พระเราช่วยกันอย่างน้อยวัดละ ๑ กอง
วันที่ 27 มิถุนายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

พระเราช่วยกันอย่างน้อยวัดละ ๑ กอง

ก่อนจังหัน

เราส่งเสริมพระที่ตั้งใจปฏิบัติดี มันจะไม่มีพระเหลืออยู่ในศาสนาพุทธเรานะเวลานี้ มีแต่หัวโล้น ๆ ผ้าเหลือง ๆ เต็มบ้านเต็มเมืองเต็มวัดเต็มวา หาผู้ที่จะมีสารคุณในศีลในธรรมจริง ๆ ด้วยน้ำใจแล้วไม่ค่อยจะมี ดีไม่ดีต่อไปนี้ก็จะไม่มี เวลานี้ไม่ค่อยจะมี ต่อไปนี้จะตัดเข้าไปอีกว่าไม่มีไปแล้วนะ มีแต่เหลือง ๆ ดูเขาดูเราเหมือนกันหมด เราไม่ได้ดูลำเอียง ดูให้เสมอหมด หัวโล้น ๆ มีอยู่ทั่วไป ความดีความชั่วของพระมีอยู่ทั่วไปทั้งเขาทั้งเรา เพราะฉะนั้นจึงเตือนให้รู้เรื่องกัน

ประชาชนก็เหมือนกัน หัวขนนี้ตัวสำคัญมากนะ คึกคะนองไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่รู้ผิดรู้ถูก มันเป็นบ้ากันทั้งบ้านทั้งเมืองนะเวลานี้ อย่าว่าเป็นบ้าแต่พระของเราเลย ฆราวาสก็ไปแบบฆราวาส จรวดดาวเทียมสู้ฆราวาสไม่ได้ พระกำลังจะแซงฆราวาสเวลานี้ ใครจะแพ้จะชนะ หลวงตาบัวจะดูหลวงตาบัวเองว่าหลวงตาบัวแพ้หรือชนะ ท่านทั้งหลายให้ดูทุกคนนะดูตัวเอง เวลานี้เลอะเทอะมากนะศาสนา เลอะเทอะมากเรื่องศาสนาเกี่ยวกับเมืองไทยเรา ถ้าใครไม่มีธรรมในใจจมนะ

เราอย่าหวังเอาความดีดความดิ้นจากกิเลสตัณหา มันจะจมกันทั้งประเทศชาติบ้านเมืองของเรานี้ละ เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเป็นชาวพุทธ ขอให้ดูตัวบ้าง ตาดูอะไรก็ให้มีปัญญาบ้าง หู จมูก ลิ้น กาย ดูให้ดี มันมาเป็นภัยต่อเราทั้งนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าดูไม่ดี ดูโง่แล้วเป็นภัยทั้งหมด

มันสลดสังเวชนะ เมืองไทยนี้ไม่มีเมืองไหนมากเรื่องศาสนาที่ประกาศออกตนออกตัวคือพระเณรเรา มีทั้งวัดป่ามีทั้งวัดบ้านเต็มบ้านเต็มเมือง ไปที่ไหนเลอะเทอะทั้งป่าทั้งบ้าน ดูกันไม่ได้นะเวลานี้ ให้พากันพิจารณาทุกคน อย่าพากันตื่นบ้า เห็นไหมโลกเวลานี้มันกำลังเป็นฟืนเป็นไฟชิงดีชิงเด่น ชิงชั่วนั้นเอง ชิงฟืนชิงไฟเผาหัวอกซึ่งกันและกันมันเอาดีที่ไหนมา มันไม่ได้ดี ถ้าวิ่งตามกิเลสแล้วจะไม่มีดี ถ้าวิ่งตามธรรมแล้วดีทั้งนั้น ๆ ตายไปก็ตายด้วยความดี ถ้ากิเลสแล้วยังก็จม ตายก็จม

พระพุทธเจ้าสอนทำไมจึงไม่ฟังบ้างเรา กิเลสมันเป็นองค์ศาสดาที่ไหน ที่ประกาศมาสอนโลกว่า กิเลสเป็นศาสดาเอกของโลกไม่เคยมี แต่มันก็มีอยู่กับทุกคน ๆ กิเลสเป็นศาสดามากยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า มันมีอยู่ในหัวอกทุกคน ๆ เพราะฉะนั้นเราถึงได้ยอมจำนนมันตลอด ไม่ได้มองหน้าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์อะไรนะ มันเลอะเทอะขนาดนั้นนะ ท่านทั้งหลายรู้แล้วยัง เวลานี้พวกเราเลอะเทอะแล้วยังโอ่อ่าฟู่ฟ่าอยู่เหรอ มองดูกันอวดแต่รูปแต่ร่าง อวดแต่เครื่องแต่งตัวเครื่องนุ่งเครื่องห่ม วัตถุสิ่งของเอามาอวดกัน หัวใจมันเป็นไฟอยู่นั้นทำไมไม่ดูกันบ้าง ถ้าดูหัวใจเป็นไฟจะมีทางระงับดับกันลงได้นะ น้ำดับไฟคือธรรม ถ้ามีสติจะระลึกตัวได้นะ ถ้าไม่มีสติตายตลอดทั้งเขาทั้งเรานั่นแหละ เอาละให้พร

หลังจังหัน

ลูกศิษย์ : เมื่อวานที่คุณ...มากราบเรียนถามเรื่องการภาวนา ลูกฟังภายในจิตมันมีการขาดตอนอยู่เจ้าค่ะ อย่างเช่น พิจารณาอสุภะเป็นสมมุติ คืออสุภะเป็นทางเดินเข้าสู่ใจ ตัดสินราคะตัณหาลงที่ใจ ไม่ใช่อสุภะอสุภัง เพราะฉะนั้นที่แหว่งอยู่ตรงช่วงนี้เจ้าค่ะ

หลวงตา : การเสาะแสวงหาผลประโยชน์มีกิริยาอาการต่าง ๆ กัน เราคอยดูผลรายได้คือตัวเงิน กิริยาเสาะแสวงนั้นเราจะไปจับให้มันถูกกันทุกอย่างไม่ได้ เราต้องดูคนนั้นเป็นอย่างนั้น แล้วคอยฟัง ๆ จุดที่จะสรุปมันมี นั่น อย่างที่แกพูดเมื่อวานเราก็ฟัง แล้วว่าอสุภะเป็นสมมุติ แล้วสุภะเข้าสู่ใจหรือว่าไง แกอาจจะพูดผิดไปก็ได้ เพราะแกก็ปฏิบัติตามเรื่องตามราว ไม่ว่าสุภะอสุภะเหล่านี้มันมีในตำรา แกอาจจะจับมาผิด ๆ พลาด ๆ ของแกก็ได้เราไม่ค่อยสนใจนักแหละ เราคอยแต่ดูจุดสำคัญ ๆ แล้วมีอะไรอีกล่ะ

ลูกศิษย์ : คือตรงช่วงนี้ที่แหว่งหายไป ลูกจะกราบเรียนถามว่า ลูกฟังถูกต้องไหมเจ้าคะ

หลวงตา : มันถูกต้องไปคนละแบบ เข้าใจไหม ไอ้เราอยู่กลาง ๆ เราถูกต้องกว่าใครทั้งสอง คือเราไม่ตอบเราก็ถูกต้อง ก็เรายังไม่ได้ตอบอะไรเราก็ถูกต้องของเรา คอยฟังซิอะไรก็ดี การปฏิบัติในแง่ต่าง ๆ จะไม่ค่อยเหมือนกันมีแยกออกแยกเข้า แต่คอยดูผลมัน ไม่เหมือนกันแต่ไม่ผิดธรรม มันเป็นกิริยาในวงที่จะละกิเลส หรือวงอริยสัจ ว่างั้นเถอะน่ะ ซึ่งเป็นวงละกิเลสมันอยู่ด้วยกัน แยกไปโน้นแยกไปนี้แยกไป คือภาคปฏิบัตินี้ไม่ได้เหมือนภาคปริยัตินะ คือจับตัวจริงออกมา ๆ แต่ตัวจริงนั้นไม่ทราบชื่อว่ายังไง นามว่ายังไง หากจับออกมา ๆ แต่ปริยัตินี้กางแผนออกไป มีแต่ตัวปลอม บอกชื่อบอกนามไว้ แต่ตัวจริงไม่เคยเห็น ทางภาคปฏิบัติเข้าตัวจริง แต่ทางปริยัติทางแบบแปลนแผนผังไม่ค่อยจะสนใจ ต่างกันอย่างนั้นนะ เราก็รู้ เพราะเรามีทั้งสองภาคนี่ ปริยัติเราก็เรียน ปฏิบัติเราก็ทำ ครั้นเวลามาพิจารณาแล้วมันไม่ได้เหมือนกัน คือภาคปฏิบัติเป็นภาคตรงไปตรงมาเลย ชนเลย ๆ ภาคปริยัติมันมีหลีกมีเลี่ยงมีอะไร ๆ ตามประสาสมมุตินั่นแหละ

(ได้ข่าวว่าหลวงตาจะทำบุญผ้าป่าบุญกฐิน ก็จะมาสมทบ ๑ กอง)

บุญกฐินก็จดไว้เสีย จะได้รวมว่าผ้าป่ากฐินได้เท่านั้น เพราะกำหนดตายตัวไว้แล้วว่า ๘๔,๐๐๐ กอง เริ่มตั้งแต่ ๑ ก็ต้องจดไปเลย บอกว่าเป็นกฐินก็ต้องจดเลย ส่วนปัจจัยเอาเข้าไปเลย ๆ บัญชีนี้จะเอามาหมด ปัจจัยอยู่ที่ไหน ๆ บัญชีจำนวนเท่านั้นเท่านี้จะเรียกเอามาแล้วเข้าสมุด จากนั้นดึงจากสมุดไปซื้อทองคำเลย เราได้สั่งไว้อย่างนั้นแล้ว ใน ๘๔,๐๐๐ กองของกฐินทองคำนี้ กฐินแต่ละกอง ๆ ควรจะได้กองละ ๑ สลึงทองคำ คำว่า ๑ สลึงทองคำประหนึ่งว่าจะไม่มีอะไรเข้าแทรกเลย เงินแทรกได้ไหม นั่น ถ้าเป็นทองคำก็น้ำหนัก ๑ สลึง ถ้าเป็นเงินก็ประมาณเท่านั้น สลึงหนึ่งเป็นเงินไทยเท่าไร จะมาเป็นเงินก็ได้ จะมาเป็นทองคำก็ได้เราจะเอาเข้า ถ้าเป็นเงินจะเอาเข้าบัญชี แล้วออกนับได้จำนวนเท่านั้น นี้จดไว้เลยนะ เป็นเงินสดบอกเลย ถ้าเป็นทองคำก็ต้องบอกว่าเป็นทองคำ ก็มันจะเข้าไปทางทองคำเลย ถ้าเป็นเงินสดจะตีไปเป็นทองคำ มีอยู่สองอย่างนะ เข้าใจแล้วนะ จะเริ่มแล้วตั้งแต่บัดนี้

กฐิน ๘๔,๐๐๐ กองของเรานี้ พี่น้องทั้งหลายอย่าคิดนะ เป็นเรื่องความผิดมากมายก็คือว่า กฐิน ๘๔,๐๐๐ กองนี้จะถือว่าเป็นการกวนบ้านกวนเมือง อย่างนี้มีมากนะ กฐิน ๘๔,๐๐๐ กองนี้จะเป็นการกวนบ้านกวนเมืองอะไร อันนี้ผิดนะ ให้ถือว่าความบกพร่องของเราอยู่เวลานี้ อย่างน้อยในงานนี้กฐินเป็นราคา ๘๔,๐๐๐ กองเพื่อจะมาเยียวยาอุดหนุนที่มันบกพร่องของเรา ความบกพร่องของเรามีอยู่เวลานี้ในจุดนี้ จึงมารวมกันให้อุดจุดนี้ขึ้นมา ให้พากันเข้าใจอย่างนั้นนะ อุดขึ้น ๆ จนกระทั่งเต็มที่เราต้องการ ๑๐ ตัน เต็มขึ้นมาแล้ว ๑๐ ตัน เราก็หายห่วงในพักนี้ ๆ ไป ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ อย่าถือเป็นข้อหนักใจ อย่าถือเป็นความกังวล อย่าถือเป็นการรบกวนกัน เป็นความผิดทั้งนั้น ประเทศชาติเป็นประเทศของเรา ความบกพร่องเป็นของคนไทยเราทั้งประเทศบกพร่องด้วยกัน การหนุนด้วยวิธีการต่าง ๆ นี้จึงเป็นความชอบธรรมที่ผู้พาดำเนินหนุน เราอย่าถือว่าการทำอย่างนี้เป็นการรบกวนกัน ผิดอีก ให้พากันพิจารณาอย่างนั้น

นี่เรียกว่าเตือนจุดบกพร่องให้รีบช่วยกัน หนุนตรงนี้อุดตรงนี้เข้าไป บกพร่องตรงไหน ให้พากันเข้าใจอย่างนี้นะ นี่ ๘๔,๐๐๐ กอง ตั้งไว้เป็นภาคพื้นว่ากองละ ๑ สลึงเป็นทองคำ แต่คำว่าทองคำไม่ได้หมายถึงทองคำตายตัว เช่น จะเอาเงินมาแทนทองคำจำนวน ๑ สลึงนี้ก็ได้ มันแยกมาอย่างนั้น ถ้าเป็นเงินก็ประมาณเท่าไร เราก็เทียบได้ ทุกคนก็เทียบได้ด้วยกันนั้นแหละ ทองคำ ๑ สลึงอย่างน้อย ถ้าลดกว่านั้นก็รู้สึกจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไร กับเราเป็นเจ้าของของชาติ แบกหามสิ่งที่บกพร่องให้สมบูรณ์ เราต้องเอาให้เต็มเหนี่ยว บกพร่องตรงไหนจี้เข้าไปตรงนั้นเลย คือจะเอาขึ้นมาให้สมบูรณ์

นี่ก็จะเริ่มแล้ว พอเข้าพรรษาจะเริ่มออกประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน กฐิน ๘๔,๐๐๐ กองเป็นทองคำก็ ๘๔,๐๐๐ สลึง ถ้าเป็นเงินของเราก็ตีเข้าไปอีกทีหนึ่ง ได้มาเท่าไรก็จดเลย ๆ เวลาจดก็ให้บอกว่าเงินสดหรือทองคำก็ให้บอกในนั้นเสร็จนะ เวลาแยกมาดูแล้วมันก็แยกออกได้ง่ายๆ อันนี้เป็นทองคำสำเร็จรูปมาแล้วหมดปัญหา นี้เป็นเงินเราจะต้องเอาเงินมาให้ได้ตามนี้ แล้วก็ซื้อทองคำให้ได้ตามจำนวนนี้

เมื่อสองวันนี้ไปตีทางจังหวัดเลย ไปตีพระไม่ตีใครแหละ ไปจี้เอาเลย นี่มารู้ไหม เราว่าอย่างงี้นะ ขู่เลย นี่จะมาเอาผ้าป่าทองคำ ๘๔,๐๐๐ กอง กองละ ๑ สลึงให้รู้เสียนะ พวกพระเราช่วยกัน ใครมีเท่าไรมารวมกัน ให้เป็นก๊กเป็นเหล่าเป็นพรรคเป็นพวกเข้ามาจากนั้นจากนี้เข้ามารวมกันนะเวลานี้ พระเราต้องเคลื่อนไหว เราบอกเราเตือนแล้วนะ แต่ก่อนมีเคลื่อนไหวแต่เรา พระเราก็ตามมาก็เห็นกันอยู่แล้วแหละไอ้เรื่องช่วย แต่เราไม่ได้ประกาศออกไป อันนี้เราเริ่มประกาศบอกพระแล้วให้พระเราช่วยกัน ใครอยู่ในหมู่บ้านใดแดนใดก็ให้รวบรวมกัน อย่างน้อยให้ได้วัดละ ๑ กองก็ดีหรือได้หลายกองก็ยิ่งดีนะ แล้วให้บอกต่อกันไป กฐินเป็นวันที่ ๒๖ ตุลาฯ

เราจะเตือนทางพระไปเรื่อย ๆ ส่วนมากเป็นพระกรรมฐานที่ท่านเคยช่วย เคยอุดหนุนมาตลอดแล้ว ก็ย้อนหลังไปอีก บกพร่องตรงไหนก็สะกิดกันอีก ให้ช่วยกันเรื่อย ๆ ไปอย่างนี้ นอกจากนั้นแล้วแต่อัธยาศัยของใคร เพราะการทำบุญให้ทานไม่เป็นการบังคับอะไร ถ้าบังคับก็บังคับเป็นธรรมไปเสีย ไม่ใช่บังคับแบบเป็นโทษเป็นกรรม บังคับเป็นธรรม เช่นอย่าง ๘๔,๐๐๐ กองนี้เป็นการบังคับในตัว ทีนี้ศรัทธาญาติโยมใครมีอัธยาศัยใจคอมากน้อยเพียงไรมันก็ไม่บังคับ ค่อยหนุนกันไป ก็เป็นอีกประเภทหนึ่ง แยกไป ๆ

ตั้งแต่กิเลสมันบังคับเรามาเท่าไรแล้ว เราไม่เห็นว่ากิเลสนี้บังคับเหลือเกิน ใครอยู่ที่ไหน ๆ ก็มีแต่กิเลสบังคับตลอดเวลา เราไม่เห็นได้พูดถึงว่ากิเลสบังคับเรา ควรจะเอาโทษกับกิเลสบ้าง เวลานี้ธรรมมาบังคับชำระกิเลสตัวตระหนี่ถี่เหนียวออก แล้วมาต่อสู้กับธรรม โอ๊ย รบกวนเหลือเกิน ผิด ตรงนี้ผิดนะ ธรรมนี้จะไปชะล้างความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เห็นแก่ตัว ชาติทั้งชาติ ๖๒ ล้านคนไม่เห็นแก่ใครเลย เห็นแก่ตัวคนเดียว ใช้ไม่ได้นะ เมืองไทยเราจมได้ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าว่าเห็นกันด้วย ๖๒ ล้านคน เป็นคนด้วยกันนี้หมด เอ้า บกพร่องก็บกพร่อง ๖๒ ล้านคน ทำยังไงจะหนุน หนุนเข้าไป นั่นถึงถูก

นี่เรียกว่าธรรมภาคบังคับตีกิเลส กิเลสมันบังคับเรามานานแสนนาน ทุกคนถูกบังคับทั้งหมด ทีนี้เอาธรรมบังคับกำจัดมันเพื่อช่วยชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองแน่นหนาถาวรยืดยาวต่อไป ให้ช่วยกันนะ คราวนี้ก็จะเป็นคราวยิ่งใหญ่อยู่คราวหนึ่งเหมือนกัน คราวก่อน ๘๔,๐๐๐ เป็นกองละเท่าไร (ทองคำกองละ ๑ บาทครับ) คราวนี้เอาเพียงสลึงเดียว จะได้หลายบาทกว่านั้นเราก็ไม่ว่า เราเอาแค่ระดับนี้อันนั้นระดับ ๑ บาท คราวนี้ระดับเพียง ๑ สลึง มันก็ใหญ่เหมือนกัน เพราะคราวนี้จะคืบคลานเข้าให้ถึง ๑๐ ตันนะ พยายามเต็มที่แล้ว

หลวงตาได้ขึ้นเวทีแล้วเวลานี้ จมก็จมไปเลยหลวงตา วาสนาอาภัพขนาดไหนก็จะเห็นคราวนี้ หลวงตาเป็นที่หนึ่ง พี่น้องทั้งหลายตามกันไปเป็นแต่พวกอาภัพทั้งนั้น ยกชาติไทยชาติเดียวขึ้นไม่ได้เพียงทองคำ ๑๐ ตัน เวลานี้ก็ได้ ๕ ตันกว่าแล้ว ยังอีก ๔ ตันกว่าเท่านั้นทำไมจะยกไม่ได้ ชาติไทยทั้งชาติเป็นสมบัติของเราทั้งนั้น เราทำไมจะยกไม่ได้ มันก็ขึ้นได้ จะไปไหนว่ะ นี่ก็ประกาศเพื่อจะสู้กับพี่น้องทั้งหลาย สู้มาเป็นลำดับลำดา คราวนี้จะสู้ถึงจุดทองคำ ๑๐ ตัน พอถึงทองคำ ๑๐ ตันแล้วมันล้มเองนะ

หลวงตาคอยแต่จะล้มอยู่แล้ว นี้บืนเฉย ๆ นะ พาพี่น้องบืนเฉย ๆ เช่นอย่างเทศนาว่าการนี้ เราก็จะเทศน์ให้เฉพาะที่จำเป็น ๆ ไปอย่างนั้น ที่จะให้เทศน์ทั่วไปอย่างแต่ก่อนไม่เอาแล้ว เราเทศน์นี่เพื่อเป็นสายเกี่ยวโยงกันกับทองคำ ๑๐ ตัน ที่ยังทราบกันทั่วถึงอยู่ว่าหลวงตายังนำอยู่ ต้องการทองคำ ๑๐ ตันการเทศนาว่าการก็เป็นทางเดินเพื่อทองคำเรา เพราะฉะนั้นการเทศน์จึงมีอยู่ ถ้าหยุดเทศน์เมื่อไรแต่ทองคำไม่หยุดมันก็ขัดกัน ต้องอันนี้เป็นบันไดหรือเป็นสายทางเข้าสู่ทองคำด้วยการเทศน์ มีบ้างเป็นห่าง ๆ เพราะยังมี ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ พอทองคำถึง ๑๐ ตันแล้วไอ้เรื่องล้มมันคอยจะล้มอยู่แล้ว เราเหนื่อยมากจริง ๆ นะให้พี่น้องทั้งหลายทราบไว้อย่างนี้ก็แล้วกัน

หลวงตานี้ไม่เหมือนใครง่าย ๆ พูดจริง ๆ นะ ถ้าว่าเอาเอาจริงเลย ถ้าว่าหยุดหยุดจริง ๆ เลย เหมือนเป็นคนใหม่ขึ้นมา ถ้าว่าเลิกเหมือนว่าลบบัญชีปุ๊บเลย ไม่มีอะไรเลย หายเงียบ สุญฺญโต โลกํ ไปเลย ถ้าว่าเอาก็เอาเลยสู้เลย เวลานี้กำลังสู้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบเจตนาอย่างนี้ก็แล้วกัน เอาจริงเอาจังมากทีเดียว ทุกอย่างขาดไปเลย ให้ถอยไม่มี เวลานี้กำลังจะเอาทองคำให้ได้ ๑๐ ตัน อย่าถอยนะพี่น้องทั้งหลาย ถ้าไม่อยากให้คอหลวงตาบัวขาด อย่าพากันถอยนะ ถ้าถอยก็คอขาดเลย อาภัพสุดยอดแล้ว ช่วยชาติบ้านเมืองมาเป็นเวลาตั้ง ๔ ปี ๕ ปี ถึงจุดสุดท้ายล้มเหลวไปเลยนี้ดูไม่ได้ฟังไม่ได้นะ ขออย่าให้มี

ขอให้เราได้ไปด้วยความผาสุกเย็นใจ สบายใจหายห่วง ทั้งประเทศชาติบ้านเมืองของเราที่เป็นบ้านพ่อบ้านแม่บ้านอ้อนบ้านออกมาตั้งแต่ดั้งเดิม หลวงตาบัวอยู่บ้านตาด เกิดบ้านตาด อยู่ในท่ามกลางของเมืองไทยเรา อย่าให้เสียชื่อเสียง อย่าให้มาอาภัพในเวลาทองคำ ๑๐ ตันไปไม่รอด หลวงตาบัวจมอยู่ในท่ามกลางบ้านตาดและท่ามกลางแห่งประเทศไทยด้วย เขาจะร่ำลือทั่วประเทศทั่วโลกดินแดน ยิ่งเลวร้ายมากนะ เข้าใจแล้วเหรอทุกคน

เราเชื่อพี่น้องทั้งหลาย เราพูดจริง ๆ นะ เราเชื่อพี่น้องทั้งหลายว่าได้ พูดอย่างเน้นหนักว่าได้ เวลานี้กำลังริบรวมกัน ๆ กำลังหลายต่อหลายทั่วประเทศไทยก็ค่อยไหลเข้ามา เวลามันจำเป็นจริง ๆ มันจะรวมปึ๋ง ๆ เข้ามาอย่างรวดเร็ว เราเชื่อแน่กับบรรดาพี่น้องทั้งหลายของเรา ทองคำเพียงไม่ถึง ๕ ตันทำไมจะไม่ได้วะ ตั้งแต่ ๕ ตันยังได้มาแล้ว ใครเอามา ก็คนไทยนี่เอามา ทีนี้คนไทยเป็นอะไรไปเดี๋ยวนี้ถึงจะหาไม่ได้ คนไทยก็คือคนไทย ปึ๋งเลย เอาได้ ได้แน่ ๆ ส่วนดอลลาร์เราแน่ใจไว้แล้วว่า ๑๐ ล้านต้องได้ กว่าทองคำจะไปถึง ๑๐ ตัน ดอลลาร์ก็จะถึง ๑๐ ล้าน เวลานี้ก็ร่วม ๗ ล้านแล้ว ยังเหลืออยู่เพียง ๓ ล้านกะว่าจะได้อยู่

ดอลลาร์ได้ ๑๐ ล้านก็นับว่าหนาแน่นขึ้น ทองคำ ๑๐ ตัน เอ้อ ภาคภูมิใจ ลบล้างสิ่งเลวร้ายทั้งหลายที่ทำเมืองไทยเราให้จมเมื่อสามสี่ปีผ่านมานี้ แหม จนจะหายใจไม่ออกเรานะ ถึงขนาดที่ร้องโก้กทีเดียวเลย ร้องออกมาจากความกระเทือนใจ ไม่ใช่ร้องธรรมดานะ พอร้องโก้กออกมาแล้ว เอ้า จะเป็นผู้นำ ขึ้นทันทีเลย จากนั้นก็เอาเลย ไอ้โรคนี้ก็เป็นหมอยาเทวดา มันหายวันหายคืนปึ๊บไปเลยพร้อมกันกับเราขึ้นเวที มันก็แปลกอยู่ แล้วหายตั้งแต่จนกระทั่งมาบัดนี้ หายเลยนะ ท้องนี้เป็นมาได้ ๕๐ กว่าปี เราเริ่มเป็นท้องมาตั้งแต่พรรษา ๑๐ เราไม่ได้ลืมนะ พรรษา ๑๐ ท้องรู้สึกอืด ๆ ชอบกลเพราะเริ่มแต่พรรษา ๗ ล่วงไปแล้ว นั่นละขึ้นเวทีแล้วนั่น

ผ่อนอาหาร อดอาหาร จากนั้นเรื่อยมาเลยเทียว จนกระทั่งถึงพรรษา ๑๖ เป็นเวลา ๙ ปี นี้เป็นเวลาที่ทรมานทางด้านอาหารมากจริง ๆ ท้องจึงได้เสีย พอพรรษา ๑๐ รู้สึกปรากฏแปลก ๆ ขึ้นมา เอ๊ ชอบกล พอพรรษา ๑๒ ชัดเจนแล้ว จากนั้นเราก็ไม่เคยสนใจกับท้องกับอะไร สนใจแต่เรื่องธรรมที่จะให้หลุดให้พ้นโดยถ่ายเดียวก็พุ่ง ๆ เลย ถึงพรรษา ๑๖ เป็นเวลา ๙ ปี จากนั้นก็ไม่เคยได้อดอาหารอีกนะ ตั้งแต่พรรษาที่ ๖ ล่วงไปแล้วจวนจะถึงพรรษาที่ ๗ ก็พฤษภา นั้นละ ดังที่เคยพูดนั้นแหละ ฉันจังหันปกติตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งป่านนี้นะ ไม่เคยอด นอกจากธาตุขันธ์ไม่ดีไม่ฉันธรรมดา แต่ไม่ตั้งเจตนาอดเพื่อทรมาน เพื่อฝึกฝนชำระกิเลส เราอดด้วยธาตุด้วยขันธ์ต่างหาก ตั้งแต่นั้นมามันก็เป็นเวลาตั้ง ๕๐ กว่าปีมาแล้ว จนกระทั่งถึงค่อนข้างจะแน่ใจแล้ว มันจะไปแน่ ๆ แล้ว แล้วอยู่ ๆ ก็หมดเทวดาก็มา ใส่ปึ๋งขึ้นไปเลย พอทางนี้ฟื้นตัวได้ก็ขึ้นเวทีเลย ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้

จึงรู้สึกว่าพร้อมกันเหลือเหลือเกินนะ โรคอันนี้ก็พร้อม พร้อมด้วยดวงชะตาของชาติไทยเรานี้ก็คิดว่าจะไม่ผิดนะ อยู่ ๆ มันก็ดีดขึ้นมาได้ยังไง แล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกันเลย โรคชนิดนี้ถ้าหากว่าเป็นโจรก็เป็นมหาโจร มันจะไม่ได้ตายในเรือนจำ มหาโจรคนนี้นะ มันจะตายอยู่ที่ไหนไม่กำหนดกฎเกณฑ์ คือมันต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เขาละซิ ต่อสู้ไม่ถอย หมดลมหายใจเมื่อไรมันถึงจะตาย แล้วสุดท้ายมันก็ตายนอกเรือนจำ ไม่ได้จับตัวมันได้ละ เข้าใจไหม ถ้ามันไม่ตายเสียก่อนจับไม่ได้ นี่นักเลงโตขนาดนั้น นี่โรคของเราก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ยาใส่ปึ๋งเข้าไปทีเดียวหมัดเดียวอยู่เลย เราก็ไม่เคยเห็นนะ จนเจ้าของเองก็ไม่เชื่อ แล้วมันก็เป็นมาอย่างนี้แหละ

นี่ก็คือวาสนาดวงชะตาของชาติไทยเรา พอโรคฟื้นปั๊บก็ขึ้นทันทีเลย ไม่ได้รอนะ เพราะมันเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ขึ้นกันเลยแหละจนกระทั่งบัดนี้ โรคหายมาดูจะได้ ๓ ปีแล้วมั้ง ร่วม ๓ ปีแล้ว เป็นปกตินะ นี่เป็นมาได้ ๕๐ กว่าปี โรคท้องของเราเป็นมาเรื่อย ถ่ายเรื่อยมาโดยลำดับตั้งแต่โน้นมาแหละ จนกระทั่งมันจวนเข้ามานี้ถ่ายไม่มีหยุดมีถอย อยากถ่ายเมื่อไรถ่ายได้ทั้งนั้นๆ นั่งรถไปนี้ถ่ายถ้าไม่ทัน เรี่ยราดอยู่ในรถก็มี เป็นขนาดนั้นนะ มันจะไปแล้ว แล้วมันก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงขอให้เอาเต็มเหนี่ยวนะพวกเรา คราวนี้เป็นโอกาสอำนวยแล้ว หัวหน้าก็รู้สึกว่าฟื้นตัวขึ้นมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องโรคภัยไม่เบียดเบียนแล้วเวลานี้ ให้ต่างคนต่างพยายามช่วยชาติบ้านเมืองของเรา

เราไม่ช่วยไม่มีใครช่วย เราอย่าไปเชื่ออย่าไปสนใจกับคนชั่วที่คอยทำลายชาติไทยของเราซึ่งมีอยู่ทุกแห่งทุกหนไป เหล่านี้เป็นพวกเนื้อร้าย ๆ จะทำลายชาติไทยทั้งนั้น เราตัดมันออกอย่าเอามายุ่ง ความดีของเราในคนดีของเราทั่วประเทศไทยนี้มีอยู่เยอะ ให้เอาอันนี้เป็นหลักเป็นเกณฑ์ อย่าเอาความชั่วซึ่งเป็นเนื้อร้ายเข้ามากีดมาขวาง จะทำชาติไทยของเราให้จมทั้งชาตินะ ให้ต่างคนต่างพยายาม คนดีมีอยู่มากขนาดไหน เอ้า คิดเอาซิ คนชั่วเท่านั้นเอามายุ่งทำไม เอ้าก้าวเดิน คนดีก้าวเดิน แล้วจะเป็นไปได้ด้วยคนดี คนชั่วเป็นไปไม่ได้มีแต่พาให้จมถ่ายเดียวเท่านั้น พากันจำคำนี้เอาไว้นะ เอาละพอ วันนี้พูดเพียงเท่านั้น ต่อไปนี้ก็จะให้ศีลให้พร

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวันได้ทาง Internet www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก