ชาวพุทธเรากวนศาสนา
วันที่ 16 มิถุนายน 2546 เวลา 8:00 น. ความยาว 48.03 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

ชาวพุทธเรากวนศาสนา

 

        (กราบเรียนครับ วันนี้ประมาณบ่ายโมงพระสายกรรมฐานจะมาประชุมที่ศาลาใหญ่หน้าวัด เกี่ยวกับการร่วมทำบุญทองคำ วันที่ ๑๒ สิงหาคม) ให้พิจารณากันไป ให้เราอยู่ตามสภาพของเรา

         เมื่อวานออกจากนี้เวลา ๙ โมง ๕๐ นาที ไปถึงนู้นบ่าย ขึ้นรถจากนี้ไป ไม่หยุดที่ไหนเลย ถึงนู้น ๒ ชั่วโมง ๓๘ นาที พอดีเข้าถึงครัวกึ๊ก เราไปอยู่ก็ไม่ถึงชั่วโมง ขาดเล็กน้อย เราไปพระก็รีบปุบปับ ๆ มา ไม่มากนัก เพราะเราบอกว่าเราจะไม่อยู่นาน อบรมพระไม่นาน จากนั้นก็มาเลย เราเบาใจ สบายใจ เอาของไปถวายพระ สนับสนุนพระผู้ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เราพอใจ ของที่เอาไปเมื่อวานนี้ แหม จึงได้เตือนรถไม่ให้วิ่งเร็ว เพราะความโลภ นี่โลภเป็นธรรมฟังซิ ความโลภเป็นกิเลสก็มี ความโลภเป็นธรรมก็มีได้ ความโกรธ โกรธส่วนมากต่อมากเป็นกิเลสแทบทั้งนั้น

         คือแยกปั๊บมาตามส่วนที่มี โกรธให้กิเลสในตัวเอง ฟัดกับกิเลสในตัวเอง ความโกรธนี้เป็นธรรม เป็นมรรคทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์ อย่างที่ว่านี้ของจนจะไม่มีที่ใส่ จึงต้องได้เตือนรถว่าไม่ไปเร็วถึงเมื่อไรก็ได้ เราว่างั้น ค่อยไป อะไรก็มีแต่ดีหมดๆ จะเอาทั้งนั้น ๆ โลภมาก นี่ละความโลภเป็นธรรมเข้าใจไหม ให้พากันเข้าใจเสีย ความโลภอย่างนี้เรียกว่าความโลภเป็นธรรม เราก็พอใจ พอไปก็สอนพระ ดุเดือดเน้นหนัก ๆ ตามจุด ๆ ๆ สำหรับท่านอุทัยดูว่าไปนาคำน้อย ไปไหนก็ตามพระวงกรรมฐานนี้จะไปไหนๆ มีแต่การไปประสับประสานเรื่องราวอะไรที่จะช่วยชาติบ้านเมืองของเราทั้งนั้น

         เราจึงอดชมไม่ได้เรื่องพระกรรมฐาน เฉพาะอย่างยิ่งคือสายหลวงปู่มั่น เอาจริงเอาจังมากนะการช่วยชาติบ้านเมือง คิดดูซิเช่นอย่างวันนี้ท่านมาไม่ใช่น้อย ที่จะมาประชุมกันที่ศาลาใหญ่เรา มาจากที่ต่าง ๆ เป็นลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดทั้งนั้น เป็นหัวหน้าวัด ๆ ที่มารวมกันเป็นจำนวนมาก มีแต่ลูกศิษย์ของวัดป่าบ้านตาดทั้งนั้น ออกไปจากวัดนี้ไปอยู่ที่ต่าง ๆ เป็นสมภารเจ้าวัด บำเพ็ญที่ไหนก็ตาม ออกจากวัดนี้ทั้งนั้น วันนี้มารวมกัน รวมกันก็เพื่อจะช่วยชาติบ้านเมืองของเรา เพราะพระท่านมีพ่อมีแม่ พ่อแม่เป็นคนไทย ลูกเป็นพระ พระก็พระของพ่อแม่ที่เป็นคนไทย เรียกว่าเป็นพระไทย ต้องช่วยกันเต็มกำลังความสามารถ ท่านจึงมาจากที่ต่าง ๆ เต็มไปหมด

         วันนี้เรียกว่า บรรดาลูกศิษย์ที่ออกจากวัดป่าบ้านตาดอยู่ทั่ว ๆ ไปมารวมกันมากละวันนี้ นาน ๆ จะมาทีหนึ่งอย่างนี้ ครั้งไหน ๆ เราก็เห็นไม่ใช่เหรอในเมืองไทยของเรา ต้องมีศาสนา มีพระเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่เสมอใช่ไหมล่ะ ถ้าเกี่ยวกับการช่วยชาติบ้านเมือง ไม่มากก็มี เป็นแกนอยู่ในนั้นจนได้นั้นแหละ ที่ช่วยชาติบ้านเมือง คราวนี้ก็ยิ่งเด่นชัดทีเดียว เพราะชาติบ้านเมืองของเราจะจมทั้งประเทศ ทีนี้พระต้องสะเทือนใจท่านมาก จึงต้องได้เอากันอย่างหนัก

         ประชุมกันในเรื่องที่จะช่วยชาติ เฉพาะอย่างยิ่งคือทองคำ ที่เราจะหนุนเข้าในคลังหลวงของเรา ซึ่งเป็นหัวใจของชาติ ต้องให้ได้จุดนี้ตามที่ประกาศไว้เรียบร้อยแล้ว เรานี้รู้สึกแน่ใจตั้งแต่บัดนี้อยู่แล้วแหละ คอยถึงวันจะเต็มตามกำหนด ครบตามกำหนด คือ ๑๐ ตัน จึงรวบรวมกันเข้า ๆ เร่งเข้าเรื่อย ๆ และบรรดาพระทั้งหลายที่เป็นลูกศิษย์ของวัดป่าบ้านตาด คือลูกศิษย์ของเรา ยิ่งทราบได้ดีเรื่องนิสัยของอาจารย์ อาจารย์ของท่าน ท่านยิ่งรู้ได้ดี เพราะท่านอยู่กับเราที่นี่ตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเข้มงวดกวดขันจริงจัง

         นี้ยิ่งเป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ถึงกับอาจารย์ของท่านขึ้นเวทีเพื่อต่อสู้กับความจนด้วยแล้ว  ท่านจะนอนใจได้ยังไง ท่านต้องมา ๆ วันนี้มองไปเต็มหมด ไม่ใช่มาจากที่ใกล้ ๆ ที่ไกล ๆ ก็มีจำนวนมาก เช่นอย่างกำแพงเพชรนู่นฟังซิ จันทบุรีไกลกว่ากำแพงเพชรขนาดไหน นี่หมายถึงว่าไกล ไม่คำนึงคำนวณ มาเลย นี่ละความพร้อมเพรียงสามัคคี จะเป็นปึกแผ่นแน่นหนามั่นคงไปด้วยอำนาจแห่งความพร้อมเพรียงสามัคคีนี้ตลอดไป แต่ความแตกความแยก ความยุความแหย่นี้เป็นเรื่องทำลาย เหมือนไฟเผาตึก เผาร้าน เผาบ้าน เผาเมืองนั่นแหละ

         ถ้าความยุแหย่ก่อกวนไปที่ไหน มันเหมือนเอาไฟไปแหย่ไปเผาตึกรามบ้านช่อง เผาบ้านเผาเมืองให้ฉิบหายไปหมด แต่ความประสับประสานเรียกว่าต่างคนต่างขวนขวายช่วยกัน หนุนเข้ามาๆ  เป็นกอบเป็นกำ เป็นต้นเป็นลำขึ้นมาอย่างนี้ละ เรารวบรวมทองคำของเราให้ได้เป็นหลักเกณฑ์แห่งชาติไทยของเรา เพราะเมื่อมีหลักเกณฑ์แล้ว เราเองก็อบอุ่น ติดต่อค้าขายกับเมืองนอกเมืองนาต้องถืออันนี้เป็นหลักเกณฑ์ประกัน นี่เราคิดเต็มหัวใจแล้วนะ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ใช่เป็นนักเศรษฐกิจ แต่พิจารณานี้ถึงขนาด เอ้า เรียกว่ายอสักหน่อยนะ ขนาดได้ดอกเตอร์ว่างั้น เขาว่าท่านไม่ได้ไปหาเรียนเศรษฐกิจฐะแกดที่ไหน ๆ เวลาท่านดำเนินงานนี้ โห เปรี๊ยะ ๆ เลย ดีไม่ดีเราสู้ท่านไม่ได้ เลยเอาดอกเตอร์มาให้เรา นั่นอย่างงั้นแหละ

         เราคิดจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดา คิดแยกแยะ ๆ ทุกแง่ทุกมุมไปหมด ประมวลมาแล้ว พอได้เรื่องได้ราวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกทีหนึ่งๆ ไม่ใช่พรวดพราด พรวดพราดออก ไม่ได้อย่างนั้น ต้องให้รอบคอบ พิจารณาเต็มสติปัญญาของเราแล้วออก แม้ผิดพลาดก็ไม่มาก ถ้าลงได้ใช้สติปัญญาควบคุมในงานต่าง ๆ แล้วไม่ค่อยผิดพลาด ส่วนพรวดพราด ๆ เลยนั้น ส่วนมากมักจะผิดจะพลาดทั้งนั้น ตำหนิตัวเองก็ได้ แต่คนประเภทพรวดพราดไม่ค่อยตำหนิตัวเองนะ คือคนจะตำหนิตัวเองต้องเป็นคนมีสติปัญญา เข้าใจไหม รู้ที่สมบูรณ์ รู้ที่บกพร่อง ตรงไหนบกพร่อง ตรงไหนสมบูรณ์ แก้ไข ๆ นี่สติปัญญาเป็นอย่างงั้น ถ้าแบบพรวดพราดไม่คิด ถึงเจ้าของบกพร่องก็ไม่สนใจคิด

         นี่ก็เรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยเรา การช่วยพี่น้องทั้งหลายนี้เราจะช่วยเพียงเท่านี้ เราจะไม่ได้ช่วยต่อไปอีก พอเลิกเราเลิกจริง ๆ นะ เพราะเราจริงจังทุกอย่าง ว่าเลิกก็ล้มไปเลย ไม่มีทางจะมาต่อไปอีกแล้ว มันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มธาตุเต็มขันธ์แล้ว สำหรับหัวใจนั้นไม่เหน็ดไม่เหนื่อย มีแต่ความเมตตาล้วน ๆ ตลอดเวลา อันนี้ละพาบึกบึนได้นะ คือกำลังใจพาบึกบึน ถ้าธาตุขันธ์ไม่เป็นท่าแล้ว แต่นี้ไปเพราะกำลังใจ วันไหนไปได้ไป ไปไม่ได้รอก่อน แต่ใจมันพร้อมเสมอ ๆ

อย่างไรต้องเป็นประวัติศาสตร์แห่งเมืองไทยเราในคราวนี้ไม่สงสัย เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุก ๆ ท่านจดจารึกลงในประวัติศาสตร์ด้วยความรักชาติ ด้วยความเสียสละ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน อย่าให้มีแตกมีแยกมีแยะ อย่าหาเรื่องก่อกวนที่จะทำลายส่วนใหญ่ให้เสียหาย และล้มเหลวไป ไม่ใช่ผู้รักชาติ ผู้ทะนุถนอมบำรุงชาติของตน ผู้ทะนุถนอม ผู้รักชาติต้องเป็นผู้สงวนชาติ มีแต่จะคอยพยุงขึ้น ๆ ความรู้สึกของคนเราแต่ละคน ๆ แม้แต่พ่อแม่กับลูก หรือลูกในครัวเรือนก็ยังมีทะเลาะกันบ้างใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นทิ้งหมดเลย เรื่องทะเลาะกันในครัวเรือนไม่ได้เอา เอาเรื่องบ้านเรื่องเมืองเข้ามา ที่ใหญ่กว่านี้เป็นหน้าที่การงานที่จะคิดจะอ่านไตร่ตรองแก้ไขดัดแปลงกันทั้งนั้น การทะเลาะกันในครอบครัวไม่มีความหมาย เพราะเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องที่ใหญ่กว่านี้ยังมี

อันนี้ก็เหมือนกัน คนเราแม้จะมีการขัดข้องต่อผู้หนึ่งผู้ใด ในคนไทยด้วยกัน ชาติเดียวกัน ก็อย่านำมาเป็นอารมณ์ และทำลายส่วนรวมนี้เป็นอันขาด จะเสียหายอย่างมากมาย เรื่องความคิดความเห็นถูกใจไม่ถูกใจนั้นมีได้ทั่วไปนั้นแหละ แต่เป็นเรื่องของบุคคลๆ คิดอยู่ภายในใจไม่เป็นไร แต่แสดงออกมาทางภายนอกแล้วเสียหาย เช่น การยุแหย่ก่อกวน ให้ระวังให้ดีนะ คอยสับนั้นสับนี้ แหย่นั้นแหย่นี้ เพื่อให้แตกร้าวสามัคคีกัน แล้วจะยกตนซึ่งเท่ากำปั้นให้เป็นใหญ่เป็นโต ครอบบ้านครอบเมือง ปกครองบ้านเมือง มันเป็นไปไม่ได้

         มันต้องเป็นเรื่องของคนหมู่มาก คนทั้งชาติช่วยกันพยุงบ้านเมืองจึงจะเป็นไปได้ ไม่ได้เป็นไปจากความเห็นของบุคคลเพียงคนเดียว จะไปใหญ่โตกว่าชาติบ้านเมืองทั้งชาติ อย่างนี้เป็นไปไม่ได้ จึงต้องให้ปัดออก เราขัดข้องกับผู้ใด ๆ ถ้าเป็นกิจส่วนรวมเข้ามาเกี่ยวข้องให้ปัดออกเลย ไอ้เรื่องความขัดข้องในระหว่างส่วนบุคคล ให้ถือเรื่องใหญ่โตคือชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ เอาอันนั้นมาทำ เอาอันนั้นมาคิด เอาอันนั้นมาแก้ไขดัดแปลงบำรุงไปเรื่อย ๆ อย่างนี้เป็นไปได้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะคำนี้

         มีอะไรขึ้นมาอย่าให้ภายในนี่มันกลายเป็นหนอนบ่อนไส้เข้าไป และขาดทั้งคุณ ตายทั้งตัวเอง นี่จะพังทั้งชาตินะ ถ้าเรื่องการยุแหย่ก่อกวนไปเกี่ยวข้องที่ตรงไหนไม่ใช่ของดี ปราชญ์ทั้งหลายตำหนิกันทั้งนั้น แต่ทรงชมเชยเรื่องความพร้อมเพรียงสามัคคี  สมัครสมาน เห็นอกเห็นใจกัน นี่ท่านชมเชยมาตลอด ให้ยึดเอาหลักธรรมนี้สมกับเราเป็นชาวพุทธมาประพฤติปฏิบัติต่อตัวของเรา ชาติบ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับลำดา ขออย่าได้นำเรื่องส่วนตัวเข้าไปทำลายส่วนใหญ่ อันนี้เป็นความเสียหายมาก อย่านำมาใช้ในคนไทยของเรา ขอให้ปัดออก เรื่องของบุคคล ของพรรค ของพวก อย่างนี้ หรือจะลุกลามไปถึงภาคถึงแภคนั้นยิ่งใหญ่โตมาก ทำลายได้ไม่สงสัย ให้ปัดออกให้หมด อย่าเอาเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนทั้งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตมาก .ให้หมุนใจเข้าไป หน้าที่การงานที่จะเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ให้ต่างคนต่างหมุนเข้าไปหาส่วนรวม นี้จะเป็นสิริมงคล

อย่างในคราวนี้จะเป็นประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยของเรา ไม่สงสัย ประวัติศาสตร์เราจะต้องการแบบไหน การพูดนี้มีสองแง่ แง่หนึ่ง การยุแหย่ก่อกวน คนหนึ่งจะทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มกำลังความสามารถ แต่คนหนึ่งคอยหายุแหย่ก่อกวน หาถีบ หาทำ หายัน หาเตะ หาทำลาย หาเผา อย่างนี้มันดูได้ไหมพิจารณา เรื่องอันนี้แหละเป็นเรื่องสำคัญ อย่าให้เกิดในเมืองไทยเรา เรายังจะตีตราเป็นความเหลวไหล เป็นความเลอะเทอะของชาติไทยเราตลอดไปถึงลูกถึงหลาน ไม่ดีเลย

         จึงขอให้ทุก ๆ คน เอาความพร้อมเพรียงสามัคคีกันนี้นำชาติบ้านเมือง ลูกหลานของเราจะได้ถือเป็นคติตัวอย่าง ไม่ขัดไม่แย้ง ต่างคนต่างก้าวเดินเพื่อความพร้อมเพรียงสามัคคีแล้วจะราบรื่นดีงาม เช่นอย่างที่เราทำอยู่นี้ ถ้ามีการแยกการแยะมันก็เป็นการทำลาย ประวัติศาสตร์ไม่สมบูรณ์ ถ้ามีการพร้อมเพรียงสามัคคีกันในคนทั้งชาติแล้ว ประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราจะสวยงามมากทีเดียวนะ นี่หลวงตาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย หลวงตาก็ไม่เคยยุแหย่ก่อกวนผู้ใดตั้งแต่บวชมา ระลึกไม่ได้เลย ไม่เคยมี ไปที่ไหนก็มีความพร้อมเพรียงสามัคคีดีงามตลอดในวงพระสงฆ์ด้วยกัน

         จนกระทั่งถึงได้มาตั้งวัดตั้งวาเป็นหัวหน้าวัด นี่มาจากทั่วประเทศมาอยู่ที่นี่ก็เป็นประหนึ่งว่าอวัยวะเดียวกัน เราปกครองด้วยความรัก ความเมตตาสงสาร ดุด่าว่ากล่าวเพื่อความดิบดีทั้งนั้น พระสงฆ์ที่อยู่กับเราก็ร่มเย็นเป็นสุข ทีนี้เรานำตัวของเราออกช่วยชาติบ้านเมือง เราก็นำออกตามวิถีทางเดินที่เราเคยดำเนินมา ซึ่งเห็นว่าเป็นมงคลแล้ว มาปฏิบัติต่อชาติไทยของเรา เพราะฉะนั้น จึงขอให้ท่านทั้งหลายรักอรรถรักธรรม รักความเสียสละ รักชาติของตน รักศาสนา และรวมกันลงในความพร้อมเพรียงสามัคคี อย่าเห็นเรื่องของบุคคลใด พวกใด พรรคใด ที่ทำการขัดแย้งต่อส่วนใหญ่ของเราให้เสียไป ให้ปัดออกให้หมด ให้มีแต่ความพร้อมเพรียงสามัคคีของเรานั้นน่ะ ประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยของเราจะสดสวยงดงามมาก ไปกระทั่งถึงลูกถึงหลานของเรา ให้พากันจำเอานะ

         เงินของเรามีอยู่นี้เราก็ยังไม่กำหนดที่จะออกซื้อทอง เพราะเงินนี้ก็จะมาเรื่อย ๆ ถึงเวลาเราก็ออกเลย ๆ เป็นระยะ ๆ ซื้อทอง นี่ได้เรียนถามท่านผู้กำกับแล้วเรื่องเกี่ยวกับทอง จุดใหญ่ที่เคยซื้อ เป็นจุดที่รับรองพร้อมทีเดียว ไม่ต้องยุ่งยาก ตกลงก็จะเข้าจุดใหญ่ตามเดิม ที่นั่นก็แน่นอน รับรองมาพร้อมเลย เราเคยปฏิบัติมากับที่นั่น เราก็จะต้องติดต่อที่นั่นเพื่อความสะดวกต่อไปเท่านั้นเอง วันนี้มีอะไรบ้างล่ะ พูดถึงเรื่องการช่วยชาติก็พักไว้เท่านี้ก่อน ต่อไปนี้มีอะไรบ้างก็ว่ากันไป

         (วันนี้มีข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐประจำวันนี้ ขอแก้ระเบียบใหม่ให้ผู้หญิงสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมได้) ออกมาจากใคร ใครเป็นคนออกความเห็น เราอยากฟังต้นตอผู้ออกความเห็นก่อน (เดี๋ยวกราบเรียนรายละเอียดนะครับ นายมนัส ภาคภูมิ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แก้ไขระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหม่ เป็นระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระใหม่บางส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคม โดยเนื้อหาสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงคือ ให้ผู้หญิงสามารถสอนในโรงเรียนปริยัติธรรมได้ จากเดิมที่มีการห้ามผู้หญิงสอน เนื่องจากไม่เหมาะสม)

         ไหนให้ผู้หญิงไปสอนว่าไง (สอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมใหม่ แก้ไขใหม่ อันเดิมไม่ให้สอนครับ ในนี้บอกว่า เนื่องจากไม่เหมาะสม แต่ระเบียบใหม่ให้ผู้หญิงสอนได้ เพราะต้องรับในสิทธิและความสามารถของผู้หญิงที่ปัจจุบันมีความรู้มากกว่าเดิม โดยระเบียบใหม่ กำหนดให้ครูในโรงเรียนพระปริยัติธรรมเป็นพระภิกษุสามเณรได้) พระก็สอนอยู่ด้วยกันนั่นเหรอ (ครับ เขาจะมีหลายวิชา เดี๋ยวเขามีรายละเอียด) เราจะฟังให้ละเอียดลออ  เอ้าว่าไป (ให้พระภิกษุสามเณรหรือคฤหัสถ์ก็ได้ แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี และไม่เกิน ๖๐ ปี และจะต้องมีวิชาชีพครู ส่วนครูสอนภาษาบาลีซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และจะต้องเป็นเปรียญธรรม ๓ ประโยคขึ้นไป ส่วนครูสอนวิชาธรรมวินัย และศาสนปฏิบัติจะต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา และจบนักธรรมเอก

         เลขานุการคณะกรรมการโรงเรียนพระปริยติธรรมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญทำหน้าที่พิจารณาเงินเดือน หรือค่าตอบแทนผู้บริหารและบุคลากรให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะแต่เดิมโรงเรียนพระปริยัติธรรมแต่ละแห่ง จะพิจารณาเงินเดือนผู้บริหารและบุคลากรเอง ทำให้มีมาตรฐานเงินเดือนแตกต่างกัน อันนี้เขาแก้ไขใหม่นะฮะ เป็นปี ๒๕๔๖ เดิมห้ามผู้หญิงสอน แต่ร่างใหม่ให้ผู้หญิงสอนได้) ไหนสอนใคร สอนฆราวาสด้วยกันหรือสอนทั้งพระทั้งเณร (สอนพระกับสามเณรครับ)

         เดี๋ยวมันจะเอาพระเณรกับผู้หญิงนี้มาคุยกัน เป็นโรงสำเพ็งอยู่ที่นั่น เราจะตอบอย่างนี้เลย พระพุทธเจ้าไม่มี ถ้าใครอยากเรียนปริยัติก็ให้เรียนไป มีแต่เรื่องของพระล้วน ๆ ที่เรียนกันด้วยความเป็นอรรถเป็นธรรม ท่านไม่ได้เรียนซึ่งจะไปร่วมคละเคล้าให้เป็นความสกปรก ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย กับพระกับเณรมาคละเคล้ากันอย่างนี้ อันนี้จะเป็นเรื่องสกปรกต่อไป ไม่มีในหลักพุทธศาสนา ปริยัติท่านสอนไว้มีอย่างนั้น ท่านไม่เอาอะไรเข้าไปยุ่ง หายุ่งกับเรื่องไม่เข้าเรื่อง การที่จะปรับปรุงตัวเอง ตามหลักธรรมหลักวินัยที่พระองค์ทรงสั่งสอนไว้แล้วโดยสมบูรณ์นั้นไม่มีใครสนใจ

แก้ไขว่าการปฏิบัติอย่างนี้ไม่เคร่งครัด ยังบกพร่องต่อธรรมวินัยข้อนั้น ควรจะปรับปรุงตัวใหม่ แก้ไขปฏิบัติตัวเองให้ดียิ่งกว่านี้ เข้าไปอย่างนี้ไม่ใครมาพูด แต่เรื่องที่จะเลอะเทอะนี้มีเต็มบ้านเต็มเมือง แก้พุทธศาสนา แก้หลักธรรมหลักวินัย แก้วิธีการพระท่านสอนกัน มาให้เป็นฆราวาสไปสอน ให้ฆราวาสเก่งกว่าศาสดาองค์เอก เก่งกว่าพระทั้งหลายอย่างนี้ เราพูดตามภาษาพระ เรียกว่าอีตาบัวไม่เห็นด้วยเลย อีตาบัวไม่เห็นด้วย ตามหลักธรรมวินัยไม่มี เอ้า ว่าไป

มันจะเอาฆราวาสเอาหญิงเอาชายมาคละเคล้ากันกับพระกับเณร ตั้งแต่ทุกวันนี้มันก็คละเคล้าอยู่แล้ว มันเป็นทะเลสาบอยู่ทุกแห่งทุกหน ในวัดในวานอกวัดนอกวา เป็นแต่เพียงว่าไม่พูดกันเฉย อะไรจะเลอะเทอะยิ่งกว่าพระเณรกับสีกาในปัจจุบันนี้วะ เอ้า ว่ากันอย่างนี้เลย ทำไมไม่มาแก้ไขตรงนี้มันไปแก้ไขอะไรอย่างนั้น เวลานี้บ้านเมืองมันเลอะเทอะด้วยการไม่ปฏิบัติไม่สนใจต่อหลักธรรมวินัย สนใจแต่เรื่องทฤษฎี สอนแบบนั้นสอนแบบนี้ ให้โก้เก๋ไปเรื่องของกิเลสมีเท่านั้น เรื่องของธรรมที่จะโก้เก๋ตรงไหนเรายังมองไม่เห็น การปฏิบัติตัวยังบกพร่องตรงนั้น ควรจะนำไปแก้ไขใหม่ ปฏิบัติใหม่ อย่างนั้น

ไอ้พวกนี้นอนตายตั้งแต่อยู่ในกุฏิกุตัง ถึงเวลาแล้วออกมากินข้าวจั๊บๆ พระพุทธเจ้าไล่เข้า รุกฺขมูลเสนาสนํ ให้เข้าอยู่ในป่าในเขา มันไม่สนใจ ถ้าจะแก้ไขควรจะแก้ไขอย่างนี้บ้าง เพราะพระนี่มันคลุกเคล้าเกินไปกับสีกา ยุ่งมากทีเดียวไม่มีอะไรเกินพระสมัยปัจจุบันนี้ กับสีกานี้เก่งมาก อย่างอื่นไม่มีทาง แล้วมันจะไปแก้ไขอะไรอีก เหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปได้ยังไง เอ้า ถ้าหากว่าเราว่าผิดนี้ มาเลยสวนเข้ามา นี้ก็สภาพุทธศาสนาเหมือนกัน เรียนมาเหมือนกัน รู้เหมือนกัน มันขัดต่อพุทธศาสนา ที่จะทำความล่มจมแก่ศาสนามากน้อยเพียงไร มันก็รู้ด้วยกัน เหล่านี้ไม่ใช่ทำความเจริญ จะทำความล่มจมต่อไปเรื่อย จะเลอะเทอะไปเรื่อย เลยอย่างนี้ เอ้า ว่าไป

(ไม่มีอะไรครับ มีแต่เขาแก้ว่าให้ผู้หญิงมาสอนได้ ซึ่งหลวงตาก็ได้เทศนาว่าการแล้วว่าไม่เหมาะสม มันจะมาคละเคล้ากันทำให้พระเณรเสียได้) นั่นแล้ว เสียได้ไม่สงสัยว่างั้นเลยเรา พระก็มีกิเลส โยมก็มีกิเลส ผู้หญิงก็มีกิเลส พระก็มีกิเลส กิเลสต่อกิเลสมันจะเป็นยังไง ให้ไปแปลเอาเองใครเรียนมาก ไอ้หลวงตานี้มันเรียนแค่ . มันแปลไม่พิสดารละ เอาไปแปลเองนะ เอ้า มีเท่านั้นละ

กำลังออกแง่นี้อีก จะทำลายศาสนานะ ไม่มีอะไรที่จะส่งเสริมศาสนาเราพูดจริง ที่แสดงออกมาเหล่านี้มีแต่จะทำลาย ที่จะส่งเสริมศาสนาก็ดังที่เราพูดแล้วใช่ไหมล่ะ เอ้า เราปฏิบัติตัวเองบกพร่องตรงไหน ไปหาครูหาอาจารย์ ให้ท่านแนะนำสั่งสอนเช่น อย่างนักภาวนาท่านเข้าหาครูหาอาจารย์แนะนำสั่งสอนแนวทาง อันนี้ก็เหมือนกัน การปฏิบัติภาคทั่ว ไปของเราถ้าจะศึกษาก็ศึกษาเพื่อปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วมันบกพร่องตรงไหนนำมาแก้ไขอย่างนั้นถึงถูก นี้มีแต่จะทำความเลอะเทอะทั้งนั้น บอกตรง เราไม่เห็นด้วยว่าอย่างนี้เลย ไม่เห็นด้วยในหลักธรรมหลักวินัยของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยป่า เถื่อน นะ อันนี้เอามาจากหลักธรรมข้อไหน วินัยข้อใดที่จะมาสอนแบบนี้ เราก็ยังไม่เห็นเหมือนกัน มันก็ยังเอามาสอนได้ ทีนี้การค้านกันตามหลักธรรมหลักวินัยทำไมจะค้านกันไม่ได้วะ ก็ต่างคนต่างรักษาศาสนาด้วยกันใช่ไหมล่ะ เอ้า มีเท่านั้นเสียก่อนละ อันนี้มันก็ออกแล้วใช่ไหมนี่

ออกแล้วทั่วโลก (หลวงตาคะ แล้วกำหนดอายุ ๒๐ ด้วย)  ทุกวันนี้มัน ๒๐ อะไร ผู้หญิงกับผู้ชายทุกวันนี้ มันสุกก่อนห่าม เลอะ เทอะ ไข่แตกออกตามถนนหนทางที่ไหน ผู้เอาไปเลี้ยงกันจะตายละ เลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กไม่มีพ่อมีแต่แม่ มันไข่แตกออกแล้วมันหนีไป มีมากแล้วเวลานี้ เขาไม่เห็นถามอายุเขาเท่าไร เขาจึงมาไข่แตกอย่างนี้ ไม่เห็นมีถามกัน กิเลสตัณหามันมีอยู่กับทุกคน ไม่ได้คำนึงคำนวณถึงเวล่ำเวลา ปีเดือนที่ไหน มันมีความกำหนัดยินดีมันก็เสพกันเหมือนหมาเสพกันเห็นไหมล่ะ

โห ยิ่งสร้างความเลอะเทอะขึ้นมาในพุทธศาสนามากขึ้นทุกวัน ด้วยเรื่องราวเหล่านี้นะ ไอ้ที่จะสนใจปฏิบัติให้มีความกลมกลืนกับหลักธรรมหลักวินัย หลักศาสนาสมเราเป็นชาวพุทธ นี้มันไม่ค่อยเห็นมีนะ มีแต่มาหาเกาในที่ไม่คัน ที่มันคัน อยู่ทำให้เดือดร้อนวุ่นวายทั่วประเทศเขตแดนทั้งฆราวาสทั้งพระ เพราะการล่วงเกินหลักศาสนาพระพุทธเจ้านี้ไม่คำนึงไม่พูดกันไม่แก้ไขกันเลย มันเป็นยังไง จะปฏิบัติยังไง ก็มีแต่เลอะเทอะ เอ้า ลองดูซิเอาผู้หญิงเข้าไปสอนปริยัติได้ทั้งพระทั้งเณรนี่ เพียงเท่านี้วาดภาพดูมันก็รู้แล้ว พระพุทธเจ้าไล่พระเข้าในป่าในเขา ไม่ได้สอนให้มาคละเคล้ากันนี้ เราทำไมจึงต้องเอามาคละเคล้า เก่งกว่าศาสดาที่ตรงไหนเอามาอวดดูน่ะ เข้าใจ เอาละพอเสียก่อน เป็นพัก ขึ้นเป็นยก

เอ๊ ทำไมมันมีแต่จะเลอะเทอะไปเรื่อย มันน่าวิตกมากสะเทือนใจมากทีเดียว มีแต่เรื่องจะเลอะเทอะๆ เรื่องที่จะบำรุงส่งเสริมให้ดีขึ้น มันยังไม่ได้ยินเสียงนะเวลานี้ ออกช่องไหน ถึงพระสงฆ์ออกมาก็แบบเดียวกัน ที่มันผ่านไปเมื่อเร็ว ไม่นานมานี้ ก็แบบเดียวกัน ทีนี้ขึ้นแผนนี้มาอีกแล้ว มันเป็นยังไง ศาสดาองค์เอกบัญญัติธรรมวินัยไว้สมบูรณ์แบบทำไมมันไม่มองตามันบอดเหรอ มันน่าคิดเหลือเกิน น่าพูดเหลือเกิน หาเกาแต่สิ่งที่จะทำลายพุทธศาสนา มันเป็นยังไงกัน อยู่ไม่เป็นสุขพวกนี้นะ กิเลสเป็นหมัดให้มันเกา เกาตลอดเวลา เกาแบบนั้นแล้วเกาแบบนี้ ธรรมวินัยมีจะปฏิบัติให้มีความสงบร่มเย็น และเป็นประโยชน์แก่ตัวเองทั้งส่วนรวมมันไม่สนใจปฏิบัติ

บกพร่องตรงไหนธรรมวินัยพระพุทธเจ้า เอามาปฏิบัติดูซิน่ะ บกพร่องตรงไหน ถึงตั้งข้อนั้นขึ้นมาตั้งข้อนี้ขึ้นมา อวดรู้อวดฉลาด อวดว่าตัวเป็นจอมนักปราชญ์นักแปด อยากให้เขาได้มองหน้า โอ๊ย.เขาเก่งนะ เท่านั้นก็เอาพวกนี้น่ะ ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ความดีศีลธรรมไม่สนใจปฏิบัตินะ มีตั้งแต่เรื่องที่จะทำลายของดิบของดีให้อันตรธานหายไป จนจะไม่มีเหลือในเมืองไทยเรานะศาสนา มันจะมีแต่ตำรับตำราเป็นหนอนแทะกระดาษอยู่ทั่วไปหมด ตัวจริงที่พระพุทธเจ้าสอนมันจะไม่สนใจไปปฏิบัติ เพื่อเอาผลประโยชน์ นำมาเป็นสิริมงคลแก่ตนและส่วนรวมนะเวลานี้

แหม กวนมากนะ ชาวพุทธเราเวลานี้กวนศาสนานี้กวนเอามากจริง ไม่ได้สนใจปฏิบัติเลย ทั้งๆ ที่หลักธรรมหลักวินัยหลักศาสนามีอย่างสมบูรณ์ไม่สนใจปฏิบัติ แต่กวนแบบที่จะทำลายศาสนาโดยถ่ายเดียว ดังที่แสดงมานี้เราพูดอย่างนี้เลย ตรงไหนที่จะทำให้เจริญมันไม่มี มีแต่จะไปลูกแตกอยู่ในโรงเรียนนั่นละ ผู้หญิงกับผู้ชาย พระเณรกับสีกา ไปยุ่งกันแล้วลูกแตกมา ไข่อยู่ตามทาง กิเลสมันอายอะไรเมื่อไร มันไม่ได้อายนะกิเลส เอาเท่านั้นเสียก่อน วันนี้ก็เป็นเทศน์กัณฑ์ใหญ่แล้วนี่นะ

เมื่อวานนี้ทองคำได้ บาท ๘๓ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๗๐ ดอลล์ ต่อไปนี้ก็จะให้พร

 

ชมการถ่ายทอดสด ธรรมะหลวงตาวันต่อวัน  ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก