเหวี่ยงนะ พี่น้องทั้งหลายจำให้ดี

เราจะเห็นคุณค่าความสามารถของกันและกันก็เวลาจนตรอกจนมุม ถ้าอยู่เฉย ๆ ใครก็อยู่เฉย ๆ ก็ไม่เห็นอะไรจำเป็น แต่เมื่อเวลาจนตรอกจนมุมจะเห็นน้ำใจกันเวลาจนตรอกจนมุม อยู่ธรรมดาด้วยกันก็ไม่มีอะไร พอเกิดเหตุขึ้นปั๊บมันจะมีเหตุการณ์รับกันทันทีเพื่อแก้เหตุการณ์นั้น ๆ เวลานี้เหตุการณ์ในเมืองไทยของเรายังไม่สงบลง ด้วยทองคำก็ยังไม่ได้ตามจุดที่หมาย จึงเป็นเรื่องชุลมุนวุ่นวายที่เราจะช่วยเหลือกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนช่วยคนจนตรอกจนมุมหรือช่วยคนเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างหนัก ๆ จะต้องรุมกันเลย

อันนี้ก็เหมือนกันเราต้องช่วยกันเพื่อรื้อชาติไทยของเราให้ขึ้นจากหล่มลึก แล้วจะเป็นสง่าราศีสมชื่อสมนามว่าชาติไทยได้ช่วยตัวเองคราวนี้ มีทั้งชาติมีทั้งศาสนารวมกันทีเดียว ไม่ใช่เพียงชาติอย่างเดียวหรือศาสนาอย่างเดียว รวมทั้งชาติซึ่งเราก็เป็นลูกของชาติไทย รวมทั้งศาสนาเราก็เป็นลูกแห่งชาวพุทธ ทั้งสองนี้รวมกันแล้วเรียกว่าลูกชาติลูกศาสนากำลังช่วยตัวเอง อย่าให้ยอกแยกคลอนแคลนนะ ให้หนักแน่นทุกคนๆ ให้เห็นน้ำใจคนไทยเราที่มีศาสนาเป็นเครื่องยืนยันประจำตน ว่ามีความเข้มแข็งต่อเหตุผลกลไกต่าง ๆ ไม่ได้นอนใจ เวลาจำเป็นก็ต่างคนต่างรื้อฟื้น ช่วยกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย นี่สมชื่อว่าชาติเรามีศาสนา

พระพุทธเจ้ามีเหตุมีผลทุกอย่าง เหตุผลเวลานี้ก็คือชาติไทยของเรายังแน่ใจไม่ได้เลย เราจะต้องช่วยกันฉุดกันลากขึ้นมาเต็มกำลังความสามารถด้วยกันทุกคน ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจตามที่อธิบายให้ฟังนี้นะ แล้วมันจะค่อยฟื้นขึ้นมา เช่นวันนี้ทองคำได้ตั้ง ๑ กิโลกับ ๕ บาทแล้ว ได้ขึ้นไปทุกวัน ๆ ไม่ค่อยขาดแหละ ต่อไปมันก็ขึ้นเต็มเอง วันนี้เทศน์เพียงเท่านี้ไม่เทศน์มาก เอาละจะให้ศีลให้พร

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวันได้ทาง Internet www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก